รักจงรัก(ษ์)

ตอนที่ 14 : จงรักษ์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    25 ก.ย. 62

จงรักษ์

จงรักษ์จ้องไอศกรีมถ้วยใหญ่ตาวาววับเกือบเดือนที่เธอไม่ได้มีโอกาสแวะมากินเพราะงานที่ยุ่งเหยิงพอถึงวันหยุดก็ต้องกลับบ้านไปหาแม่กับตาไม่ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนป้าทั้งหมดที่ว่ามานั้นสูบพลังเธอไปจนหมดยิ่งสองสามวันนี้ต้องมารบกับความรู้สึกแปลกๆ ไอศกรีมตรงหน้าน่าจะเรียกพลังชีวิตเธอให้กระเตื้องขึ้นบ้าง

“จ้องเหมือนเด็กเจอของชอบ” ธนวัตที่มีสีหน้าพอใจกระเซ้า

“เลิฟชอบไอติมร้านนี้มากค่ะบังเอิญจังเลยนะคะที่ท่านรองชวนมากินพอดี” 

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มมุมปากไม่ตอบรับใดๆ 

“ชอบก็กินให้มากบ่ายจะได้มีแรงทำงาน” 

“แหม…ติดสินบนเลขาเหรอคะต่อให้ท่านรองไม่เลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมเลิฟก็ทำงานให้อย่างเต็มที่อยู่แล้วค่ะ” 

“ครับ” 

เอิ่ม…จงรักษ์รู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีทุกครั้งที่เขาตอบครับสั้นๆ แต่ดวงตาคมทอประกายวาววับนี่มันยังไงกันนะ

“ท่านรองไม่กินเหรอคะ” 

“กินครับแต่เลิฟกินก่อนได้เลยผมกลัวเลิฟไม่อิ่ม” 

“ไม่อิ่มได้ไงคะถ้วยเบ้อเริ่ม” 

ธนวัตไม่พูดอะไรชายหนุ่มตักไอศกรีมเข้าปากลิ้นค่อยๆ รับรสชาติหวานแต่คงไม่เท่าที่หัวใจได้รับ

“อร่อยไหมคะ” 

“อืมหวาน” 

“แหม…ไอติมก็หวานเป็นธรรมดาหรือท่านรองไม่ชอบกินของหวานคะ” 

“กินได้ครับ” 

“งั้นก็กินเยอะๆ นะคะเดี๋ยวเลิฟเลี้ยงเองก็ได้ถือว่าตอบแทนที่ท่านรองเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นมีแต่ของชอบเลิฟทั้งนั้นเลย” สาวที่กินไปเยอะบอกอย่างเกรงใจ

“ไม่ต้องผมเลี้ยงเลิฟได้” 

“คะเอ่อ…ค่ะ” 

เจอผู้ชายบอกเลี้ยงได้ต่อหน้าต่อตาจงรักษ์ถึงกับไปต่อไม่ถูกเธอไม่รู้ว่าตัวเองมีสีหน้าแบบไหนตอนได้ยินแต่แก้มมันวูบวาบชอบกล

“ว่าแต่เลิฟเถอะชอบกินอาหารญี่ปุ่นมากเหรอ” 

นับเป็นคำถามที่ทำให้จงรักษ์ผ่อนคลายหญิงสาวรีบปัดความคิดบางอย่างทิ้ง

“ไม่มากไปกว่าอาหารไทยฝีมือแม่เลิฟหรอกค่ะความจริงก็ชอบทุกอย่างที่อร่อย” 

“กินได้หมดทุกอย่างที่อร่อยว่างั้น” 

“ถูกต้องค่ะใครไม่ชอบของอร่อยเล่าคะ” 

“อืม” 

อีกล่ะ…รับสั้นๆ อีกแล้ว

“แล้วท่านรองล่ะคะชอบอะไรเป็นพิเศษไหม” 

“ผมไม่ค่อยเรื่องมากเท่าไหร่มีอะไรกินได้หมดขอให้อร่อยเป็นพอ” 

“งั้นเราก็เหมือนกันค่ะ” 

“ครับผมก็ว่าเราเหมือนกัน” 

คำว่า ‘เรา’ ที่ออกจากปากเขาทำให้จงรักษ์รู้สึกแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหญิงสาวยิ้มแหยให้ชายหนุ่มก่อนก้มหน้ากินไอศกรีมต่อ


“ร้านนี้อร่อยนะคะพี่” เสียงลูกค้าที่เข้ามาใหม่ดึงภวังค์ของจงรักษ์หญิงสาวเหมือนถูกน้ำราดลงกลางกระหม่อมเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง

พ่อกับ…หญิงสาวรีบก้มหน้าในขณะที่ธนวัตที่สังเกตเห็นเอี้ยวหน้าไปมองชายหนุ่มรีบหันกลับมาทางเดิมโดยที่สีหน้ายังเรียบนิ่ง

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับเลิฟ” 

“เปล่าค่ะแค่รู้สึกอิ่ม” 

“คุณเพิ่งกินไปห้าคำเอง” ชายหนุ่มท้วง

“จู่ๆ ก็อิ่มตื้อเลยค่ะ” คนที่นอกจากกินอะไรไม่ลงแล้วน้ำตายังจะไหลบอกเสียงสั่นเธอมักมีปฏิกิริยาแบบนี้เสมอไม่เคยทำใจได้เลยสักครั้ง

“ขอน้ำให้แฟนพี่ก่อนนะน้อง” เสียงจากโต๊ะข้างๆ ดังรบกวนจิตใจ

แฟน…

“พี่ยุตจะสั่งอะไรเพิ่มอีกไหมคะ” 

พี่…ผู้หญิงยี่สิบต้นๆ กับชายวัยห้าสิบกว่าเรียกกันเป็นพี่ได้เต็มปากเต็มคำเชียวหรือ

“พอแล้วพี่นั่งดูหนูกินก็อิ่มแล้วล่ะ” 

จงรักษ์แค่นยิ้มมุมปากกับลูกแท้ๆ เรียกแกๆ ด้วยน้ำเสียงห้วนจัดแต่กับคนอื่นดันเรียกเขาว่าหนูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหญิงสาวหลับตาสะกดกลั้นความน้อยใจ

บ่อยครั้งที่เธอมักบังเอิญเจอพ่อควงผู้หญิงและทุกครั้งเธอจะถูกความรู้สึกมากมายโจมตีต่อให้พยายามบอกกับตัวเองแค่ไหนว่าพ่อก็คือพ่อเขาเลิกกับแม่นานแล้วจะไปกับใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอทั้งนั้น

ทว่า…ความพยายามของเธอกลับล้มเหลวภาพพ่อควงผู้หญิงมักจะกระตุ้นความทรงจำเก่าๆ ขึ้นมาทำให้เธอเจ็บปวดทุกครั้ง

“เดี๋ยวผมมานะ” 

หญิงสาวได้แต่พยักหน้าไม่รู้เขาลุกไปไหนกระทั่งถูกอีกฝ่ายที่กลับมาที่โต๊ะจับต้นแขนดึงให้ลุกเดินออกจากร้าน

“พี่ยุตมองอะไรคะคนรู้จักเหรอคะ” 

จงรักษ์ทันได้ยินประโยคนี้เต็มสองหูแต่หญิงสาวไม่คิดหันกลับไปมองได้แต่เดินลิ่วตามแรงรั้งออกจากร้านด้วยความรวดเร็วตลอดทางธนวัตเปลี่ยนมาโอบไหล่หญิงสาวกระทั่งพากันไปถึงรถชายหนุ่มจึงสั่งให้หวังเหว่ยขับออกไป


“ทำไมไม่กลับบริษัทคะ” หญิงสาวหันมาถามเมื่อรถจอดภายในสวนสาธารณะของหมู่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่งมองจากตรงนี้สามารถเห็นสระน้ำมีต้นไม้รอบๆ และถนนสำหรับให้คนเดินออกกำลังกาย

“ผมพาเลิฟมาที่ที่ผมชอบมา” 

“หือที่ที่ท่านรองชอบมาเหรอคะ” 

“ครับมาสิเดี๋ยวผมพาไปนั่งตรงโน้นรับรองว่ากลับขึ้นรถอีกทีเลิฟจะอารมณ์ดีกว่าเดิม” 

จงรักษ์ลงจากรถเดินตามชายหนุ่มไปแต่โดยดีหญิงสาวพบว่าแม้เป็นช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจ้าแต่บริเวณรอบๆ กลับร่มรื่นเพราะมีร่มไม้ใหญ่ติดๆ กัน

“นั่งสิครับ” คนเดินนำนั่งลงที่ม้านั่งริมสระก่อน

“ขอบคุณค่ะท่านรองซื้อบ้านโครงการนี้ไว้เหรอคะ” หญิงสาวมองไปรอบๆ แล้วเกิดชอบหากไม่อยากอยู่คอนโดแล้วเธอก็อยากได้บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมแบบนี้เหมือนกัน

“ครับทั้งซื้อทั้งลงทุนกับเพื่อนด้วย” 

“ลงทุนกับเพื่อนคือสร้างขายน่ะเหรอคะ” 

“ครับนี่โครงการของเพื่อนผมเองเขาชวนเลยลงทุนด้วยแล้วพอเห็นแปลนบ้านก็ชอบเลยซื้อไว้หลังหนึ่งไม่ไกลจากนี่หรอก” 

“ดีจังเลิฟมานั่งแป๊บเดียวยังรู้สึกชอบเลยร่มรื่นมากๆ เลยนะคะ” 

จงรักษ์หันไปมองรอบๆ แล้วจึงยิ้มเก้อเมื่อสบตาคนที่เอาแต่จ้องเธอตาไม่กะพริบ

“แล้วท่านรองชอบมานั่งรับลมเย็นๆ ที่นี่ตอนไหนเหรอคะ” ชวนคุยแก้เก้อ

“ตอนมีเรื่องไม่สบายใจผมชอบมานั่งที่นี่คิดทบทวนถึงปัญหาหรือเรื่องคาใจที่แก้ไม่ตก” 

“แล้ว…ได้ผลทุกครั้งไหมคะ” 

“ถ้าคุณทำใจยอมรับและพร้อมเผชิญหน้ากับปัญหาทำไมจะไม่ได้ผลล่ะ” 

กลายเป็นว่าชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่กลับชี้ทางสว่างให้

“ทำใจยอมรับพร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา” จงรักษ์ทวนแล้วจึงพยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย

กี่ปีมาแล้วนะที่เธอแบกรับความรู้สึกต่างๆ เอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้

กี่ปีมาแล้วที่พอเห็นพ่ออยู่กับคนอื่นแล้วในหัวมักมีคำถามว่าทำไมๆ 

กี่ปีมาแล้วที่ไม่กล้าบอกป้าว่าเธอไม่ชอบบางสิ่งบางอย่างที่ป้าหยิบยื่นให้

กี่ปีมาแล้วที่ไม่กล้าบอกตาว่าอย่าได้หาเรื่องต่อว่าแม่อีกเลย

กี่ปีมาแล้วที่ไม่กล้าบอกกับแม่ว่าอย่าห่วงเธอนักเลย

กี่ปีมาแล้วที่ไม่กล้าบอก…ทุกคนว่าเธอไม่เคยลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้น

“ฮึก…บะบ้าจริง” 

หญิงสาวสบถเมื่อจู่ๆ น้ำตาก็ไหลทะลักออกมาทั้งที่เมื่อก่อนไม่ว่าจะเจอกับอะไรเธอมักไม่แสดงออกได้แต่กักเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ในใจ

ธนวัตวางมือบนศีรษะทุยลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน

“จงรักษ์…ถ้าคุณทำใจให้ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ปัญหาก็ไม่ใช่ปัญหาในโลกใบนี้ไม่มีใครเป็นแบบที่คุณต้องการได้ทั้งหมดและคุณ…ก็ไม่สามารถเป็นในสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้คุณเป็นเช่นกัน” 

หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลรินตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อก่อนเธอไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าแม่หรือใครก็ตามนั่นเพราะ…ไม่เคยมีใครถามความรู้สึกหรือพูดทำนองนี้กับเธอ

“จงรักษ์…ชื่อของคุณมีความหมายว่าอะไรครับ” 

“…” 

หญิงสาวไม่ได้ตอบเธอเงยหน้ามองเขาผ่านม่านน้ำตา…รอยยิ้มอบอุ่นตรงหน้าคืออะไรหนอ

“แปลว่าให้รักษาไว้หรือเปล่าบวกกับชื่อเล่นของคุณก็ประมาณให้รักษาความรักไว้ไหมครับ” 

จงรักษ์พยักหน้ารับ

“งั้นถ้าเลิฟเป็นเลิฟปัญหาที่คุณคิดว่าใหญ่มันจะเล็กลงทันที” 

…ถ้าเลิฟเป็นเลิฟอย่างนั้นเหรอ

“เป็นตัวของตัวเองเถอะถ้าคุณชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็ให้ท้วงติงอย่าได้แบกรับความคาดหวังของคนอื่นอีกเลยนะครับอ้อ…อีกอย่างคือต่อจากนี้ไม่ต้องทำตัวเหมือนพี่วิในสายตาผมเลิฟยังคงเป็นเลิฟเสมอ” ธนวัตโยกศีรษะหญิงสาวเบาๆ 

“ทะท่านรองไปรู้อะไรมา” น้ำเสียงสั่นเครือเหมือนไฟที่แผดเผาคนฟัง

เขารู้อะไรมางั้นเหรอ…ก็รู้เกือบทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าแบกรับความต้องการคนในครอบครัวไว้มากมายขนาดไหน ธนวัตยิ้มให้หญิงสาว

“ครอบครัวเราเคยสนิทกัน” 

จงรักษ์ส่ายหน้า “เรื่องมันเกือบยี่สิบปีแล้ว” 

“ต่อให้แม่เลิฟไม่อยากสนิทกันเหมือนเดิมแต่แม่กับพ่อพี่ไม่เคยเปลี่ยน” 

สรรพนามที่เปลี่ยนกะทันหันทำให้จงรักษ์ต้องเบือนหน้าหนีเรื่องที่สองครอบครัวเคยไปมาหาสู่กันหญิงสาวยังจำได้แม้อายุจะแค่ห้าหกขวบเธอก็จำไม่ลืมจะมีลืมไปบ้างตอนโตขึ้นมาหน่อยหลังจากเกิดเรื่องนั้น…เธอก็พร้อมใจจะลืมเลือนอดีตทุกอย่างเพื่อเดินหน้าต่อ

เธอเกือบลืมเรื่องป้าทิพลุงวัชได้จริงๆ กระทั่งได้พบกับธาวินีตอนเข้ามหาวิทยาลัยความทรงจำบางอย่างถูกกระตุ้นแต่เธอก็เลือกเดินหน้าต่อต่อให้พี่วิพยายามพูดเรื่องตอนเด็กๆ ที่เคยเจอกันแค่ไหนเธอก็แค่ฟังแล้วปล่อยผ่าน

และมีสิ่งหนึ่งที่น่าแปลก…แม้ว่าครอบครัวทั้งสองจะเคยสนิทกันแต่จงรักษ์กลับไม่เคยพบท่านรองเลยสักครั้ง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #258 noodao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 11:57
    แบกเอาไว้ทุกอย่างเลยไม่หนักหรอ
    #258
    0
  2. #181 Jvar J. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:47
    ไปหลบอยู่ไหนมาฮึท่านรอง
    #181
    0
  3. #180 ao_majo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:27

    อ้าวท่านรองฯตอนสมัยเด็กๆไปแอบหลบมุมอยู่ตรงไหนคะนั่น น้องเลิฟถึงไม่เคยเจอ??

    #180
    0
  4. #179 proud_wt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 15:34
    ครอบครัวสนิทกันตอนเด็กทำไมเลิฟถึงบอกว่าไม่เคยเอท่านรองล่ะ น่าแปลกนะ
    #179
    0
  5. #178 ไอยดา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 13:25
    อยากจะยอมรับ แต่บางครั้งมันก็ทำใจไม่ได้นะ
    #178
    0
  6. #177 ManGvi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 12:49
    เป็นตัวขอตัวดีที่สุดบางครั้งอาจจะดูเอาแต่ใจไปบ้างแต่ว่าทำอะไรผิดขึ้นมาก็ไม่ต้องโทษคนอื่น แก้ไขที่ตัวเองล้วนๆ
    #177
    0
  7. #176 Pompom06 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 12:30
    เอาแบบความจริงเป็นเราก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกัน.. เลิฟสู้​สู้​
    #176
    0
  8. #175 Pompom06 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 12:27
    เอาแบบความจริงเป็นเราก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกัน
    #175
    0
  9. #174 vzavii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 11:39
    แงๆ หนูเลิฟต้องสู้แล้ววววว
    #174
    0
  10. #173 drn_ptk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 11:16
    เอาจริงเราก็ยอมรับไม่ได้ถ้าเห็นพ่อไปอยู่กับผู้หญิงอื่นถึงแม้จะเลิกรากันไปแล้ว. ดราม่าซะงั้น
    #173
    0