ตอนที่ 2 : ตอนที่ ๒ ความสงสัยของภาคินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    12 เม.ย. 60


ตอนที่ ๒ ความสงสัยของภาคินทร์

 

 

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รักษ์นาราลอบเข้ามาในโรงเรียนยามค่ำคืน...

 

 

และทุกครั้งมักจะต้องใช้วิธีปีนกำแพงหรือไม่ก็แอบขโมยกุญแจรั้วจากลุงยามเสมอ มีแค่คราวนี้ที่ดูจะแปลกออกไปเพราะประตูถูกเปิดอ้าอยู่แล้ว ตอนนั้นเด็กสาวคิดแค่ว่าเธอคงโชคดี แต่ดูเหมือนความจริงจะเป็นเพราะมีคนแอบเข้ามาก่อนเธอแล้วต่างหาก

 

 

และคนๆ นั้นก็เพิ่งกระโดดลงมาจากอาคารเรียนชั้นสอง พร้อมจ้องแสงจากดอกไม้แคว้นบริณยาสลับกับเธออย่างไม่วางตา

 

 

ท่ามกลางแสงวาววับ รักษ์นาราสังเกตเห็นว่าภาคินทร์ยังอยู่ในชุดเครื่องแบบเช่นเดียวกับเมื่อกลางวัน ในมือซ้ายมีม้วนเอกสารประทับตราโรงเรียนรวมกับตราของผู้อำนวยการ รักษ์นาราคาดว่านี้คงเป็นสาเหตที่ทำให้เขาลอบเข้ามาทั้งที่ปกติแม้จะเป็นยามกลางวันก็ไม่เคยคิดจะมาโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ

 

 

ดวงตาสีฟ้าปนเขียวฉายแววงุนงง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ทั้งที่ยังจ้องเธอเขม็ง

 

 

“นี่มันอะไรกัน”

 

 

 เขาขยับปากถามในจังหวะเดียวกับที่รักษ์นาราก็เริ่มสาวเท้าถอยหลัง และ...

 

 

“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!!

 

 

ทว่าประโยคนั้นไม่ได้มาจากภาคินทร์ มันมาจากลุงยามพุงพลุ้ยคาดผ้าขาวม้าที่ถือตะเกียงเดินผ่านมาพอดีต่างหาก แสงหิ่งห้อยแตกโป๊ะเหมือนฟองสบู่อย่างถูกจังหวะ ทั้งบริเวณกลับไปมืดสนิทอีกครั้ง รักษ์นาราจึงสับขาวิ่งทันทีอย่างไม่คิดชีวิต เช่นเดียวกับภาคินทร์

 

 

ทว่าแทนที่จะรีบๆ หนีเอาตัวรอดโดยปล่อยให้ลุงยามไล่กวดเธอไป ภาคินทร์กลับวิ่งตามเธอมาเสียอย่างนั้น!!

 

 

“กลับมาเดี๋ยวนี้นะเจ้าพวกเด็กเหลือขอ คิดจะมาขโมยของในโรงเรียนเรอะ!” ลุงยามตะโกนออกมาอีกระลอก ไล่กวดตามมาอย่างไม่ลดละ เด็กสาวอยากจะหันไปขอโทษยิ่งนักที่การฉลองวันที่หกพันแห่งชีวิตทำให้ลุงยามต้องเหนื่อยเพราะเข้าใจผิด

 

 

แต่ในขณะที่รักษ์นาราคิดอย่างเป็นห่วง ภาคินทร์กลับตัดสินใจตัดปัญหาด้วยการตวัดมือผ่านอากาศ ดึงน้ำจากอ่างบัวที่ประดับอยู่มุมเสาลงมาบนพื้น จนลุงยามที่วิ่งตามมาลื่นล้มไปทันที

 

 

“โอ๊ย!!

 

 

เสียงร้องลั่นทำเอารักษ์นาราย่นคอแล้วขอโทษในใจซ้ำๆ ลุงยามสิ้นฤทธิ์ไปแล้วก็จริงแต่ปัญหาสำหรับเธอยังไม่หมด เพราะนอกจากจะทำให้พื้นลื่นแล้ว ภาคินทร์ยังใช้กสิณควบคุมน้ำให้เป็นสายยาวเหมือนแส้ ตวัดมารัดข้อเท้าของเด็กสาวไว้

 

 

ทว่าเพียงแส้น้ำแตะลงบนผิวเนื้อเท่านั้น เห็ดหน้าตาประหลาดก็ผุดขึ้นมา อ้าปากงับน้ำขาดออกจากกันทันทีทำให้รักษ์นาราหลุดรอดไปได้อย่างฉิวเฉียด และตอนนี้เด็กสาวมาถึงต้นมะม่วงริมกำแพงซึ่งเป็นเป้าหมายแล้ว เธอลงมือปีนอย่างไม่รอช้า กิ่งน้อยใหญ่ขยับโน้มลงมาเป็นขั้นๆ อำนวยความสะดวกให้ ตอนนี้เธอไม่สนอีกแล้วว่าภาคินทร์จะเห็นความผิดปกตินี้หรือไม่ ขอแค่ไปจากที่นี่ได้ก็พอ

 

 

“เดี๋ยว!! หยุดก่อน!

 

 

ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะมาทำหน้าที่แทนลุงยามเสียแล้ว หัวใจดวงน้อยแกว่งไหว พยายามกลั้นใจไม่หันไปมองแล้วปีนต่อไป แต่ทว่า...

 

 

“ก็บอกให้หยุดไงเล่า!!

 

 

คราวนี้ไม่ใช่แส้น้ำ แต่เป็นฝ่ามือหนาหยาบกร้านที่ยึดข้อเท้าเธอไว้ ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันมากทำให้ภาคินทร์ตามมาทันในที่สุด เด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่พื้น แต่แค่เขย่งเท้าและยืดแขนก็สามารถถึงตัวรักษ์นาราได้อย่างง่ายดาย

 

 

“แสงพวกนั้นคืออะไร เธอทำแบบนั้นได้ยังไง” ภาคินทร์ถามรัวเร็ว รักษ์นารานึกดีใจที่ขณะนี้เป็นยามกลางคืนและมีใบมะม่วงหนาทึบช่วยปิดบังผิวแก้มแดงๆ ของตนไว้

 

 

โธ่...นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเขินนะ เด็กสาวเอ็ดหัวใจตนเองที่เต้นแรงไม่ถูกกาลเทศะก่อนจะเหลือบลงไปมองเด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโปแล้วเอ่ยว่า

 

 

“ขอโทษนะ...”

 

 

หลังจากนั้นรังมดแดงก็ร่วงลงมากลางหัวเด็กหนุ่มพอดีโดยฝีมือของกระรอกตัวหนึ่งที่ช่วยหักกิ่งไม้ให้

 

 

“เหวอ!!!

 

 

“ขอโทษนะ!!” รักษ์นาราย้ำอีกรอบเมื่อเสียงร้องอย่างตกใจของภาคินทร์ดังขึ้น เมื่อข้อเท้าเป็นอิสระเธอก็ปีนต่อทันที กิ่งก้านขนาดใหญ่ที่ยืนออกไปนอกกำแพงโรงเรียนค่อยๆ โน้มลงไปจนเกือบติดกับพื้น เด็กสาวขยับไต่ลงไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโวยวายของภาคินทร์ที่ยังดังอย่างต่อเนื่อง เธอแหงนมองมองเจ้ากระรอกผู้ช่วย พึมพำคำขอบคุณก่อนจะตามด้วยคำขอโทษแก่เหล่ามดแดงที่ต้องเสียสละบ้านเพื่อช่วยปกป้องความลับของเธอ

 

 

 







 

รักษ์นารากลับถึงบ้านเร็วกว่าที่คิดเพราะมีคนมาขัดขวางการฉลองวันที่หกพันแห่งชีวิต

 

 

แม่ไม่ได้พูดอะไรมากนัก ทำแค่หยิบเศษใบไม้ออกจากผมเธอให้ก่อนจะไล่ไปอาบน้ำนอน แต่ก่อนอื่น...

 

 

“คุณน่าจะเตือนหนูว่ามีคนอยู่แถวนั้น” รักษ์นาราพึมพำพูดกับทิวต้นโมกที่ถูกตัดแต่งให้เป็นรั้วกำแพงบ้าน

 

 

ภาคินทร์เห็นเธอ ท่ามกลางมวลดอกไม้ประหลาดที่ไม่มีในแคว้น และแสงวับวาวซึ่งไม่มีผู้ใช้กสิณคนใดทำได้ ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้น รักษ์นารามักได้รับคำเตือนจากมาลีเสมอ มีคนนอกอยู่บริเวณนี้ มีใครบางคนเฝ้ามองอยู่ มีกลุ่มคนเดินเข้ามาใกล้ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ความลับยังคงเป็นความลับมาโดยตลอด จนกระทั่งวันนี้

 

 

ขอโทษด้วยสาวน้อยของเราช่างน่าแปลกที่ไม่มีแม้แต่คำอธิบายหรือคำแก้ตัวตามมา ทว่ารักษ์นารากำลังจิตตกเกินกว่าจะสังเกตได้

 

 

“เขาเห็นหมดแล้ว จะทำยังไงดีคะ”

 

 

ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดเสียงนุ่มนวลกระซิบปลอบ ทุกปัญหามีหนทางที่จะคลี่คลายด้วยตัวมันเอง

 

 

“แต่หนูไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด”

 

 

และรักษ์นาราไม่รู้ว่าการตามหาตัวภาคินทร์เพื่ออธิบายให้เขาฟังจะช่วยคลี่คลายทุกอย่างหรือทำให้เรื่องแย่ลงไปกว่าเดิมกันแน่

 

 

เพราะหนึ่ง...มันไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่าเธอทำแบบนั้นได้อย่างไร และสอง...ถ้าต้องยืนอยู่ต่อหน้าภาคินทร์จริงๆ มีหวังเธอคงมัวแต่เขินจนพูดอะไรไม่ออกแน่ๆ แบบนั้นมีแต่จะทำให้เขาหงุดหงิดรำคาญเธอมากขึ้นด้วยซ้ำ ไม่เอาเด็ดขาด ถ้าต้องเป็นแบบนั้นสู้ปล่อยไว้เฉยๆ ยังดีเสียกว่า เพราะต่อให้ภาคินทร์เอาสิ่งที่เห็นวันนี้ไปพูดก็ไม่มีใครเชื่อหรอก และพอเวลาผ่านไปก็คงลืมไปเองน่ะแหละ

 

 

เพราะฉะนั้นที่เธอต้องทำก็แค่อยู่ให้ห่างเขาไว้ รอให้ทุกอย่างสงบลงไปเอง

 

 

ซึ่งก็ไม่น่ายากเมื่อดูจากความจริงที่ว่าเปิดเรียนมาได้ตั้งหกสิบกว่าวันแต่เธอเพิ่งเจอเขาเพียงสามครั้งเท่านั้น

 

 

รักษ์นาราปลอบตนเองด้วยประโยคนั้นซ้ำไปมาตลอดคืน ก่อนจะค้นพบภายในเวลาอันรวดเร็วว่า เวลาหวังอะไรไว้มักจะออกมาตรงข้ามเสมอ

 

 

 

 

 




 

ภาคินทร์เจอเรื่องน่าหงุดหงิดใจติดกันถึงสองครั้งแล้วภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบชั่วโมง

 

 

วันนี้เขาถูกอาจารย์สิงขรจับได้ตอนที่กำลังเดินเตร่อยู่แถวย่านการค้า หลังสู้กันไปสองยกเขาก็ถูก ลากกลับมาเรียนทันวิชาประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นคาบสุดท้ายของวันและเป็นวิชาที่สิงขรสอนพอดี เพราะแบบนั้นเสื้อนักเรียนของเขาจึงทั้งยับย่นและมีแต่ฝุ่นดิน โหนกแก้มก็ช้ำเป็นปื้นใหญ่ เรียกได้ว่าภาคินทร์ถูกเอาคืนเรื่องเล่นทีเผลอเมื่อวานอย่างเต็มเต็มหน่วยเลยทีเดียว

 

 

เด็กหนุ่มเห็นถึงสายตาของนักเรียนในห้อง ทั้งตกใจที่เห็นเขาแต่ก็สงสัยไปด้วยว่ารอยแดงขนาดเล็กเหมือนถูกแมลงกัดตามใบหน้าและลำคอของเขาเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะกสิณปฐวีของผู้เป็นอาจารย์ไม่น่าจะทำให้เกิดรอยเหล่านี้ได้ ภาคินทร์พยายามทายาแล้ว แต่ก็ไม่ช่วยเท่าไร ที่จริงโดนไปทั้งรังแบบนั้นคงอีกนานเลยกว่าทุกรอยจะหายสนิท ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อวานก็ยิ่งแค้นไม่หายจนพาลระเบิดอารมณ์ใส่คนที่ลากตัวเขากลับมาเรียนไปด้วยอีกคน

 

 

“ก็บอกให้ปล่อยไงเล่า!” ภาคินทร์ตะโกนพร้อมปัดมือหนาที่ขยุ้มคอเสื้อนักเรียนของตนออกไป

 

 

“แกก็เดินเข้าห้องเรียนไปดีๆ สิวะจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงลาก” สิงขรตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งจัดไม่แพ้กัน ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นอาจารย์คนเดียวในโรงเรียนที่มีพลังพอจะฟัดกับไอ้เด็กบ้านี่ได้ ให้ตายเขาก็ไม่ทำหรอก เพราะนอกจากเหนื่อยกายต้องสู้ด้วยแล้วยังจะเปลืองน้ำลายต้องเถียงกับมันอีก

 

 

“ยังมีอะไรต้องเรียนอีกละ ในเมื่อแค่นี้ฉันก็เก่งกว่าพวกมันทั้งห้องรวมกันอยู่แล้ว!” ภาคินทร์ทิ่มนิ้วหัวแม่มือข้ามไหล่ไปยังเหล่านักเรียนที่นั่งรอกันอยู่ในห้อง น้ำเสียงดูแคลนอย่างชัดเจนจนไม่ว่าใครที่ได้ฟังก็คงกรุ่นโกรธกันทั้งนั้น แม้ว่ามันจะเป็นความจริงก็ตามที

 

 

ภาคินทร์เป็นตัวปัญหา เป็นแกะดำของสกุลชลัชพงษ์ ทั้งที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่างตั้งแต่ชื่อเสียง ฐานะ ความฉลาดเฉลียวหรือแม้แต่ความสามารถในการใช้กสิณอาโปที่ล้ำหน้าเด็กรุ่นเดียวกันไปไกลโข แต่ก็ยังขยันก่อเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวันจนไม่ว่าใครที่ได้ยินกิตติศัพท์ก็ต้องบ่นเสียดายในพรสวรรค์เป็นประโยคเดียวกัน

 

 

มีคำล่ำลือมากมายเกี่ยวกับเด็กหนุ่ม  ตั้งแต่ซ้อมคนจนปางตายเพียงเพราะบังอาจมามองหน้า ชกต่อยในศึกใต้ดินที่ไร้กติกาไปจนถึงคลุกคลีกับกลุ่มอันธพาลขายของผิดกฎหมาย ไม่มีใครรู้ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ดูเหมือนแค่นั้นก็มากพอแล้วที่จะทำให้เด็กหนุ่มกลายเป็นตัวอันตรายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ รวมทั้งเป็นคนหยิ่งผยองที่ไม่มีใครอยากคบค้าด้วย

 

 

ทั้งเกลียดและกลัว นั้นคือความรู้สึกที่ทุกคนในโรงเรียนมีต่อภาคินทร์

 

 

ทุกคนยกเว้นรักษ์นาราและสิงขร

 

 

อาจารย์วัยกลางคนซึ่งวันนี้ก็ยังสวมเสื้อสีสันสดใสมองเจ้าเด็กปากดีตรงหน้าอย่างอ่อนใจ แม้จะรู้ดีว่าอะไรทำให้ภาคินทร์กลายมาเป็นแบบนี้แต่จะให้มานั่งจับเข่าคุยกันดีๆ ก็ไม่ใช่ทางของเขาเลยสักนิด เพราะสิงขรเองก็เป็นพวกปากดีไม่แพ้กัน

 

 

“งั้นก็พิสูจน์สิ” อาจารย์ผู้ใช้กสิณปฐวีจึงเลือกวิธีนี้แทน มือหนาผลักไหล่เด็กหนุ่มเต็มแรงจนเซเข้าไปในห้องเรียน เท่านั้นไม่พอ ยังจงใจเดินชนไหล่อีกครั้งก่อนจะไปยืนประจำตำแหน่งที่หน้ากระดานดำ

 

 

“วันนี้จะมีทดสอบหลังหมดคาบ ถ้าแกได้ที่หนึ่งฉันจะไม่ตามวอแวแกอีก รู้แล้วก็ไปหาที่นั่งซะ เลยเวลามามากแล้ว”

 

 

ดวงตาสีวังน้ำวนตวัดมองอย่างไม่พอใจที่ถูกผลักถึงสองครั้งก่อนจะหันกลับไปมองหาที่นั่งต่อ ห้องเรียนหนึ่งห้องมีนักเรียนประมาณสามสิบคน คละกันระหว่างผู้ใช้กสิณและคนธรรมดา โต๊ะเรียนเป็นโต๊ะไม้เตี้ยๆ และเบาะรองนั่งสีเข้ม ภาคินทร์เห็นโต๊ะของเขาแล้ว มันว่างอยู่ที่เดียวและข้างกันคือนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่เขาจำหน้าได้ตั้งแต่แรกเห็น ผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนแปลกตาและดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยแววตื่นตกใจอยู่เสมอ

 

 

ยัยเด็กประหลาดกับต้นไม้เรืองแสงเมื่อคืน

 

 

“เธอ!!” เขาคำราม ชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง นักเรียนทั้งห้องสะดุ้งด้วยความกลัวกันหมดเพราะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงใครกันแน่ ความรู้สึกคันยุบยิบแล่นไปทั่วตัวภาคินทร์ เห็นท่าทางเงียบๆ เหมือนไม่สู้คนแท้ๆ แต่กลับโยนรังมดแดงใส่เขาได้หน้าตาเฉย น่าขายหน้าชะมัด ใครได้ยินเข้าคงหัวเราะจนท้องแข็งที่เขามาแพ้ให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้

 

 

แต่พอจะก้าวเข้าไปหา สิงขรก็ฟาดม้วนกระดาษลงมากลางศีรษะภาคินทร์อย่างแรง

 

 

“ห้ามหาเรื่องนักเรียนคนอื่นด้วย! ไปนั่งที่!!

 

 

ภาคินทร์จำใจยอมอย่างเสียไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเกรงใจสิงขรหรือนักเรียนคนอื่นที่กำลังรอเรียนอยู่ แต่เพราะกลัวข้อตกลงจะยกเลิก เพียงแค่สิงขรยอมรามือ อาจารย์ที่เหลือในโรงเรียนก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรเขาอีกแล้ว ขอแค่ทำแบบทดสอบหลังหมดคาบได้คะแนนสูงสุดก็จะไม่มีใครมาวุ่นวายกับเขาอีกต่อไป และขอแค่หมดคาบเท่านั้น เขาก็ได้ลากยัยเด็กประหลาดที่นั่งอยู่ข้างกันไปล้างบัญชีให้สิ้นเรื่องเสียที

 

 

 







 

รักษ์นาราไม่เคยอึดอัดเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต

 

 

ภาคินทร์จ้องเธอเขม็งมาตั้งแต่เริ่มคาบ เธอรู้ดีว่าเขายังโกรธและติดใจสงสัยเรื่องเมื่อวาน แต่เวลาถูกคนที่ชอบจ้องมากๆ เข้ามันก็ช่วยไม่ได้ที่จะขัดเขินขึ้นมา รักษ์นาราก้มมองหนังสือบนโต๊ะจนแทบทะลุ พยายามซ่อนสีแดงบนพวงแก้มอย่างสุดฤทธิ์ แต่ก็ดูจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ และพอจะหันไปหาพิมายเพื่อขอความช่วยเหลือ เพื่อนสนิทของเธอก็หลับปุ๋ยไปเฝ้าองค์กานต์ดารินทร์โดยยกหนังสือเรียนมาตั้งบังไว้เสียแล้ว

 

 

เมื่อไหร่จะหมดคาบเสียที...รักษ์นาราทำได้แค่โอดครวญขึ้นมาในใจอีกครั้ง

 

 

เพราะฉะนั้นตอนที่อาจารย์สิงขรแจกแบบทดสอบ รักษ์นาราจึงลงมือปั่นอย่างเร็วจี๋ ปกติเด็กสาวจะอ่านโจทย์ซ้ำสองรอบและทวนคำตอบทุกครั้ง แต่วันนี้คงต้องเป็นข้อยกเว้นเพราะถ้าขืนทำช้ากว่าภาคินทร์ละก็สภาพศพเธอไม่สวยแน่

 

 

“เสร็จแล้วค่ะ!” รักษ์นาราโกยเครื่องเขียนลงย่าม ยื่นกระดาษข้อสอบคืนอาจารย์สิงขรที่ทำหน้างงๆ ที่เห็นเธอเสร็จเป็นคนแรกก่อนจะกอดหนังสือเรียนแนบอกแล้วเผ่นทันที เธอได้ยินเสียงร้องเฮ้ยของภาคินทร์และพิมายประสานแว่วมา เตือนความจำว่าวันนี้มีนัดซื้อของด้วยกัน

 

 

“เจอกันที่เดิมนะมาย!!” เด็กสาวตัวเล็กจึงตะโกนทิ้งท้ายก่อนจะเร่งฝีเท้าจากไป โดยลืมนึกไปว่ามันเป็นคำใบ้อย่างดีให้ภาคินทร์ตามล่าเธอได้

 

 

รักษ์นารายืนรออยู่ข้างร้านดอกไม้ภายในย่านการค้าประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าพิมายจะมาถึง

 

 

“โทษทีๆ พอไม่มีแกให้ลอกมันเลยช้าน่ะ”

 

 

บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุให้เพื่อนตัวสูงร้องเฮ้ยออกมา

 

 

“แล้วทำได้ไหม” รักษ์นาราถามกลับ

 

 

“ระดับนี้แล้ว” พิมายยืดอกยิ้มกว้าง แต่พอมีคำอธิบายตามมารักษ์นาราก็เริ่มรู้แล้วว่าทำไมเพื่อนถึงทำได้ทั้งที่เกลียดวิชาประวัติศาสตร์ยิ่งกว่าอะไร “ชญานนท์มันนั่งข้างฉันพอดีแถมยังกาคำตอบซะตัวเบ้อเร้อ ให้อยู่ห่างไปสามแถวยังเห็น ฮ่าฮ่าฮ่า”

 

 

รักษ์นาราถอนหายใจเบาๆ ไม่กล้าขัดว่าที่จริงแล้วถึงจะเป็นอันดับสองของห้องแต่ชญานนท์ก็อ่อนวิชาประวัติศาสตร์ไม่ต่างกัน แต่เธอจะยอมปล่อยให้พิมายอารมณ์ดีไปก่อน ผลสอบออกเมื่อไหร่เดี๋ยวอาจารย์สิงขรก็เรียกไปเรียนเสริมตอนเย็นเองน่ะแหละ แล้วหลังจากนั้นเธอจับมาสอนซ้ำอีกรอบจะได้ทำข้อสอบด้วยตัวเองได้เสียที

 

 

“แล้วแกอยากได้อะไรเป็นของขวัญละ”

 

 

เพราะเมื่อวานคือวันเกิดของรักษ์นารา วันนี้พิมายเลยจะฉลองให้ด้วยการซื้อทุกอย่างที่เธออยากได้ ออกจะผิดธรรมเนียมปฏิบัติไปเสียหน่อย แต่เมื่อดูจากระดับความโผงผางและความไม่ละเอียดอ่อนจนเกือบคล้ายผู้ชายของเพื่อนสนิทแล้ว นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดพิมายจะหาของขวัญดีๆ ให้รักษ์นาราได้

 

 

“เดินดูไปเรื่อยๆ ก่อนแล้วกัน”

 

 

“เยี่ยม! มันต้องแบบนี้”

 

 

หนึ่งชั่วโมงถัดมากับอีกหลายสิบอัฐ ในมือทั้งสองก็เต็มไปด้วยขนมนมเนยมากมายแต่รักษ์นาราก็ยังไม่เจอของที่ถูกใจและถูกราคาเลยสักชิ้น และขณะที่กำลังชั่งใจว่าจะเดินเข้าร้านรองเท้าตรงหัวมุมดีหรือไม่...

 

 

“อิตาภาคินทร์เนี่ยจะเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรนักหนา”

 

 

เพราะอยู่ดีๆ พิมายก็โพล่งประเด็นนี้ขึ้นมา รักษ์นาราจึงสำลักน้ำกระเจี๊ยบที่ดื่มอยู่เข้าไปเต็มๆ

 

 

“แค่กๆ มะ...มายหมายความว่าไงกัน”

 

 

“ก็ที่หมอนั่นมาชี้หน้าฉันแล้วยังทำหน้ายักษ์ใส่น่ะสิ สงสัยคงยังเคืองที่เมื่อวานฉันเข้าไปขัดตอนสู้กับจารย์สิง ไม่รู้รึไงว่าฉันช่วยชีวิตไว้แท้ๆ อย่างจารย์ถ้าเอาจริงขึ้นมาสิบภาคินทร์ก็เอาไม่อยู่หรอก!

 

 

รักษ์นาราไม่รู้จะโล่งใจหรือหนักใจมากกว่าเดิมดีที่พิมายเข้าใจไปแบบนั้น คงเพราะนั่งข้างกันและภาคินทร์ชี้แบบส่งๆ เลยไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าใครคือเป้าหมายกันแน่

 

 

พิมายเป็นอีกคนที่มองภาคินทร์ต่างไปจากนักเรียนอื่นๆ ในโรงเรียน แน่นอนว่าเด็กสาวตัวสูงไม่ได้มีความชอบพอในตัวภาคินทร์เหมือนที่รักษ์นาราเป็น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เกลียดในความปากดีหรือกลัวฝีมือในการใช้กสิณของอีกฝ่าย

 

 

เฉยๆ ผสมหมั่นไส้นิดๆ น่าจะบรรยายในสิ่งที่พิมายรู้สึกต่อภาคินทร์ได้ตรงตัวที่สุดแล้ว

 

 

ก็แค่คุณชายที่โดนตามใจจนเหลิง ไอ้คนแบบนี้ต้องโดนซัดสักตุ๊บสองตุ๊บถึงจะสำนัก

 

 

พิมายเคยพูดไว้เมื่อนานมาแล้วตอนที่รักษ์นาราลองแอบถามว่าคิดยังไงกับภาคินทร์ สกุลมารุตพาตของเด็กสาวไม่ใช่สกุลหลักของสายวาโยก็จริง แต่ก็เคยเป็นถึงสกุลลำดับสาม ก่อนจะเกิดเหตุการณ์บาดหมางต่อสกุลหลักทำให้สูญเสียอำนาจและอิทธิพลถูกลดขั้นลงมาที่ลำดับสิบหก

 

 

รักษ์นาราไม่ใช่ผู้ใช้กสิณ ทั้งยังไม่เคยเห็นพลังเต็มที่ของภาคินทร์จึงไม่สามารถบอกได้ว่าพิมายเก่งพอจะสู้กับเด็กหนุ่มอัจฉริยะแห่งชลัชพงษ์หรือไม่ แต่รักษ์นาราเคยเห็นพลังของนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียน และเธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า ในรุ่นเดียวกันแทบไม่มีใครประมือกับพิมายได้อีกแล้ว

 

 

“ว่าแต่ ภาคินทร์มันคงไม่มาอาละวาดเอาเรื่องแกไปด้วยหรอกนะ” คนตัวสูงคงยังวนเวียนอยู่กับหัวข้อสนทนานี้ไม่เลิก และรักษ์นาราก็ไม่กล้าสารภาพไปตามตรงว่าเธอกำลังโดนเอาเรื่องอยู่เต็มๆ เลยต่างหาก เพียงแต่ไม่ใช่เพราะพิมายไปขัดขวางการต่อสู้เมื่อวาน แต่เป็นเพราะเธอดันใช้วิธีหนีเอาตัวรอดที่สุดโต่งไปหน่อย

 

 

“มะ...ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”

 

 

รักษ์นาราได้แต่หัวเราะแห้งๆ เป็นการกลบเกลื่อนแล้วดึงแขนพิมายเข้าร้านรองเท้าที่อยู่ใกล้กัน แต่สุดท้ายสิ่งที่เธอถูกใจและเลือกเป็นของขวัญกลับเป็นสไบสีเปลือกไข่ที่อยู่ห่างไปสองร้าน พอถึงตอนนั้นท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มนิดๆ พอดี

 

 

“แน่ใจนะว่าไม่อยากให้เดินไปส่ง” เช่นเดียวกับเมื่อวันก่อนที่ใช้กสิณวาโยปัดก้อนดินให้ พิมายมักมองรักษ์นาราเป็นเด็กเล็กๆ ที่ต้องคุ้มครองดูแลให้พ้นภัยร้ายเสมอ ทั้งที่ไม่จำเป็นแม้แต่น้อย

 

 

“แค่นี้เอง มายไปเถอะ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

 

 

พิมายลังเลเล็กน้อยเพราะเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว แต่เมื่อรักษ์นารายังคงยืนยันแบบเดิม เด็กสาวตัวสูงจึงได้แต่กล่าวว่า “งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้”

 

 

ทั้งคู่หันหลังกลับและแยกย้ายกันไปคนละทาง รักษ์นารายกถุงขนมและของขวัญที่พิมายซื้อให้ขึ้นมาในระดับสายตา เธอยิ้มให้สไบและขนมชั้นรูปดอกกุหลาบที่ซื้อไปฝากแม่อย่างอารมณ์ดี ที่จริงแล้วบ้านของเด็กสาวเองก็เป็นร้านน้ำชาที่ขายขนมหวานควบไปด้วยเช่นกัน แต่เพราะลูกค้าส่วนมากเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น แม่ของเธอเลยไม่คิดจะประดิดประดอยหน้าตาขนมให้ดูน่ารักสักเท่าไร

 

 

รักษ์นารากำลังอารมณ์ดีมากจนเกือบลืมไปเลยว่ามีคดีแค้นกับใครบางคนอยู่

 

 

“พวกผู้หญิงนี่ซื้อของกันนานชะมัด”

 

 

และภาคินทร์ก็ก้าวออกมายืนกลางทางเท้า ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเพื่อเตือนความจำรักษ์นาราได้ถูกจังหวะพอดี

 

 

 

 







 

เด็กหนุ่มถามตัวเองซ้ำไปมาหลายรอบแล้วว่านี่เขาจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ?

 

 

ภาคินทร์ใช้วิธีแอบตามเพื่อนร่วมชั้นซึ่งเขาไม่รู้จักชื่อในการตามหายัยเด็กประหลาดที่เขาไม่รู้จักชื่อเช่นกัน เขาได้ยินยัยนั่นตะโกนบอกเจอกันที่เดิมนะ เลยอดทนรอจนยัยคนตัวสูงทำแบบทดสอบท้ายคาบเสร็จแล้วสะกดรอยตามมา

 

 

ตอนแรกเขากะจะลากยัยเด็กประหลาดมาคุยให้จบๆ แต่ว่าย่านการค้าคนเยอะเกินไป ถ้าอีกฝ่ายกรีดร้องขึ้นมาเขาคงได้กลายเป็นผู้ร้ายหื่นกามในสายตาประชาชนไปแน่ๆ อีกอย่างเขาจำหน้าคนตัวสูงได้ ยัยนั่นเป็นผู้ใช้กสิณวาโยที่เข้ามาขัดขวางเขากับอาจารย์สิงขรเมื่อวันก่อน เพราะไม่รู้ชื่อสกุลและไม่เคยเห็นความสามารถเต็มๆ ก็เลยกะประมาณฝีมือไม่ถูก แต่พัดเหล็กในวันนั้นเป็นของดีเอาเรื่อง ถ้าไม่ใช่สกุลลำดับต้นๆ ไม่มีทางร่ำรวยพอจะซื้อได้แน่นอน

 

 

สรุปก็คือยัยคนตัวสูงเป็นอีกหนึ่งตัวปัญหาที่ขัดขวางไม่ให้เขาคุยกับยัยเด็กประหลาดนั่นได้

 

 

ภาคินทร์จึงกะจะรออีกหน่อย ให้ทั้งคู่ซื้อของเสร็จ แยกย้ายกันกลับบ้านแล้วค่อยลากตัวมาคุย แต่คำว่า อีกหน่อยกลับ นานกว่าที่คิด เพราะทั้งคู่เล่นเดินเข้าออกแทบทุกร้านตั้งแต่ร้านขนมหวานไปจนถึงร้านขายของจิปาถะ น่ารำคาญชะมัด นี่เขาจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ภาคินทร์ถามตนเองเป็นรอบที่ร้อย

 

 

มันก็แค่ความอยากรู้อยากเห็น แสงพริบพราวเหล่านั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน ทั้งงดงามและพร่าเลือน สูญสิ้นไปในเวลาอันรวดเร็วจนน่าเสียดาย อีกสิ่งที่เขาจำได้ดีจนน่าขันคือสีหน้าตื่นๆ ของยัยเด็กประหลาดนั่น พอมานึกย้อนดูแล้วทุกอย่างเกี่ยวกับเด็กสาวเป็นเรื่องแปลกประหลาดไปเสียหมดน่ะแหละ

 

 

บุกรุกโรงเรียนยามวิกาล ก้าวข้ามโซ่กั้นเข้าไปในเขตแดนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ สร้างแสงประหลาดที่ไม่เคยมีใครเห็น

 

 

ภาคินทร์แค่อยากได้คำตอบของความงดงามแปลกประหลาดในค่ำคืนนั้น...ก็เท่านั้นเอง

 

 

และเมื่อท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีส้มนิดๆ โอกาสก็มาเยือนเขาจนได้

 

 

เด็กหนุ่มออกแรงดึงลากคนตัวเล็กให้ตามมาอย่างไม่เบามือนัก เขาเลือกตรอกแคบๆ เปลี่ยวร้างผู้คนแห่งหนึ่งเป็นสถานที่ในการพูดคุย ภาคินทร์ดันเด็กสาวจนติดผนัง ใช้แขนกักคร่อมไว้เพื่อไม่ให้หนีได้ เขาเห็นเธอสะดุ้ง สั่นกลัว เอาแต่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาด้วย

 

 

และมันทำให้ภาคินทร์ตระหนักได้ว่าบางทีเขาอาจจะทำเกินเหตุไปหน่อย

 

 

“ฟังนะ...” เด็กหนุ่มพยายามจะอธิบาย แต่แค่เขาเปล่งเสียง เธอก็สะดุ้งอีกครั้ง กอดสัมภาระแน่นและก้มมองพื้นยิ่งกว่าเก่า

 

 

ไม่ใช่ว่าไม่รู้ถึงกิตติศัพท์ความเหลวแหลกของตนเอง แต่พอมาเจอปฏิกิริยาแบบนี้ต่อหน้ามันก็อดเคืองไม่ได้จริงๆ เด็กสาวทำอย่างกับเขาเป็นโจรผู้ร้ายที่กระโจนออกมาจี้ทรัพย์ ทั้งที่ฐานะทางบ้านของเขารวยกว่าไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า และถ้าคิดดูให้ดีๆ ไม่ว่าใครก็น่าจะเข้าใจได้ว่าข่าวลือทุกเรื่องของเขามันขาดมูลความจริงขนาดไหน แต่คนเราก็แบบนี้แหละ เชื่อเรื่องหลอกลวงรสจัดจ้านมากกว่าความจริงที่จืดชืดอยู่แล้ว

 

 

และความอารมณ์ร้อนก็ทำเรื่องอีกครั้ง ภาคินทร์บีบคางเล็กบังคับให้เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมา

 

 

“เวลาคนเขาพูดด้วยก็หัดมองหน้าบ้างสิเฮ้ย!!

 

 

แต่ว่ามันไม่ใช่ใบหน้าซีดเซียวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เคยพบเจอมา ตรงกันข้าม ใบหน้าของเด็กสาวนั่นแดงก่ำ ดวงตากลมโตไหวระริก เสียงหวานใสเอ่ยตะกุกตะกักตอบคำตะโกนของเขามาว่า

 

 

“ขะ...ขอโทษค่ะ”

 

 

และมันเป็นการตอบสนองที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ภาคินทร์เคยพบเจอมา




##########


Talk : ตอนแรกว่าจะไม่อัพจนกว่าทัณฑ์ลวงรักจะจบ แต่เห็นเลขวันที่มันสวยเลยอดไม่ได้จีๆ 555 วันที่เก้าเดือนเก้าปีห้าเก้า คือก็ยังจะพยายามอัพทั้งที่ในสต๊อกก็มีอยู่แค่นี้T T 

สาเหตุที่แต่งไม่ค่อยได้โดยหลักเป็นเพราะภาคินทร์ค่อนข้างแตกต่างจากหนุ่มๆ คนอื่นที่เราเคยแต่งมาก ยังจูนกันไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ขอเคลียร์เรื่องคาราคาซังกะพี่พลก่อนนะจ้ะแล้วจะมาทุ่มเทเวลาให้ <3 #สายเปย์ และอีกสาเหตุคือทัณฑ์ลวงรักใกล้จะจบแล้ว(พูดมาตั้งแต่ต้นปี555) ไม่อยากทิ้งไปกลางทาง รบกวนสายแฟนตาซีอดทนรออีกสักนิสสสสสสนะฮับ จะพยายามเร่งปั่นอย่างสุดความสามารถ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1416 RAiN52 (@WeaTy_RidEHorsE) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 00:59
    ชอบทั้งทลร.และรนร.เลยค่ะ จากนี้คงได้กลายเป็นแฟนคลับคุณฟท.จริงๆแล้วTT
    #1416
    0
  2. #1007 พาราซิป (@f-a-i-r-y) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 23:29
    คาเเลกเตอร์ภาคินทร์นี่บั่บ มันกร้าวใจจ เเงงง ติดตามค่ะะะ ภาษาสวยย เนื้อเรื่องน่าติดตามม><
    #1007
    0
  3. #667 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 20:53
    กุไม่ได้กลัวน่ะ กุเขิล : รักษ์บอก 55555555
    #667
    0
  4. #532 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 13:24

    โหยยย มันคือดีงามมากค่ะ ตอนแรกนึกว่าจะอ่านไม่รอด เพราะไม่ใช่แนว
    แต่พอตอนสองเท่านั้นแหละ มันคือหนุกมาก น่าติดตามมาก ดีสุดๆ
    ไรท์สู้ๆ นะคะ ติดตามจ้า

    #532
    0
  5. #297 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 19:23
    ทั้งเนื้อหาและสำบัดสำนวนที่ใช้... ถูกใจมากกกกกกกกกก
    แฟนตาซีแบบไทยๆ ที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก
    ทั้งภาษาและถ้อยคำที่ใช้... ไทยมากๆ
    แต่.. เสียดายยิ่งนัก เขียนมาดีมาตั้งแต่ต้น ดันมาตกม้าตายเอาช่วงท้าย

    หรอ..? มาได้ไงหว่า ในพจนานุกรมก็ไม่มีคำนี้บัญญัติไว้ด้วย
    พอจะบอกได้ไหมคะ แปลว่าอะไร ?
    #297
    2
    • #297-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 2)
      12 เมษายน 2560 / 19:37
      พิมพ์ตกเองค่ะ ขออภัยที่ทำให้ขุ่นเคือง จะรีบแก้ไขให้
      #297-1
    • #297-2 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 2)
      13 เมษายน 2560 / 11:49
      คำว่า "หรอ" มีบัญญัติไว้ในพจนานุกรมของ ราชบัณฑิตยสถาน นะคะ แต่อาจจะคนละความหมายกับสิ่งที่นักเขียนต้องการจะสื่อ

      เราชอบที่คุณ ติเพื่อก่อ นะคะ แต่เราว่าคุณควรใช้ภาษาให้ดูนุ่มนวลกว่านี้ ขนาดเราที่เป็นแค่คนอ่าน อ่านแล้วยังรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 เมษายน 2560 / 11:53
      #297-2
  6. #259 Nanticha Suwannarat (@gam-nanticha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 12:09
    น่าร้ากกกก
    #259
    0
  7. #132 Omioe (@onphima) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:56
    พึงเข้ามาอ่านค่ะสนุก จะรอนะค่ะ
    #132
    0
  8. #47 ILani (@chikachika) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:44
    โอ้ย นั่งเขินทุกที ที่ยัยหนูเขิน อมยิ้มจะปวดแก้มแล้วเนี่ย  ใครว่าจูนไม่ติดกันคะแหม่ แรกๆที่เพิ่งคุย กับนิสัยแบบนี้ก็เป้นงี้แหล่ะ ถ้าพอคุ้นกันไปหน่อยเดี๋ยวก็ จะคุยไป เขินกันไปทั้งคู่เอง(มั้ง)  ยังไม่รู้นิสัยภาคินทร์เท่าไหร่ อาจจะไม่ถึงขั้นหนุ่มซึน แต่จากข่าวลือนี่ มาทางสายหนุ่มอารมณ์รุนแรงพอควรเชียว ถ้าอีกหน่อยไม่เป็นหนุ่มที่คุยแล้วเขินกันเอง ก็อาจจะแนวเขินแล้วทำอะไรรุนแรงกลบเกลื่อน
    (นี่คือการนั่งมโน 55555555555) แต่จะเป็นหนุ่มแนวไหน ก็ชอบค่ะ
    #47
    2
    • #47-1 ILani (@chikachika) (จากตอนที่ 2)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 10:35
      เพิ่งได้เข้าไปอ่าน 100 ฉบับ หลังจากที่อ่านเรื่องนี้ งื้อ มันจะเป็นอย่างตอนสั้น 100 นั่นไหมล่ะนี่ เป็นงั้นนี่หน่วงเลยนะนั่น
      #47-1
    • #47-2 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 2)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 11:43
      ไม่ค่าาา โละโครงเรื่องใหม่เกือบหมดแล้ว พล็อตจดหมายร้อยฉบับจะเก็บไว้ใช้กับนิยายรักเรื่องอื่นในอนาคตแทน เอามาแค่ตัวละครกับแนวคิดบางอย่างเฉยๆค่า แค่ถ้าถามว่าจะมีดราม่าหนักหน่วงมากไหม ก็คงประมาณมังกรแหละค่ะ พอหอมปากหอมคอ 555
      #47-2
  9. #33 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 13:54
    ชอบแนวนี้นะ สนุกดี
    #33
    0
  10. #29 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 12:55
    แฟนตาซีสไตล์ไทยๆ แปลกดี
    ช่วงนี้ไม่ค่อยมีนิยายแนวนี้เลย
    แต่เรื่องนี้สนุกดีค่ะ
    นางเอกน่ารักอ่ะ
    ส่วนภาคินเป็นสายอาโปจริงหรอ
    ฉันคิดว่าเธอสายเตโชซะอีก
    ยังไงก็ทะนุทะนอมยัยหนูตะเพาด้วยนะ เดี๋ยวตกใจวิ่งหนีอีก

    ปล.บอกไว้ก่อนว่านางเอกคนนี้พี่หวง
    ปล.อีกที สู้ๆฮับไรท์
    #29
    0
  11. #26 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 18:33
    รอค่าาาาา แอบหมันไส้ภาคินทร์ ขอเคาะกะโหลกสักที 5555555555
    #26
    0
  12. #24 Seraris (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 06:11
    รอได้ค่าา จะไปอ่านพี่พลก่อนละกัน
    #24
    0
  13. #22 tataryne (@Nokheek) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 01:12
    รอจ้าาาาา
    #22
    0
  14. #21 adaisy (@adaisy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 00:06
    เราจะรออออออ ชอบรักษ์นารามากเลย ขี้อายนุ่มนิ่มตะมุตะมิ น่าร้ากก
    #21
    0
  15. #20 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 23:19
    รอค่ะไรท์~
    #20
    0
  16. #19 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 23:03
    นิสัยต่างกันสุดๆ คนหนึ่งอารมณ์ร้อนอีกคนขี้อายน่ารัก.ชอบๆติดตามเลยค่ะ(๐?~?๐)
    #19
    0
  17. วันที่ 9 กันยายน 2559 / 23:00
    ขอบคุณเจ้าค่ะ
    #18
    0