Midnight Flight : เธอมีฉัน ฉันมีเธอ (Yuri)

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : ขุดบ่อล่อปลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 473 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

5

ขุดบ่อล่อปลา

 

“อารมณ์ไหนคะบอส ทำไมอยู่ๆก็นั่งดูซีรี่ส์ Secret Garden นี่ดูทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลเลยเนี่ย”


“คุณว่าการที่วิญญาณเราไปอยู่ในร่างอีกคนนี่มีจริงหรือเปล่า”


“มันจะไปจริงได้ยังไงคะ”


ก่อนหน้านี้ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ แต่ละครมันก็สะท้อนมาจากความจริงใช่ไหมล่ะไม่อย่างนั้นนักเขียนจะเอาที่ไหนมาแต่ง แต่ถ้าคิดในอีกแง่เนื้อเรื่องพวกนี้ก็ออกมาจากจินตนาการที่โลดแล่นของผู้แต่งเหมือนกัน แต่ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันล่ะจะหาคำอธิบายได้จากไหน? พอเสริ์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เนต คำที่มักจะเจอคือคำว่า สวมร่าง มากกว่า แต่ฉันยังไม่ตายสักหน่อยแล้วไปสวมร่างชาวบ้านทำไม


“แล้วพวกคนเข้าทรงล่ะ ที่วิญญาณมาประทับร่าง”


“ก็บอสเป็นคนยืนยันเองนี่ว่าทรงเจ้าเข้าวิญญาณอะไรพวกนั้นไม่มีจริง”


“เหรอ ซีบอกแบบนั้นเหรอ”


“ค่ะ บอสยังไม่หายป่วยใช่ไหมเนี่ย” ฉันกดปิดซีรี่ส์ในช่องสตรีมแล้วลุกขึ้นหยิบกุญแจรถเตรียมจะออกจากบ้าน ปรางค์ที่เป็นห่วงว่าฉันเพิ่งจะออกมาจากโรงพยาบาลก็รีบวิ่งตามมาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “จะไปไหนคะ บอสต้องพักผ่อนนะ แล้วนี่ก็เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า”


“ซีมีที่ต้องไปน่ะ” ฉันมองนาฬิกาที่ผนังแล้วแอบคิดว่ามันสายเกินไปด้วยซ้ำที่จะออกเวลานี้ “ซีไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกอย่าห่วงเลย แค่นอนหลับเยอะเกินไปเฉยๆ แล้วตอนนี้ก็ตื่นอย่างกับม้าดีด อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง”


“แน่ใจนะคะว่าไม่เป็นไร”


“อื้ม ไม่เป็นไร”

 



วันนี้คือวันที่ทั้งนรินทร์และองค์อินทร์จะต้องไปอำเภอเพื่อหย่าขาดจากกัน ฉันที่เดินทางมาถึงบ้านของคนทั้งคู่มาทันที่ทั้งสองคนจะขับรถกันออกจากบ้านไปคนละคันพอดิบพอดี แค่รถที่ทั้งสองคนขับก็ต่างสไตล์กันมากๆแล้ว มีคนเคยบอกว่าคนจะแต่งงานกันแตกต่างกันสิถึงจะดี เพื่อจะได้เติมสิ่งที่ขาดหายไปของกันและกันได้ แต่ทว่าคู่นี้คอนทราสต์กันมากเกินไป นรินทร์ชอบเป็นที่สนใจด้วยการขับรถคันหรูเพื่อให้คนมองในขณะที่องค์อินทร์ขับรถญี่ปุ่นคันเล็กเพื่อความคล่องตัวและไม่เป็นเป้าสายตามากนัก


นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่รสนิยมไม่เข้ากัน...ถ้ามาเจอฉันตั้งแต่แรกๆฉันคงเตือนเธอก่อนจะแต่งงานไปแล้วว่าไปกันไม่รอดจากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบด้าน แต่ก็นั่นแหละมันสายไปแล้ว ล่วงเลยมาจนถึงวันหย่าร้างกันแล้วด้วยซ้ำ


ฉันค่อยๆขับตามคนทั้งคู่จนกระทั่งมาถึงสำนักงานเขต ก็งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมาแอบดูทั้งๆที่นี่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วยซ้ำไป วันนี้คู่สามีภรรยามาแสดงเจตจำนงว่าจะเป็นอิสระต่อกันโดยมีพยานฝั่งละคนนั่นก็คือพ่อแม่ของคนทั้งคู่ พิธีกรรมในการจากลาไม่ได้ซับซ้อนอะไร คนทั้งคู่ต้องการจะจบกันไปเพียงแต่คนรอบข้างยังพยายามยื้อให้ทบทวนทั้งๆเขาน่าจะเข้าใจได้แล้วว่ากว่าจะมาถึงขั้นนี้ต้องผ่านการคุยกันมานานมากขนาดไหน และตอนนี้คนที่เศร้าเสียใจที่สุดไม่ใช่คู่สมรส แต่เป็นพยานที่มาด้วยต่างหาก แม่ขององค์อินทร์ร้องไห้เสียใจที่ชีวิตรักของลูกสาวไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนลูกสาวนั้นยืนจมกับความรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อกับแม่เสียใจ ไม่เป็นอย่างที่หวัง


โถ...เด็กดี


ทั้งนรินทร์และองค์อินทร์ต่างบอกลาด้วยซองสีน้ำตาลในมือแล้วแยกย้ายกันกลับคนละทางราวกับว่ากลายเป็นคนอื่นคนไกลไปแล้ว ฉันเฝ้าตามจนกระทั่งคนหน้าหวานขึ้นรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ขับออกไปจากนั้นตัวเองก็ขับตามไปดูเป็นระยะๆเพราะอยากรู้ว่าจะไปไหนต่อ


เธอยังคงใช้ชีวิตปกติ...จัดการธุระและแวะทานข้าว


ตอนนี้เธอจะอยากมีเพื่อนคุยไหมนะ ไม่รู้ล่ะแต่ฉันอยากคุยด้วย ทำเป็นบังเอิญเจอก็แล้วกัน


“นี่คุณอินเดียใช่ไหมคะ” ฉันที่เดินเข้าไปในร้านอาหารอย่างตั้งใจทำเป็นประหลาดใจที่เจอเจ้าตัวกำลังเหม่อมองออกไปนอกร้าน “ว่าแล้วเชียวว่าท่าทางคุ้นๆเลยลองแวะเข้ามาทัก มาคนเดียวเหรอคะ?”


“สวัสดีค่ะ” องค์อินทร์มองฉันอย่างประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะยืดตัวตรงเมื่อเห็นว่าฉันถือวิสาสะนั่งตรงข้ามกับเธอในทันที “แล้วคุณสิกข์มาทำอะไรแถวนี้คะ”


“ซีค่ะ เรียกว่าซี” ฉันพูดแกมบังคับเพื่อที่จะเปิดช่องว่างให้เราได้สนิทกันมากขึ้น กำแพงขององค์อินทร์นั้นสูงอยู่แล้วเพราะมีฉันเป็นตัวประกอบร้ายๆในความรักของเธอและฉันต้องแก้ไขเรื่องนี้ซะ “จะเรียกว่าไซซีก็ได้ พ่อบอกว่าอยากให้ลูกสาวสวยเหมือนไซซีเลยตั้งชื่อนี้ แล้วคุณอินเดียละคะ ทำไมมีชื่อเล่นว่าอินเดีย”


ฉันชวนคุยแบบเปิดเรื่องให้ยาวเข้าไว้ แม้เจ้าตัวจะไม่อยากบอกเล่าเก้าสิบอะไรฉันมากมายแต่ถ้าฉันเป็นฝ่ายเล่าเรื่องตัวเองก่อนเธอก็จะต้องคายเรื่องตัวเองอย่างเสียไม่ได้ นี่เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกเป็นหนี้บุญคุญแม้จะแค่เรื่องชื่อก็ตาม


“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ”


เธอไม่เล่า...โอเค งั้นฉันต้องใช้เล่ห์กลสักหน่อย


“ให้ซีทายไหมคะว่าทำไมคุณถึงมีชื่อเล่นว่าอินเดีย ไหนจะชื่อจริงที่ให้ความรู้สึกไปทางฮินดูแบบนี้อีก”


มีรอยยิ้มบางๆมุมปากคล้ายกับเยาะ คนหน้าหวานไม่เชื่อถือในตัวฉันอยู่แล้วนี่คงเป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบฉันไปเลยในตัว


“ลองดูสิคะ”


“คุณอินเดียอายุอารามใกล้ๆกับซี งั้นเราอยู่ในยุคที่พ่อกับแม่ตั้งชื่อไม่ยากมากนัก เป็นยุคที่นิยายแจ่มใสยังไม่เฟื่องฟูน่ะค่ะพ่อกับแม่ก็จะตั้งชื่ออะไรให้เรียกง่ายเข้าไว้ หรือไม่ก็ตั้งชื่อเพื่อรำลึกถึงบางสิ่งบางอย่าง เช่น หมู แฮม เชียร์ บี อะไรเทือกๆนั้น”


“...”


“การที่คุณมีชื่อว่าอินเดีย เป็นชื่อที่แปลกใหม่สำหรับคนยุคเราๆ อย่างซีที่มีชื่อว่าไซซี เพราะพ่ออยากให้สวยเหมือนไซซี ดังนั้นคุณอินเดียมีชื่อนี้แปลว่า...คุณน่าจะถูกผลิต ขอโทษทีค่ะ” ฉันหัวเราะเบาๆให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องติดทะลึ่งนิดหน่อย “คุณพ่อกับคุณแม่คุณน่าจะมีเรื่องราวดีๆที่นั่น และก็มีคุณเพื่อรำลึกว่าเป็นฮันนีมูนที่น่าจดจำ”


มีอาการทึ่งๆจากใบหน้าขององค์อินทร์แต่ก็ยังคงรักษาอาการไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ฉันเลยถือโอกาสนี้ทายต่อ


“ส่วนชื่อองค์อินทร์เพราะคุณแม่ไปอินเดียนั่นแหละค่ะ คุณแม่มีความเชื่อเรื่องศาสนามากๆ พุทธ ฮินดู เต๋า เซน รับมาหมด และค่อนข้างจะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติมากๆด้วย การที่คุณมีชื่อว่าองค์อินทร์ก็น่าจะมาจากพระอินทร์ หรือไม่ก็ขอพรจากพระอินทร์ให้ได้คุณมา”


“น่าทึ่งนะคะ ที่คุณเดาได้มากขนาดนี้”


“แล้วถูกไหมคะ”


“ก็...ค่ะ”


ฉันยิ้มอย่างผู้ชนะและทำให้เธอประทับใจได้ นี่คือขั้นตอนแรกเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถเป็นเพื่อนคุยกันได้ จริงๆฉันไม่ค่อยมีเพื่อนมากเท่าไหร่ ไม่ค่อยอยากมีเพื่อนที่พูดคุยอะไรมากๆได้เพราะแทบไม่ต้องคุยฉันก็อ่านคนขาดอยู่แล้ว แต่กับคนนี้ฉันกลับรู้สึกอยากรู้จัก มันไม่ใช่ความเสน่ห์หาอะไรแบบนั้นด้วย หรือเพราะฉันเคยได้ใช้ชีวิตเป็นสามีเธอวันนึงแล้วเกิดประทับใจขึ้นมาก็ไม่รู้เหมือนกัน


“ความจริงก็คือซีสืบเรื่องคุณมาหมดแล้วค่ะ” ฉันทำเป็นเฉลยเพื่อให้คนตรงหน้ารู้สึกแพ้นิดหน่อยเพื่อกระตุ้นอะไรบางอย่าง


“หืม? คุณสืบเรื่องของอินเหรอคะ”


ตอนนี้เธอเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกตัวเองตามที่ฉันต้องการแล้วด้วย ถือว่าเป็นไปในทางที่ดีนะ


“ค่ะ ก็เราต้องทำงานด้วยกัน ซีก็อยากรู้จักคุณเป็นธรรมดา”


“มิน่าทำไมพูดเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น ก็ว่าอยู่ใครจะไปรู้ทุกเรื่องได้หมด” คนหน้าหวานเหล่มองฉันนิดหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองสงสัย “แปลว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าอินกับนรินทร์เป็นอะไรกัน คุณตั้งใจให้อินทำงานนี้เพราะนรินทร์สินะคะ”


“ไม่ใช่ค่ะ ซีชอบคุณจริงๆ”


“...”


“หมายถึงชอบงานและการออกแบบ ส่วนเรื่องนรินทร์อะไรนั่นเพิ่งมารู้ทีหลัง” คำว่า อะไรนั่น ทำให้องค์อินทร์ตาลุกวาวอย่างรู้สึกสะใจลึกๆที่ฉันไม่ให้คุณค่าใดๆเลยกับผู้ชายคนนั้น “เขาไม่ได้สำคัญขนาดที่ซีต้องสืบเรื่องคุณหรอก ซีจำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำไปจนกระทั่งมารู้ว่าเป็นสามีคุณนี่แหละ”


“อดีตค่ะ เราเลิกกันแล้ว”


“เสียใจด้วยนะคะ” ฉันทำเหมือนว่านี่เป็นเรื่องแปลกใหม่


“ขอบคุณค่ะ ดังนั้นคุณมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะคบหากับนรินทร์นะคะ”


“นี่เปิดทางให้ซีเหรอเนี่ย” ฉันทำเป็นหัวเราะแล้วเอามือเท้าคาง “งั้นจะเก็บไปคิดนะคะ คนที่คุณเคยเลือกน่าจะมีดีประมาณหนึ่ง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณจะยังทำงานให้ซีอยู่ใช่ไหม”


ฉันแหย่เล็กๆน้อยๆให้เจ้าตัวหงุดหงิด ฉันรู้ว่าเธอแกล้งประชดเพราะอยากรู้ว่าฉันจะรับของเหลือจากเธอหรือเปล่า แต่พอถูกตอบโต้แบบนี้คงจะโมโหน่าดู


“ทำแหละเนอะ คุณเป็นมืออาชีพนี่นา”


“ค่ะ”


เราต่างคนต่างเงียบกันไป ฉันยักคิ้วนิดหนึ่งแล้วทำเป็นมองนาฬิกาเหมือนกับว่ามีธุระเร่งด่วน


“งั้นเดี๋ยวซีขอตัวก่อนนะคะ ดีจังที่วันนี้ได้คุยกับคุณ คุ้มค่า”


“คุ้มค่า? หมายความว่าไงคะ”


“ก็ได้คุยกับคุณคือเรื่องราวดีๆไงคะ แล้วไว้พบกัน วันนี้ซีได้รู้เรื่องของคุณเท่าที่อยากรู้แล้ว”


“การมาเจอกันที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าคะ”


“อืม...จะว่าไงดีนะ” ฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และนั่นทำให้องค์อินทร์เริ่มอยากเอาชนะฉันบ้าง ฉันดูออก “งั้นซีขอตัวก่อนแล้วกัน เรามีนัดเจอกันพรุ่งนี้เรื่องคุยแบบภายใน คุณอย่ามาเลทนะ”


“มีอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ”


“มีค่ะ”


“อะไรคะ?”


“คิดถึงคุณ”


“...”


“ล้อเล่น”

 



ฉันเดินกลับออกมาด้วยหัวใจตุ๊มต่อมๆแล้วรีบหลบเข้ากำแพงเพื่อแอบมององค์อินทร์ที่ดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด บ้าจริง ประโยคสุดท้ายแสดงความเป็นตัวเองมากเกินไปหน่อย เวลาฉันเล่นหูเล่นตากับใครเพื่อดูเชิงจะหยอดคำพูดทำนองนั้นเพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะทำยังไง และส่วนมากฉันจะทำอย่างตั้งใจแต่ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊นี้คือมันหลุดออกมา อยากเล่นด้วย อยากรู้ว่าคนหน้าหวานจะมีทีท่าเล่นด้วยกับตัวเองหรือเปล่าทั้งๆที่ฉันไม่ได้มีเจตนาอะไรแบบนั้นแม้แต่นิดเดียว


เพราะการได้ไปใช้ชีวิตเป็นสามีเธอวันนึงนั่นแน่ๆที่ทำให้ฉันอินไปกับบทบาทนั้นด้วย เอาใหม่ ตั้งสติ ฉันแค่อยากเป็นเพื่อน แค่รู้สึกว่าเธอน่าสนใจ มันก็แค่นั้นเอง


ฉันกดโทรศัพท์หาปรางค์แล้วสั่งเลขาคนสนิทอย่างรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้


“ถ้าคุณอินเดียโทรหา แล้วถามโน่นนี่นั่น ให้บอกเรื่องราวของซีไปให้หมด”


[เรื่องราวประเภทไหนบ้างคะ แล้วทำไมถึงคิดว่าคุณอินเดียจะโทรหา]


เธอโทรมาแน่ เพราะรู้สึกแพ้ไม่ได้ที่ตัวเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย


“เอาเป็นว่าถ้าโทรมาก็บอกเล่าเรื่องของซีไปพอประมาณก็แล้วกัน ไม่ต้องระวังตัวอะไร ถามมาก็ตอบไป หรือคุณอยากเล่าอะไรในแง่มุมของคุณก็เล่าไปเลย...เอาแง่มุมดีๆนะ”


[ค่ะ รับทราบ]


ฉันเหลือบมองไปยังร้านอาหารอีกครั้งก็พบว่าองค์อินทร์กำลังกดโทรศัพท์หาใครสักคนและฉันก็รู้หลังจากนั้นว่าคนหน้าหวานกดโทรหาปรางค์แล้วทำเป็นสอบถามเรื่องงานก่อนจะลามไปคุยเรื่องฉันเกือบชั่วโมง...

 

 

[บอสรู้ได้ยังไงคะว่าคุณอินเดียจะโทรมาคุยกับปรางค์ นี่เธอโทรมาคุยกับปรางค์ตั้งนานสองนาน งานประมาณ 20 นอกนั้นเรื่องของบอสล้วนๆ]


“แล้วได้บอกอะไรเขาไปบ้าง”


[ก็บอกอย่างที่บอสกำชับไว้นั่นแหละค่ะ เขาถามอะไรก็ให้ตอบไปตามตรง]


“แล้วมีเรื่องที่เขาไม่ได้ถามแต่บอกเองบ้างไหม”


[ก็มีค่ะ บอกไปว่าบอสชอบผู้หญิงมากกว่าชอบผู้ชาย]


ฉันแยกเขี้ยวนิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรมากมายเพราะอยู่ๆก็รู้สึกชอบใจขึ้นมาที่เลขาพูดเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายได้รู้ความชอบเกี่ยวกับตัวฉันเอง


“แล้วไปบอกอย่างนั้นคุณอินเดียเขาจะรู้สึกยังไง”


[เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนะคะ]


“ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”


[บอสอยากให้เขารู้สึกเหรอคะ? คิก] น้ำเสียงของเลขาสาวดังมาตามสายอย่างชอบอกชอบใจ [ถามจริงๆบอสชอบคุณอินเดียใช่ไหม]


“ไม่ได้ชอบแบบที่คุณคิดหรอก”


[แต่บอสกำลังขุดบ่อล่อปลาอยู่นะคะเท่าที่เห็นเนี่ย บอสชอบใครก็ทำแบบนี้กับทุกคน]


“ทำแบบไหนกัน”


[ก็ทำให้ดูเหมือนว่าเขาสนใจบอส ทั้งๆที่บอสเองนั่นแหละเป็นคนล่อหลอกให้เขามาสนใจ]


“แต่กับคนนี้ไม่เหมือนกัน”


[จะบอกว่าพิเศษกว่าคนอื่นใช่ไหมคะ]


“คุณเป็นเลขาให้ซีมานานเกินไปแล้ว ขี้แซะ”


ฉันคุยกับคุณเลขาอีกสักพักแล้ววางจากไปโดยไม่ลืมที่จะเดินไปหยิบแฟ้มที่ปรางค์หาข้อมูลขององค์อินทร์มาให้ซึ่งในนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ของเธออยู่ด้วย หลังจากบันทึกเบอร์ลงเครื่องแอพข้อความก็กดแอดไลน์อัตโนมัติซึ่งเป็นไปอย่างที่ฉันคาดหวังไว้ พอเห็นรูปขององค์อินขึ้นมาในไลน์ฉันก็กดส่งข้อความและสติ๊กเกอร์น่ารักๆไปหาโดยที่รู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะแค่กดอ่านเท่านั้น


See : ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โปรดติดตามตอนต่อไป


#MNYuri


เรื่องหลอกล่อให้คนอื่นเข้ามาหาตัวนี่เก่ง นักวางแผนนนนนน เดี๋ยวก่อนเถอะ หลงรักเขาแล้วจะเอาตัวไม่รอดดดดดดดด


เดี๋ยวจะได้รู้เรื่องราวด้านไซซีบ้างแล้วค่ะ มาดูกันว่าหล่อนเคยไปทำอะไรเขาไว้ 55555555










ราคารวมส่งแล้ว 459.-


E-Book




ราคารวมส่งแล้ว 539.-

 

 




ราคารวมส่งแล้ว คลิ๊กที่ภาพสั่งได้เลย




หรือสามารถซื้อเรื่องนี้ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปได้เลย หยิบง่ายจ่ายสะดวกต้องหนังสือชุ้นเอง



Click ที่ภาพ



ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click











2 เล่มจบ ราคารวมส่งแล้ว 690.-



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 473 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,793 ความคิดเห็น

  1. #1551 103hz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 17:20
    แหมมม แผนสูงนะคะคุณไซซีีี อินเดียเนี่ยไม่เสียอาการหน่อยหรอ ><
    #1,551
    0
  2. #688 Ckloguaong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:40

    แม่นักวางแผนเก่งจังเลยน่ะ กลัวตกหลุมรักเค้าแล้วจะขึ้นไม่ได้แน่ๆ

    #688
    0
  3. #564 Fatturtle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:34
    เราไม่เคยอ่านนิยายญญ นี่เป็นเรื่องแรก (ส่วนมากจะอ่านวาย) เห็นเรื่องนี้มันติด top 100 เลยลองอ่านดู เพราะอ่านวายจนจะหมดล่ะ พอเข้ามาอ่านแล้วแบบเหย คุณเขียนดีมาก คือสำนวนดูกระชับ ไม่เวิ่นเว้อ ภาษาดี มุกตลกนิดๆ ที่ดูไม่พยายาม จะสนับสนุนต่อไปนะคะ (ถ้าว่างๆ มาแต่งนิยายวายบ้างนะคะ5555)
    #564
    0
  4. #417 P.Witch (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:07
    ไซซีดูรอบรู้ไปทุกเรื่องเลยนะจ้ะ นักวางแผน นักล่อเหยื่อ โอยยย ถ้าชั้นเป็นอินชั้นกระโดดเข้ากับดักไปเล้ย น่าร้าก
    #417
    0
  5. #342 So_Zo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:29

    สนุกกกกกกกกกก เหมือนที่พี่ปลาน้อยบอกจิงๆด้วยว่าถ้าชอบUSแล้วก็จะชอบเรื่องนี้ ฟีลเดียวกัน ไม่เหมือนกันแต่ให้ฟีลคล้ายเฉย ชอบบบบบบบ ไอเลิฟดีส

    #342
    0
  6. #181 Morning-kisses (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 12:46
    คุณเลขารู้ทันค่ะ น่ารักดี แล้วไปป่วนเค้าแบบนั้น แทนที่จะคิดเรื่องหย่าก็หันมาคิดถึงซีแทนงี้ ร้ายกาจนัก ไลฟ์โค้ชคนนี้ เสน่ห์แรงเสปคคุณอินด้วยมั้ยเนี่ย ชอบคนมีเสน่ห์นิ
    #181
    0
  7. #112 220299 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:18
    อยากอ่านเรื่อยๆ​ เอาอีบุ๊คมาเลย​ ไม่ไหวแล้ววว
    #112
    0
  8. #111 Nue96 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:39
    ซี เทอไปเจอพระศิวะเพื่อนฟาหน่อยมั้ย 555 เผื่อบวก
    #111
    0
  9. #110 aungusttt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:30

    ซี ในความคิดเราหน้าคือ เชียร์ ลอยมา 555

    #110
    0
  10. #109 yim17 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:23
    ร้ายกาจจจจ
    #109
    0
  11. #108 Nue96 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:13
    ซีมันร้ายยยย
    #108
    0
  12. #107 Thee_TY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 15:25
    ไซซีร้ายแบบซนๆแสบๆอ่ะะะะะ55555
    #107
    0
  13. #106 Me Gusta 8 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 13:33
    ไซซีนี่ช่างขุดบ่อล่อปลาจริงๆ แต่คงมะช่ายปลาน้อยช่ะ อิอิ
    #106
    0
  14. #105 chotoru (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 12:18
    นิยายพี่ปลา มีอาชีพหลากหลายดี // ไซซีนี่ชอบนะ เค้าดูแสบๆ มีแผน ทันคน ชอบใครต้องได้ และพร้อมจะเททุกเมื่อเช่นกัน อยากรู้ว่าพอรักอินเดียแบบจริงๆ นี่จะสาหัสแค่ไหน เพราะนิยายพี่ปา นั่นแหละ อย่างที่รู้ // สนุกมาก ติดตามค่ะ
    #105
    0
  15. #104 YBOAP (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 10:53
    ไซซี~~ เจ้าแผนการจริงๆ คิดไว้หมดแล้วเปล่าเนี่ย
    #104
    0
  16. #103 deernong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 10:10
    แอดไลน์เขาเฉย 5555+
    #103
    0
  17. #102 Wirter Niranam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:43
    น่ารักกก เรื่องนี้น่าติดตามมาก งื้อออ
    #102
    0
  18. #101 nicezy11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:33
    ซีน่ารักก
    #101
    0
  19. #100 Pluto04 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:28

    แหมๆๆๆทำเป็นว่าเค้าสนใจตัวเองแหละสนใจจนออกนอกหน้า ราตรีสวัสดิ์ตอนนี้ไม่ด้ตื่นๆๆๆเจ้าปลา😆😆😆
    #100
    0
  20. #99 Jan_24 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:19
    พ้นไฟร่านนน เป็นมีมที่ดือค่ะ
    #99
    0
  21. #98 Believe In My Heart (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:14
    รู้ใจตัวเองได้แล้ว ตามเขาซะขนาดนี้
    #98
    0
  22. #97 Rêve (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 09:13
    ไม่ราตรีสวัสดิ์ตอนนี้ส

    ยังเช้าอยู่เลย
    #97
    0