ตอนที่ 3 : ตอนที่ ๓ คำขอร้องของรักษ์นารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59


ตอนที่ ๓ คำขอร้องของรักษ์นารา

 

 

 

                รักษ์นาราเริ่มคิดแล้วว่าเธอน่าจะยอมให้พิมายเดินไปส่งที่บ้าน

 

 

                “ขะ...ขอโทษค่ะ”

 

 

จะได้ไม่ต้องมาเผชิญหน้ากับภาคินทร์ในระยะประชิดเช่นนี้

 

 

“ขอโทษทำไม” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันยิ่งกว่าเก่า แก้วตาสีวังน้ำวนขุ่นมัวเสียจนรักษ์นาราต้องหลุบตาลงพื้นอีกครั้งทั้งที่เพิ่งถูกดุมาไม่ถึงชั่วเวลานับนิ้ว

 

 

“ทะ...ที่ทำรังมดแดงหล่นใส่เมื่อวาน” รักษ์นาราตอบเสียงสั่นไม่แพ้หัวใจที่กำลังแกว่งไหวเนื่องจากอยู่ใกล้กันเกินไป เธออยากขอให้เขาถอยหลังไปสักสองสามก้าวแล้วพูดจากันดีๆ ได้ไหม เธอจะได้ไม่ประหม่าถึงขนาดนี้ เด็กสาวรวบรวมความกล้าน้อยนิดที่เหลืออยู่แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้งด้วยไม่อยากถูกตวาด และมันทำให้เธอได้เห็นสีหน้าที่ติดจะเหรอหรานิดๆ เหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ของภาคินทร์

 

 

หรือว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่ เขามาเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ รักษ์นาราเลยย้ำความให้ฟัง

 

 

 “เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น มะ...มันเป็นแค่อุบัติเหตุ”

 

 

แต่เหมือนจะย้ำถูกจุดเกินไปหน่อย...

 

 

 “อุบัติเหตุแต่กลางหัวฉันเลยเนี่ยนะ!” คำพูดของภาคินทร์ฟังเหมือนเสียงคำรามไม่มีผิด เด็กหนุ่มกระชากคอเสื้อของตนเองลงเผยให้เห็นรอยช้ำจากการถูกมดทั้งรังรุมกัดและผื่นแดงๆ ที่คาดว่าน่าเกิดจากการที่เจ้าตัวไปเกามันเข้า “ดูไว้ซะผลงานเธอ”

 

 

“ขะ...ขอโทษจริงๆ ค่ะ!!” รักษ์นาราย่นคอ ซ่อนใบหน้าไว้เบื้องหลังย่ามสีขาวที่ใส่อุปกรณ์การเรียน “ระ...เราจะชดใช้ให้”

 

 

ถึงจะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงก็เถอะ

 

 

“แสงพวกนั้น ฉันอยากรู้ว่าเธอทำได้ยังไง” แต่ดูเหมือนภาคินทร์จะมีเป้าหมายที่ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว

 

 

“อะไรก็ได้ยกเว้นเรื่องนั้นค่ะ!” หกพันวันที่สู้อุตส่าห์พยายามเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับกำลังพังทลายลงในพริบตาเพียงเพราะความไม่ระมัดดระวังของเธอผสมกับความโกรธและอยากรู้อยากเห็นของภาคินทร์ บางทีเธอน่าจะลองบอกเขาไปว่าเธอเป็นผู้ใช้กสิณเตโช และแสงพวกนั้นจริงๆ แล้วเป็นแค่ลูกไฟ เธอรู้จักพืชจากต่างแคว้นอยู่ชนิดหนึ่งที่ทำให้ตัวมันเองหน้าตาดูคล้ายกองไฟได้ ถ้าใช้วิธีนั้นเธออาจจะรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้

 

 

“แต่ฉันอยากรู้เรื่องนั้น!

 

 

บางทีคนที่เหมาะจะใช้กสิณเตโชอาจจะเป็นภาคินทร์มากกว่า เพราะแค่รักษ์นารานิ่งคิดนานเกินไปนิดเดียว เด็กหนุ่มก็ใช้ฝ่ามือตบกำแพงดังปังแล้วถามซ้ำด้วยไม่อาจทนรอได้

 

 

รักษ์นาราตระหนักได้ในตอนนั้นเองว่าแผนในหัวเธอเป็นเรื่องที่งี่เง่ามาก เพราะนอกจากจะเป็นคนซื่อแล้วเด็กสาวยังโกหกไม่เก่งเอาเสียเลย ยิ่งพยายามมากเท่าไรก็ยิ่งมีพิรุธมากเท่านั้น และภาคินทร์ต้องดูออกตั้งแต่ห้าเวลานับนิ้วแรกแน่ๆ ว่าเธอกำลังหลอกลวงเขาอยู่ เหมือนที่พิมายเคยดูออก

 

 

แต่รักษ์นาราจะไม่นับรวมว่าครั้งนั้นคือความแตก เพราะมาลีเป็นคนแนะนำกึ่งบังคับให้เธอบอกความจริงกับพิมายเอง แน่นอนว่าตอนแรกรักษ์นาราไม่ยอม เลยต้องทุ่มเถียงกันอยู่นานสองนานจนพิมายบังเอิญมาเห็นเธอกำลังพูดกับต้นกุหลาบเข้าพอดี เด็กสาวพยายามหาคำโกหกมากลบเกลื่อนในสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ยิ่งพูดกลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดความลับก็กลายเป็นเรื่องไม่ลับไปตามระเบียบ

 

 

จะว่าไป...ครั้งนี้มาลีก็ทำตัวแปลกเช่นกัน นอกจากจะไม่เตือนและไม่ให้คำแนะนำอะไรแล้วยังไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิดที่ความลับอาจจะถูกเปิดเผย

 

 

ปิดตาไว้อยู่ๆ เสียงของคนที่นึกถึงก็ดังมาจากต้นตำลึงที่เลื้อยไต่อยู่ตรงกำแพงข้างหู ปิดตาแล้วก้มหน้าลง เร็วเข้า

 

 

รักษ์นาราทำตามทันที

 

 

ตูม!!! ตูม!!!

 

 

พริบตาถัดมาก็มีเสียงเหมือนระเบิดดังขึ้นที่เหนือศีรษะและทางขวามือ ตามมาติดๆ ด้วยความร้อนระอุจนแสบผิว

 

 

เธอลืมตาขึ้นมาเห็นกำแพงเหนือศีรษะเป็นรูโหว่และยังมีหย่อมกองไฟเหลืออยู่นิดๆ ต้นตำลึงที่กระซิบเตือนก่อนหน้านี้ก็กำลังมอดไหม้ ภาคินทร์กดตัวแนบเธออยู่ ใช้ความต่างของขนาดร่างกายป้องกันเปลวไฟให้ ทำให้รักษ์นาราไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยในขณะที่แขนซ้ายของเด็กหนุ่มแดงเถือก เขาดึงตัวเธอออกมาจากกำแพงก่อนที่ไฟจะไหม้ลามมาถึงเพียงฉิวเฉียด

 

 

และที่ปากทางของตรอกแคบๆ แห่งนี้...

 

 

“ก็ว่าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน แอบมาอี๋อ๋อกับสาวอยู่นี่เอง”

 

 

คือรุ่นพี่ผู้ใช้กสิณเตโชทั้งสองคนจากเมื่อวานและไอควันที่ลอยกรุ่นจากฝ่ามือ












 

หมู่นี้มีแต่เรื่องน่ารำคาญเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน

 

 

ภาคินทร์คิดขณะดันเด็กสาวมาหลบอยู่ข้างหลัง

 

 

เจ้าสองตัวนี้เป็นผู้ใช้กสิณเตโชแถมยังเป็นรุ่นพี่อีกต่างหาก คนหนึ่งตัวผอมกะหร่องผมยาวปิดหน้าปิดตา ส่วนอีกคนรูปร่างสูงใหญ่กว่าแต่ผมเกรียนแทบติดหนังหัว เมื่อวานเขาพบพวกมันกำลังขู่เอาอัฐจากนักเรียนที่เป็นคนธรรมดาอยู่ และสาเหตุที่มีเรื่องกันไม่ใช่เพราะเขาพยายามช่วยนักเรียนคนนั้นหรอก มันเป็นเพราะเขาไม่ช่วยต่างหาก

 

 

ภาคินทร์ทำแค่ยืนมองอยู่ตรงนั้น มองอย่างเย้ยหยันที่อีกฝ่ายเอาแต่หดหัวอยู่ในกระดองยอมให้คนอื่นมารังแก ก็อ่อนแอเองนี่หว่า ไม่คิดจะสู้เพื่อตัวเองแท้ๆ แล้วยังหวังจะให้คนอื่นมาช่วยอีก น่าสมเพช

 

 

นั่นคือความคิดของเขาตอนที่หันหลังกลับแล้วถูกเห็นเข้าพอดี เจ้าสองตัวนั้นนึกว่าเขาจะเอาไปฟ้องอาจารย์ แต่พอเขาบอกว่าไม่สนหรอกอยากทำอะไรก็ทำไป กลับโดนหัวเราะใส่และโดนถากถ่างเสียอย่างนั้น พวกมันบอกว่าเขาเหมือนที่ทุกคนร่ำลือกันไม่มีผิด เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้

 

 

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งตัวมาหมายจะเล่นงานเขาแทน และนั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาคินทร์มีเรื่องวิวาทด้วยเหตุผลงี่เง่าแบบนี้...และก็ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเช่นกันที่ฝ่ายแพ้จะตามมาล้างแค้นเอาคืนเขา

 

 

เด็กหนุ่มเหลือบมองไปทั่วสถานที่เพื่อหาอาวุธ ถังขยะที่เต็มล้นข้างเจ้าสองตัวนั้นน่าจะพอมีน้ำอยู่บ้าง ทั้งจากแก้วน้ำที่ถูกทิ้งและน้ำจากเศษอาหาร พอไหว เจ้าสองตัวนี้กระจอกจะตาย แค่น้ำสักแก้วสองแก้วก็มากพอจะล้มพวกมันได้แล้ว

 

 

“ได้เวลาของยกสองแล้วไอ้คุณชาย และคราวนี้อย่าหวังว่าจะรอดไปได้” เจ้าคนหัวเกรียนพูดขู่พร้อมหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บไปด้วย และภาคินทร์โคตรจะเกลียดเวลามีคนเรียกเขาแบบนั้น จากแต่เดิมที่แค่หงุดหงิดเล็กน้อยเพราะยัยเด็กประหลาดมัวแต่อ้ำอึ้งไม่ให้คำตอบ ตอนนี้มันกลายเป็นอารมณ์เดือดแทบทะลุพิกัดไปเสียแล้ว

 

 

“เมื่อวานยังถูกอัดไม่พอรึไงถึงได้มารนหาที่แบบนี้”

 

 

“ทำปากดีไปเถอะ” เจ้าคนผมกะหร่องแสยะยิ้ม พยายามทำตัวให้ดูเหี้ยมเกรียมแต่มันช่างน่าขบขันสิ้นดี “วันนี้ฉันจะเลาะฟันแกให้หมดปากเอาให้ไปทำตัวผยองกับใครไม่ได้อีกเลย”

 

 

สิ้นประโยคก็มีผู้ชายอีกหลายคนเดินเข้ามาในตรอกแคบๆ แห่งนี้ทันที บางคนถืออาวุธอย่างไม้หน้าสามและมีดมาด้วย ส่วนบางคนก็เรียกกสิณไฟมาอยู่ในมือแล้วเรียบร้อย ภาคินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มต้นนับจำนวนและประเมินแบบหยาบๆ เท่าที่พอทำได้ไปด้วย

 

 

สิบห้าคน...ฟังดูเยอะแต่ก็ไม่คนามือเขาหรอก เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเหมือนกันที่เขาถูกล้างแค้นด้วยการเรียกพวกมารุม

 

 

“ก็แค่มีกระสอบทรายเพิ่มขึ้น ไม่เห็นต่างจากเดิมตรงไหน” แต่ไม่รอให้กลุ่มนักเลงกระจอกได้มีโอกาสโต้ตอบ ภาคินทร์หันไปหาเด็กสาวที่หลบอยู่หลังตนต่อทันที “ไปรอตรงศาลาที่อยู่ข้างหน้านี้เข้าใจไหม”

 

 

“เอ๋? ตะ...แต่ว่า...” เธอทำท่าลังเลขณะมองเหล่านักเลงที่ยืนขวางทางอยู่ สงสัยกลัวจะถูกลูกหลง

 

 

“พวกมันไม่กัดเธอหรอกน่า” เพราะพวกมันมาเพื่อวิวาทกับเขา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปทำร้ายเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางให้เสียศักดิ์ศรีอยู่แล้ว “เดี๋ยวฉันตามไปแล้วก็ห้ามหนีกลับก่อนด้วย เรายังมีเรื่องด้วยคุยกันอยู่”

 

 

ขู่สำทับแล้วก็ใช้มือดันแผ่นหลังหลังเล็กบางเพื่อบังคับให้ออกเดิน เธอเหลียวกลับมามองเขานิดหนึ่งก่อนจะก้าวต่อ ดวงตามองตรงไปข้างหน้า สองเขาก้าวด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ได้ตื่นกลัวหรือลังเลเหมือนก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย น่าแปลกก็จริงอยู่ แต่เขาไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้นหรอก ตัวเกะกะไม่อยู่แล้ว ทีนี้แหละเขาจะได้อาละวาดได้ถนัดหน่อย สิบห้าคนน่าจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีเอาเรื่อง

 

 

แต่เพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะพ้นตรอก เจ้ารุ่นพี่ตัวผอมกะกร่องก็คว้าไหล่ของยัยเด็กประหลาดไว้ รวบร่างเล็กเข้ามาใกล้แล้วยื่นมืออีกข้างที่มีลูกไฟลุกโชนอยู่จ่อหน้าอย่างรวดเร็ว

 

 

“แหม่ๆ คาดไม่ถึงเลยว่าคนอย่างแกจะเป็นห่วงใครได้ด้วย” มันเหลือบมองเขาแวบหนึ่งแล้วแสยะยิ้มน่ารังเกียจ ดูเหมือนภาคินทร์จะตีค่าศักดิ์ศรีของคนพวกนี้สูงเกินไปหน่อย “เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าแกยอมอยู่เฉยๆ ให้ทางนี้กระทืบเล่นจนกว่าจะพอใจฉันจะยอมปล่อยผู้หญิงของแกไปก็ได้นะ”

 

 

เพราะเพื่อความสะใจและชัยชนะแล้ว ต่อให้ต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหนพวกมันก็ยินดีจะทำทั้งนั้น! เจ้าตัวสูงหัวเราะเป็นชุด คนที่เหลือหัวเราะตามทันที ไม่มีใครคิดห้ามหรือลังเลแม้แต่น้อยที่ต้องมาทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้

 

 

“มะ...ไม่ใช่นะคะ! เราไม่ใช่ผู้หญิงของภาคินทร์...สักหน่อย...” เด็กสาวละล้าละลังปฏิเสธเสร็จก็ก้มหน้างุดมองพื้นอีกครั้ง ภาคินทร์ตีความท่าทางนั้นเอาว่าเธอกำลังกลัวอยู่ ทั้งที่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด

 

 

“ไอ้พวกขี้ขลาดเอ๊ย” เด็กหนุ่มสบถ แอบขยับมือรวบรวมน้ำไว้บนพื้นรอบบริเวณที่พวกมันยืนอยู่

 

 

“แกนั่นแหละขี้ขลาด!” คนตัวใหญ่ผมเกรียนสวน “มีอย่างที่ไหนลอยนวลไปได้หน้าตาเฉยแต่ทางนี้กลับโดนพักการเรียนตั้งสิบห้าวัน อย่างแกถ้าไม่มีสิงขรคอยหนุนหลังให้คงถูกไล่ออกจากโรงเรียนไปนานแล้ว!!

 

 

นี่สินะเหตุที่ผูกใจเจ็บเขา เพราะเขาหนีรอดไปได้ในขณะที่พวกมันโดนลงโทษ ไร้สาระจริงๆ

 

 

“ปล่อยผู้หญิงได้แล้ว” ภาคินทร์สั่งเสียงเข้ม ไม่ใช่กลัวยัยเด็กประหลาดถูกทำร้ายหรอกนะ เพราะใครจะเป็นยังไงเขาไม่สนอยู่แล้ว แต่ยัยนั่นเล่นถูกจับไปยืนกลางวงพวกมันแบบนี้อาละวาดไม่ถนัดเอาเสียเลย

 

 

“เรื่องสิวะ” เจ้าคนตัวผอมตอบอย่างยียวน

 

 

ภาคินทร์จึงตั้งท่าเตรียมสู้ น้ำส่วนหนึ่งลอยขึ้นมาไหลเวียนอยู่รอบๆ ฝ่ามือของเขา อีกส่วนก็ยังนอนยิ่งอยู่ที่พื้นรอเวลาเหมาะๆ ทางกลุ่มนักเลงก็เร่งไฟให้แรงขึ้นเช่นกัน บางคนที่ยังมือเปล่าก็ถูถุงมือเข้าด้วยกันจนมันลุกติดไฟขึ้นมา สองฝ่ายต่างจ้องเขม็งรอคอยจังหวะในการเปิดศึกตะลุมบอน จนกระทั่ง...

 

 

“คือว่า...” เสียงหวานเอ่ยแทรกบรรยากาศอันตึงเครียดขึ้นมา “ช่วยอย่าทะเลาะกันเลยได้ไหมคะ”

 

 

ทุกสายตาต่างหันไปมองเด็กสาวตัวประกันเป็นตาเดียว เธอดูประหม่าเล็กน้อยเมื่อกลายเป็นจุดสนใจ แต่ช่างน่าแปลกที่ไม่มีความกลัวผสมอยู่เลยแม้จะตกอยู่กลางวงล้อมคนบ้าก็ตาม

 

 

“เวลามีคนมาใช้ความรุนแรงใกล้เราทีไร ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นทุกทีเลย เพราะฉะนั้นช่วยสงบศึกแล้วแยกย้ายกันจะได้ไหมคะ”

 

 

“ละเมออะไรของหล่อนเนี่ย ใครมันจะไป....อ๊ากกกก”

 

 

เพล้ง!

 

 

ไม่ทันขาดคำ กระถ่างต้นไม้ก็ร่วงลงมาใส่กลางหัวเจ้าคนตัวผอมอย่างพอดิบพอดี มันร้องลั่น ไฟดับมอด เผลอปล่อยมือเพื่อเอาไปกุมศีรษะที่กำลังเลือดอาบ ทุกคนตกอยู่ในความงงงัน ส่วนภาคินทร์กลับรู้สึกเหมือนภาพเหตุการณ์เมื่อค่ำวานซ้อนทับขึ้นมายังไงชอบกล เพียงแต่เปลี่ยนจากรังมดแดงเป็นกระถางดินเผาเท่านั้น

 

 

ตรอกแห่งนี้ถูกขนาบด้วยเรือนอาศัยสูงกว่าสิบชั้นทั้งสองด้านก็จริงอยู่ แต่มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่มีคนทำกระถางต้นไม้หล่นลงมาหลังจากยัยเด็กประหลาดพูดขู่ด้วยใบหน้าซื่อๆ จบไปพอดี

 

 

“ขอโทษจริงๆนะคะ” เด็กสาวค้อมศีรษะลงนิดหนึ่ง ท่าทางดูเสียใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายถึงขั้นเลือดตกยางออกแต่ก็เหมือนจะตำหนิอยู่กลายๆ ที่ไม่ยอมฟังคำเตือนเอง “ให้มันจบลงแค่นี้แล้วแยกย้ายกันจะได้ไหมคะ”

 

 

ภาคินทร์อยากจะคิดว่าตนเองตาฝาด เพราะหลังจบประโยคบังคับกึ่งขอร้องของเด็กสาว เขาก็เห็นเหล่าไม้เลื้อยที่เกาะอยู่ตามกำแพงขยับไหว ยอดหญ้าหร่อมแหร่มบนพื้นก็เหมือนจะงอกยาวขึ้นมาอีกเกือบคืบ ลมไม่ได้พัดสุนัขไม่ได้หอน แต่บรรยากาศกลับวังเวงและกดดันกว่าเมื่อครู่หลายเท่า อาจเป็นเพราะฟ้าเริ่มมืดจินนาการจึงยิ่งเตลิด แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ทำให้เหล่านักเลงอกสามศอกเริ่มแตกฮือและถอยกรูไปหลายก้าวเพียงแต่เด็กสาวเหลียวมามองเท่านั้น

 

 

“อย่าไปกลัว!” ใครบางคนพยายามเรียกความกล้ากลับมา “นังเด็กนี่แค่ใช้กสิณปฐวีมาหลอก!!” แล้วก็พุ่งเข้าใส่ร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมทันที แต่ว่า...

 

 

ผลั๊วะ!!

 

 

ภาคินทร์บังคับน้ำให้รวมเป็นก้อนแล้วพุ่งอัดเสยคางเจ้าคนนั้นจนสลบกลางอากาศไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงจะมีอันตรายเข้ามาประชิดตัวขนาดนั้น เด็กสาวกลับยังยืนนิ่งไม่หวีดร้องออกมาสักแอะ ไม่รู้ว่าเพราะกล้าจนบ้าบิ่น กลัวจนตัวแข็งทื่อ หรือรู้ดีว่าไม่ว่ายังไงก็ยังมี เทวดามาคุ้มหัวให้อยู่ดีกันแน่

 

 

แต่ตอนนี้สายตาทุกคู่เบนเข็มกลับมายังภาคินทร์แทนแล้ว และเขามีความรู้สึกลึกๆ ว่ากำลังช่วยให้เจ้าพวกนี้เจ็บตัวน้อยลงอยู่ยังไงไม่รู้ เด็กหนุ่มสะบัดมือไปข้างหน้า ส่งน้ำก้อนเล็กๆ จำนวนมากพุ่งไปก่อนเพื่อสร้างความไขว้เขว่พร้อมกับวิ่งตามเข้าไปกลางวงอย่างไม่กลัวเกรง

 

 

เขาผลักเด็กสาวออกไปให้พ้นรัศมีทำลายล้าง โขกศีรษะกระแทกใครสักคนที่ยืนใกล้ที่สุด สะบัดมือรวมน้ำเป็นแส้ฟาดใส่ลำตัวอีกคนที่ยืนห่างไปหน่อย ลูกไฟสามลูกพุ่งมาจากต่างทิศทาง เขาเบี่ยงตัวหลบสองลูกแรกและใช้น้ำรับลูกที่สามไว้ก่อนมันจะโดนหน้า ไอน้ำลอยฟุ้งไปทั่วก่อนจะถูกบังคับให้กลั้นตัวกลับเป็นหยดน้ำเพื่อใช้งานอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

 

ภาคินทร์เป็นฝ่ายเสียเปรียบเรื่องจำนวนก็จริง แต่ดูเหมือนสุภาษิตน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟจะใช้ไม่ได้กับศึกนี้

 

 

เพราะหลังผ่านไปเกือบสามบาท(๑) ก็มีแค่เด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโปเท่านั้นที่ยืนอยู่ ส่วนเหล่าผู้ใช้กสิณเตโชนอนหน้าวัดพื้นกันหมด ภาคินทร์หอบหายใจถี่พร้อมใช้หลังมือเช็ดเลือดจากหางคิ้วไหลไม่ให้เข้าตาไปด้วย ดวงตาสีวังน้ำวนเหลือบมองใครอีกคนที่ยังยืนกอดย่ามอยู่เช่นกันก่อนจะตัดสินใจเดินโซซัดโซเซออกไปยังถนนหลัก แม้จะยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่สงสัยแต่ดูเหมือนคงต้องช่างมันไปก่อน วันนี้เขาหมดสภาพเกินไป ขอกลับไปพักเอาแรงก่อนแล้วค่อยไปเค้นคอถามยัยเด็กประหลาดใหม่พรุ่งนี้

 

 

 

 

() การนับเวลาแบบโบราณ ๑ บาท = ๖ นาที , ๑๐ บาท = หนึ่งชั่วโมง

 

 

 

 

แต่พอเดินไปได้ประมาณสิบวา()ก็ฝืนสังขารไม่ไหว ต้องเอนไปพิงกำแพงไว้แล้วไถลตัวลงไปนั่งกับพื้น จังหวะหายใจเริ่มช้าลงเล็กน้อย แต่ความเจ็บกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณที่โดนไฟลวก ปกติต่อให้หมาหมู่มากแค่ไหนเขาก็ไม่เยินขนาดนี้หรอก แต่วันนี้ดันมาฉะกันในที่ๆ ไม่มีน้ำ สู้กับธาตุที่เสียเปรียบ แถมเจ้าพวกนั่นยังเอาแต่เล็งไปที่ยัยเด็กประหลาด ในช่วงท้ายๆ ที่ไม่มีน้ำเหลือมากพอเขาเลยต้องใช้ตัวเองเข้าไปกันไว้แทน เนื้อตัวเลยแดงเถือกมีแต่รอยไหม้อย่างที่เห็น

 

 

 

() ๑ วา = ๒ เมตร

 

 

 

“คือว่า...ไปโรงหมอกันไหมคะ”

 

 

ภาคินทร์หันไปตามเสียงแล้วพบเข้ากับเด็กสาวผู้เป็นต้นตอความวุ่นวายภายในสองวันมานี้สำหรับเขา แทนที่จะรีบวิ่งกลับบ้านทันทีที่มีโอกาส เธอกลับเลือกเดินตามเขามาเงียบๆ แล้วเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาทรุดตัวลงเสียอย่างนั้น ภาคินทร์ตัดสินใจกวักมือเรียกเพราะไม่อยากเปลืองแรงพูดเสียงดังในเวลานี้ และร่างเล็กก็เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างกันอย่างว่าง่าย

 

 

“แค่บอกมาว่าทำแสงพวกนั้นได้ไงก็พอ” และพอเห็นหน้าตาตื่นๆ เหมือนจะปฏิเสธพร้อมบอกให้เขารีบไปหาโรงหมอเพื่อทำแผลแทน ภาคินทร์ก็เอ่ยดักว่า “ไม่งั้นก็บอกวิธีบังคับให้กระถางหล่นมาแทนแล้วกัน”

 

 

 “เรื่องนั้น....” ดวงตากลมโตเสมองไปทางอื่นชั่วครู่ เม้มริมฝีปากก่อนหันกลับมามองเขา “ถ้าเราบอกว่าพลูด่างต้นนั้นผลักตัวเองลงมา จะเชื่อไหม”

 

 

ภาคินทร์นิ่งไปเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าคำตอบจะมาในรูปแบบนี้ แต่พูดตามตรงเขาไม่คิดว่าเด็กสาวจะโกหก เธอดูไม่ใช่นักแต่งเรื่องที่ดีเท่าไรนักดูจากการที่ได้แต่ยืนใบ้ตลอดเวลาที่เขาทวงคำตอบ

 

 

ถ้าถามเขา วิธีที่เขาพอจะนึกได้ในการทำให้ต้นไม้เคลื่อนไหวคือใช้กสิณอาโปบังคับพืชที่มีน้ำเยอะๆ อย่างเถาวัลย์หรือส่วนของรากไม้ให้ขยับโดยการควบคุมน้ำที่อยู่ภายใน หรือใช้กสิณปฐวีบังคับดินข้างใต้เพื่อทำให้ต้นไม้ทั้งต้นดูเหมือนเคลื่อนที่ แต่ว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้ใช้วิธีเหล่านั้นแน่ๆ เพราะเขาสัมผัสถึงกสิณในตัวเธอไม่ได้เลย

 

 

“แล้วเธอทำให้ต้นไม้ขยับได้ยังไง”

 

 

“เราเปล่า” เธอตอบอย่างรวดเร็ว “พวกเขาขยับด้วยความต้องการของตัวเอง”

 

 

บนพื้นมีต้นกระดุมกอเล็กๆ แทรกแทงทะลุแผ่นหินปูถนนขึ้นมาอยู่กอหนึ่ง เพียงเด็กสาวแตะปลายนิ้วผ่าน ดอกสีเหลืองสดก็เบ่งบานขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์

 

 

“พวกเขาขยับเพราะเราร้องขอ และขยับเพื่อปกป้องเรา”

 

 

อีกครั้งที่ภาคินทร์นิ่งอึ้งไป ทุกอย่างมันอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเขาเกินไป ไม่สิ...เผลอๆ อาจจะนอกเหนือทุกความเข้าใจที่ทั้งร้อยแปดแคว้นมีเลยด้วยซ้ำ เด็กสาวพูดเหมือนต้นไม้มีชีวิตเป็นของตนเอง มีวิญญาณ มีความคิด และพวกมันก็โปรดปราณเธอ รักเธอ ปกป้องเธอ

 

 

“แสงพวกนั้นก็มาจากดอกไม้สินะ” เพราะพอนึกย้อนไปแล้วเขาจำได้คลับคลายคลับคลาว่ารอบๆ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มีบางอย่างหน้าตาแปลกๆ งอกเงยขึ้นมาเต็มไปหมดทั้งที่ก่อนหน้ามีแค่ต้นหญ้า ถ้าอีกฝ่ายสามารถทำให้ดอกไม้ผลิบานได้ตามใจชอบ การสร้างต้นไม้แปลกๆ ที่ทำในเรื่องแปลกๆ ได้ก็อาจไม่ใช่อะไรที่แปลกเท่าไร

 

 

เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างง่ายดายก่อนจะก้มหน้ามองพื้นอีกครั้ง คิ้วขมวดเข้าหากันจนหน้าผากยับย่น เธอคงกำลังกังวล เพราะมันเป็นความลับที่ใหญ่โตมากทีเดียว และเขาก็ดันดื้อดึงอยากรู้อยากเห็นจนกัดไม่ยอมปล่อย ทำให้เด็กสาวจำใจต้องสารภาพออกมา

 

 

มันเป็นความลับที่แปลกประหลาด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งงดงามและน่าหวงแหนเกินกว่าจะให้ใครอื่นมารับรู้ด้วย

 

 

“ฉันไม่เอาไปบอกใครหรอกเพราะงั้น....”

 

 

“จะให้ทำแบบนั้นจริงๆ หรอคะ” เด็กสาวแทรกขึ้นกลางประโยค แต่ไม่ได้พูดกับเขา “หนูรู้ว่าเขารู้แล้วแต่ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกหมดเลยนี่คะ ....ก็ใช่ เขาเจ็บตัวเพราะช่วยหนูแต่ว่า....”

 

 

เธอกำลังพูดกับกอต้นกระดุมอยู่ แถมยังจริงจังมากเสียจนภาคินทร์ไม่กล้าขัด เขาชะโงกเข้าไปใกล้ เห็นดอกสีเหลืองขยับไหวนิดๆ แต่ก็เท่านั้น รอบด้านยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงเจื้อยแจ๋วของเด็กสาวที่ยังคงเถียงกับบุปชาติต่อไป

 

 

“คุณหมายความว่าไง หนูไม่ได้ไม่อยากทำเพราะเหตุผลนั้นสักหน่อย ตะ...แต่ว่า...อืออออ” เธอหน้าแดง ทำสีหน้ายุ่งยากก่อนจะส่งเสียงครางฮือ “ก็ได้ค่ะ หนูจะทำ เลิกพูดแบบนั้นสักทีเถอะค่ะ”

 

 

เด็กสาวดูจะตกใจเล็กน้อยยามเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กว่าที่คิด

 

 

“ที่จริงแล้วเรายังมีความลับอีกข้อหนึ่ง และถ้าถามเราเราไม่คิดว่าภาคินทร์ควรรู้เรื่องนี้ แต่มาลีคิดว่าเราควรบอก ไม่รู้สิ...นี่มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราเหมือนกัน แต่ภาคินทร์เจ็บตัวเพราะช่วยเรา อย่างน้อยเราก็ควร...”

 

 

“จะพูดอะไรก็พูดมาสักทีเถอะน่า” เขาเสียงดัง แม้ไม่ถึงกับตะคอกแต่ความขุ่นมัวที่เจือปนมาก็มากพอจะทำให้คนขวัญอ่อนสะดุ้งตัวเกร็ง เอาอีกแล้ว...ความใจร้อนและปากดีของเขากำลังทำเรื่องอีกครั้ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอกลัว แต่พอจะพูดอธิบายและขอโทษบ้าง มือบางก็ยื่นออกมาสัมผัสข้างแก้มของเขาเสียก่อน

 

 

“เรารู้ว่านี่มันจะแปลกมากๆ แต่ช่วยอย่ากลัวเราได้ไหม”

 

 

มือของเด็กสาวอุ่นมากและพลอยทำให้เขารู้สึกอุ่นไปด้วย ไม่ใช่เพราะจากอุณหภูมิร่างกายหรือความใกล้ชิด แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ก็คงคล้ายกับการเอื้อมมือไปสัมผัสแสงตะวันใต้แมกไม้ มันให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น ความเจ็บปวดจางลงจนดูเหมือนไม่มีตัวตน เช่นเดียวกับอาการบาดเจ็บทั้งหลาย...

 

 

รอยแฉลบของมีดตามแขนและข้างแก้มเริ่มประสานเข้าหากันและทิ้งไว้เพียงคราบเลือด แผลไฟลวกก็แดงน้อยลงจนกลับคืนสู่สีเนื้อ รอยถลอก รอยฟกช้ำและรอยแดงจากการถูกมดกัดตามร่างกายก็ค่อยๆ ทยอยหายไปเช่นกัน จนในที่สุด ร่างกายของภาคินทร์ก็กลับมาเป็นปกติ คล้ายกับว่าในค่ำคืนนี้เขาไม่ได้ผ่านการวิวาทใดๆ มาเลย

 

 

อีกครั้งที่ความตื่นตะลึงเข้าเล่นงาน ภาคินทร์ผงะถอยตามสัญญาตญาณ หัวใจเต้นรัวแรงและหอบหายใจถี่ แต่พอเห็นสีหน้าเจ็บปวดและฝ่ามือเล็กที่ค้างอยู่กลางอากาศ เขาจึงตระหนักได้ว่าทำพลาดไปเพียงใด

 

 

ช่วยอย่ากลัวเราได้ไหม

 

 

นั่นคือสิ่งเดียวที่เด็กสาวร้องขอ และเป็นสิ่งที่เขาเคยร้องขอเช่นกันแต่กลับไม่เคยมีใครทำให้ ทุกคนกลัวเขา หวาดผวาในพลังที่เขามีและสิ่งที่เขาเป็น จนทำให้เขาเริ่มกลัวตนเองไปด้วย และเด็กสาวเองก็คงไม่ต่างกัน ลึกลงไปแล้วเธอคงสงสัย เพราะอะไร ทำไมเธอถึงต้องมีพลังเหล่านี้ด้วย

 

 

เพราะฉะนั้นตอนที่อีกฝ่ายเบือนไปทางอื่นเพื่อซ่อนสีหน้าและกำลังจะลุกขึ้น เขาจึงดึงมือเธอไว้ ออกแรงเบาๆ ฉุดบังคับให้เด็กสาวนั่งลงตามเดิม

 

 

ฉันไม่ได้กลัวเธอ ขอบคุณที่ช่วยรักษาให้ ฉันอยากรู้เรื่องเธอมากกว่านี้

 

 

ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่ภาคินทร์คิดอยู่ แต่ก็ลังเลเกินกว่าจะกล้าเอ่ยออกไป เขาจึงเลือกคำใหม่ สิ่งที่เหมาะสมมากกว่าและน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่าทุกอย่างที่ผ่านมา

 

 

“เธอชื่ออะไร”

 

 

เขาก้มมองคนตัวเล็กและรอคอยอย่างคาดหวัง ภายใต้แสงสลัวของเสาตะเกียงเหนือศีรษะ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลคู่นั้นดูจะอ่อนจางลงอีกหลายเท่าจนเกือบคล้ายสีทอง เขาเห็นความรู้สึกหลากหลายอันแน่นอยู่ภายใน แต่เหนืออื่นใดคือความยินดีอันไหวระริก

 

 

หลังจากนั้นอีกชั่วอึดใจคำตอบก็มาพร้อมรอยยิ้มกว้าง งดงามและสว่างไสวยิ่งกว่าแสงดวงน้อยเมื่อวานหลายสิบเท่า

 

 

“รักษ์นารา...เราชื่อรักษ์นารา”

 

 

ซึ่งจะเปลี่ยนโลกใบเดิมที่เขารู้จักไปชั่วกาล

 

 

 

 

##########



สนทนา : ข้อดีของการแต่งนิยายแฟนตาซีคือสามารถใช้คำโบราณๆเชยๆได้เต็มที่โดยไม่ทำให้เรื่องดูลิเกนี่แหละค่ะ  เพราะยังไงมันก็ลิเกอยู่แล้ว 555  

เรื่องนี้จะมีศัพท์เฉพาะค่อนข้างมาก ทั้งพวกคำโบราณและคำผสมที่คิดขึ้นเอง อย่างที่นับเวลาเป็นบาทนี่ก็เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน ปกติเจอแต่ก้านธูป(ของจีน) หาข้อมูลตั้งนานกว่าจะเจอ ไว้จะรวบรวมมาไว้ในตอนเดียวกันให้นะคะเผื่อใครลืม ส่วนเรื่องข้อมูลตัวละครก็มีให้แน่นอน เหมือนคราวเรื่องมังกร แต่คงต้องขอไปกดดันนักวาดก่อน lol 

ปล. ต้นไม้บ้างต้นในเรื่องก็เป็นพันธุ์ไม้ผสม ไม่ก็ไม้เมืองนอกที่บังเอิญมีชื่อไทย ยังไงก็อะลุ่มอะล่วยให้หน่อยนะคะ หาไม้ไทยแท้ๆ มาเข้าฉากกะหนูรักษ์ยากจริงๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #878 Ford Apichai (@apichai69) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 12:58
    แต่งดีมากเลย
    #878
    0
  2. #786 bigkmind (@bigkmind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 06:00
    ไม่ค่อยเจอนักเเต่งที่ใช้คำธรรมดาเเต่ดูสวยเท่าไรอ่านครั้งเเรกชอบเลย
    #786
    0
  3. #668 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 21:13
    กรี๊ดดดดดดด ละมุนละไม
    #668
    0
  4. #533 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 14:12
    ทำไมอ่านแล้วเขินตามยัยหนูรักษ์ 555
    #533
    0
  5. #516 thehappymoon (@skeeranon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 10:15
    ความละมุนนี้เราชอบบ
    #516
    0
  6. #369 sosib (@sosib) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 13:16
    แอบน่ารักเบาาาๆ//ทำไมเราชอบภาพgif 5555
    #369
    0
  7. #255 MINJK (@greenpixiedevil) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 22:17
    ชอบสำนวนการบรรยายมากเลยค่ะ โดนใจมากเลย สู้ๆนะคะ
    #255
    0
  8. #61 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 17:01
    ภาคินทร์นี่ เป็นผู้ชายสายซึนสินะคะ 5555555555
    #61
    0
  9. #59 อัจฉราโสภิต (@acharasobhit) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 10:50
    ตามมาอ่านจากที่แปะไว้ในบอร์ดนักเขียนครับ สะดุดเพราะชอบแนวไทย (ที่ไม่ได้ไทยจ๋าแบบวรรณคดี) และส่วนตัวก็เขียนแนว (เหมือนจะ) ไทยอยู่แล้วด้วย

    ชอบภาษาและชอบเนื้อเรื่องจากเท่าที่ได้อ่าน สะดุดนิดหน่อยตรงที่เอ่ยถึงด้วยชื่อจริงตลอด แต่ก็อ่านสนุกดีครับ ส่วนตัวชอบพิมายมากกว่ารักษ์นารา รักษ์นาราดูนุ่มนิ่มเกินไปหน่อย คงต้องดูกันต่อไปว่าพิมายจะบทเพิ่มหรือเปล่า หรือว่ารักษ์นาราจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้

    ที่ติดใจนิดนึงคือในตอนนี้ สู้กับคนราวๆ 15 คน แต่ใช้เวลาเกือบสามบาท (ประมาณว่า 15 นาที) นี่ผมคิดว่านานไปนิดนึงครับ ถ้าสู้กับคนคนเดียวหรือสองสามคนและมีการเคลื่อนที่บ้างจะนานขนาดนี้ไม่แปลกเท่าไหร่ แต่นี่รุมทึ้งด้วยคนจำนวนมากแถมยังไม่มีทางหนี ถ้าไม่ใช่ชนะไปเลยก็น่าจะโดนรุมลงไปกองในเวลาอันรวดเร็วมากกว่าครับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 ธันวาคม 2559 / 10:50
    #59
    1
    • #59-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 3)
      17 ธันวาคม 2559 / 11:04
      ขอบคุณค่าาา แล้วจะปรับลดเวลาลงตามคำแนะนำนะคะ><
      ส่วนพิมายมีบทเพิ่มแน่นอน(ตัวบู๊ซะขนาดนี้ ถ้าใช้งานไม่คุ้มก็กระไรอยู่) เพราะถึงจะขึ้นประเด็นด้วยเรื่องรักๆใคร่ๆ แต่จริงๆแล้วมันเป็นนิยายสายโชเน็นแหละค่ะ lol
      #59-1
  10. #58 pianaleas (@pianaleas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 08:19
    ทำไมรู้สึกว่าภาคินจะหลงหนูรักษ์นาราโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว 5555
    #58
    0
  11. #57 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 06:18
    หนูรักศ์นาราน่ารัก
    อยากจะห่อกลับบ้าน
    #57
    0
  12. #56 kik. (@skyandsea) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 02:07
    ชอบมากๆค่ะ ภาษาก็น่ารัก แหม สาวน้อยของเราความสามารถเยอะดี รักษาคนได้แบบนี้คนอื่นรู้มีหวังโดนแย่งตัวแน่ๆเลยค่ะ รออ่านต่อนะคะ
    #56
    0
  13. #53 เมษาหน้าหนาว (@maylita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 20:01
    เพราะเคยโดนทำให้เจ็บปวดเหมือนๆกัน เลยเข้าใจหัวใจกัน
    หวังว่าเธอจะเลิกดื้อซะทีนะภาคินทร์ หนูรักษ์ของคนอ่านชีวิตไม่สงบสุขแล้วล่ะน้า
    #53
    0
  14. #52 prangasia (@prangasia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 17:53
    สนุกค่ะ กดติดตามเลย
    #52
    0
  15. #51 tang9 (@iwonder_5) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 17:27
    เย้ๆๆ มาแล้ววว ???????? เรารอเรื่องมานี้มานานมากก
    #51
    0
  16. วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 17:22
    ขอบคุณค่ะ
    ปล.อ่านไปก็งงกับคำว่า บาท อะไรคะ สกุลเงินเรอะ! เอ๋อ
    #50
    0
  17. #49 ;★ Boccacio (@beam2540) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 17:20
    สนุกมากค่า นี่มันแฮรี่ไทยแลนด์ 5555
    #49
    0
  18. #48 pianaleas (@pianaleas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 09:43
    คิดถึงมากแล้วววววววค่าาา
    #48
    0
  19. #44 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 13:52
    กรี้ดด อยากอ่านต่อแล้วว
    #44
    0
  20. #43 Sppbb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 10:55
    ช่างแสน...ค้างยิ่งนัก555

    ป.ล.รักไรท์น้าาา สู้ๆฮะ
    #43
    0
  21. #42 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:29
    กรี้ดด อยากอ่านต่อแล้วว
    #42
    0
  22. #41 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 17:03
    ค้างอย่างสงบ...
    มาต่อพี่พลด้วยน้า อย่าลืม
    #41
    0
  23. #40 pianaleas (@pianaleas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 11:31
    กรี้ดดดดด มาแล้วๆๆๆ คิดถึงมากมายค่ะ 
    #40
    0
  24. #39 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 09:52
    มาต่อให้หายค้าง เอ๊ะ หรือค้างกว่าเดิม สนุกมากกกกกกกกกรุ่นพี่มีความขัดจังหวะ
    #39
    0
  25. #38 Hibari FC (@angelfairy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 09:30
    ฮิ้วววววววววววววววววววววว//ตายอย่างสงบ

    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์~//พี่พลด้วย

    #38
    0