หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 9 : ๙...เป็นแฟนไม่ได้ก็ไม่อยากเป็นเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    26 ม.ค. 58




บทที่ 9

เป็นแฟนไม่ได้ก็ไม่อยากเป็นเพื่อน

ในพินัยกรรมที่ไกรสุขเขียนขึ้นระบุให้พิมพ์ลดามีส่วนในทรัพย์สินทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว ขจีจิตต์ที่เฝ้ารอวันนี้ถึงกับกรีดร้องอย่างเสียสติ ด่าทอว่าพิมพ์ลดาและทนายสมคบคิดกันเปลี่ยนพินัยกรรม เพราะก่อนหน้านั้นหนึ่งปีไกรสุขได้เขียนพินัยกรรมฉบับหนึ่งขึ้นมา โดยให้เธอและลูกมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทั้งหมด

“พวกแกรวมหัวกันโกงฉัน คุณไกรเขายกทุกอย่างให้ฉันกับลูกดาว”

“นั่นมันพินัยกรรมฉบับเก่าครับ ฉบับนี้เขียนขึ้นหลังจากนั้นหนึ่งวัน” ทนายที่ดูแลเรื่องพินัยกรรมบอก ไกรสุขเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้สองแม่ลูก รุ่งเช้าเขาก็ถูกเรียกมารับพินัยกรรมฉบับใหม่อย่างลับๆ หรือจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือไกรสุขทำพินัยกรรมหลอกๆ ให้ขจีจิตต์เชื่อว่าตนต้องการยกทรัพย์สินทั้งหมดให้

“ไม่จริ้ง!!!

“จริงครับคุณขจี ผมเป็นพยานได้ อีกอย่างถ้าคุณขจียังพอจำได้ น่าจะสังเกตได้นะครับว่าคุณท่านลงพ.ศ. ผิดไปไกลโข” เรียกได้ว่าข้ามไปอีกห้าสิบปีทีเดียว นั่นทำให้พินัยกรรมหลอกๆ ฉบับนั้นกลายเป็นโมฆะไปโดยปริยาย หากไกรสุขเป็นอะไรไประหว่างนั้น

“แก! แกทำไมไม่ทัก แกรวมหัวกันหลอกฉันใช่ไหม”

“ผมเปล่าครับ” ทนายสูงวัยตอบแค่นั้น ยื่นเอกสารที่เตรียมพร้อมไว้แล้วให้พิมพ์ลดาทายาทคนเดียวของไกรสุขเซ็นต์รับ พิมพ์ลดาเซ็นรับอย่างงงๆ บอกเลยว่าเธอเตรียมใจมาบ้างแล้ว นี่มันเหนือความคาดหมายของเธอ

“กรี๊ดดด...พวกแกหลอกฉัน” ขจีจิตต์ที่ถูกเอริคและชลธารช่วยกันจับไว้กรีดร้อง

พิมพ์ลดามองภาพเหตุการณ์อย่างงงๆ ขจีจิตต์ถูกส่งขึ้นรถไปพร้อมกับขวัญดาวที่เอาแต่ร่ำไห้พูดว่าไม่จริง กันยาลูบแขนหลานสาว

“เห็นไหม ป้าบอกแล้วว่าพ่อเขารักหนูดา ไกรน่ะเขารักหนูดาไม่เคยเปลี่ยน”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ รักก็คือรัก เรื่องบางเรื่องมันมีเหตุผล ปิดหูปิดตาไม่เห็นเสียบ้างก็จะดีไม่น้อย”

“ป้ามีอะไรจะบอกหนูดาหรือเปล่าคะ”

“ไม่มี ไม่ถึงที่สุดจะไม่เล่า ตอนนี้บอกได้แค่ว่าพ่อเขารักเรามากนะ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเรา”

ยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ซักถามต่อทั้งที่ในใจอยากรู้แค่ไหนก็ถามเถอะ แววตาสีหน้าของผู้เป็นป้าบ่งบอกว่าท่านไม่พูดแน่นอน หากไม่ถึงที่สุด ...แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่จะถึงที่สุด

 

พิมพ์ลดารอไม่นานนัก วันต่อมาขจีจิตต์บุกมาที่บ้านกันยาซึ่งเธอยังอาศัยอยู่กับผู้เป็นป้า สองแม่ลูกมาพร้อมกับความจริงบางอย่างที่ทำให้เธอแทบกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งบ้าง รูปถ่ายขนาดใหญ่ในซองน้ำตาลคือหลักฐานที่ขจีจิตต์นำมาเปิดโปง

...รูปถ่ายไกรกับขวัญดาวที่นอนคู่กันบนเตียง

“ไม่จริงหนูดา พ่อเราถูกสองแม่ลูกนี่แบล็กเมล์ ป้าเป็นพยานได้”

“พยานเหรอ เชอะ แกมันก็เข้าข้างน้องชาย” ขจีจิตต์ที่ยังเจ็บใจที่ไกรสุขซ้อนแผนแกล้งทำเป็นดีกับเธอมาเป็นสิบๆ ปีกล่าวเยาะ

“ฉันไม่ได้เข้าข้าง แต่น้องชายฉันเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังตั้งแต่ต้น พวกแกสองแม่ลูกวางแผนแบล็คเมล์ เอาหลานฉันมาข่มขู่ จนไกรยอมรับพวกแกมาดูแล”

“ข่มขู่? สองแม่ลูกนี่ข่มขู่อะไรพ่อคะ” พิมพ์ลดาถาม น้ำตารื้นกบเบ้าตา

“ก็ข่มขู่จะเอาเรื่องนี้มาบอกเราน่ะสิ ตอนนั้นพ่อเราเขากลุ้มใจมากจนมาปรึกษาป้า ทั้งป้ากับพ่อเราไม่อยากให้หนูดาเสียใจ เลยทำตามคำเรียกร้องของสองแม่ลูก” กันยาบอกด้วยสีหน้าเจ็บปวด เสนอเงินก้อนใหญ่ให้แค่ไหนสองแม่ลูกมหาภัยก็ไม่ตกลง หล่อนกับน้องชายต้องยอมทำตาม การให้หลานสาววัยสิบเจ็ดที่ต้องเสียแม่ไปไม่กี่เดือนรับรู้ความเหลวแหลกของผู้เป็นพ่อไม่ใช่เรื่องดี และมันเลวร้ายไปกว่านั้นถ้าหากว่าคู่กรณีของไกรสุขไม่อายุเท่าหลานสาว กันยากับไกรสุขปรึกษากันอยู่นานจึงทำตามข้อเรียกร้องของขจีจิตต์ ที่ว่าให้รับสองแม่ลูกเข้ามาดูแล โดยยกย่องให้ขจีจิตต์เป็นเมีย นั่นดีกว่ายกย่องขวัญดาวที่อายุเท่ากับพิมพ์ดาขึ้นเป็นแม่เลี้ยงอย่างแน่นอน

“ที่ป้าพูดได้เพราะพ่อเราเขากะไว้แล้วว่าสองแม่ลูกนี่ได้ฟังพินัยกรรมแล้วต้องป่าวประกาศออกมาแน่ เขาบอกเขาไม่แคร์ที่ใครจะรู้ ขอแค่หนูดายกโทษและเข้าใจเขาคนเดียวก็พอ ที่ผ่านมาพ่อเขาทำเพื่อปกป้องความรู้สึกเรานะลูก แม้แต่ตอนที่กลั้นใจตบหน้าเพื่อให้หนูดาหนีไปตามฝันเขาก็ยังมาบอกป้า ไกรน่ะไม่เคยเสียใจเลยที่เป็นฝ่ายทำให้หนูหนีไปอิตาลี เขาบอกว่าหนูจะได้ไปทำตามฝัน ดีกว่าอยู่ให้สองแม่ลูกนี่หาเรื่อง” กันยาซับน้ำตาเมื่อพูดถึงน้องชาย

“เชื่อป้าเถอะนะ ถ้าหนูดาคิดว่าตัวเองทุกข์มากเท่าไหร่ พ่อเขาทุกข์กว่าเราเป็นร้อยๆ เท่าเลยล่ะลูก ต้องทนอยู่กับอสรพิษสองแม่ลูกนี่เป็นสิบปียิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นเสียอีก”

ขจีจิตต์กับขวัญดาวถูกคนงานโยนออกจากบ้านอีกทั้งขู่จะแจ้งความหากยังส่งเสียงด่าทอ พิมพ์ลดายังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่เดิมจนหลานคนเป็นห่วง โดยเฉพาะอิลฟราน

“ลดา”

“อิล...บอกลดาทีว่านี่คือความฝัน” เธอหันมาบอกชายหนุ่มด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“ไม่ฝันครับ นี่คือความจริง แต่เป็นความจริงที่คุณต้องดีใจ ...พ่อ-ไม่-เคย-ไม่-รัก-คุณ” เขาย้ำประโยคสุดท้ายอย่างหนักแน่น

“ลดาทำไม่ดีกับพ่อ พ่อปกป้องลดา” เธอสะอื้นไห้

“โถแม่คุณของป้า ทุกอย่างพ่อเขากะเกณฑ์ไว้แล้ว เรื่องที่ทำให้เราหนีไปเมืองนอกนั่นเขาก็ตั้งใจ อย่าโทษตัวเองเลยนะ” กันยาเข้ามากอดหลานสาว

“พ่อมีอะไรกับดาว” เธอยังกล่าวอย่างสับสน

“ไม่! ป้าเชื่อว่าไม่มี พ่อเราบอกว่าเมามากจนหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็โดนสองแม่ลูกนี่จัดฉากแล้ว เขายืนยันเสียงแข็งกับป้าว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น แล้วไอ้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับนังอสรพิษนั่น เขาก็แยกห้องนอนมาตลอดสิบปี พ่อเขาฝากให้ป้าเล่าให้หนูดาฟัง เขาอยากให้หนูดาเข้าใจ พ่อเราน่ะเขาภูมิใจกับเรามากนะ คอยตามข่าวหนูดาตลอด”

“แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลดาเอาแต่คิดน้อยใจพ่อ คิดว่าพ่อไม่รัก” หญิงสาวร่ำไห้กับอกผู้เป็นป้า

“แต่หนูดาก็ไม่เคยไม่รักพ่อใช่ไหมล่ะ เหมือนอย่างที่พ่อเขาก็ไม่เคยไม่รักหนูดา”

หญิงสาวพยักหน้ากับอกผู้เป็นป้า ...ใช่ เธอไม่เคยไม่รักพ่อ แล้วพ่อเองก็ไม่เคยไม่รักเธอ! พิมพ์ลดายิ้มทั้งน้ำตา มันยากเหลือเกินที่เธอจะรับเรื่องราวเหล่านี้ได้ แต่เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอจะเข้าใจในความหวังดีของพ่อ อย่างน้อยๆ ตอนนี้เธอก็เข้าใจอยู่หนึ่งเรื่อง

หากตอนนั้นเธอรับรู้ว่าผู้เป็นพ่อนอนกับขวัญดาว

...เรื่องต่างๆ มันคงต้องแย่กว่านี้หลายร้อยเท่า!!!

 

ฤทธิ์เดชของสองแม่ลูกยังไม่หมดไปเสียทีเดียว หลังจากวันนั้นขจีจิตต์ก็เที่ยวป่าวประกาศเรื่องพิมพ์ลดามีสามีโดยที่ยังไม่ได้ตบแต่ง อีกทั้งฝ่ายชายก็จนแสนจน เต้าข่าวเรื่องสาเหตุการณ์ตายของไกรสุขเกิดจากเรื่องนี้ไปด้วย บรรดาผองเพื่อนของกันยาต่างโทร. มาสอบถามกันใหญ่ มีทั้งห่วงทั้งยากรู้ จนกันยาทนไม่ไหวต้องเรียกหลานสาวเข้ามาพูดคุย

“ลดากับอิลเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ” แม่หลานสาวของหล่อนยังปากแข็งจนน่าจับตี

“แต่...”

“ไม่มีแต่ค่ะป้า เพื่อนก็คือเพื่อน ลดาเปลี่ยนให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอกค่ะ”

คำพูดของหญิงสาวทำให้คนที่แอบฟังอยู่ข้างนอกใจเสียกันเป็นแถบๆ แม้แต่เอริคที่งัดค้างกับอิลฟรานมาตั้งแต่ต้นยังอดรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายไม่ได้

“พ่ออิลเขารักเรานะ” คนที่อยากได้ชายหนุ่มเป็นหลานเขยท้วง

“แต่ลดาคิดกับเขาแค่เพื่อนค่ะ”

“ไม่จริง ป้ามองตาเราก็รู้แล้ว อยู่สองคนหวานกันขนาดไหนก็เคยเห็นมากับตา” คนฟังหน้าร้อนผ่าว โดนจับได้คาหนังคาเขาก็ยังปฏิเสธต่อ

“ไม่ใช่ค่ะ”

“หนูดา!

“ป้าคะ อย่าพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ถ้าป้ากังวลเรื่องที่คนพูดกัน ป้าก็บอกไปเลยว่าหนูดากับอิลเป็นแค่เพื่อนกัน อีกอย่างไม่กี่วันเขาก็จะกลับอิตาลีแล้วด้วย”

“แต่อิลเขารักหนู” คนเป็นป้าเหลืออด อยากหยิกหลานสาวเหลือเกิน

“แต่-หนู-ดา-ไม่-ได้-รัก-เขา” เธอหลงปากเถียงกลับอย่างไม่ได้ตรึกตรอง และไม่ได้ตระหนักถึงผลของมัน

“หนูดา!” กันยาอุทาน รู้ว่านอกห้องที่เปิดประตูเอาไว้มีใครอยู่บ้าง ก็หล่อนเองไม่ใช่เหรอไงที่เรียกคนอื่นๆ มารอฟัง หล่อนหวังจะเห็นหลานสาวสะเทิ้นอาย ไม่คิดว่า...

“อะเอ่อ...” คนพลั้งปากพูดอ้ำอึ้ง เจ็บแปลบกับคำพูดเมื่อครู่ของตัวเองไม่น้อย

“เฮอะ เรือนผูกก็เรือนแก้เอาเองแล้วกัน” กันยาคลี่พัดโบกไปมาอย่างร้อนใจ พิมพ์ลดาสัมผัสถึงรังสีอันเยือกเย็นจึงหันหลัง หญิงสาวพบว่าอิลฟรานยืนอยู่ตรงหน้าประตู สีหน้าแววตาของเขาทำให้เธออดตกใจไม่ได้

“อิล!

“ขอบคุณนะที่พูดออกมาชัดๆ” คำพูดของเธอทำให้เขาปวดใจ และไม่อาจทนตื๊อเธอต่อ “ผมเคยคิดว่าสักวันผมจะเปลี่ยนใจคุณได้ แต่วันนี้ผมรู้แล้ว ลดา...ไม่มีวันรักผมได้มากกว่าเพื่อน แต่ผมรักลดามากกว่านั้น ดังนั้นคำว่า เพื่อน ของคุณผมไม่ขอรับ ต่อแต่นี้ไป...ขอให้เราเป็นแค่คนเคยรู้จักกัน”

“ไม่นะอิล” พิมพ์ลดาลนลานเข้าไปเกาะแขนเขา วินาทีนั้นอิลฟรานมีความหวัง แต่หากประโยคถัดมาก็เหมือนคลื่นซัดปราสาททราย

“อิลเป็นเพื่อน อิลไม่ใช่คนรู้จัก”

กันยาได้ยินเข้าถึงกับโคลงศีรษะ อยากจับหลานสาวที่รู้สึกตัวช้ามาตีสักหลายๆ ที ชลาลัยเองก็คิดเหมือนกันกับกันยา แต่ก็เข้าใจเพื่อนในระดับหนึ่ง พิมพ์ลดาไม่เคยมีแฟน ไม่เคยสัมผัสความรักแบบหนุ่มสาว ย่อมไม่รู้หรอกว่าผูกพันกันแค่ไหนถึงจะเรียกว่ารัก เธอยอมรับว่าระหว่างสองคนนั้นมันไปไกลกว่าคำว่าเพื่อนมากแล้ว หากแต่ฝ่ายหญิงกลับไม่รู้ตัว

“ไม่ใช่ คุณเห็นผมเป็นเพื่อนก็จริง แต่ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นเพื่อนเลย ผมมองคุณในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่พึงใจรักผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอด แต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นเพื่อนเพียงเพราะอยากอยู่ใกล้ แรกๆ ที่คุณปฏิเสธผมเคยหักห้ามใจแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นสำหรับคุณกับผมเริ่มที่เพื่อนจบที่แฟนไม่ได้ มันก็จบที่เพื่อนไม่ได้อีกเช่นกัน”

“ไม่นะอิล”

“ยอมรับเถอะลดา ความรู้สึกของผมกับคุณมันสวนทางกัน คุณไม่มีวันรักผมอย่างคนรักได้ ผมก็ไม่มีวันรักคุณอย่างเพื่อนได้เหมือนกัน!

พิมพ์ลดาตัวแข็งทื่อ มองมือตัวเองที่ถูกสะบัดหลุด อิลฟรานไม่เคยทำอย่างนี้กับเธอ ไม่เคยเลย!

“ที่ผ่านมาผมทนคุณได้ตลอด แม้แต่ตอนที่คุณแตะต้องเรื่องครอบครัว แต่ตอนนี้ผมทนไม่ได้ที่ได้ยินคุณพูดว่า---ไม่-รัก-ผม!

“อิล!” หญิงสาวตั้งใจวิ่งตามเขา หากแต่ถูกชลาลัยห้ามเอาไว้ก่อน

“พอเถอะลดา แค่นี้อิลก็เจ็บมากพออยู่แล้ว แกจะวิ่งตามไปซ้ำทำไม ในเมื่อแกให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน และอิลฟรานก็ยืนยันแล้วว่ารับความเป็นเพื่อนจากแกไม่ได้” เลโอเน่เห็นด้วยกับภรรยา ส่งซิกให้เอริคตามอีกฝ่ายไป

“พี่ลดาอย่าตามพี่อิลไปเลยนะคะ ลูกตาลขอร้อง ให้พี่อิลจากไปแบบนี้ดีกว่านะคะ ไหนๆ ก็กลายเป็นคนอื่นกันแล้ว อย่าเพิ่งไปห้ามเพื่อซ้ำเติมเลยนะคะ” รยาพรบอกซบหน้าร้องไห้กับอกสามี พิมพ์ลดามองชลธารก็พบว่าชายหนุ่มส่ายหน้า

“ถ้าแกให้ได้แค่เพื่อน ก็อย่าตามอิลไปเลยลดา” ชลาลัยตอกย้ำ พิมพ์ลดาทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เรี่ยวแรงที่มีก็หมดไปดื้อๆ ในอกปวดแปลบจนเกินทานทน ตัวเธอสั่น น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ราวกับว่าความสุขที่มีทั้งหมดในชีวิตกำลังจะสูญไป รู้สึกตัวอีกทีเธอก็พบว่าเธอร่ำไห้อยู่กับอกผู้เป็นป้า

 

การได้รับความรักของพ่อกลับคืนพร้อมกับสูญเสียความรักจากเพื่อนในเวลาติดๆ กันทำให้หญิงสาวเอาแต่หมกตัวร้องไห้อยู่ในห้อง เพื่อนๆ ต่างทยอยกันกลับไปหลังอิลฟรานกลับหนึ่งวัน กันยาเป็นห่วงหลานสาวแต่ก็จนใจจะพูดปลอบ ได้แต่รอให้หลานค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง แต่รอแล้วรอเล่าอีกฝ่ายก็ดูจะแย่ลงเรื่อยๆ อาการหนักกว่าตอนเสียผู้เป็นพ่อไปเสียอีก เพราะคราวนี้ไม่มีคนดูแลคอยปลอบใจเหมือนแต่ก่อน

“กินข้าวหน่อยเถอะหนูดา ป้าล่ะกลัวเราจะทรุด”

“หนูดาไม่หิวค่ะ ป้าไม่ต้องห่วงหรอก หนูดาไม่ยอมตายง่ายๆ แน่”

“ตายล่ะ ฟังพูดเข้า น่าตีจริงๆ เด็กคนนี้ พูดเรื่องตงเรื่องตายอะไรกัน” กันยาบอกพรางถอนหายใจ ไม่รู้จะปลอบยังไง ในเมื่อหลานสาวหล่อนทำตัวเอง “นี่เราเสียใจจนเพี้ยนไปแล้วหรือไงฮึหนูดา ข้าวปลาไม่กิน เอาแต่นั่งเหม่อ เสียใจเรื่องพ่อหรือเสียใจเรื่องพ่ออิลกันล่ะ” คำพูดของผู้เป็นป้าเหมือนหอกนับร้อยทิ่มกลางใจหญิงสาว แน่นอนเรื่องพ่อนั้นเธอเสียใจแน่ๆ หากแต่เรื่องของอิลฟรานนั้นเธอยังไม่แน่ใจนัก ว่าที่ผ่านมามันคืออะไร

“ป้า...”

“เฮ้อ ไม่ป้งไม่ป้าหรอก ถ้ายังเป็นอย่างนี้ป้าว่าเรากลับไปทำงานเถอะ ไว้ครบร้อยวันค่อยมาอีกที ไปอยู่ทางโน้นมีงานมีการทำ มีเพื่อนจะได้ไม่เหงา เรื่องของพ่อก็ปลงๆ บ้างเถอะ เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เกิดแก่เจ็บตายมันของธรรมดา” กันยาออกปากไล่หลานสาว อยู่ทางนี้ต่อเห็นท่าจะไม่ดี หล่อนเองก็ไม่ใช่เพื่อนคุยที่ดีนัก อีกทั้งยังตั้งใจจะเข้าวัดถือศีลปฏิบัติอีกด้วย จึงไม่อาจวางใจปล่อยหลานสาวให้อยู่ที่บ้านคนเดียว

“แต่หนูดาอยากอยู่เป็นเพื่อนป้า” หญิงสาวบอก เธอไม่อยากปล่อยให้ป้าอยู่คนเดียว

“ไม่ต้องห่วงป้าหรอก ป้าจะไปถือศีลกับเพื่อน อยู่ทางนี้ป้าไม่เหงา เราน่ะกลับไปดูร้านเถอะ จะให้ดีก็กลับไปง้อพ่ออิลด้วยล่ะ ผู้ชายดีๆ ไม่ได้มีให้เลือกบ่อยนักหรอกนะหนูดา ป้าดูแวบเดียวก็รู้ว่าพ่ออิลจริงใจกับหนูดา แล้วเราเองก็มีใจให้เขา ไม่เอา...อย่าปฏิเสธป้าเลย มองตาเราป้าก็รู้ถึงหัวใจแล้ว”

หลังจากกันยาออกไปจากห้องพิมพ์ลดาก็เอาแต่ทอดสายตามองชิงช้าในสวนหน้าบ้าน ดอกปีบสีขาวหล่นเต็มสนามหญ้าสีเขียว ลมหอบเล็กพัดผ่านให้ชิงช้าไหวเอน เหมือนอย่างที่ตอนนี้ใจของพิมพ์ลดากำลังวูบไหวรุนแรง ดวงตาสีหน้าของเขาในวันที่จากไปเธอยังจำฝังใจ หญิงสาวไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองจวบจนวันนี้

ทำไมเธอถึงรู้สึกเสียใจอาลัยอาวรณ์เขามากนัก

ทำไมถึงได้เจ็บปวดยามเมื่อดวงตาคู่คมมีม่านหมอกปกคลุมไม่ให้มีภาพเธออยู่ในนั้น

ทำไม...ทำไม...ทำไม...ในหัวหญิงสาวมีหลายร้อยคำถามวนเวียนอยู่ในนั้น แต่ก็ไม่มีสักคำถามเดียวที่ได้รับคำตอบ

...ไม่มีเลย

 

อีกสองวันถัดมาพิมพ์ลดาไปส่งผู้เป็นป้าที่วัด กันยานุ่งขาวห่มขาวหันมายิ้มให้หลานสาว ให้ศีลให้พรอีกหลายคำแล้วจึงบอกให้หลานกลับบ้าน รุ่งรัตน์และเพิ่มมาเป็นเพื่อน พิมพ์ลดาเพิ่งเห็นว่าสีหน้ารุ่งรัตน์ไม่สู้ดีนัก จึงถามไถ่อย่างเป็นห่วง

“ยายรุ่งไม่สบายหรือเปล่าคะ”

“รุ่งไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณหนู” รุ่งรัตน์ตอบพร้อมหลบสายตา

“หนูดาต้องเดินทางกลับพรุ่งนี้ เดี๋ยวพอครบร้อยวันแล้วหนูดาจะกลับมานะคะ ฝากยายดูแลคุณป้าด้วย” เธอบอกพร้อมกอดรุ่งรัตน์ที่นั่งตอนหลังด้วยกัน เพิ่มมองแม่กับพิมพ์ลดาจากกระจกหลังด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก

“ได้ค่ะคุณหนูดา รุ่งขอให้คุณหนูดาเดินทางปลอดภัยนะคะ พรุ่งนี้คงมีแต่เพิ่มที่ไปส่งคุณหนูดา”

“ยายรุ่งมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า บอกหนูดาได้นะคะ” สีหน้าคนสูงวัยยังไม่ดีขึ้น เธอจึงรีบถาม  หลายวันมานี้รุ่งรัตน์ไม่ค่อยเข้าไปพูดคุยกับเธอเหมือนเดิม

“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเพลียๆ คนแก่ก็อย่างนี้แหละ อดหลับอดนอนมากก็รังแต่จะไม่สบาย คุณหนูดาอย่าห่วงเลยนะคะ”

“ยายรุ่งคงยุ่งตั้งแต่งานศพ หนูดาขอบคุณยายรุ่งนะคะ” หญิงสาวประนมมือกราบกับอกคนสูงวัย รุ่งรัตน์น้ำตาคลอ “ขอบคุณที่ช่วยดูแลคุณพ่อแทนหนูดา ถ้าไม่ได้ยายรุ่งคอยช่วยพ่อคงแย่”

“โถ...แม่คุณของยาย อย่าห่วงเลยค่ะ กลับไปถึงโน่นอย่าลืมส่งข่าวบอกรุ่งด้วยนะคะ รุ่งเป็นห่วง อีกอย่างรุ่งอยากให้คุณหนูดาปรับความเข้าใจกับคุณอิล อย่างไรเสียก็ให้กลับมาเป็นเพื่อนกันก็ยังดี”

พิมพ์ลดาพยักหน้า ทั้งๆ ที่ในอกคับแน่น ไม่แน่ใจว่าระหว่างเธอกับเขายังมีอะไรที่มันยังเหมือนเดิมอีกหรือไม่ หญิงสาวทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จะมีเขาคอยดูแลเหมือนเดิมหรือไม่ หญิงสาวไม่รู้เลยจริงๆ


ยังมีปมอีกเล็กน้อยถึงปานกลาง คั่นเวลาด้วยการพานางเอกไปง้อพี่ปื๊ดกันเนอะ 555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #499 Love Have (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:02
    แม่เป็ดน้อยนี้ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยนะคะ  ว่าที่จริงแล้วแม่เป็ดน้อยรักพี่ปี๊ดหมดหัวใจเพียงแต่แม่เป็ดน้อยไม่รู้หัวใจตัวเองว่าคำว่ารักที่แท้แล้วรักแบบเพื่อน  หรือว่ารักแบบคนรัก  จะโทษแม่เป็ดน้อยฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอกค่ะ  ถ้าเธอไม่เคยสัมผัสและรู้จักคำว่า  เธอก็คงไม่รู้จริง ๆ นั้นล่ะค่ะว่าความรู้สึกที่เป็นเธออยู่นี้เรียกว่ารักหรืออะไร  เพียงแต่รู้สึว่าพอไม่มีพี่ปี๊ดแล้วใจมันห่อเหี่ยว  แถมยังพาลให้รุ้สึกหน่วง ๆ  ที่หัวใจ  ถ้าอย่างนั้นแม่เป็ดน้อยก็รู้ได้เลยจ๊ะว่ารักพี่ปี๊ดหมดหัวใจแล้วจ๊ะ  ยังไงก็รีบไปง้อพี่ปี๊ดนะจ๊ะแม่เป็ดน้อย
    #499
    0
  2. #447 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:57
    พี่ปื้นเราไปร้องไห้ที่ไหนแล้ว
    #447
    0
  3. #168 Moiy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 11:17
    รักอิลหน่อยเถอะนะ น่าสงสารอ่ะ
    #168
    0
  4. #162 Moiy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 10:31
    รักอิลหน่อยเถอะนะ น่าสงสารอ่ะ
    #162
    0
  5. #160 Moiy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 10:27
    รักอิลหน่อยเถอะนะ น่าสงสารอ่ะ
    #160
    0
  6. #78 cattycall (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 00:49
    รูปเป็ดน่ารักดีค่ะ อยากได้รูปนี้เป็นปกหนังสือจังเลย
    #78
    0
  7. #75 ป้าภา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 07:09
    ถ้าหนูลดายังคิดไม่ได้ คงจะอยากเป็นโสดแบบป้าช่ายมะ เนี่ยถ้าเป็นป้านะ ป้าคว้าไว้แล้ว แต่ประเด็นป้าไม่เคยมีใครตามป้าแบบนี้สิ แอบเคืองหนูลดานะเนี่ย
    #75
    0
  8. #74 Phairin Sukaeo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 22:49
    555 เธอใจร้ายมากนะดา สงสารพี่ปี๊ดอ่ะ
    #74
    0
  9. #73 นินิน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 18:28
    ลดารีบไปซับน้ำตาพี่ปื๊ดเร็วๆน้า 
    #73
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #70 nomcakeP'khim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 10:46
    พี่ปื๊ดน่าสงสารมาก  ผู้หญิงอะไรใจร้ายจริงๆ.... ต้องให้ง้อนานๆนะคะ  ไรต์  อยากให้พี่ปื๊ดเอาคืนบ้าง...



    #70
    0
  13. #69 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 10:21
    รออ่านต่อนะคะ

    #69
    0
  14. #68 MooNa Narak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 06:47
    ไม่ใช่ว่าปมเปนขวัญดาวล่ะ
    #68
    0
  15. #67 อามายด์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 23:51
    โถ......พี่ปื้ซซซของหนู ดราม่าสุดๆ
    #67
    0