ใจเผลอรัก (พรรษชล - การะเกด)

ตอนที่ 16 : ...๑๕ คาววี่ - ชลลี่ Ep.2 ๑๐๐%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    7 ส.ค. 58



“อะไรนะ! ไปซั่มกันที่ห้องน้ำ” 

“อย่ามั่ว ฉันได้ยินว่า...แอบไปซั่มกันแน่ๆ” 

“ไม่ได้มั่ว พี่คาวีบอกว่าเคยไปซั่มกับพี่น้ำที่ห้องน้ำ” 

*********************

บทที่ 15

คาววี่ – ชลลี่ Ep.2

และแล้วก็มีเหตุการณ์ที่มาสั่นคลอนความเชื่อมั่นของบุษบา เย็นวันหนึ่งคาวีโทร. หาเธอเพื่อบอกว่าเย็นนี้จะไม่กลับมากินข้าวที่บ้าน เพราะกำลังจะไปหาพรรษชลที่โรงพยาบาล ชายหนุ่มบ่นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมมาหาที่บ้าน เลยตั้งใจไปดักรอที่หน้าโรงพยาบาลแล้วชวนไปกินข้าวด้วยกันเสียเลย

หลังจากวางสายบุษบาก็เอาแต่นั่งครุ่นคิด แม้จะประกาศไปต่อหน้าน้องๆ ว่าเธอมั่นใจในตัวคาวี แต่ลึกๆ ก็มีหวั่นไหวไปบ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้คาวีบ่นหาแต่พรรษชล เธอซึ่งไม่รู้ตื้นหนาคิดว่าสามีคงติดเพื่อน ประกอบกับที่พ่อสามีสำทับให้ฟังว่าสมัยเรียนคาวีติดพรรษชลมาก ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเขารักเพื่อน ติดเพื่อน รู้สึกต่อกันอย่างเพื่อนสนิท ไม่ใช่...

“อย่าหวั่นไหวสิเดหลี ต้องเชื่อมั่นในตัวคาวี” ถึงปลอบตัวเองไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ หญิงสาวหวั่นใจไม่น้อย หากเป็นอย่างที่น้องๆ พูด เธอจะทำอย่างไรดี

คาววี่ เอ๊ย คาวีจะเลือกเธอกับลูกหรือเลือกพรรษชล!

หญิงสาวหันไปมองลูกชายวัยหนึ่งขวบ บารมีกำลังอยู่ในวัยน่ารักทีเดียว คาวีหลงลูกแถมยังพูดบ่อยครั้งว่าอยากมีคนที่สองต่อเลย ทุกวันนี้เขาอ้อดออดขอลูกสาวกับเธอก่อนนอนทุกคืน เมื่อคืนก็ขอไปตั้งสี่ครั้ง เล่นเอาเช้านี้เธอตื่นสายให้ขายหน้าป้าสมทรง

แต่...ตกเย็นเขาก็ไปหาอีกคน!

สาวดอกไม้รีบโทร. ตามน้องๆ มาที่บ้าน ดีที่คุณป๋ากับแม่ไปลาว ไม่งั้นเธอคงไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใครเพราะกลัวคุณป๋าจะรู้เข้า ไม่ถึงสิบห้านาทีดีหนุ่มสาวดอกไม้ทั้งหกก็มารวมกันอยู่ในห้องรับแขก สีหน้าแต่ละคนคาดหวังว่าเธอจะมีเรื่องกลุ้มใจ บุษบาเห็นแล้วได้แต่เพลีย

“พี่เดหลีเรียกพวกเรามามีอะไรเหรอ” มหาเสน่ห์ถามขึ้นก่อนอย่างอยากรู้ระคนลุ้นให้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคาววี่และชลลี่

“เรื่องคาวีกับพี่น้ำน่ะ”

“นั่นไง เหน่บอกแล้ว โชค ลาภจ่ายมา” คนทายถูกหันไปเก็บตังจากพี่ชายฝาแฝด เรื่องพนันขันต่อต้องยกให้มหาเสน่ห์ สองคนยอมควักออกมาแต่โดยดี ไม่งั้นน้องชายจะง้องแง้งจนเสียเรื่อง โดยที่มหาโชคไม่มีเหรียญติดตัวเหมือนมหาลาภ

“ทอนกูด้วยนะ”

“อีกเก้าสิบบาทถือว่าทริปแล้วกัน” คนเก็บเงินเข้ากระเป๋าบอกหน้าระรื่น

“พร่องมึงสิง จ่ายสิบทริปเก้าสิบ”

“พอได้แล้วน่า อย่าพากันนอกเรื่อง” คราวนี้เป็นเสียงการะเกดที่ปราม หลายวันนี้เธออุตส่าห์ทำเป็นลืมเรื่องนี้อยู่แล้วเชียว ดันเกิดเรื่องขึ้นจนได้

“ตกลงพี่พูดได้ยัง” บุษบาถามเสียงอ่อย อยากจะขำเรื่องสิบบาทของน้องชายแต่ขำไม่ออก

“มีอะไรเหรอครับ” พุทธชาดแทบเดือดตอนเห็นสีหน้าไม่สบายใจ แต่ชายหนุ่มก็กักเก็บสิ่งที่รู้สึกเอาไว้ภายใต้สีหน้าและดวงตาเรียบนิ่ง ทิ้งไว้แต่รังสีคุกคามที่แผ่กระจายไปรอบตัว

“คาวีโทร. มาบอกพี่ว่าจะไม่มากินข้าวเย็น”

“อ้าว เรื่องแค่นี้ เย้ย!” มหาเสน่ห์กระเด้งตัวหลบฝ่ามือพิฆาตทัน ปากเร็วแล้วตัวต้องเร็วด้วยไม่งั้นจะเจ็บซ้ำซ้อน

“เงียบเลยนะไอ้เหน่ เข้าเรื่องต่อเลยพี่เดหลี” ท่อนท้ายมหาโชคหันไปบอกพี่สาว

“เขาจะไปกินกับพี่น้ำน่ะ บอกคิดถึงจะไปดักรอเซอร์ไพร์สหน้าโรงพยาบาล”

“คิดถึงเลยเหรอ”

“เซอร์ไพร์สเลยเหรอ”

“ฮื่อ” บุษบาพยักหน้า

“เซอร์ไพร์สเขาใช้กับคนเป็นเพื่อนไหมวะลาภ” มหาลาภส่ายหน้าไม่รู้ ส่วนคิดถึงนี่พอรับได้ คนเป็นพี่ชายฝาแฝดเลยหันไปมองพุทธชาดแทน

“แล้วพี่เดหลีว่าไง” หนุ่มดอกไม้คนพี่ไม่ได้ตอบแต่หันไปถามพี่สาวแทน

“พี่ก็ไม่ได้ห้าม ได้แต่เออออไป ปกติเขาก็ไปหาพี่น้ำบ่อยๆ” เมื่อก่อนเธอคิดว่าสามีอาจคิดถึงเพื่อน เพราะพรรษชลเพิ่งย้ายมาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดได้ไม่ถึงสองปี แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ

“งั้นต้องตามไปดู” การะเกดออกความคิดเห็น เธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน

“ใครจะดูน้องไม้ล่ะ ให้ฝากป้าสมทรงกับแต้วพี่ก็เกรงใจ”

ทั้งหมดเงียบ จนกระทั่งอัญชันเสนอตัวขึ้น

“อัญดูให้เองก็ได้”

“งั้นผมอยู่เป็นเพื่อนพี่อัญเอง” มหาลาภสำทับ ความไม่ชอบเสือกเรื่องของใครทำให้ชายหนุ่มยินดีรอฟังข่าวที่บ้าน แม้จะห่วงพี่สาวก็ตามที ถึงอย่างนั้นก็เบาใจเพราะมีพุทธชาดกับการะเกด

“ถ้างั้นพี่ฝากลูกสักสองชั่วโมงนะ แล้วจะรีบกลับมา”

 

หลังจากอยู่เวรมาหลายวันติดกัน วันนี้ถึงวันที่พรรษชลจะได้กลับไปนอนบ้านตายายสักที ชายหนุ่มเก็บของใส่กระเป๋าหลังจากรับโทรศัพท์จากเสือที่โทร. มารบเร้าให้เขากลับไปนอนบ้าน ระหว่างที่เข้าเวรผู้เป็นตาโทร. หาเขาทุกวัน จนบางครั้งพรรษชลคิดว่าตนตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกมาประจำที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เขากลัวตากับยายเหงา ซึ่งท่านก็คงจะเหงาจริงๆ เพราะพี่น้องคนอื่นๆ นานๆ จะมาเยี่ยมท่านที

แม้จะมาอยู่กับตายาในช่วงมัธยมต้นแค่สามปีตามข้อตกลงที่ตาขอไว้กับผู้เป็นพ่อ แต่ตอนเด็กพรรษชลและพี่น้องก็เดินทางมาเยี่ยมท่านทั้งสองบ่อยๆ พ่อเคยเปรยเอาไว้ว่าจะยกบ้านสายน้ำให้เขา โดยที่พี่น้องต่างเห็นด้วย แต่พรรษชลยอมรับว่าไม่ค่อยได้ไปนอนที่นั่นบ่อยนัก เพราะกลับไปทีไรก็ถูกตารบเร้าให้นอนด้วยกันที่บ้านตา

ชายหนุ่มยิ้มตอบให้เหล่าพยาบาลที่ต่างส่งยิ้มมาให้ วันนี้เขาไม่ได้ปั่นจักรยานมาเพราะเพื่อนหมอที่พักหอเดียวกันขอยืมหลังจากพบว่ารถของตนยางแบนซึ่งก็เป็นตอนหกทุ่มที่ถูกตามตัว รายนั้นออกปากบอกถ้าเป็นตอนกลางวันจะยอมเดินมา เขาฟังแล้วได้แต่ขำ ไม่รู้จะยึดติดอะไรกับรูปลักษณ์ภายนอก แค่มันใช้งานได้ ขับขี่ปลอดภัยก็น่าจะพอแล้ว

“จ๊ะเอ๋!

คนกำลังคิดอะไรเพลินๆ สะดุ้ง น้ำเสียงดุดันที่เจ้าตัวจงใจดัดให้น่ารักทำให้คนได้ยินขวัญหนีดีฟ่อจนกระเป๋าในมือร่วงลงพื้น

“อะไรวะไอ้หมอ แค่นี้ทำเป็นขวัญเสีย” ระดับเสียงเข้มสมชายเปลี่ยนเป็นโทนเดิมซึ่งดูน่าฟังกว่าที่ได้ยินเมื่อกี้ร้อยล้านเท่า

“แค่นี้อะไรของมึง”

คุณหมอผู้น่ารักอบอุ่นในสายตาผู้ป่วยหลุดคำหยาบ ยอมรับว่าตกใจจริงๆ อยู่ดีๆ คาวีก็โผล่พรวดเข้ามาพร้อมคำว่า...จ๊ะเอ๋! ที่แค่คิดก็สยอง ตัวโตเป็นยักษ์ปักหลั่นมันเสือกดัดเสียงง้องแง้ง พรรษชลหรี่ตาจับผิดเพื่อน จะว่าไปตั้งแต่แต่งงานแต่งการคาวีผู้ดิบเถื่อน ผ่าซาก ไม่ค่อยมีเพื่อน (ผู้หญิง) ให้คบหา ...น่ารักขึ้นเยอะ! เอ่อ ยกเว้นเรื่องเมื่อตะกี้ที่มันทำเสียงจ๊ะเอ๋ใส่เขา

“ก็แค่นี้ต้องตกใจด้วย ขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ เล่นโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง”

“อ้าว ก็บอกจ๊ะเอ๋แล้วไง” คาวีดัดเสียงอ่อนช้อยเพื่อแกล้งเพื่อน เขาแอบเห็นนะว่ามันขนลุก

“ขอร้องล่ะคาวี ถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกันต่อ อย่าทำเสียงแบบเมื่อกี้อีก”

“ฮ่วย...ไอ้หมอ”

“ไม่ฮ่งไม่ฮ่วยล่ะ นายแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ทำตัวให้สมกับเป็นพ่อและสามีบ้าง”

“หา!” คนแค่แกล้งหยอกเพื่อนทำหน้างงเลย

“ไม่หาล่ะ จำเอาไว้ เสียงจ๊ะเอ๋แบบเมื่อกี้ไม่เอา” พรรษชลบอกเสียงขึงขัง เจอะแบบนี้เขาอดนึกถึงมหาเสน่ห์ไม่ได้ บอกเลยว่าเริ่มสยองตั้งแต่การะเกดบอกเขาเรื่องอุบัติเหตุ คนบ้าที่ไหนหักหลบกิ้งกือ! ชายหนุ่มเหล่มองเพื่อนอีกครั้ง ไม่รู้ว่า โรค ที่มหาเสน่ห์เป็น ติดต่อกันทางลมหายใจได้ไหม คาวีถึงได้เพี้ยนไป

“มันใช่เรื่องต้องมาจริงจังไหมเนี่ย” คาวีบ่นปอดแปด

“จริงจังมาก ทำตัวให้เหมือนเดิมเถอะ เมื่อก่อนนายไม่เป็นอย่างนี้”

“โหย...ไอ้บื้อ กูก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองบ้างสิวะ จะให้ถึกเถื่อนขวานผ่าซากเหมือนเมื่อก่อนได้ไง เดี๋ยวเมียทิ้ง”

“ทำแบบเมื่อกี้ ถ้าเดหลีมาเห็น ฉันเชื่อว่าเมียแกก็ต้องทิ้ง!!

 

บุษบาเห็นเต็มสองตา!

ภาพสามีกระโดดพร้อมตะโกนว่า...จ๊ะเอ๋! ยังวนเวียนอยู่ในหัว เธอถึงกับเซ เดือดร้อนน้องๆ ต้องพาไปหาที่นั่งพัก ปล่อยให้มหาเสน่ห์เฝ้าสังเกตการณ์อยู่คนเดียว พุทธชาด การะเกดและมหาโชคห่วงเธอจนลืม ส่วนมหาเสน่ห์ เอ่อ ก็คงเป็นห่วงแต่ความอยากเสือกคงมีอยู่ล้นอกเลยได้แต่โบกมือบ้ายบายฝากพี่ๆ ดูแลเธอ

“คิดแล้วอดขนลุกไม่ได้ พี่คาวีทำไมทำเสียงแบบนั้น ถ้าเป็นไอ้น้องเหน่ทำเกดจะไม่แปลกใจเลยนะคะ” การะเกดบ่นงึมงำ

“ฮื่อ เห็นด้วยว่าน่าขนลุกชะมัด” มหาโชคเห็นด้วยกับพี่สาว

“พุด พี่ไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม”

บุษบาหันไปถามพุทธชาด หากน้องชายบอกไม่ได้เห็นอย่างที่เธอกับน้องๆ เห็น เธอก็พร้อมจะเชื่อ

“อย่าเพิ่งคิดอะไรไปก่อนเลยครับ ไว้ค่อยถามพี่คาวีดีกว่า”

“จะต้องถามอะไรอีก เห็นตำตา ตอนนี้เกดเริ่มลังเลแล้วนะ สรุปว่าพี่คาวีเป็นไบจริงหรือเปล่า”

“ท่าตอนจ๊ะเอ๋ คงไม่ได้เป็นแค่รุกล่ะ”

การะเกดหันไปสบตามหาโชค ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย จ๊ะเอ๋ได้แต๋วจ๋าขนาดนั้นคงไม่ใช่ไบล่ะมั้ง

“อย่าด่วนสรุป เหน่ออกแอกติงยิ่งกว่าพี่คาวียังเป็นชายแท้ๆ เลย” พุทธชาดท้วง ลึกๆ เขาคิดว่านับวันคาวียิ่งเหมือนมหาเสน่ห์ หรือไม่ตัวตนนี้อาจหลบซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อน พอมีความรักจึงค่อยๆ แสดงออกมา ซึ่งบางอย่างก็พอรับได้ บางอย่างก็เกินจะรับไหว อย่างเช่นตอนกระโดดไปจ๊ะเอ๋พรรษชลนั่นแหละ

“นั่นเหน่มาแล้ว” การะเกดชี้ไปที่น้องชายที่กำลังเดินเข้ามา ในมือมีถุงลูกชิ้นเต็มถุง

“กินลูกชิ้นปิ้งกันไหม น้ำจิ้มซาดิสต์เผ็ดจี๊ดจ๊าด” คนเพิ่งมาถึงชูถุงอวด

“พี่คาวี่กับพี่น้ำล่ะ”

“ขึ้นรถไปแล้ว” คนตอบเคี้ยวกร้วมๆ อย่างเอร็ดอร่อย

“แค่นี้เหรอ”

มหาเสน่ห์หยุดเคี้ยว สบสายตาคาดหวังจากพี่ๆ แล้วต้องรีบกลืนลูกชิ้นอย่างฝืดคอ

“พี่คาวีกับพี่น้ำเป็นไงบ้าง”

“เอ่อ ก็ งุ้งงิ้ง กัน”

คนตอบแอบโล่งใจที่เห็นดวงตาเบิกกว้างของพี่ๆ ขืนบอกไปว่าเขาไม่ทันได้ดูเพราะมัวแต่ไปซื้อลูกชิ้นปิ้งล่ะก็ มีหวังซี้แหง๋แก๋!

“งุ้งงิ้ง!

“ฮื่อ พี่คาววี่กอดพี่ชลลี่” ดีนะที่เห็นตอนจะขึ้นรถ ไม่งั้นเขาต้องมโนต่อเองเป็นฉากๆ

“กอด!

“ใช่ สีหน้าสองคนแช่มชื่นมากตอนขึ้นรถ”

“ไปม่านรูดชัวร์!” มหาโชคฟันธง

“เหน่เห็นด้วยกับโชคนะ สีหน้าฟินกันขนาดนั้น คงไปหาที่ พลอดรัก กันแน่ๆ”

บุษบาฟังด้วยสีหน้าซีดเผือด ใจหนึ่งก็ไม่อยากเชื่อที่น้องชายพูด แต่สิ่งที่เธอเห็นนั่นยืนยันได้ระดับหนึ่ง

“พี่จะทำยังไงดีพุด” เธอหันไปถามพุทธชาดซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังไม่ออกความคิดเห็นต่อสิ่งที่มหาเสน่ห์ได้บอกกล่าว

“ใจเย็นก่อนครับ อย่าเพิ่งสรุปจนกว่าเราจะเห็นว่าสองคนนั้นไปโรงแรมม่านรูดจริงๆ”

“งั้นจะรออะไรล่ะ รีบตามไปเถอะ จังหวัดนี้ไม่ได้กว้างใหญ่เหมือนกรุงเทพ ถ้าจะหาจริงๆ ก็หาไม่อยากหรอกน่า” การะเกดรีบแนะ ใบหน้าหญิงสาวซีดเผือด รู้สึกใจหวิวๆ ไม่แพ้พี่สาว

************************

ขับรถวนอยู่ในเมืองเกือบชั่วโมงหนุ่มสาวดอกไม้ก็ถอดใจ พอถึงหน้าโรงแรมม่านรูดทุกคนต่างไม่มีใครกล้าเข้าไป ใจหนึ่งก็กลัวไปเห็นภาพบาดตาตำใจ อีกใจก็กลัวพนักงานเข้าใจผิดว่าทั้งหมดจะไปเล่นเซ็กหมู่ที่นั่น ต่างคนต่างหน้าบางทุกคนเลยพร้อมใจกันไปหาที่อื่น ซึ่งก็ไม่พ้นขับรถวนดูแถวในเมือง

“ลองไปบ้านตาเสือดูไหม” การะเกดที่อยากรู้ใจจะขาดเสนอแนะ

“ดีเหมือนกันนะ ไม่แน่ว่าสองคนนั้นอาจไปที่บ้านตายายพี่น้ำ”

ทั้งหมดเลยเบนเข็มไปยังบ้านของเสือ สี่สิบนาทีต่อมารถเอสยูวีก็แล่นมาจอดตรงรั้วบ้านซึ่งเป็นต้นเทียนทองปลูกติดกันเป็นแถวยาว รถกระบะของคาวีจอดตระหง่านอยู่หน้าบ้าน

“เกดเดาได้ถูกเผงเลย” บุษบาบอกเสียงเครือ

“แล้วเอาไงต่อล่ะ” การะเกดถามทุกคน

“นั่นสิ บุกเข้าไปเลยไหม หรือจะรออยู่ตรงนี้”

“รอตรงนี้จะเห็นอะไร” มหาเสน่ห์ท้วง พลาดช็อตเด็ดที่หน้าโรงพยาบาลแล้ว เขาจะไม่พลาด (เพราะความหิว) เป็นครั้งที่สองหรอก

“แต่การบุกเข้าไปมันผิดกฎหมาย เกิดโดนจับได้...” การะเกดอึกอัก ไม่รู้จะบอกอย่างไรเพื่อไม่ให้น้องชายรู้ว่าเธอเคยมาที่นี่

“ก็อย่าให้เขาจับได้สิ แล้วถ้าเกิดโดนจับได้เราก็บอกว่ามาหาพี่คาววี่ซะก็จบ” มหาเสน่ห์ทู่ชี้เถียง บอกเลยว่าเขาจะไม่พลาดอีกต่อไป

“เรียกพี่คาวีอย่างเดิมเถอะเหน่ บอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุป” พุทธชาดปรามเสียงระอาเต็มแก่ เดี๋ยวคาววี่ เดี๋ยวชลลี่ เขาได้ยินแล้วขนลุก!

ในที่สุดทั้งหมดก็พากันลอบเข้าไปในบ้านเสือโดยจอดรถไว้ห่างบ้านพอสมควร การะเกดพาทุกคนลอบเข้าทางรั้วที่ครั้งหนึ่งเธอเห็นว่ามันมีช่องโหว่พอลอดเข้าไปได้ ทุกคนลอดรั้วเข้าทางข้างบ้าน ดีเหลือเกินที่ด้านนี้ไม่มีบ้านติดกัน พื้นที่ถูกปลูกต้นกล้วยเอาไว้

ลมไหวๆ พัดพาใบกล้วยให้ไหวเอน ในคืนเดือนแรมส่องให้เห็นเงาต้นกล้วยที่ทาบกันบนพื้นดิน

“โอ๊ย...เหน่ไม่ลอดรั้วคนสุดท้าย เค้ากลัวผีตานีอ่ะ”

“ไอ้บ้าเหน่! นี่กล้วยน้ำหว้าย่ะ แล้วใครใช้ให้แกพูดเรื่องผีกันยะ”

การะเกดหันไปแหวแว้ดด้วยความตกใจ เธอก็แอบคิดๆ อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้พูดออกไป ไอ้น้องเหน่มันดันโพล่งออกมาให้ใจเสียซะนี่ หญิงสาวกวาดตามองรอบๆ แล้วขนลุกซู่

“งั้นเหน่กลัวผีกล้วยน้ำหว้าก็ได้ โชคให้เค้าไปก่อน” คนที่รั้งท้ายจับบ่าพี่ชายที่ตัวแข็งไม่ยอมให้เขาแทรก ตอนนี้ทุกคนนั่งยองๆ ต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบเชียว ไอ้ครั้นเขาจะคลานแซงหน้าพี่ชายฝาแฝดก็เอาตีนมาขวางไว้ แถมมันยังถองศอกเขาอีกด้วย

“เงียบๆ หน่อยเหน่” พุทธชาดที่ลอดรั้วไปตามบุษบาหันมากระซิบดุน้องชาย

“ก็เค้าไม่อยากอยู่หลังอะ” คนเป็นน้องออด แต่คนอยู่หน้าก็หาได้สงสาร

“หยุดง้องแง้งเลยนะไอ้น้องเหน่” การะเกดที่กำลังจะมุดรั้วเป็นคนต่อไปหันมาแยกเขี้ยวใส่ แต่พอสายตาปะทะกับดงกล้วยข้างหลังแล้วต้องรีบหันหน้าหนี

“แง...” มหาเสน่ห์ดึงคอเสียงด้านหลังของพี่ชายเอาไว้

“ปล่อย” คนที่ยังทำหน้าตาขึงขังไม่พูดไม่จาตวาดเสียงหลง คราแรกนึกว่าผีมาดึงเสียอีก

“ให้กูไปก่อนเถอะครับ พี่โชค”

“ไม่”

“เค้ากลัว...”

“ไม่” มหาโชคสะบัดไหล่ก่อนคลานตัวมุดรั้วซึ่งสำหรับเขาแล้วมันเล็กชะมัด เข้าใจแล้วว่าตอนที่พุทธชาดมุดเข้าไปถึงต้องใช้เวลานานกว่าบุษบาและการะเกด

“อึ้บ!

“ตัวติดเหรอ” การะเกดถามอย่างเป็นห่วง

“เปล่า ไอ้เหน่มันถึงกางเกงเอาไว้”

มือที่เกี่ยวขอบกางเกงเหนียวแน่นยิ่งกว่ามือตุ๊กแก เสียงสะอื้นทำให้มหาโชคเย็นสันหลังวาบ

“เหน่...”

มีเพียงเสียงฮึกๆ ดังพร้อมกับที่ลมหอบใหญ่พัดพา กิ่งก้านกล้วยไหวเอนก่อให้เกิดรูปเงา มหาเสน่ห์มองไปรอบๆ อีกครั้งโดยที่มือยังเกาะเกี่ยวขอบกางเกงพี่ชายไว้แน่น เงารูปไหวพลิ้วก่อให้จิตนาการของชายหนุ่มบรรเจิด เงารูปทรงเหมือนปีศาจผ่านเข้ามาในครรลองสายตา

แต่ก่อนที่คนทรงเสน่ห์จะกรีดร้อง ก็มีเสียงดังปั่บ! คั่นขึ้นเสียก่อน

“จะกรี๊ดหาพ่อมึงเหรอ ไอ้เชี่ย!” มหาโชคที่ถอยกลับปิดปากน้องชาย

น้ำตาของคนทรงเสน่ห์แตกพลั่กๆ จากความเจ็บ พี่ชายไม่ปิดปากเปล่าแต่ล็อกคอเขาไว้ด้วย

“มีอะไรหรือเปล่าโชค” พุทธชาดที่อยู่อีกฝั่งถามน้องชาย

“เจมี่มานี่เดี๋ยวสิ” มหาโชคบอกทั้งที่ยังปิดปากมหาเสน่ห์

พุทธชาดมุดรั้วกลับมาก็พบว่าน้องชายอีกคนโดนปิดปาก

“เดี๋ยวให้เหน่มันลอดรั้วไปก่อนนะ” มหาโชคบอกอย่างเบาใจ พร้อมกับขยับก่อน “แล้วอย่าแหกปากหรือพูดอะไรอีกนะมึง ไม่งั้นกูจะปล่อยมึงทิ้งไว้ที่นี่”

มหาเสน่ห์พยักหน้างึกๆ ทั้งน้ำตา พอถูกปล่อยก็คลานไปอย่างไว มีอุปสรรคเล็กน้อยก็ตรงที่รูมันดันเล็กกว่าตัวเขา พอผ่านพ้นไปได้โดยมีพี่สาวช่วยดึง พี่ชายช่วยดัน (ถีบ) คนทรงเสน่ห์ก็หันมาฟอดแฟดทันที

“ไอ้เชี่ยกว่า” ด่าลอยๆ จนคนที่อยู่อยู่ฝั่งสะดุ้ง ก่อนจะละความสนใจคลานเข่ามุดรั้วเป็นคนต่อไป ทิ้งให้พุทธชาดโคลงศีรษะอย่างระอากับความเยอะของน้องชายบ่นไล่หลังเบาๆ ว่า...

“กลัวก็บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องฟอร์มเยอะ”

ฝ่ายสองหนุ่มที่ไม่รู้ตัวว่าถูกสะกดรอยตามตอนนี้กำลังนั่งคุยกันอยู่ตรงศาลาริมสระสถานที่โปรดของพรรษชล คาวีออดขอเหล้าดองยาจากเสือมาได้หนึ่งโหล พร้อมกับมะยมมะขามอ่อนโรยเกลืออีกนิดหน่อยในจาน ผู้มาเยือนทำเสียงซี้ดซ้าดอยู่หลายครั้งหลังจากกะดกแก้วและยัดมะขามเปียกโรยเกลือเข้าปาก

“ถ้ามันทรมานนักก็ไม่ต้องกินหรอก”คนนั่งดูบอกอย่างหมั่นไส้ ออกเวรวันแรกแทนที่จะได้พักผ่อน แต่ก็โดนคาวีมาเบียดเบียนเวลานั้นจนได้

“ได้เรอะ โอกาสทองเลยนะเนี่ย อยู่บ้านขืนกินโดนเมียบ่นตาย” คาวีบอกเสียงกลั้วหัวเราะ พูดถึงเมียปุ๊บก็รู้สึกคิดถึงปั๊บขึ้นมาเลยทีเดียว แต่ที่อยู่โยงนั่นเพราะอยากคุยกับเพื่อนซึ่งพักนี้ไม่ค่อยได้เจอกัน ใช่ว่าเขาติดเพื่อนเหมือนเมื่อก่อน แต่ที่ทำเซ้าซี้เพราะไม่อยากให้พรรษชลเหงาแล้วทำเรื่องย้ายกลับไปกรุงเทพต่างหากเล่า

เพราะเป็นเพื่อนกันมานาน คาวีจึงรู้ว่าพรรษชลเหมาะกับที่นี่ เพื่อนเขาไม่ชอบความวุ่นวาย ติดจะรักสงบนิดๆ ด้วยซ้ำ เป็นคุณหมอที่ใจดี อบอุ่น คนไข้เด็กๆ ต่างชอบชายหนุ่ม อีกอย่างพรรษชลเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเขา ดังนั้นเขาจึงอยากให้เพื่อนอยู่ใกล้ๆ ภาพในวันวานไหลหลั่งเข้ามาทำให้เจ้าของมากบารมีกลั้นยิ้มไม่ไหว

พรรษชลเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาจริงๆ คนอื่นๆ ทนความห่ามความผ่าซากของเขาไม่ไหวหรอกนอกจากไอ้หมอน้ำ แม้แยกย้ายกันไปเรียนต่อเขาได้พบเพื่อนใหม่ แต่ไม่มีใครสนิทชิดเชื้อเท่าพรรษชลสักคน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่เคยเปิดใจรับใครมาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดก็เป็นได้

“ไอ้ที่ว่าตายเนี่ย เมียบ่นให้ไปตายใช่ไหม”

ได้ยินดังนั้นคาวีจึงค้อนให้เพื่อนค่าที่มันรู้ทัน

“พูดถึงแล้วก็อยากกลับบ้าน แต่เดี๋ยวอีกสักแก้วสองแก้วก่อน”

“กินทำไมเยอะแยะ” พรรษชลนิ่วหน้า ความจริงเขาก็เคยกรึ้บเป็นเพื่อนตาออกบ่อยไป แต่ก็ไม่เคยนึกอยากกินแบบคาวีสักที ไอ้นี่รีบกินเหมือนกับจะรีบกลับ

“ก็ตาเสือบอกว่าสูตรนี้เจ๋ง ตอนนี้ฉันกำลังอ้อนขอลูกคนที่สองจากเดหลี”

“แล้วไง นกเขานายไม่ขันหรือไง”

“บ้าดิ! คึกจนเมียบ่นจะแย่แล้ว”

พรรษชลอมยิ้มพร้อมส่ายหน้ากับความตรงของเพื่อน เพราะอย่างนี้สิเพื่อนถึงได้น้อย

“แล้วมากินยาดองทำไม”

“ก็ตาเสือบอกเพราะไอ้สูตรนี้แหละที่แกได้แม่นายมา”

ฟังแล้วพรรษชลแทบยกนิ้วคลึงขมับ ตานะตา...ทำไมไปเที่ยวบอกคนอื่นอย่างนี้ ขืนยายมาได้ยินเข้ามีหวังคืนนี้ได้ไปนอนเหล้าไก่

“ก็เชื่อไป นายไม่เห็นหรือไงว่าตาน่ะมีแม่ฉันคนเดียว” เขาท้วงออกไป ทั้งที่รู้ว่านั่นเป็นเพราะยายของเขาสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ทั้งสองเลยตัดสินใจมีลูกสาวคนเดียวซึ่งก็คือรยาพรแค่คนเดียว แต่สามีรยาพรนั่นคือหม่อมราชวงศ์ชลธารก็ไม่ได้ทำให้พ่อตาอย่างเสือผิดหวัง เพราะชายหนุ่มมีทายาทถึงสี่คนเลยทีเดียว

“อันนั้นตาแกบอกแล้วโว้ย เพราะตาเสือแกมีลูกชายเป็นโขยงจะมีลูกเป็นคนอีกทำไมเยอะแยะ”คาวีหมายถึงลูกซึ่งเป็นไก่ชนของเสือ

พรรษชลยิ้ม ทอดมองออกไปยังท้องน้ำ คืนนี้เดือนแรม แสงจากพระจันทร์ส่องให้เห็นกอบัวกลางสระ เงาสลัวกลางน้ำให้บรรยากาศวังเวงไปอีกแบบ แต่พรรษชลคุ้นเคยกับที่แห่งนี้เลยไม่กลัว

“นี่ถ้าไม่เกรงใจตา จะชวนแกไปเฮฮาที่บ้านสายน้ำนะเนี่ย” คาวีบอก ที่นั่นเงียบมีเพียงคนเฝ้า ด้านหลังมีลำธารไหลผ่านเหมือนกระท่อมที่ฟาร์มของเขา

“เกรงใจน่ะดีแล้ว ตาโทร. ไปรบเร้าให้ฉันมานอนที่นี่ตั้งหลายวัน” พูดถึงผู้เป็นตาก็ต้องยิ้มอีกครั้ง ความจริงวันนี้ตาตั้งใจขับรถไปรับเขา แต่เขาปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ตาขับรถไกลๆ

“แล้วสรุปที่นายมาหาฉันวันนี้แค่เราไม่ได้คุยกันนานแค่นั้นใช่ไหม”พรรษชลถามคาวี แค่คิดถึงกันตามประสาเพื่อนก็ไม่น่าบุกไปถึงโรงพยาบาล แค่มันโทร. จิกเขา ขู่จะฆ่าลูกฆ่าเมียด้วยไม้บรรทัดเหล็กเขาก็ไปหามันแล้ว

“ก็ใช่ แต่อยากถามเรื่องกิ่งมากกว่า ตกลงเป็นไงบ้าง”

“ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้คุยกับกิ่งอีกเลยตั้งแต่วันที่พูดเรื่องนาย”

“อือ น่าสงสารเหมือนกันนะ แต่ฉันสาบานเลยนะว่าไม่เคยคิดหลอกนายหรือกิ่งเลย”

“ฉันเข้าใจ เพราะตอนนั้นฉันเองก็คงชอบกิ่งอยู่นิดๆ มั้งเลยไหลตามนาย”

“แต่ยายกิ่งมันก็เล่นตัวจนได้เรื่อง แถมยังเข้าใจผิดเรื่องเราอีกด้วย คิดได้ไงวะว่ากูกับมึงเป็นคู่เกย์” ประโยคสุดท้ายชายหนุ่มพูดอย่างใส่อารมณ์ แมนจะตายห่ายังถูกหาว่าเป็นเกย์!

“อาจเป็นเพราะตอนเราเรียนด้วยกัน นายตามติดฉันเป็นตังเมมั้ง” ภาพในอดีตทำให้พรรษชลฉีกยิ้มกว้าง โทษคาวีฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก เรียกว่าต่างฝ่ายต่างติดกันเสียมากกว่า มันเป็นช่วงของวัยรุ่นที่ทุกคนต้องมี แต่คาวีอาจแปลกไปตรงที่มันมีแค่เขาที่รับความห่ามของมันได้

“ถุย...กูติดมึงคนเดียวเหรอครับ”

“ก็นั่นแหละ คนอื่นๆ เห็นเลยเอาไปแซว คนได้ยินก็เลยพูดกันปากต่อปาก” พรรษชลสรุป

คาวีแค่นยิ้ม “แต่มันก็เหมือนจริงๆ นั่นแหละ ตอนนั้นฉันตัวใหญ่ ล่ำๆ แถมยังดำเพราะต้องช่วยพ่อเลี้ยงวัว ส่วนแกก็สำอางเหมือนคุณชายหลุดออกจากวัง ใครเห็นเขาก็คงคิดแบบเดียวกัน สองคนนี้แม่งซ่ำกันมาแล้วชัวร์”

“แค่บอกเหมือนแฟนกันก็พอ ซ่ำเซิ่มอะไร ไม่เคยเว้ย” คุณหมอหม่อมหลวงรีบแก้ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว อย่าให้ต้องพูดออกมาเลย

“ก็นั่นแหละ สมัยนั้นใครเห็นแกกับฉันเดินไปห้องน้ำพร้อมกัน คงคิดว่าแอบไปซั่มกันแน่ๆ” คาวีบอกพร้อมหัวเราะกร้ากกกกกก(กอไก่หลายตัวมาก)

พรรษชลทำท่าขนลุกขนพอง แต่ก็แอบเห็นด้วยกับสิ่งที่คาวีพูด

 

“อะไรนะ! ไปซั่มกันที่ห้องน้ำ” ฟากฝ่ายบุคคลที่แอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ กำลังทำตาลีตาเหลือกเมื่อมหาเสน่ห์ทวนสิ่งที่ได้ยิน

“อย่ามั่ว ฉันได้ยินว่า...แอบไปซั่มกันแน่ๆ” มหาโชคที่ได้ยินท่อนท้ายชัดเจนบอก เป็นเพราะไกลและลมพัดโกรกค่อนข้างแรงเลยทำให้การทัศนาของพวกเขาขาดตอน

“ไม่ได้มั่ว พี่คาวีบอกว่าเคยไปซั่มกับพี่น้ำที่ห้องน้ำ” ตัวพ่อเรื่องความมั่วแย้ง จนลืมสังเกตไปว่าบัดนี้บุษบาทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงเป็นที่เรียบร้อย ส่วนการะเกดก็เอาแต่เบิกตาค้าง

พุทธชาดที่อยู่ในอาการพูดไม่ออกประคองพี่สาว เขายอมรับว่าได้ยินไม่ชัดเจนนัก แต่มั่นใจว่ามีคำว่า ซั่ม อยู่ในนั้นอย่างแน่นอน

“พวกนายอาจฟังผิด” หนุ่มดอกไม้คนพี่แย้ง

“จะขวางไปถึงไหนอะเจมี่ โลกสวยไปนะ” มหาเสน่ห์งอดแงดใส่พี่ชาย รู้หรอกว่าต้องการให้กำลังใจพี่สาว แต่เรื่องคอขาดบาดตายอย่างนี้จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้หรือ

บรู๊ววว... จู่ๆ ก็มีเสียงหมาหอนที่หน้าบ้าน เป็นเสียงของเจ้าเบนเทนหมาเฝ้าบ้านตัวโปรดของเสือนั่นเอง ที่การะเกดกล้าพาพี่น้องมุดรั้วเทียนทองเข้ามาเพราะรู้ว่าเจ้าเบนเทนจะถูกมัดไว้ทุกครั้งที่มีแขกมาบ้าน

“ก็แค่เสียงหมาหอนธรรมดาแหละน่า คืนนี้เดือนแจ้งมันคงเห็นเงา” หญิงสาวบอก

ทว่าพูดไม่ทันขาดคำ น้องชายตัวดีก็กรีดร้องเสียงหลง

“แว้กกกก!!!


เอ้า...เสียงใครร้อง 555++

ตัวละครยังน่ารักคงเส้นคงวา ...อวยตัวเองจากใจจริงค่ะ เวลาเขียนแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะคะ เหมือนเขามานั่ง มาหัวเราะ มาล้มอยู่ตรงหน้า 555++ (ม้นเป็นเรื่องของจินตนาการอันสูงส่ง)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,239 ความคิดเห็น

  1. #3168 Manpoon Boon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:50
    จะให้ขากรรไกรค้างหรือนั่น
    #3,168
    0
  2. #3159 Manpoon Boon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 23:21
    จะให้ขากรรไกรค้างหรือนั่น
    #3,159
    0
  3. #3104 Love Have (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 16:42
    ภาพพี่หมอน้ำกับคาวีอาจจะเป็นอย่างที่เห็นก็ได้นะคะ  แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะทำตัวติดกันสนิมสนมกันเกินคำว่าเพื่อน  คนภายนอกมองก็อาจจะทำให้คิดไปในทางที่ไม่ดีได้ค่ะ   
    #3,104
    0
  4. #3052 bluecomsc (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 11:54
    555 เจอจินตนาการของน้องเหน่ไปซ่ะ
     
    #3,052
    0
  5. #2843 LekLek2709 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 20:48
    รู้สึกเรื่องนี้พวกโชค ลาภ เหน่ มาป่วนเรื่องครอบครัวของพี่สาวเยอะจัง เเต่ก็อย่างว่าป่วนทุกเรื่อง
    #2,843
    0
  6. #2804 P1081009 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 10:11
    ฮาแม่น้องไม้ 555
    เจอพี่น้องช่วยกันไซโค
    #2,804
    0
  7. #2672 Kamonrat14 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 01:10
    น้องเหน่นี่ทั้งยุทั้งป่วนได้โล่จริงๆ55555555555555
    #2,672
    0
  8. #2606 Yoda0147 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:30
    ตอนนี้สนุกมากค่ะ ฮาทั้งตอนเลย 
    #2,606
    0
  9. #2605 Yoda0147 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:25
    บทสนทนาคาวี หมอน้ำ น่าเข้าใจผิดมากค่ะ แอบคิดลึกนะเนี่ย
    #2,605
    0
  10. #2604 Yoda0147 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:21
    ผีกล้วยน้ำหว้า น้องเหน่เป็นคนตลกน้อ เอ๊ะ หรือสติไม่ค่อยเต็มน้อ อิอิ
    #2,604
    0
  11. #2603 Yoda0147 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:17
    พนันสิบบาท โอ้ย ช่างกล้าน้อ แล้วอีกเก้าสิบบาทเป็นทิป น้องเหน่คิดได้ยังไง
    #2,603
    0
  12. #2602 Yoda0147 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:13
    คือไม่รู้จะขำหรือสงสารเดหลี่ดี ตอนที่เปรียบเทียบตัวเองและลูกกับหมอน้ำ นี่มันสุดๆเลยค่ะ โอ้ย ชอบบบบบ
    #2,602
    0
  13. #2601 Yoda0147 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 16:11
    ขอหัวเราะแรงๆให้กับตอนนี้ก่อนค่ะ โอ้ย ฮามาก ฮากระจาย 
    #2,601
    0
  14. #2539 aaeylovelytaetae (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 20:08
    สงสารเดหลี คิดไปไกลเเย้ว
    #2,539
    0
  15. #2508 นู๋นก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 17:12
    หล่อรั่ว มั่วอีกแล้ว เดหลีทรุดเลย
    #2,508
    0
  16. #2505 Ryoma_Rut (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 16:00
    คาววี่กับชลลี่เป็นอีกคู่หนึ่งที่ชวนจิ้นเลย

    #2,505
    0
  17. #2437 จันทร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 19:49
    อ่านแล้วฮามาก กลัวมีน้องอย่างน้องเหน่จิงๆเลย ไปไหนวิบัติหมด 555
    #2,437
    0
  18. #2403 moomai06 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:23
    จะฮาาาาากันไปถึงไหน
    #2,403
    0
  19. #2384 วรรณพร (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 14:14
    งานนี้ตายยกแก๊งแน่
    #2,384
    0
  20. #2375 ท้องฟ้าสกาว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 14:01
    ยาดองนี่ขึ้นชื่อมากเลย อิอิ
    #2,375
    0
  21. #2351 ป้าภา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 12:15
    ถูกจับได้แน่ๆ. ตายยกเก๊ง
    #2,351
    0
  22. #2345 ร่ายลีลา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 02:02
    ป๋าโดนแน่!!!
    #2,345
    0
  23. #2340 วุ่นวาย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 23:07
    เหน่ ได้กินยำ Teen ของพี่ถึกกะพี่หมอแน่เลย
    #2,340
    0
  24. #2339 Voonzen (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 23:05
    น้องเหน่ ถูกพี่ถึกกระทืบแน่ๆ คราวนี้ไม่รอดๆ 555
    #2,339
    0
  25. #2338 Kulkalan Sen (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 23:04
    อุ้ย! อิน้องเหน่ คนเพี้ยนจนได้เรื่อง โชคก็เป็นไปกับเหน่ด้วย หาเรื่องให้เดหลี คาวี หมอน้ำ แล้วมั้ยล่ะ555
    #2,338
    0