อสูรเสี่ยงรัก (มหาลาภ)

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓ beauty and the beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    27 ก.ค. 55




บทที่ ๓

Beauty and the beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร


 

“เสียงคนร้องอ่ะน้าษา” โบตั๋น สาวไทยร่างเล็กหันมาบอกผู้เป็นน้า อุษาเบ้หน้า เมื่อเห็นหลังไวๆ ของคนแผดเสียงร้อง ดูท่าสองหนุ่มคงเจอดีเข้าแล้ว ตอนแรกเธอเห็นว่าคนเป็นพี่เดินออกมา ก็คิดแต่ว่าเรื่องจะจบ ไม่มีอะไรอีก ที่ไหนได้... “เออ คงเป็นเจ้าของที่นี่แหละ” โบตั๋นกอดเข่าแน่นขึ้น เมื่อวานเธอเพิ่งโดนผีบ้านโน้นหลอกมาหมาดๆ คนกลัวผีขึ้นสมอง แทบอยากจะร้องไห้ เมื่อคิดถึงบรรยากาศเมื่อคืนนี้  ถ้าเธอไม่ทำกระเป๋าตังค์หาย ก็คงไม่เจอผีหลอกแน่

 

เธอเพิ่งเดินทางมาถึงที่นี่ เมื่อวานนี้ มาแบบไม่รู้ว่าที่นี่เป็นยังไง ขาเดินเข้ามา เธอเดินมายังฝั่งซ้ายของ Peony ซึ่งก็ไม่เจอกับสิ่งผิดปกติ เพียงแต่สะดุดล้มหน้าบ้านหลังนั้นครั้งเดียว เนื่องจากหญ้ามันรก เลยไม่เห็นหินก้อนขนาดกลาง นั่นเป็นเหตุทำให้กระเป๋าสตางค์เธอหล่น รู้ตัวว่าหายอีกทีก็ค่ำมืดเสียแล้ว จนต้องรีบเสี่ยงไปเก็บมันในยามค่ำคืน
 

ในนั้นมีสิ่งสำคัญ ที่ใครก็จะรู้ไม่ได้!

โบตั๋นมองอุษาที่ไม่ใช่น้าแท้ๆ ก่อนจะถอนหายใจ ทันทีที่สอบเสร็จ เธอก็รีบจองตั๋วเครื่องบิน แจ้นมาที่นี่ทันที มาเพื่อ... พิสูจน์ความจริงบางอย่าง ใบหน้าเรียวสลดลงนิด “ว่าแต่เราเถอะ จะมาอยู่กับน้านานแค่ไหน” อุษาถามอย่างเป็นกังวล ตอนนี้เธอเป็นคนเดียวที่รู้ความลับของโบตั๋น คนสูงวัยกว่าเอื้อมมือไปลูบผมสลวย โบตั๋นเป็นกำพร้า อยู่กับยายซึ่งคือแม่เธอ ตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อสองปีก่อนแม่เธอเสีย ทำให้โบตั๋นต้องใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยคนเดียว ชีวิตของแม่สาวนี่น่าสงสารเหลือเกิน

หน้าแม่ ก็ไม่เคยได้เห็น!

“ก็สักพักจ้ะ เดี๋ยวหนูจะกลับไปหางานทำที่เมืองไทย” คนที่ไม่เคยเห็นหน้าแม่ แต่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใครบอกเสียงอ่อย เรียกความสงสารจากอีกคนได้เป็นอย่างดี อุษากอดหญิงสาวที่รักเหมือนลูกในไส้ “อะไรที่มันทำให้เราลำบากใจ ก็ปัดๆ มันทิ้งไปบ้างก็ได้นะ” ตักเตือนหลานสาวอยู่ในที

โบตั๋นยิ้มน้อยๆ “ไม่ลำบากอะไรเลย รู้ๆ ให้มันจบ จะได้ไม่คาใจไงจ๊ะ น้าษาอย่าห่วงหนูเลย” คนสูงวัยกว่าพยักหน้า ยังไงก็ตามแต่ เธอยืนยันจะคอยเคียงข้างหลานสาวคนนี้เสมอ “แล้วจะทำอะไรในนี้” คนที่มีอำนาจพอจะจับหลานสาวยัดใส่ตำแหน่งไหนก็ได้ ยกเว้นเจ้าของกิจการ ถามอย่างใคร่รู้ “ถ้าเป็นหมอนวด น้าไม่ยอมเด็ดขาดนะ” ขู่ไว้ก่อน เกรงว่าโบตั๋นจะคิดพิเรนทร์

สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีส่ายหน้าดิก “หมอนวดที่นี่ มีแต่สวยๆ หนูคงสู้เขาไม่ได้หรอก หนูจะเป็นแม่บ้าน น้าษาว่าไง” อุษาพยักหน้าเห็นด้วย ในใจค้านเรื่องที่หลานสาวสวยสู้สาวๆ ใน Peony ไม่ได้ โบตั๋นสู้ได้อย่างสบายๆ แม้ว่ารูปร่างจะเล็กและบางกว่าหลายเท่า กระนั้นก็เถอะ ภายใต้เสื้อตัวใหญ่นี้มีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่

“งั้นเย็นนี้ก็ไปฝากตัวกับป้าป้อม” อุษาพูดถึงคนบ้านเดียวกัน คนไทยสิบกว่าคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นคนบ้านเดียวกับเธอทั้งนั้น ทั้งหมดตามเธอกับเพื่อนอีกคนมาทำงานที่นี่ Peony มีสวัสดิการดี ค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนยังคงปักหลักทำงานที่นี่ ทำจนคิดว่าที่นี่เป็นบ้าน คนไทยที่มาอยู่รวมกัน ก็กลายเป็นครอบครัวใหญ่ของกันและกัน

“แต่น้ามีข้อแม้อยู่อย่าง ห้ามเข้าไปด้านในหลังสี่โมงเย็น” ที่อุษาต้องขู่เพราะช่วงเวลาหลังจากนั้น จะมีแขกเหรื่อเข้ามาใช้บริการกันอย่างแน่นขนัด ที่นี่บริการดีเลิศกว่าที่อื่นๆ ซ้ำสาวงามทั้งหลายยังสะอาดสะอ้าน เพราะมีกฎให้แขกทุกคนใช้ถุงยาง ซึ่งลดการเสี่ยงที่จะติดโรคร้ายแรง

โบตั๋นพยักหน้ารับอย่างขันแข็ง เธอรู้ว่าน้าเธอมีสิทธิ์มีเสียงอยู่พอสมควร เนื่องจากเป็นคนสนิทของเจ้าของคนเดิม แต่ถ้าหลุดเข้าไปในนั้น ก็จะมีผู้จัดการตัวใหญ่ ที่เป็นคนต่างชาติคอยคุมอีกที โลกด้านหน้า Peony กับโลกด้านหลังซึ่งคือบ้านพักคนงาน ช่างแตกต่างกันลิบลับ

 

ดึกแล้ว... เสียงเอะอะภายในบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกสร้างอยู่ริมทะเลยังคงดังต่อเนื่อง สาเหตุมาจากสองหนุ่มที่นอนขุดคู้บนเตียงกว้าง “โดนผีหลอกมา ก็ไปนอนบ้านมึงซี้!” เจ้าของบ้าน เจ้าของเตียงตะโกนเสียงดัง เมียกับลูกทำหน้าหงอยบอกง่วงจะแย่แล้ว เขาไล่พวกนี้ตั้งแต่หัวค่ำ มันก็ยังยืนกรานจะอยู่ที่นี่ นอนที่นี่ เซ็ง!

มหาโชคเดิน ยกมือกุมหัว บ้านนี้มีหลายห้องก็จริง เขาไปนอนที่อื่นก็ได้ ถ้าไม่ติดว่าของใช้ลูกชาย ส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ ครั้นจะย้ายก็เกรงจะเหนื่อยเปล่า เพราะน้องเฟียซต้องโยเยแน่ๆ ลูกชายเขาชอบนอนเตียงนี้ เตียงที่คุณอาทั้งสองมันกำลังยึดครองอยู่ คนเป็นพ่อเป็นพี่คิดอย่างกลัดกลุ้ม นี่ก็ลูก นั่นก็น้อง โน้น...ก็เมีย!

“น้องเฟียซไม่ยอมนอนห้องอื่นนะ ลาภ เหน่” พยายามทำใจเย็นๆ เพราะเมื่อชั่วโมงก่อน เขาขึ้นไปกระทืบ พวกมันก็ยังไม่ยอมลุกจากเตียงเขา

“คุณโชคขา...” เสียงหวานของเมียรัก ทำให้ขมับหนาเต้นตุบๆ ยกมือขึ้นเพื่อขอเวลาสักครู่ ครู่แล้วครู่เล่า สองหนุ่มก็ยังไม่ลุกขึ้นจากเตียง มหาโชคส่ายหน้าระอา ยกมือยอมแพ้ เดินไปอุ้มลูกชายที่อยู่ในอ้อมกอดของนลิน “บัวไปนอนรอที่ห้องโน้นเลยจ้ะ เดี๋ยวผมจัดการกล่อมลูกนอนเอง” นลินส่ายหน้า น้ำตาคลอ ก็สองหนุ่มนั่นพูดเรื่องโดนผีหลอก เรื่องอะไรเธอจะไปนอนคนเดียว

มหาโชคยิ้มเอ็นดูคนกลัวผี “ผมจะไปนอนด้วย เอางี้ บัวยืนรอแป๊บนะจ๊ะ เดี๋ยวผมเอาลูกนอนกับเหน่กับลาภมัน” สองหนุ่มที่อยู่ใต้ผ้าห่มหูผึ่ง นอนกับหลาน จะได้นอนกับน้องเฟียซ! มหาลาภโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม พี่ชายกำลังอุ้มหลานเดินมาถึงปลายเตียงพอดี ชายหนุ่มลุกขึ้นรับร่างกลมป้อมของหนูน้อย “นมอยู่ในตู้ บัวบีบเก็บไว้เยอะ อุ่นให้พอดี แล้วค่อยให้หลานกิน เข้าใจมั้ย”

“ครับผ๊ม!” มหาเสน่ห์รับคำหนักแน่น คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ สบตากันก่อนจะมองไปที่ลูกชาย น้องเฟียซกำลังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับคุณอาทั้งสอง ผมชี้โด่ชี้เด่ของน้องชายทำให้คนเป็นพี่แค่นยิ้ม ดูท่าผีคงหลอกหนัก สารรูปสุดบรรยาย ตอนแรกที่น้องชายวิ่งเข้าบ้านมา เขาตกใจแทบตาย ซ้ำนลินยังคงร้องไห้กระซิกๆด้วยความกลัว หลังจากที่สองหนุ่มเล่าเรื่องโดนผีชุดแดงหลอก

พ้นร่างพี่ชายและพี่สะใภ้แล้ว มหาลาภจึงลุกขึ้นปัดที่นอน โดยที่มหาเสน่ห์อุ้มหลานรักไปอีกทาง อาการขวัญเสียจากการโดนผีหลอก หายเป็นปลิดทิ้ง น้องเฟียซเหมือนยันต์กันผี เอ้ย เครื่องปลอบขวัญ “เอาหลานมานอนได้แล้ว เหน่” มหาลาภตบที่นอน หลังจากปูเบาะจัดหมอนให้หลานรักเรียบร้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามานอนกับน้องเฟียซ แต่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่กันสามคน ทุกทีพวกเขาจะเป็นฝ่ายนอนข้างเตียงเสียมากกว่า

สามอาหลานนอนหยอกล้อกันพักใหญ่ “ผีวันนี้ไม่น่ารักเหมือนน้องเฟียซของอาเหน่เล้ย...” มหาเสน่ห์ชวนหลานคุย หนูน้อยทำตาแป๋วแหวว ส่งเสียงอ้อแอ้ ยกขาขึ้นถีบแด่วๆ “ง่วงย้าง... วันนี้พี่ดาร่าของหนูหนีไปนอนกับป้าเยี่ยมแล้ว” มหาลาภแค่นยิ้ม พ่อมันหนีมานอนนี่น่าจะถูกกว่า ลุกไปหรี่ไฟในห้องให้เหลือแสงสลัวๆ

“เดี๋ยวอาเหน่เล่านิทานให้ฟังดีกว่าเนอะ” เสียงทุ้มของคุณอายังคงพร่ำไปเรื่อย

ปู้ด น้องเฟียซผายลมรับอย่างดีใจ

“หูย เตียงสะเทือน ไส้ไม่หลุดออกมาด้วยเหรอนั่น” จับหลานพลิก แง้มแพมเพิร์สออก เพื่อตรวจหาสเก็จระเบิด เมื่อไม่พบ จึงทำหน้าโล่งใจ กระสุนด้าน! มาแต่ลม...

นิทานของมหาเสน่ห์ทำให้คนเป็นพี่ปวดกะบาล หนูน้อยที่ยังไร้เดียงสา รอดไปแบบหวุดหวิด เรื่อง Ghost ghost ที่คุณอายินดีนำเสนอทำเอาคนไม่อยากฟังแต่ได้ยินปวดตับ มันเล่าเหมือนตัวมันเป็นซุปเปอร์เซย่า(ตัวการ์ตูนบอกอายุคนเขียน) กำลังไปปราบผี โดยมีผู้ช่วยมือดี โกสต์ด็อกเตอร์ (Ghost doctor) คอยเป็นผู้ช่วยคนสนิท เนื้อเรื่องมันเหมือนจับ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ มาผสมกับการ์ตูนดากอนบอล Z อ้อ...ใส่หนังไทยเรื่องบ้านผีปอบไปด้วย เพราะเขาเห็นมันทำมือหยิบๆ จิ้มจิ๊กๆ ไปเบาๆ ตรงหน้าท้องกลมเบ่งเหมือนลูกแตงโมโตเต็มผล

เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของหลาน ทำให้มหาลาภเพลียฮาร์ท... ชายหนุ่มคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นอย่างเป็นกังวล ผู้หญิงคนนั้น เอ้ย ผี(ไม่)สาวตนนั้น มีดวงตาที่เศร้าจนเขาเก็บมาคิด อะไรทำให้ดวงตาของคนเราหรือผี มันเจือแววโศกได้ขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่...ความรัก! ชายหนุ่มรีบสลัดความคิดเลื่อนเปื้อนออกจากหัว หลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย ปล่อยให้มหาเสน่ห์กล่อมหลานนอน เพราะพอตีสองครึ่ง เขาก็ต้องรับช่วงต่อจากน้องชาย

เช้าวันต่อมา... ไม่ได้มีเสียงเอะอะ ตึงๆ ดังเหมือนทุกเช้า เพราะสองหนุ่มเจ้าปัญหากำลังผิวปากเปี้ยวป้าวอาบน้ำให้หลานรัก ประหนึ่งเมื่อวานไม่ได้หลอกผี เอ้ย โดนผีหลอก! โดยมีแม่หนูดาร่าที่ตื่นแต่ไก่โห่คอยช่วยอาบน้ำให้น้องอีกแรง “อันนี้อะไรค้า คุณป๋า” ชี้นิ้วไปยังช้างน้อยของน้องที่โด่เด่ มหาเสน่ห์ยิ้ม “อันนี้เรียกว่า ปิ๊กกาจู้ จ้าลูก” คนพูดหลบก้อนสบู่ที่ลอยมาเฉียดหัวได้อย่างเส้นยาแดงฝ่าแปด

“เหรอค้า แล้วทำไมหนูไม่มีล่ะค้าเสี่ยขา...”

มือที่กำลังจะปาขวดแชมพูง้างค้าง...

“เอ่อ...” เสี่ยทำไม้ทำมือพันกัน กรรม! เขามีปิ๊กกาจู้เหมือนกัน จะให้อธิบายยังไง

เรื่องผียังไม่เคลียร์ มีเรื่องปิ๊กกาจู้เข้ามาอีกแล้ว

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ ข้าวเช้าเสร็จแล้ว ลงไปทานกันเถอะค่ะ” เสียงจากนางฟ้าดังได้เวลาพอดิบพอดี สองหนุ่มรีบช่วยกันล้างตัวให้หลานชาย มหาเสน่ห์อุ้มลูกสาวไปข้างล่าง ชวนคุยเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องไอ้ช้างน้อย ที่ขนานนามว่า ปิ๊กกาจู้ของน้องเฟียซ

“โดนผีหลอกจริงเหรอวะ?” สายหน่อย สามหนุ่มจึงมารวมตัวกันที่บ้านมหาเสน่ห์ซึ่งอยู่ติดกัน สามพี่น้องซื้อบ้านติดกัน โดยมีบ้านของมหาเสน่ห์อยู่ตรงกลาง

“เออสิ เห็นแบบเต็มๆ ตาเลย” / “ใช่ ได้ยินเต็มๆ สองหู”

คนโดนหลอกคนละแบบประสานเสียงกัน

มหาโชคยกมือท้วง “เดี๋ยวก่อน! ตกลงว่าเห็นหรือได้ยิน” ทั้งสองคนสบตากันแวบนึงก่อนตอบ

“เห็น” / “ได้ยิน”

“เอ๊า! ยังไงนี่ อีกคนเห็น อีกคนได้ยิน” คนถามชักจะงึนงงแกมโมโห อะไรของพวกมัน ตกลงว่าเห็นหรือได้ยินกันแน่...

มหาลาภถอนหายใจดังพรืด... “ฉันเห็น เหน่มันได้ยิน” มหาโชคอ้าปากค้าง ชี้นิ้วไปที่น้องชายสลับกัน สองหนุ่มมีสีหน้าซีด “แกเห็นเหรอลาภ ส่วนเหน่ได้ยิน จ๊อด... นี่พวกแกดวงตกจนซวยสุดขีดหรือยังไง” ว่าเรื่องเห็นหลานตอนเป็นวิญญาณน่าสงสารแล้ว เขาว่าเรื่องนี้อภิมหาดราม่ากว่าอีก

“เออสิ! โคตรซวยเลย” มหาเสน่ห์บ่นปอดแปดมองคนที่เกิดวันเดียวกัน แต่ดันไม่เห็น ไม่ซวยเหมือนเขา “อยากจะแก้เคล็ด ด้วยการมีเมียสักเจ็ดคนอยู่เนี่ย”

มหาลาภสบตาน้องชายอย่างรู้ใจกัน ทำไมต้องเป็นเขาสองคนด้วย มองไปทางพี่ชายที่เกิดวันเดือนปีเดียวกัน ก่อนจะทำท่าถอนหายใจดังเฮือก... เห็นผีบ่อยจนจิตตก ถ้าแต่งงานแล้วมันจะหายมั้ยน้อ?

เสียงบ่นไม่จริงจังทำให้คนเป็นพี่ไม่ถือสา ออกจะเห็นใจด้วยซ้ำ “แล้วผีที่ชื่อลั่นทมนั่นเป็นใคร?” หันมาสนใจเรื่อง Ghost ghost ต่อ เขาเชื่อว่าสองคนนี้ไม่ได้โกหก จากประสบการณ์แสนเชี่ยวของสองหนุ่มเขาว่า... ถ้าพวกนี้ไม่มีเซ้นส์เรื่องนี้ ก็คงต้องซวยสุดขีด! เจอผีบ่อยออกปานนี้

“ไม่รู้ ถามลาภมันดิ เห็นหน้าเต็มๆนี่” มหาเสน่ห์โบ้ยไปหาพี่ชาย

มหาลาภทำหน้ายุ่ง “เป็นผู้หญิงใส่ชุดสีแดงกรุยกราย อายุน่าจะประมาณสามสิบนะ แต่...” ทำหน้าครุ่นคิด ดวงตาคู่นั้นสะดุดตาเขาไม่หาย

“แต่อะไร ลาภ”

“ตาโคตรเศร้าเลยว่ะ” บอกอย่างที่ใจคิด เขาว่าผู้หญิงคนนั้นต้องตาย เพราะมีสาเหตุจากความรักแน่ๆ

มหาเสน่ห์คิดตามบ้าง “ก็น่าอยู่ Peony เป็นแหล่งรวมตัวของผู้ชาย...” ทำท่ายักไหล่ ไม่พูดต่อ ทำให้คนเป็นพี่หมั่นไส้ “ผู้ชายแบบมึงงั้นสิ!” ผู้ชายแบบ...ทำหน้ายู่

“เธอตายเพราะอะไร?” มหาโชคยังคงเป็นงานเป็นการ ห่วงน้องชายทั้งสองขึ้นมาจับใจ

“เออ ลืมถามพวกนั้น” สบตากันแล้วต้องเบือนหน้าหนี ถ้าอยากรู้คงต้องกลับไปที่นั่นอีก หลับหู หลับตา ทำเป็นไม่รู้ ไม่เห็นซะดีมั้ย มหาลาภและมหาเสน่ห์คิดเหมือนกัน ผิดกลับมหาโชคที่ไม่คิดแบบน้องชาย ลองว่าผีสาวตนนั้น ปรากฏตัวให้น้องชายเขาเห็นและส่งเสียงให้ได้ยินแล้ว เจ้าหล่อนคงต้องการอะไรบางอย่างแน่ๆ

แบบนี้เขาเรียกว่ามีเวร มีกรรม ต่อกันมาหรือเปล่านะ ถึงได้มาเจอกัน มองเห็นกัน ได้ยินเสียงกัน แบบนี้ที่น้องชายเขาและผีลั่นทมนั่นเป็น

“ฉันว่าพวกนายกลับไปที่นั่นเถอะ” การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออก ต่อให้ทุบ Peony ก็ใช่ว่าจะเป็นการจบปัญหา

“หา...”

“ไม่หาล่ะ กลับไปถามให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร”

“นายคิดว่ากำลังเล่นขายของหรือไง” น้องคนสุดท้องต่อว่าอย่างอดไม่ได้ มันพูดเหมือนซื้อปลาหมึก(ใบไม้)ห้าบาท ซื้อแกง(ดินผสมน้ำ โรยดอกไม้นิดๆ)สิบบาท!

 

ผ่านไปสองชั่วโมง คนที่ตะโกนต่อว่าพี่ชายก็ต้องมายืนอยู่หน้า...Peony มาพร้อมหน้าพร้อมตากันสามพี่น้อง มหาโชคที่ไม่เคยเจอผีลั่นทมเดินนำเข้าไป ระดับความกลัวต่างกันกับสองหนุ่มลิบลับ มหาเสน่ห์เกาะแขนพี่ชายแน่น อีกฝ่ายก็ดูจะเกร็งไม่น้อยไปกว่ากัน สองหนุ่มเหงื่อแตกซิก พยายามปั้นหน้านิ่ง เมื่อเหล่าพนักงานต่างพากันก้มหัวทักทาย สาวน้อยสาวใหญ่ด้านใน ดูจะตื่นเต้นไม่น้อย มหาเสน่ห์ที่คุ้นเคยกับสาวๆ โบกมือทักทายเล็กน้อย ก่อนจะเดินลิ่วตามหลังพี่ชายไปติดๆ

“แค่เดินเข้ามา หัวใจก็เกือบวายตายแล้ว” เดินเข้ามาถึงห้องทำงานปุ๊บ ก็บ่นอุบปั๊บ มองไปรอบห้องอย่างหวาดผวา นี่เป็นห้องทำงานของผู้จัดการ ไม่ใช่ห้องทำงานของเสี่ยวเกียวที่อยู่ด้านข้าง

“ทำไมต้องมาตอนมืดด้วย” ถามอย่างกังขา

มหาโชคที่ไม่อยากจะมากลอกตาไปมา แค่นี้เขาก็ต้องกลับไปง้อเมียไม่ต่ำกว่าสามวันแล้ว มันยังจะเรื่องมาก “มาหาผี มาตอนกลางวันหรือไง ไอ้นี่!” ขาเตียงที่กำลังสะเทือน ทำให้ชายหนุ่มพื้นเสีย คืนนี้มีแววต้องอัปเปหิตัวเองมานอนนอกห้องแน่

อารมณ์กรุ่นๆ ทำให้คนเป็นน้องรีบประนอมความ “เออๆ ไม่บ่นอีกก็ได้” จริงๆก็เห็นใจมหาโชคไม่น้อย สีหน้านลินตอนออกมาจากบ้าน ทำให้รู้ชะตากรรมของพี่ชาย คนเป็นน้องมองสบตากัน ดูนาฬิกาแล้วถอนหายใจ “นายกลับบ้านไปเหอะโชค ป่านนี้บัวคงร้องไห้แล้ว” แค่คิดว่าแม่ร่างน้อยกำลังร้องไห้ หัวใจสามดวงก็ฟ่อแฟบ นลินไม่สมควรจะร้องไห้ เสียใจ กับสิ่งไหนอีกแล้ว

คำพูดของน้องชายทำให้มหาโชคนั่งไม่ถูก ใจเขามันร้อนรน “ไปเถอะโชค เรื่องนี้ฉันกับเหน่จะจัดการเอง” มหาลาภสำทับขึ้นอีก เขาเองก็ไม่ต้องการให้นลินเสียใจ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยขนาดไหน สองหนุ่มผลักพี่ชายที่ดูจะสองจิต สองใจน่าดู ออกจากห้องไป “เชื่อมือสิ เราสองคนจัดการเรื่องนี้ได้ ป้าแกคงทำอะไรรุนแรงหรอก คนอื่นที่เคยเจอ ก็ไม่เห็นเป็นไร” หว่านล้อมให้พี่ชายยอมเชื่อ

ความที่เกิดวันเดียวกัน ปีเดียวกันทำให้สามหนุ่มผูกผันกันมาก แม้จะเป็นแฝดสามที่หน้าตาไม่เหมือนกัน แต่ก็รักกันไม่ต่างแฝดเหมือนคู่อื่นๆ นอกจากหน้าตาไม่เหมือนกันแล้ว ก็ยังมีหน้าตาไม่เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ ทำให้เป็นลูกรัก(เพราะความสงสาร)ของพ่อแม่ พี่น้องคนอื่นเขามีหน้าตาสวยงาม ละมุนละไม ไม่ออกแนวป่าเถื่อนแบบพวกเขา

ที่สุดแล้วคนเป็นพี่ชายใหญ่ก็ต้องกลับไป เพราะแรงยุของน้องๆ ยุกันถึงขนาดพูดว่านลินจะไปมีสามีใหม่ ยังผลให้คนพูดโดนถีบไปสองครั้ง “เอาไงล่ะลาภ” เหลือกันสองหัวไม่ลีบแล้ว จึงหันมาปรึกษากันต่อ ความจริงแล้ว ปรึกษากันตั้งแต่อยู่บ้าน ว่าจะนิมนต์พระมาสวด หรือไม่ก็จะจ้างหมอผีมาปราบ แต่อะไรก็ไม่ดีเท่า การเดินเข้าไปถามให้รู้ว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องการอะไร

มหาลาภทำหน้าลำบากใจไม่น้อย ก็จะให้ยิ้มได้ยังไง ในเมื่อกำลังคิดเรื่อง Ghost แถมยังเป็นผีขี้เหวี่ยงเสียด้วย เที่ยวหลอกคนอื่นไปทั่ว ถ้าไม่ติดว่าติดใจตาเศร้าๆ ล่ะก็ คนอย่างเขาไม่มีวันมาเสียเวลาแบบนี้หรอก ชายหนุ่มลุกขึ้นสั่งให้น้องชายไปเดินตรวจงานภายใน Peony เดี๋ยวค่อยมาคิดเรื่องนี้ต่อ มหาเสน่ห์รับคำ รู้ดีว่าพี่ชายต้องการเวลาทำใจ ที่บอกให้ไปตรวจงานน่ะ เรื่องบังหน้าชัดๆ

 

“ป้าป้อม อย่าให้น้าษารู้นะ ว่าหนูเข้ามาด้วย” โบตั๋นที่ถือถังน้ำเดินตามหลัง ส่งเสียงกระซิบหัวหน้าแม่บ้าน ป้าป้อมผู้นี้ดูแหล่มไม่น้อย ได้ยินชื่อก็จะคิดว่าเป็นสาวใหญ่ร่างอ้วนใหญ่เทอะทะ แต่นี่ไม่ใช่เลย นางมีร่างที่อวบอั๋น ย้อมผมสีทอง ใบหน้าเข้มจัดเต็มไปด้วยเครื่องประทินโฉม ปากรึก็แดงเหมือนกินลาบเลือดมาใหม่ๆ แหล่มไม่เป็นรองใครจริงๆ

“จ้า ความจริงหนูไม่ต้องมาก็ได้” คนที่เอ็นดูหลานสาวของอุษาหันมาบอก แม่หนูนี่มีใบหน้าคล้ายใครบางคนเหลือเกิน นางไม่ได้คิดไปเอง แต่มั่นใจมากทีเดียว มีเวลาคงต้องเรียกอุษามาคุยกันให้รู้เรื่องรู้ราว

“ไม่เป็นไร หนูอยากช่วย” น้ำใจเล็กน้อยทำให้คนสูงวัยกว่ายิ้ม ที่ต้องขึ้นมาบนนี้ เพราะแขกห้องวีไอพีทำขวดไวน์แตก ซ้ำพวกสาวๆที่เป็นลูกน้องเธอก็ไม่อยากจะขึ้นมา หลายคนบอกไม่อยากเห็น หรือจะว่าอีกอย่างก็คือ ความงามของบรรดาสาวๆ ของ Peony ทำให้คนที่ทำอาชีพแม่บ้าน กลายเป็นแมลงสาป และไม่มีใครอยากจะเป็นแบบนั้น

โบตั๋นอมยิ้ม มองตามแผ่นหลังของหัวหน้าแม่บ้าน จริงๆแล้วเธอไม่ได้อยากจะช่วยอะไรมากมายหรอก อยากขึ้นมาดูที่นี่ให้เห็นกับตาเสียมากกว่า สองสาวต่างวัยเดินสวนกับหนุ่มร่างสูงใหญ่ โบตั๋นเห็นป้าป้อมยิ้มทักทายเขา เธอได้แต่เดินก้มหน้า ไม่ได้ทำเหมือนป้าป้อม

มหาเสน่ห์หยุดยืน มือสองข้างล้วงกระเป๋า หันกลับไปหาแม่บ้านสองคนอีกครั้ง ชายหนุ่มยักไหล่ เดินผิวปากไปทางเดิม ทั้งที่ในใจ ติดใจแม่สาวร่างเล็กนั่นเหลือเกิน อะไรบางอย่างในตัวเธอดึงดูดเขา มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือน... เหมือนที่รู้สึกกับนลิน ฮึ๋ย... “โดนผีหลอกจนสมองเสื่อมหรือไงวะ” สบถด่าตัวเองเป็นคุ้งเป็นแคว แล้วรีบสลัดความคิดเลื่อนเปื้อนออกจากหัว

“นี่ห้องทำงานของคุณไคล์นะโบตั๋น” ไคล์คือผู้จัดการที่คุมทุกอย่างภายใน Peony โบตั๋นพยักหน้ารับรู้ “พรุ่งนี้เช้า หนูเข้ามาทำห้องนี้” สาวน้อยอมยิ้ม รู้หรอกว่าป้าป้อมกำลังกันตัวเธอออกจากโซนต่างๆ ภายในนี้ คงไม่แคล้วจะเป็นเพราะน้าเธอขอมา

ครู่ต่อมา... แม่บ้านมืออาชีพและแม่บ้านฝึกหัดจำต้องปวดหัว เมื่อแขกที่ทำไวน์เลอะ กำลังอาละวาด เนื่องจากความเมามายจนขาดสติ สองสาวได้รู้ความจริงว่าที่ขวดไวน์ตกแตกก็เพราะฝีมือของหญิงสาวร่างอวบอัด เจ้าหล่อนไม่ได้ตั้งใจ แต่แขกก็ยังไม่ยอมฟัง ตั้งท่าอาละวาดอย่างเดียว เดือดร้อนสองสาวต้องเรียกคนมาห้าม

อุบัติเหตุเกิดได้ทุกที่ อย่างที่โบตั๋นกำลังเผชิญอยู่ ร่างเล็กของสาวไทยลอยละลิ่วไปตามแรงเหวี่ยง หลังจากที่เข้าไปช่วยห้าม “โบตั๋น!” หัวหน้าแม่บ้านถลาไปหาหลานสาวที่ลอยลิ่วไปที่กองเศษแก้ว เลือดสีแดงไหลทันทีที่เนื้อเปิด มันคงจะดีกว่านี้ถ้ากองเศษแก้วไม่มีอ้วกของไอ้แขกฟิวส์ขาดอยู่ด้วย

“ถอดชุดฟอร์มก่อนเร็ว!” สั่งเพราะรู้ว่าหญิงสาวสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นไว้ใต้ชุดฟอร์มสีฟ้า โบตั๋นรีบทำตาม ลุกขึ้นตามแรงดึง เพราะป้าป้อมลากเธอเข้าไปล้างแขนขาในห้องน้ำ กอปรกับพวกหนุ่มๆ ที่ขึ้นมาช่วยห้าม ความจริงแล้ว ตอนแรกแขกไม่ได้โวยวายที่แม่สาวแสนสวย ร่างอวบที่บริการทำไวน์แตก แต่เพราะเจ้าหล่อนทำสีหน้ารังเกียจซ้ำยังต่อว่าที่ชายหนุ่มอาเจียนออกมาต่างหาก

เลือดไหลเป็นทางบริเวณแขนและหัวเข่า “ไม่มีเศษแก้วแล้ว ไปทำแผลเถอะลูก” ดึงร่างเล็ก พาออกไปจากห้องที่ยังมีเสียงโหวกเหวกเพราะคนในห้องโวยวายไม่เลิก

ภาพแม่บ้านสาวพยุงร่าง... คิ้วหนาขมวดมุ่น ร่างเล็กทำให้มหาลาภประหลาดใจ Peony มีสาวไซส์มินิด้วยเหรอเนี่ย ตาคมกวาดมองเรือนร่างไซส์มินิ เธอคงสูงไม่เกิน 165 เซนติเมตรแน่ๆ เผลอๆ อาจจะไม่ถึง 160 ด้วยซ้ำไป รอยเลือดที่ไหลทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหา

“เกิดอะไรขึ้นครับ” ถือวิสาสะคว้าแขนแม่สาวไซส์เล็กขึ้นมาดู ก่อนจะมองไปที่รอยเลือดที่หยดไปตามทางเดิน ป้าป้อมมองตามสายตาเจ้านาย แล้วต้องห่อปาก มองหลานสาวกับรอยเลือดสลับกัน หน้าที่กับคนเจ็บ แต่นางคิดไม่นาน เพราะยังไงก็ต้องเลือกโบตั๋นอยู่ดี

เสียงเอะอะทำให้มหาลาภไม่ไต่ถาม กิจการรูปแบบนี้มักจะมีเรื่องอย่างนี้เสมอ มือหนากุมต้นแขนเล็กแน่นขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ แค่คิดว่าแม่สาวนี่... ใจเขามันก็ร้อนรุ่ม “ผมจะดูแผลให้เธอเอง คุณไปทำความสะอาด ก่อนที่แขกคนอื่นจะมาเห็น” สั่งแล้วก็จัดการลากคนตัวเล็ก ขาที่เขย่งตาม ทำให้เสี่ยเจ้าของกิจการหงุดหงิด ตวัดวงแขนอุ้มเจ้าหล่อนขึ้นมา ท่ามกลางเสียงวี๊ดว้ายของเจ้าหล่อน

โบตั๋นสบตาสีฟ้าเข้มด้วยหัวใจสั่นไหว โลกของเธอมันสะเทือนเลือนลั่นขึ้นมาเฉยๆ!

มหาลาภค่อยๆวางร่างน้อยเมื่อเข้ามาในห้องทำงานแล้ว ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปที่โทรศัพท์ จัดการสั่งให้คนจัดหายูกยามาให้ที่ห้อง โบตั๋นก้มหน้างุดๆ ใจมันเต้นแรงยังไม่หาย เธอไม่รู้สึกเจ็บแผลที่โดนเศษแก้วบาดสักนิด ผู้ชายที่อุ้มเธอมาเขา...เขาหน้าดุมาก! ยิ่งตาเขายิ่งดุ สีหน้า ท่าทาง ทุกอย่างดูดุไปหมด

ร่างสูงใหญ่ยอบตัวนั่งตรงหน้าหญิงสาว ก้มมองบาดแผล “ไปโดนอะไรมา” ถามเสียงห้วนๆ ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาพื้นเสีย มองอะไรก็หงุดหงิดไปหมด ขนาดว่าเห็นเจ้าหล่อนบาดเจ็บ เขายังหงุดหงิด แบบไม่สาเหตุ

“แก้วบาดค่ะ” ตอบเสียงสั่น คิดว่าผู้ชายตรงหน้า คงจะมีตำแหน่งใหญ่ เขาคงเป็นคุณไคล์ที่ป้าน้อมชี้ให้ดูห้องเขาตอนเดินผ่าน

“ซุ่มซ่ามแบบนี้ มิน่าล่ะ แขกถึงได้โวยวาย” อ้าว... จาก 10 คะแนนด้านหน้าตา(ที่ดุไปหน่อย) ตอนนี้กลายเป็นติด -5 ไปเลย ตกลงว่าที่ช่วยเนี่ย เพราะกลัวแขกไม่พอใจงั้นสิ!

“แขกเมา” คนตัวเล็กยังอุบอิบเถียง เห็นแบบนี้เธอก็ไม่ยอมใครง่ายๆหรอก

“แล้วทำไมเธอไม่ห้าม ปล่อยให้แขกดื่มจนเมา คิดจะมอมหรือไง!” เสียงห้าวเร่งระดับเสียงขึ้นเรื่อยๆ

ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอ... หมายความว่าไง เธอเป็นแม่บ้านไม่ใช่เหรอ หญิงสาวก้มมองการแต่งตัวของตนแล้วเบ้หน้า Peony เกรดไหน ถึงได้ยอมให้ผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้บริการแขก ไอ้บ้าเอ้ย! ตาถั่วจริงๆ ที่คิดว่าเธอเป็น...เป็นหมอนวด!

ปากที่ขมุบขมิบจะพูด ทำให้มหาลาภเบรกเอาไว้ นิ้วเรียวยาวจิ้มไปที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ “ไม่ต้องแก้ตัว นั่งรอใส่ยาอย่างเดียวพอ” นอกจากน้ำเสียงที่ฟังแหมือนมะนาวไม่มีน้ำแล้ว หน้าตาเขายังดุดันอีกด้วย ถ้าไม่มีใครเคาะประตูขึ้นก่อน เธอว่าเธอกับเขาคงต้องทะเลาะกัน ถึงขั้นฆ่ากันให้ตายแน่ๆ

ป้าป้อมเป็นคนถือถาดยามา หลังจากที่โทรไปเรียกคนมาทำความสะอาดแทน “โบตั๋นเป็นไงบ้าง” ชื่อดอกไม้ทำให้อีกคนสะดุดใจไม่น้อย โบตั๋น Peony เหรอ? แค่นยิ้มยันน้อยๆ ที่นี่ช่างสรรหา...นางโลมชื่อคล้องจองกับกิจการเสียกระไร ฮึ๋ย!

เสียงตบโต๊ะดังปัง ทำให้สองสาวหันไปมอง คนเผลอสบถหลายคำ “ไม่ต้องสนใจ ทำแผลต่อเถอะ” สองสาวลอบสบตากัน ก่อนจะทำแผลกันเงียบๆ มหาลาภอดที่สนใจแผลเล็กๆ ที่อยู่บนต้นแขนและหัวเข่าไม่ได้ ที่สุดแล้วชายหนุ่มก็ต้องถามถึงที่มาที่ไปของมัน ป้าป้อมเป็นคนตอบ บอกหญิงสาวโดนแขกเหวี่ยงตอนเข้าไปห้าม ก็เลย...

“อ้าว คุณเขาไปไหนแล้ว”

จู่ๆ ร่างสูงใหญ่ก็ผลุนผลันเดินออกจากห้อง สร้างความมึนงงให้กับสองสาว “เรากลับที่พักเถอะป้า หนูไม่อยากอยู่ในนี้แล้ว” โบตั๋นบอก อึดอัดกับสายตาเขาเต็มแก่แล้ว ผู้ชายอะไร ดุได้โล่! สองสาวต่างวัยประคองกันออกจากห้อง ไม่รั้งรอกล่าวลาอีกคน เชื่อว่าตราบใดที่อยู่ที่นี่ สักวันก็คงจะเจอ...

 

ลั่นทม ยืนมองหญิงสาวสองคนจากหน้าบ้าน เธอไปไหนไกลไม่ได้ นอกจากอยู่รอบๆกิจการแห่งนี้ วิญญาณของเธอวนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้มานานหลายปีแล้ว รอคอยใครบางคนมาปลดปล่อยวิญญาณ เพื่อจะได้ไปอยู่ในภพภูมิใหม่ จะได้ลืมความเศร้าที่นับวัน มันยิ่งกร่อนหัวใจดวงน้อยให้แหลกสลาย “ฮึก ฮึก ฮือ...”

ลมอุ่นที่พัดมากระทบผิว ทำให้โบตั๋นหันไปมองบ้านหลังน้อย หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจ เมื่อหันไปแล้วไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด... ร่างเล็กหยุดเดิน มองไปที่นั่นอีกครั้ง น่าแปลก...ที่เธอสามารถสัมผัสความรู้สึกเศร้าลึกได้ อะไรทำให้บรรยากาศรอบเธอหมองเศร้ากันหนอ

“มีอะไรเหรอหนูโบตั๋น” คนพยุงถามเสียงหวาดๆ เมื่อเห็นหลานสาวมองไปยังบ้านหลังน้อย ที่ถือว่าเป็น คู่กรณี ของทุกคน ถึงวันนี้ลมจะไม่แรง ก็สัมผัสได้ถึงความมีอยู่

โบตั๋นส่ายหน้า “ไม่มีอะไรจ้ะ หนูแค่สงสัยอะไรนิดหน่อย” เดินต่อ...

“สงสัยเรื่องอะไร” คนสูงวัยกว่าถาม

สาวหน้าใสทำหน้ามุ่ยก่อนจะพูด “ที่นี่เคยมีคนตายหรือเปล่าจ๊ะป้า”

ป้าป้อมอุทานด้วยความตกใจ “อุ้ย! ทำไมถามอย่างนั้น” คนที่อยู่ Peony มานานหลบตา ทุกเรื่องที่นี่เธอรู้ดีกว่าใคร ไม่มีสักเรื่องหรอกที่หลุดรอดสายตาคนอย่างหัวหน้าแม่บ้าน

สาวร่างเล็กรีบดึงให้อีกคนนั่งลงตรงม้าหินอ่อนก่อน เข้าที่พักไปแล้ว รับรองเลยว่าป้าแกชิ่งเธอแน่ “เล่าให้หนูฟังหน่อยสิป้า น้า... นะๆๆ” เขย่าแขนอวบเบา กะพริบตาปริบๆ ให้อีกฝ่ายรู้ว่าอยากรู้จริงๆ

อีกคนได้แต่ถอนหายใจ ไม่อยากบอกเล้ย “รู้แล้วก็เหยียบไว้นะโบตั๋น กับนังษาก็พูดไม่ได้” โบตั๋นพยักหน้ารับหงึกๆ “ตอนป้ามาทำงานที่นี่ใหม่ๆ เคยมีคนตาย” คนเล่านึกย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปี “เป็นผู้หญิงท้อง คลอดลูกตายที่บ้านหลังนั้นแหละ” ชี้ไปยังบ้านหลังน้อยที่สร้างขึ้น ก่อนเธอมาอยู่ไม่นาน “ตายทั้งแม่ทั้งลูกเลย” คนฟังหน้าซีด...นี่ขนาดป้าแกไม่อยากเล่านะเนี่ย ละเอียดยิบ!

“เด็กก็ตายเหรอป้า?”

“อื้อ...ตายตั้งแต่อยู่ในท้องน่ะ”

“ละ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมมีบ้านเดี่ยวอยู่” ซักต่ออย่างใคร่อยากรู้ ไม่พิเศษจริง จะมีบ้านแยกอยู่เหรอ

“ไม่รู้เหมือนกัน ป้ามาได้ไม่นาน เค้าก็คลอดลูกตาย บางคนว่าเป็นเมียเสี่ย แต่เสี่ยแกไม่เคยมีเมียนะ บ้างก็ว่าเป็นเมียเก็บ แต่ที่คนเชื่อกันก็คือเป็น หมอนวดใน Peony เรานี่แหละ เห็นว่าพลาดท่าท้องกับแขก เสี่ยแกเอ็นดูก็เลยรับเลี้ยง” คนเล่านิ่วหน้า “แต่ป้าว่าไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าเป็นเมีย เสี่ยคงหาบ้านใหญ่กว่านี้ให้อยู่ ถ้าเป็นอีหนู เสี่ยคงไม่เก็บไว้ที่นี่ หรือเป็นหมอนวด ก็คงไม่ยอมสร้างบ้านให้อยู่ในนี้หรอก เฮ้อ...เรื่องนี้ไม่มีใครตอบคำถามได้ดีเท่าเสี่ยเกียวอีกแล้ว”

โบตั๋นน้ำตานองหน้า เห็นด้วยกับป้าป้อม ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีเท่ากับเสี่ยเกียวอีกแล้ว “นั่นสินะป้า ถ้าเค้าอยู่นี่ หนูก็อยากถามเค้าเหมือนกัน” เธอเชื่อว่าผู้หญิงที่ตายในบ้านนั้นมีความสำคัญกับเสี่ยเกียว แต่คนที่จะให้คำตอบได้ก็ดันหายตัวไปซะนี่ สาวไทยร่างเล็กหันมองบ้านน้อยนั่นอีกครั้ง ก่อนจะเบนสายตาไปยัง Peony ใบหน้าใสขึ้นสีระเรื่อ... คิดถึงหน้าดุๆ แล้วของขึ้น!

คนทุเรศ! กล้าหาว่าเธอเป็นหมอนวด...









เริ่มจะสงกะสัยว่า "ลั่นทม" นางนี้เป็นใครกันหนอ... อิอิ

ชี้แจงเรื่อง...

-หนูน้อยดาร่าสักนิดนะคะ ดาราพรรณรายเป็นเด็กที่โดนรถชนตอนนลินฟื้นความทรงจำใน "ม่านรักลวงใจ" จ้า เป็นลูกเลี้ยงของมหาเสน่ห์ฮับ ^^

-อีกเรื่อง ดูท่า ม่านรักลวงใจ/อสูรเสี่ยงรัก/อุบัติสิเหน่หา จะต้องใช้นามปากกา "ลักษณะปรีชา" เข้าแล้ว ทั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย (คุยอีกทีก็วันจันทร์) เฮ้อ...ได้เรื่องยังไงจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ กับที่ไหนจะแจ้งให้ทราบเมื่อชัวร์ 100% ตอนนี้ 95% ฮา...

ทักษาวารี/ลักษณะปรีชา T_T!

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,048 ความคิดเห็น

  1. #1559 sleeppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2555 / 11:59
    มีลับลมคมในกันเรื่อยๆ เลยนะเนี่ย
    #1,559
    0
  2. #1499 เมมฟิส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2555 / 11:19
    โบตั๋นเป็นใคร  น่าจะเป็นลูกของผีชุดแดง  และลูกของผีนั่นไม่น่าจะตาย
    #1,499
    0
  3. #978 ดอกไม้แห่งความหวัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2555 / 17:51
    โบตั๋นเป็นใครนะ
    #978
    0
  4. #705 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2555 / 18:54
    สงสารคนมองเห็นอย่างเสี่ยขาจัง
    #705
    0
  5. #193 rosa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 / 00:25
    อืม.. ชื่อใหม่แมนมากค่ะ
    #193
    0
  6. #192 O'Pond (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 20:06
    เสี่ยมาดดุ
    #192
    0
  7. #189 nutip (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 13:12





    รอตอนต่อไปคร่าาาา 



    แต่แหมมม ป๋าขาดวงป๋าจะได้พี่สะใภ้เพิ่มอีกคนนะค่ะเนี้ย



    ความรู้สึกป๋านี่สุดยอดอ่ะ ตอนเจอเนื้องอกของป๋าอ่ะ เอาแม่นๆ นะ อิอิ

    #189
    0
  8. #186 lovelyvenus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 20:37
    สนุกค่ะ รออัพอยู่นะคะ
    #186
    0
  9. #183 pimpimwall (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 17:14
    ลุ้นรอความคืบหน้านะจ๊ะ

    และลุ้นลั่นทมต่อไปค่ะ
    #183
    0
  10. #181 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 13:22
    หนูโบตั๋นเกี่ยวข้องกับที่นี่แน่เลย
    #181
    0
  11. #180 Mo.MinT* :) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 12:31





    รอเสี่ยขาาาาา >.<

    #180
    0
  12. #178 porb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 10:48
    รอต่อๆๆๆ
    #178
    0
  13. #177 สมพิศ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 10:21
    เสี่ยเห็นว่าสวยเลยคิดว่าหมอนวดมั้งจ๊ะโบ๋ตั๋น คริคริ ลักษณะปรีชาก็เพราะจ้า
    #177
    0
  14. #175 พี่ศรี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 04:58
    งง งง ไม่เข้าใจว่าทำไมจะใช้นามปากกาเดิมไม่ได้ คนเขียนก็คนเดียวกัน เอากฏหมายข้อไหนมาห้าม ทำให้คนอ่านที่ไม่รู้มาก่อนหรือติดตามมาก่อนก็อาจจะงงๆสับสนได้
    #175
    0
  15. #173 SHERRY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 00:26
    รับทราบคะภาวนาให้ออกมาเป็นรูปเล่มเร็วๆเพราะอยากอ่านแบบเต็มๆเหมือนกันจะได้มีครบทุกเซตของดอกไม้เนอะมีทุกเรื่องเลยค่ะราชพฤกษ์ลวงใจสนุกมากๆคะรออ่านอีกสองเล่มที่จะออกงานสัปดาห์หนังสือเดือนตุลาคมคะและขอให้ทั้งสามเล่มออกมาเป็นรูปเล่มเร็วๆนะคะสงสารคนรออ่านบ้างเถ๊อะๆๆๆรอร้อรอมานานมว้าก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆนะคะ
    #173
    0
  16. #172 ponpim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 00:05
    เดาต่ออีกนิด ... >///< เค้าว่าเสี่ย ไปจัดการแขก แบบจัดหนัก
    ข้อหาทำให้คนสวย เลือดออก คริ คริ
    #172
    0
  17. #171 ponpim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 00:04
    อืมมมมม ถ้าสรุปยังไง รีบมาบอกด้วยเน้อ
    ทักษาวารี ไม่ได้จริงๆ เหรอ .. แอบเศร้าเล็กๆ
    สาวๆ ที่รออ่าน เผื่อมีคนที่ไม่ได้ตามอ่านใน net อาจมีสิทธิ์ ต่อไม่ติด หาไม่เจองั้นมั้ยนะ
    ( เผื่อจะมี กลุ่มที่อ่านหนังสืออย่างเดียว )
    #171
    0
  18. #170 malakay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 23:47
    รับทราบค่ะ.... ใช้ชื่ออะไร พิมพ์กะที่ไหน ออกมากี่เล่ม ยังไงก็ไม่พลาดแน่นอนจ้า...
    #170
    0
  19. #168 ลูกหยก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 23:18
    รอนะค่ะ ^ ^
    #168
    0
  20. #167 นัควัต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 23:07
    อืมมมมมม เสี่ยก็เข้าใจว่าหนูโบตั๋นเป็นหมอนวดซะงั้น รออ่านต่อค่าาา
    #167
    0
  21. #166 forever 9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 23:01
    เสี่ยลาภกับหนูโบตั๋นได้เจอกันแล้ว
    แต่เรื่องของหนูโบนี้สิน่าสนุกแท้ หุหุ
    #166
    0
  22. #155 Mo.MinT* :) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 / 21:02
    รอ ร๊อ รอ รอคนสวยมาอัพ *^*
    #155
    0
  23. #147 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 / 13:06
    รอหนูโบตั๋นจ้า
    #147
    0
  24. #131 นัควัต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 / 22:29
    รอเสี่ยลาภค้าาาา ว่าแต่หนูโบตั๋นจะออกมาเผยตัวแล้วใช่มั้ยค่ะ???
    #131
    0
  25. #127 ponpim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2555 / 20:33
    เหอะๆๆ รอๆๆ ชอบๆๆ
    #127
    0