ตอนที่ 111 : ตอนที่ ๑๐๒ พลังของโกมุท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62


ตอนที่ ๑๐๒ พลังของโกมุท




พิมายสะบัดมือเตชินท์ออกทันทีที่ออกนอกเขตเรือนวัชริศมาไกลมากพอ



“นายทำฉันพลาดโอกาสสำคัญหมดเลย” เด็กสาวโวยวาย ยกอีกมือลูบต้นแขนอย่างลืมตัว แค่คืนนี้คืนเดียวเธอโดนหมอนี้คว้าแขนแล้วลากไปโน้นทีนี้ทีมาไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดครั้งได้ ซึ่งดูจากความต่างของส่วนสูงและพละกำลัง พิมายมั่นใจว่าแขนของเธอจะต้องเป็นรอยช้ำแน่ๆ



แต่เมื่อตระหนักได้ว่ากำลังเผยท่าทีอ่อนแอให้เห็นเธอจึงลดมือลง เท้าสะเอวอย่างหาเรื่องแทน



“พวกของท่านจ้าวอะไรนั่นโผล่มาถึงสองคนในคราวเดียวกัน สองคน! ฉันมีโอกาสเก็บข้อมูลอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และถ้ารออีกสักหน่อยเราน่าจะตามพวกนั้นกลับไปที่รังหรือฐานลับอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรกได้ด้วยซ้ำ แต่นายก็ทำพังหมดด้วยการลากฉันออกมา!



“แผนนี้มันพังตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก” เตชินท์แย้ง เสียงไม่ดังแต่ขุ่นอย่างชัดเจน “และเธอควรจะมีท่าทีสำนึกบุญคุณให้มากกว่านี้ที่ฉันช่วยชีวิตเธอไว้”



“อย่ามาขี้ตู่เอาความดีเข้าตัวเองไปหน่อยเลย ราพณาสูรต่างหากที่ช่วยพวกเราไว้”



“เขาคงไม่จำเป็นต้องช่วยหรอกถ้าเธอไม่พามาเดือดร้อนตั้งแต่แรก”



“ฉัน...” พิมายอ้าปากจะเถียงแต่ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมา เพราะมันเป็นความผิดเธอจริงๆ น่ะแหละ เธอที่สะเพราและคิดน้อยเกินไป ถึงแม้ชวินทร์จะบอกว่าแผนนี้ฟังเข้าท่าและมีความเสี่ยงต่ำแต่นั่นคือในกรณีที่นักโทษถูกขังไว้เพียงลำพัง ไม่ได้มีสมุหนายก หัวหน้าหน่วยนิรยบาล ผู้นำสกุลหลักเตโช และกบฏของแคว้นมาเยี่ยมเยียนในวันเดียวกัน



มันเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าจะเกิดขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเธอคือคนที่ลากทุกคนมาเดือดร้อน



“เจ้าพวกแฝดไปไหนแล้ว?” พิมายหันซ้ายขวา รอบด้านว่างเปล่า มีแต่ต้นไม้ ทางเปลี่ยวร้างและเด็กหนุ่มตัวสูงหน้าบอกบุญไม่รับยืนอยู่เท่านั้น



ข้าแต่เทวา อย่าบอกนะว่าเธอลืมลูกน้องที่น่ารักทั้งสองไว้กลางดงสัตว์ประหลาด



“สองคนนั้นแยกกลับไปอีกทางแล้วตั้งแต่ออกจากเรือนเหล็กมาได้”



“แล้วนายก็ปล่อยไปเนี่ยนะ?!



สีหน้าของเตชินท์ดูเหวอไปไม่น้อย



“เห็นเธอไม่พูดฉันเลยนึกว่าไม่เป็นไร”



เยี่ยม คืนนี้ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่คิดสักอย่าง หมอนี่ก็เหมือนกัน เห็นท่าทางสุขุมจนติดหยิ่ง เด็กสาวก็นึกว่าจะฉลาดทันสถานการณ์มากกว่านี้ ที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้แล้วก็ดูจะไม่ได้เข้าใจอะไรเลยจริงๆ มีอย่างที่ไหนปล่อยเด็กๆ กลับกันเองแบบนั้น



พิมายจำต้องลูบหน้าแรงๆ อยู่หลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ แผนการล่มไปหมดแล้ว ทะเลาะกันไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เธอผ่อนลมหายใจออกช้าๆ และเมื่อปรับอารมณ์ได้ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงจึงพลอยลดลงตามไปด้วย



“ฉันต้องกลับแล้ว ขืนดึกไปกว่านี้พ่อแม่จะสงสัยเอา” เด็กสาวไม่ได้เอ่ยคำลาหรือบอกราตรีสวัสดิ์ แค่หมุนตัวแล้วเดินจากมา ทว่าเตชินท์กลับสาวเท้าตามมาด้วยเสียอย่างนั้น



“นายจะไม่กลับไปดูเหตุการณ์หรือไง?” หันไปเลิกคิ้วถาม แต่ก็ไม่ได้ถึงกับขับไล่



“ถ้าฉันกลับไปมันจะน่าสงสัยกว่า” เขาตอบเรียบ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียวด้วยซ้ำแต่ก็ยังเดินไปส่งพิมายจนถึงย่านพักอาศัยแล้วค่อยแยกไปอีกทาง

 






              โกมุทกำลังยืนลูบขนอาชาตัวพ่วงพีที่เทียมรถม้าของเขาอยู่ตอนที่ราพณาสูรปรากฏตัว



              วิ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหยุดป่าวประกาศเจตนารมณ์ ทว่าความกระหายเลือดมากล้นจนแทบจะสะท้อนออกมาในคมดาบ ไม่เหลือที่ว่างให้คิดเป็นอื่นได้อีก



              นิรยบาลสี่คนปราดเข้ามาล้อมปกป้องผู้นำหนุ่ม ในขณะที่อีกสองชักอาวุธออกมาและตรงเข้าหยุดยั้งราชันยักษ์ หนึ่งเป็นผู้ใช้กสิณปฐวี อีกหนึ่งเป็นผู้ใช้กสิณอาโป



              มวลน้ำถูกดึงมาจากถุงหนัง แท่งดินผุดขึ้นจากพื้น แต่ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีแบบไหนราพณาสูรก็สามารถใช้ดาบที่ถืออยู่ในสองมือตวัดทำลายลงได้อย่างง่ายดาย ทหารของนิรยบาลสองคนแรกพ่ายแพ้ให้กับราชายักษ์อย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ หน่วยรบที่ได้ชื่อว่าเป็นดั่งยมบาลต่างล้มตายไม่ต่างจากใบไม้ร่วง



              ราพณาสูรตวัดอาวุธในมือ สลัดคราบเลือดที่เกรอะกรังอยู่ออกไปก่อนจะย่างสามขุมตรงเข้ามา



              นิรยบาลที่เหลือทำท่าจะก้าวมาเผชิญหน้าด้วย แม้จะหวาดหวั่นแค่ไหน แต่ให้ไปเผชิญหน้ากับความพิโรธของปราณนต์เมื่อไม่อาจปกป้องผู้นำแห่งแคว้นได้ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเหมือนกัน



              และในจังหวะที่ราพณาสูรพุ่งตัวเข้ามา



“ท่านสมุหนายก!!



กลับเป็นโกมุทเสียเองที่ก้าวไปข้างหน้า เชิดใบหน้าขึ้นทั้งที่คมดาบกำลังเสือกไสเข้ามายังลำคอ



              วูบ!



              แทบไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเป็นไปได้อย่างไร แต่อยู่ๆ ร่างในชุดสีดำทะมึนก็ทรุดตัวลงไปกับพื้น ท่าทางทรมานอย่างแสนสาหัต แม้จะใช้ดาบสีขาวขุ่นช่วยค้ำพยุงก็ได้มากสุดแค่คุกเข่าหมอบราบอยู่บนพื้นเท่านั้น หน้ากากไม้สีทองปกปิดสีหน้า แต่พนันได้เลยว่าคงบิดเบี้ยวและย่ำแย่ไม่แพ้ท่าทางในขณะนี้เลยทีเดียว



              ทุกคนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศอันขุ่นคลักจนแทบหายใจไม่ออก แต่กลับไม่มีใครสังเกตเลยว่าพื้นดินโดยรอบกำลังแตกระแหงมากเพียงใด ราวกับชีวิตได้ถูกสูบกลืนไปจนหมดสิ้น



              โกมุทปลดกระดุมเม็ดบนสุดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นนูนเด่นที่พาดผ่านลำคอ ปลายนิ้วลูบผ่านอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังระคายไม่ก็เจ็บปวดอยู่เช่นกัน



              “เธอดูเคลื่อนไหวแปลกไปนะ” ผู้นำแห่งแคว้นนิวารินกล่าว ท่าทางสงบอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่เพิ่งจะเผชิญหน้ากับมือสังหารมากฝีมือไปหมาดๆ “ดูแล้วแผลก็ไม่ได้เยอะเท่าไรเลยแท้ๆ หรือว่า...”



              โกมุทย่อตัวลงมาในระดับเดียวกัน รอยยิ้มยังไม่จางไปจากใบหน้า ในระยะประชิดเช่นนี้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาข้างขวาของเขาเป็นสีน้ำตาลอ่อนเพียงใด แสงคบไฟที่สาดมากระทบเกือบทำให้มันกลายเป็นสีทองเลยทีเดียว มือข้างหนึ่งเอื้อมออกมาหมายกระชากหน้ากากออกจากใบหน้าของราพณาสูร



              แต่กลับแว่วเสียงร้องด้วยความตกใจของปราณนต์ดังขึ้นมาเสียก่อน



              “โกมุทถอยออกมา!!



              ไม่ทันสิ้นคำมีดสั้นชุดหนึ่งก็ถูกปาออกมาจากมือของราพณาสูร แต่เพราะยังทรุดตัวอยู่บนพื้นจึงพลาดเป้า มีเพียงคมมีดเล่มหนึ่งที่เฉียดไหล่โกมุทไปอย่างน่าเสียดาย แต่ดูเหมือนว่าแค่นั้นจะมากพอแล้วที่จะทำให้แรงกดดันมหาศาลและขุ่นคลักหายไป



              ราพณาสูรปักดาบในมือขวาลงกับพื้นทันที จมลงไปลึกเกือบคืบ หินดินถูกดันตัวขึ้นมาเป็นระลอกคลื่นที่พุ่งแผ่ออกไปทุกทิศทางเป็นวงกลม คนที่ตั้งตัวไม่ทันถึงกับล้มกลิ้ง ปราณนต์และวิชุดากระโดดข้ามได้ทันก็จริง แต่ราพณาสูรก็อาศัยจังหวะนั้นปาระเบิดควันที่ยังเหลือลงกับพื้นเพื่อเร้นอำพราง



              และกว่าหัวหน้าหน่วยนิรยบาลจะมาถึง คมกริชของเขาก็ตวัดฟันได้เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น



              ราพณาสูรหนีไปแล้ว



              “กระจายกำลังค้นหาให้ทั่ว!” ปราณนต์ตะโกนสั่งลูกน้องทว่าสายตากวาดสำรวจหาอาการบาดเจ็บของผู้นำแห่งแคว้น และเมื่อเห็นเสื้อครุยที่ขาดเวิ่นกับสีแดงฉานที่เริ่มซึมทะลุเนื้อผ้าขึ้นมาเขาก็สั่งสำทับเสียงเหี้ยมอีกหนึ่งประโยค “ยังไปได้ไม่ไกลนักหรอก ลากคอมันกลับมาให้ฉันบั่นให้ได้!



              วิชุดาตามมาถึงแล้ว เธอเก็บอาวุธ ทำท่าจะทรุดตัวลงเพื่อขออภัยโทษทว่าผู้นำหนุ่มเอ่ยห้ามเสียก่อน



              “ฉันไม่เป็นไร” มือเอื้อมแตะแผลก่อนจะเบ้หน้า “แต่ดูเหมือนคืนนี้เราจะเสียหายกันเยอะไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว”



              นักโทษหลุดหายทั้งที่ยังไม่ได้ข้อมูล หนูหลายตัวซึ่งไม่ได้ตามจับ ราพณาสูรหนีไปได้ เรือนสกุลวัชริศพังยับแล้วยังคนที่บาดเจ็บกับล้มตายอีก



“โปรดอภัยในความสะเพร่าด้วยค่ะเป็นความผิดของทางวัชริศเองที่เตรียมการมาไม่ดีพอ” วิชุดากล่าวออกมาในที่สุด เธอเก็บดาบเล่มบางเข้าฝัก สีหน้าเครียดขึ้งปนหวาดหวั่นเล็กๆ ราวกับกำลังขลาดกลัวในความผิด แม้โกมุทจะยืนยันว่าไม่ถือสาก็ตามที



“เราย้ายนักโทษวางกับดักล่อจับให้พรรคพวกมาช่วยแต่ดันได้ยักษ์มาแทน กรณีแบบนี้ไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงทั้งนั้นแหละ ว่าแต่นานแค่ไหนแล้วนะตั้งแต่ที่เธอได้ปะทะกับราพณาสูร”



“หกพันห้าร้อยวัน” ปราณนต์ผู้ไล่ล่าตัวราชายักษ์มาตลอดตอบอย่างกึ่งคับแค้น “มันกลับมานิวารินแล้วอีกไม่นานฉันต้องจับมันได้แน่ ขอกำลังพลสักพันนาย กวาดต้อนปูพรมทั่วพระนครอีกสองสามวันเราต้องได้ตัวมันมาแน่ๆ”



“ไม่จำเป็นหรอก” โกมุทพึมพำกล่าว ดวงตาสีน้ำตาลที่อ่อนจางไม่เท่ากันจับจ้องไปยังร่องรอยความเสียดายบนพื้นหินอยู่อีกครู่ก่อนจะเดินไปยังรถม้า “ฉันรู้แล้วว่าจะไปตามตัวราพณาสูรคนเมื่อครู่ได้ที่ไหน”





 

              ดึกมากแล้วแต่ธีรัชกลับยังไม่เข้านอน



ประตูและหน้าต่างทุกบานของกุฎิเจ้าอาวาสเปิดกว้าง คล้ายกับว่ากำลังรอคอยใครสักคนอยู่ ตะเกียงน้ำมันหรี่แสงลงจนเหลือเพียงรำไร ให้พอมองเห็นหนังสือที่กางอยู่ตรงหน้าได้เท่านั้น แต่ทั้งๆ อย่างนั้นธีรัชกลับไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ดวงตากวาดมองบรรทัดเดิมซ้ำเป็นรอบที่เท่าไรไม่อาจทราบ ก่อนจะตามมาด้วยการลูบหนวดเคราอย่างติดจะกังวล



แผนการที่วางไว้ไม่ควรจะใช้เวลามากขนาดนี้ เขาย้ำแล้วย้ำอีกแท้ๆ ว่าถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลให้รีบหนี แต่ด้วยนิสัยของอีกฝ่ายแล้วคงไม่แคล้ว....



เอี้ยด...



เสียงลั่นของพื้นไม้และสายลมที่พัดวูบมาในจังหวะเดียวกันทำเอาอดีตมหาปราชญ์ของแคว้นถึงกับสะดุ้ง มือปลอมเกี่ยวตะเกียงขึ้นแล้วชี้ไปทางทิศที่ได้ยินเสียง แสงไฟสาดส่องเผยให้เห็นร่างหนึ่งทรุดนั่งพิงกองหนังสือซึ่งตั้งพะเนินอยู่บนห้อง เสื้อผ้าดำล้วนและความมืดมิดรอบด้านขับเน้นทำให้หน้ากากสีทองรูปยักษ์ยิ่งโดดเด่น ดาบสองมือกองตกอยู่ข้างๆ กัน คราบเลือดแห้งกรังไปแล้ว แสดงว่าธารสีแดงซึ่งหลั่งรินหยดลงบนพื้นห้องต้องมาจากแผลที่ใดสักที่หนึ่งเป็นแน่



              “เกิดอะไรขึ้น!” ธีรัสปราดเข้ามาประคอง ได้ยินเสียงคำรามของความเจ็บปวดก่อนจะตามมาด้วยคำตอบอู้อี้ซึ่งเปล่งลอดหน้ากาก



              “ปราณนต์...โกมุทมันพาปราณนต์กับพวกนิรยบาลมาด้วย”



              “ฉันบอกแล้วไงว่าถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาให้รีบหนี” ธีรัชถอดหายใจเฮือก อีกมือเอื้อมไปรื้อค้นตู้ไม้ที่ตั้งอยู่ข้างกัน หยิบหยูกยาและอุปกรณ์ทำแผลออกมาวางเรียง



              “ฉันไม่ได้สู้แพ้ฉันแค่ทิ้งพวกเด็กๆ ไว้ไม่ได้”



              “เด็กไหน?”



              แขนอีกข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บเอื้อมมากระชากหน้ากากออก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลไหม้และใบหน้าอันอ่อนล้าปนหงุดหงิดของสิงขร คีรีรัตน์



              “หลานฉันกับพิมาย เจ้าลูกกรอกพวกนั้นย่องเข้าไปในเรือนวัชริศ คงหวังจะสังเกตการณ์ไม่ก็คุ้ยความลับนักโทษแน่ๆ กลับไปจะหวดก้านมะยมให้ก้นลายเลยคอยดู”



              “จะโทษใครได้เล่าในเมื่อเราพยายามเก็บเด็กๆ ไว้ในความมืดพวกเขาก็ต้องตะกายหาแสงสว่างเป็นธรรมดา อีกอย่างนี่ก็เป็นเรื่องของพวกเขามากพอๆ กับพวกเราน่ะแหละ”



              “ไปบอกอินทร์โน้นไม่ใช่ฉัน” อดีตปัญจราชศาสตราแห่งปฐวีบ่นงุบงิบพลางถกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น เผยให้เห็นรอยกรีดเฉือนที่ยาวเกือบหนึ่งฝ่ามือ เขากัดฟัน คำรามฮึมฮัมในลำคออีกระลอกเมื่อธีรัชเริ่มแทงเข็มเข้ามาในเนื้อเพื่อเย็บประสานบาดแผลให้




##########

          สนทนา : ตอนที่แล้วมีบางคนท้ายแม่นมากๆเลยค่ะว่าใต้หน้ากากต้องเป็นสิงขร คือตัวละครก็เยอะมากแล้วนะเรื่องนี้ นอกจากจะไม่หลงกลนึกว่าตัวละครใหม่แล้วยังจะทายกันถูกอีก 5555 /รับถ้วยแฟนพันธุ์แท้ไป 1 ea/ ฟ็อกซ์ตื่นเต้นมากๆที่ได้แง้มความสามารถของโกมุทให้ทุกคนเห็น เรื่องชักจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1490 luvtaetaev (@I_Phone) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 07:08
    อ้าวลุงสิงขร...
    #1490
    0
  2. #1476 AmilyKick (@pamicy) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:12

    เดินเรือเตมายต่อ ไม่รอแล้วนะ

    #1476
    0
  3. #1475 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 09:54

    นึกว่าจะเป็นแม่ของพิมาย ๕๕๕๕
    #1475
    0
  4. #1474 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:13
    ความเตมายหัวใจจะวายยย
    แต่เราทายผิดว่าเป็นแม่อินทร์ ดันเป็นคุณครูไปได้
    #1474
    0
  5. #1473 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:24
    เตมายค่ดเอาขอบคุณสำหรับโมเม้นฮรือออออออออ
    #1473
    0
  6. #1472 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 19:01
    ฮู้ววววววววว
    #1472
    0
  7. #1471 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 10:14
    ขอรับถ้วยไปค่าาา เย่ๆ 5555
    ทำไมโกมุทถึงรู้เลยว่าเป็นลุงสิง นี่คือสงสัยสกิลของโกมุทแปป มันต้องมีสกิลพิเศษที่ไม่เหมือนใครอีกแน่เลย ตอนต่อไปจะมาในอีกไม่กี่วันใช่ม้ายยยย *ยิ้มหวานกดดัน* 5555
    #1471
    0
  8. #1470 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 07:09
    เราโฟกัสอยู่แค่เตมาย เดาไม่ออกเลยว่าเป็นสิงขร
    #1470
    0
  9. #1469 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 02:20
    โกมุทนี่ยังไงๆอยู่นะคะ ทำไมความสามารถคล้ายกัน~
    #1469
    0
  10. #1468 ติ่งสิงขร (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 23:56

    ลุ๊งงงงง หนูกะแล้วว่าต้องเป็นลุง ฮืออออออ

    รักลุงที่สุดคนอื่นไม่รักแต่ชั้นรักเค้า หลงเค้า ให้ไฟท์กับมาย กับน้าอินทร์ก็ยอมมม

    #1468
    0
  11. #1467 Yuemoon (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 22:42
    เตคืออยากเดินไปส่งเค้ามากกว่าป่ะ ยังไงงง /ขอพายเรือหน่อยค่าาา ปล. ลุงสิงคือพีคมากก แล้วแม่อินทร์มีอะไรอี๊กก
    #1467
    0
  12. #1466 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 111)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 21:22
    เตห่วงสาวมากกว่าน้อง 555
    #1466
    1
    • #1466-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 111)
      1 มิถุนายน 2562 / 22:25
      น้องไวอยู่แล้วค่ะดูแล้วตัวเองได้ แต่สาวกำลังเด๋ออยู่ต้องดูแล ฮาาาาา
      #1466-1