[Yaoi]Mr love.my friends.ไอ้คุณเพื่อนครับ ผมรักคุณได้มั้ย?

ตอนที่ 5 : Mr love.my friends. 3 : The beginning of the end.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 56

Mr love.my friends.

03 : The beginning of the end.

จุดเริ่มต้นของจุดจบ












 

จุดจบของหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังจะจบลง...

...หากแต่ใครจะรู้ ว่ามันอาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได้

...ไม่เว้นแม้นแต่เรื่องของหัวใจ...

 

 

...จุดจบของการเฝ้ามอง     จุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ถูกซ่อนเร้น...

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!! พี่คีย์!! พี่โซน!! พี่กีต้า!! พี่เปียโน!!

ทันทีที่พวกคีย์บอร์ดก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีเสียงกรี๊ดและเสียงเรียกชื่อสมาชิกในวงแต่ละคนก็ดังกระหึ่งจนหอประชุมแทบแตก ทุกคนไปยืนประจำที่ คีย์บอร์ดประจำที่นักร้องนำอยู่ตรงกลางข้างหน้าเวทีและเล่นกีต้าไฟฟ้า ถัดไปข้างหลังเป็นโซนที่นั่งประจำที่มือกลอง ทางขวามือคือกีต้าที่เล่นเบส ส่วนทางซ้ายมือเป็นเปียโนเล่นคีย์บอร์ด

 

“สวัสดีคร้าบบบบ” เสียงใสของร่างบางที่ยืนอยู่ตรงกลางเวทีกล่าวทักทายผู้ชมข้างหน้า สายตากวาดมองคนข้างล่างเวทีพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานไปให้

“เอ้ จะมีใครในที่นี้รู้จักพวกผมบ้างมั้ยน้า แต่คงไม่มีหรอกเพราะพวกผมไม่มีชื่อ จริงมั้ยครับทุกคน!!!!” เสียงใสเอ่ยถามออกมา

 

“จริงงงงงงงงง!!!!!” ทุกคนพร้อมใจกันตอบออกมาเสียงดังก้องหอประชุม จะมีคนรู้จักคงไม่แปลกเพราะไม่ว่าวงของคีย์บอร์ดจะไปแข่งเวทีไหนก็ได้รางวัลทุกเวที

 

“เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ งั้นเรามาเริ่มเพลงแรกกันเลยดีกว่า ดีมั้ยครับทุกคน!!!

 

“ดีดดดดดดดดดด!!!!!!!!!” จบเสียงตอบรับจากผู้ชมเสียงดนตรีก็เริ่มขึ้น

 

“เก็บใจเอาไว้รอดีๆ อีกปีสองปีพี่ก็รวย
ทำงานหาเงินไม่ก็หวย ถ้าหากไม่ซวยจริงๆ
เก็บใจเอาไว้รอพี่ก่อน จะให้น้องนอนนับเงิน
จะทำให้เธอรวยจนเขิน มันคงไม่เกินกำลัง

                แต่ว่าตอนนี้รู้ดี น้องเองเริ่มทนไม่ไหว
เชื่อใจ ไว้ใจพี่ก่อนได้ไหม แล้วรักกันต่อไป

                รอพี่ก่อนได้ไหม จะรีบหาเงินให้ใช้
เอาไปผ่อนรถ ตู้เย็น รถไฟ เครื่องบินให้เธอทั้งปี
ตอนนี้ไม่พอใช้ มากัดก้อนเกลือก่อนไหม
ค่อยวางแผนกัน จะเอาอะไร ค่อยว่ากันอีกที
ตอนนี้ไม่มียังดังตังค์”

เสียงเพลงขึ้นอย่างต่อเนื่องหากแต่ร่างสูงที่ยืนมองร่างบางร้องเพลงอยู่ข้างร่างกำลังยิ้มอย่างมีความสุขที่ในที่สุดก็ได้ทำความรู้จักกัน ทั้งที่เมื่อก่อนเคยพยายามตั้งหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้สักที และนึกขำโชคชะตาที่เล่นตลกกับเค้าเมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองเฝ้ามองและอยากจะรู้จักมาตลอดที่จริงแล้วเป็นเพื่อนกับเพื่อนของเค้านี่เอง

 
 

 

...จุดจบของการรอคอย จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง...

 

                 เฮือก!

“ว่าไงน้องชาย” พ้อยสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆก็มีมือปริศนาจับเข้าที่ไหล่ของเค้าจากทางด้านหลังในขณะที่เค้ากำลังยืนดูพวกคีย์บอร์ดเล่นเพลงเพลินๆ และก็ต้องถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยิ่นเสียงใสทักขึ้นข้างๆหู ทำให้เค้ารู้ว่าคนที่มาใหม่คือใคร

 

“พี่แกรมมาได้ไงครับ” พ้อยหันไปคุยกับคนมาใหม่อย่างสนิทสนมและออกอาการดีใจที่ได้เจอคนที่เข้ามาทักอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้คนตังสูงที่ยืนอยู่ข้างๆต้องละสายตาจากเวทีมามองว่าพ้อยกำลังคุยอยู่กับใคร            

 

“พี่มาดูเจ้าตัวเล็ก” คนมาใหม่พูดออกมายิ้มๆให้กับพ้อยแล้วหันไปมองน้องชายของตัวเองบนเวที

 

พ้อยมองโปรแกรมตาไม่กระพริบ เพราะรอยยิ้มของโปรแกรมสำหรับเค้าแล้วเป็นเหมือนเวทมนต์ที่สะกดทุกอย่างให้หยุดนิ่งได้ เค้าเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่โปรแกรมยิ้มให้ ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่ใบหน้าสวยหวานเกินผู้ชายหรืออาจจะมากกว่าผู้หญิงหลายคนด้วยซ้ำที่ดึงดูจนทำให้เค้าไม่สามารถละสายตาจากคนๆนี้ได้และเค้าก็เชื่อว่าไม่ใช่เค้าคนเดียวที่เป็นแบบนี้แต่ทุกคนที่ได้เห็นก็คงมีอาการไม่ต่างจากเค้าเหมือนกัน และก็ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่ทั้งนิสัยที่เข้ากับคนง่าย เฟรนลี่กับทุกคน ทำให้พ้อยรู้สึกชื่นชมและยกให้โปรแกรมเป็นไอดอลในใจไปแล้ว

เสียงเบสที่ยืนมองปฎิกิริยาของพ้อยก็รู้สึกหงุดหงิดที่เห็นพ้อยมองโปรแกรมตาไม่กระพริบจึงกระชากแขนพ้อยแล้วลากออกมายืนห่างๆจากโปรแกรม จนพ้อยโวยวายออกมาเพราะไม่เข้าใจการกระทำของเสียงเบส

 

“โอ๊ย! อะไรของมึงเนี่ย ปล่อยนะกูเจ็บ” พ้อยร้องออกมาเมื่อรับรู้ถึงแรงกระชากและแรงบีบที่ต้นแขน

 

“...” เสียงเบสไม่ตอบแต่พาพ้อยมายืนข้างๆเท็นเท็นซึ่งห่างจากโปรแกรมพอสมควร แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือแต่กลับเลื่อนมือไปจับมือของพ้อยไว้แทน

 

“ปล่อยดิวะ” พ้อยร้องบอกออกมาอย่างหงุดหงิด พยายามสะบัดมือออกแต่ก็ไม่หลุดจากการเกาะกุมของเสียงเบสซ้ำร้ายเสียงเบสยังจับแน่นกว่าเดิมอีกจนพ้อยหมดความพยายามปล่อยให้เสียงเบสจับอยู่งั้น

 

“ผัวเมียคู่นี้ทะเลาะไรกันอีกวะ” เท็นเท็นถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของเสียงเบสกับพ้อยที่ดูจะหงุดหงิดทั้งคู่

 

“ไม่รู้ ถามมันดูดิ อยู่ดีๆก็ลากกูมาเนี่ย” พ้อยพูอออกมาเสียงฟืดฟัด

 

“เป็นไรวะไอ้เบส” เท็นเท็นหันไปถามเพื่อนตัวเองอีกคนที่ยืนทำหน้าฟืดฟัดไม่ต่างกัน

 

“ก็เมื่อกี้ดิ มันไปคุยกับใครก็ไม่รู้ แล้วยังจะมองอย่างกับจะกินไอ้เวรนั้นเข้าไปอย่างงั้นแหละ” เสียงเบสพูดออกมาเสียงหงุดหงิด

 

“อ๋อ ที่แท้ก็หึงเมีย” เท็นเท็นพูดออกมาล้อๆ

 

“เออ!

 

“มึงเป็นบ้าหรอไอ้เบส หึงอะไรไม่เข้าท่า คนเมื่อกี้นะพี่ไอ้คีย์ พี่เค้าแค่เข้ามาทักกูเฉยๆ” พ้อยพูดบอกออกมาเอือมๆ เมื่อรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียงเบสทำท่าทางแบบนี้

 

“ไม่รู้โว้ย! ก็กูไม่ชอบให้มึงมองใครนิหว่ามองได้แค่กูคนเดียว” เสียงเบสโวยวายออกมา

 

“ถ้าอยากให้กูมองแค่มึง ก็หัดทำตัวให้หน้ามองดิ ชอบทำนิสัยแบบนี้ใครจะไปอยากมอง”

 

“นิสัยยังไง!” เสียงเบสพูดออกมาเสียงแข็ง

 

“ก็ไอ้นิสัยเอาแต่ใจ ไม่ฟังใคร ไม่มีเหตุผล เอาตัวเองเป็นใหญ่ ใช่แต่อารมณ์แบบนี้นะ ถึงกูจะยอมกลับมาคบกับมึงแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากูจะยอมรับนิสัยเดิมๆของมึงหรอกนะ” พ้อยร่ายยาวออกมา

“ถ้ามึงยังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง กูก็ไม่รู้หรอกนะว่าครั้งนี้กูจะทนมึงได้อีกนานแค่ไหน” พ้อยพูดบอกกับคนตัวสูงที่พึ่งกลับมาคบกันได้เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่เลิกกันไปเมื่อปีก่อน

 

“ถ้ากูเปลี่ยนได้มึงจะแต่งงานกับกูปะล่ะ”เสียงเบสพูดออกเสียงจริงจังจ้องหน้าพ้อยเขม็งอย่างต้องการคำตอบ จนพ้อยต้องหันหน้าไปทางอื่นเพราะอาการร้อนผะผ่าวที่หน้า

 

“ทำให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาพูด” พ้อยพูดออกมาไม่จริงจังนัก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าถ้าตอบแบบนี้ก็แปลว่าเค้ายอมรับข้อตกลงของเสียงเบสแล้ว

 

“ถือว่าตกลงแล้วนะ ถ้ากูทำได้ มึงต้องแต่งกับกู  จุ๊บ ” เสียงเบสพูดออกมายิ้มๆแล้วจุ๊บไปที่แก้มนิ่มของพ้อย ก่อนที่พ้อยจะพูดแก้ตัวออกมาได้ทัน

 

“ทำไรเกรงใจกูมั้งก็ได้นะ กูก็มีตัวตน” เท็นเท็นพูดขึ้นมาลอยๆ พอให้เพื่อนทั้งสองได้รู้ตัว ทำให้พ้อยหน้าขึ้นสีเพราะความเขินอายอย่างเป็นเห็นได้ชัด

 

 
 

...จุดจบของการมองข้าม จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้...

 

                “เพลงแรกก็จบลงไปแล้วนะครับ แต่ก่อนจะเริ่มเพลงต่อไปผมมีบางอย่างอยากจะบอกทุกคนในที่นี้ก่อน” ในระหว่างที่คีย์บอร์ดพูดกับผู้ชมก่อนที่จะเริ่มเล่นเพลงต่อไป โซนก็ลุกไปหยิบเอากีต้าโปร่งที่เอามาด้วยขึ้นมาสะพายแล้วก็มายืนแทนที่กีต้าส่วนกีต้าก็ไปนั่งประจำตำแหน่งของมือกล่อง

“ที่พวกเรามาวันนี้เพราะมีภารกิจต้องมาทำ มันสำคัญกับสมาชิกของเราคนหนึ่งมากครับ มากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตเค้าทั้งชีวิตได้เลย เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขอร้องให้ทุกคนอยู่ฟังเพลงต่อไปที่พวกเราจะเล่นก่อนจนกว่าจะจบ ผมขอแค่นี้ได้มั้ยครับ!!” คีย์บอร์ดถามความสมัคใจจากผู้ชมด้านหน้า

 

                “ได้!!!!!!!!!!!!” และทุกคนก็พร้อมใจกันตอบเสียงดังก้องหอประชุม

 

                “ขอบคุณครับ งั้นเรามาเริ่มฟังเพลงต่อไปกันเลยดีกว่า” พอพูดจบคีย์บอร์ดก็เดินถอยหลังให้โซนมายืนกลางเวทีแทนส่วนคีย์บอร์ดก็ไปยืนแทนที่โซน

 

                จากนั้นเสียงกีต้าโปร่งจากผู้ชายร่างสูงก็ดังขึ้น
 

จิ้มฟังกันได้เลย

“บอกตรงๆ ว่าฉันก็เสียใจ
ที่ทำให้เราต้องทะเลาะกัน
ไม่ว่าด้วยเหตุผลนั้นคืออะไร

                คนผิดคือฉันไม่ใช่เธอ
อย่าร้อง... อย่าร้องไห้เลยเธอ
หันหน้ามาคุยกันก่อน ดีไหม

                ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยอมหายโกรธ
ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยกโทษให้ฉัน
อย่าทรมานโดยการไม่มองหน้ากัน
นึกว่าสงสาร คนรักกัน ฉันขอโทษ”

สายตาของโซนกวาดมองไปทั่วหอประชุมจนไปหยุดที่เด็กผู้ชายร่างบางที่คุ้นตาและเป็นคนเดีนวกับคนที่ทำให้เค้าต้องมาร่วมงานในวันนี้


               “ไม่ตั้งใจจะ ทำร้ายเธอ
แต่ก็เผลอทำเธอร้องไห้
ฉันไม่ได้ความจริงๆ ที่รัก

               คนผิดคือฉันไม่ใช่เธอ
อย่าร้อง... อย่าร้องไห้เลยเธอ
หันหน้ามาคุยกันก่อน ดีไหม

                ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยอมหายโกรธ
ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยกโทษให้ฉัน
อย่าทรมานโดยการไม่มองหน้ากัน
นึกว่าสงสาร คนรักกัน ฉันขอโทษ”

โซนเริ่มเดินตามทางยาวกลางเวทีที่ยื้นออกมาข้างหน้าและเดินลงจากเวทีระหว่างทางผู้ชมที่ยืนเบียดกันก็แหวกทางให้เค้าตลอดทางที่ผ่าน โซนเดินมาจนมาหยุดตรงหน้าเด็กผู้ชายคนนั้น

               “นานานา นานาน้า นานานา นานานา

                ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยอมหายโกรธ
ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยกโทษให้ฉัน
อย่าทรมานโดยการไม่มองหน้ากัน
นึกว่าสงสาร คนรักกัน ฉันขอโทษ

                ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยอมหายโกรธ
ต้องทำอย่างไงเธอจึงจะยกโทษให้ฉัน
อย่าทรมานโดยการไม่มองหน้ากัน
นึกว่าสงสาร คนรักกัน ฉันขอโทษ

ฉันขอโทษ....”

 

“ทำอะไรบ้าอะไรของพี่เนี่ย ” มินพูดว่าออกมาไม่จริงจังนัก เบื่อนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะรู้ว่าตอนนี้หน้าของตนเองกำลังแดงมากแค่ไหน แต่ก็ยังพยายามปรับสีหน้าให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“ไม่ได้ทำบ้าครับ แค่มาง้อแฟน” โซนพูดออกมาติดประหม่า เพราะเค้าไม่เคยทำแบบนี้กับใคร นี้ถือเป็นครั้งแรกที่เค้ามาง้อคนอื่น

 

“แล้วทำอะไรผิดล่ะถึงต้องมาง้อ” มินพูดออกมาเสียงเรียบแต่ก็ยังไม่หันมามองหน้าโซน

 

“แอบนอกใจแฟนครับ เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ใจตัวเอง แต่ตอนนี้รู้แล้ว”

“ยกโทษให้พี่ได้มั้ยครับ” ร่างสูงพูดออกมาเสียงจริงจัง

 

“...”

 

“ยกโทษให้คนๆนี้ที่มันไม่เคยรู้อะไรเลย ยกโทษให้คนๆนี้ที่มันรู้ตัวช้า”

 

“...”

 

“ยกโทษให้คนๆนี้ที่มันเคยทำผิดพลาดมาหลายต่อหลายครั้ง จะไม่ขอให้เชื่อใจเหมือนเดิม แต่จะขอโอกาศให้คนๆนี้ได้ปรับปรุงตัว” 

 

“...”

 

“ได้มั้ยครับ ยกโทษให้ผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง ขอโอกาสให้มันได้ปรับปรุงตัวให้เป็นคนที่ดีกว่านี้ เพื่อมาบอกคำที่มันไม่เคยพูด”

 

“บอกอะไรละ” มินหันมามองหน้าโซนเมื่อฟังประโยคนั้นจบ อยากรู้โซนต้องการบอกอะไร มันจะเป็นคำเดียวกับที่เค้าอยากฟังมาตลอดหรือเปล่า

 

“พี่รักมินนะ” โซนพูอออกมาเสียงดังฟังชัด

 

                “ผมจะเชื่อพี่ได้แค่ไหนกัน” มินถามออกมาเสียงเบา แต่ก็โซนก็ยังได้ยินอยู่

 

                “พี่ไม่ขอให้เชื่อตอนนี้หรอก แต่พี่จะทำให้เราเห็น นะครับ” โซนพูดออกมาน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนเองจะทำให้ได้

               

“งั้นผมจะคอยดู” มินมองจ้องหน้าโซนอย่างจริงจังแล้วพูดออกมา โซนได้ยินดังนั้นจึงยิ้มกว้างออกมาทันที

 

                “ (^________^) “

 

                “ เอ่อ คุณเพื่อนครับ ง้อเสร็จแล้วก็กรุณเกลับเข้าที่ด้วยครับ พวกเรายังแสดงกันไม่จบนะครับ” คีย์บอร์ดพูดออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองทำภารกิจง้อแฟนสำเร็จ

               

                “ไปกัน” โซนพูดแล้วจูงมือมินขึ้นไปบนเวทีโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากมินเลยสักนิด

 

 
 

...จุดจบของความพยายาม จุดเริ่มต้นของความอดทน...

 

                “เพลงจากหนุ่มหล่อของเราก็จบลงไปแล้ว ต่อไปเราลองมาฟังเพลงจากผู้หญิงคนเดียวในวงของเราบ้างดีกว่าเนาะ พร้อมกันมั้ยครับทุกคน!!!” คีย์บอร์ดพูดขันหลังจากที่โซนขึ้นมาบนเวทีและกลับไปนั่งประจำที่มือกลองโดยมีมินยืนอยู่ข้างๆเรียบร้อยแล้ว

 

                “พร้อมแล้ววววว!” ทุกคนร้องตะโกนออกมาเสียงดังเป็นการตอบ

 

                จากนั้นสาวหล่อประจำวงก็เดินสะพายเบสมายืนตรงกลางเวทีแล้วเสียงเพลงก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

ลองฟังกันดูนะ

 

                “เห็นเธอดินมาไกลๆ ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
หน้าเธอสวยที่สุดเลย ท่ามกลางผู้คนมากมาย
สายตาเธอเป็นประกาย อย่างนางฟ้าอยู่ตรงนี้

                อยากจะมอง อยากจะมอง
อยากมอง ลึกเข้าไป
อยากจะรู้ในใจเธอนั้นคิดอะไร
เธอจะเหงา เธอจะเหงา
เธอจะเหงา เหมือนกันบ้างไหมเธอ

                แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน” กีต้าเดินจากตรงกลางเวทไปยืนข้างๆกับเปียโนที่เล่นคีย์บอร์ด ทำให้เกิดเสียงโหร้องแซวจากผู้ชมด้านล่างเพราะพวกเค้าต่างรู้ว่ากีต้าจีบเปียโนอยู่ ถึงเปียโนจะเป็นผู้ชายแต่ด้วยหน้าตาที่สวยน่ารักทำให้แฟนครับของพวกเค้าก็ตามเชียร์คู่นี้อยู่

                “ค่ำคืนที่ดูเดียวดาย ฉันรอก็กลัวจะสาย
อยากจะขอ เข้าไปทัก
ผู้คนก็เริ่มจางไป เวลาก็เริ่มหมดไป
หยุดไม่ไหว ใจดวงนี้

                เที่ยงคืนสิบห้านาที ฉันนั้นแค่อยากขอ

                แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน

                แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน

                แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน” กีต้าเดินไปยืนตรงหน้าของเปียโนเมื่อเพลงถึงท่อนสุดท้ายของเพลง ทำให้ตอนนี้สองคนนี้ยืนมองหน้ากันโดยมีเครื่องคีย์บอร์ดขวางอยู่ตรงกลาง

 

“เป็นแฟนกับผมนะ”

 

(O_O)” กีต้าพูดออกมาเมื่อเสียงเพลงจบลง ทำให้เปียโนชะงักค้างกลางอากาศเพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าขอกันตรงนี้

“ทำบ้าอะไรเนี่ย” ถามออกไปเมื่อตั้งสติได้

 

“ก็เคยบอกไม่ใช่หรอ ว่าถ้ากล้าขอก็กล้าให้น่ะ” กีต้าพูดบอกออกมาในสิ่งที่เปียโนเคยบอกเอาไว้ ว่าถ้ากล้าขอเป็นแฟนต่อหน้าคนเยอะๆถึงจะยอมเป็นแฟนด้วย และนี้ก็เป็นโอกาสดีที่กีต้าจะทำตามที่เปียโนเคยท้าเอาไว้

“นะครับ เป็นแฟนกันนะ” กีต้าพูดย้ำออกมา

 

“เอ่อ..” เปียโนทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไรดีได้แต่อ้ำๆอึ้งๆออกมา หันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะการมองหน้ากีต้ามันทำให้เค้าประหม่า

 

“ตกลงเลย” เสียงผู้ชมข้างล่างคนหนึ่งดังขึ้น จากนั้นทั้งหอประชุมก็ดังเป็นเสียงเชียร์ให้เปียโนตอบตกลง

“ตกลง! ตกลง! ตกลง!

 

“ว่าไงครับ” กีต้าพูดขึ้นมาเพื่อเร่งเอาคำตอบ ทำให้เปียโนยิ่งกดดันมากยิ่งข้น ยิ่งตอนนี้มีเสียงเชียร์จากผู้ชมด้านล่างยิ่งทำให้เค้ากดดัน ไม่ใช่ว่าเค้าไม่อยากเป็นแฟนกับกีต้า แต่เค้าแค่เขินจนไม่รู้จะตอบยังไงต่างหาก

 

“อืม” เปียโนตอบออกไปเสียงเบา ก้มหน้าที่ขึ้นสีแดงระรื่นเพราะความเขินอายลงมองคีย์บอร์ด

 

“ห๊ะ ว่าอะไรนะครับ” กีต้าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินยื้นหน้าเข้าไปใกล้กับหน้าเปียโน ทั้งที่จริงได้ยินเต็มสองหู

 

“อืม” เปียโนตอบออกมาเสียงดังกว่าเมื่อกี้แต่ก็ยังเบาอยู่ดี

 

“ว่าอะไรนะ” กีต้ายังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน จนเปียโนทนไม่ไหวเงยหน้าขันมาตะโกนใส่หน้ากีต้า

 

“ก็บอกว่าอืมไง อืมน่ะ อืมที่แปลว่าตกลงน่ะ ที่นี้ได้ยินหรือยัง” จบคำพูดของเปียโนเสียงโหแซวจากผู้ชมก็ยังขึ้นอีกครั้ง

 

“ (^_^)” ยิ้มจนหน้าบานแล้วเดินไปยืนข้างๆเปียโน แล้วกระซิบบอก

“ได้ยินแล้วครับ ได้ยินชัดเต็มสองหูเลย”

 

“เอาล่ะครับ ก็จบไปแล้วกับเซอร์ไพรส์ของพวกเรา ตอนนี้เวลาของพวกเราก็หมดลงแล้วคงต้องขอจบการแสดงของพวกเราในวันนี้ลงเท่านี้ หวังว่าวันนี้พวกเราจะทำให้พวกคุณมีความสุขนะครับ ขอบคุณสำหรับคนที่อยู่ดูพวกเราจนจบ แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า สำหรับวันนี้” คีย์บอร์ดพูดปิดท้ายก่อนที่จะลงจากเวที และทุกคนบนเวทีก็กล่าวขอบคุณแล้วโค้งให้ผู้ชมพร้อมกัน

“ขอบคุณคร้าบบบ!

 
 

 

...จุดจบของความเกลียดชัง จุดเริ่มต้นของการปกป้องหัวใจ...

 

                “พี่แกรมมมมมมมม” คีย์บอร์ดร้องเรียกชื่อพี่ชายสุดที่รักหลังจากวิ่งลงมาจากเวทีแล้วเห็นว่าโปรแกรม

                “น้องคีย์นึกว่าพี่แกรมจะไม่มาซะแล้ว” คีย์บอร์ดพูดออกมาเสียงอ้อนๆ

 

                “จะไม่มาได้ไงครับ น้องพี่แข่งทั้งคน”

 

                “โหย พี่แกรมทำป็นพูดไป ผมก็เห็นพี่ไปทุกงานที่มันแข่งน่ะแหละ” พ้อยพูดออกมาเมื่อเดินมาถึงคีย์บอร์ดที่ยืนอยู่กับโปรแกรม แล้วคนที่เหลือก็ตามมารวมกลุ่ม คีย์บอร์ดจึงแนะนำมินให้พวกพ้อยได้รู้จัก

 

                “เฮ้ยๆ เอางี้มั้ย ถ้าวันนี้พวกกูชนะไปฉลองกัน เดี๋ยวกูเลี้ยง” คีย์บอร์ดเสนอความคิด

 

                “แล้วถ้าพวกกูชนะล่ะ” พ้อยแย้งขึ้น

 

                “พวกมึงก็เลี้ยงพวกกูไง” คีย์บอร์ดตอบ

 

                “แล้วถ้าแพ้ทังสองละ” กีต้าแทรกขึ้นบ้าง

 

                “ก็ฉลองย้อมใจที่แพ้ไง (^_^) ” คีย์บอร์ดออกมายิ้มๆ

 

                “สรุปคือยังไงก็จะแดกว่างั้น” พ้อยถามเอือมๆ คีย์บอร์ดพยักหน้ารัว

 

                เสียงคุยกันกับเสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างสนุกสนานในกลุ่มของเท็นเท็น แต่เท็นเท็นกลับไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เค้ากำลังยืนจ้องหน้ากับผู้ชายร่าบางที่ยืนอยู่ด้านหลังของโปรแกรม คนที่ยืนจ้องเค้ามาได้สักพักจนเค้ารู้สึกตัวหันกลับไปจ้องคืนบ้างแต่ร่างบางนั้นกลับไม่ได้หลบสายตาเค้าเลยแม้นแต่น้อยยังยืนมองอยู่อย่างนั้นด้วยสายตาที่ราบเรียบเหมือนกับต้องการจำหน้าเค้าไว้ให้ได้แม้นที่สุด จนกรทั้งมีผู้ชายร่างสูงเดินเข้ามาสะกิดจึงทำให้เด็กผู้ชายคนนั้นละสายตาจากเค้าแล้วหันไปยิ้มให้กับคนที่เข้ามาสะกิดก่อนที่จะพากันเดินออกไป เท็นเท็นยังคงมองไปยังที่เดิมที่เด็กคนนั้นเคยยืนเค้าสงสัยว่าเคยรู้จักกับเด็กคนนั้นหรอแต่ทำไม่เค้าถึงจำไม่ได้ แล้วเค้าเคยไปทำอะไรให้หรือเปล่าถึงได้มายืนจ้องหน้าเค้าแบบนั้น

                ‘น่าสนใจดีนี้ เจอกันคราวหน้าฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายเป็นใครเท็นเท็นพูดกับตัวเองในใจ ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนในกลุ่ม


TBC___________________________.




ในที่สุดตอนที่สามของเราก็ได้ลงสักที่

กว่าจะได้ลงเล่นเอาซะหอบเลย(เกี่ยวไรกัน)

ต้องขอโทษทุกคนด้วยที่ไรมาลงช้า(มากกกกกกกกกกกกก)

พึ่งได้มาแต่งต่อแบบจริงๆจังก็เมื่อวานนี้เอง

แต่ตอนนี้จะยาวเป็นพิเศษ เพราะไรไม่ได้พิมพ์มาหลายวันเลยเก็บกด

พิมพ์ไปพิมพ์มาปาไปสิบกว่าหน้า^^

พิมพ์ผิดยังไงก็เม้นบอกหน่อยแล้วกันน่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #66 KiHaE*129 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 04:44
    ชอบๆๆๆ
    ฟา
    คนอื่นเค้าก็คบกันไปหมดล่ะ
    ก็ขอคีย์คบบ้างอะไรบ้าง
    #66
    0
  2. #56 Lo 18 N.f (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 21:01
    โอ้ยย สนุกๆๆๆ อัพไวๆนะคะ ♥ รักคนเขียนนะ จุ้บๆๆๆ >_♡
    #56
    0
  3. #11 jefindy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 16:53
    สงกะสัยว่า กีต้าจะลุกเปียโนยังไง =.,=
    มาต่อเร็วๆ นะคะไรท์ รออยู่ๆๆๆๆ
    #11
    0