ตอนที่ 110 : ตอนที่ ๑๐๑ เป้าหมายของราพณาสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

ตอนที่ ๑๐๑ เป้าหมายของราพณาสูร

 

              ตอนนี้พิมายก็ได้รู้ชื่อเหล่าผู้ติดตามท่านจ้าวเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนแล้ว



              นักโทษหนุ่มที่เป็นผู้ใช้กสิณเตโชชื่อชเวออง ส่วนเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอที่ขี่ช้างมาคือมินตะยา ทว่าช้างของเธอคนนั้นมีสภาพไม่ต่างอะไรจากเหล่านกแสกที่ปรากฏตัวขึ้นในวันประลองเลยสักนิด ดวงตาขาวขุ่น แผลไม่มีเลือดไหล รอบตัวห้อมล้อมด้วยกลิ่นอายของความตาย



              และไม่ว่าเหล่าผู้ใช้กสิณเตโชจะโจมตีไปเท่าไร เนื้อจะไหม้ดำหรือเหม็นฉุนเพิ่มมากแค่ไหน ช้างเชือกนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะชะงักด้วยความเจ็บปวดหรือเคลื่อนไหวช้าลงเลยแม้แต่น้อย



              เหล่านิรยบาลถอยรนไปล้อมปกป้องโกมุทไว้และพาออกไปข้างนอกในขณะที่วิชุดานำคนของวัชริศออกมาสกัดกั้นผู้บุกรุก ปราณนต์ยังคงติดพันอยู่กับราพณาสูร พิมายและพรรคพวกจึงเป็นอิสระจากความสนใจทั้งปวง ทั้งหมดย่องไปตามคานโลหะอย่างเงียบเชียบทางเดียวกับที่เข้ามา แต่ถึงกระนั้นดวงตาสีลูกหว้าก็ยังมิวายเหลือบไปยังความวุ่นวายและการต่อสู้เป็นระยะๆ



              มินตะยายันตัวขึ้นแล้ววิ่งไต่ลงมาตามงวงช้าง เมื่อถึงเกือบปลายสุดเธอก็สะบัดมือ ส่งผลให้น้ำสีขุ่นพุ่งออกมาจากงวงช้างเป็นละอองฝอย การโจมตีจากเตโชธาตุสลายไปสิ้น เหลือเพียงคมอาวุธเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาได้



เธอเอี้ยวตัวหลบหอก ใช้มือคว้าจับที่ด้ามโลหะแล้วแทงเข้าใส่คอหอยของทหารอีกคนที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับปัดดาบในมือนั้นเข้าใส่กลางอกของทหารคนแรก



              เลือดสาดกระจาย กลิ่นคาวเข้ามาแทนที่กลิ่นเนื้อไหม้ ไม่หยุดแค่นั้นเธอปล่อยมือจากอาวุธ  กรีดนิ้วไปเบื้องหน้า น้ำอีกกลุ่มพุ่งออกมาจากงวงช้าง ทว่าแทนที่จะโจมตีคนของวัชริศโดยตรง อาโปสีขุ่นกลับพุ่งลงพื้น ตรงเข้าหาศพมนุษย์ ดึงเอาเลือดที่กำลังเจิ่งนองขึ้นมาด้วย ปริมาณเพิ่ม สีแปรเปลี่ยน น้ำตาล เทา แดง ผสมกันจนน่าขนลุก ให้ความรู้สึกเกือบเหมือนกำลังจองมองแม่น้ำที่กั้นระหว่างแดนคนเป็นและคนตาย



              “ยัยนั่นบงการเลือดได้” พิมายวิเคราะห์ด้วยความตกตะลึง ถึงแม้จะไม่ใช่เลือดข้นๆ แบบเต็มส่วนแต่ต้องมีน้ำเจือปน ถึงจะควบคุมได้ แต่แค่นั้นก็มากพอแล้วที่จะทำให้มินตะยาเป็นต่อยิ่งกว่าใครในสนามรบเมื่ออาวุธของเธอเพิ่มขึ้นตามจำนวนศพที่พิชิตได้



              เป็นความสามารถที่ทั้งแปลกประหลาดและน่ากลัวยิ่ง บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุให้เด็กสาวสามารถควบคุมซากสัตว์ได้ด้วย



              คนของวัชริศชะงัก ส่งผลให้มินตะยาเหยียดยิ้มอย่างได้ใจมากยิ่งขึ้น เด็กสาวไม่ปล่อยโอกาสให้เสียเปล่า เธอกระโดดลงมายืนบนพื้น ส่งกลุ่มก้อนอาโปธาตุที่ดูเหมือนก้อนเลือดมากกว่าพุ่งเข้าใส่เหล่าผู้ใช้กสิณเตโช ช้างเชือกนั้นเดินวนไปมาอยู่รอบๆ สร้างความโกลาหลและเอนตัวมารับลูกไฟแทนในขณะที่มินตะยาสาวเท้าตรงไปหาชเวออง



              “ไอ้เราก็นึกว่าคงโดนตัดแขนตัดขาไปแล้วถึงได้ไม่กลับมาสักทีที่ไหนได้โดนมัดแค่นี้เองเหรอ”



              “มาลองโดนเหล็กน้ำพี้ล่ามเองบ้างไหม” ชายหนุ่มเอียงคอ เปิดทางให้เด็กสาวหย่อนแมลงตัวเล็กลงไปในรูกุญแจ เสียงกริ้กๆ ดังขึ้นอยู่ชั่วอึดใจก่อนโซ่ซึ่งล่ามรอบคอจะร่วงลงพื้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โซเซเล็กน้อยแต่ก็ยังดูมั่นคงกว่าสภาพที่เห็นอยู่มาก มินตะยาปล่อยแมลงอีกสองตัวไว้ที่ปลายนิ้วของชเวออง ให้มันไต่ไปเรื่อยจนหายลับเข้าไปในรูกุญแจ



“แล้วนึกไงถึงได้เปรี้ยวบุกมาคนเดียวกลางดงผู้ใช้กสิณเตโชทั้งโขยงแบบนี้ เดี๋ยวท่านจ้าวก็ได้งานเพิ่มกันพอดี” ชเวอองชวนคุยระหว่างรอปลดพันธนาการ หรืออีกนัยหนึ่งน่าจะชวนทะเลาะมากกว่า เพราะทำเอามินตะยาถึงกับมองตาเขียว สะบัดมืออีกวูบ ส่งอาโปผสมโลหิตแทงเข้าใส่ศีรษะของนักสู้สกุลวัชริศก่อนจะสะบั้นฉีกให้เป็นชิ้นๆ



              “ปากเหรอนั่น ฉันไม่กระจอกขนาดยอมให้ถูกจับแบบนายหรอกยะ”



ตรวนที่ล่ามมือและเท้าของชเวอองร่วงลงพื้นในจังหวะเดียวกันและ...



              หมับ!



              ฝ่ามือขวาของชายหนุ่มเอื้อมไปด้านหลังเด็กสาว คว้าจับปลายหอกซึ่งลุกท่วมไปด้วยไฟได้ทันก่อนจะมาถึงตัวมินตะยาพอดี คมอาวุธบาดเรียกเลือกจากฝ่ามือซึ่งรุ่งริ่งอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้น



              “เออสิ ฉันว่าเธอน่าจะถูกฆ่ามากกว่า” ปากค่อนแคะเด็กสาว ทว่าดวงตาสีแดงทับทิมกลับจับจ้องไปยังผู้นำหญิงของสกุลเตโชไม่วางตา



              พิมายกำลังรอลุ้นอยู่เลยว่าจะได้ชมฝีมือต่อสู้ของวิชุดาหรือไม่ตอนที่เตชินท์คว้าต้นแขนของเธอไว้ ส่งสายตาดุว่าอย่ามัวแต่โอ้เอ้ก่อนจะอาศัยส่วนสูงที่มากกว่าดึงลากเธอให้ออกมาทางหน้าต่างที่ฝาแฝดเพิ่งจะปีนกันออกไปทั้งที่ไม่เต็มใจ



              สิ่งสุดท้ายที่พิมายเหลือบไปเห็น คือปลายดาบของปราณนต์ที่ตวัดเรียกเลือดจากต้นแขนซ้ายของราพณาสูรได้สำเร็จ






 

              “มันจะน่าเบื่อเกินไปแล้ว!!



              ปราณนต์คำรามด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นว่ากบฏของแคว้นที่เขาไล่ล่ามาตลอดหลายพันวันดูจะมีฝีมือถดถ้อยลงไปมาก สู้กันไม่ทันไรก็พลาดท่าถูกเขาฟันแล้วเนี่ยนะ หากเป็นเมื่อก่อนอย่าว่าแต่จะได้เลือดเลย ราพณาสูรสามารถเอาชนะทหารทั้งกองร้อยซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ใช้กสิณได้โดยที่เหงื่อไม่ออกด้วยซ้ำ



              เก่งกาจผิดมนุษย์มนา นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ปราณนต์หลงใหลในตัวราชันยักษ์ผู้นี้มาโดยตลอด



              ราพณาสูรถอยห่างไปหลายก้าว ปราณนต์ต่อปลายกริชเข้าเป็นคันศรพรหมมาสตร์ เหนี่ยวสายเตรียมยิงศรวาโย แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายกลับกระโจนกลับเข้าหามาเขาเสียเอง หน้ากากไม้ทาสีทองอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ ดาบสีขาวขุ่นในมือร่ายรำ ปราณนต์เอนตัวถอย แต่ปลายดาบก็ยังถากเรียกเลือดจากข้างแก้มเขาไปได้อยู่ดี สองมือถอดคันธรให้กลับคืนมาเป็นกริชเพื่อตั้งรับการโจมตีแทบไม่ทัน



              ดูเหมือนสนิมในตัวราพณาสูรจะถูกกะเทาะไปบ้างแล้ว



              “เออ แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย!!



              สัญชาตญาณกู่ร้อง กล้ามเนื้อสั่นระริกอย่างยินดี สนามรบคือที่ของเขา คาวเลือดและการต่อสู้นี่แหละคือสาเหตุที่เขาเกิดมา ปราณนต์ดันดาบของราพณาสูรกลับไป รวบรวมสายลมมาไว้ใต้ฝ่าเท้า แต่ตอนนั้นเองที่สองหูแว่วยินเสียงครืดคราดของหินดินที่เสียดสี



              ดวงตาสีเกลียวพายุหันมอง และได้เห็นสมาชิกหน่วยนิรยบาลสองคนซึ่งเป็นผู้ใช้กสิณปฐวีกำลังขยับมือเท้า ควบคุมให้พื้นยุบลงไปหลายวาจนช้างเชือกนั้นไม่อาจตะกายขึ้นมาได้ เหล่าผู้ใช้กสิณเตโชยืนล้อม ส่งอัคคีลงไปเผาทำลายคชสารซึ่งดูเหมือนจะตายไปแล้วแต่ยังขยับได้ตัวนั้น วิชุดายืนอยู่ไม่ห่างค่อยกำกับควบคุมทั้งหมดนั้นอีกที



              “อย่ามาสั่งลูกน้องฉันนะเว้ย!” ปราณนต์ตะโกนต่อว่า เนื่องจากการดึงคนของเขามาใช้งานเช่นนั้นย่อมทำให้ตำแหน่งที่คอยคุ้มครองโกมุทเว้นว่างไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะถ้าจะมีอะไรที่ปราณนต์จริงจังยิ่งกว่าการพยายามเข่นฆ่าคนที่เก่งกว่า นั่นก็คือการปกป้องโกมุทน่ะแหละ



              วิชุดาไม่โต้ตอบ แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินด้วยซ้ำ ก่อนจะตวัดดาบเล่มบางในมือ ส่งเปลวอัคคีลูกใหญ่ซึ่งมีสีออกน้ำเงินแปลกตาลงไปยังหลุมลึก ช้างเชือกนั้นถูกผลาญจนแทบจะเหลือแต่เถ้าถ่านในพริบตา ทว่าทั้งนักโทษและผู้บุกรุกหายตัวไปแล้ว ทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะเสียดายเล็กๆ ที่ไม่ได้ลงมือเลาะฟันออกมาจากปากเสียๆ นั่นด้วยตัวเอง



              ผลัวะ!!



              อดีตปัญจราชศาสตราแห่งวาโยหันกลับมายังการต่อสู้ตรงหน้า แต่ช้าไป ฝ่าเท้าของราพณาสูรถีบมายังกลางอกของเขาเต็มแรง หนักหน่วงกว่าที่เคยจำได้หลายเท่า ปราณนต์กลิ้งไปหลายตลบ เมื่อพลิกตัวหงายขึ้นมาได้ก็ยกกริชขึ้นไขว้รับคมดาบสีขาวขุ่นที่ฟาดฟันลงมาตรงๆ แทบไม่ทัน



ใบหน้าซึ่งสวมใส่หน้ากากยักษ์โน้มลงมาใกล้ ราวกับจะถากถาง เยาะเย้ยที่เขากำลังจะพ่ายแพ้ แปลกดี ปราณนต์ไม่ยักจำได้มาก่อนว่าเคยได้รับกริยาเช่นนี้จากราพณาสูร



แต่ขณะกำลังยื้อยุดกันอยู่นั้นพื้นดินเบื้องล่างก็สั่นไหว ราพณาสูรดึงดาบถอยแล้วระโดดขึ้นสูงในจังหวะเดียวกับที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแทงพรวดขึ้นมาเป็นแท่งแหลม ลูกไฟก้อนใหญ่ก็พุ่งตามมาติดๆ ตรงเข้าใส่ร่างที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ดาบสีขาวขุ่นตวัดผ่าน เตโชธาตุสลายไปทันที



“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” ปราณนต์บ่นงุบงิบเมื่อวิชุดาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับคนของนิรยบาลอีกหกคนที่กำลังสาดกสิณเข้าใส่ราพณาสูร ดูเหมือนผู้นำหญิงแห่งสกุลวัชริศจะใช้งานลูกน้องของเขาคล่องยิ่งกว่าเขาเสียอีก



“ท่านสมุหนายกฝากมาบอกให้เลิกเล่นได้แล้ว” วิชุดากล่าว ดาบเล่มบางในมือลุกท่วมด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน เธอชี้มันไปทางราพณาสูรที่ยังเอาแต่จดๆ จ้องๆ ไม่หนีไปไหนเสียทีทั้งที่คนของนิรยบาลก็ล้อมวงบีบแคบเข้ามาเรื่อย



“ทำนักโทษหลุดมือแล้วยังมีหน้ามาปากดีสั่งฉันอีกเหรอ”



“แค่หนูไม่กี่ตัวเดี๋ยวก็หาได้ใหม่ แต่ยักษ์ไม่ได้ผ่านมาให้จับบ่อยๆ หรอกนะ” วิชุดาส่งสัญญาณมือ คนของวัชริศจึงกรูกันเข้าไปล้อมราพณาสูรไว้อีกชั้นหนึ่ง ปิดกั้นทุกทางหนีโดยสิ้นเชิง



“นั่นมันระดับราชายักษ์เชียวนา คิดเหรอว่าจะจับได้ง่ายๆ” ปราณนต์เหยียดยิ้มอย่างดูแคลนในความพยายามของวิชุดา



“ก็ไม่เท่าไรหรอกมั้ง เพราะสู้กันแค่แปปเดียวยังได้ไปจากเธอตั้งหลายแผล”



แปลได้ทางอ้อมคือราพณาสูรไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ร่ำลือ และในสายตาของวิชุดา เขาเองก็กระจอกไม่แพ้กัน อดีตปัญราชศาสตราแห่งวาโยเกือบจะหันไปเล็งศรพรหมาสตร์ใส่คนข้างตัวแล้วท้าประลองฝีมือกันตรงนี้แล้วหากแต่ราพณาสูรเริ่มขยับตัวเสียก่อน



ดาบขาวขุ่นในมือซ้ายถูกเก็บเข้าฝัก พร้อมกันนั้นก็ปรากฏวัตถุทรงกลมรัศมีไม่ถึงข้อนิ้วจำนวนสี่ชิ้นในมือขึ้นแทนที่



“ไม่ ไม่ๆๆ!!” ปราณนต์ที่คุ้นเคยกับของเล่นของอีกฝ่ายอยู่บ้างถึงกับตะโกนอย่างเดือดดาล แต่ช้าไป ราพณาสูรปาวัตถุเหล่านั้นลงพื้น เสียงระเบิดขนาดย่อมดังขึ้นติดๆ กัน ตามมาด้วยควันหนาทึบที่บดบังทัศนวิสัยไปครึ่งเรือน ทั้งนิรยบาลและคนของวัชริศไอโขลก น้ำหูน้ำตาไหลด้วยความแสบร้อน ก่อนจะตามด้วยเสียงร้องของความเจ็บปวด เมื่อเงาของราพณาสูรเคลื่อนผ่านกลุ่มควันและตวัดลงดาบ เชือดสังหารโดยไม่มีแม้แต่ความปราณี รวดเร็วจนไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้



วิชุดากับปราณนต์อยู่ไกลสุดจึงยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากลูกเล่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นผู้นำหญิงแห่งสกุลเตโชก็ยกชายผ้าขึ้นมาปิดจมูกในขณะที่ปราณนต์ต่อคันธรพรหมมาสตร์ ตั้งใจจะใช้สายลมพัดกลุ่มควันนี้ไปให้พ้นๆ ทว่า...



วูบ!



เงาร่างของราพณาสูรเคลื่อนมาทางปราณนต์ในที่สุด



ฉัวะ!



“แก!



เพราะเบี่ยงหลบทัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีเพียงรอยบาดที่ท่อนแขนขวาและหยดเลือดที่ไหลลงสู่พื้น แต่ถึงอย่างนั้นแผลก็ลึกเสียจนทำเอาคันศรพรหมมาสตร์เกือบหลุดมือเขาเลยทีเดียว



ราพณาสูรไม่ได้วกกลับมาซ้ำอย่างที่ควรจะทำ แค่วิ่งเลยผ่านไปเฉยๆ ไปทางประตูหน้าของเรือนเหล็ก ซึ่งรถม้าของโกมุทจอดรออยู่...



...พร้อมกันคนคุ้มกันจำนวนไม่ถึงสิบ



ดวงตาสีเกลียวพายุเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก



ราพณาสูรไม่ได้คิดจะหนีแต่แรกอยู่แล้ว ทั้งหมดที่ทำไปเพื่อหมายสังหารโกมุทต่างหาก!!




##########


สนทนา : อยากได้ฉากบู๊ใช่มั้ย เราจัดห้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย หวังว่าจะชอบกันนะคะ ขออภัยด้วยที่ฟ็อกซ์หายไปนาน ช่วงนี้สนิมจับมาก แต่งได้สองบรรทัดลบห้าบรรทัด ฮรือ รู้สึกช่วงนี้ไม่ค่อยพอใจผลงานตัวเองยังไงไม่รู้แต่ยังยืนยันคำเดิมค่ะว่าไม่เทแน่นอน ยังไงหนูรักษ์และพรรคพวกต้องรู้ความจริงให้ได้ ย้ากกกกกก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1464 Apichaya Yodra (@fluck-apy2539) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:09
    ค้างมาก รีบมาอัพน่ะค่า
    #1464
    0
  2. #1463 พาราซิป (@f-a-i-r-y) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:49
    สนุกมากเลยย รอตอนต่อไปนะคะะะะะ
    #1463
    0
  3. #1462 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:20
    เตมายของเลา อิอิ
    #1462
    0
  4. #1461 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:28
    เย่ๆ แอบยิ้มเตมายนิดนึง อิอิ 555555
    #1461
    0
  5. #1460 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 08:10
    ควบรถม้ารออ่านต่อละจ้า
    #1460
    0
  6. #1459 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 01:04
    เท่มากกกกกก ราพนาสูร กับ ปราณนต์เท่มากอ่ะตุดยอดดดด
    #1459
    0
  7. #1458 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 22:24
    สุดยอดไปเลยยยย
    #1458
    0
  8. #1457 liingel (@teepan) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 19:40
    เหยยยย จะสังหารโกมุทหรอเนี่ย 0.o
    #1457
    0
  9. #1456 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 18:13
    เราก็ว่าไม่ใช่หรอก เราจะไม่หวังเยอะ ต้องเผื่อใจไว้ก่อน
    #1456
    0
  10. #1455 Yuemoon (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 17:55
    ราพณาสูรอาจจะเป็นตัวปลอมก็ได้นาาา
    #1455
    0