หากจะรัก(เพิ่ม)อีกสักนิด

ตอนที่ 7 : ๗...เริ่มที่เพื่อนจบที่แฟนได้ไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    22 ม.ค. 58



บทที่ 7

เริ่มที่เพื่อน จบที่แฟนได้ไหม?

จูบแรก นั้นสำคัญไฉน?

พิมพ์ลดาเฝ้าถามตัวเองขณะที่รถยนต์เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับคนอื่นจูบแรกอาจทำให้รู้สึกฟุ้งฟิ้งเหม่อลอย แต่สำหรับเธอกลับไม่ใช่เลยสักนิด ผ่านจูบแรกมาแล้วเธอก็เร่าร้อน ห้าวันหลังจากที่ เพื่อน กับ เพื่อน ใจแตกแลกจูบกัน เวลาที่เหลือ (ตั้งห้าวัน) ฝ่ายเพื่อนชายก็เอาแต่กักขังเธอไว้ในห้อง แก้มสาวร้อนผละผ่าวขึ้นยามนึกถึงกิจกรรมที่เพื่อนชวนเล่นบ่อยๆ

เล่นจ้ำจี้เนี่ยนะ!!!

เพื่อนดีๆ ที่ไหนเขาชวนกันเล่นแบบนั้นบ้าง ถ้าไม่ใช่ไอ้เพื่อนสนิทที่คอยเอาแต่คิดไม่ซื่อกับเธอคนนี้ หญิงสาวหลับตาไว้อาลัยให้กับความใจง่ายของตัวเอง เขาหลอกเขาล่อหน่อยก็หลงเพริดไปกับเขา แม้จะไม่ได้ล่วงล้ำ หักหาญข่มเหงน้ำใจกัน แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอก็แทบไม่เป็นความลับกับเขาอีกต่อไป คิดถึงตรงนี้แล้วหญิงสาวก็อยากเปิดประตูรถพุ่งตัวออกไปให้รถข้างหลังเหยียบซ้ำ

“ผมแค่จูบลดา ไม่ได้กลืนหลอดลมคุณไปด้วยซะหน่อย” จู่ๆ พลขับที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขันมาตลอดทางก็หันมาพูดกับคนนั่งด้านข้าง สีหน้าอยากลาตายนั่นเขาเห็นเข้าพอดี อะไรแค่จูบก็ต้องคิดสั้นด้วย ตอนอยู่บนเตียงไม่เห็นเป็นแบบนี้

“หุบปากเลยนะ ฉันไม่อยากได้ยินเสียงคุณ” เธอแหวทั้งที่มองออกไปนอกหน้าต่าง

“ไม่อยากได้ยิน เพราะคุณอยากจูบผมอีกสิท่า” เอากับเขาสิ โยงเข้าเรื่องนี้ได้ตลอด

“ทุเรศศศ!

“แปลว่าอะไร แปลว่า ใช่ หรือเปล่า คาร่า” แก้มสาวร้อนผ่าวขึ้น คาร่า คือคำที่ผู้ชายอิตาลีใช้เรียกภรรยา พิมพ์ลดาขยับปากจะเถียง แต่ก็คิดได้เสียก่อน เถียงไปรังแต่จะเข้าตัว พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

“อ้าว ไม่เถียงแฮะ” คนรอจังหวะอยู่บอกกลั้วหัวเราะ ถึงจะไม่มีอะไรเลยเถิดกัน แต่ก็เรียกว่าเธอกับเขาไม่มีความลับต่อกันแล้ว ทุกซอกทุกมุมในตัวเธอเขาจองถึงชาติหน้า!

“บอกให้หุบปาก”

“หุบได้ไง ปากมีไว้พูดนี่นา อ้อ...คุณคงไม่อยากให้ผมพูด” คนพูดตาเป็นประกายได้อย่างน่าใช้นิ้วจิ้มไปสักจึ้กสองจึ้ก “ลดาคงอยากให้ผมใช้ปากไว้ จูบ คุณอย่างเดียวสินะ”

เธอว่าแล้ว... หญิงสาวคิดอย่างฉุนเฉียว

“ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ มันก็แค่...”

“แค่อะไร แค่เมา แค่พลั้งเผลอ แค่จูบ หรือแค่...ลูบไล้”

“พอๆ จะแค่อะไรก็ช่าง แต่เราเป็นเพื่อนกันนะคะอิล เรื่องที่เราทำมันผิด เราไม่สมควรทำมัน”

อิลฟรานนิ่งเงียบ ตามองถนน

“อิลคะ” พิมพ์ลดาเรียกเขา ใจไม่มีที่เขาเงียบขรึมไปอย่างนี้ สีหน้าเขาเหมือนตอนที่เธอแตะเรื่องครอบครัว ยอมรับกับตัวเองว่าเธอกลัวเขาไม่น้อย  เหมือนเขาจะเจอเรื่องที่เลวร้ายกว่าเธออีกสิบเท่า

“อิล...พูดอะไรหน่อยสิคะ” เธอยอมลดตัวง้อเขา

คราวนี้เขาหันกลับมาแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น

“คุณเป็นคนบอกให้ผมหุบปากเองนี่!

 

รถยนต์คันหรูเลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ รุ่งรัตน์และคนในบ้านต่างมายืนรอรับ พิมพ์ลดาได้โทร. มาแจ้งก่อนแล้วว่าจะกลับวันนี้ รุ่งรัตน์จึงโทร. ถามเป็นระยะๆ ว่าถึงไหน แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของที่นี่กอดคุณหนู นางดีใจที่แฟนคุณหนูพาไปอยู่ที่อื่น เห็นคุณหนูที่คอยดูแลมาแต่อ้อนแต่อ้อนร้องไห้แล้วใจไม่ดี ทั้งสงสารทั้งเวทนา

“คุณป้าโทร. มาถามว่าถึงหรือยัง ถ้าถึงแล้วบอกให้แวะไปหาด้วยค่ะ”

“หนูดาก็ตั้งใจไปพักบ้านคุณป้าเหมือนกันค่ะ ที่แวะมาก็เพราะต้องการเอาของฝากมาฝากยายรุ่ง” กับคนสนิทจริงๆ พิมพ์ลดาจะแทนตัวเองว่า หนูดา

“โถแม่คุณ...ยังอุตส่าห์มีแก่ใจคิดถึงคนแก่” รุ่งรัตน์มองคุณหนูอย่างเอ็นดู พิมพ์ลดานิสัยเหมือนพรรณจันทร์ผู้เป็นแม่ อ่อนหวาน อ่อนโยนแต่สู้คน

“หนูดาไปก่อนนะคะ วันฟังผลตรวจเดี๋ยวหนูดาจะแวะมาอีกที” หญิงสาวมองตัวบ้านผ่านม่านน้ำตา ยอมรับว่าพอเห็นที่นี่อีกครั้งเธอก็อดร้องไห้ไม่ได้

“ไปเถอะค่ะ อยู่เป็นเพื่อนคุณป้า คุณท่านแก่มากแล้ว มีลูกหลานอยู่ด้วยคงจะดี”

“ค่ะ หนูดาไปก่อนนะคะ ถ้ายังไง...” เธอทำท่าลังเล “ยายรุ่งตามหนูดาไปอยู่บ้านคุณป้าได้ไหมคะ” เธออยากอยู่กับคนที่รักทั้งสองคน หลังจากแม่เสียไปก็มีแต่รุ่งรัตน์และกันยาที่คอยดูแลเธอ ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่งรัตน์เพราะพ่อไม่ยอมให้เธอไปอยู่กับกันยา ทั้งที่ฝ่ายนั้นร่ำร้องจะรับหลานคนเดียวไปเลี้ยงเอง

รุ่งรัตน์ยกมือปิดปาก สะอื้นตัวโยนก่อนพยักหน้า “เดี๋ยวรุ่งตามคุณหนูดาไปนะคะ ให้รุ่งสั่งงานทางนี้ก่อนแล้วรุ่งจะตามไป”

 

จากนั้นอิลฟรานก็พาพิมพ์ลดาขับรถตรงไปยังบ้านของกันยาตามเส้นทางที่หญิงสาวคอยบอก บ้านของกันยาอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร สองข้างทางมีแต่ป่า บ้านไม้เรือนไทยแฝงตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่น ลมเย็นๆ หอบกลิ่นหอมของดอกไม้ต้องจมูก ชายหนุ่มเผลอหยุดสูดความหอมเข้าปอด กันยาที่ลงมาจากบ้านเห็นเข้าจึงยิ้มอย่างเอ็นดูแฟนหนุ่มของหลานสาว

“กลิ่นดอกกาสะลองน่ะคุณ” คนสูงวัยบอก รับไหว้ชายหนุ่มตัวโตที่ไม่ใช่คนไทยแต่กลับไหว้ได้สวย

พิมพ์ลดาเดินเข้าไปกอดผู้เป็นป้า “คิดถึงป้าจังเลยค่ะ”

“ปากหวานจริง ไปพักผ่อนมาเป็นไงบ้างล่ะ” คนเป็นป้ากอดตอบ อดน้ำตารื้นไม่ได้เมื่อความสงสารหลานแล่นขึ้นมาจับหัวใจ

“ก็อยู่แต่บ้านค่ะ ไปพักบ้านพี่ชลกับบ้านอิล”

“บ้านพ่ออิลเนี่ยนะ ที่ไหนกันล่ะ” กันยากะพริบตาเพื่อขับไล่น้ำตา แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นยังไม่มีใครทำใจได้แม้แต่ตัวหล่อนเอง การเสียน้องชายคนเดียวไปอย่างกะทันหันมันเป็นอะไรที่ทำใจได้ยากเหลือเกิน

“ที่เขาใหญ่ครับคุณป้า” ภาษาไทยแปร่งๆ ดังออกจากปากคนตัวโต

“อืม มาซื้อบ้านที่เมืองไทยนี่กะตั้งรกรากที่นี่เลยรึ”

“แค่บ้านพักตากอากาศค่ะคุณป้า” เป็นพิมพ์ลดาที่แทรกขัดขึ้น เธอไม่อยากนึกถึงบ้านหลังนั้น ความทรงจำมากมายที่เธอและเขามีให้กันมันผุดขึ้นมาเต็มหัวไปหมด กันยาเห็นหลานสาวหน้าแดงจึงหยุดซัก ชวนหนุ่มสาวขึ้นไปพักผ่อนบนบ้าน อิลฟรานนอนห้องรับแขก ส่วนพิมพ์ลดาของนอนกับผู้เป็นป้า เธอไม่อยากนอนคนเดียว อยู่คนเดียวแล้วอดคิดถึงพ่อไม่ได้

กันยาดูเหมือนจะเข้าใจหลานสาวได้ดี “นอนกับป้าก็ดีเหมือนกัน ป้าจะได้มีเพื่อนคุย”

“ค่ะ ลดาไม่อยากอยู่คนเดียว ลดากลัวอดคิดถึงพ่อไม่ได้” หญิงสาวบอกทั้งน้ำตา

“เอาเถอะ ยังไงเสียพ่อเราเขาก็ไปดีแล้ว ร้องไห้เสียใจไปก็ไม่ได้ทำให้เขาฟื้นขึ้นมาหรอกลูก ทำใจซะบ้างเถอะนะ”

“ลดาพยายามอยู่ค่ะป้า”

“เฮ้อ...นี่ถ้าไม่ได้พ่ออิล ป้าไม่อยากนึกถึงสภาพเราเลยนะหนูดา” คนสูงวัยส่ายหน้า หล่อนรู้ดีว่าสองพ่อลูกรักกันขนาดไหน ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องให้ผิดใจกัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ทั้งสองรักกันน้อยลงหรอกหล่อนรู้ดี

พิมพ์ลดาก็คิดอย่างนั้น เธอจะเป็นยังไง หาก...ไม่มีอิลฟราน!

“อิลเขาสงสารลดาน่ะค่ะ” เธออุบอิบบอก

กันยาค้อนหลานสาว “สงสารเรอะ? นี่เพี้ยนจนแยกไม่ออกหรือเราปิดหูปิดตาไม่รู้กันแน่ ป้ามองตาก็รู้แล้วฝ่ายนั้นเขารักเรา”

“แต่ลดากับเขาเป็นเพื่อนกันนี่คะ”

“ไฮ้ ไปหลอกคนอื่นเถอะ เราสองคนคิดกันยังไง ป้ามองแวบเดียวก็รู้แล้ว ปากแข็งไปเถอะ เขาถอยเมื่อไหร่ เรานั่นแหละจะต้องมานั่งกินน้ำตาต่างข้าว”

“ไม่ใช่กินน้ำใต้ศอกเหรอคะป้า อิลน่ะมีสาวเยอะจะตาย” หญิงสาวบอกพร้อมอมยิ้ม เลยได้รับค้อนวงเบ้งจากผู้เป็นป้า

 

ชิงช้าเล็กไปถนัดตาเมื่อมีคนตัวโตนั่งไกวมันอยู่ ข้างกันมีต้นกาสะลองสูงใหญ่ทิ้งดอกสีขาวพร่างพรมลง ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ พิมพ์ลดายิ้มให้ภาพตรงหน้า ในมือใหญ่มีดอกกาสะลองหรือดอกปีบสีขาว เขาสวมกางเกงขายาวสีขาวและเสื้อยืดสีฟ้าอ่อน มีลายเป็ดน้อยสีเหลือง กรี๊ดดด น่าร้ากกก...

อิลฟรานยิ้มตอบคนที่ยืนฉีกยิ้มแก้มปริ วันนี้เธอสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีครีมและกระโปรงยาวลายดอกไม้สีฟ้าอ่อนๆ ช่างบังเอิญจริงๆ แต่จะว่าไปเขาและเธอสวมเสื้อผ้าคล้ายกันบ่อยๆ เชวงกับชลาลัยเคยแซวหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าแรกๆ นั้นเขาตั้งใจสวมใส่ให้เหมือนคนตรงหน้า แต่หลังๆ ก็คุ้นชินและบังเอิญไปเอง

“ดอกไม้นี่หอมจังเลย” เขาพูดแก้เขิน โตมาจนป่านนี้เพิ่งเคยเขินหญิง พิมพ์ลดายิ้มเดินมาข้างเขา เธอจับเชือกชิงช้า ก้มลงดมดอกไม้ที่เขาชูขึ้น

“ดอกกาสะลองหรือดอกปีบค่ะอิล ที่บ้านคุณก็มีอยู่ต้นนะคะ เพียงแต่มันยังไม่ออกดอก”

เขาเลิกคิ้ว “ตรงไหนครับ”

“ตรงกลางคอร์ทยาร์ดเลยไงคะ ต้นใหญ่เชียวแต่มันยังไม่ออกดอก แต่อีกไม่นานหรอกค่ะ”

“ต้นนั้นน่ะเหรอ ผมไม่รู้เลย พวกต้นไม้ช่างเป็นคนลง ผมไม่รู้เกี่ยวกับต้นไม้ไทยสักเท่าไหร่” เขาบอกอย่างแปลกใจแกมดีใจที่ช่างนำมันไปปลูก เขาชอบกลิ่นหอมของกาสะลอง เอ...จะว่าไปแม่สาวตรงหน้านี่ก็หอมเหมือนดอกกาสะลองนะ หอมเย้ายวนน่าหลงใหลเหมือนกัน

“นั่นแหละค่ะ ต้นกาสะลอง เวลาออกดอกจะหอมฟุ้งไปทั่วบ้านเลย ห้องนอนของคุณเปิดเห็นคอร์ทยาร์ด เวลามันบานจะสวยมากเลยนะคะ วิวห้องคุณน่ะดีสุดๆ เลย”

มือหนาขยับขึ้นมากุมมือบางที่จับเชือก...

“ลดาย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับผมได้ไหม”

นี่ใช่คำขอแต่งงานหรือเปล่า?! พิมพ์ลดาเบิกตากว้าง

“ฉันว่า...คุณกำลังข้ามขั้นตอนนะ” เธอบอกพร้อมเมินหน้าไปทางอื่น ยอมรับว่าความอบอุ่นที่ถ่ายทอดจากฝ่ามือใหญ่ทำให้รู้สึกดีชะมัด ดีจนน่าใจหาย!

“ก็ขอเป็น แฟน แล้วไม่ตกลง เลยขอเป็น เมีย ซะเลย ...เผื่อคุณยอม” คนบอกทำหน้ากรุ้มกริ่ม รู้สึกดีที่เธอเขิน แสดงว่าปฏิบัติการรุกประชิดตัว จูบห้าราตรีนั้นได้ผลไม่ได้น้อย แต่ก็นั่นแหละ...เป็นห้าวันที่เขาทรมานชะมัด!

“ไอ้ปื๊ดดด!!!” หญิงสาวแหววี้ดขึ้น ดูเหมือนคำว่า ปื๊ด จะเป็นคำด่าติดปากเธอเสียแล้ว

“อะไรล่ะ จู่ๆ มาขึ้นเสียใส่ ผมพูดผิดตรงไหน” คนไม่คณาต่อคำว่าปื๊ดถามเสียงอ่อย จะว่าไปเขาก็กลัวเธออยู่ไม่น้อยนะ

“ใครจะบ้าเป็นเมียคุณกัน”

“อ้าว...แล้วที่คุณหลอกกินไข่แดงผมเล่า จะไม่รับผิดชอบเหรอไง” เขาทำท่าโวยวายขึ้น พิมพ์ลดาอยากกรีดร้อง... ใครกินไข่แดงกันแน่ย่ะ!

คำพูดสองแง่สามง่ามทำให้หญิงสาวจนต่อคำพูด ใช้มือข้างที่ว่างทุบไปที่ไหล่หนาหลายครั้ง ฝ่ายคนโดนประทุษร้ายก็เอาแต่หัวเราะ คว้าเอวบางดึงให้เธอนั่งลงที่ตัก ชิงช้านี้แข็งแรงพอรับน้ำหนักคนสองคน ชายหนุ่มฉวยโอกาสตอนเธอเผลอฉกจมูกสูดหาความจากแก้มนุ่มนวลที่ร้อนผ่าวหลายฟอดติดกัน

 

“ต๊ายยย...หวานกันจังเลยค่าคุณท่าน” เด็กในบ้านหันไปวี้ดว้ายกับกันยา

“เอาน่า ปอเก็บภาพอย่าให้ตกหล่นเลยนะ” กันยาหันไปกำชับชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ลูกคนงานในบ้าน ในมือปอมีกล้อง DSLR ปอจบด้านการออกแบบและมีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพ กันยารู้จึงวานให้ชายหนุ่มมาแอบเก็บภาพหลานสาวกับแฟนหนุ่มให้ ถึงพิมพ์ลดาจะปฏิเสธเสียงแข็งขันอย่างไร หล่อนก็ไม่ปักใจเชื่อ กะถ่ายรูปเอาไปให้เจ้าตัวดูเองซะเลย จะได้เลิกปากแข็งเสียที

“เหมือนภาพพีเวดดิ้งเลยครับคุณท่าน คุณสองคนใส่เสื้อผ้าคล้ายๆ ติดแต่คุณผู้ชายสวมเสื้อหน่อมแน้มไปหน่อย” กันยาได้ยินแล้วหัวเราะ เสื้อสีฟ้าอ่อนลายเป็ดน้อยทำให้หล่อนขำเหมือนกัน แต่ก็รู้หรอกว่าชายหนุ่มใส่ทำไม ก็แม่หลานสาวหล่อนคลั่งเป็ดแบบนั้นมาตั้งแต่ยังเล็ก นี่ก็คงใส่เอาใจกันหรอก..

“อย่างนั้นแหละดีแล้ว หนูดาเขาชอบเป็ดเหลืองๆ ถึงขั้นคลั่งไปเลยล่ะ” หล่อนจำได้ว่าพรรณจันทร์เคยบ่นเรื่องนี้เหมือนกันตอนมีชีวิตอยู่ ลูกสาวคนเดียวชอบเป็ดจนเข้าขั้นคลั่งไคล้ แต่ไกรสุขที่ชอบตามใจลูกสาวดันเห็นดีเห็นงามไปกับลูก คิดถึงน้องชายน้องสะใภ้แล้วกันยาก็ได้แต่เศร้าใจ ดีที่หลานสาวยังมีคนรักคอยดูแล

“แสดงว่าที่คุณผู้ชายใส่ก็เพื่อเอาใจคุณลดาแม่นก่อเจ้า” เด็กรับใช้หันมาถาม

“อืม ก็คงอย่างนั้น เขารักของเขานี่” รัก...หล่อนมั่นใจว่าชายหนุ่มคนนั้นรักหลานสาวมาก ท่าทางปกป้องอย่างออกนอกหน้าตอนที่หลานสาวหล่อนนั่งอยู่หน้าศพทำให้หล่อนเบาใจ ขนาดขจีจิตต์ที่มีทีท่าอยากเข้าไปหาเรื่องแทบตายยังต้องถอยห่างเมื่อเจอกับสายตาดุๆ

“สมกันดีนะครับคุณท่าน ผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก ผู้ชายตัวโตหล่อเหลาเชียว” ปอชมจากใจ เหมือนเป็ดน้อยกับหมีตัวใหญ่ เขาได้แต่พูดประโยคนี้ในใจ

 

“อย่าค่ะ” ฟากฝ่ายสองหนุ่มที่โดนเก็บภาพเอาไว้โดยไม่รู้ตัว พิมพ์ลดายกมือปิดปากชายหนุ่มที่ทำท่าจะจูบเธอกลางวันแสกๆ

“เฮ้อ...” อิลฟรานทำหน้าเสียดาย เมื่อตะกี้เธอกำลังทำตาเคลิ้มไปกับเขาแล้วเชียว บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้ทำให้ต้องขัดกันด้วยนะ

“กลางวันแสกๆ ยังกล้า แล้วนี่ก็บ้านป้าฉันด้วยนะคะ” ชายหนุ่มทำหน้าเซ็ง เขาแม่งโคตรเกลียดคำว่า ฉัน กับ คุณ เลย ขอซื้อขาดจะขายเท่าไหร่เนี่ย

“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า ขอผมจูบแป๊บเดียวนะ” พิมพ์ลดาเบี่ยงใบหน้าหนีปากจู๋ของเขา หญิงสาวหัวเราะที่เขาชอบทำตลกใส่ มันขัดกับบุคลิกเขามากเลยทีเดียว อยู่ต่อหน้าเธอนี่ง้องแง้งได้ตลอด แต่พออยู่ต่อหน้าลูกน้องหรือคนอื่นๆ เขามักจะตีหน้าขรึม ทำตาดุๆ น่ากลั้วน่ากลัว...

“ไม่ได้! เป็นเพื่อนกันเขาไม่จูบกัน” เธอแหว

“ใครบอก เพื่อนกันก็จูบกันได้”

“บ้าสิ! ใครบอกกันว่าเพื่อนกันจูบกันได้”

“ผมนี่ไง” เขาตีหน้ามึนเถียง ทำท่าจะก้มลงไปจูบหญิงสาวจริงๆ

“อี๋...คนทุเรศ ชอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อยเลย”

อิลฟรานทำหน้าง้ำ “ก็ลดาไม่ให้ท้ายผมบ้างนี่ เลยต้องคิดเข้าข้างตัวเอง แล้วก็ไม่ต้องนอกเรื่องเลย มาๆ มาให้จูบที” ว่าแล้วก็คว้าหมับที่ท้ายทอย ไม่สนใจเสียงกรีดร้องท้วงเบาๆ ของหญิงสาว กำปั้นน้อยที่ระดมทุบทำให้ชายหนุ่มหยุดแกล้ง ...ก็มันเจ็บจริงๆ

“พอเลยนะ เลิกทำตัวลุ่มล่ามกับฉัน แล้วช่วยทำตัวให้เหมือนเพื่อนปกติเขาทำกันบ้าง” เธอบอกเสียงแข็ง พักหลังๆ เขาชักจะทำตัวลุ่มล่ามกับเธอ นิดหน่อยก็ถึงตัว พานให้หัวใจเธอจะวายตายวันละสามรอบ อย่างเช่นตอนนี้ที่เขากอดเอวเธอเสียแน่นเลย

“ก็ผมเป็นเพื่อนไม่ปกตินี่” อิลฟรานอ้อน เกยคางกับบ่าบอบบาง

“ยังไงคะ ที่ว่าไม่ปกตินี่” เธอถามอย่างสงสัย

“ก็เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อไง” เขากระซิบบอกแผ่วๆ ที่ข้างหู เล่นเอาหญิงสาวหน้าแดง

“บ้าจริง ทำไมคุณชอบทำให้ฉันหวั่นไหวเรื่อยเลยนะ” เธอบอกอย่างหัวใจ ยอมรับเลยว่าตอนนี้โคตรหวั่นไหวเลย แถมยังรู้สึกชอบสัมผัสถึงเนื้อถึงตัวของเขาอีกด้วยสิ ไม่ได้การแล้ว...

อิลฟรานยิ้ม ดวงตาฉายแววจริงจัง

“ระหว่างเรา...เริ่มที่เพื่อน จบที่แฟนไม่ได้เหรอครับลดา”

พิมพ์ลดาสบตาเขา เงาที่สะท้อนออกมาทำให้จี๊ดที่หัวใจ หญิงสาวหลบตาวูบ เกิด กลัว ขึ้นมากะทันหัน ได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้

“ไม่รู้สิคะ” ถึงอย่างนั้นคำตอบของหญิงสาวก็ทำให้อิลฟรานใจชื้นขึ้น หัวใจชายหนุ่มพองคับ นับว่าเขาขยับเข้ามาอีกก้าวแล้ว อย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้ตอบว่า...ไม่!

 





ค่อยๆ รุกกระชับพื้นที่ทีละนิดแล้วนะพี่ปื๊ด
เล่มนี้หนังสือจัดส่งช่วงปลายเดือนมีนาคมนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

885 ความคิดเห็น

  1. #445 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:40
    พยายามเข้าพี่ปื้นใกล้แล้ว
    #445
    0
  2. #90 ธีระนัส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 17:18
    อ่านไปยิ้มไป อยากได้แล้วน๊าาาา
    #90
    0
  3. #60 wow_bigass (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 11:49
    อ่านไปยิ้มไป น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #60
    0
  4. #59 หลิง หลิง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 20:47
    น่ารักง่า
    #59
    0
  5. #58 เดือนเสี้ยว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 19:56
    ชอบเฮียอิลจัง รอสอยเข้าสังกัดจ้า
    #58
    0
  6. #57 แว่นใส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 17:22
    รับทราบจ้า
    #57
    0