Midnight Flight : เธอมีฉัน ฉันมีเธอ (Yuri)

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : 1 วัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 469 ครั้ง
    19 ม.ค. 63

4

1 วัน


 

นี่สินะ...สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีตอนพูดเรื่องฮันนีมูน


ประสบการณ์ที่ได้พบเจอในครั้งแรกจะทำให้เธอจดจำสิ่งที่มันน่าจะดีให้กลายเป็นเรื่องเลวร้ายไปเลย ฉันมองคนหน้าหวานที่พูดออกมาด้วยความขมขื่น มีความกระดากอายอยู่ในนั้นและไม่อยากพูดถึงมันเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าอาย


“ทำไมเราถึงวกกลับมาที่เรื่องนี้อีกแล้ว เอาเป็นว่าให้มันจบๆไปเถอะ”


“ถ้าคุณไม่ชอบแล้วคุณแต่งงานกับผมทำไม” ฉันยังคงจี้กลับเข้าสู่เรื่องเดิมเพราะยังอยากรู้อยากเห็นในเชิงลึกมากกว่านั้นแล้วย้ำเหมือนจี้ใจดำเพื่อให้คนตัวเล็กคายความคับข้องหมองใจนี้ออกมาให้หมด “ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมทำแบบนั้นกับคุณ ถ้าบรรยากาศไม่เป็นใจ คุณไม่อยู่ในที่ที่เหมาะสม เราสองคนจะทำเรื่องแบบนั้นกันได้ยังไง”


“ยังจะกล้าพูด! คุณใช้ความไว้ใจที่อินมีให้หลอกทำลายอินจำไม่ได้หรือไงกัน”


“ผมหลอกอะไรคุณ”


“คุณมอมเหล้าอิน คุณบอกจะพาอินไปนอน คุณกดร่างอินแล้วก็...” คนพูดยกมือขึ้นทาบอกตัวเองอย่างคนหอบและโมโหอย่างถึงที่สุด “ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่อินควรจะรู้สึกดีกับมันแต่คุณทำลายมันยับเยิน ยับเยินไปหมดเลย!


“แต่คุณก็ยังเลือกที่จะแต่งงาน”


“ก็อินเสียมันไปแล้ว!


หัวโบราณ...เธอถูกปลูกฝังเรื่องผัวเดียวเมียเดียวจนมองว่าการทำเรื่องแบบนี้ควรจะทำกับใครคนเดียวแล้วต้องทนยอมรับมันจนถึงขั้นตบแต่งแม้จะรังเกียจเขาก็เถอะ แล้วสุดท้ายมันก็จบลงด้วยการหย่าร้างซ้ำยังกินเวลาไปเป็นหลายสิบปีเพื่อทำให้ทุกอย่างมันยิ่งแย่ลง


เธอปฏิเสธที่จะมีความสุขกับสามี


สามีเลยเลือกที่จะไปมีความสุขนอกบ้าน หาคนอื่นมาแทนที่เธอ


“คุณจะบอกว่าหลายปีที่อยู่ด้วยกันมาคุณไม่มีความสุขกับผมเลยเหรอ ผมมีความสุขอยู่ฝ่ายเดียว?” นี่คือการหลอกถามที่ฉันเองก็รู้สึกเสียมารยาทมากๆที่อยากรู้ลึกจนเกินไป แต่ฉันเชื่อว่าคนที่ถึงขั้นแต่งงานด้วยแล้วเรื่องนี้น่าจะพูดคุยกันได้ อยู่กันมาหลายปีดีดักน่าจะมีส่วนที่ชอบบ้าง มันคงไม่แย่ไปซะทั้งหมดหรอก


“ใช่ คุณมีความสุขอยู่ฝ่ายเดียว คุณไม่เคยถามว่าอินชอบในสิ่งที่คุณทำไหม?” องค์อินทร์เริ่มหน้าแดงซึ่งเต็มไปด้วยความอับอายและความโกรธระคนไปทั่ว “เดี๋ยวคุณก็ลากอินไปที่ครัว เดี๋ยวก็เอาเชือกมัดมือ คุณสนุกแต่อินไม่ชอบ!


รสนิยมไม่ไปด้วยกันนี่เอง... คนหนึ่งชอบอะไรที่เต็มไปด้วยความฉาบฉวย ตื่นเต้นเร้าใจ ส่วนอีกคนคือความเรียบง่าย พอความต้องการไม่เท่ากันมันเลยค้างคากันมานานอย่างนี้


คู่นี้ไม่น่าจะคบกันมายาวถึงสิบสองปี สามเดือนแรกฉันก็ลาแล้วถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง


“เลิกกับผมไปแล้วคุณจะเอายังไงต่อ อยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตที่มีนั่นน่ะเหรอ”


“ถ้าเป็นโสดแล้วมีความสุขอินก็จะโสด ทำไมอยู่ๆคุณก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา เราตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วนี่ว่าเราจะให้อิสระต่อกัน ต่างคนต่างแยกทางกันไป คุณก็ไปคบกับคนของคุณ...ไลฟ์โค้ชอะไรนั่น”


“ใช่ว่าเลิกกันไปแล้วจะเอาซะเมื่อไหร่” ฉันบ่นงึมงำเพราะบอกตามตรงว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้เข้ามาอยู่ในหัวฉันเลยแม้แต่ซีกเดียวของกลีบสมอง ยัดเยียดให้กันอยู่ได้


“อะไรนะ”


“เปล่า ผมก็แค่ถามเพราะเป็นห่วงคุณเท่านั้น ขึ้นชื่อว่าหย่าคุณก็จะได้ชื่อว่าแม่หม้ายนะ คุณไม่อายเหรอ”


“ทำไมต้องอายด้วย”


“ก็เห็นคุณหัวโบราณจะตาย แค่เสียตัวให้ผมครั้งเดียวคุณถึงกับยอมแต่งงานอยู่กินกันมายาวนานขนาดนี้ ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าถ้าถูกตราหน้าว่าเป็นแม่หม้ายคุณจะรู้สึกยังไง” ฉันพูดในมุมของตัวฉันเองไม่ใช่สามีที่อยากเลิกกับภรรยาอะไรประมาณนั้นพร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วยักไหล่น้อยๆ “คุณอยู่กับผมไม่มีความสุขสักนิดเลยเหรอ ถ้าไม่ใช่เรื่องอย่างนั้น เราไม่เคยมีเวลาดีๆร่วมกันเลยหรือไง”


“เรามีเวลาดีๆร่วมกัน แต่เวลาเหล่านั้นทำกับเพื่อนก็ได้ พอเถอะ อินไม่อยากพูดถึงแล้ว”


“กับซีผมไม่ได้มีอะไรกับเธอจริงๆนะ”


ฉันพยายามพูดเพื่อบอกความจริงที่เกิดขึ้นเพื่อเรียกความเป็นธรรมให้ผู้หญิงอีกคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย และใช่...ผู้หญิงคนนั้นก็คือฉันเอง แต่ทว่าองค์อินทร์แค่เดินออกจากห้องตัวเองไปเงียบๆแล้วปล่อยให้ฉันยืนมองภาพวาดของเจ้าตัวแล้วเอาแต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่


เฮ้อ...เป็นตัวร้ายทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้รู้อะไรด้วยเลยนี่มันแย่ชะมัด

 

 

ไม่รู้ว่านี่คือความรู้สึกผิดหรือเปล่า ดังนั้นช่วงเย็นฉันเลยลงมือทำอาหารง่ายๆด้วยฝีมือตัวเองตอนที่เคยสนใจอยากลองทำอาหารขายสมัยอยู่พัทยา ผัดพริกแกงกุ้งที่ทำให้พ่อกินทีไรก็บ่นอร่อยเหาะทุกทีซึ่งการเอาอาหารมาวางไว้บนโต๊ะในวันนี้ทำให้องค์อินทร์มองฉันอย่างไม่เชื่อสายตานัก


“นี่คุณทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอนรินทร์ อินทร์ไม่เคยรู้”


“ไม่รู้ก็รู้เอาไว้ซะ”


“มารู้อะไรเอาตอนจะหย่ากัน”


“ผมก็แค่อยากทำอะไรดีๆให้คุณบ้าง”


แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าฉันไม่สาเหตุหลักที่ทำให้สามีภรรยาคู่นี้เลิกรากันแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ดี เพราะการทะเลาะกันครั้งนี้เหมือนจะมีชื่อตัวเองมาเอี่ยวอยู่หน่อยๆ องค์อินทร์เอาส้อมตัวเองเขี่ยอาหารในจานอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะวางส้อมไม่ยอมตักทานเล่นเอาใจฝ่อ


“เป็นอะไร กลัวกินแล้วตายเหรอ”


“มันดูเผ็ด อินกินเผ็ดไม่ไหว”


“ตอนเด็กๆพ่อแม่คุณคงโอ๋มากเลยสินะ ถ้าลูกกินเผ็ดก็จะต้องเอาไปล้างพริกออกก่อน หรือไม่ก็กินเผ็ดคำ น้ำตามสามคำอะไรประมาณนี้”


“รู้เหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลยนะ ติดนิสัยทายใจมาจากไลฟ์โค้ชคนนั้นสิท่า”


“ดูคุณติดอกติดใจกับคุณซีจังเลยนะ” ฉันลองใช้คำว่า ติดใจ เพื่อให้ตีความได้ในหลายๆแง่ ทั้งดีและร้ายพอๆกันและดูเหมือนว่าองค์อินทร์เองจะตีความไปทางแง่ที่ไม่ดีมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย


“ก็ไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น แค่พูดในสิ่งที่เห็น...อินเคยถูกเขาเดานั่นเดานี่เหมือนกัน”


“แล้วเป็นยังไง”


“อะไรคือยังไง”


“เขาเดาถูกบ้างหรือเปล่า”


“ก็มีบ้าง”


“งั้นที่แปลว่าทายใจได้น่าจะจริง” ฉันตักอาหารใส่จานตัวเองแล้วทานเป็นตัวอย่างให้องค์อินทร์เห็นว่าไม่อันตรายแต่อย่างใดแต่รายนั้นก็ยังคงระแวงกับพริกมากมายนั่นอยู่ดี


“ก็คงเดาเอาจากบริบทแวดล้อม คนที่ทายอะไรแบบนี้ได้ส่วนใหญ่น่าจะเป็นนักมายากลหรือไม่ก็หลอกลวง แกล้งทายให้ถูกก่อนเพื่อเรียกความน่าเชื่อถือจากนั้นก็ล่อหลอกให้เราทำตามเพราะเราเชื่อไปแล้ว”


“รู้ดี” ฉันยิ้มอย่างนับถือเพราะจริงๆแล้วฉันเป็นแบบนั้นแหละ ทำให้คนเชื่อถือก่อนแล้วค่อยขายของในสิ่งที่ตัวเองมีขายและส่วนใหญ่จะได้ผล “พูดจาเหมือนเคยทำอาชีพนี้มาก่อน”


“ไม่เคยหรอก แต่พอจะรู้จักคนแบบนี้อยู่”


พอพูดถึงตรงนี้องค์อินทร์ก็เหมือนเหม่อลอยไปไกลเหมือนคิดอะไรในหัว ฉันเลยถือโอกาสนี้ตักกุ้งใส่จานตัวเองก่อนจะเขี่ยพริกออกให้แล้วตักคืนไปที่จานของคนหน้าหวานซึ่งนั่นพอจะสะกิดให้คนที่กำลังเหม่อกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้


“นี่คุณทำอะไร”


“ตักกุ้งให้คุณไง”


“วันนี้คุณแปลกมากนะ แปลกมากกว่าทุกวันตั้งแต่รู้จักกันมาเลย” คนหน้าหวานมองฉันอย่างหวาดระแวงเต็มที่ “คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ วางแผนที่จะไม่หย่าอีกแล้วเหรอ”


“อะไรกัน คนทำดีให้คุณก็แค่รับไปไม่ได้เหรอ”


“ไม่ได้หรอก เพราะเราหมดโปรโมชั่นกันมานานแล้ว อยู่ๆคุณก็มาทำดีด้วยจะให้อินรู้สึกยังไง...ไม่ว่าคุณจะทำอะไร จะไม่มีอะไรเปลี่ยนใจอินได้ เลิกก็คือเลิก”


“ความต้องการของคุณคือไพรออริตี้เสมอ กุ้งนี่ก็เช่นกัน คุณไม่อยากกินพริกผมก็เขี่ยออกให้ กินเถอะ...คิดซะว่าผมทำดีไถ่โทษที่ทำให้คุณเจ็บปวดมาหลายปีดีดักก็แล้วกัน”


“แค่กุ้งตัวเดียวไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นหรอก”


“แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”


แม้จะหวาดระแวงแต่พอถูกคะยั้นคะยอนานเข้าองค์อินทร์เลยจำเป็นต้องรับน้ำใจด้วยการตักกุ้งเข้าปาก แม้จะเขี่ยพริกให้แล้วแต่ก็ยังคงมีความเผ็ดแทรกซึมอยู่ในตัวกุ้งทำให้คนหน้าหวานต้องหยิบน้ำขึ้นดื่มหลายอึกจนฉันรู้สึกเอ็นดู


“ผมมีอะไรในตัวที่เหมือนคุณพ่อคุณอย่างนั้นเหรอ”


“อะไรนะคะ?”


“คุณเลือกแต่งงานกับผมเพราะมีส่วนหนึ่งในตัวผมที่เหมือนพ่อของคุณ” ฉันพูดออกไปตามประสบการณ์ที่ได้เจอะเจอคนมาแล้วถามออกไป “รักแรกของเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่คือคุณพ่อ การที่คุณเลือกแต่งงานกับผมน่าจะไม่ใช่เพราะคุณโดนผมปล้ำอย่างเดียวหรอก ตอนที่คุณเลือกคบผมน่ะ ผมมีอะไรที่คุณประทับใจ”


“จำไม่ได้แล้ว”


“...”


“คุณคงเป็นคนเก่งเหมือนพ่อล่ะมั้ง คุณเป็นคนคิดอะไรเป็นระบบระเบียบ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เสมอ มีเสน่ห์ ใครๆก็ชอบคุณ คุณไม่มีอะไรที่ผู้หญิงจะไม่ชอบ ฉันก็เป็นผู้หญิงประเภทนั้น”


“เกี่ยวกับความรวยของผมด้วยหรือเปล่า”


“ก็ผสมๆกัน ความรวยก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง”


“ตอบได้ดี คุณเป็นคนที่ไม่กลัวว่าจะถูกมองว่าคบคนที่ฐานะ”


“คนมีฐานะและพื้นเพดีไม่ใช่ข้อด้อย มันคือข้อได้เปรียบด้วยซ้ำ” องค์อินทร์เริ่มรู้สึกว่าอาหารที่กินเข้าไปอร่อยแล้วเริ่มตักลงมาที่จานตัวเองโดยไม่ลืมเขี่ยพริกออกแล้วเป็นฝ่ายตั้งคำถามบ้าง “แล้วคุณล่ะ ชอบอะไรในตัวฉัน”


“คุณเป็นคนยิ้มสวย เหมือนมีกำแพงบางอย่างที่ยากจะก้าวข้ามไป และคุณทำสีหน้าเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ”


“ขอความช่วยเหลือเหรอ?”


ฉันเผลอบอกความในใจตัวเองที่เป็น ซีออกไปจนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้เป็นตัวเองด้วยซ้ำ พอถูกย้ำประโยคของตัวเองจากองค์อินทร์ฉันเลยรีบแก้คำใหม่


“ผมหมายถึงตอนได้เจอคุณครั้งแรก ผมรู้สึกเหมือนว่าคุณอ่อนแอ หมายถึงในแง่ร่างกาย...คุณป่วย”


“จะบอกว่าชอบอินเพราะความสงสารสินะ” คนหน้าหวานยักไหล่อย่างไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ฉันเพิ่งเดาออกไปเนียนๆ “ทำไมความรักต้องเริ่มต้นจากความน่าสมเพชด้วย”


“ไม่ใช่น่าสมเพช คุณน่าสนใจ การที่คุณเจ็บป่วยมันแค่ส่วนประกอบเฉยๆ”


“นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่อินสนใจคุณ คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่เข้ามาจีบอินจริงๆจังๆหลังจากอินหายป่วยแล้วกลับมาเดินได้ คุณก็รู้ว่าอินขาลีบตั้งแต่เล็กๆ ไปไหนต้องนั่งรถเข็น เพิ่งมาเดินได้เอาตอนโตอย่างกับปาติหาริย์”


“อ่าฮะ”


“คุณชอบอินเพราะอินดูน่าสงสาร อินชอบคุณเพราะคุณคือคนแรกที่ทำให้อินได้รู้จักความรักที่มีต่อเพศตรงข้ามและมันทำให้ตื่นตาตื่นใจ”


“...”


“สรุปว่ามันคือความรักหรือเปล่านะระหว่างเราสองคน”


ไม่มีคำตอบใดๆระหว่างเราเพราะฉันไม่สามารถไปตอบแทนคนทั้งคู่ได้ ดังนั้นมันจึงเป็นปริศนาต่อไปโดยที่เราได้แต่นั่งทานข้าวกันเงียบๆแล้วแยกย้ายกันไปใช้เวลาส่วนตัวของตัวเองในห้องนอน


แต่นอนไม่หลับ...


คราวนี้ถึงช่วงเวลาที่ควรจะเป็นของฉันบ้างแล้วหลังจากวุ่นวายกับเรื่องของภรรยาที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยซ้ำ นี่จะยังไงต่อ ฉันยังไม่รู้ความเป็นมาเป็นไปของตัวเองเลยว่าตอนนี้ที่โรงพยาบาลฉันฟื้นตื่นขึ้นมาหรือยัง นี่แอบระแวงด้วยซ้ำว่าถ้าตัวฉันที่นอนสลบสไลตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นว่านรินทร์อยู่ในร่างฉัน สับสนอลหม่านแน่ๆ ในละครก็อย่างนี้ใช่ไหมล่ะ คนหนึ่งมาร่างนี้ อีกคนก็ต้องไปร่างที่เหลืออะไรแบบนั้น


ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองมีนมจะรู้สึกยังไงบ้างนะ หวังว่าคงจะไม่จับจนมันมือ แค่คิดก็โมโหแล้วเนี่ย


ดีนะหัวนมสีชมพู...น่าอายน้อยหน่อย


ด้วยความที่นอนไม่หลับฉันเลยลงไปข้างล่างแล้วอุ่นนมพร้อมกับหากล้วยมากินด้วยกันเพราะเคยอ่านเจอว่าถ้านอนไม่หลับ กล้วยและนมอุ่นๆจะทำให้เราหลับได้ง่าย และใช่...ฉันก็มีน้ำใจที่จะอุ่นเผื่อภรรยาตัวเองด้วย

เขินเหมือนกันนะ ภรรยาของตัวเอง...เนียนเชียว


ก๊อก ก๊อก


ฉันเคาะประตูห้องขององค์อินทร์แล้วรอนิดหนึ่งให้คนด้านในเปิดออก อย่างที่คิด...คนหน้าหวานเองก็ยังไม่หลับเช่นกัน ไม่แน่ใจว่าเป็นคนนอนดึกหรือว่านอนไม่หลับเพราะมีเรื่องให้คิดมากมายในหัว แต่เดาว่าอย่างหลังมากกว่า



“ผมเอานมอุ่นๆมาให้”


“วันนี้คุณแปลกมากจริงๆนั่นแหละ คุณดื่มนม” องค์อินทร์รับนมไว้ในมือแล้วจิบโดยที่ไม่วายมองฉันอย่างจับผิด “ปกติคุณดื่มนมแล้วจะอ้วก คุณไม่แตะเลยแม้แต่กาแฟก็ไม่ใส่นม”


“ผมอ่อนด๋อยขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันหัวเราะแล้วดื่มให้คนตรงหน้าดูเป็นขวัญตาแล้วก็พบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น “ก็ทานได้นี่”


“ถึงได้บอกว่าแปลก แต่ก็ขอบคุณนะคะที่เอามาเผื่อ”


“...”


“...”


เราต่างคนต่างนิ่งเงียบแล้วสบตากัน องค์อินทร์ขยับตัวก่อนแล้วถามขึ้น


“มีอะไรอีกไหมคะ”


“ไม่มีแล้ว”


“แต่คุณทำหน้าเหมือนมีอะไรอยากจะบอกเลย เอาจริงๆนะ วันนี้คุณดูไม่เป็นตัวเองเลย เหมือนคนอื่นกระโดดมาประทับร่างคุณอะไรอย่างนั้นแหละ”


“คุณเชื่อเรื่องร่างทรงอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ”


“ไม่เชื่อ แต่ก็วนเวียนกับเรื่องพวกนี้มาโดยตลอดอย่างที่คุณก็น่าจะรู้...แม่” คนหน้าหวานเอ่ยถึงคุณแม่ขี้แยในวันนี้นั่นเลยทำให้ฉันพอจะเดาได้


“ก็เข้าใจได้ อันที่จริงผมก็มีอะไรจะบอกกับคุณเหมือนกัน”


“อะไรคะ”


ฉันกระดิกนิ้วให้ภรรยาขยับตัวเข้ามาใกล้ องค์อินทร์ขมวดคิ้วนิดหนึ่งแล้วเอียงหูอย่างรอคำตอบซึ่งจริงๆเราอยู่ด้วยกันสองคนในบ้านไม่จำเป็นต้องกระซิบกระซาบก็ได้เวลาคุยกัน


“อีคำแก้วเป็นงู”


“...”


“...”


“ผีเข้าคุณแน่ๆ ฉันไปนอนล่ะ”


แล้วประตูห้องนอนก็ถูกปิดใส่หน้าโดยไม่มีการบอกลากู๊ดไนท์แต่อย่างใด อะไรกัน ...เล่นมุกก็ไม่ขำ เป็นคนขี้ระแวงเส้นลึกจริงๆ

 

 

ดูเหมือนว่านมกับกล้วยจะช่วยฉันได้มาก ตอนนี้ร่างกายสั่งให้ฉันหาวออกมาจนน้ำตาไหลแล้วค่อยๆเคลิ้มหลับไป ฉันพยายามสะกดจิตตัวเองอยู่ว่าตอนนอนห้ามคิดอะไรทั้งนั้น เพราะเดี๋ยวก็พรุ่งนี้เช้าแล้ว เมื่อเราควบคุมจิตใจตัวเองได้การนอนมันจึงง่ายดาย รู้ตัวอีกทีฉันก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในที่ที่แสนแปลกประหลาด มีกลิ่นของเดทตอลลอยอยู่ในอากาศและเสียงทีวีรายงานข่าวเช้าราวๆหกโมงที่ฉันคุ้นเคยกับเสียงพิธีกรดี


“ไม่คิดว่าเปิดทีวีเสียงดังไปหน่อยหรือไงกัน” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้งก่อนจะรู้สึกตึงๆที่หลังมือข้างขวาก็พบว่ามีสายน้ำเกลือกับเข็มปักอยู่จนรู้สึกปวด “หิวน้ำจัง”


“บอส!


เสียงของปรางค์ที่เหมือนสะดุ้งตื่นตะโกนเรียกฉันจากที่นั่งข้างเตียง เลขาคนเก่งที่ควบตำแหน่งเพื่อนด้วยส่งยิ้มให้ฉันอย่างดีอกดีใจ “นี่คุณยังไม่ตายใช่ไหม อย่าตายนะ ถ้าตายปรางค์ไม่รู้จะไปทำงานอะไรแล้ว โง่ก็โง่ เกรดเฉลี่ยก็ต่ำต้อย ยุคเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย ไม่มีคุณปรางค์ตายเลยนะคะ”


“นี่คือเรื่องที่คุณเป็นห่วงอย่างนั้นเหรอ” ฉันอมยิ้มแล้วมองไปรอบๆ “นี่ซีเป็นอะไรเนี่ยถึงมาอยู่โรงพยาบาล”


“อย่างน้อยๆคุณก็ไม่ตื่นแล้วทำแบบในละครที่ถามว่า...นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน”


ปรางค์เทน้ำดื่มพร้อมกับหลอดส่งให้ฉันดูดพอดับกระหายแล้วบอกอาการคร่าวๆ


“คุณหลับไปหนึ่งวันเต็มๆน็อครอบไปเลย ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น หมอวินิฉัยไม่ถูกเลยว่าคุณเป็นโรคอะไรเพราะชีพจร จังหวะหัวใจ ลมหายใจก็ปกติดีทุกอย่าง คุณแข็งแรงกว่าช้างม้าวัวควายในประเทศนี้อีก”


“หลับนานขนาดนั้นเลยเหรอ...” ฉันขมวดคิ้วแล้วลองนึกย้อนไปก่อนหน้านั้น “มิน่า ฝันเยอะแยะไปหมด”


“ฝันว่าอะไร”


“ฝันว่าตัวเองไปใช้ชีวิตเป็นคนอื่น แปลกดี”


“แล้วชีวิตคนอื่นน่ะใคร”


“ผู้ชายคนนึง...สามีของอินเดีย”


“หืม? คุณองค์อินทร์อินทีเรียน่ะนะ? ท่าทางจะชอบเขามาก”


“บ้า...น่าจะเพราะประวัติที่คุณหามาให้อ่านนั่นแหละ อ่านจนมันซึมเข้าไปในหัวเลย”


“แล้วเป็นไงบ้าง เป็นสามีคุณองค์อินทร์ สนุกไหม ได้ลองจับxเขาดูหรือเปล่า”


ฉันมองเหล่ขาตัวเองแล้วรู้สึกว่า...การที่ฉันรับเจ้าหล่อนมาทำงานเพราะเรามีนิสัยและสันดานคล้ายคลึงกันนั่นเอง


“จับสิ จะเหลือเหรอ” ฉันหัวเราะคิกคัก “ได้ฝันว่าอุ้มตัวเองมาส่งโรงพยาบาลด้วยซ้ำไป เออแปลกดี ตื่นมาแล้วก็เจอว่าตัวเองนอนโรงพยาบาลจริงๆ...ว่าแต่ใครพามาที่นี่ คุณคงแบกซีไม่ไหวหรอก”


“มีผู้ชายคนนึงพามา เขาอ้างว่าเป็นแฟนคุณ”


“หืม? เขาบอกชื่อหรือเปล่า”


“บอกมั้งจำไม่ได้ แต่ไม่คุ้นหน้าเท่าไหร่ แต่ก็นะ คุณเดทกับคนเยอะแยะไปหมดใครจะไปจำไหว...เขาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกคุณไม่รับสายเลยก็เลยคิดว่าคุณตาย”


“หืม?”


“ใช่! เป็นคนประหลาดมากเลย นี่ปรางค์คิดว่าเขาทำให้คุณเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำไม่งั้นจะรู้ได้ไงว่าคุณกำลังป่วย หลับไม่ตื่นขนาดนี้ พอบอกจะแจ้งตำรวจก็รีบวิ่งหนีไปเลย”


ฉันเบิกตาโพลงแล้วเอื้อมมือไปจับปรางค์อย่างตกใจ


“เขาอุ้มซีมาโรงพยาบาล โทรหาปรางค์แล้วสงสัยว่าซีตาย?”


“ใช่”


“เขาขับรถฟอร์ดมัสแตงคันสีน้ำเงินหรือเปล่า”


“โอ้...ใช่เลย เพราะรถเขาโคตรสวย เห็นแล้วจำได้ไม่ลืม ว่าแต่รู้ได้ไง? สรุปว่าแฟนบอสจริงๆเหรอ”


ความตกใจทำให้ฉันปล่อยมือจากปรางค์แล้วอ้าปากค้าง สรุปว่าไม่ได้ฝันไป ฉันไปใช้ชีวิตเป็นสามีขององค์อินทร์จริงๆตลอดหนึ่งวันเต็มแล้วฟื้นตื่นขึ้นมาในวันถัดมา


นี่ฉันสลับร่างจริงๆด้วย!


โปรดติดตามตอนต่อไป


#MNYuri


กลับคืนร่างแล้วจ้า บอกแล้วว่าวันเดียวเท่านั้น พระเจ้าเล่นตลกอย่างมีนัยยะ คราวนี้เข้าร่างตัวเองแล้วเธอจะกลับไปคุยกับเพื่อนเก่าที่เขาจำเธอไม่ได้ได้ยังไงล่ะเนี่ยยย


แล้วเมื่อก่อนทำอะไรเขาเอาไว้ สำนึกให้ดี 555555









ราคารวมส่งแล้ว 459.-


E-Book




ราคารวมส่งแล้ว 539.-

 

 




ราคารวมส่งแล้ว คลิ๊กที่ภาพสั่งได้เลย




หรือสามารถซื้อเรื่องนี้ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปได้เลย หยิบง่ายจ่ายสะดวกต้องหนังสือชุ้นเอง



Click ที่ภาพ



ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click











2 เล่มจบ ราคารวมส่งแล้ว 690.-




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 469 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,793 ความคิดเห็น

  1. #687 Ckloguaong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:33

    ยังนึกว่าเป็นความฝันอยู่อีกหรอเนี่ย 555

    #687
    0
  2. #416 P.Witch (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:52
    สงสารอินจัง ชีวิตโชกโชนไปด้วยมรสุมต่างๆ ไหนจะเดินไม่ได้ โดยขืนใจ รักพัง ต้องหย่า เส้าแทนนนน ตัดภาพมาที่ไซซี ก้คือได้สลับร่างแบบจริงๆจังๆเลยจ้า ช็อคไปเล้ยยยย
    #416
    0
  3. #178 Morning-kisses (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 12:37
    เอ่อ คำแก้วมาทำไรอ่ะ 5555 นึกว่าจะแอยหอมแก้มซะแล้ว เห้อ หนึ่งวันที่อาจจะทำให้คุณอินไม่อยากหย่าก็ได้นะ ตัวจริงสามีเค้าไปไหนล่ะ ไม่ใช่ว่าตายแลเวนะ แบบนี้คุณอินเป็นแม่ม่ายผัวตายที่รวยสุดๆ ไปเลยจ้ะ อิอิ
    #178
    0
  4. #113 -Nabdaw- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:03
    เดี๋ยวๆๆๆๆ!! ดึงเบรกมือแป๊บพี่ปลาา คำแก้วเป็นงูเลยเหรอ555
    #113
    0
  5. #95 pavas (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 17:55
    ดีเด้อ5555
    #95
    0
  6. #94 MiniwolfY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 16:20
    เพราะไปเขียนที่แผ่นป้ายขอพรคนอื่นน่ะสิพระเจ้าเลยส่งไปซะเลย
    #94
    0
  7. #93 YBOAP (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 14:45
    ชอบเรื่องนี้ๆ สนุกมาก แล้วระหว่างอยู่ในร่างนั้นนรินทร์ตัวจริงอยู่ไหนละเนี่ย
    #93
    0
  8. #92 FmML_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 11:45
    ตายแน่ซี ถ้าองอินทร์รู้เธอตายแน่!
    #92
    0
  9. #91 Nue96 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 11:21
    ในอนาคตซีต้องจับอินมัดแล้วเมคเลิฟในครัวแน่เลย 555
    #91
    0
  10. #90 Thee_TY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 11:01
    ตอนต่อไปๆๆๆๆ5555
    อยากรู้เลยซีจะทำยังไงต่อ
    #90
    0
  11. #89 Nue96 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:48
    ผัดพริกแกงกุ้งคือคีย์เวิร์ดที่ในเวลาต่องมาคุณอินต้องมีความสงสัยในตัวซี
    #89
    0
  12. #88 Me Gusta 8 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:48
    อยากอ่านต่อแล้วววว เรื่องนี้น่าติดตามจริงๆ
    #88
    0
  13. #86 Beemgraa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:36
    โอยยยย อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววค่าาา
    #86
    0
  14. #85 Pluto04 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:17

    งานนี้สนุกแน่เลยซี 555
    #85
    0
  15. #84 Jan_24 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:14
    อยากอ่านอีกกกกกกกกกกก
    #84
    0
  16. #83 deernong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 09:22
    เเหมจำไม่ได้เลยยนะ55+
    #83
    0
  17. #82 นิโคลนา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 09:19
    หึ กว่าจะกลับร่างได้เล่นเอาเริ่มจะเกลียดซีในร่างนรินทร์ซะแล้ว
    #82
    0
  18. #81 yim17 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 09:18
    แล้วนรินทร์​ตายมั้ยเนี่ย สงสัยจัง
    #81
    0
  19. #80 vear_kaloon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 09:14
    ใช้สองร่างเลยเก๋ๆ555555
    #80
    0