ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 15 : ...๑๔ คาววี่ – ชลลี่ Ep.1 ๑๐๐%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    5 ส.ค. 58



“พี่น้ำค้างเป็นรับ พี่ถึกเป็นรุกชัวร์งานนี้” 
มหาเสน่ห์ได้กล่าวไว้อย่างมีความสุข 555++

ปล. จบสองตอนแล้วคงอยู่สภาพนี้ คลุกดินกันเลยทีเดียว ฮา....


บทที่ 14

คาววี่ ชลลี่ Ep.1

การไม่ปล่อยให้ความสงสัยอยู่กับตัวนานคือทางแห่งสุข มหาเสน่ห์ค้นพบความสามารถอีกอย่างของตัวเอง คันยุบยิบที่หัวใจจนอยากจะออกปากชวนพี่ชายฝาแฝดทั้งสองไปเปิดบริษัทนักสืบ รับงานทั่วราชอาญาจักร ผัวหาย เมียตายแล้วไปไหนเขาจะสืบให้หมด เผลอๆ อาจมีบริการไล่ผีให้ฟรีอีกด้วย หลังจากวันที่กิ่งไผ่ไปหาคาวีถึงบ้านและกลับไปด้วยความโกรธได้ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้กับมหาเสน่ห์ ว่าเหตุใดกิ่งไผ่ถึงได้โกรธถึงขนาดนั้น

คนทรงเสน่ห์นั่งละเลียดโกโก้ร้อนอยู่ในร้านใบแก้ว หลังจากปล้นเอาความลับของพี่เขยจากปากใบแก้วได้สำเร็จ หญิงสาวดูปลื้มชายหนุ่มมาก ข้อนี้มหาโชค มหาลาภที่นั่งอยู่ด้วยฟันธง การที่พวกเขาแนะนำตัวว่าเป็นญาติของบุษบาโดยไม่เจาะจงใส่ฐานะอันชิดใกล้ลงไป ใบแก้วที่ตอนแรกพูดคุยด้วยน้อยคำเล่าเรื่องครั้งหนึ่งคาวีและพรรษชลเคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคู่เกย์จนทำให้กิ่งไผ่พี่สาวเธอไม่ยอมเป็นแฟนกับพรรษชล

“พี่น้ำค้างเป็นรับ พี่ถึกเป็นรุกชัวร์งานนี้” คนทรงเสน่ห์ฟันธงหลังจากคิดไปหลายตลบ

“เรียกพี่คาวีเถอะ เจ้าตัวมาได้ยินเดี๋ยวก็โดนถีบหน้าหงาย” มหาโชคท้วง ถึกนี่พี่สาวเขาเรียกได้คนเดียว คนอื่นอย่าไปเรียกต่อหน้าเชียว อ้อ ยกเว้นการะเกดอีกคน รายนั้นไม่เกรงกลัวสิ่งใดในโลกก็เลยได้รับการยกเว้นอีกคน

“นั่นแหละ แมนๆ เถื่อนๆ อย่างนั้นไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนเคยนิยมไม้ป่าเดียวกัน จึ้ย์...คิดแล้วจั้กจี้ ภาพตอนนัวเนียกันเนี่ยเต็มหัวเค้าเลย”

มหาลาภได้ยินแล้วกรอกตา ผิดกลับมหาโชคที่แค่นยิ้มแกนๆ กับจินตนาการสุดแสนแฟนตาซีของน้องชาย

“อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้” มหาลาภทักท้วงทั้งที่ในใจก็เชื่อไปกว่าครึ่ง ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก

“ไม่ผิดแน่ ถึงขนาดพี่สาวคุณแก้วไม่รับรักเนี่ยกูว่าชัวร์ครับพี่น้อง” คนเป็นน้องยืนยันหนักแน่น

“การที่พี่คาวีโกรธจนตัดเพื่อน อาจเพราะรู้ว่าคุณกิ่งไผ่รู้เรื่องพี่คาวีกับพี่น้ำค้างก็ได้นะ” มหาโชคสันนิฐาน

“เออสิ แค่บอกว่าเกลียดมีหรือจะโกรธจนตัดเพื่อน” มหาเสน่ห์สำทับอย่างเห็นด้วย

สองพี่น้องต่างสลับกันออกความคิดเห็นจนมหาลาภซึ่งเป็นคนเดียวที่มีเหตุผลและหลักการมากที่สุดในบรรดาพี่น้องเห็นด้วย

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็น่าสงสารพี่เดหลี” มหาลาภเปรยถึงพี่สาวที่แต่งงานไปกับคาวีและตอนนี้ทั้งสองก็มีโซ่ทองคล้องใจด้วยกัน

“แต่ก่อนที่เราจะปักใจเชื่อ เราควรสืบให้แน่ชัดก่อน”

 

เรื่องนั่งเทียนพ่นความเพี้ยนไม่ใช่สไตล์ของมหาลาภ ชายหนุ่มชวนพี่ชายน้องชายฝาแฝดไปล่าหาความจริง สถานที่ค้นหาคือหอพักของพรรษชลในตอนเย็นนั่นเอง กระบะตอนเดียวสำหรับไว้ใช้งานภายในฟาร์มคือพาหนะของสามหนุ่ม โดยมีมหาลาภเป็นคนขับ ส่วน...มหาเสน่ห์นั่งตักมหาโชค นั่นเพราะสองหนุ่มตัวใหญ่มากเลยนั่งเบียดกันไม่ได้ มหาโชคบ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทาง กว่าจะถึงบริเวณด้านหน้าหอพักแก้มก้นของคนทรงเสน่ห์ก็เขียวช้ำไปหมด เนื่องจากพี่ชายไม่ได้บ่นอย่างเดียว แต่มันหมั่นเขี้ยวหยิกตูดเขาไปเสียหลายที

“ไอ้โชคบ้า คิดไรป่ะวะเนี่ย หยิกตูดเค้าจนช้ำไปหมดแล้ว” ลงจากรถได้ก็หันไปฟอดแฟดใส่พี่ชายอย่างที่นึกอยากทำมาตลอดทาง แต่ที่ไม่ทำนั่นเพราะกลัวจะโดนไปมากกว่าแค่หยิกก้น

“ก็มึงตัวหนัก” มหาโชคสวนทันควัน หันไปส่งสายตาขุ่นเคืองให้มหาลาภที่หนีเอาตัวรอดได้ทุกคราว

“กูก็หนักเท่ามึงนั่นแหละครับ” ห่างออกไปสามวาเหน่ถึงได้กล้าเถียงพี่โหด เอ๊ย พี่โชค

มหาลาภมองน้องชายที่หลบหลังต้นเทียนท่านเจ้าคุณข้างรั้วสลับมองพี่ชายที่ทำท่าฮึ่มฮั่มพร้อมจะซัดมหาเสน่ห์เต็มแก่

“พอๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ฉันจะเอารถไปจอดไว้ตรงโน้นก่อนนะ อยู่กันดีๆ ล่ะ โชคนายระงับอารมณ์บ้าง ส่วนเหน่ช่วยลดความกวนตีนให้น้อยลงหน่อยจะได้ไม่เจ็บตัว”

มหาเสน่ห์ค้อนให้ท้ายกระบะ ส่วนมหาโชคกัดฟันกรอดๆ อย่างระงับอารมณ์ แต่พอเห็นท่าทางค้อนขวับๆ อย่างที่สาวๆ ยังต้องอายแล้วชายหนุ่มก็แทบปรี่เข้าไปกระโดดถีบยอดอกน้องชายเลยทีเดียว

พักต่อมาสามหนุ่มก็ไปซุ่มสังเกตการแถวๆ ร้านค้าตรงข้ามหอพัก ด้านข้างของร้านถูกทำเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวด้านในมีโต๊ะนั่ง มหาเสน่ห์สั่งเล็กน้ำตกไม่งอกไม่ชิ้นมากินรอ เดือดร้อนๆ พี่ชายอีกสองคนต้องสั่งบ้าง ครั้นพอพรรษชลปั่นจักรยานเข้าไปจอดด้านล่างหอพักซึ่งเป็นที่จอดรถ สามหนุ่มจึงชะเง้อคอมอง และเมื่อเห็นพาหนะของเป้าหมายก็ถึงกับเบิกตากว้าง

“อื้อฮือ รถสีหวานขนาดนี้ไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วล่ะ ชมพูแต๋วมาเชียว”

“นั่นสิ เป็นเราได้นั่งจักรยานคันนั้นคงมีอายกันบ้าง แต่พี่น้ำค้างไม่สะทกสะท้านเลย” มหาโชคสำทับอย่างเห็นด้วย

“สรุปว่า...ที่พี่คาวีเรียกพี่น้ำค้างมาดูน้องไม้ทุกเดือน ไม่ก็เซ้าซี้ให้ไปกินข้าวที่บ้านบ่อยๆ นั่นเพราะ...เค้าสองคนรักกันใช่ม้ายยย” คนทรงเสน่ห์หันไปโอดครวญกับพี่ชายอย่างไม่อยากเชื่อกับความจริงที่ได้รู้

“อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้” มหาลาภผู้ยังเชื่อมั่นในตัวพี่เขยขัดขึ้น คาวีสำหรับพี่สาวเขาคือคนที่แสนดี ตั้งแต่สองคนได้แต่งงานร่วมสร้างครอบครัวก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาได้ยินว่าพี่เขยทำพี่สาวเขาเสียใจ

“อย่ามาโลกสวยแถวนี้น่า เห็นกันอยู่เต็มตา” มหาโชคผู้เชื่อไปกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์บอก

ปึก! มือหนาทุบกับโต๊ะจนแก้วน้ำล้ม น้ำก๋วยเตี๋ยวกะเฉาะออกจากชาม

“เรื่องนี้ต้องขยาย!” มหาเสน่ห์ผู้ที่เชื่อไปกว่าพันเปอร์เซ็นต์บอกเสียงขึงขัง ยืนยันสโลแกนสุดแสนน่ารัก

...สามหมา เอ๊ย สามมหารู้ โลกย่อมรู้!!!

 

ตกดึกคืนนั้นการะเกดนั่งหน้าซีดฟังน้องๆ เม้าส์เรื่อง คาววี่กับ ชลลี่กันอย่างสนุกปาก แรกทีเดียวหญิงสาวเกือบพลั้งปากด่าพวกมันออกไป หากมหาโชคไม่เอ่ยชื่อกิ่งไผ่ขึ้นมาเสียก่อน ให้ตายเถอะ! เธออยากจะคิดว่าไอ้พวกนี้มัน...เพ้อเจ้อเสียจริง แต่ดูสีหน้าจริงจังของมหาโชคและมหาลาภแล้วเธออดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง

“เพ้อเจ้อกันใหญ่แล้ว” เป็นพุทธชาดที่ทักท้วงน้องชาย ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่เชื่อสิ่งที่น้องชายเล่า ซ้ำยังเห็นเป็นเรื่องไร้สาระอีกด้วย เพราะตัวเขาเองมองออกว่าคาวีนั้นเป็นชายแท้แน่นอน ส่วนพรรษชลนั้นก็ใช่เพียงแต่นิ่งขรึมอบอุ่นสมกับเป็นคุณหมอที่รักษาเด็กก็เท่านั้น

หกพี่น้องอันประกอบไปด้วยพุทธชาด การะเกด อัญชัน มหาโชค มหาลาภ มหาเสน่ห์นั่งล้อมวงบนเตียงกว้างภายในห้องของพุทธชาด และคืนนี้ก็คงจะจบด้วยการที่ทุกคนนอนรวมกันอยู่ภายในห้องซึ่งแคบไปถนัดตาเมื่อมียักษ์สามตัวมานอนเรียงกันอยู่ข้างเตียง

“นั่นสิ อย่างพี่คาวีเนี่ยนะจะเป็นไบเซ็คซวล (Bisexual)” อัญชันส่ายหน้าไม่เชื่อหลังจากฟังจบ เธอเห็นด้วยกับพุทธชาดที่ว่าน้องๆ พากันเพ้อเจ้อกันใหญ่

“ไบนะพี่อัญ ไม่ใช่เกย์ กระเทย ตุ๊ดหรือสลัวจิต” มหาเสน่ห์ค้อนใส่พี่ชายและพี่ชายที่ไม่ยอมเชื่อ ก็เห็นๆ กันอยู่ แถมพวกเขาสามคนยังแท็กทีมกันยืนกรานยังจะรั้นไม่เชื่อ

“เกดว่าไง” จู่ๆ พุทธชาดก็หันไปทางน้องสาว คนโดนถามสะดุ้ง

“ก็ไม่รู้สิ” สบตาพี่ชายแล้วหวั่นใจ หากเป็นอย่างที่พวกมหาพูดเธอคงต้องไปหาหมอโรคหัวใจ ให้ผ่าเอาหัวใจเธอออกมาสับๆ เป็นหมื่นชิ้น

“พี่คาวีเป็นไบชัวร์” คนทรงเสน่ห์ยืนยันอีกครั้ง

“ถ้าเป็นอย่างที่เหน่พูด คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือเดหลี” สีหน้าอัญชันไม่สู้ดี จำได้ว่าครั้งหนึ่งเธอก็เคยถามพี่สาวเหมือนกัน เรื่องความสนิทของคาวีและพรรษชล

“ยังมีอีกคน”

พุทธชาดเปรยขึ้นลอยๆ อย่างปลงตก ความสงสัยที่เพียรเก็บมาแรมปีบัดนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว

“คุณกิ่งอะไรนั่นสินะ เหน่ว่าไม่น่าสงสารหรอก หลุดพ้นไปสิดี เขาเรียกมีบุญ กรรมเลยตกมาอยู่ที่พี่เดหลีของเหน่” สีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ทำให้หนุ่มดอกไม้คนพี่ระอา ช่างเป็นคนที่ประติดประต่อเรื่องราวได้ดีเหลือเกิน จิตนาการฟรุ้งฟริ้งแฟนตาซีเสียจนเขาตามไม่เคยทัน

 

วันรุ่งขึ้นเสือโทร. มาชวนการะเกดไปกินข้าวที่บ้าน หญิงสาวจึงชวนพี่ชายไปด้วย พุทธชาดไม่ได้ถามอะไรน้องสาวไปตลอดทาง ได้แต่แอบมองคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลา พอรถจอดหน้าบ้านหนุ่มสาวก็พบว่าผู้เป็นเจ้าของเรือนได้ออกมายืนรอ เสือและจำเนียรรับไหว้หนุ่มสาวก่อนเชื้อเชิญให้ไปที่ศาลาริมสระซึ่งจัดเตรียมสำรับไว้เรียบร้อย

“น้ำค้างติดงานไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน ตาเหงาเลยชวนหนูเกดกับพี่ชายมากินข้าวเป็นเพื่อน” เสือบอกพรางตักน้ำพริกส่งให้การะเกด ท่าทีเงียบหงอยทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกแปลกใจว่าใช่แม่ดอกการะเกดคนเดิมแน่หรือ

“ขอบคุณค่ะ” สาวดอกไม้ขอบคุณก่อนตักข้าวเข้าปากเงียบๆ

“พักนี้ได้เจอน้ำค้างบ้างไหมหนูเกด” จำเนียรเองก็สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ จึงถามขึ้น

“ไม่ได้เจอเลยค่ะ”

“ตั้งแต่วันที่หนูเกดมาที่นี่น่ะหรือ”

“ใช่ค่ะ พี่หมอคงยุ่ง ส่วนเกดก็อยู่แต่ในฟาร์มไม่ได้ออกไปไหน” หญิงสาวไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่พรรษชลเคยโทร. หาเธอครั้งหนึ่งหลังจากพบกันวันนั้น ด้วยว่าไม่อยากให้พี่ชายรู้ว่าเธอติดต่อกับเขาทางโทรศัพท์

“อืม เมื่อวานหนูกิ่งเขามาที่นี่”

ในที่สุดเสือก็เกริ่นขึ้นมาจนได้ การะเกดวางช้อนหันไปสบตาพี่ชาย

“คุณกิ่งมาทำไมเหรอครับตา” เป็นพุทธชาดที่ถามแทนน้องสาว ดูท่างานนี้เขาคงต้องคิดเรื่องอยากให้น้องสาวเป็นโสดอยู่บนคานใหม่เสียแล้ว แค่เห็นท่าทีเซื่องซึม คิ้วขมวดมุ่น ใจคนเป็นพี่ก็หวิวๆ เสียแล้ว

“มาเรื่องน้ำน่ะ เรื่องหนูเกดด้วย”

“เรื่องเกดเหรอคะ”

“อืม หนูกิ่งเขาบอกว่าหนูเกดแย่งน้ำมาจากเขา”

“หา เกดเนี่ยนะคะ” การะเกดชี้นิ้วเข้าตัวเอง นึกถึงหน้ากิ่งไผ่ไปพร้อมกับหมั่นเขี้ยว ผู้หญิงอะไรทึกทักไปเองแท้ๆ  คนอย่างเธอเนี่ยเหรอจะแย่งของของใคร

“ผมว่าน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดนะครับ” พุทธชาดแทรกขึ้นอย่างอดไม่ได้

“ตากับยายก็คิดอย่างนั้น เลยเรียกหนูเกดมา”

จุดประสงค์ของการกินข้าวที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง การะเกดคิดในใจ หญิงสาวทอดถอนหายใจ ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายดันเข้ามาแทรก

“เกดกับพี่หมอน้ำยังไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ ดังนั้นเรื่องที่คุณกิ่งบอกว่าเกดแย่งพี่หมอย่อมไม่เป็นความจริง” จากที่หงอยเหงาเซื่องซึมตอนนี้ตัวแม่เริ่มมีความกระตือรือร้นขึ้นมานิด รอให้แย่งจริงเถอะค่อยมาปักปำ

พุทธชาดอมยิ้มเมื่อเห็นน้องสาวดูมีชีวิตชีวาขึ้น ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทำหน้าเหมือนดอกไม้เหี่ยวเฉาขาดน้ำ

“แล้วเมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันล่ะ”

“พี่เสือ!” จำเนียรปรามสามี

“แหม...แม่จำเนียร ฉันแค่อยากรู้เรื่องหลานๆ”

“พี่หมอไม่ได้จีบเกดนะคะตา เราสองคนจะเป็นแฟนกันได้ยังไง” การะเกดหน้าเรื่อ

“หลานตาคนนี้ความรู้สึกช้า” เสือบอกทั้งที่ในใจร้องค้าน พรรษชลน่ะความรู้สึกไวมาแต่ไหนแต่ไร ไม่งั้นคงไม่เที่ยวไปหาต้นการะเกดมาปลูกหรอก

“เอาไว้ปล่อยให้เป็นเรื่องของหนุ่มสาวเถอะพ่อ วันนี้เราแค่ต้องการเล่าเรื่องที่หนูกิ่งมาบอกให้หนูเกดฟังเท่านั้น” จำเนียรขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าสามีเริ่มไปไกล ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับคนสองคน ใช่เรื่องของบุคคลที่สามสี่ห้า


-------------------------------------------------------------


พุทธชาดเองก็คิดเช่นนั้น แต่บุคคลที่สามอย่างเขาไม่ได้ปล่อยวางเหมือนจำเนียรและเสือ ขากลับชายหนุ่มพาน้องสาวขับรถเล่นไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงจุดพักชมวิวที่มีวิวภูเขาน้อยใหญ่ชายหนุ่มจึงจอดรถชวนน้องสาวไปนั่งเล่นที่ศาลาชมวิว การะเกดซึ่งเตรียมใจมาให้พี่ชายซักฟอกยอมทำตามแต่โดยดี ถึงตอนนี้เธอคงไม่คิดปิดบังพี่ชาย

“วิวสวยดีนะ”

“เริ่มเลยเถอะพุด ตัวจะถามอะไรก็ถามมา ไม่ต้องลีลาท่ามากให้เสียเวลาหรอก” คนที่แทบไม่ได้มองวิวเลยฟอดแฟดใส่พี่ชาย

พุทธชาดกดยิ้มมุมปาก บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับท่าทางปึ่งงอนของน้องสาว

“เกดชอบพี่หมอไหม”

“ตรงไปนะ แล้วพี่หมอไหนล่ะ มีตั้งสองคน หมอธามกับหมอน้ำ” สาวดอกไม้ยียวนเมื่อเจอคำถามตรงแน่วของพี่ชาย

“หมอธามอยู่ในลิสต์ด้วยเหรอ” พุทธชาดกวนกลับอย่างชอบใจที่เห็นน้องสาวหน้าแดงเรื่อ

“อ้าว ก็เห็นคุณป๋าชอบนี่”

“ไม่เคยคิดเลยว่าเกดเป็นเด็กดี ชอบทำตามใจคุณป๋า” วาจาประชดประชันแกมจิกกัดนิดๆ ทำให้การะเกดหันไปค้อนวงโต

“ก็แล้วตัวคิดว่าใครดีกว่ากันล่ะ” อึกอักถาม

“เราไม่รู้หรอก แล้วแต่เกด ใจเกดเลือกใครเราก็โอเคหมดแหละ” คนที่หวงแหนน้องสาวมาเกือบทั้งชีวิตบอกอย่างปลงตก ที่ทำใจได้ไวเพราะสังหรณ์ใจมาเกือบขวบปี หากกระชั้นชิดอย่างบัวสวรรค์หรือบุษบามีหวังเขาคงรับไม่ได้

“พูดจริงเหรอ ตัวยอมให้เค้ามีแฟนแน่นะ”

“ฮื่อ ก็ห้ามไม่ได้แล้วนี่นา เห็นเกดทำหน้าหงอยๆ แล้วเราไม่สบายใจ”

รอยยิ้มอบอุ่นดุจแสงอรุณรุ่งยังให้หัวตาสาวดอกไม้ร้อนผ่าว พุทธชาดก็เป็นซะอย่างนี้ ตามอกตามใจเธอมาตลอด แม้เคยคิดว่าเรื่องคู่เป็นเรื่องเดียวที่พี่ชายจะไม่ยอม แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว...พี่ชายยอมทุกอย่าง หากเธอต้องการและพอใจ

“ว่าไงล่ะ ตกลงชอบพี่หมอน้ำใช่ไหม หรือว่าชอบพี่หมอธามเพราะอยากเป็นสะใภ้เจ้า” ชายหนุ่มหยอกเย้าโดยลืมไปว่าพรรษชลนั้นก็เป็นถึงหม่อมหลวง แถมยังเป็นหลานอีกคนของหม่อมอุ่นอีกด้วย

แต่การหยอกเย้าอย่างนั้นทำให้การะเกดยิ่งยี้นายแพทย์หม่อมราชวงศ์ธาม วนัสบดีเข้าไปใหญ่ แถมยังเข้าใจว่าพรรษชลนั้นคือคนธรรมดาหาได้มีเชื้อเจ้า ถึงมีก็ห่าง...มากๆ อย่างที่เจ้าตัวเคยบอก

“อี๋...ไม่เอาอ่ะ อีตาพี่หมอธามนั่นขี้เก็กเกินไป คนอะไรเอายศเอาอาชีพมาอวดตั้งแต่เจอหน้าสาวครั้งแรก เราไม่ปลื้มหรอก”

“งั้นก็ปลื้มพี่หมอน้ำสินะ”

“ก็...ไม่เชิงหรอก” หญิงสาวบอกอย่างสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ก่อนหน้านี้ล้วนมีแต่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

จู่ๆ ปลายนิ้วเรียวอุ่นก็กดลงระหว่างคิ้ว พุทธชาดคลึงรอยย่นที่ขัดตาเขามาหลายวัน

“อย่าคิดมากน่า ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปก็แล้วกัน อีกอย่างมีเราอยู่ทั้งคน เกดจะกลัวอะไร”

การะเกดยิ้มหวานแฉ่งแข่งกับยิ้มอุ่นดุจแสงตะวันของพี่ชาย

“ขอบคุณนะ ไว้คราวของตัว เค้าก็จะอยู่ข้างกายตัวเหมือนกัน”

“อีกนาน รอเกดกับอัญเป็นฝั่งเป็นฝาไปก่อนเถอะ”

“พูดอย่างนี้ไม่อยู่เป็นโสดแล้วเหรอ”

พุทธชาดยักไหล่ เบนสายตามองวิวทิวทัศน์ด้านหน้า

“ไม่รู้สิ ของอย่างนี้ใครจะรู้ล่วงหน้า”

การะเกดถอนใจหันไปมองวิวบ้าง

“นั่นสิ เหมือนอย่างที่เราก็ไม่เคยรู้เลยว่าจะเจอเขา”

 

จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุษบาฟัง กระทั่งฟาบิโอ้และลีลาวดีต้องเดินทางไปเยี่ยมช้องนางผู้เป็นย่าของเหล่าหนุ่มสาวดอกไม้ก็ยังไม่มีใครกล้าปริปาก หลายคนยุให้มหาเสน่ห์เป็นคนเปิดแต่ชายหนุ่มปฏิเสธ บอกเรื่องนี้เปราะบางเกินไป คนน่ารักหัวใจอ่อนไหวย่อมรับไม่ได้ที่จะเป็นคนบอกเล่าความจริงอันโหดร้ายให้พี่สาวฟัง

บุษบาเองก็สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ของน้องๆ แต่หญิงสาวยังไม่มีเวลาถามไถ่ เธอส่งผู้เป็นพ่อแม่ขึ้นรถแล้วต้องกลับไปดูลูกชายที่มีอาการไข้เล็กน้อยเพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อยเนื่องจากมีมรสุมเข้า เจ้าตัวดีที่ไม่ค่อยชอบอยู่ในบ้านเลยพลอยไม่สบาย

“คิดดูดิ ถ้าเหน่เป็นคนบอก พี่เดหลีต้องไม่เชื่อแน่ๆ ให้ลาภมันพูดก่อนแล้วกัน” คนที่โดนยุให้พูดก่อนทำหน้าเศร้าเล่าความจริง แน่นอนว่าล้านทั้งล้านไม่มีใครเชื่อเขา ทุกคนคงเห็นเขาเป็นเด็ก (น่ารัก) ที่ยังไร้เดียงสาสุดๆ

“ไม่” มหาลาภแทรกขึ้นด้วยเสียงจริงจัง นับวันยิ่งเห็นความหวานชื่นของพี่สาวและพี่เขยเขายิ่งทำไม่ลง แต่ก็มีขุ่นเคืองบ้างยามคาวีพูดถึงพรรษชลตอนกินข้าวด้วยกัน

“งั้นเจมี่เป็นคนพูด ตัวพูดอะไรใครก็เชื่ออยู่แล้วนี่” คนทรงเสน่ห์แอบเหน็บพี่ชาย ในสายตาพี่น้องหากพุทธชาดเป็นแกะขาว พวกเขานี่แหละแกะดำปิ๋ดปี๋ เดินไปไหนด้วยทีจากหน้าตาหล่อเหลาได้กลายเป็นบ้านๆ เพราะโดนความหล่อของอีกฝ่ายกลบมิด มหาเสน่ห์แอบก้มมองผิวสีแทนของตน เทียบกับพี่ชายแล้วก็เหมือนไอ้ปื๊ดดีๆ นี่เอง

“อย่าปฏิเสธ” มหาโชคสำทับช่วยน้องชายอีกคน เพราะถัดจากพุทธชาดหวยต้องมาออกที่เขาแน่ๆ

“ใช่ ตัวเป็นพี่นะเจมี่”

พุทธชาดถอนหายใจ ลึกๆ แล้วเขายังไม่เชื่อเรื่องที่น้องๆ พูดเต็มร้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีซึมพร้อมกับชอบเหม่อลอยของน้องสาว ตัวเขาเองก็อยากจะจบเรื่องนี้ไวๆ  เอาให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าเป็นหรือไม่เป็น อีกอย่างชายหนุ่มห่วงน้องชายคนเล็กมาก เมื่อเช้ามหาเสน่ห์เดินผ่านคาวีมีสะดุ้ง หน้าตาผวาเหมือนเห็นผี หากไม่วุ่นวายต้องส่งพ่อกับแม่ขึ้นรถมีหวังโดนคาวีซักฟอกเสียตั้งแต่เช้า

“ใครจะพูด พี่ก็อยากฟังทั้งนั้นแหละ” ก่อนที่ทั้งหมดจะถกเถียงกันต่อ บุษบาก็ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก เธอกลับไปให้นมลูกแล้วย้อนกลับมาที่นี่เพราะยังติดใจท่าทีแปลกๆ ของน้องๆ และมันก็เป็นจริงอย่างที่เธอคิดเสียด้วย

“พี่เดหลี!

“อือ ไหนเล่าให้พี่ฟังสิเหน่ มีเรื่องอะไรกันถึงได้ทำท่าแปลกๆ เหมือนพี่กับคาวีเป็นตัวประหลาด” หลายวันแล้วที่เธอเห็นน้องๆ มองเธอและสามีแปลก ยิ่งตอนที่คาวีพูดถึงพรรษชลตอนกินข้าว มหาเสน่ห์ถึงกับทำช้อนหล่นเชียวนะ

“คือ... คือ...พี่คาววี่” คนทรงเสน่ห์ที่โดนพี่ๆ สะกิดพูดติดอ่าง

“หือ ใครชื่อคาววี่” บุษบาเลิกคิ้ว สังหรณ์ไม่ดีนักว่าชื่อนั้นจะเป็นชื่อสามีเธอ

“ก็สามีพี่เดหลีนั่นแหละ พี่คาววี่กับพี่ชลลี่เค้าเคยเป็นแฟนกันน่ะ” คนถูกบังคับให้พูดรวบรัดทีเดียวจบ แถมยังสั้นกระชับเสียจนบุษบาจากที่งงๆ เจอ ชลลี่ ถึงกับเงิบ

“อะไรกัน คาววี่-ชลลี่”

“ก็พี่คาวีกับพี่น้ำค้างนั่นแหละครับ” มหาโชคช่วยอธิบายด้วยสีหน้าไม่ใคร่ดีนัก

“คาวีกับพี่หมอน้ำ!

“สองคนนั้นเคยเป็นแฟนกันตอนมัธยมน่ะพี่เดหลี เรื่องนี้เหน่ไปสืบมาจากปากผู้อยู่ในเหตุการณ์เลยนะ แถมผู้หญิงที่ชื่อกิ่งไผ่นั่นก็เคยเป็นโจทย์เก่าพี่คาวี”

“คุณกิ่ง” บุษบานึกถึงหญิงสาวผมซอยสั้น หน้าตาน่ารักที่เพิ่งมาขอพบสามีเธอได้ไม่กี่วัน

“ใช่ คนที่พี่คาวีโกรธจนตัดเพื่อนนั่นแหละ เหน่ว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรมากกว่าแค่คุณกิ่งบอกเกลียดพี่คาวีแน่ๆ อาจเป็นเรื่อง คาววี่-ชลลี่ นี่แหละ สองคนคงกลัวคนอื่นจะรู้ความจริงเลยพากันโกธรคุณกิ่งและตัดความเป็นเพื่อน” พอได้พูดก็มาเป็นฉากๆ จนคนอื่นๆ เริ่มจะเพลีย ตอนแรกมันปฏิเสธค้านหัวชนฝา มาตอนนี้แม่งพูดน้ำไหลไฟดับเสียจนน่าหมั่นไส้

“บ้ากันไปใหญ่แล้ว” คนที่รู้ดีว่าสามีแมนแถมยังอึดถึกขนาดไหนต่อว่าน้องๆ

“ไม่บ้าหรอก เราไปถามคุณแก้วน้องคุณกิ่งมาเมื่อวาน คุณแก้วเล่าว่าตอนมัธยมพี่น้ำค้างเคยสารภาพรักกับคุณกิ่ง แต่คุณกิ่งเธอไม่รับรักเพราะรู้ว่าสองคนนั้นมีแผนสยบข่าวลื่อเรื่องเป็นเกย์ เรื่องนี้ดังถึงขนาดลุงบรรณต้องส่งพี่คาวีไปเรียนเมืองนอกเชียวนะพี่เดหลี ส่วนพี่ชลก็ถูกจับส่งเรียนหมอเหมือนกัน”

คนที่เหลืออย่างพุทธชาด การะเกด อัญชัน มหาโชคและมหาลาภต่างอ้าปากค้าง ตอนปรึกษากันไม่เห็นว่าเรื่องราวมันจะยืดยาวขนาดนี้นี่หว่า แล้วไอ้น้องเหน่มันไปเอามาจากไหน เรื่องบรรณส่งคาวีไปเรียนต่างประเทศน่ะ

“ไม่จริง! คาวีแมนทั้งแท่ง” บุษบาปฏิเสธหน้าแดงก่ำ

“ก็ไม่ได้ว่าเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วแอนด์สลัวจิตสักหน่อย แค่จะบอกว่าพี่คาวีน่ะเป็นไบ หญิงก็ได้ชายก็ดีต่างหากเล่า!

“บ้าสิ ผัวพี่แมนไม่ได้เป็นไบ”

“รู้ได้ยังไง ก่อนหน้านี้ตัวไม่ได้มาอยู่กับเขานี่นา” คนทรงเสน่ห์เถียงคอเป็นเอ็น สีหน้าราวกับต้องการยัดเยียดข้อหาให้คาวีจนได้

“พี่มั่นใจ คาวีน่ะแมนทั้งแท่ง เขาไม่มีวันเป็นเสือไบได้หรอก”

“เฮ้อ...เตือนแล้วไม่ฟัง เดี๋ยวได้นั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า จะบอกอะไรให้นะพี่เดหลี พวกไบน่ะมีหลายประเภท อย่างพี่คาวีเนี่ยน่าจะเป็นรุกแบบไม่ชอบรับ คือไม่ชอบให้ใครเสียบ... โอ๊ย!

“เยอะแล้วมึงไอ้เหน่ ไม่ต้องอธิบายยืดยาวเลย บอกแค่เป็นไบ หญิงก็ได้ชายก็ดีพอแล้ว” มหาโชคอดไม่ได้จึงตบหัวน้องชาย เห็นตาขวางๆ ของพุทธชาดแล้วเขาต้องรีบเตือนสติมหาเสน่ห์ ขืนปล่อยให้มันพูดต่อ แอนตาซิลได้มาแจกทองแน่ๆ

“ยังไงพี่ก็ไม่เชื่อ”

บุษบาบอกอย่างมั่นใจในตัวสามี!


เคยคิดอยากให้เจมี่ (พี่ดอกพุด) หวงการะเกดมากๆ ออกแนววีน แต่คิดไปคิดมาแล้วมันไม่ใช่... บุคลิก อุปนิสัยตัวละครอย่างพุทธชาดค่อนข้างมีเหตุมีผล  

รักมาก...ใช่ว่าจะร้ายมากเสมอไป

พอคิดได้แบบนั้น...ฉากพี่น้องเลยออกมาอุ่นๆ อย่างที่เห็นค่ะ ความรัก...แสดงออกได้หลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือทำให้คนที่เรารักมีความสุข

รักของพุทธชาดที่มีต่อการะเกดเป็นเช่นนั้นค่ะ








เอารูปสวยๆ มาฝากค่ะ ลุยเหนือหน้าฝน สนุกไปอีกแบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3154 Manpoon Boon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:18
    ใครคู่ใครอยากรู้จัง น่าสนุก
    #3,154
    0
  2. #3102 Love Have (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 16:36
    คนอ่านก็ลุ้นให้เกดเป็นแฟนกับหมอน้ำเหมือนกับคุณเสือค่ะ   ยังไงก็รับหน่อยนะคะเกดระวังยัยกิ่งจะมาแย่งพี่หมอน้ำไปนะคะ
    #3,102
    0
  3. #2972 ณ มล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 23:07
    3มหานี่เข้าใจคิดกันจริงๆ
    #2,972
    0
  4. #2842 LekLek2709 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 20:46
    ชอบตอนบุษบาเถียงอีป๋าเรื่องสามีจัง น่ารักดี
    #2,842
    0
  5. #2803 P1081009 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 10:10
    บ้านนี้จินตนาการบรรเจิดทุกคน 555
    #2,803
    0
  6. #2538 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 20:07
    บางที สามหมา เอ้ยย มหา ก็ดีนะ ถ้าไม่ป่วนขนาดเน้
    #2,538
    0
  7. #2507 นู๋นก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 16:59
    เจมี่เป็นพี่ชายที่อบอุ่นมากๆ ส่วนป๋าไม่เคยไม่รั่ว มั่วตล๊อดดด
    #2,507
    0
  8. #2504 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 15:55
    สามมหารู้ โลกย่อมรู้ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเลย
    #2,504
    0
  9. #2438 จันทร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 19:50
    ป๊าเหน่ก็ช่างคิด ช่างสงสัยเนอะ ตัวป่วนประจำตระกูลจิงๆ 555
    #2,438
    0
  10. #2420 Yoda0147 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:58
    ขอพูดถึงภาพข้างบนนิดนึงค่ะ คาวีแซ่บมาก 55555
    #2,420
    0
  11. #2419 Yoda0147 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:57
    ขอตั้งฉายา เหน่จอมมโน
    #2,419
    0
  12. #2418 Yoda0147 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:56
    ป๋าเหน่ช่างคิดน้อ รุก รับ คือมันฮามากค่ะ อยากขำแรงๆ
    #2,418
    0
  13. #2417 Yoda0147 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:55
    คาวีเป็นไบเซ็กซวล แต่เหน่นะเป็นไบโพลาร์ กร้ากกกกก
    #2,417
    0
  14. #2416 Yoda0147 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:53
    คาววี่ ชลลี่ โอ้ยยยย คิดได้ไงเนี่ย รู้สึก สยองค่ะ
    #2,416
    0
  15. #2401 moomai06 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:10
    เรื่องไปกันใหญ่เพราะ สามหมา เอ้ย สามมหา 5555
    #2,401
    0
  16. #2373 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 13:54
    คิดภาพออกเลยค่ะว่าการที่ผู้ชาย 3 คนที่ตัวใหญ่นั่งรถเเล้วสภาพจะเป็นยังไง
    #2,373
    0
  17. #2287 วัลลีย์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 11:55
    เยี่ยมยายค่า

    อ่านแล้วก็๋ยังอยากให้มีเรื่องของหมอธามด้วยได้ไหมค่ะ

    จินตนาการของน้องเหน่สุดยอดเลยอ่ะ
    #2,287
    0
  18. #2212 niramon2549 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 19:40
    อิเหน่ป่วนตลอด555
    #2,212
    0
  19. #2211 Nan 311 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 19:28
    สามมหาหาเรื่องอีกแล้ว
    #2,211
    0
  20. #2205 ัyeanpao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 16:32
    อยากมีพี่ชายแบบพี่เจมี่ มากๆๆ
    #2,205
    0
  21. #2198 ป้าภา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 15:18
    แล้วใครนะจะมาเคียงคู่กับพ่อเจมี่ของป้า อยากรู้จัง
    #2,198
    0
  22. #2189 maymumii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 11:55
    คือ... ป๋าเหน่ห์นี่ จินตนาการเพริศแพร้วมากกกกกกกกก มากเกินไปละ เดี๋ยวเจอฤทธิ์พี่ถึกแน่

    #2,189
    0
  23. #2166 PSSSPS (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 08:51
    อิป๋า เสี่ย มาเฟีย นี่จินตนาการล้ำเลิศมาก แฟนตาซีสุดๆอ่ะ คิดไปได้นะ
    #2,166
    0
  24. #2163 ร่ายลีลา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 23:37
    อยากให้สวยมีสักสิบมือ เขียนเรื่องของทุกคนออกมาเร็วๆ
    #2,163
    0
  25. #2162 jintapan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 23:15
    นี่แหละ

    สองคนคงกลัวคนอื่นจะรู้

    ความจริงเลยพากัน(โกธร)-มีคำผิดคร๊า
    #2,162
    0