[Yaoi]Mr love.my friends.ไอ้คุณเพื่อนครับ ผมรักคุณได้มั้ย?

ตอนที่ 4 : Mr love.my friends. 2 : Known.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.ย. 56

Mr love.my friends.

02 : Known.

        รู้จักกันสักที

 




 

เมื่อคุณคือคนที่ “ใช่” ของกันและกัน

โลกมันจะ “เหวี่ยง” พวกคุณให้มาเจอกัน

โดยที่พวกคุณไม่ต้องเหนื่อยวิ่งตามหากันเลย




 

[Pharaoh  part]

 

 

                วันนี้ที่โรงเรียนผมจัดงานโรงเรียนครับ คนเลยพลุกพล่านเป็นพิเศษเพราะทางโรงเรียนเปิดให้คนภายนอกเข้าร่วมงานด้วยที่จริงก็จัดตั้งแต่วันจันทร์แล้วล่ะ วันนี้ก็วันศุกร์วันสุดท้ายของงานคนเลยเยอะกว่าวันที่ผ่านๆมาเพราะมีการจัดการแข่งขันประกวดวงดนตรีซึ่งวงของผมก็ลงประกวดด้วยนี่ก็พึ่งจะแสดงเสร็จไปเมื่อกี้นี้เอง ตอนนี้ผมเลยได้มานั่งพักมองรูปคนในโทรศัพท์ของตัวเองอยู่ข้างเวทีที่ทางโรงเรียนจัดให้นักดนตรีที่มาสมัคได้นั่งพักเตรียมตัวก่อนขึ้นแสดงและหลังแสดงเสร็จ ระหว่างรอไอ้เสียงเบส ไอ้พ้อย แล้วก็ไอ้เท็นเท็น ยืนเถียงกันว่าไปไหนกันต่อแล้วตอนบ่ายค่อยกลับมาฟังผลประกาศเพราะเค้าจะให้วงที่ชนะแสดงต่อจนกว่างานจะเลิก ที่จริงก็เหลืออีกไม่กี่วงหรอกครับ แต่พวกผมขี้เกียจรอเลยกะว่าจะไปหาอะไรทำกันก่อนแล้วค่อยกลับมาฟังผลเอา

 

                “ว่าไงครับไอ้เด็กข้างบ้าน มาทำไรแถวนี้วะ” ผมได้ยิงเสียงไอ้พ้อยทักใครสักคนจึงเงิยหน้าขึ้นไปดูแต่แล้วผมก็ต้องค้างอยู่กับที่เมื่อคนในรูปที่ผมมองในโทรศัพท์ตอนนี้กำลังยืนกอดคอไอ้พ้อยอยู่ตรงหน้าห่างจากผมไม่ถึงเมตร

 

                ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

                “มาให้หมามันถามวะ” เสียงใส่เปล่งออกมายิ่งทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะหนักว่าเดิมอีก

 

                “กวนตีนมากครับคุณมึง เอาดีๆ อย่ากวนตีน” ฟังจากบทสนทนาก็พอรู้ได้ว่าสองคนนี้สนิทกันมากแค่ไหน แต่ทำไมผมถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยละ

 

                “มาแข่ง”

 

                “แข่งอะไร? อย่าบอกนะว่าวงมึงลงแข่งอะ” ไอ้พ้อยถามกลับเสียงเครียดหน้าเครียด

 

                “อ้าฮะ” แต่คนที่ยืนกอดคอมันอยู่กลับตอบออกมาเสียงใสแล้วยังยิ้มแป้นจนตาหยี

 

                “เซ็งวะ ทำไมไม่บอกก่อนวะ กูจะได้ไม่ลงแข่งให้เสียเวลา” 

 

“อ้าว พูดงี้หมายความว่าไงวะไอ้พ้อย” ไอ้เท็นเท็นถามขึ้น เออใช่หมายความว่าไง ผมก็อยากรู้

 

“ก็วงไอ้เหี้ยเนี่ยดิ ลงแข่งด้วย”

 

“แล้วไงวะ” ไอ้เสียงเบสถามออกมาบ้าง

 

“เออ แล้วไง” ผมช่วยเสริมทัพไอ้เสียงเบสอีกแรง สงสัยครับสงสัยลงแข่งด้วยแล้วไง

 

“มึงเคยได้ยินวงที่ชื่อ NO NAME ปะ” ไอ้พ้อยหันมาถาม พวกผมสามคนพวกจึงพร้อมใจกันพยักหน้า

 

“ไอ้วงที่เค้าว่ากันว่ากวาดทุกงานที่ลงแข่งนั้นอะนะ” ไอ้เท็นเท็นถามกลับ

 

“เออ”

 

“แล้วไงวะ” ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

 

“ก็นั้นน่ะ วงพวกมัน” ไอ้พ้อยว่าพลางพยักพเยิดหน้าไปทางคนที่กอดคออยู่ทำให้จมูกของไอ้พ้อยไปโดยหน้าของคนที่กอดคอมันอยู่พอดี (แอบเห็นไอ้เสียงเบสคิ้วกระตุก)

 

“อะแฮ่ม!” เสียงไอ้เสียงเบสอะแฮ่มออกมาเป็นการเตือนไอ้พ้อยให้มันรู้ตัว (แหมหวงเมียจริงนะมึง) และเหมือนไอ้พ้อยมันจะรู้ตัวเลยแกะมือคนที่กอดคอมันออกแต่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ส่วนคนที่ถูกแกะมือออกก็ทำหน้างงแต่พอหันมาเห็นหน้าไอ้เสียงเบสก็ยิ้มกริ่มออกมาทันที

 

“แล้วมึงไม่คิดจะแนะนำเพื่อนมึงให้พวกกูรู้จักหรอ” ไอ้สียงเบสถามอีกเป็นคำถามที่ดีมากเพื่อนเพราะกูก็อยากรู้จัก

 

อยากรู้จักมาก อยากรู้จักมาตลอด แต่ก็ไม่เคยกล้าที่จะเข้าไปทักสักที พวกคุณคงจะทึ่งละสิที่ผมแอบมองเค้ามาจะห้าปีอยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยเข้าไปทำความรู้จัก ไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามนะ แต่ทุกครั้งที่ผมคิดจะเข้าไปทัก คำถามมากมายก็ผุดขึ้นในหัวผม ผมไม่รู้ว่าจะเข้าไปทักเค้ายังไง จะให้ผมถามว่า นายๆ จำเราได้หรือเปล่าคนที่นานเคยขอความรักน่ะ อย่างนั้นนะหรอแล้วถ้าเค้าบอกว่า จำไม่ได้ หรือ อ้อ วันนั้นเราแค่ทำเล่นๆไม่คิดว่านายจะคิดจริงๆ หรืออะไรประมาณนี้แล้วผมจะทำยังไงต่อล่ะพอคิดแบบนี้ผมก็ไม่กล้าเข้าไปทักทุกทีสุดท้ายก็ทำได้แค่แอบมองอยู่เหมือนเดิม

 

“เออวะโทษที ไอ้นี้ชื่อคีย์บอร์ด เด็กข้างบ้านกูเรียนอยู่ฝั่งตรงข้าม” ไอ้พ้อยแนะนำคีย์บอร์ดให้พวกผมรู้จัก ชื่อ คีย์บอร์ด หรอกหรอ ได้รู้ชื่อสักที ผมขอสาระภาพเลยว่าผมไม่เคยรู้ชื่อเต็มๆของเค้ามาก่อนเคยได้ยินเพื่อนเค้าเรียกแต่คีย์ แต่ที่บอกว่าเด็กข้างบ้านก็แปลว่าเป็นเพื่อนบ้านกันนะสิ แล้วทำไมผมถึงไม่รู้วะ ไปบ้านไอ้พ้อยก็ออกจะบ่อยแต่กลับไม่เคยเจอ หึ โชคชะตาเล่นตลกชะมัดอยู่ใกล้กันแค่นี้แต่กลับไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

“เรียก คีย์ ก็ได้” คีย์บอร์ดบอกออกมายิ้มๆ

 

ตึกตักๆๆ

 แม้ง! ยิ่งยิ้มยิ่งน่ารักแถมยังได้เห็นในระยะใกล้ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ กรรมแค่นี้หัวใจผมก็ไม่เป็นจังหวะแล้ว แล้วได้หัวใจบ้านี้ก็เต้นอย่างกับมีคนตีแทนกลอง

 

“ไอ้นี้ชื่อ เท็นเท็น ” ไอ้พ้อยพูดพลางพยักพเยิดหน้าไปทางไอ้เท็นเท็นที่ยืนอยู่ข้างไอ้เสียงเบส

 

“เรียกเท็นเฉยๆได้ปะวะ”

 

“แล้วแต่มึงเถอะ”

 

“ส่วนที่ยืนอยู่ข้างไอ้เท็นชื่อ เสียงเบส ”

 

“สามีมึงใช่ปะ” คีย์บอร์ดว่ายิ้มๆ

 

ป้าบ!

“โอ๊ย! ตบมาได้ สมองกูเสื่อมทำไง” คีย์บอร์ดร้องออกมาพลางทำปากเบ้ใส่ไอ้พ้อย ยกมือขึ้นลูบหัวตรงที่โดนไอ้พ้อยตบไปเมื่อกี้ ฟังจากเสียงแล้วท่าทางจะเจ็บหน้าดู

 

“หึๆ” แต่ไอ้คนที่ถูกกล่าวถึงกลับหัวเราะในคอและยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ไอ้พ้อยเลยหันไปเหลือกตาใส่แล้วตะโกนใส่หน้าไอ้เสียงเบสเสียงเขียว

 

“ยิ้มทำเหี้ยอะไรมึง!” แต่ไอ้เสียงเบสก็ยังไม่ยอมหุบยิ้ม (ชักบ้าแล้วมึง)

 

“กูเรียกเบสนะ”

 

“เออ”

 

“แล้วไอ้นี่อะ” คีย์บอร์ดว่าพลางชี้มือมาทางผม ทำให้ผมสำนึกขึ้นมาได้ว่ากำลังถือโทรศัพท์ที่มีรูปของมันโชว์หลาอยู่เลยรีบเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อทันที เกือบไปแล้วกู

 

“มันชื่อ ฟาโรห์ ” ไอ้เสียงเบสเลยบอกชื่อผมออกมาแถมยังยิ้มกริ่มอีก ก็แน่ละสิมันรู้เรื่องของผมนิ รู้ตั้งแต่ที่ผมเจอคีย์บอร์ดครั้งแรก และก็เรื่องที่ผมตามดูคีย์บอร์ดมาตลอดห้าปีด้วย และก็เพราะไอ้เรื่องนี้อีกนั้นแหละที่มันชอบเอามาล้อผมว่าผมไม่มีน้ำยา แค่จะเข้าไปทำความรู้จักยังไม่กล้า

 

“งั้นกูเรียกฟานะ” คีย์บอร์ดว่าออกมายิ้มๆ

 

“อืม” ผมตอบสั้นๆทำหน้านิ่งๆไว้ก่อน ตอนนี้ไม่รู้เลยจริงๆว่าผมควรทำหน้ายังไง มันเกร็งจนทำอะไรไม่ถูก คุณเคยเป็นมั้ยครับเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่เราชอบนะ มันจะเกร็งจนทำอะไรไม่ถูกรู้สึกเหมือนคนทั้งโลกกำลังจ้องมองคุณอยู่ (เว่อร์ไปละ:ไรเตอร์)  เอ๊ะ!ผมชอบคีย์บอร์ดหรอ? ผมไปชอบมันตอนไหน? ตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

 

“แล้วทำไมพวกกูไม่เคยเจอมันวะ” ไอ้เสียงเบสหันไปถามไอ้พ้อย ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ไปบ้านไอ้พ้อยออกบ่อย(โดนไอ้เสียงเบสมันลากไปด้วย)

 

“แล้วพวกมึงไปบ้านกูตอนไหนบ้างละ ไม่เมาก็เกือบเช้ามันคงจะยืนรอทำความรู้จักพวกมึงหรอก”

 

“ก็จริงของมึง” ไอ้เท็นเท็นว่าออกมา

 

“ไอ้คีย์อย่าลืมโทร” ผมหันไปมองตามเสียงที่เรียกคีย์บอร์ดก็เห็นผู้ชายสองคนส่วนอีกคนไม่แน่ใจว่าผู้ชายหรือผู้หญิงแต่เท่าที่มองแล้วน่าจะเป็นผู้ชายมากว่าเพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนจะหน้าอกแบนจนไม่มีแบบนี้นอกเสียจากว่าไปตัดมาแล้ว (เปล่าหื่นนะครับอย่าเข้าใจผิด เค้าแค่เรียกว่าช่างสังเกต)(หรอออออ:ไรเตอร์) ยืนอยู่ข้างๆคีย์บอร์ดแล้ว ผู้ชายที่สูงที่สุดในสามคนพูดพลางทำสีหน้าหงุดหงิดใส่คีย์บอร์ด เค้าสะพายกีต้าโปร่งสีดำมาด้วย ส่วนคนที่ยืนถัดไปป็นผู้ชาย(มั้ง)ตัวเล็กๆหน้าตาออกหวานๆ (สเปคไอ้เท็นเท็นเลยนะนั้น) กำลังส่งยิ้มให้ไอ้เท็นเท็น ไอ้เท็นเท็นก็ยิ้มตอบ สองคนั้นยิ้มให้กันจนผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆผู้ชายตัวเล็กๆดึงให้ร่างบางมายืนข้างหลังแล้วตัวเองมายืนจ้องหน้าไอ้เท็นเท็นเขม็งแทน เกิดสงครามเย็นขึ้นระหว่างสองคนนี้แต่ไม่มีใครสนใจ สงสัยคนนี้ไอ้เท็นเท็นจะแห้วเพราะเจ้าของเค้าหวง (แอบสะใจ)

 

“เออๆ ไม่ลืมหรอกน่า” คีย์บอร์ดพูดกับผู้ชายร่างสูงแล้วหันมาพูดกับพวกผม “พวกมึง นี้ไอ้โซนเพื่อนกู” คีย์บอร์ดพูดพลางชี้นิ้วโป้งไปทางผู้ชายตัวสูงข้างๆแล้วเรียงไปทีละคน “ส่วนนี้น้องเปียโน นั้นไอ้กีต้า” หลังจากนั้นก็แนะนำพวกผมให้สามคนนั้นรู้จักก่อนจะขอไปโทรศัพท์สักพักก็เดินกลับมา 

 

“แล้วพวกมึงจะขึ้นแสดงตอนไหน?” พอคีย์บอร์ดเดินมาถึงไอ้พ้อยก็หันไปถามทันที

 

“วงนี้จบ พวกกูก็ขึ้นแล้ว”

 

“ขอให้นักดนตรีวงต่อไปมาเตรียมตัววยด้คะ” พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงพิธิกรก็ประกาศให้นักดนตรีวงต่อไปไปเตรียมตัวข้างเวทีเพื่อทำขึ้นแสดง

 

“งั้นพวกกูไปก่อนนะ เค้าเรียกแล้ว” คีย์บอร์ดหันมาบอกพวกผมหลังจากได้ยินเสียงประกาศพูดจบก่อนที่พวกคีย์บอร์ดจะเดินไปเตรียมตัวกันข้างเวทีทันที

 

“กูนึกว่าชาตินี้มึงจะไม่ได้ทำความรู้จักเค้าซะแล้ว” หลังจากที่พวกคีย์บอร์ดเดินออกไปแล้วไอ้เสียงเบสก็พูดเยาะเย้ยผมขึ้นมาทันทีทั้งๆที่สายตามันไม่ได้มองมาที่ผมแต่กลับมองไปทางคนๆนั้นซึ่งไม่ต่างจากผมที่มองตามหลังเค้าอย่างไม่ว่างตา ผมเป็นอย่างนี้ตลอดมองเค้าจนเค้าเดินไปจนลับสายตาถึงจะยอมหันหน้าไปทางอื่นแต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักครั้งที่ได้ทำแบบนี้ถึงแม้นจะทำได้แค่มองอยู่ข้างหลังมาตลอดก็เถอะ แต่ก็จริงของมันนะ ผมเองก็นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้ทำความรู้จักกับเค้าซะแล้ว คีย์บอร์ด

 

“ก็จริงของมึง” ผมตอบสั้นๆแต่ก็ไม่ได่หันหน้าไปมองมัน

 

“ไหนๆก็รู้จักกันแล้วมึงไม่คิดจะรุกเค้าหน่อยหรอวะแอบมองเค้ามาตั้งห้าปีน่ะ” ผมไม่ตอบและก็ไม่ได้หันไปมองมันด้วย จนไอ้เสียงเบสถามคำถามออกมาอีกมันเป็นคำถามที่ทำให้ผมต้องหันไปมองหน้ามัน “มึงชอบมันหรอวะ” นั้นสิ ผมชอบคีย์บอร์ดหรอ? ผมก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน

 

“ไม่รู้วะ กูไม่แน่ใจ” ผมหันกลับมามองทางร่างบางของคีย์บอร์ดที่ตอนนี้ยืนประจำที่เรียบร้อยแล้ว ที่ผมตอบไม่รู้เพราะผมไม่รู้จริงๆว่าผมชอบคีย์บอร์ดหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆผมคงไม่ได้แค่หลงมันหรอกเพราะคงไม่มีใครที่จะหลงคนๆหนึ่งได้นานเป็นปีๆหรอกคุณว่าจริงมั้ย แต่ที่ผมไม่แน่ใจคือผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ผมแค่ชอบหรือว่ารักคีย์บอร์ดไปแล้วต่างหาก

ผมเคยได้ยินมาว่า คนเราจะหลงหรือชอบใครได้เต็มที่แค่สี่เดือน เกินกว่านั้น มันคือ...“ความรัก”... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจริงหรือเปล่าผมรู้แค่ว่าแค่ผมเห็นเค้ายิ้ม เห็นเค้าหัวเราะ ผมก็มีความสุขแล้ว อย่างนี้เค้าเรียกว่ารักหรือเปล่าละ ถ้าใช่ผมก็คงรักคีย์บอร์ดไปแล้ว แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงต่อไปทำยังไงละ ผมจะสามารถเก็บอาการพวกนี้ได้นานแค่ไหนกัน หรือ ผมควรสาระภาพกับมันไป แต่ถ้าผมสาระภาพไปแล้วแล้วผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงกับที่ผมหวังผมควรทำยังไงละ คำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้ผมไม่อยากคิดอะไรไปมากกว่านี้



...แค่นี้

...แค่ได้รู้จักกัน

...แค่ได้เป็นเพื่อนกัน

...แค่ได้เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว

 

 

แต่...

ผมต้องการแค่นี้ จริงๆน่ะหรอ?...

ผมต้องการแค่คนรู้จักกับเค้า แค่นี้ จริงๆน่ะหรอ?...   

ผมต้องการเป็นแค่เพื่อนเค้า แค่นี้ จริงๆน่ะหรอ?...

                                                                                                                      

...คำถามที่ผมเองก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้...                   

 

 

 [Pharaoh  End]


 




ครบ ครบ ครบ แล้วครับ ตอนที่สองไร

ช้าไปหน่อยไมว่ากันนะ (ไม่หน่อยหรอกยะ ช้ามากกกกก)

นักอ่านยังไม่หายไปหมดใช่มั้ยยยย!!!!!!!!

ตอบอีไรมันหน่อย 



ช่วงนี้ใกล้สอบไรมันเลยหายหัวไปเลย

ที่วันนี้มาอัพให้ได้นั้น เนื่องจากน้องน้ำมาเยือนบ้านไร

( ที่จริงน้องน้ำแค่ท่วมถนนทางไปโรงเรียนแค่นั้นแหละ

โรงเรียนเลยสั่งหยุดนะ )

ก็นะ แต่ก็อัพแล้วๆ เรื่องอื่นอย่าไปสนใจ

ส่วนตอนต่อไป ยังบอกแน่นอนไมได้ อาจจะเป็นหลังสอบเสร็จ

แต่จะมาเจิมให้ก่อน แล้วค่อยหายหัวไป

OK นะ รีดดอร์ทุกคน




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #65 KiHaE*129 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 04:30
    ฟารุกเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #65
    0
  2. #10 jefindy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 16:37
    มันคือความรักแล้ววววว~~!! ><
    #10
    0