รักจงรัก(ษ์)

ตอนที่ 15 : จงรักษ์ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    26 ก.ย. 62

ตอนเย็นหลังเลิกงานชัยโยรีบมาหาจงรักษ์ถึงคอนโดท่านรองกลับไปที่บริษัทเกือบสี่โมงเย็นโดยบอกเธอว่าเจ๊เลิฟขอกลับบ้านก่อนเพราะรู้สึกไม่สบายชัยโยไม่เชื่อจึงได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้จนเลิกงานเธอไม่ได้บอกกล่าวเรื่องนี้กับพี่วิเพราะอยากมาสอบถามเจ๊เลิฟเสียก่อน

“อิเจ๊! เกิดอะไรขึ้น” 

ทันทีที่เห็นดวงตาบวมแดงของอีกฝ่ายชัยโยจึงอุทานอย่างตกใจคบหากันมาเธอเคยเห็นเจ๊เลิฟเคยร้องไห้ที่ไหน

“วันนี้ฉันเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาน่ะ” จงรักษ์ตอบกลั้วขำซึ่งน้ำเสียงแหบแห้งของเธอไม่ได้ทำให้ชัยโยขำสักนิด

“เกิดอะไรขึ้นท่านรองทำอะไรเจ๊หรือว่า…เขาปลุกปล้ำเจ๊” 

“พอๆ ไม่ต้องมโนไปไกลวันนี้มีเรื่องให้ต้องร้องเลยร้อง” จงรักษ์หันหลังกลับไม่ลืมส่งสายตาให้อีกฝ่ายปิดประตูล็อกห้อง

“เรื่องอะไรที่ทำให้เจ๊ต้องร้องไห้ถ้าไม่ใช่เรื่องเสียตัว” 

“นังโย…จินตนาการแกเวอร์วังกว่าฉันที่ชอบอ่านนิยายดูซีรีส์เสียอีก” ทั้งสองนั่งโซฟาตัวเดียวกันจงรักษ์ไม่ต้องเสิร์ฟน้ำเพราะถ้าหิวชัยโยสามารถลุกไปหากินได้

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะที่ทำให้ร้องไห้ตาบวมแดงเสียงแหบแห้งแบบนี้” ชัยโยถามเสียงสั่นอีกนิดเธอจะร้องตามล่ะมันต้องเป็นเรื่องหนักหนามากถึงสามารถทำให้คนอย่างจงรักษ์ร้องไห้ออกมาได้

“ก็ไม่มีอะไรหรอกแค่…มีอะไรมาสะกิดต่อมน้ำตาเลยแตกร้องไห้ย้อนหลังไปสิบกว่าปี” 

“ร้องไห้ย้อนหลังไปสิบกว่าปีงั้นเหรอ” 

“อืม” 

“มีแบบนี้ด้วยเหรอเจ๊” 

“คนอื่นมีหรือเปล่าไม่รู้แต่พี่เพิ่งเป็น” จงรักษ์บอกเสียงอ่อย

“แล้วเรื่องอะไรที่ทำให้ร้องไห้เกี่ยวกับท่านรองไหมเจ๊” 

“ไม่เกี่ยวแค่ท่านรองมาพูดกระตุ้นความรู้สึกก็เลยปล่อยโฮออกมา” 

“นางเอกมากแบบร้องเพราะอยากอ้อนใช่ป่ะ” 

“บ้าสิฉันไม่ได้ซบอกเขาสักนิดเลยย่ะ” 

หญิงสาวหน้าแดงก่ำถึงไม่ได้ซบอกแต่มือเขาวางบนหัวเธอตลอด

“อิเจ๊…สบโอกาสขนาดนี้แล้วทำไมไม่ทำ” 

“นี่แกอย่ามาชวนนอกเรื่องที่มาแค่จะถามแค่นี้ใช่ไหม” จงรักษ์ตีต้นแขนอีกฝ่าย

“เป็นห่วง…นี่ไม่ได้บอกใครเลยนะอยากมาถามเจ๊ก่อน” 

“ขอบใจตอนนี้ดีขึ้นแล้ว” 

“จะไม่บอกเหรอว่าร้องไห้เรื่องอะไร” 

จงรักษ์สบตาชัยโยแล้วน้ำตารื้น

“วันนี้…พี่ไปเจอพ่อมาน่ะ” 

“เจอพ่อ! เจ๊…” ชัยโยยกมือทาบอกเข้าใจเลยว่าจงรักษ์เจอพ่อแบบไหนคงไม่แคล้วพ่อกับผู้หญิงที่มักเปลี่ยนหน้าค่าตาเสมอ

“อืมท่านรองเหมือนจะรู้ว่าพี่เสียใจก็เลยพาออกจากร้านแล้วไปนั่งที่สวนสาธารณะของโครงการหมู่บ้านที่เขาอยู่น่ะเขาพูดอะไรนิดหน่อยพี่เลยหลุดปล่อยโฮเสียหน้าชะมัดเลยอุตส่าห์คีปลุคพี่วิมาได้ตั้งนาน” หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

“ใช่เรื่องต้องมากลุ้มไหมท่านรองพูดว่าอะไรถึงทำให้คนอย่างเจ๊ร้องไห้ออกมาได้ปกติเจ๊ไม่ร้องนะแค่นอยด์ไปหลายวันเท่านั้นเอง” คนที่เคยพบเจอเหตุการณ์นี้บอกอย่างไม่เข้าใจตอนแรกเธอยังคิดเลยว่าเจ๊เลิฟใจแข็งเหลือเกินที่ไหนได้เจ๊แกใจบางสุดๆ ดีที่ไม่ร้องไห้ออกมาแค่นั้นเอง

“อาจเป็นเพราะเวลาไปเจอคนเดียวก็อึนๆ อยู่คนเดียวไปเจอพร้อมแกๆ ก็ไม่เคยพูดอะไรได้แต่มองพี่ด้วยสายตาห่วงใยละมั้งวันนี้ที่ร้องไห้อาจเป็นเพราะคำพูดของท่านรองนั่นแหละ” 

หญิงสาวค่อยๆ คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาสดๆ ร้อน

‘จงรักษ์…ถ้าคุณทำใจให้ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ปัญหาก็ไม่ใช่ปัญหาในโลกใบนี้ไม่มีใครเป็นแบบที่คุณต้องการได้ทั้งหมดและคุณ…ก็ไม่สามารถเป็นในสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้คุณเป็นเช่นกัน’ 

‘จงรักษ์…ชื่อของคุณมีความหมายว่าอะไรครับ’ 

‘แปลว่าให้รักษาไว้หรือเปล่าบวกกับชื่อเล่นของคุณก็ประมาณให้รักษาความรักไว้ไหมครับ’ 

‘ถ้าเลิฟเป็นเลิฟปัญหาที่คุณคิดว่าใหญ่มันจะเล็กลงทันที’ 

‘เป็นตัวของตัวเองเถอะถ้าคุณชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็ให้ท้วงติงอย่าได้แบกรับความคาดหวังของคนอื่นอีกเลยนะครับอ้อ…อีกอย่างคือต่อจากนี้ไม่ต้องทำตัวเหมือนพี่วิในสายตาผมคุณยังคงเป็นคุณเสมอ’ 

คำพูดของเขาเหมือนปลายมีดแหลมคมค่อยๆ สะกิดบาดแผลในหัวใจและเหมือนกับว่าปลายมีดที่ค่อยๆ กรีดนั้นมีตัวยาบางอย่างเคลือบทาเอาไว้…มันเป็นความเจ็บที่มากับความรู้สึกดีชะมัด

“ท่านรองพูดว่าอะไรบ้าง” ชัยโยอยากรู้ว่าอะไรทำให้จงรักษ์ร้องไห้จนตาบวม

“แค่พูดทำนองว่าให้พี่ทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นน่ะพี่เป็นอย่างที่คนอื่นต้องการไม่ได้พ่อเองก็เป็นอย่างที่พี่ต้องการไม่ได้เหมือนกัน” หญิงสาวสรุปสั้นๆ 

“มันก็จริงอย่างที่ท่านรองว่านะเจ๊บางทีโยก็อยากบอกเจ๊นะเจ๊ไม่ต้องทำตามที่พ่อแม่ตากับป้าต้องการทุกอย่างก็ได้แต่เห็นเจ๊ตั้งหน้าตั้งตาทำให้ทุกคนสบายใจแล้วพูดไม่ออกอะ” 

“แกเป็นคนที่สองที่กล้าพูดนะ” 

คนแรกก็คือท่านรอง…หญิงสาวคิดในใจ

“คนอื่นเขาก็คิดแบบนี้แหละพี่ส้มพี่วิพี่นุหรือแม้แต่เจ๊น้ำเขาห่วงเจ๊ทั้งนั้นแหละแต่เขาไม่พูดเพราะไม่อยากให้เจ๊ไม่สบายใจกว่าเดิม” 

“ขอบใจ” จงรักษ์เอียงตัวเท้าคางกับขอบด้านหลังโซฟายิ้มให้ชัยโย

“ไม่ต้องฝืนยิ้มให้โยสบายใจหรอกวันนี้เจ๊แสดงความเสียใจหรือร้องไห้ได้เต็มที่รับรองว่าจะไม่บอกใครทั้งนั้น” ชัยโยทำนิ้วรูดซิปตรงปาก

“ฮึกพี่ไม่ได้อยากร้องแต่เรื่องวันนี้มันทำให้นึกถึง…” 

“พอๆ แค่ให้เสียใจกับร้องไห้ไม่ได้ให้พูดถึง” ชัยโยกอดอีกฝ่ายแน่นไหล่หนาสะอื้นไม่ต่างจากคนในอ้อมกอด

เมื่อหลายปีก่อนเขาไปค้างที่บ้านจงรักษ์และบังเอิญได้ล่วงรู้เรื่องบางอย่างเข้าพอดี…เรื่องมันหนักหนาเกินกว่าที่คนนอกอย่างเขาจะรับไหวเขาไม่รู้ว่าจงรักษ์โตมากับความทรงจำเหล่านั้นได้อย่างไร

คนคนหนึ่งต้องใช้ความพยายามรักษาความสุขความสบายใจของคนในครอบครัวมากแค่ไหนกันนะ


“ลมอะไรหอบลูกชายแม่ให้กลับมาบ้านได้เนี่ย” ธัญทิพกระเซ้าลูกชายที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกธนวัตยกมือไหว้แม่ปกติเขาค้างที่คอนโดใกล้ที่ทำงานหรือไม่ก็ไปค้างที่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ในโครงการที่เพิ่งพาจงรักษ์ไป

“ลมคิดถึงมั้งครับแม่” 

“หืมคิดถึงใครแม่ว่าไม่ใช่แม่แน่ๆ” 

ธนวัตนั่งลงแล้วโอบกอดแม่ธัญทิพที่ตอนแรกตั้งใจหยอกลูกถึงกับนิ่วหน้า

“วินมีอะไรหรือเปล่า” 

“วันนี้ผมพาเลิฟออกไปกินข้าวครับ” 

“แล้วยังไงล่ะลูก” 

คนที่ปรับทุกข์เรื่องเพื่อนเก่าไม่ยอมติดต่อไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ ถามตอนที่หล่อนรู้ว่าจงรักษ์ไปเป็นเลขาของลูกชายหล่อนดีใจมากคิดว่าเส้นความสัมพันธ์มันอาจขยับเข้าใกล้กันอีกหน่อยแต่หล่อนคิดผิดรังรองยังคงเป็นคนใจร้ายที่ยังไม่ยอมเจอหน้าหล่อนเหมือนเดิม

“ไปเจอลุงยุตกับสาวพอดีเลยครับ” 

“ตายละแล้วน้องเป็นไงบ้าง” 

ธนวัตส่ายหน้ากับอกแม่อย่าว่าแต่เธอจะไม่โอเคเลยเขาเห็นยังไม่พอใจอายุปูนนั้นแล้วยังมีเรื่องชู้สาวให้คนอื้ออึงไปทั่วหัวระแหง

“ผมทำน้องร้องไห้” 

“หือหมายความว่าไงลูก” 

“ผมพาน้องไปหาที่คุยกันแล้วก็พูดให้น้องร้องไห้ครับ” 

ธัญทิพลูบศีรษะลูกชายหล่อนเป็นคนระบายแบ่งเบาความทุกข์ในใจให้ลูกชายฟังจนทุกวันนี้ลูกเหมือนแบกรับแทนหล่อนส่วนหนึ่งไปแล้วหล่อนกับลูกต่างเฝ้ามองจงรักษ์อยู่ห่างๆ เสมอ

“วินพูดกับน้องเรื่องอะไรบ้าง” 

“ไม่ได้พูดเรื่องอื่นนอกจาก…พูดให้เขาเป็นตัวของตัวเองครับแม่” 

คนฟังน้ำตารื้นหล่อนเฝ้าติดตามข่าวครอบครัวของเพื่อนจนเห็นคุณเห็นโทษในเรื่องหนึ่งขึ้นชื่อว่า ‘รัก’ มันมีทั้งด้านดีและไม่ดี

…น้อยไปก็โหยหา

…มากไปก็อึดอัด

ความรักที่จงรักษ์ได้รับจากคนในครอบครัวทำให้คนที่มองอยู่ห่างๆ อย่างหล่อนอึดอัดไม่รู้ว่าหญิงสาวทนแบกรับได้อย่างไรที่หล่อนอยากติดต่อกับรังรองดังเดิมส่วนหนึ่งเพราะอยากจะเตือนเพื่อนแต่อีกฝ่ายไม่เคยให้โอกาส

“น้องร้องไห้ก็ดีเหมือนกันป้าเขาคุยนักคุยหนาว่าหลานสาวใจแข็งไม่เคยร้องไห้ให้เห็นเลย” นึกถึงจงกลอย่างขัดใจเล็กน้อย

“ผมไม่อยากเห็นน้องร้องไห้” 

“เอาเถอะว่าแต่วิรู้เรื่องนี้ไหมลูก” 

“ไม่ทราบครับไม่มีใครทราบเลยผมไม่ได้ให้เลิฟทำงานต่อไปส่งที่คอนโดแล้วกลับไปทำงานคนเดียว” 

“ดีแล้วล่ะอย่าให้พี่เรารู้เลยเดี๋ยวน้องจะอึดอัดไปเปล่าๆ” ธัญทิพเชื่อว่าลูกสาวรู้จะต้องบุกไปหาจงรักษ์อย่างแน่นอน

ธัญทิพไม่ได้บอกกับธาวินีว่าหล่อนฝากให้ธนวัตช่วยดูแลจงรักษ์อีกทางและหล่อนรู้อีกด้วยว่าลูกสาวกำลังพยายามจับคู่ให้น้องชายกับจงรักษ์ซึ่งธาวินีพลาดอย่างแรง

…ไม่เห็นต้องลงทุนลงแรงแต่อย่างใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #259 noodao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 12:02
    พี่วินน่ารัก อบอุ่น
    #259
    0
  2. #188 ployarthittaya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 08:14
    ผมอย่างงั้นน้องงงงงงงงอย่างงี้ น่าร้าก
    #188
    0
  3. #187 vzavii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 00:58
    มายบอสมากๆเลย
    #187
    0
  4. #186 Bobo_Phitchy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 18:00
    อยากอ่านเล่มแล้ววว
    #186
    0
  5. #185 proud_wt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 17:21
    เรื่องอะไรน้าที่เป็นเรื่องหนักและฝังใจของน้องเลิฟ
    #185
    0
  6. #184 ao_majo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 17:00

    พี่วิเหนื่อยโดยใช่เหตุซะแล้ว.....

    #184
    0
  7. #183 drn_ptk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 15:37
    เก็ตเลยกับประโยคสุดท้ายของแม่ทิพย์ นี่แหละเขาบอกเหนอฟ้ายังมีฟ้า
    #183
    0
  8. #182 pnui19 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 15:23

    สงสารน้องเลิฟนะคะนี่ แต่ดีนะว่าพี่วินดูแลอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ

    ที่จริงก็คงอยากดูแลแบบประชิดตัวน๊า 55555

    ขอบคุณค่ะ


    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png


    #182
    0