ตอนที่ 94 : ตอนที่ ๘๕ การเติบโตของตุลย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

ตอนที่ ๘๕ การเติบโตของตุลย์

 

             


               เตชินท์เริ่มรู้ตัวแล้วว่าลมหายใจของตนชัดจะติดขัดขึ้นทุกที



                ความเหนื่อยล้ากำลังเล่นงานเขา ก่อนหน้านี้เขาสู้ในการประลองมาหลายนัดแล้ว ทั้งได้แผล ทั้งใช้กสิณไปก็มาก ยิ่งต้องเผชิญหน้ากับพรสวรรค์ของภาคินทร์อยู่หลายบาทก่อนที่เหล่าอสุรกายจะปรากฏตัวขึ้นมายิ่งทำให้เขาหมดเรี่ยวแรงเข้าไปใหญ่



                แต่สิ่งที่ทำให้เตชินท์อ่อนล้าที่สุดจริงๆ คงเป็นสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือนี่แหละ



                หทัยครุฑคืออัญมณีแห่งเตโชธาตุที่ทั้งทรงพลังและซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ เพิ่มขยายคุณสมบัติของอัคคี จนแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังอีกชนิดที่นอกเหนือสามัญสำนึกทั่วไปได้เลยด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ผลาญกสิณปริมาณมากของผู้ใช้เพื่อแลกกับคุณสมบัติเหล่านั้นเช่นกัน



                “แฮ่ก แฮ่ก” เตชินท์หอบสะท้านหลังจากโค่นทำลายยักษ์พยนต์ได้อีกตัว เขาปักกระบองลงกับพื้นเวทีที่พังยับเพื่อช่วยพยุงตัว ดวงตาสีถ่านคุไฟเหลือบมองภาคินทร์ที่ยังคงขยับฟาดฟันได้อย่างไม่มีติดขัด ลิ่มน้ำแข็งปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าตัวสะบัดคมดาบ ฉีกทะลวงร่างของนกแสกถึงสามตัวก่อนจะปักเข้าที่ศีรษะยักษ์อีกตนอย่างแม่นยำ



เตชินท์อาจจะเก่งกาจและดูเหมือนเปี่ยมพรสวรรค์ ทว่าแท้จริงแล้วเขาเองก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง คนธรรมดาที่เคี่ยวกรำและตะเกียดตะกายจนเลือดตากระเด็นกว่าจะมายืนตรงจุดนี้ได้ ทว่านั่น...สิ่งที่ภาคินทร์กำลังทำอยู่ต่างหาก ถึงเรียกว่าพรสวรรค์ที่แท้จริง เปี่ยมความสามารถจนน่าริษยา แค่กระดิกนิ้วเพียงนิดเดียวทุกอย่างก็สยบแทบเท้า ไม่ต้องลงแรง ไม่ต้องเหนื่อยยากและไม่ต้องพยายามอะไรเลยสักนิด



พรึบ!



ภาคินทร์สะบัดดาบอีกครั้ง แท่งน้ำแข็งปรากฏขึ้นตามทิศทางนั้น เฉียดผ่านเตชินท์ไปไม่ถึงนิ้ว เรียกได้ว่าหากดึงกระบองและขยับหลบออกมาไม่ทัน เขาคงสูญเสียอาวุธและร่างกายซีกหนึ่งให้กับพรสวรรค์ของภาคินทร์เป็นแน่ ยักษ์พยนต์ด้านหลังโดนเยือกแข็งในพริบตา ทิ้งไว้เพียงเสียงคำรามที่ถูกกลืนกินโดนเสียงเสียดสีของหยาดน้ำ



“เฮ้ย...”



เตชินท์เรียกประท้วง หากเป็นคนพูดมากกว่านี้อีกสักนิดเขาคงออกปากด่าเปิงไปแล้ว ทว่าภาคินทร์ไม่สนใจ ที่จริงแล้วน่าจะต้องบอกว่าไม่ได้ยินมากกว่าด้วยซ้ำ ว่าที่ผู้นำสกุลหลักอาโปหันกลับไปฟาดฟันกับศัตรูต่อแทบจะในทันที ท่าทีดุดันแข็งกร้าว แต่เป็นแค่การแกว่งดาบแบบไร้กระบวนท่าและทำไปด้วยสัญชาตญาณนำพาล้วนๆ



“ภาคินทร์?” เตชินท์เรียกเมื่อสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ เขากระชับกระบองของตนแน่นพร้อมเดินย่างเข้าไปหา แต่เพียงอีกไม่กี่ก้าว ภาคินทร์ก็หันกลับมาและฟันพระขรรค์สยบกาลในมือเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว



เคร้ง!!



เตชินท์ยกกระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์ขึ้นตั้งรับ ไอเย็นแผ่ซ่านจากเนื้อดาบและร่างกายของเด็กหนุ่ม ภาคินทร์แยกเขี้ยวแทบจะเปล่งเสียงคำรามขู่ ดวงตาคู่นั้นกลายเป็นสีฟ้าสดอันเย็นเยียบ และเพียงแค่มองสบอาการหนาวสั่นก็แล่นพราดขึ้นมาตามสันหลังของเตชินท์ทันที



เขาออกแรงดันเพื่อแยกห่าง แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไร เพราะเมื่อได้ช่องว่างในการกวัดแกว่งดาบภาคินทร์ก็ไม่รอช้าที่จะแล่นงานเขาทันที และครั้งนี้มันมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการเปลี่ยนสภาพของน้ำ



พึบ!!



เตชินท์ตวัดกระบองทำลายปลายน้ำแข็งที่แหลมคม แต่ไม่ทันไรภาคินทร์ก็โจมตีมาอีกระลอก เตชินท์จึงต้องย่อตัวและกลิ้งหลบไปอีกทาง อสูรดินเหนียวด้านหลังรับเคราะห์ไปแทนเต็มๆ ทว่าภาคินทร์กลับไม่หยุดแค่นั้น เด็กหนุ่มวาดมือ บงการน้ำกลุ่มหนึ่งให้โถมตัวลงมาซ้ำ



เตชินท์นิ่วหน้าขณะส่งผ่านกสิณไปยังหทัยครุฑ อัญมณีสีใสที่ปลายกระบองสว่างวาบ เพลิงทมิฬระเบิดออกมา อาโปธาตุระเหิดเป็นไอในพริบตา เขารอดการโจมตีไปได้ก็จริงแต่ก็ผลาญกสิณไปเยอะเอาเรื่องอยู่ ดวงตาสีถ่านคุไฟมองผ่านม่านไอน้ำไปยังคู่ปรับที่ยืนตั้งท่าเตรียมสู้อยู่ที่อีกฝากเวทีประลอง



                แต่เพียงกะพริบตาก็กลายเป็นว่าภาคินทร์หันกลับไปใช้กสิณเยือกแข็งนกแสกและยักษ์พยนต์แทนเสียอย่างงั้น เตชินท์ขมวดคิ้ว พยายามวิเคราะห์อย่างรวดเร็วว่ากริยาคลุ้มคลั่งที่โจมตีไปทั่วแบบไม่แยกมิตรศัตรูของภาคินทร์เกิดจากสิ่งใดกันแน่



                แต่ไม่ทันจะได้คำตอบก็กลายเป็นว่ามีแท่งน้ำแข็งผุดเรียงรายขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าเสียก่อน ส่งผลให้เตชินท์ต้องใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการพยายามเอาชีวิตรอดในสนามรบซึ่งไม่เหลือมิตรแม้แต่คนเดียวแทน









 

                ตุลย์แน่ใจมากว่าถ้าไม่มีรักษ์นาราอยู่ด้วยเขาคงยืนตัวสั่นงันงกไปแล้ว



                ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นผู้ชายคนนี้ทำให้เขาดูเป็นคนที่น่ากลัวเอามากๆ ตั้งแต่รอยแผลมากมายตามร่างกาย ดวงตาสีแดงฉ่านที่มองทุกอย่างต้อยต่ำไปเสียหมด ไปจนถึงอัญมณีสีเดียวกับนัยน์ตาซึ่งฝั่งอยู่กลางฝ่ามือทั้งสองข้าง แต่เพราะไม่อยากดูอ่อนแอต่อหน้าคนสำคัญ ตุลย์จึงทำใจดีสู้เสือพร้อมเอาตัวมาบังเด็กสาวไว้ เขาเกร็งมือ เตรียมพร้อมที่จะเสียดสีแหวนนพสินธุ์ได้ทุกเมื่อทั้งที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อ



                “อย่าขัดขืนดีกว่าน่าไอ้หนู” ชายคนนั้นข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “ไม่ว่าจะหนีหรือสู้ ยังไงแกกับแม่หนูตรงนั้นก็กลายเป็นขี้เถ้าอยู่ดี ฉะนั้นมาประหยัดเวลาของแต่ละฝ่ายด้วยการบอกมาดีๆ เถอะน่าว่าพวกแกเล็ดลอดออกมาจากทางไหนกันแน่”



                จากคำพูด ตุลย์เดาว่าผู้ชายคนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประหลาดที่สนามสัตตบงกชถูกปิดตายแน่นอน หน่ำซ้ำเขายังมีพรรคพวกอีกหลายคนด้วย อย่างน้อยๆ ก็ผู้ใช้กสิณปฐวี แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือทั้งหมดนี้เพื่ออะไรกันแน่



จับตัวประกันสำหรับก่อการร้าย?



ทหารรับจ้างจากแคว้นอื่นเพื่อก่อวินาศกรรม?



หรือมาเพื่อใครคนหนึ่งโดยเฉพาะ...



ตุลย์เหลือบตามองร่างเล็กที่กำชายเสื้อเขาอยู่เบื้องหลัง หรือบางทีผู้ชายคนนี้จะเป็น เขาคนนั้น ที่รักษ์นาราหวาดกลัวและพูดถึง



                “เราจะพาคุณไปเอง แต่ต้องสัญญามาก่อนว่าจะปล่อยพวกเราไป” ทันใดนั้นคนที่น่าจะตกอยู่ในอาการหวาดผวาก็โพล่งข้อต่อรองขึ้นมา



                “เออ สัญญา” อีกฝ่ายตอบอย่างรวดเร็ว ฟังก็รู้ว่าเชื่อถือไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นรักษ์นารากลับกระตุกข้อมือเขาแล้วดึงให้ออกเดินไปยังประตูเล็กที่พวกเขาเพิ่งจะสำรวจไปเมื่อครู่ ซึ่งมันเป็นทางตัน ตุลย์ขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าเด็กสาวตั้งใจจะทำอะไรกันแน่



                ชายซึ่งมีอัญมณีฝั่งกลางฝ่ามือเดินตามมาเช่นกัน ทว่าไม่ได้ตามติดและไม่ได้ระแวดระวังเท่าที่ควร น่าจะเป็นเพราะเห็นยังเป็นแค่เด็กเลยดูถูก ไม่ก็เพราะเขาดูถูกทุกคนอยู่แล้วก็เป็นได้ เพราะการที่สามารถแผ่กสิณปริมาณเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นไอร้อนออกมาจากตัวได้ขนาดนั้นก็สมควรแล้วที่จะมองว่าทุกคนต้อยค่าไม่ควรประมือด้วย



                “ตุลย์จำตอนที่แกล้งครูสิงจนถูกจับเข้าสถานดัดสันดานได้ไหม” รักษ์นารากระซิบถาม เท่านั้นแหละเขาก็เข้าใจทันทีว่าเด็กสาวถ่วงเวลาไปเพื่ออะไรและต้องการให้เขาทำอะไรกันแน่ เขายิ้ม พยักหน้ารับ ในขณะที่ชายด้านหลังเอ่ยปากดุขึ้นมาอีกระลอก



 “เฮ้ยๆ ซุบซิบอะไรกันไม่ทราบ อย่าได้คิดเล่นตุกติกเชียวนะเว้ยไม่งั้นศพไม่สวยแน่”



“พี่ชายสุดหล่อครับ” ตุลย์หันหลังกลับพร้อมถอยเท้าเดินย้อนไปด้วย แสร้งดัดเสียงอย่างร่าเริงและประจบประแจง “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วช่วยเล่าแผนการให้พวกเราฟังเป็นรางวัลก่อนจะถูกฆ่าหน่อยสิครับ เอาแบบละเอียดๆ เลยได้ยิ่งดีนะ เหมือนเวลาพวกตัวร้ายในละครหรือลิเกพ่นแผนการให้พวกตัวเอกฟังจนสุดท้ายทำให้แผนล่มยังไงละครับ”



ชายคนนั้นหยุดเดินเสียเองและใช้ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองตุลย์อย่างระอา



“เป็นความคิดที่โง่อะไรอย่างนี้ พูดถ่วงเวลาเพื่อให้ยัยหนูนั่นหนีไปเนี่ยนะ” เขายกมือซ้ายหันเล็งไปทางรักษ์นาราผู้เดินนำอยู่เบื้องหน้าเกือบสิบก้าวและยังคงสาวเท้ายาวๆ อย่างเร่งรีบต่อไป ในขณะที่มือขวาจ่อติดหน้าผากของตุลย์ ทำเอาเด็กชายรู้สึกได้ถึงไอร้อนระอุที่ส่งผ่านมากับตัวอัญมณี



“คิดเหรอว่าแค่นั้นจะพ้นระยะโจมตีของฉัน”



“ไม่หรอกครับ” ตุลย์เหยียดยิ้ม ชูสองมือขึ้นสูง “แต่พ้นรัศมีระเบิดแน่นอน”



ตูม! ตูม! ตูม!



ทันทีที่ตุลย์เสียดสีแหวนนพสินธุ์ ก็มีกลุ่มเพลิงที่ระเบิดตัวหน้าชายหนุ่มงถึงสามลูกด้วยกัน



“โอย!! ตาฉัน!!



เจ้าตัวยกสองมือขึ้นปิดหน้า ตุลย์ออกวิ่ง ตามไปสมทบกับรักษ์นาราซึ่งยื่นมือมารออยู่แล้ว ทั้งคู่ช่วยกันฉุดลากกันและกันด้วยหวังไปให้พ้นจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด



ตุลย์และติณห์เคยแกล้งผู้เป็นลุงโดยการโยนประทัดใส่หน้าเพื่อเบี่ยงแบนความสนใจแล้วหนีมาก่อน เด็กชายไม่มีเวลาเตรียมหาประทัดก็จริง ทว่าความสามารถที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เขาควบคุมอัคคีธาตุของตนให้กลายเป็นระเบิดได้แล้ว และตุลย์ไม่ได้แค่จ่อระเบิดใกล้หน้าเพื่อหวังประวิงเวลาเท่านั้น แต่เขาทำให้มันระเบิดใส่หน้าผู้ชายคนนั้นในแบบที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ตายก็เสียโฉมได้เลยด้วยซ้ำ



                แต่ดูเหมือนเขาจะดูถูกอีกฝ่ายมากเกินไปเช่นกัน

              


                วูบ!



                เส้นสายของเปลวเพลิงพุ่งเฉียดผ่านตุลย์และรักษ์นาราไปอีกครั้ง และไม่แค่นั้น อีกฝ่ายยังตวัดมือจากซ้ายไปขวา เส้นเพลิงที่พุ่งออกมาจากอัญมณีกลางฝ่ามืออย่างต่อเนื่องจึงไหม้ลามทั้งต้นไม้และพุ่มไม้เบื้องหน้าเด็กทั้งสองจนเกิดเป็นกำแพงอัคคีสูงทึบตัดทางหนีของพวกเขาจนหมดสิ้น



ตุลย์ดึงรักษ์นารามาก้มกลบได้ทันก็จริง แต่เพราะเขาเอาตัวเข้ากอดเพื่อปกป้องเด็กสาวไว้ แผ่นหลังจึงไหม้พองไปทั้งแถบ ความเจ็บนี้มากมายกว่าครั้งที่สู้กับเตชินท์หลายเท่า บ่งบอกความสามารถในการใช้กสิณที่มากกว่าหลายเท่าเช่นกัน



                อึก!” ตุลย์กัดฟัน ข่มกลั้นความแสบร้อน ไม่ทันได้สำรวจบาดแผลให้รักษ์นารา เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น



                สรุปว่าแกเองก็เป็นผู้ใช้กสิณเตโชเหมือนกันสินะไอ้หนูเขาโซซัดโซเซลุกขึ้นมา ควันลอยกรุ่น เสื้อคลุมตัวนอกไหม้ขาดจนตกลงสู่พื้น แต่แทนที่จะได้เห็นเนื้อแหว่งเหวิ่นหรือผิวที่แดงลวก ใบหน้าและลำคอซีกหนึ่งของชายหนุ่มกลับมีแค่รอยเขม่าดำๆ เท่านั้น



                ระเบิดเพลิงของตุลย์ไม่ส่งผลอะไรต่อเขาเลยสักนิด



                ท่อนบนที่เปลือยเปล่าอย่างแท้จริงยังเผยให้เห็นอัญมณีสีแดงอีกจำนวนมากซึ่งฝั่งเรียงอยู่ตามแนวสันหลังของชายหนุ่ม ตั้งแต่ต้นคอไปจรดบั้นเอว ต่างจากมณีกลางฝ่ามือที่เจียจนเป็นเหลี่ยมมุมงดงาม สิ่งที่ติดอยู่ในกระดูกสันหลังของชายหนุ่มทั้งขรุขระและแหลมคม เหมือนมีดไม่ก็ลิ่มที่แทงงอกขึ้นมาจากหลังของเขามากกว่าด้วยซ้ำ



ชายหนุ่มเรียกเตโชธาตุขึ้นมาในฝ่ามือทั้งสองข้าง ตอนนั้นเองที่เหล่ามณีทั้งหมดตามร่างกายเริ่มเปล่งแสงสีแดงเรืองๆ ออกมา ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความกราดเกรี้ยวจนแทบจะเป็นเหมือนดวงไฟกองย่อมเช่นกัน



                ฉันเตือนพวกแกแล้วว่าถ้าเล่นตุกติกจะศพไม่สวย



                สิ้นคำเขาก็ขว้างลูกไฟในมือทั้งสองข้างเข้าใส่เด็กๆ ทันที!



ตุลย์ลุกขึ้นยืน มือขวาคว้าลูกไฟไว้ได้ทันและปัดทิ้งไปอีกทาง ส่วนแขนซ้ายยกขึ้นป้องอีกลูก เสียงฉ่าดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นเนื้อไหม้ของเขา



ทว่าไม่มีเวลาให้คิดหรือเจ็บปวด อีกฝ่ายก็โจมตีเข้าใส่อีกครั้ง สองมือยื่นมาข้างหน้า อัญมณีเปล่งแสงวาบ เส้นสายร้อนระอุพุ่งออกมา



ตุลย์กัดฟันทน เสียดสีแหวนนพสินธุ์เข้าด้วยกันและ



ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!



ระเบิดเพลิงปะทุตามรายทางระหว่างตุลย์และอีกฝ่าย แรงอัดส่งผลให้เส้นอัคคีโดนเบี่ยงทิศทางและถูกตัดขาด เหลือเพียงกลุ่มไฟเล็กๆ ที่เขาพอจะรับมือกับมันได้โดนไม่ทำให้รักษ์นาราโดนลูกหลงไปด้วย แต่ถึงกระนั้นสภาพร่างกายของเขาก็ยับเยินเต็มที แผ่นหลัง แขนและลำตัวบางช่วงพองแดงมีแต่เลือดซึม ยิ่งกับมือไม่ต้องพูดถึง เนื้อของเขาดำไหม้แทบจะหลอมละลายหลุดออกมาแล้วด้วยซ้ำ



ตุลย์หอบสะท้าน โงนเงนล้มลง รักษ์นาราที่พยายามเอื้อมมือมาประคองจึงพลอยทรุดตัวลงไปด้วย ทั้งคู่คุกเข่าอยู่กับพื้น เธอกอดเขาไว้แน่น ด้วยส่วนสูงที่ไม่ได้ต่างกันมากเด็กสาวจึงสามารถเกยคางลงกับบ่าของเขาได้อย่างง่ายดาย



อย่าเพิ่งยอมแพ้นะ ได้โปรดอย่าเพิ่งยอมแพ้แค่นี้รักษ์นาราอ้อนวอน ทว่านี่คือขีดสุดของตุลย์แล้ว ด้านหลังคือกำแพงเพลิงที่ยังคงลุกไหม้ ส่วนเบื้องหน้าคือร่างสูงที่กำลังเดินฝ่าม่านควันออกมาพร้อมใช้หลังมือปาดเช็ดคราบเขม่าบริเวณใบหน้าอย่างลวกๆ ไปด้วย



แกเนี่ยเก่งใช้ได้เลยนะไอ้หนูเสียงห้าวเอ่ยชม อีกสักสองสามพันวันการสู้กับแกต้องเป็นอะไรที่ดุเดือดมากแน่ๆ น่าเสียดายจริงๆ”



คำพูดของผู้ชายคนนั้นและถ้อยกระซิบของรักษ์นาราผสมปนเปกัน สติของเขาเริ่มลางเลือนขึ้นทุกที ภาพของฝ่ามือหนาและอัญมณีสีเลือดที่ยื่นมาจ่อจนชิดจึงกลายเป็นเพียงจุดอันพร่ามัวเท่านั้น



ทว่าในชั่วขณะก่อนที่ทุกอย่างจะดำมืด ตุลย์กลับเห็นแสงสว่าง สีทองสุกสกาวที่ส่องประกายขึ้นมาในดวงตาของรักษ์นารา



พี่จะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด



เด็กสาวย้ำความ ทันใดนั้นกระแสความอบอุ่นแปลกประหลาดก็ไหลวนเข้ามาในตัวเขา ตุลย์รู้สึกได้เลยว่าเลือดหยุดไหลแล้ว ความเจ็บปวดสิ้นสุดลง เนื้อหนังก่อร่างและเกี่ยวประสานกันใหม่ กำลังของเขาคืนกลับมา ไม่สิ มันเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ



เด็กชายยังไม่เคยสัมผัสกับพลังของรักษ์นาราโดยตรงก็จริง ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขา ช่างรวดเร็วและน่าอัศจรรย์กว่าที่เคยเห็นผ่านตาเป็นสิบๆ เท่า



และคนที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวอย่างชายหนุ่มก็สามารถรับรู้ได้เช่นกัน ดวงตาสีแดงก่ำเบิกกว้างขึ้น เขาลดมือลงโดยไม่รู้ตัว



“เธอ...” เขาเลื่อนสายตามายังรักษ์นารา เป็นครั้งแรกที่เขาให้ความสนใจเด็กสาวร่างเล็กซึ่งซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเด็กชายผู้ใช้กสิณเตโช “เป็นเธอนี่เอง”



เขาเอื้อมมือมาหมายจะกระชากรักษ์นาราทว่า...



หมับ!



มือซ้ายซึ่งลุกท่วมด้วยไฟจากแหวนนพสินธุ์คว้าข้อมือของชายหนุ่มไว้เสียก่อน ตุลย์ขยับลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เขาปล่อยมือจากรักษ์นาราซึ่งยังนั่งอยู่บนพื้น ดวงตาสีน้ำตาลไหม้จดจ้อง เพราะยังเยาว์วัยนัก แม้แต่จะกำให้รอบข้อมือของอีกฝ่ายก็ยังทำไม่ได้ ทว่าความร้อนที่แผดเผาจนทำให้ข้อมือหนาเริ่มลวกแดงได้บ้างแล้วบ่งบอกว่าในระยะเวลาน้อยนิดนี้เขาเติบโตขึ้นมาแล้ว



“คิดจะแตะต้องพี่รักษ์ต้องล้มผมให้ได้ก่อนนะพี่ชาย”



ผลัวะ!!



ตูม!



ตุลย์ต่อยมือขวาออกไป ไฟจากแหวนห่อหุ้มกำปั้นของเขาในชั่วพริบตา และทันทีที่สัมผัสกับผิวหนังของอีกฝ่ายก็มีเสียงสนั่นดังขึ้น ระเบิดเพลิงทำให้เด็กชายเซถอยไปหลายก้าวก็จริง แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มกระเด็นห่างไปหลายวาเช่นกัน อีกฝ่ายพลิกตัวกลางอากาศ กลับมายืนสองเท้าโดยใช้มือซ้ายจิกเข้าไปในพื้นดินเพื่อช่วยหยุดตนเอง



ภายในดวงตาสีแดงก่ำไม่ได้มีวี่แววของความกราดเกรี้ยวอีกแล้ว มันยินดีและเต็มตื้น คล้ายคนที่ใกล้จะบรรลุความฝันซึ่งพยายามไขว้คว้ามาเนิ่นนาน



“ฉันจะทำมากกว่าเอาชนะแกอีกไอ้หนู” เขาเหยียดยิ้มในขณะที่ตุลย์วิ่งเข้ามาหาพร้อมไฟที่ลุกท่วมกำปั้นทั้งสอง “ฉันจะข้ามศพที่ไหม้เป็นตอตะโกของแกแล้วพาเธอคนนั้นไปถวายท่านจ้าวให้ได้!!









 

พิมายรู้ว่าพ่อของเธอสู้เป็นแต่ไม่เคยนึกว่าจะสู้เก่งถึงขั้นนี้



วูบ!!



ลมกรรโชกพัดมาทุกครั้งที่กำปั้นของพลัชและบูร์จินปะทะกันทำเอาฝุ่นลอยตลบ รอบตัวทั้งคู่มีแต่กระแสลมรุนแรงหมุนวนอยู่ตลอดเวลาราวกับเกลียวพายุ และที่ใจกลางของความบ้าคลั่งนั้นคือบุรุษซึ่งมีรอยสักรูปปีกนกทั้งสอง



 แม้จะไม่ได้ถืออาวุธ ทว่าวาโยธาตุซึ่งชายชื่อบูร์จินปล่อยออกมาก็แทบจะไม่ต่างอะไรจากดาบเลยสักนิด ทั้งแหลมคมและกรีดเฉือน จนทำเอาผู้คนจำต้องถอยห่างไปอีกหลายสิบวาเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง รัศมีรอบประตูทิศเหนือจึงมีเพียงสายลมสองสายที่มุ่งห่ำหั่นกันเท่านั้น



บูร์จินเป็นผู้ใช้กสิณวาโยที่เก่งกาจ แค่เห็นแวบแรกพิมายก็สามารถบอกได้แล้ว ไอกสิณของเขาเข้มข้นมากเสียจนแปรสภาพเป็นสายลมแผ่วๆ ที่เลื่อนไหลอยู่รอบตัวตลอดเวลา อาจเพราะแบบนั้นเขาถึงได้ใช้วิชามังสาแห่งสายลมได้ยอดเยี่ยมกว่าเธอหรือพลัชหลายเท่านัก



ดวงตาที่ถูกบดบังด้วยผ้าผืนหนาไม่ได้ทำเขาเสียประโยชน์แต่อย่างใด กลับกันมีแต่จะทำให้ขีดการรับรู้ด้านอื่นๆ ของเขาเพิ่มพูนยิ่งขึ้นได้อีก พิมายสาบานได้เลยว่าบูร์จินจะเอียงศีรษะมาทางเธอทุกครั้งที่เธอขยับพัดหรือขยับตัว เหมือนจะบอกกลายๆ ว่าอย่าได้สอดมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้เด็ดขาด



แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าพ่อของเธอจะเพลี่ยงพล้ำง่ายๆ



พลัชชักมีดที่ซ่อนไว้ตรงบั้นเอวออกมาตั้งแต่การต่อสู้เริ่มไม่ถึงครึ่งบาท มันเป็นมีดคมเดียวยาวเกือบท่อนแขน โค้งงอเป็นมุมป้าน ด้ามจับทำจากไม้กลมเกลี้ยง รูปร่างของมันประหลาดพอๆ กับกระบวนท่าที่พ่อเธอใช้นั่นแหละ พลัชฟันมีดลงมาตรงๆ หมายเล็งตัดข้อมือของอีกฝ่ายอยู่หลายครั้ง บางจังหวะก็โยนมีดขึ้นกลางอากาศ ปล่อยกสิณลมอัดใส่กลางอกบูร์จิน แต่พอรับมีดได้ก็ดันจับให้ใบมีดลู่ไปตามแขน แล้วหมุนตัวตวัดปาด อีกทีก็พลิกข้อมืออย่างว่องไวแล้วถือมีดตรงๆ ฟันลงมาเหมือนเดิม



วิธีการต่อสู้ของพลัชแปลกประหลาดไปจากชาวนิวารินทั่วไปเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเห็นว่าบูร์จินตั้งรับและตอบโต้ด้วยกระบวนท่าที่คล้ายกัน พิมายก็เข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาดสำหรับพวกเขา แต่เป็นความคุ้นเคยจากที่ๆ พวกเขากำเนิดและเติบโตมาต่างหาก



บูร์จินกับพลัชมาจากแคว้นเดียวกัน รอยสักและวิธีการต่อสู้ยืนยันข้อสันนิษฐานนั้น ประโยคตอบโต้ระหว่างพวกเขายังยืนยันอีกว่านอกจากจะรู้จักกันแล้ว ยังสนิทชิดเชื้อกันด้วย



“นายทำฉันผิดหวังนะพาจาล”



ท่ามกลางวาโยธาตุที่กระทบกลืนกันอย่างบ้าคลั่ง พิมายได้ยินบูร์จินเอ่ยเรียกพ่อของเธอด้วยชื่อที่ไม่คุ้นหูอีกครั้ง



“เวลาควรจะทำให้นายเก่งกาจและเหี้ยมหาญขึ้นไม่ใช่ถดถอยลงเช่นนี้”



“นายก็ทำฉนผิดหวังเหมือนกันที่ยังไม่ตายๆ ไปสักที!!



ในขณะที่บูร์จินกำลังติดพันสู้อยู่กับพลัช พิมายก็เล็งเห็นช่องว่าง แผ่นหลังของเขาไร้การป้องกัน กระแสลมตรงนั้นนิ่งสงบ ดูเหมือนบูร์จินจะควบคุมวาโยธาตุให้ไหลไปรวมกันเบื้องหน้าเพื่อช่วยในการรับมือกับพ่อของเธอจนหมด จังหวะนี้แหละ



พิมายก้าวออกจากที่ซ่อน ปาพัดเหล็กในมือขวาออกไปเพื่อให้ผ้าไหมสีดอกผักตบตวัดพันรอบข้อมือของบูร์จิน เด็กสาวออกแรงดึงรั้ง ส่งผลให้ร่างสูงกว่าสี่ศอกชะงักการโจมตี พลัชแทงมีดรูปร่างประหลาดออกไปพอดี ปลายแหลมฝังลึกเข้าไปในต้นแขนของบูร์จิน



ทว่าร่างสูงไม่มีท่าทีของความตื่นตระหนกหรือเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เขาใช้มืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระจับศีรษะของพลัชไว้ กดโน้มร่างที่สูงพอกันลงมาอย่างรวดเร็วแล้วอัดกระแทกเข่าเข้าที่ลิ้นปี่จนบังเกิดเสียงดังพลัวะ กระแสลมรุนแรงที่พุ่งแผ่ออกมาบ่งบอกว่าเขาใช้กสิณเข้าช่วย ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปกระดูกซี่โครงอาจหักไปทั้งแถบแล้วก็เป็นได้ พลัชอาเจียนก่อนจะงอตัวล้มลง



“พ่อ!!” พิมายร้องเรียกด้วยความตกใจ เธอออกแรงดึงผ้าไหมมากขึ้นจนแขนของบูร์จินชี้มาทางหลังพร้อมกับโบกพัดในมือซ้าย สร้างสายลมทรงกลมที่หมุนเข้าใส่ร่างใหญ่ด้วยความเร็วยิ่ง ทว่า...



ฉัวะ!!



บูร์จินขยับนิ้วเพียงนิดเดียว วาโยธาตุที่คมกริบราวใบมีดก็ตัดผ่ากลางสายลมของพิมายจนการโจมตีสลายไปกลางทาง



ดวงตาสีลูกหว้าเบิกกว้าง ไม่ทันได้คิดอ่านอะไรผ้าไหมของเธอก็ถูกบูร์จินดึงกระตุกเสียเอง เด็กสาวแทบจะลอยหวืด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ลำคอแล้วยกเธอขึ้นจนเท้าไม่แตะพื้น เรี่ยวแรงของเขามหาศาล พิมายเข้าใจได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้เธอไม่ได้รั้งการโจมตีของเขาได้ บูร์จินแค่ออมแรงแกล้งทำ เพื่อล่อให้เธอและพ่อตกลงมาในกับดักที่วางไว้เท่านั้น



“ว่ากันว่ามีอยู่สองเหตุผลเท่านั้นที่ทำให้นักรบผู้เหี้ยมหาญกลายเป็นคนอ่อนแอ” บูร์จินออกแรงบีบมากขึ้นจนไม่มีอากาศใดไหลผ่านเข้ามาในลำคอของพิมายได้



“หนึ่งคือความรักที่มีให้อิสตรี”



เธอทั้งแงะและข่วนมือหนา ทว่าทุกอย่างล้วนไร้ผล ใบหน้าของพิมายเริ่มเขียวคล้ำ เธออ้าปากพยายามจะหายใจ เสียงอึกอักเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ลอดผ่านมาได้



“และสองคือการได้โอบกอดเลือดเนื้อของตน”



เด็กสาวเอื้อมมือออกไปหวังจะคว้ามีดของพ่อที่ยังปักตรึงอยู่ที่ต้นแขนของศัตรูมาใช้ ทว่าบูร์จินรู้ทัน เขาดึงมันออกและปาทิ้งให้ไกลออกไปแบบไม่สนทิศทาง พิมายปัดมือพลาด เกี่ยวผ้าปิดตาของบูร์จินจนเลื่อนหลุดลงมาแทน



“เธอคลายนายมากจริงๆ พาจาล คล้ายจนน่าเสียดายที่ต้องกำจัดทิ้ง”



และเบื้องหลังผ้าผืนนั้น คือความว่างเปล่า เป็นเพียงช่องว่างกลวงโบ๋ ที่ไร้ทั้งดวงตาและเปลือกตาอย่างน่าสยดสยอง






##########

สนทนา : ฟ็อกซ์ชอบโมเม้นท์ที่ได้เฉลยความลับเล็กๆน้อยๆ อย่างเรื่องเบื้องหลังผ้าปิดตาของบูร์จินหรือใต้ผ้าคลุมของชเวอองออกไปมากเลยค่ะ สนุกดี สรุปแต่งไปแต่งมาลุงบุญญานี่แหละรูปลักษณ์ธรรมดาสุดแล้วในแก๊งนี้ ๕๕๕


จะหวีดจะทวงติดแฮชแท็ก #รักษ์นารา ไม่ก็ #FoxxTrot มานะคะ

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1207 Casper (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 23:18

    โอ๊ยยยยยยย ค้างมากค่ะคุณฟ็อกซ์ รีบมาต่อเร็วๆนะคะ อยากอ่านใจจะขาดแล้วววว


    #1207
    0
  2. #1205 Kiyoko (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:48

    ลุ้นทุกตอน สนุกและชอบจริงๆค่ะ

    #1205
    0
  3. #1200 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 12:35
    ฮืออ สนุกก ทำไมลุ้นทุกมุมเลยละ (ยกเว้นมุมคุณปะป๊า) ลากตัวนุ้งฟ็อกซ์กลับมาแต่งนิยายต่ออออ 5555
    #1200
    0
  4. #1199 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 13:51
    สนุกเวอร์วังอลังมาก เหมือนนุ้งคินจะสติหลุดไปแล้ว

    ปล.ช่วงนี้ดูมายฮีโร่อคาเดเมีย อ่านตอนนุ้งคินให้พลังทีไร นึกถึงโทโดโรกิทุกที
    #1199
    0
  5. #1198 fefefy (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 13:25
    ว้อยยยยยย ชายวัยกลางคนในชุดฮาวายไปงีบแถวไหนคะ รีบออกมาเร็วๆ เถ๊อะะะ(ถึงจะชิลได้แต่อย่าขนาดนี้เลยเถอะขอร้องงง) ฝั่งพี่เตคนคูลแลดูสาหัส พ่อคินทร์คนเข้มสติท่าทางจะหายไปเสียแล้วมีการคำรามขู่เสียด้วย(ชห.แล้วไง----) แต่ก็ยังดีที่ท่าทางจะไม่ล้มง่ายๆ ฝั่งที่สาหัสที่สุดคงจะเป็นพิมาย เพราะฝั่งตุลย์มีนาราสายฮีลระดับเทพ ฝั่งพี่เตมีภาคินทร์สายโจมตีที่ท่าทางจะล้มได้ยาก ฝั่งพิมายมีคุณพ่อสุดหวงลูกสาว(?) ที่เก่งนะแต่ตอนนี้ช่วยพิมายก่อนเร็ว จะตายอยู่แล้วว้อยยย!! //ภาวนาให้ลุงสิงมาช่วยขอฟีลแบบหวานสักนิดพอกระชุ่มกระชวยหัวใจ----
    #1198
    0
  6. #1197 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 11:04
    อยากรู้ว่าท่านจ้าวคือใครสุดละ
    #1197
    0
  7. #1196 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 10:11
    ท่านจ้าวนี่คือปริศนาใหญ่ที่สุดของเรื่องแล้วค่ะ อยากรู้ๆ
    #1196
    0
  8. #1195 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 00:59
    #ทีมพิมาย สู้เขาลูก
    #1195
    0
  9. #1194 MLYTH (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 22:38
    น้องตุลย์สู้ๆ!!!!
    #1194
    0