APPLE : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก (YURI)

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,388 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

1



 

ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยชื่นชอบหรือชื่นชมอะไรเป็นพิเศษ อันนี้ไม่นับการ์ตูนหรือรสนิยมการฟังเพลง ฉันกำลังหมายถึงการชื่นชอบไอด้อลหรือดารา สมัยเรียนมัธยมพวกเพื่อนๆฉันจะกรี๊ดไอดอลผู้ชาย หรือเกิร์ลกรุ๊ปไปเลย ฉันจะมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรนอกจากรู้สึกเสียดายเงินบ้างเวลาเหล่าเพื่อนๆเอาเงินไปเปย์ซื้อรูปถ่ายดารามาเก็บสะสมทั้งๆที่ในอินเตอร์เนตมีภาพให้เซฟเก็บไว้ในคอมมากมาย


จนกระทั่งมาพานพบกับตัวเอง...ฉันกำลังชื่นชอบใครคนหนึ่งเป็นอย่างมากและพยายามที่จะติดตามหาว่าเจ้าตัวเป็นใคร มาจากไหน วันๆทำอะไรนอกจากอ่านข่าว


อนธกาล...


นักข่าวสาวที่เข้าวงการบันเทิงหรือไม่เชิงมากนักจากการไปแคสท์เป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่ดวงชะตาของคนเรามันไม่เหมือนกันต่อให้หน้าตาดีถ้าไม่มีดวงก็เป็นไปได้แค่ดาราตัวประกอบ ดาราสมทบ แล้วก็ค่อยๆเลือนหายไปจากหน้าจอทีวี บางครั้งถ้ามีคนเห็นหน้าก็จะจำได้ แต่ไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำอะไรทำนองนั้น และอนธารคือดาราประเภทนั้น


หลังจากไม่รุ่งจากการเป็นนักแสดง คนตาสวยในจอทีวีก็เบนเข็มทิศจากการแสดงผันตัวมาเป็นผู้ประกาศข่าว เหมือนว่าจะอ่านมาได้ประมาณสามปีแล้ว นอกจากอ่านข่าวก็ยังไม่มีงานอะไรที่โดดเด่น มีโฆษณาประปราย แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ได้เป็นที่จดจำมากนัก และมันลำบากสำหรับคนที่เพิ่งมาติดตามอย่างฉันมาก ผลงานก็หาไม่เจอ จะพบหน้าเธอได้ก็ต่อเมื่อเปิดทีวีข่าวภาคค่ำเพื่อรอดูนักกีฬาที่ตัวเองจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเตะฟุตบอลหรือมวยปล้ำ


“เฮ้ย ออกมาเจอเพื่อนแล้วเอาแต่จ้องมองโทรศัพท์เสียมารยาท” มีนเพื่อนซี้สมัยมัธยมยกขาขึ้นเตะฉันใต้โต๊ะเหมือนต้องการจะเตือนว่าให้หยุดเล่นแล้วหันมาสนใจเพื่อนๆที่นั่งอยู่ในตอนนี้ แต่ทว่าพอฉันเงยหน้าขึ้นก็พบว่าอีกสองตัวที่ยังไม่ได้รับการเตือนอย่าง เอิ้น กับ แนท ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์เฉกเช่นเดียวกัน


“ลำเอียงไปมั้ยถึงได้เรียกแต่ฉันเนี่ย”


“คืออีกพวกนั้นมันดูไอดอลผู้ชายก็เป็นเรื่องปกติไง แต่แกเนี่ย เพิ่งจะได้มองเห็นเหมือนคนปกติทั่วไปแล้วใช้สายตาจ้องแต่หน้าจอ” แล้วมีนก็ยกมือขึ้นกดโทรศัพท์ในมือฉันให้วางแนบกับโต๊ะ “ควรจะละสายตาจากตรงนั้นแล้วคุยกับเพื่อนได้แล้ว...พวกแกก็ด้วย ถ้านัดกันแล้วเอาแต่จ้องหน้าจอทีหลังคุยกันอยู่บ้านนะ”


“ก็บอกให้อยู่บ้านแต่แรก นัดออกมาทำไมก็ไม่รู้ แกคิดว่าประเทศกรุงเทพหนาวเหมือนกรุงโซลหรือไง” แนททำเสียงกระเง้ากระงอดและนั่นเลยทำให้มือของมีนตีป้าบเข้าที่หัวจนหน้าเกือบทิ่ม “เจ็บนะโว้ย”


“ก็ตีให้เจ็บน่ะสิ ที่เรียกมาเพราะเพื่อนมองเห็นแล้ว และฉันอยากให้ไอ้คริสมันอัพเดตใบหน้าพวกแกบ้าง เป็นไง สามปีที่ไม่ได้เห็นหน้าพวกเรามีใครเปลี่ยนไปสำหรับแกบ้าง”


คราวนี้ได้ผล เพื่อนๆพอได้ยินมีนพูดแบบนั้นทุกคนก็ละจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันมาจ้องมองอย่างคาดหวัง


“ฉันสวยขึ้นมั้ย?” แนทสะบัดผมราวกับเล่นโฆษณาแพนทีน “ตอบให้ดีไม่งั้นแม่จะจิ้มให้ตาบอดเลย”


“ก็โตขึ้นทุกคนนั่นแหละ”


“มันด่าว่าแกหน้าแก่น่ะ” เอิ้นเสริมทัพและนั่นทำให้เกิดสงครามเล็กๆในการจิกกัดกัน


“ก็สวยแบบคนมีอายุที่มากขึ้นไง” ฉันมองเพื่อนซี้ตัวเองแยกเขี้ยวใส่กันแล้วคิดตาม “ว่าแต่ดูอะไรกันในมือถือเหรอ”


“ก็ดูผู้ชายนั่นแหละ” มีนตอบให้แบบไม่คิดอะไรและนั่นทำให้แนทกับเอิ้นประสานเสียงไปในทางเดียวกัน


“ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา นี่ไอดอล...ไอดอลที่แปลว่าแบบอย่าง”


“ติ่ง”


“ทำไมคนชอบด่าความชอบของพวกเราว่าติ่ง ก็ไม่เคยไปทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย อีโลกแคบ” เอิ้นด่าย้อนไปทางมีนที่ชอบค่อนแคะเกี่ยวกับความชอบดารา และนั่นทำให้ฉันพยักหน้าเห็นด้วย


“การที่เราชอบอะไรแล้วมันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็ไม่เห็นผิดอะไรเลยนี่นา”


“โอ๊ะ..แกมาแปลกนะเนี่ย”


มีนมองฉันอย่างทึ่งๆ เพราะในกลุ่มจะถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย ได้แก่กลุ่มติ่งเกาหลีและกลุ่มที่มองโลกแคบๆคล้ายต่อต้าน แต่ทว่าวันนี้ฉันกลับทำท่าจะย้ายทีมประมาณนั้น


“ต้องเรียกว่ามองโลกในแง่ดีขึ้นต่างหาก” ฉันขยับตัวอย่างอึดอัดนิดหน่อยแล้วลองแย้บถาม “ว่าแต่...พวกแกสองคนชอบไอดอลเกาหลีมากแล้วเคยเจอดาราพวกนั้นบ้างหรือเปล่า”


“ก็เคยเจอ แบบไปรับตามสนามบินหรือไม่ก็ไปคอนเสิร์ต มองเห็นแค่ไกลๆก็รู้สึกดีแล้ว”


     “มีแต่งานอะไรแบบนั้นเหรอ เคยมีโอกาสได้คลุกวงในอะไรแบบนั้นบ้างมั้ย”


“โอ๊ย...บอดี้การ์ดดุกว่าหมาอีกใครจะเข้าไปได้ แต่ก็ดีแล้วล่ะถ้าเข้าไปได้ไอดอลพวกนั้นคงตายไปแล้ว มีแต่คนอยากขย้ำทั้งนั้นแหละ แกลองคิดภาพ BNK48 ยอมให้โอตะทุกคนเข้าไปหาพร้อมกันแบบโอวาทปาติโมกข์สิ”


เก้ทเลย...


 “แล้ว...พวกแกรู้ตารางงานไอดอลพวกนั้นได้ยังไง คือ...” ฉันยังคงถามไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจสายตาของมีนที่จ้องมองมา “เราจะรู้ข่าวคราวพวกนั้นได้จากที่ไหนนอกจากกูเกิ้ล”


“ถ้าอย่างของพวกฉันก็จะมีกลุ่มในทวิตเตอร์ เราอยู่รวมกันเป็นสังคม ใครมีข่าวอะไรก็มาแบ่งปัน...อย่างพวกดาราไทยก็มีนะ ถ้ามีตารางงานเขาก็จะมาแจกๆกันเพื่อให้แฟนคลับไปคอยให้กำลังใจอย่างงี้”


“แล้วถ้าไม่เชิงเป็นดารา ไม่ได้มีแฟนคลับอะไรมากมายเราจะรู้ตารางงานเขาได้ยังไง”


“...”


“...”


ทุกคนต่างนิ่งเงียบแล้วชะโงกหน้ามารวมกันเป็นจุดเดียวมองฉันอย่างกดดัน


“แกปลื้มใคร?”


และพอเริ่มรู้ตัวฉันก็นั่งหลังตรง ส่ายหน้าไม่รู้ไม่ชี้


“บ้าก็ลองถามดูไง ก็แค่สงสัยตามประสา แกก็รู้ว่าฉันไม่ใช่พวกประเภทบ้าดารา ยิ่งตามกรี๊ดกร๊าดนะไม่ใช่ใหญ่เลย”


ทุกคนพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย เพราะในบรรดาเพื่อนในกลุ่มฉันคือคนที่ไม่อินอะไรพวกนี้ที่สุด ฉันมีความสนใจเฉพาะด้านอย่างเรื่องของไอที การตัดต่อภาพโฟโตช้อป ตัดต่อคลิป วาดภาพ แรงบันดาลใจของฉันคืองานสถาปัตยกรรมต่างๆ ไม่เคยมีดาราไอดอลคนไหนเข้ามาแทรกกลางใจฉันได้เลย


จนกระทั่ง...


“นั่นสินะ แกไม่ใช่คนที่จะมาชอบหรือปลื้มใคร เพราะส่วนใหญ่จะมีคนมาปลื้มหรือชอบแกเอง” เอิ้นเสริมต่อราวกับต้องการจะย้ำให้เพื่อนๆคิดตรงกันและนั่นทำให้ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก


ฉันจะไม่มีวันบอกใครว่ากำลังชื่นชอบดารา มันดูไม่คูล คีพคาแรคเตอร์เว่อร์วัง


“สรุปว่าไง”


“อะไรว่าไง” แนทเหล่มองฉันหลังจากที่ทุกคนออกจากบทสนทนาไปแล้วแต่ฉันยังอยากรู้อยากเห็นเพิ่ม


“ก็เรื่องที่ถามไง ตารางงาน...”


“นี่จะเอาไปเขียนทีสิสหรือไง จริงจังชิบหาย...ก็อย่างที่บอก ถ้าเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มก้อนของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน อย่างฉันชอบบิ๊กแบงก็จะอยู่ในกรุ๊ปนั้น เวลามีคอนเสิร์ต มีงานก็จะคอยอัพเดตกันในนั้น แกชอบอะไรก็เอาตัวเข้าไปพัวพันกับเรื่องนั้นแหละเดี่ยวก็รู้เอง”


“เอาตัวเข้าไปพัวพันเหรอ...” ฉันลากเสียงแล้วคิดตาม...ให้ตายสิ ฉันไม่ได้ชอบฟุตบอลด้วยซ้ำ นี่ต้องไปหัดเตะบอลแล้วสินะ “แล้วๆๆๆ”


“อะไรอีก”


“พวกแกให้กำลังใจดารากันยังไง”


“ก็กรี๊ดๆให้เป็นผัวอยู่ทุกวัน ดาราของฉันเขารับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณนั่นแหละ...ก็ไม่อะไรมาก เขาทำงานอะไรก็คอยซัพพอร์ต เป็นแฟนคลับที่น่ารักก็พอแล้ว” แนทเสนอและนั่นทำให้เอิ้นเสริมทัพต่อเหมือนคู่หูกล้วยหอมจอมซน


“หรือไม่ก็ส่งจดหมายอะไรงี้ ครั้งนึงฉันเคยทำนะเขียนเป็นภาษาไทยแล้วให้คนในกรุ๊ปไปแปลเป็นอิงค์ หรือเกาหลีอีกที”


“แล้วเขาจะได้อ่านใช่มั้ย?”


“เพ้อเจ้อ ไม่ได้อ่านหรอก” มีนกอดอกอย่างเริ่มหงุดหงิดที่ฉันไม่ออกจากเรื่องนี้สักทีเหมือนคุณแม่ไม่ได้ดั่งใจ “พอเห็นกองจดหมายอันใหญ่เท่าภูเขาหิมาลัยแล้วก็ไปซ้อมเต้นต่อ”


“ต่อให้ไม่ได้อ่านมันก็เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งย่ะ และฉันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจ”


“แม้ว่าเขาจะไม่เห็นเลยเนี่ยนะ ปิดทองหลังพระเว่อร์ พอมีลูกมีผัวพวกแกจะต้องเสียดายเวลาและเงินที่ไปสนับสน....”


แล้วเพื่อนๆของฉันก็กลับมาถกเถียงเรื่องติ่งกันตามเดิมเหมือนที่เคยเป็นๆมา แต่ดีตรงที่พวกเราไม่ใช่ประเภทต้องเอาชนะคะคานกัน ไม่เห็นด้วยก็รับฟังแม้จะเถียงบ้างแต่ก็จบลงด้วยดี คราวนี้ก็เช่นกัน


อืม...ส่งจดหมายสินะ โชคดีที่อนธกาลเป็นคนไทย และไม่ใช่คนเด่นดังอะไรการเขียนจดหมายไปให้อ่านน่าจะไม่ยากนัก พอคิดได้อย่างนั้นฉันที่มาเดินเล่นในห้างกับเหล่าผองเพื่อนหลังจากกินอะไรกันเรียบร้อยแล้วก็ตรงดิ่งไปยังแผนกเครืองเขียนแล้วหาซื้อสมุดกับปากกาดีๆสักแท่งเพื่อที่จะเขียนอะไรส่งไปให้นักข่าวสาวคนนั้นอ่านสักหนอย


แหม...ฉันดูตั้งใจจนตกใจตัวเองเลย


โอ๊ะ...หัวใจเต้นแรงมาก แค่เห็นสมุดฉีกก็ตื่นเต้นแล้ว ไหนจะกลิ่นที่ลอยออกมาจากกระดาษ ฟุดฟิด...กลิ่นมันเหมือนอะไรน้า...


คุ้นๆอยู่...


“ทำจมูกบานทำไม”


ผองเพื่อนที่เดินดูโน่นดูนี่ยื่นหน้ามามองฉันที่กำลังทำท่าเล้าโลมสมุดฉีกในมือและนั่นทำให้ฉันยืดตัวกระแอมไอนิดหนึ่ง


“ไม่ได้ทำอะไร รู้สึกหอมดี รู้สึกกลิ่นมันคุ้นๆ”


“คุ้นสิ หน้าปกมันก็ฟ้องอยู่ว่าเป็นแอปเปิ้ล”


“นี่กลิ่นแอปเปิ้ลเหรอ นวัตกรรมอะไรกัน...ซื้อ” ฉันตัดสินใจโดยไม่ต้องคิดแล้วหยิบไปจ่ายตังค์อย่างมีความสุข ใครๆก็ต้องการกำลังใจและฉันต้องการให้คนตาสวยในทีวีนั่นได้รับรู้ว่ามีคนแอบมองอยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย...


 วันนี้...ฉันจะเขียนหานักข่าวสาวคนนั้น


อนธกาล

 

 


ฉันใช้เวลาทั้งคืนในการประดิษฐ์คำที่สละสลวย ตลอดชีวิตไม่เคยเขียนจดหมายหาใครเลยแม้ว่าครั้งหนึ่งเคยจะเขียนถึงนายกตอนสมัยประถมก็ตาม แต่ก็นั่นแหละ...มันเป็นเพียงความคิด แต่ตอนนี้ฉันลงมือเขียนมันใส่กระดาษด้วยหัวใจที่ชุ่มฉ่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย


คนรับจดหมายฉบับนี้จะรู้สึกยังไงบ้างนะ...ถ้าได้รู้ว่ามีคนคอยติดตามผลงาน ชื่นชอบ และหลงใหลดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น

 

 

ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก

 

ต้องขอออกตัวก่อนว่าเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย การเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมามันจึงเป็นอะไรที่ยากลำบากสำหรับเรามาก เราแค่ต้องการส่งกำลังใจและบอกกับคุณว่า เราชื่นชอบผลงานของคุณ ครั้งแรกที่ผละจากจอคอมพิวเตอร์เพียงเพราะแม่เปิดทีวีขึ้นมานั่นเป็นเพราะว่าคุณอยู่ในจอสี่เหลียมผืนผ้านั้น น้ำเสียงของคุณที่เปล่งออกมาช่างชัดถ้อยชัดคำ ดวงตามุ่งมั่นและมันทำให้เรารู้ว่าคุณตั้งใจทำงานแค่ไหน

คุณคงไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีศักยภาพเพียงใด น่าเสียดายที่คุณมีผลงานออกมาให้เห็นน้อยมาก มันคงจะดี...ถ้าเราจะได้เห็นคุณบ่อยๆในหลายๆช่องทาง

 

รักคุณ

จาก...แอปเปิ้ล

 

สตีฟจ๊อบจะตบหน้าฉันมั้ยนะที่เอาชื่อยี่ห้อโทรศัพท์มาเป็นนามแฝง บอกตามตรงว่าฉันคิดหนักมากว่าจะลงชื่อท้ายจดหมายว่าอะไร ฉันอยากให้อนธกาลรู้ว่ามีคนชื่นชมแต่ก็ไม่ต้องการให้เจ้าตัวรู้ว่าคนที่ชื่นชอบเป็นเพศอะไร แอปเปิ้ลคงไม่เป็นผู้หญิงเกินไปใช่มั้ย จะเอามะม่วงหรือทุเรียนก็ดูแปร่งๆปะแล่มๆประหลาดๆ


 แอปเปิ้ลนั่นแหละ เหมาะกับกระดาษที่ใช้ส่งไปดี


“จะไปไหนน่ะ”


พี่พุทธที่เอ่ยทักขึ้นตอนฉันกำลังจะออกไปข้างนอก ฉันเหล่มองพี่ชายตัวเองนิดหน่อยเพราะเหมือนขัดจังหวะคนกำลังจะออกไปรบ


อืม...การส่งจดหมายให้นักข่าวคนนี้มันให้ความรู้สึกประมาณนั้นเลยล่ะ


“ไปทำธุระ เดี๋ยวมา”


“วันนี้เรามีประชุมกันเกี่ยวกับโปรเจ็กต์เวปไซต์แอพทอร์คนะ”


“ตั้งชื่อแล้วด้วยเหรอ ดูดี” ฉันยักไหล่ “รู้น่า เดี๋ยวกลับมา ไปแป๊บเดียว”


“จะไปไหนน่ะ”


“ยุ่ง”


ฉันตอบเพียงเท่านั้นแล้วก็รีบเรียกวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างให้พาไปส่งยังสถานีโทรทัศน์ที่อนธกาลทำงานอยู่ โชคดีที่อยู่ไม่ไกลบ้านมากนักเลยมาถึงเร็ว วันนี้ฉันใส่หมวกแก๊ป ผ้าปิดปาก พรางกายทุกอย่างเพราะเคอะเขินเกินไปที่จะให้ใครรู้ว่าฉันเป็นพวกบ้าดารา


ไม่สิ...บ้าผู้ประกาศข่าวกีฬาถึงจะถูก


พอมาถึงประชาสัมพันธ์เลยบอกออกไปอย่างเขินอายไม่กล้าสบตาตอนฝากจนหมายฉบับนั้น


“ฝากให้คุณอนธกาล ที่ประกาศข่าวกีฬาด้วยนะคะ”


“ให้บอกว่ามาจากใครคะ”


“จาก...แอปเปิ้ลค่ะ”


ฉันประหยัดคำพูดตัวเองมากพอสมควรแล้วรีบวิ่งหนีออกมาพร้อมกับหลบอยู่หลังเสาต้นหนึ่งในตึกใหญ่หัวใจฉันเต้นโครมคราม นี่แค่ประชาสัมพันธ์ หน้าตาไม่ได้ใกล้เคียงกับผู้ประกาศข่าวหญิงคนนั้นด้วยซ้ำก็ทำเอาฉันหน้ามืดแล้ว


นี่พอได้ดวงตามาใหม่ฉันก็กลายเป็นคนใหม่ ไลค์อะแบรนด์นิวมากๆ


ขณะที่กำลังตบหน้าอกตัวเองเพื่อปลอบประโลมหัวใจที่เต้นถี่แรง เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น และนั่นทำให้ฉันเบ้ปากนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเป็นพี่พุทธที่โทรมาตามอย่างกลัวว่าฉันจะลืมนัด


“รู้แล้วน่าพี่พุทธ ฉันไม่ได้ลืม กำลังจะกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ แหม...ทำอย่างกับธุรกิจร้อยล้าน”

[เฮ้ย แต่โปรเจคเราเป็นรูปเป็นร่างมากแล้วจริงๆนะ ตอนนี้มีแกที่ตัดต่ออย่างมืออาชีพ พี่กับเพื่อนอีกคนก็เป็นพวกรู้เรื่องแก้ดเจ็ทอุปกรณ์มือถือต่างๆเป็นอย่างดี และที่น่าเซอร์ไพรส์ไปกว่านั้น เรากำลังจะได้พิธีกรมืออาชีพมาทำงานด้วยนะเว้ย]


“พิธีกรอะไรอีก นี่เรามีหุ้นส่วนกี่คนแล้วเนี่ย”


[ก็มีพี่ มีแก เพื่อนพี่อีกคน แล้วก็กาล]


“กาล? ใครอีกละ?”


[แกคงไม่รู้จักหรอกมั้งแต่น่าจะคุ้นหน้าบ้าง ผู้ประกาศข่าวช่องดิจิตอลน่ะ พอดีกำลังจะหมดสัญญาจ้างพวกพี่ก็เลยทาบทามให้มาทำงานเป็นหุ้นส่วนด้วยกัน]


“ผู้ประกาศข่าวเหรอ บังเอิญจังแฮะ...” ฉันเหล่มองไปทางประชาสัมพันธ์ แล้วหัวใจก็แทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อเห็นผู้หญิงตัวเล็กผมยาวรูปร่างกระทัดในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆ และใช่...แม้จะมองเห็นไกลๆแต่ฉันจำได้แม่น


ผู้หญิงคนนั้น...อนธกาล

 

ตึกตึก...

ตึกตึก...

ตึกตึก...

 

อนธกาลที่เหมือนกำลังคุยกับคนในตึกเตรียมจะเดินเข้าไปด้านในเพื่อขึ้นลิฟท์ แต่ถูกประชาสัมพัฯธ์เรียกเอาไว้เสียก่อน และนั่นทำให้ฉันเริ่มหน้าร้อนผ่าวอย่างลุ้นๆว่าจดหมายของตัวเองจะถึงมือเจ้าตัวมั้ย

 

[นี่ฟังอยู่หรือเปล่า]


“อือ ฟังอยู่...ชื่ออะไรนะ กาลเหรอ”


[เรียกกันเล่นๆว่ากาลน่ะ แต่ชื่อจริงชื่ออนธกาล]


และเมื่อฉันได้ยินชื่อที่หลุดมาจากปากพี่ชายตัวเองถึงกับสะดุ้งยืนหลังตรง ตามองไปทางประชาสัมพันธ์ในขณะที่มือก็บีบมือถือแนบหู่แน่น


“อนธกาลเหรอ?...พี่แน่ใจเหรอว่าชื่อนี้”


[อื้ม ชื่อนี้แหละอนธกาล เพื่อนพี่มันแนะนำมา บอกว่าเป็นคนตรงต่อเวลาและที่สำคัญสวยมากๆ แต่น่าเสียดายโอกาสในวงการบันเทิงค่อนข้างจะ...]


พี่พุทธยังคงพ่นโน่นพ่นนี่ไปเรื่อยโดยไม่รู้เลยว่าน้องสาวกำลังทิ้งแขนลงข้างตัวไม่ได้แม้แต่จะฟังด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวกำลังพูดอะไรอยู่


แล้วจดหมายฉบับที่ฉันฝากเอาไว้ก็ถูกส่งไปถึงมือของผู้ประกาศข่าวสาวที่มีชื่อเรียกสั้นๆว่า “กาล” เป็นที่เรียบร้อย คนตัวเล็กรับจดหมายแล้วเปิดออกอ่านตรงนั้นในทันทีพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากหน้าแดงก่ำซึ่งไม่ต่างจากฉันที่กำลังมองเหตุการณ์ในตอนนี้


โอ้โห...จังหวะซิทคอมชิบหายเลย


โปรดติดตามตอนต่อไป




#AppleYuri


เอ้า เม้นท์ให้กำลังใจกับการเปิดตอนแรกโหน่ยยยยยยยย


อย่างเคย ลงนิยายติดๆกันเพราะอะไรน่ะรึ?


จะขาย Affair ยังไงล่ะ 55555555555555 ดังนั้นติดตามในนี้เอาไว้ให้ดี เดี๋ยวจะประกาศบอกวันขาย


ก็คือการบังคับอ่านนิยายนั่นเองงงง อย่าทิ้งชุ้นให้เหงาใจนะอุอิ


ทำไมถึงต้องเป็นอิมเมจนี้เหรอ? จริงๆแล้วชอบชื่อ "คริส" มาก ให้ความรู้สึกเหมือนไม่สาวแต่ก็ไม่แมนมากเกินไป มีความสวยในตัวสูง เรื่องนี้นางเอกจะติดห้าวๆน่ารักคล้ายดอกรักสักหน่อย แต่เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจมากๆ


ส่วนมิว ไม่สิ อนธกาล...ก็ยังคงเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์เช่นเคย


ปมจะเยอะสักหน่อยนะคะ จะค่อยๆไขไปเรื่อยๆพร้อมกับความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้น


แล้วพบกันค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.388K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,020 ความคิดเห็น

  1. #5015 gamtamonpon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 17:13
    ถ้าอยากเขียนสวย ไปถามดอกรักสิ ≧ω≦
    #5,015
    0
  2. #4994 PlatooThai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 10:37
    คนอ่านจดหมายก็เขินแก้มแตก คนเขียนจดหมายนี้ไม่ต้องคิดเลยตัวระเบิดไปแล้วมั้ง
    #4,994
    0
  3. #4963 Chichuu~♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 20:48
    แงง ชอบบบ /กดอ่านตอนต่อไป
    #4,963
    0
  4. #4962 Chichuu~♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 20:48
    แงง ชอบบบ /กดอ่านตอนต่อๆป
    #4,962
    0
  5. #2164 FuMeYa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 10:03
    จังหวะซิทคอม คืออัลไล

    เข้าใจอารมณ์คริสตอนจะไปส่งจดหมายนะ
    ตอนเขียนใส่ซองว่าตื่นเต้นแล้ว
    ตอนเอาไปส่งนี่ยิ่งกว่าตื่นเต้นอีก
    เหมทอนไปออกรบจริงๆ
    (ชีวิตจริงเรานี่ตอนเอาจดหมายไปหย่อนตู้อะ)
    #2,164
    0
  6. #1668 P.Witch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 15:00
    ชอบครืส ชอบมิว นุอ่านได้ ผ่านนน เนื้อเรื่องน่าติดตามอีกแล้วว นักข่าวกะสาวตัดต่อ หุ้ยๆ
    #1,668
    0
  7. #1334 Pichapa Kultanaworawiwat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 23:40
    น่าติดตามมากๆๆๆ ชอบความคริส เราก็ชอบคริสมากก แต่พอกาลเป็นมิว เราก็ว่าเข้ามากๆเช่นกัน นี่ขนาดตอนแรกนะเนี่ยยย ชุ้นจะมาติดอ่านตอนสอบไม่ด้ายยยย 😭
    #1,334
    0
  8. #871 Mistymoir (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 07:57
    ความติ่งนี้ เหมือนที่น้องตามอ่านนิยายพี่ทักเรื่องไงหล้าาา
    #871
    0
  9. #813 Mimee16 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 11:04
    อ่าว แบบนี้ก็แสดงว่าชั้นเป็น ติ่งปลา ชะ?? 5555
    #813
    0
  10. #654 muttsudakaito (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 09:26
    เพื่อนก็ติ่งเกาหลี ส่งจดหมายไปให้กำลังใจด้วย จดหมายได้รับการเลือกมาอ่านออกรายการด้วย ทุกวันนี้ก็ยังปลื้มปริ่มอยู่เลย มันคงอยากมากที่จดหมายเราจะได้รับเลือก ตอนที่มันเล่านะน่าตามีความสุขมากรู้สึกเลยว่ามันดีใจมากๆ ปกติมันเครียด ปัญหาก็ลุมเล้ามันเยอะ 🙂
    #654
    0
  11. #616 ประธานคิม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 16:34
    น่ารักกกก
    #616
    0
  12. #459 The Night[2n] (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 19:26
    พอเห็นคริสซื้อสมุดฉีกกลิ่นแอปเปิลแล้ว ทำไมมีความอยากได้บ้าง งื้อออ
    #459
    0
  13. #375 FEATHER2WINGS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 01:18

    ขำอ่ะค่ะ ขำคนคีพคูล น้องคริสรู๊กกก55555555 พิปาเลือกอิมเมจตรงจัยนุมากค่ะ เอ็นดูความเขียนจดหมายไปหาเค้าาาาา แล้วก็ขำความโลกกลมอยู่ๆก็ได้ร่วมงาน ใกล้ชิดกันเฉยเลย55555

    #375
    0
  14. #366 pavas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 16:15
    โอโห้ ปิดตอนได้ยอดไปเลย55555
    #366
    0
  15. #356 praatiddd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:37

    “จังหวะซิทคอมชิบหายเลย” อย่างลั่นน5555

    #356
    0
  16. #303 netreborn edit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 11:25
    บังงงเอิญสุดดดด พี่ชายดีลคนมาทำงานด้วยถูกคนมาก
    #303
    0
  17. #282 Jai-fah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 09:42
    อร้ายยย เขิงๆๆๆๆๆๆ
    #282
    0
  18. #217 Puengnoy_pan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 10:37
    เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากค่ะ เดาทางพี่ปลาไม่ถูกจริงๆว่าจะยังไง
    #217
    0
  19. #183 Believe In My Heart (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 04:40
    ชอบๆ รออ่าน รอซื้อทุกเรื่องเลยค่าาา
    #183
    0
  20. #182 Rattanakorn__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 03:55
    BNK48ก็มา55
    #182
    0
  21. #181 bampotter (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 01:52
    อยากเห็นอิมเมจเพื่อนๆคริส
    #181
    0
  22. #180 PONGNENG_GUNG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:47
    บ้าจริงทำไมถึงรู้สึกเขินขนาดนี้นะ >< ชอบความ BNK48 เบาๆ ฮ่าๆ
    #180
    0
  23. #179 --oppa-- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:00
    ชอบค่ะ อยากได้(หนังสือ)
    #179
    0
  24. #178 Fantastico_day (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:45
    งื้อออออ เขินนนน .///. คริสต้องทำซึนๆเก็กๆแน่ๆอ่ะ 555555
    #178
    0
  25. #177 Mint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:30

    ตามมาอ่านแล้วจ้าาาาาา

    มีความกลัวปม แปลมๆ5555

    #177
    0