หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 8 : ๘...แห้วกระป๋องจากผู้หญิงใจร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    24 ม.ค. 58

บทที่ 8

แห้วกระป๋องจากผู้หญิงใจร้าย

ผลการชันสูตรศพของไกรสุขออกมาพบว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย พิมพ์ลดารู้สึกช็อกที่รู้ว่าพ่อมีโรคประจำตัว กันยาเองก็แทบไม่เชื่อเหมือนกันว่าน้องชายจะมีโรคประจำเพราะที่ผ่านมาไกรสุขไม่ได้บอกกล่าวหล่อนเลย ไกรสุขครั้งยังมีชีวิตดูเป็นคนมีสุขภาพดี ขจีจิตต์ที่มาร่วมฟังผลชันสูตรด้วยต่อว่าพิมพ์ลดา หาว่าหญิงสาวทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

“พ่อตายเป็นเรื่องเล็กเหรอคะน้าขจี” คนที่เงียบมาตลอดตวาดถาม ขจีจิตต์หน้าหดเหลือสองนิ้ว

“น้าหมายถึงเรื่องเราไม่เชื่อใจน้า” อุบอิบเถียงในใจแค้นเคืองลูกเลี้ยงเหลือเกิน

“ฉันก็แค่อยากทำทุกอย่างให้แน่ใจว่าพ่อตายเพราะโรคหัวใจจริงๆ ไม่ได้ถูกใครบางคนฆ่าเพื่อหวังสมบัติหรือเงินประกัน”

“นัง...” ขวัญดาวสะกิดผู้เป็นแม่ไม่ให้เผลอด่าอีกฝ่ายต่อหน้าผู้คน

“ไม่มีเงินประกันสำหรับสองแม่ลูกนั่นหรอกหนูดา จะมีก็แค่เงินสดเล็กๆ น้อยๆ นั่นแหละ” กันยาอดไม่ได้จึงโพล่งบอกออกไป

“ไม่มี! คุณพี่นี่ไม่รู้อะไร” ขจีจิตต์เยาะเสียงสูง กันยายิ้มเย็นตอบ

“ฉันรู้ มีแต่หล่อนนั่นแหละไม่รู้ เอ...จะเรียกว่าไม่รู้ก็ไม่ถูกนะแม่ขจี จริงๆ แล้วหล่อนถูกน้องชายฉัน...”

“คุณป้าพอเถอะค่ะ” พิมพ์ลดารีบเอ่ยขัด เมื่อเห็นอีกฝ่ายตั้งท่าจะถลาเข้ามาทำร้ายผู้เป็นป้า

“เหอะ เป็นคนนอกแล้วยังสะเออะมายุ่งเรื่องผัวเมียคนอื่น หาผัวไม่ได้ก็ยังงี้แหละ พวกแก่หนังเหนียวแถมยังขึ้นคาน” ขวัญดาวด่ากราดอย่างไม่เกรงใจ

“อย่าเสียมารยาทกับผู้ใหญ่นะดาว” พิมพ์ลดากดเสียงต่ำ

“มันไม่ใช่ป้าฉัน อีกอย่างพ่อแกก็ตายไปแล้วด้วย ตอนนี้ฉันกับพวกแกขาดกัน แบ่งเงินแบ่งทองเสร็จก็ทางใครทางมัน” ขจีจิตต์กอดลูกสาว สีหน้าชื่นชมสุดๆ กันยาเห็นเข้าควักยาดมออกมาแทบไม่ทัน

“คุณป้า” สาวร่างเล็กถลาเข้าไปพยุงผู้เป็นป้า กันยาโบกมือ

“ไม่เป็นไร เรากลับบ้านไปก่อนเถอะ ส่วนศพพ่อเราเดี๋ยวป้าให้คนของป้ามาจัดการ” หญิงสาวจำต้องพาผู้เป็นป้าไปที่รถ ก่อนเดินไปไม่วายที่เธอต้องหันมาสบตากับสองแม่ลูกมหาภัย เธอขมวดคิ้วอย่างสงสัย เหตุใดสองแม่ลูกนั่นถึงได้มั่นใจนักว่าจะได้เงิน

ขจีจิตต์เหมือนรู้จึงพูดขึ้น...

“พ่อแกน่ะ เขาทำประกันไว้ให้ฉันย่ะ สมบัติทุกอย่างก็จะยกให้ลูกดาวของฉันด้วย แกโดนตัดสิทธิ์ออกจากกองมรดกตั้งแต่คราวนั้นแล้ว รู้ไว้ซะด้วยนังลดา!” คราวนี้กันยาเป็นคนพยุงหลานสาวบ้าง สองป้าหลานพากันเดินไปที่รถ โดยมีเสียงหัวเราะของสองแม่ลูกดังไล่หลัง

 

รุ่งรัตน์ที่มารออยู่ที่บ้านกันยาทราบเรื่องเข้าถึงกับโกรธแค้นหลงออกปากด่าทอสองแม่ลูกมหาภัย ท่าทางเหม่อลอยเศร้าสร้อยของคุณหนูทำให้นางอดร้องไห้ไม่ได้ “นังสองแม่ลูกนั่นมันงูพิษชัดๆ คุณหนูดาอย่าไปฟังพวกมันเลยนะคะ ถึงไม่ได้ทรัพย์สินของคุณพ่อ ก็ยังมีที่ดินของคุณแม่ที่คุณไกรท่านเคยโอนให้คุณหนูดาก่อนสองแม่ลูกจะเข้ามาในบ้าน” รุ่งรัตน์ปลอบ

“หนูดาไม่ได้เสียใจเรื่องพ่อไม่ยกอะไรให้หรอกค่ะ เพียงแต่เสียใจที่พ่อไว้ใจคนผิด สองคนนั้นน่าจะสำนึกบุญคุณท่านสักนิด”

“โอ๊ย ฝันไปเถอะค่ะ ตอนที่คุณไกรอยู่ก็ใช่จะดูดำดูดีกัน สองแม่ลูกนั่นเอาแต่ถลุงเงินไปวันๆ”

“เอาเถอะๆ เรื่องมันผ่านมาแล้ว จะมารื้อฟื้นอะไรกันอีก” กันยาออกปากห้าม สีหน้าไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ “แล้วเรื่องสมบัติอะไรนั่น หนูดาไม่ต้องห่วงหรอกนะ พ่อเขาไม่มีวันยกให้สองแม่ลูกนั่นหรอก เชื่อป้าสิ” พิมพ์ลดาอยากจะเชื่อผู้เป็นป้า หากแต่บางอย่างยังสะกิดใจเธอ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อความที่ขวัญดาวเคยส่งให้

“ยายรุ่งพูดเหมือนตอนพ่ออยู่กับน้าขจี พ่อไม่มีความสุข” เธอถามอย่างสงสัย

“ก็สุขๆ ดิบๆ ไม่เหมือนตอนอยู่กับคุณหนูดาหรอกค่ะ” ไกรสุขกับขจีจิตต์แยกห้องนอนกันตั้งแต่พิมพ์ลดาเดินออกจากบ้านไปด้วยซ้ำ รุ่งรัตน์และคนในบ้านรู้ดี

“เอ...แต่ขวัญดาวชอบส่งรูปกับข้อความไปให้หนูดาบ่อยๆ นะคะ ในรูปพ่อก็ยิ้มเป็นสุขดีออก” รอยยิ้มแบบนั้นบาดหัวใจเธอมากทีเดียวที่ได้รับรู้ว่าพ่ออยู่ดีมีสุขในยามลูกสาวคนเดียวเดินออกจากบ้าน

“โอ๊ย คงเป็นตอนท่านไปกินเลี้ยงกับเพื่อนๆ กระมังคะ พอได้คุยฟุ้งเรื่องงานของคุณหนูดา ท่านก็อารมณ์ดี” รุ่งรัตน์บอก

“ใช่ๆ คงเป็นอย่างนั้น พ่อเราน่ะ ถ้าได้พูดถึงเราเขาก็จะลืมความทุกข์ทั้งหมดเลยทีเดียว สองแม่ลูกนั่นคงรู้แกวอาจพูดชมเราและให้คนถ่ายรูปก็ได้ รู้ๆ กันอยู่ว่าร้ายจะตาย”

 

ศพของไกรสุขถูกนำมาตั้งสวดอภิธรรมต่ออีกสามวัน เชวง ชลาลัย ชลธารและครอบครัวเดินทางมาร่วมงานศพด้วย เชวงคอยอยู่เคียงข้างเพื่อนตลอด พิมพ์ลดาน้ำตาคลอจับหน่อยตาตลอดเวลา หญิงสาวปล่อยให้ขจีจิตต์ ขวัญดาวรับแขกไป เพราะเธอไม่อยากมีเรื่องมีราวในวันส่งพ่อไปสวรรค์ สองแม่ลูกแง่งๆ ใส่ตั้งแต่เช้าเพราะกลัวว่าเธอจะแย่งเก็บซอง กันยาก็ช่วยรับแขกบ้าง โดยพยายามไม่เข้าไปใกล้สองแม่ลูกมหาภัย

“พ่อไปดีแล้ว แกอย่าเสียใจไปเลยนะลดา”

“อือ ฉันยังแอบคิดอยู่เลยว่าตัวเองกำลังฝันร้าย ฉันอยากตื่นจากฝันร้าย” เธอบอกเสียงเครือ

“ไม่เอาน่า เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา อย่าเสียใจไปเลยนะแก ให้พ่อไปอย่างสงบๆ เถอะ” ชลาลัยพูดปลอบเพื่อนบ้าง มีเด็กชายราฟาเอเล่ ชลันธร วัยสองขวบกินนมอยู่บนตัก เลโอเน่สามีชลาลัยรับหน้าที่ดูแลลูกสาวเด็กหญิง เทเรซ่า ชลพินทุ์ มาร์ติโน กุลวารี เด็กทั้งสองคนมีอายุไล่เลี่ยกันกับลูกชายทั้งสองของชลธาร

ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งขึ้นหาท้องฟ้า พิมพ์ลดาหมดสติจนเพื่อนๆ พากันแตกตื่นรีบปฐมพยาบาลหญิงสาวกันยกใหญ่ กันยาทำท่าจะตามหลานสาวไปจนอิลฟรานที่อยู่ใกล้ๆ ต้องพยุง พิมพ์ลดามีเพื่อนๆ รุมล้อมชายหนุ่มจึงปลีกตัวออกมายืนห่างๆ ชายหนุ่มพากันยาไปนั่งห่างจากหลานสาวเล็กน้อย

“พ่ออิลไปดูหนูดาเถอะ ไม่ต้องห่วงป้า” กันยาเรียกเด็กรับใช้เข้ามา อิลฟรานจึงผละไปดูหญิงสาว

“พาลดากลับบ้านดีกว่าอิล เดี๋ยวทางนี้เราดูให้เองนะ” ชลาลัยหันมาบอก ชายหนุ่มจึงเข้าไปอุ้มหญิงสาวไปที่รถ เลโอเน่พาลูกสาวลูกชายกลับไปด้วย ปล่อยให้ภรรยาและคนอื่นๆ จัดการทางนี้ต่อ

“นายโอเคไหมวะ” เลโอเน่ถามขึ้นเมื่อรถแล่นออกจากวัด

“อืม” อิลฟรานรับแล้วถอนใจ

“หน้าตาไม่โอเคเลยวะ ช่วงที่รอผลแกกับลดาเป็นไงวะ ฉันนึกว่าแกทำให้ลดาสบายใจขึ้นแล้วเสียอีก” เขาปรายตามองหญิงสาวที่นอนอยู่ตอนหลังของรถโดยมีลูกชายตัวน้อยของเขานั่งอยู่ด้วย

“ฉันพาลดาไปบ้านชลแล้วก็บ้านฉัน ทำทุกอย่างเพื่อดึงความสนใจ” เขานึกถึงตอนที่อยู่บ้านด้วยกันสองคน ยอมรับว่าส่วนหนึ่งคือความใคร่

“อีกหน่อยลดาก็จะทำใจได้ ต้องให้เวลาเป็นเครื่องเยียวยา” ชายหนุ่มให้กำลังใจเพื่อน “อ้อ เอริคมันตามมาด้วยนะ แต่เผอิญว่าเครื่องมันดีเลย์ เลยมาร่วมงานศพไม่ทัน” ชื่อศัตรูหัวใจทำให้อิลฟรานนิ่วหน้า เอริคประกาศศึกลงสนามรักกับเขามาตั้งแต่แรกๆ แล้ว

“สมน้ำหน้ามัน” เขาบอกแค่นั้นอย่างไม่อยากเอ่ยถึงนัก

เลโอเน่ยิ้ม “งานนี้แกเก็บแต้มได้บานตะไทเลยสินะ”

“ไม่ ที่ฉันทำไปทั้งหมดมันคือความจริงใจ ไม่ใช่การเก็บแต้มเก็บคะแนนอะไรทั้งนั้น”

“ก็เออ...ฉันหมายถึงว่าแกมีโอกาสได้อยู่สองต่อสองกับลดาไง” เลโอเน่เป็นเพื่อนสนิทกับเอริคมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ส่วนอิลฟรานแรกเริ่มคือศัตรูหัวใจและกลายมาเป็นเพื่อนในตอนหลังที่เขาทราบว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดจริงจังกับภรรยาเขา

“ในตอนที่ลดาเศร้าที่สุดเนี่ยนะ” อิลฟรานส่ายหน้า เลี้ยวรถเข้าบ้าน ดับเครื่องแล้วชายหนุ่มหันมาเลโอเน่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉันพร้อมจะอยู่กับลดาทุกสถานการณ์นะ แต่ถ้าให้เลือกฉันอยากให้ลดามีความสุขมากกว่าความทุกข์ เพราะเห็นลดาร้องไห้ทีไร ใจฉันมันจะขาดว่ะ” เขาตบอกตัวเองปุๆ ก่อนเปิดประตูลงไปจากรถ เลโอเน่มองเพื่อนอุ้มร่างบอบบางเข้าไปในบ้าน แล้วถอนหายใจ ดูท่างานนี้เอริคเพื่อนเขาอีกคนคงกินแห้วกระป๋องอย่างเป็นทางการเสียแล้ว หลังจากเก็บกินคนละนิดละหน่อยกับอิลฟรานมาหลายปี

 

หนีไปได้ผัวฝรั่งอยู่เมืองนอก ปล่อยให้พ่อตรอมใจจนตายถึงได้กลับมาเผาผี นี่ถ้าไม่ได้ลูกขวัญส่งข่าวไปบอกก็คงไม่กลับมานะคะ ตื๊อกันอยู่นานเชียว ขจีสงสารคุณไกรจริงๆ ใบหน้างามส่ายไปมา คำพูดของขจีจิตต์ตามหลอกหลอนเธอแม้กระทั่งในความฝัน ก่อนส่งศพพ่อเธอได้ยินขจีจิตต์พูดกับแขกในงาน

งานต่งงานแต่งก็ไม่ได้จัดหรอกนะคะ หอบผ้ามาอยู่ด้วยกันเฉยๆ ลุงไกรเสียใจมากเลย ขวัญดาวทำตัวเป็นลูกคู่ของผู้เป็นแม่ อยู่ด้วยกันก็ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ถึงขนาดเอารถที่บ้านไปใช้ ปัญญาจะเช่ารถยังไม่มีเลยค่า เธอเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกับขจีจิตต์ปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะพร้อมปรายหางตาเหยียดหยามมาทางเธอ

“ลดา ลดาครับ” เสียงทุ้มกังวานดึงหญิงสาวให้ตื่น เปลือกตาบางขยับยุกยิกก่อนจะลืมตาขึ้น

“อิล”

“ลุกไหวไหม มาผมช่วยพยุงนะ” เขาพยุงเธอให้ลุกนั่งอย่างช้าๆ ใช้หมอนช้อนหลังเพื่อให้เธอพิง “คุณหลับไปนานมาก กินข้าวก่อนนะ ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยทำให้เป็นลมเป็นแล้ง” ข้าวต้มกับกับข้าวง่ายๆ ถูกอุ่นรอหญิงสาว พิมพ์ลดาเห็นเข้าก็รู้ว่าเขาเป็นคนทำ

“ขอบคุณนะคะ” เอ่ยปากขอบคุณ หากแต่ดวงตากลับหลุบต่ำ เห็นหน้าเขาแล้วคำพูดของขจีจิตต์ก็ตามมาหลอกหลอนให้ปวดแปลบหัวใจ

“ปวดหัวหรือเปล่า ทำไมหน้าคุณซีดจัง” คนเป่าข้าวต้มเพื่อเตรียมป้อนหญิงสาวหันมาถาม สีหน้าที่เปี่ยมด้วยร่องรอยความเจ็บปวดนั่นคืออะไร

หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันแค่นอนพักผ่อนไม่พอ”

“งั้นก็แล้วไป ถ้ารู้สึกไม่สบายรีบบอกผมเลยนะ ผมจะได้พาคุณไปหาหมอ” คำพูดห่วงใยของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกระอาย ทั้งที่เฝ้าบอกว่าให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน หัวใจเธอมันกลับไหวยวบแทบทุกครั้งที่เขาทำดี

“อิล...” ยอมให้เขาป้อนแค่สองคำเธอก็ขัดขึ้น “ฉันกินเองได้ค่ะ คุณไปพักผ่อนมั่งเถอะนะ” เธอรู้ดี...เธอไม่นอน เขาก็ไม่ได้นอน ซ้ำยังต้องลุกมาคอยทำอาหารเอาใจเธออีกด้วย เรื่องนี้ทำให้ป้าเธอออกปากชมเขาใหญ่

“เฮ้อ เมื่อไหร่คุณจะยอมแทนตัวเองว่า ลดา จนติดปากซะทีนะ จะบอกอะไรให้นะ ได้ยินคุณพูดแทนตัวด้วยชื่อทีไร ผมงี้ชื่นใจสุดๆ ไม่ให้หลับให้นอนเป็นอาทิตย์ยังได้”

“คนเหรอคะ ไม่นอนได้เป็นอาทิตย์”

“คนสิ ผมเป็นคนที่ทำให้คุณได้ทุกอย่างนะ”

“เอ่อ...”

“เฮ้อ...อ้ำอึ้งอีกแล้ว เอาเป็นว่าคุณกินข้าวหมดนี่ผมจะไปนอน แล้วก็ไม่ต้องคิดมากกับคำพูดผมหรอก ผมเคยบอกแล้วไง ...ผมรอลดาได้เสมอ”

นั่นแหละที่ทำให้เธอหนักอกหนักใจ หญิงสาวรีบก้มหน้าก้มตากินอาหารทั้งๆ ที่ไม่รู้สึกหิวมากนัก รอจนกว่าเขาเก็บสำรับออกจากห้องเธอจึงเป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง

 

เอริคเดินทางมาถึงกลางดึกคืนวันที่ฌาปนกิจศพไกรสุข ชายหนุ่มขอโทษขอโพยพิมพ์ลดาเป็นการใหญ่ เชวงเดินทางกลับในอีกหนึ่งวันถัดไปเพราะต้องรีบกลับไปดูร้านที่ไม่มีคนดูแล ชลาลัยและครอบครัวยังคงอยู่เป็นเพื่อนพิมพ์ลดา ชลธารถือโอกาสพาครอบครัวอยู่พักผ่อนด้วย บ้านของกันยาคึกคักขึ้นทันตาเห็น เมื่อมีเด็กๆ สี่คนคอยวิ่งเล่นส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวตรงสนามหญ้า ถึงขนาดเจ้าของบ้านต้องเอ่ยปากอยากได้หลานมาเลี้ยงกับหลานสาวแท้ๆ

“เราน่ะจะสามสิบแล้วนะหนูดา แต่งงานแต่งการมีครอบครัวเสียทีเถอะ” คนเป็นป้าหันมาบอกหลานสาว

“แต่งกับใครล่ะคะป้า ลดายังไม่เจอเนื้อคู่เลย” หญิงสาวอุบอิบเถียง

“ต๊าย...แน่ใจเหรอว่ายังไม่เจอ นี่ตาบอดหรือแกล้งทำไม่เห็นกัน”

“ก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้นแหละคะ เขาก็แค่หยอกเล่นๆ” เธอรู้ว่าป้าหมายถึงใคร แต่ก็ยังตีมึนเฉไฉ

“เชอะ อีกคนน่ะใช่ แต่พ่ออิลน่ะป้ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่หยอก เขาเอาจริง แล้วป้าก็อยากได้มาเป็นหลานเขยด้วย คิดดีๆ นะหนูดา ผู้ชายแบบนี้หายากนะ เขาทำเพื่อเราทุกอย่าง คอยเอาอกเอาใจสารพัด ยังทำไม่เห็นความดีเขาอีก”

“แต่เขาเป็นเพื่อน” เธอยังงุบงิบเถียงไม่เลิก

“ย่ะ คอยดูเถอะถ้าเขาถอดใจถอยเมื่อไหร่ ป้านี่แหละจะเป็นคนสมน้ำหน้าเราเป็นคนแรก เด็กอาไร้...มีคนดีๆ เข้ามาในชีวิตแล้วไม่ยอมคว้าไว้”

“เขาไม่ได้คิดจริงจังกับหนูดาหรอกค่ะ ป้าน่ะไม่รู้อะไร อิลมีเมียตั้งเป็นร้อยเชียวนะคะ” หญิงสาวบอกเสียงหวั่นๆ

“ต๊าย...จริงเหรอ คนบ้าอะไรมีเมียเป็นร้อย เรามั่วหรือเปล่า แล้วจัดสรรเวลายังไง ปีหนึ่งๆ เจอหน้ากันกี่หนกัน”

“ก็นั่นสิคะ” เธอทำหน้าหวาดๆ ปีหนึ่งเจอกันกี่ครั้ง แล้วที่มาขลุกอยู่กับเธอเนี่ย บรรดาเมียๆ ไม่คิดถึงหรือไง

“เราน่ะมั่ว”

“ไม่มั่วค่ะ หนูดาไปเห็นมาแล้ว บ้านหลังใหญ่ๆ มีผู้หญิงเต็มไปหมด ถ้าหนูดายอมแต่งงานกับเขา หนูดาต้องเป็นเมียคนที่หนึ่งร้อยสิบห้าของเขานะคะป้า”

“หนึ่งร้อยสิบห้า! ตาเถร...พ่ออิลนี่แรงดีเนอะ” คนสูงวัยว่ากลั้วขำ เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อที่หลานสาวพูดสักนิด

“ป้าน่ะ หนูดาพูดความจริงก็หาว่าพูดเล่น”

“อย่าพูดเล่นอีกเลย ไปไป๊ไปดูเพื่อนๆ เขาบ้าง เขาอุตส่าห์มาอยู่เป็นเพื่อน พอสบายใจขึ้นแล้วก็ไปต้อนรับเขาหน่อย”

 

บรรดาเพื่อนหรือแขกกำลังนั่งเล่นบนเสื้อกกผืนใหญ่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน รอบๆ มีต้นไม้ขึ้นให้ร่มเงา ลมเย็นๆ ทำให้หลายคนผ่อนคลาย อิลฟรานนั่งโดยมีชลนทีกับชลาชลแย่งกันนั่งตักชายหนุ่ม เผอิญว่าตักคุณลุงกว้างเด็กทั้งสองเลยได้อภิสิทธิ์จับจองกันคนละด้าน โดยมีราฟาเอเล่กับเทเรซ่านั่งมองตาปริบๆ เพราะเมื่อครั้งอยู่อิตาลีทั้งสองคนมักจะจับจองตักคู่นั้นเสมอ

“หมอกกับน้ำพุไม่ค่อยได้เจอคุณลุง ราล์ฟกับแทมมี่ต้องเสียสละนะคะ” คนเป็นแม่อย่างชลาลัยกล่อมลูกๆ รู้ดีว่าเด็กๆ คิดยังไง อิลฟรานเป็นขวัญใจของเด็กๆ จนบางครั้งเธอถึงกับอยากยกลูกให้เพราะความหมั่นไส้เลยทีเดียว ผู้ชายบ้าอะไรหน้าโหด แต่กับเด็กนี่น่ารักพูดคะขาได้อย่างนุ่มนวลขัดบุคลิกมากๆ

“ยุงอิลเป็นของราฟ” เด็กชายบอกพร้อมทำหน้าบึ้ง ไม่ได้ถือโกรธลูกพี่ลูกน้องเพียงแต่ไม่พอใจ

“ยุงอิลเป็นของอาล้าดา” ชลนทีได้ยินดังนั้นจึงเถียง

“เอ๋ ใครบอกน้ำพุกันจ๊ะ”

“แม่ตาล” เด็กชายชี้ไปทางผู้เป็นแม่ รยาพรได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ ให้ทุกคน อิลฟรานยิ้มกว้างขอบคุณหญิงสาว ชายหนุ่มรู้ดีว่าอีกฝ่ายเชียร์ให้เขาลงเอยกับพิมพ์ลดา

“แหมก็ลูกตาลอยากให้พี่อิลกับพี่ลดาลงเอยกันนี่คะ พี่อิลจะได้มีลูกๆ เป็นของตัวเอง ฟังเจ้าพวกนี้พูดถึงคุณลุงจนเบื่อแล้ว”

“นั่นสิ แต่เราก็ได้แต่เชียร์เงียบๆ รู้ๆ กันอยู่ว่ามันไม่มีน้ำยา” เป็นชลธารที่พูดแขวะด้วยสีหน้าระรื่น ส่งผลให้คนโดยแขวะหน้าบึ้งทันควัน

“น้ำยาน่ะมี แต่ขนมจีนไม่พร้อมโว้ย” คนร่ำเรียนภาษาไทยมาพอควรโต้ตอบ

“จนป่านนี้ยังไม่พร้อม สงสัยน้ำยาจะบูดแล้วล่ะ” ชลาลัยแซวบ้างอย่างนึกสนุก ความจริงก็สงสารชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน อีกทั้งโมโหเพื่อนที่ใจแข็งใจเด็ดเกินงาม

“ยังดีอยู่โว้ย อุ่นรอตลอด ลองขนมจีนพร้อมเมื่อไหร่ แต่งปุ๊บมีลูกปั๊บ” อิลฟรานคุยโว

เอริคมองหน้าคนโน้นคนนี้สลับกัน

“ตกลงฉันกินแห้วแน่แล้วใช่ไหม”

ทุกคนสบตากันก่อนจะหันไปตอบอย่างพร้อมเพียง

“เออ!!” แล้วก็ปล่อยเสียงหัวเราะร่วนเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย อิลฟรานหัวเราะดังสุดอย่างสะใจที่สามารถกำจัดคู่แข่งออกไปได้ หางตาชายหนุ่มเหลือบเห็นพิมพ์ลดาเดินมาแต่ไกลจึงพยักพเยิดให้ชลาลัยและคนอื่นๆ มองตาม

“ลดามานั่งนี่สิ” ชลาลัยเรียกเพื่อน “แกสบายใจขึ้นหรือยัง” สีหน้าห่วงใยทำให้คนมาใหม่ยิ้มอ่อนๆ ส่งให้

“ดีขึ้นแล้ว ว่าแต่หัวเราะเรื่องอะไรกัน น่าสนุกเชียว”

“อ๋อ หัวเราะเรื่องกินแห้ว” ชลาลัยเหล่ตาไปทางเอริคที่ยังทำหน้าม่อยอยู่เหมือนเดิม

“หือ” หญิงสาวเลิกคิ้วก่อนหรี่ตาอย่างเข้าใจ “ก็กินด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ” ยักไหล่แล้วทำเมินแววตาตัดพ้อของอิลฟราน

“อ้าว กูยังมีสิทธิ์ ไอ้อิลรับ” เอริคอุทานพร้อมกับโยนขนมให้อิลฟราน รายนั้นรับมาอย่างงงๆ

“นั่นน่ะสอดไส้แห้ว” คนพูดหัวเราะร่วน พาให้คนอื่นๆ หัวเราะตามไปด้วย

“เออๆ สนุกกันเข้า” คนโดนเหมารวมให้กินแห้วด้วยง้องแง้ง “หมอกกับพุดูเอาเถอะ อาลดาน่ะใจร้ายกับลุงตลอด”

“อาล้าดาใจร้ายยย” ชลนทีหันไปหาหญิงสาว พิมพ์ลดาค้อนไม่จริงจังใส่เจ้าแสบ

“ก็อาลดาไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้นี่คะ”

“ยุงอิลจ้าวชู้วววว” คราวนี้จอมแสบเงยหน้าบอกผู้เป็นลุงบ้าง

“ไฮ้...ปักปำกันชัดๆ ก็เห็นอยู่ว่ามีคนเดียว ไม่ได้มีเผื่อเลือกเหมือนใครบางคน” ปฏิเสธพร้อมกับทำลายคู่ต่อสู้ไปด้วย เอริคยกนิ้วกลางใส่แล้วต้องร้องจ๊ากเมื่อชลาลัยใช้ช้อนตีไปที่นิ้วหนึ่งที

“เด็กๆ อยู่ด้วยนะคะเอริค” เธอแหวเสียงดัง

“ขอโทษครับ เผลอไปหน่อย” เอริคเอ่ยเสียงอ่อย สูดปากด้วยความเจ็บ

“สมน้ำหน้า!” อิลฟรานซ้ำอย่างไม่รีรอ แล้วต้องสูดปากร้องซี้ดบ้าง พิมพ์ลดาหยิกหมับเข้าที่เอวสอบอย่างหมั่นไส้

“นี่ก็นิสัยไม่ดี คนล้มชอบข้าม”

“ผมทำที่ไหน ไม่เคยคิดข้ามเล้ย มีแต่จะกระทืบซ้ำ” แล้วเขาก็ต้องสูดปากอีกครั้ง คราวนี้มาสองมือเลย เด็กๆ หัวเราะชอบใจกันใหญ่ เอริคเห็นภาพนั้นได้แต่ปลง

“กูว่ากูกินแห้วจริงๆ แล้วล่ะ เลโอ” เลโอเน่ได้แต่ตบบ่าเพื่อให้กำลังใจเพื่อน เขารู้ดีว่าเอริคไม่ได้ทุ่มเทจริงจังกับพิมพ์ลดามากเท่าอิลฟราน

ไม่แปลกที่มันจะกินแห้วววว...

 

เย็นวันนั้นบ้านกันยาได้ต้อนรับขจีจิตต์และขวัญดาว สองแม่ลูกมาเรื่องเปิดพินัยกรรม พิมพ์ลดาได้แต่ถอนหายใจด้วยความอึดอัด นอกจากไม่สำนึกในบุญคุณของพ่อเธอ สองแม่ลูกนี่ยังตั้งใจจะสูบเลือดจนหยดสุดท้ายเลยทีเดียว ขวัญดาวเหล่มองอิลฟรานก่อนเบะปาก เธอทิ้งสายตาอ้อยอิ่งไปที่เอริค ท่าทางการแต่งตัวของชายหนุ่มเตะตาหญิงสาวยิ่งนัก เขาสวมเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแลกซ์ ผิดกับอิลฟรานที่สวมเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงขาสามส่วนดูง่ายๆ จนๆ ในสายตาเธอ

“เปิดให้เสร็จๆ ไป จะได้ทางใครทางมัน ขจีก็เบื่อจะอยู่ที่นี่แล้วเหมือนกันนะคะคุณพี่” ขจีจิตต์กำลังจีบปากจีบคอพูดกับกันยา

“อย่างนั้นเรอะ ดูหล่อนมั่นใจจังเลยนะว่าจะได้เงินจากน้องชายฉัน”

“แน่นอนสิคะ” สีหน้าแววตาของขจีจิตต์แตะตาพิมพ์ลดายิ่งนัก ถึงอย่างนั้นก็อดปวดแปลบในใจไม่ได้เรื่องพ่อไว้ใจคนผิด สองแม่ลูกนี่มันงูพิษชัดๆ

“อย่างนั้นก็บอกทนายให้จัดการได้เลย นัดวันมาเดี๋ยวพวกฉันจะไปนั่งฟังด้วย”

“ได้ค่ะ งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ยังไงเสียคุณพี่ก็อย่าลืมบอกหลานสาวเผื่อใจไว้บ้างนะคะ” ทิ้งหางตามายังพิมพ์ลดา ก่อนจะสะกิดลูกสาวที่เอาแต่ทอดสายตาไปยังอีริคให้ลุกตาม

“อะไรล่ะแม่”

“กลับสิยะ แกจะอยู่หาพระแสงงอง้าวอะไร” คนเป็นแม่เอ็ดเข้าให้ “แล้วก็ไม่ต้องไปมองให้เสียลูกตาหรอก เป็นเพื่อนกันก็จนเหมือนกันนั่นแหละ”

ได้ผลชะงัก ความจนเป็นจุดอ่อนของขวัญดาว หญิงสาวมองอีริคอีกครั้งอย่างเสียดาย ต่อให้หล่อมากแค่ไหน ถ้าจนเธอก็ไม่สน!

“โอ๊ย...ฉันล่ะอยากเป็นลม เมื่อไหร่สองแม่ลูกนี่จะไปให้พ้นๆ จากชีวิตฉันเสียที” กันยาว่าคล้อยหลังสองแม่ลูก

“เปิดพินัยกรรมแล้วก็คงจบกันค่ะป้า” หญิงสาวปลอบผู้เป็นป้า

“แล้วนั่นอะไรหนูดา ทำไมทำหน้าปลงอย่างนั้น นี่คงไม่คิดว่าพ่อเราจะไม่ให้อะไรเราหรอกนะ”

“ก็...หนูดาแค่เผื่อใจเอาไว้ค่ะ”

“ไม่ต้องเผื่อ ยังไงเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องเป็นของเรา”

“ทำไมป้ามั่นใจจังเลยคะ ลดาไม่ได้พูดคุยกับพ่อตั้งห้าปีเชียวนะคะ”

“จะสิบปียี่สิบปี ยังไงเสียพ่อเราก็รักเราคนเดียว เชื่อป้าเถอะ” คนที่กำความลับของน้องชายบอกเสียงจริงจัง อย่างไรเสียหล่อนก็ยังไม่ลืมคำสั่งเสียสุดท้าย หากมันไม่จวนตัวจริงๆ เรื่องบ้าๆ นั่นก็ต้องตายไปกับไกรสุข

“ขอโทษที่ต้องให้แกมารับรู้ด้านแย่ๆ ของครอบครัวฉันนะน้ำ” พิมพ์ลดาคร้านจะเถียงจึงหันมาบอกเพื่อน

“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอก ฉันชินแล้ว เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะลดา เปิดพินัยกรรมแล้วก็ต่างคนต่างไป แกจะได้หมดเวรหมดกรรมจากสองแม่ลูกมหาภัยนั่นเสียที”

“อืม...” เธอรับสั้นๆ ในใจห่อเหี่ยว ผิดหวังแทนผู้เป็นพ่อไม่น้อย ท่าทางของหญิงสาวทำให้หลายๆ คนส่ายหน้า อีกทั้งโกรธเคืองสองแม่ลูกที่ตามมาวอแวทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ

อิลฟรานสบตากันยาแล้วยิ้มมุมปาก เขาเชื่ออย่างที่กันยาพูด ...เชื่อหมดหัวใจว่าไกรสุขจะไม่ทอดทิ้งลูกสาวคนเดียว หรือหากเป็นอย่างที่สองแม่ลูกนั้นหวัง ตัวเขาเองนี่แหละที่จะดูแลหญิงสาวเอง เขามั่นใจว่าทรัพย์สมบัติของเขามีมากกว่าไกรสุขเป็นร้อยเท่าเลยทีเดียว!


เริ่มเข้มข้นทีละนิด 
รับประกันความแก้มป่องค่ะ พี่ปื๊ดหลังๆ น่าร้ากกกกก ปื๊ดมั่กมาก!
ปล. เชื่อว่าหลานคนอาจสงสัย มันจะดราม่ายังไงหว่า พระเอกน่ารักออกปานนี้ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #498 Love Have (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:51
    ชีวิตลดาน่าสงสารมาก  ๆ  เลยค่ะ  แค่ความเข้าในผิดเพียงนิดเดียว  การที่เราไม่พูดกันมันเลยทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่และเป็นความใจผิดอย่างร้ายแรง  สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ปรับความเข้าใจกันเหมือนลดากับพ่อ  ที่กว่าจะเข้าใจกันก็ต่อเมื่อเสียท่านไปแล้ว   แล้วแบบนี้ลดานยังไม่คิดที่จะตอบตกลงเป็นแฟนกับอิลอีกหรือ  เดี๋ยวก็จะเหมือนกับที่คุณป้าพูดหรอกนะลดาถ้าอิลถอดใจแล้วเดินจากไปเธอไม่เหลือใครอีกแล้วนะ  แม้แต่ผู้ชายดี ๆ  แบบอิลที่เขาทั้งรัก  ทั้งห่วงเธอ  และดีกับเธอตลอดมา  ลดาควรจะเห็นใจและในอ่อนรักรักอิลเถอะนะคะ  
    #498
    0
  2. #91 ธีระนัส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 18:56
    รอเล่มออกไม่ไหวแล้วนะ
    #91
    0
  3. #66 Vamplie Moodsuwan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 18:43
    ไม่เอา "มาม่า " ได้ม้าายยยยย เค้ากำลังฟุ้งฟิ้งเลย ^_^
    #66
    0
  4. #65 MooNa Narak (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 14:22
    จะมาม่าทำมายยยสงสารปื๊ดดด
    #65
    0
  5. #64 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 10:18
    รออ่านต่อนะคะ



    #64
    0
  6. #63 Panjarat Thanapatpongpob (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 01:08
    รักพี่ปี๊ดอะใจสุดๆ >\<
    #63
    0
  7. #62 cattycall (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 21:39
    น่ารักอย่างนี้ ไม่เศร้าแน่
    #62
    0
  8. #61 นินิน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 19:00
    นั่นสิคะจะเอาตรงไหนมาดราม่า รึตรงหนูลดาเองน้า
    #61
    0