DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 21 : Ch 20 - ว่าด้วยเกียร์ภาค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    12 เม.ย. 58


20

 

 

 

 

คุณเคยมีความรู้สึกเหมือนเป็นคนร้ายที่ถูกจับได้ไหมครับ?

ไอ้ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าไปขโมยขนมมันกินรึไงถึงได้มานั่งล้อมจ้องหน้าให้ผมคายเอาขนมที่ว่านั่นออกมาจากปาก

 

ไอ้ซั๊ซซซซซ ทำแบบนี้เอาส้อมในมือมึงมาทิ่มกูเลยมา!!!

 

 

“นั่งมองหน้ากูทำไมกันวะ จะกินไหมเนี่ยข้าวเนี่ย” ผมเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่ทนไม่ไหว เพราะหลังจากที่แยกตัวไปหาอะไรมากินในโรงอาหารก็ดันมาเจอเพื่อนที่นั่งรออยู่ก่อน ล้อมวงกันจ้องหน้าแบบไม่มีใครยอมกินข้าวก่อน และไม่มีใครพูดขึ้นมาก่อนสักคน

 

งงนะเว้ยเนี่ย!

 

“ไอ้โช มึงจัดดิ” และเมื่อเห็นผมโวยวายไอ้เติร์กก็ยกศอกสะกิดให้ไอ้เรโชมันเป็นคนเปิดประเด็น

 

“อะไรวะ อยากรู้ด้วยกันแล้วทำไมให้กูพูดคนเดียวเนี่ย” เรโชโวยวายครับ มันฮึดฮัดใส่เพื่อนเล็กน้อย และผมเองก็มองมันสองคนสลับกันไปมา

 

“อะไรของพวกมึงวะ รีบๆ พูดกูจะได้กินก๋วยเตี๋ยวสักที แม่มจะอืดหมดหละ!

 

 

“เออๆๆๆๆ กูก็ได้พวกมึงนี่แม่มมมมมม” และไม่ทันที่ผมจะได้ก้มหน้าคลุกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เข้ากับเครื่องปรุงที่ปรุงมาพอดีไอ้เรโชก็โวยวายขึ้นมาเสียงดังเรียกให้เงยหน้าไปมองมันอีกครั้ง

 

“อะไร?”

 

“คืองี้...พวกกูสงสัย”

 

“สงสัยกู?”

 

“เออ สงสัยมึงนั่นแหละ”

 

“ทำไมวะ?”

 

“กูไม่อ้อมค้อมหละนะ”

 

“ลีลาจริงมึง”

 

“มึงกับพี่โมนี่ขั้นไหนหละ!

 

“........”

 

ผมเงยหน้ามองเพื่อนๆ ที่เหลือในกลุ่มด้วยสีหน้าแบบคนถูกฮุกด้วยหมัด ตาเหลือก และหัวใจแม่มดันเต้นแรงขึ้นมาเรื่อยๆ ไอ้สายตาอยากรู้อยากเห็นจากเพื่อนที่เหลือก็ดันมุ่งตรงมาทางผมอย่างคนต้องการคำตอบ มีแต่ไอ้พอลคนเดียวหละมั้งที่เบ้ปากกับคำถามนั้นหน่อยๆ แล้วก้มลงดูดโค้กกระป๋องในมือมันแบบไม่ค่อยอยากฟังเท่าไอ้สามตัวที่เหลือเลย

 

“คำถามมึงเชี่ยมาไอ้โช” ผมตอบกลับไปพร้อมส่ายหน้าแรงให้พวกมันไปหนึ่งที

 

“โหยยยยมึง กูอยากรู้นี่หว่าพี่เค้ารุกมึงเอาๆ  ถึงขั้นให้ใส่ชงใส่ชอป นี่ถามจริงมึงได้เกียร์เค้ามายัง?” นี่เสียงไอ้เติร์กครับมันพ่นออกมาจนผมอยากเอาตะเกียบในมือยัดปากมันมาก เพราะตอนนี้คนในโรงอาหารต่างมองมาที่กลุ่มเราที่ส่งเสียดัง และไอ้เรื่องที่ผมเอาชอปมาคืนพี่โมที่โรงยิมเมื่อวันเสาร์ก็แพร่ไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเห็บหมากระโดดขึ้นหัวอีกเอาสิ!

 

“นี่กูบอกพวกมึงไปแล้วป้ะว่าวันนั้นฝนมันตกเว้ย พี่เค้าให้กูยืมคลุมหัวกันฝน” เถียงครับ งานนี้ต้องเถียงเพราะไม่เถียงเดี๋ยวพวกมันจะคิดเองเออเองเสียหายไปสามบ้านแปดบ้านพอดี คนหน้าตาดีอย่างผมจะไม่มีผู้หญิงมาเหลียวแลหมดแล้วโว้ย

 

“ฮู้วววววว อย่างกับหนังเกาหลีสาสสส พระเอกยกเสื้อให้นางเอกคลุมกันฝน  มึงนี่มันง่ายจริงๆ  พอพี่เค้ายื่นเสื้อให้ก็รับมาแบบไม่คิดเลยรึไง?” นี่ไอ้โชครับ ปากร้ายๆ หมาๆ แบบนี้ยี่ห้อเครดิตเรโชคนเดียว

 

“เกาหลีหน้ามึงดิ ทำไมกูไม่รู้เว้ยเรื่องชอปบ้าบอนั่นความหมายมันคือไรกูไม่สนใจ ไม่ได้รู้สึกอะไรเข้าใจป้ะ?”

 

“ไม่รู้สึกอะไรจริงดิมึง?” ไอ้เบลที่นั่งเงียบอยู่นานก็แทรกถามขึ้นมา ฮรึกกกก น้องพีชไม่เข้าใจ เพื่อนเบลหนึ่งเดียวที่น้องพีชไว้ใจทำไมสงสัยในตัวพีชได้หละครับ!

 

“ไม่เว้ย! พวกมึงนี่คิดไรผู้ชายแมนๆ เต๊าะกันขำๆ นะกูว่า” ผมส่ายหน้าตอบคำถามนั้นพร้อมกับเพื่อนๆ พากันร้องอ๋อ และพยักหน้าตามแบบกวนอวัยวะเบื้องล่าง

 

“หึหึ แล้วมึงได้เกียร์จากพี่เค้ายัง?”

 

“ได้ก็แปลกสิมึง มึงก็รู้ว่าพี่เค้าเคยมีแฟนป้ะวะ เกียร์ก็ต้องอยู่กับพี่คนที่เป็นแฟนเค้าดิ” ผมตอบออกไปแบบไม่รอให้มันถามอีกหละ ตอนนี้เอาตะเกียบคีบเส้นเล็กที่อืดพองอย่างสวยงามเข้าปากด้วยความหิว พวกนี้ก็ร่ำไรเดี๋ยวขึ้นไปเรียนไม่ทันอย่ามาโทษพิชญ์พลนะเฮ้ย!

 

“มึงพูดอย่างกับพี่เค้ายังไม่เลิกกัน เลิกกันแล้วก็ต้องคืนเกียร์กันป้ะวะ จะเก็บไว้ทำไม” ไอ้เติร์กเริ่มทำหน้าคิดพร้อมกับพูดชวนให้เพื่อนคนอื่นๆ คิดตาม ประเด็นคือทำไมผมต้องคิดตามพวกมันด้วยหละเนี่ย!

 

แถมไอ้ภาพความทรงจำวันที่พี่โมมันไปรับกล่องของคืนจากพี่แพรที่ใต้ตึกวิศวะวันนั้นก็ดันผุดขึ้นมาในสมองเหมือนถูกตั้งโปรแกรมอัตโนมัติไว้

 

ฮึ๊ยยยยยยยยยยยยยยย

แล้วในกล่องนั้นจะมีเกียรรุ่นพี่ป่าววะ?

 

 

เฮ้ยๆๆๆๆๆๆๆ สงสัยทำไมวะไอ้พีช!!!!

 

“พวกมึงนี่ ไปอยากรู้เรื่องของพี่เค้าทำไมวะ?”

จุดนี้ผมอยากหันไปจูบแก้มไอ้พอลเพื่อนเลิฟแรงๆ สักหลายๆ ทีหลังจากที่มันพูดขึ้นมา จัดว่าทำดี

 

“โหยย ไม่ได้อยากรู้เรื่องของพี่เค้าเว้ย พวกกูอยากรู้เรื่องเพื่อนกูเนี่ยว่า ความสัมพันธ์กับพี่เค้าเป็นยังไง เห็นไปกินข้าวเย็นด้วย เอาชอปมาให้เป็นใครไม่สงสัยวะ” ไอ้โชหันไปเถียงไอ้พอลขณะที่ผมรีบก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวเพื่อหลีกหนีจากบทสนทนาครั้งนี้

 

“ว่าแต่ กูถามมึงจริงๆ โดนพี่เค้าเต๊าะขนาดนี้ไม่คิดอะไรกับพี่เค้าจริงๆ ดิ?” ไอ้เติร์กแม่มยังไม่เลิกครับ ยังคงเซ้าซี้ถามต่อจนผมเริ่มไปไม่ถูกหละ ไม่รู้จะต้องตอบคำถามยังไง ไอ้รู้สึกมันก็รู้สึกหละ แต่แบบมันน่าปลื้มหรอวะที่มีผู้ชายเหมือนๆ กันมาจีบแบบนี้

 

“ไม่อ่ะ กูไม่รู้สึกอะไรเลย” ผมตอบออกไปทั้งๆ ที่รู้ดีแก่ใจว่ากำลังโกหกเพื่อน และตัวเอง

 

“เออ ไม่ก็ไม่มึง วันนี้ตอนเย็นพวกกูมีแข่งบาสถ้าพวกมึงไม่มีซ้อมหรือเลิกเร็วก็อย่าลืมมาเชียร์กูนะ” เรโชพูดตัดบทพร้อมกับก้มหน้ากินข้าวของตัวเองโดยที่ผมไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคำตอบของตัวเองเมื่อครู่มันจะมีใครได้ยินบ้าง

 

ไม่ได้คิดเลย

 

 

 

DOGMATIC LOVE

 

 

“เฮ้!!!!” เสียงโห่ร้องเชียร์นัดบาสรอบแรกสายเอระหว่างวิศวะ และแมสคอมดังขึ้นไปทั่วบริเวณหลังจากที่ เบอร์ยี่สิบหกฝั่งแมสคอมรีบาวน์เข้าไปทำคะแนนได้ก่อน ผมเงยหน้ามองกระดานไฟฟ้าที่กำลังปรับตัวเลขจากศูนย์ศูนย์เท่ากันเป็นสองศูนย์ด้วยความหงุดหงิด

 

จริงๆ แล้วจากการที่แอบมอง สาบานว่าแอบมองครับเพิ่งรู้ว่าพี่โมมันเล่นได้ดีขนาดไหนแถมยิ่งเป็นหน้าที่เซอร์เตอร์ที่ตอนซ้อมเจ้าตัวเองก็เล่นได้ดีทุกรอบแต่พอมาแข่งจริงทำไมมันเละอย่างนี้วะ?

 

ยังไงตื่นสนาม?

กลัวคู่แข่ง?

หรือว่าอะไรพูดมา!!!

 

 

“แม่มเอ๊ยยยย นำไปแล้วครับอารมณ์เสียครับพี่!!!” ไอ้เบลที่วันนี้ไม่มีซ้อมบอลเพราะพวกพี่ๆ ให้มันพักแรงไว้แข่งจริงวันพรุ่งนี้เลยได้มีโอกาสมาเสนอหน้าเชียร์กับพวกผมด้วย

 

ว่าไปเห็นมันเงียบๆ มาตลอด ความจริงแล้วเรื่องเชียร์กีฬานี่มันหลุดฟอร์มเสมอนะครับ

 

“พี่โมเป็นไรวะมึง วันนี้เล่นห่วยหวะ” ไอ้เติร์กที่ไม่มีซ้อมบอลอีกคนเรียกให้ผมหันกลับไปมองสนามที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายกำลังยื้อยุดกันแย่งลูกบอลสีส้มในมือ แย่งไปแย่งมากรรมการก็เป่านกหวีดพร้อมทำสัญญาณมือว่าไอ้แมสคอมมันทำฟลาวน์ เพราะถือลูกวิ่ง ไอ้พี่ทีที่เป็นคู่กรณีเลยได้โอกาสถือลูกรอส่งตรงจุดเกิดเหตุ

 

ผมนี่เห็นเต็มตาว่าไอ้ด้านปีกขวามันว่าง และพี่โมก็อยู่ตรงนั้น พี่ทีเองก็เห็นด้วยเหมือนกันเลยรีบส่งลูกไปให้ร่างสูงเพื่อมีโอกาสได้ขึ้นไปตีแต้มคืน

 

แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไรที่ไอ้คนที่เคยเล่นดีมาตลอดกลบรับลูกพลาดและทำให้ลูกบาสตกไปถึงมือฝ่ายตรงข้าม เดือดร้อนให้ฝั่งปีก และการ์ดวิ่งกวดเพื่อแย่งลูกคืน

 

เสียงวิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จากฝั่งวิศวะเพราะหลังจากครึ่งแรกคะแนนตามแมสคอมอยู่ไม่น้อย และมันคงเสียเชิงอดีตแชมป์ยี่สิบสมัยซ้อนแน่ๆ หากครั้งนี้จะตกตั้งแต่รอบแรก

 

“กูว่าพี่โมมึงต้องเมาแน่ๆ พักครึ่งหลังกูว่ามีเปลี่ยนตัวชัวร์” พอลพูดขึ้นมาขณะที่จับจ้องไปที่สนามที่ตอนนี้พี่โมกำลังถูกพี่จาวกำลังต่อว่าอะไรสักอย่างอยู่ เจ้าตัวพยักหน้ารับพร้อมกับยกมือไหว้เหมือนขอโทษกับพฤติกรรมที่ผ่านมาจนผมนึกห่วง

 

หรือวันนี้มันจะเมาอย่างที่ไอ้พอลพูดจริงๆ วะ?

 

“เฮ้ยเดี๋ยวกูมานะ” ทันทีที่คิดได้ก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่งที่ตัวเองนั่งอยู่หันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนแล้วเดินออกจากประตูโรงยิมไป สองขามุ่งลงไปด้านล่างสนามที่นักกีฬาทั้งสองทีมกำลังนั่งพักอยู่ ผมได้ยินเสียงฝั่งแมชคอมกำลังคุยแผนการเล่น และฝั่งวิศวะที่พี่โมกำลังโดนเพื่อนรุมถามว่าเป็นอะไร

 

เพียงผมเดินเข้าไป ทุกคนก็หยุดพูดแล้วหันมามองรวมไปถึงไอ้พี่โมเองด้วยที่ทันทีที่เห็นหน้าผมก็ทำหน้าเหมือนคนปวดขี้ขึ้นมาทันทีผิดกับไอ้พี่ทีที่จุดรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมาจนอยากโทรเรียกยานแม่ลูกให้มาจัดการ

 

“เอ้า! โค้ชส่วนตัวมาหวะ กูให้เวลาดูใจกันห้านาทีแล้วค่อยมาคุยแผนนะเว้ย อย่าเกินนั้นนะมึง” พี่ทีตบบ่าพี่โมก่อนจะลากคอสมาชิกในทีมเดินห่างออกไปรวมไปถึงไอ้โชที่มองมาทำผมด้วยสายตาล้อเลียน

 

เดี๋ยวๆ เลิกแข่งมีเคลียร์นะไอ้โช!

ผมส่งสายตาคาดโทษไปให้เพื่อนตัวดีก่อนจะหันมาสนใจคนตรงหน้าที่ตอนนี้เดินไปหยิบผ้าขนหนูส่วนตัวขึ้นมาเช็ดเหงื่อบริเวณใบหน้า และยกน้ำขึ้นมากินแบบไม่ได้สนใจการมีอยู่ของผมตอนนี้เลย

 

คิดว่าแคร์ป้ะถ้าจะเมินกันแบบนี้?

ไม่คุยอ๋อ เอาดิเดี๋ยวคุยก่อนเองก็ได้วะ!

 

“วันนี้เมาหรอพี่” ผมถามขึ้นขณะที่พี่โมเหลือบสายตามามอง

 

แหนะ มีมองหางตงหางตา เป็นห่าไรค้าบพี่! อ้อนมืออ้อนเท้ารึยังไง????

 

“เปล่า”

 

“โหยยยยย ไม่เมาแล้วไมเล่นงี้เนี่ย เป็นไรเปล่า” ผมถามกลับไปก่อนจะเดินไปหยิบน้ำส่งให้เจ้าตัวเมื่อเห็นว่ามือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบมันอีกครั้ง

 

“เรื่องของผม ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรเลยที่คุณจะต้องใส่ใจ”

 

เอิบ...

ถ้ากูฟังไม่ผิดมันมีน้ำเสียงเจือความน้อยใจอยู่ในนั้นป้ะวะ เฮ้ยยยยยย ผู้ชายแมนๆ ไม่เป็นงี้ดิวะครับพี่โม!

 

“นี่พูดจริงหรือประชดเนี่ยพี่?” ผมยืนกอดอกมอง พี่โมเองก็มองกลับแล้วยกคิ้วขึ้นสูงแบบที่ชอบทำเวลาว้าก

 

อะไร? จะว้ากกูตรงนี้ป้ะวะ?

นี่จะสั่งให้กูไปตะโกนสวัสดีกับลูกบาส แป้นบาส สกรอ์บอร์ดหรืออะไรอีกไหมเนี่ยมึง!

 

 

“ผมจะเป็นอะไรทำไมคุณต้องมาใส่ใจ ในเมื่อไม่ได้คิดอะไรก็อย่ามาทำเหมือนให้ความหวังสิ ทำแบบนี้ผมก็คิดว่าคุณอ่อยผมเหมือนกันนะ”

 

“ห้ะ”

 

หลังจากที่ฟังพี่โมมันพูดอะไรออกมายาวเหยียดจนสมองมันประมวลผลแทบไม่ทัน ผมร้องออกมาแบบงงๆ แต่พอสมองมันคิดได้ก็เท่านั้นหละ

 

ฉิบหาย...

อย่าบอกนะว่าพี่โมมันได้ยินผมพูดในโรงอาหาร

 

“เดี๋ยวๆ พี่เป็นอะไรเนี่ย” ผมเอื้อมมือไปรั้งไหล่หนาตรงหน้าที่ทำท่าจะเดินหนีให้หันมาคุยกันให้รู้เรื่อง ขณะที่พี่โมเองก็ตีหน้านิ่งใส่แบบเอาซะกูเกร็งไม่กล้าไฟท์ด้วยเลยนะเว้ย

 

“อยู่ๆ มาทำตึงใส่อะไรวะ นี่ไม่รู้เรื่องนะไม่บอกก็ไม่รู้นะ”

 

“คุณเป็นคนพูดเองทำเป็นจำไม่ได้สิ ไม่คิดหรอว่าผมที่ได้ยินจะรู้สึกยังไง ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไรก็อย่ามาทำแบบนี้กับผม ผมจะได้ตัดใจ”

 

ตัดใจเชี่ยบ้าบออะไร?????????

แว๊กกกกกกกกกกกกก

พ่นไฟใส่แม่มเลยดีไหมหึ!!!!

 

“เดี๋ยวๆๆ ตัดใจอะไรพี่” นี่เหมือนจะเก็ทกับที่ไอ้พี่โมมันพูดแล้วนะ และฟันธงไปหละว่าพี่แม่มได้ยินที่ผมพูดในโรงอาหารแน่นอน แต่ขอแอ๊บเป็นไม่เก็ทได้เปล่าวะ

 

ไอ้ตอนที่มันพูดว่าตัดใจนี่หัวใจผมแทบตกลงไปถึงตาตุ่มเลยนะ!

คือไม่ได้ไร แต่ก็ไม่ได้ไร โอ้ยยยยย อย่าพยายามเข้าใจผมเลย ตอนนี้ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันเว้ย!!!

 

“ไม่ชอบให้ผมจีบคุณไม่ใช่หรือไง นี่จะเลิกแล้ว เหนื่อย!” พี่โมไม่ว่าเปล่ายังสะบัดมือผมออกจากบ่าตัวเองอีก

 

อื้อหือ...

ไร้เยื่อใยขนาดนี้แม่ม....ต่อยกันไหม

มาทำให้หวั่นไหวแล้วจากไปง่ายๆ แบบนี้ ใครสั่งใครสอนวะ! นี่กูลูกมีพ่อมีแม่นะเว้ย ฮือออออออ

กูฟ้องแม่แน่ไอ้พี่โม!!

 

แต่เดี๋ยว...นี่ไม่ใช่เวลาที่ต้องมางอแงดิวะ

 

“พี่แม่มแย่หวะ นิสัยไม่ดีไม่เห็นเหมือนที่พวกเพื่อนๆ พี่ว่ากันมาเลย” ผมพูดออกไปมองมือที่ถูกร่างสูงปัดออกเมื่อครู่ หัวใจเหมือนกำลังโดนบีบด้วยคำพูดที่อีกฝ่ายพูดออกมา

 

เออ มีออฟชันเสริมเป็นการอยากร้องไห้ด้วยเอาดิ

นี่กูน้ำตาจะไหลหละ พูดเลย

 

“แม่มมาทำให้หวั่นไหวแล้วพูดงี้หรอ เลิกจีบง่ายมากขนาดนั้นแปลว่าไม่ได้ชอบผมจริงๆ หละสิ เออเข้าใจนะเว้ยว่าบางทีที่พูดออกไปก็ไม่ได้คิดป่าววะ จะให้จู่ๆ ไปตะโกนใส่หน้าเพื่อนบอกว่าไอ้เชี่ยกูหวั่นไหวกับผู้ชายเหมือนกัน นี่มันได้หรอวะพี่ ทำแบบนี้นึกถึงใจผมบ้างไหม? พูดแบบนี้คิดไหมเนี่ย!

 

เออ ไม่กงไม่กลั้นแม่มหละ ร้องไห้ออกมาเลยเหอะ!

ไอ้พี่โม ไอ้คนแย่ ไอ้คนที่แพ้ปอสี่!!

เกลียดเลยได้ไหมทำตัวแบบนี้!

 

“เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวคุณร้องไห้ทำไม?” พี่โมที่ตอนแรกตีหน้าขรึมใส่ผมแทบหลุดมาดทันทีก่อนจะเดินเข้ามาหา และถึงตาที่ผมจะต้องเล่นตัวมั่งเหมือนกัน ไอ้ความคิดที่จะมาให้กำลังใจหมดไปนานหละ จะดราม่า และไม่ยอมง่ายๆ แน่นอน!

 

“ไปเลย ไม่ชอบแล้วก็ไปเลยต่อไปนี้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับผมเลยนะ ผมเองก็เหนื่อยที่จะต้องมาคิดมากเรื่องพี่ เหนื่อยที่จะต้องมาใจเต้นกับหลายๆ การกระทำของพี่เหมือนกัน” ผมพยายามปัดป่ายมือพี่โมที่ยื่นมาหมายจะจับให้หันไปคุยกันดีๆ

 

ฝันไปเหอะว่าจะยอมง่ายๆ

พีชน้องเฮียพลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะครับ

 

“น้องพีช ฟังพี่โมก่อนสิ” พี่โมเลิกยื่นมือมาแล้ว เจ้าตัวมองมาที่ผมพร้อมกับเรียกชื่อเล่นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

เหอะ...คิดว่าหลงคารมป้ะ?

ไม่เว้ย! แถมด้วยหันหลังเดินหนีด้วย ตุ๊ดก็ตุ๊ดดิ ไม่ยอมเว้ย!

 

งานงอนมี งานพล็อตละครช่องเจ็ดต้องมา! เพราะผมเดินไปยังไม่พ้นระยะการเอื้อมมือของพี่โมดีก็ถูกรั้งให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีก พี่โมที่ตอนนี้ยืนทำหน้าดุมากกว่าเดิมจนผมต้องทำหน้าตึงใส่เหมือนกัน ไอ้แรงที่ฉุดดึงให้เดินตามทั้งๆ ที่พยายามฝืนร่างเอาไว้ก็ไม่ได้ใส่ใจเลย

 

มือหนากดบ่าทั้งสองข้างของผมให้นั่งลงบนที่นั่งริมสนามที่มีกระเป๋าของพี่โมวางอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวหยิบป้ายอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วคล้องลงมาไว้ที่คอของผม

 

“นั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าผมจะกลับมา ห้ามหายไปไหนด้วย และคุณรู้ใช่ไหมว่าไอ้ป้ายนี่คุณห้ามถอดจนกว่าผมจะสั่ง” พี่โมว่าก่อนจะปล่อยมือจากบ่าของผม เจ้าตัวเดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนในทีมเพื่อคุยแผนการรุกเอาแต้มคืนจากคู่แข่ง แต่หากเรื่องเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในสมองของผมอีกต่อไปแล้ว

 

เพราะสายตากำลังจับจ้องไปที่ป้ายที่คล้องคอของตัวเองอยู่  ป้ายสีดำที่มีชื่อพี่โมติดอยู่บนนั้น ที่สำคัญมันมีเกียร์ภาคสีทองห้อยอยู่บนสายคล้องบอกชื่อรุ่นชัดเจน

 

 

เดี๋ยวนะ...

นี่เป็นเกียร์รุ่น54

 

รุ่น54เป็นรุ่นพี่โม

 

ป้ายชื่อพี่โม และเกียร์รุ่น

 

เดี๋ยวนะ!!!!

ไอ้เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยย พี่โมให้เกียร์กู!!!!!

 

 

 

DOGMATIC LOVE

50%

 

 

ครึ่งหลังนี่อย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ เกมส์รุกของวิศวะดีขึ้นจนคะแนนนำคู่แข่งไปไกลโดยที่เวลาการแข่งขันใกล้หมดเต็มที ผมลุ้นทุกทีที่เห็นฝ่ายตรงข้ามเข้ามาเหมือนจะแย่งลูกไปได้แต่ไม่นานลูกบาสก็ถูกส่งกลับมาให้เซ็นเตอร์ของทีม และทำแต้มได้แบบนำห่างไปมากกว่าเดิม อีกอย่างที่ผมเพิ่งรู้คือ พี่โมมันชู๊ตลูกสามแต้มอย่างแม่น ฝีมือระดับนี้ไปแข่งเอ็นบีเอเลยไหมครับพี่?

 

ช่างมันเถอะ ตอนนี้ยังไงวิศวะก็ลอยลำเข้ารอบต่อไปแน่นอนหละครับเมื่อเวลาบนสกอร์บอร์ดกำลังเคาท์ดาวน์ถอยหลังอีกสิบวินาทีและเป็นจังหวะเดียวกับพี่โมมันวิ่งดั้งค์ลูกไปจนถึงจุดที่เหมาะสมพร้อมทำรีบาว์นได้ทันก่อนนกหวีดจะดังเพราะหมดเวลา

 

สองแต้มสุดท้ายปรากฏเพิ่มบนสกอร์นั้น และเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้นจากฝั่งกองเชียร์วิศวะจนก้องโรงยิมไปหมด ร่างสูงตรงหน้ากำลังถูกรายล้อมด้วยกลุ่มเพื่อนที่เข้าไปรุมกอดราวกับว่านี่มันแมชต์ชนะเลิศยังไงอย่างงั้น และผมเองที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็อดดีใจกับผลชนะนี้ไม่ได้ รพี่โมหันมาสบตาก่อนจะยักคิ้วข้างเดียวอย่างกวนๆ ส่งมาให้ผม แต่เป็นผมเองนี่แหละที่ต้องเบ้ปากกับท่าทีมั่นใจของอีกฝ่ายขนาดนั้น

 

อิโธ่ คิดว่าเท่มากดิ

 

และไม่ทันที่ได้เหน็บอิพี่โมในใจไอ้หน้าตาที่แสนจะคุ้นเคยก็เดินมากอดอกค้ำหัวผมที่นั่งรอพี่โมตามคำสั่งอยู่ข้างสนาม

 

“อะหือ เพื่อนกูนี่ก็มีของดีนะครับเนี่ย ไปพูดอะไรกับพี่โมครับเค้าถึงได้คึกทำแต้มแบบนั้น” ไอ้เรโชที่สภาพเหงื่อเต็มกาย ทั้งที่ตัวเองยังหอบจากเกมส์แข่งขันเมื่อครู่อยู่แต่ก็ยังมีแรงมาก่อกวนประสาทผมได้แบบน่าสรรเสริญจริงๆ

 

“ของบ้าบอไรมึง ซี้ซั้วพูด” ผมเถียงมันออกไปครับ งานนี้ต้องปากแข็งไว้ก่อนเพื่อไม่ให้รูปคดีเป็นรองอีกฝ่ายได้

 

“โอเคๆ เพื่อนพีชไม่อยากให้เพื่อนโชซี้ซั้วพูดก็ได้ ว่าแต่....อะไรอยู่บนคออะครับ เพื่อนโชสงสั๊ยสงสัย”

 

ณ จุดนี้ผมว่าไอ้โชไม่ควรเรียนวิศวะครับ ควรไปเอาดีด้านนิเทศ ไปเป็นนักข่าว ไป๊! ซักกูจัง ดูหน้ากูไหมว่ากูเก็ทกับไอ้ที่คล้องอยู่บนคอกูมากน้อยเท่าไหร่เนี่ย!

 

“กูก็สงสัย มึงไปถามพี่โมไหม? ซักไซ้กูจัง!” ผมแยกเขี้ยวใส่เพื่อนที่หัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นว่าแผนการกวนประสาทของมันนั้นได้ผล เอาจริงๆ ผมนี่ก็จิตหลุดมากพอกับการที่ไอ้เกียร์ภาคนี่ห้อยอยู่ที่คอหละ ไหนจะป้ายชื่อพี่โมที่โชว์หรานี่อีก ดูก็รู้ว่ามันเป็นป้ายชื่อตอนที่เจ้าตัวใช้ตอนปีหนึ่ง แล้วยังไง?

 

ทำไมเอามาแขวนไว้บนคอกูหละเว้ย!

 

“โอ๊ะ เจ้าของป้ายชื่อมาหละ” ไอ้โชยักไหล่ก่อนจะหลบไปทางที่กระเป๋าของตัวเองวางไว้อีกฝั่ง ปล่อยให้พี่โมที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มเดินมาหาผมที่นั่งรออยู่

 

เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไรนอกจากยืนกอดอกมองมาที่ผมที่กำลังมองหน้าพี่แกกลับไปเหมือนกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นมือมาตรงหน้าคล้ายกับว่าจะขออะไรสักอย่างที่ผมไม่เก็ทเลยทำหน้างงๆ ใส่พี่แกไป

 

“ผ้าขนหนู” พี่แกพูดแค่นั้น และผมพยักหน้ารับก่อนจะก้มมองหาผ้าขนหนูของเจ้าตัวว่าอยู่ตรงไหนแล้วยื่นให้ เจ้าตัวก็รับไปแล้วเช็ดเหงื่อของตัวเอง และผมก็นั่งมองการกระทำของพี่แกและเริ่มรู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมาที่เราสองคน พอหันไปทางที่จับความรู้สึกได้คนเหล่านั้นก็รีบเปลี่ยนท่าทีหลบสายตาของผมเป็นพัลวันทำให้รู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย

 

แต่พอมานั่งหาเหตุผลของการถูกจับจ้องผมก็นึกขึ้นได้ว่ายังคล้องไอ้ป้ายชื่อที่เกียร์ห้อยของพี่โมอยู่ อยากจะถอดออกแต่ เพราะคำสั่งที่เจ้าของป้ายสั่งเอาไว้เลยไม่ได้เอาออกไปเสียที

 

นี่มันมาหละสงสัยต้องถามเสียหน่อยว่าเอาออกได้ยัง

 

“ผมถอดไอ้ป้ายนี่ได้ยังเนี่ยพี่” ผมเอ่ยถามขึ้นมาขณะที่พี่โมเลิกเช็ดเนื้อตัวของตัวเองแล้วมองมาทางป้ายชื่อที่ผมยกขึ้นให้เจ้าตัวเห็น แต่ก็แค่มองแล้วก็หันเอาของไปเก็บในกระเป๋าต่อ

 

เออะ...มึงเข้าจำถามกูเปล่าเนี่ย!

หรือหูหนวกชั่วขณะวะไอ้พี่โม!

 

 

“เฮ้ยยย ป้ายชื่อนี่ผมถอดได้ยังพี่!” ผมหันไปถามพี่โมอีกรอบซึ่งคราวนี้พี่แกทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนจะยกน้ำดื่มขึ้นมาเปิดกิน และผมเองก็มองเจ้าตัวอย่างไม่ลดละด้วย

 

“เก็บไว้สิ ผมให้” ไม่ทันได้ด่าพี่โมในใจที่มันทำเมินคำถาม และเหมือนมันจะสัมผัสได้ว่ากำลังโดนด่าอยู่เลยโผลงบอกออกมาแบบนั้นชวนให้ผมเหลือกตาโตด้วยความตกใจ

 

เออ พวกคุณฟังไม่ผิดหรอกว่าตกใจ!

ให้กู? ให้เก็บไว้? ยังไง????

 

“เฮ้ยยยย มันมีเกียร์นะพี่ ห้อยอยู่เนี่ยไม่เห็นหรอ” ผมชูป้ายโบกไปโบกมาให้พี่แกเห็นอีกรอบแต่พี่โมก็ดูไม่ได้มีปฏิกิริยาตกใจอะไรทั้งสิ้นแถมพยักหน้ารับไปอีก

 

เอิบ.....

เดือดร้อนหน่อยเถอะ ถือว่านี่ขอหละ

เกียร์มันสำคัญกับเด็กวิศวะนะคุณ ไหนคุณพูดกรอกหูพวกผมตอนรับน้องว่ามันยกให้คนอื่นง่ายๆ ไม่ได้ไง?

อีกอย่าง..

 

“พี่เกียร์นี่เค้าต้องให้แฟนไม่ใช่อ๋อ” ผมเริ่มพูดเสียงเบาลงถึงแม้ว่าตอนนี้โรงยิมคนเริ่มบางตา แต่สิ่งที่ถามไปก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเอามาพูดเสียงดังให้คนฟังแตกตื่นไปหมดนี่หว่า

 

“อื้ม”

 

นี่...พี่โมมึงตั้งใจกวนกูป้ะ กูถามออกไปเสียยาวแต่มึงตอบกูแค่เนี้ยะ???

แล้วคือไร อื้มอ่ะคืออะไร?????? ตอบ ไอ้ซั๊ซซซ!

 

“เฮ้ยยยย ตลกป่าวเนี่ยพี่ไม่เอาอ่ะพี่เก็บไว้ดิให้ผมทำไม” ผมหัวเราะแห้งๆ พยายามไม่คิดมากกับเรื่องราวที่ตัวเองกำลังประติดประต่อได้ ทั้งที่หัวใจแม่ งเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกจากอกอยู่เต็มที อีกทั้งไม่กล้าที่จะรับมันมาเป็นของตัวเองทั้งๆ ที่ในใจก็ไม่อยากปฏิเสธมันไป

 

ถ้าคนอ่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้วหงุดหงิดกับผมหละก็ ขอให้เข้าใจนะครับว่าการยอมรับว่าตัวเองมีความรู้สึกดีๆ กับอีกฝ่ายที่เป็นเพศเดียวกันนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

 

ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้มันจะมีผลกระทบมากมายเท่าไหร่หากผมยอมรับหรือปฏิเสธไปในอนาคต และไม่พร้อมที่จะยอมรับด้วย

 

จริงอยู่ว่ามีเพื่อนที่คบกับผู้ชายอย่างเปิดเผยแบบเรโช หรือไม่ก็ลูกพี่ลูกน้องที่มีคนรักเป็นเพศเดียวกัน และที่บ้านยอมรับแบบไอ้เฟิร์ส แต่จะมีสักกี่คนหละที่ครอบครัวสามารถยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

 

ผมไม่อยากคิดเลยว่าการก้าวเดินในทางแยกสองทางนี้มันจะสร้างผลดี หรือเสียให้กับชีวิตมากขนาดไหน

ไม่อยากจะยื่นเท้าก้าวออกไปเพื่อเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง และพยายามรักษาจุดยืนของตัวเองอยู่ตรงนี้ที่ถึงแม้ว่าใครจะว่าว่าเห็นแก่ตัวแต่ผมถือว่ามันเป็นจุดปลอดภัยกับผมที่ไม่อยากเดินออกไป

 

และผมก็กำลังดึงเอาป้ายชื่อนั้นออกจากคอ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรทั้งหมดทั้งมวลที่อธิบายมา ใจไม่กล้าที่จะรับมันไว้หรอกครับให้พูดตรงๆ

 

แต่แล้วมือก็ต้องชะงักเพราะถูกสายตากดดันจากเจ้าของป้ายประหนึ่งว่าหากผมถอดป้ายนั้นออกมาอีกเพียงแค่นิดเดียวอาจจะต้องเป็นหนึ่งในตำนานปกปักษ์รักษาโรงยิมแห่งนี้

 

ไอ้เชี่ยยยยยยย!

จะฆ่ากูหมกโรงยิมรึไงวะ???

ไหนว่าชอบว่ารักไง อย่าทำแบบนี้เดะ!!!

 

“คุณนี่บางทีก็น่าโมโหชะมัด” จู่ๆ พี่โมก็พูดขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจแรงๆ จนผมต้องหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงไปบ้าง อย่างน้อยก็อย่าจับพิชญ์พลฆ่าหมกห้องน้ำโรงยิมเป็นดีงาม

 

“คุณรู้ไหมว่าเมื่อวานผมแทบจะระเบิดห้องตัวเองเพื่อหาไอ้ป้ายชื่อนั่นทั้งๆ ที่จำไม่ได้ว่าตัวเองเก็บไว้ตรงไหน จนถึงขนาดต้องขับรถกลับไปที่บ้านเพื่อหาอีกรอบให้แน่ใจ เมื่อตอนช้าก่อนจะมาเจอว่ามันอยู่ที่เกะโต๊ะเขียนหนังสือแบบที่ตอนนี้ห้องผมรกจนถ้าแม่ผมมาเห็นคงโดนด่าหูชา”

 

ผมมองพี่โมสาธยาย และนึกภาพตามอย่างใช้จินตนาการอย่างมาก ไอ้ห้องพี่โมที่หอนี่เคยเห็นนี่นึกภาพออก แต่ห้องพี่โมที่บ้านพี่แกนี่ยังเลยยากหน่อยที่จะมโนตามที่แกว่า แต่ช่างตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำความเข้าใจกับภาพรวมของเนื้อเรื่อง เพราะสิ่งที่ผมต้องหาคือเมนไอเดียจากประโยคบอกเล่านี้ต่างหาก!

 

“คุณรู้ไหมว่าผมไม่ได้เห็นไอ้ป้ายชื่อนี้นานเท่าไหร่แล้วตั้งแต่รับรุ่น สิ่งเดียวที่ผมจำได้คือ ผมเอาเกียร์รุ่นที่ได้มาผูกกับป้ายชื่อตัวเองเมื่อตอนที่ได้รับมา หลังจากนั้นก็เก็บไว้โดยไม่ได้ใส่ใจจะหยิบมาดูอีกเพราะกลัวมันจะตกหายไปไหน ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไปสามปีผมต้องมารื้อหามันเลือดตาแทบกระเด็น”

 

แล้วยังไงวะ?

จับใจความได้แค่ว่า หาป้ายชื่อ ป้ายชื่อแม่มมีเกียร์ผูกอยู่ ไม่ได้เห็นนานหละตั้งแต่ได้รับรุ่น ตอนนั้นปีหนึ่ง มารื้อหาอีกทีปีสาม

 

แล้ว?????

 

ระหว่างที่ผมกำลังจับประเด็นใช้ความคิดอยู่นั่นเองไอ้ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันที่โดนเพื่อนๆ รุมถามก็ผุดขึ้นมาบนหัว

 

“ได้ก็แปลกสิมึง มึงก็รู้ว่าพี่เค้าเคยมีแฟนป้ะวะ เกียร์ก็ต้องอยู่กับพี่คนที่เป็นแฟนเค้าดิ”

 

หากไม่ได้คิดไปเอง พี่โมมันกำลังจะสื่อว่าเกียร์นี่พี่แกยังไม่เคยให้ใครเปล่าวะ?

คือจะบอกว่ามันไม่ใช่ของมือสองที่ผ่านมือใครมาแล้วรึเปล่า?

 

 

“แล้วดูคุณทำดิ ผมสั่งคุณว่าไง ผมบอกว่าอย่าถอดออกจนกว่าผมจะสั่ง แล้วนี่อะไรจะคืนผมหรอ? แล้วความพยายามที่ผมทำไปเมื่อวานนี่มันสูญเปล่าป้ะวะ? ห้ามถอดเลย ยังไงผมก็ไม่สั่งให้คุณถอด รู้ไว้ด้วย”

 

พี่โมยังคงต่อว่าเรื่องที่ผมทำท่าจะถอดป้ายชื่อนั้นออก ขณะที่ผมตอนนี้สมองมันดันทำงานขังความคิดของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ผมยกมือขึ้นมาลูบเกียร์สีทองที่คล้องอยู่บนนั้นด้วยความรู้สึกที่โคตรจะหลากหลาย และไม่สามารถบรรยายออกมาได้หมดว่ารู้สึกอย่างไร

 

หัวใจเต้นแรงบวกกับความหวาดกลัวที่ตีกันอยู่จนอยากลงไปนอนนิ่งบนพื้นสนามแล้วปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ

 

แต่ไอ้บ้าเอ๊ย! นี่มันไม่ใช่ซีรี่ย์เกาหลีเปล่าวะ?

นี่มันชีวิตจริงที่ผู้ชายแมนๆต้องคุยกันว่าจะเดินหน้าต่อ หรือจะเอาไงป้ะวะ?

 

ทำแบบนั้นเท่ากับพิชญ์พลยอมตุ๊ดป้ะครับ?

นี่ใคร? น้องเฮียพลับวิศวะโยธา มหาวิทยาลัยดังจากเมืองหมีแพนด้าครับ!

 

“เดี๋ยวๆ พี่ ผมว่ายังไงพี่ใจเย็นก่อนนะ” ผมยกมือไปตบบ่าพี่ว้ากที่ถือศักดิ์เป็นลุงรหัส และพ่วงด้วยผู้ชายที่ตอนนี้มันไม่ได้เก่งเฉพาะทำเกมส์รุกในสนามบาส แต่แม่ งยังทำเกมส์รุกหัวใจผมได้แบบต้อนจนหลังแทบติดผนัง

 

เอาเสะ

มีไม้เด็ดไรงัดมาเลย

ไงเกียร์มึงก็อยู่นี่หละจัดมาเดะเว้ย!

 

“ผมหนะใจเย็นอยู่หละ ใจเย็นมานานจนตอนนี้มันจะด้านหละคุณ” พี่โมพูดติดขำดูไม่ได้ซีเรียสเท่ากับผมที่ตอนนี้ทำหน้าเสียๆ อยู่

 

แหม...มันก็มีบ้างครับ ใครจะไปกล้าท้าชนขนาดนั้นเล่า!

 

“เรื่องป้ายนี่โอเคผมเข้าใจ แต่เรื่องเกียร์นี่”

 

“มันจะยากตรงไหนคุณ เกียร์อยู่ที่ใคร หัวใจเจ้าของเกียร์ก็อยู่ที่คนนั้นหละ ไม่เข้าใจที่ผมจะบอกรึไงเหล่า!

 

เดี๋ยวๆๆๆๆ

ไอ้ซั๊ซซซซพี่โม!!!

มึงนี่ไม่ปล่อยโอกาสให้กูพูดไรเลยรึไง!!!!

 

 

 

โง้ยยยยยยยยยยยยยย วันนี้ไม่ไหวหละ ขอยอมแพ้แล้วหนีกลับหอนอนดีกว่า!

ไม่เอาคืนใช่ไหมไอ้ป้ายไอ้เกียร์เนี่ย!

 

โอเคงั้นกูริบ! ร้องเอาคืนมาตบหลังแหวนนะครับ นี่พูดเลย!!!!

 

 

 

 

 

DOGMATIC LOVE

TBC





Talk: โง้ยยยยยยย จะหาคำใดมาเปรียบเปรยกับความตื้นตันในหัวใจของซอลเฟสได้หละเนี่ย TT คอมเม้นจ๋าไอเลิฟยูวโซมัสสสส 
เกร้ดดดดดดดดดด มันพรึบพรับแบบเปิดมาทีนั่งยิ้มเป็นคนบ้าจนแม่ถามว่าเป็นอะไร คือแบบนั่งอ่านในรถตอนไปไหว้พระกับครอบครับที่อยุธยาไง แถมเมื่อคืนกลับบ้านมาเจอคำนิยมจ้า!! โอ้มายก็อด! ฮืออออออออออออออออออออออ รักนะคะเอเวอรรี่บอดี้ รักทุกคนที่แบ่งปันความสุขกลับมาหาเรามากมายขนาดนี้

กำลังใจเต็มเปี่ยมเลยตอนนี้!
ฮรึกกกกก! ไม่เวิ่นหละ ขอให้พวกเธอมีความสุขในการอ่านฟิคเรื่องนี้มากๆเช่นกันค่ะ เออๆๆ มีใครเล่นทวิตเตอร์มั่ง นี่เราขำแฮชแทคอันนี้มาก #ยอมแล้วทูนหัวอยากมีผัวเป็นวิศวะ คือดีงาม เข้าไปอ่านแล้วอย่างฟิน ใครเล่นลองเข้าไปอ่านดูนะจ้ะ 

และสุดท้าย ขอจบด้วยพี่มาร์คยอดดวงใจของเราเหมือนเดิม ฮริ้งงงง #ยิ้มโปรยเสน่ห์แบบพี่มาร์ค













 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3114 moonui-ii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 22:50
    ชอบอ่ะ เขินวนไปจร้าาาา
    #3,114
    0
  2. #3104 POLUYA (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 13:37
    กรี้ดดดดดด เขิน
    #3,104
    0
  3. #3015 #DESTINY# (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:12
    ฟินๆๆ แต่ก็พอเข้าพีชอยู่เรื่องครอบครัว
    #3,015
    0
  4. #3002 ikonyg (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 22:40
    555555555 น่ารักจังงงทั้งคู่อะะ
    #3,002
    0
  5. #2991 minixiuminseok (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 21:46
    โอ๊ยยยอยากได้พี่โม
    #2,991
    0
  6. #2962 namhom-3449 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 09:10
    ง่อววววมีไห้กงไห้เกียร์^//^
    #2,962
    0
  7. #2935 Patsorn Srisopa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 13:22
    อุ้ย น้องพีช บอกว่าห้าทเอาป้าย เอาเกียร์คืนด้วย เด๋วมีหลังแหวน วรั๊ยๆๆ ตอบรับกลายๆป่าวเนี่ย อิอิ
    #2,935
    0
  8. #2910 รธิตา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 20:32
    เขินมากๆๆๆ><
    #2,910
    0
  9. #2871 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 15:54
    พี่โม๊~~~~~
    #2,871
    0
  10. #2816 janeicelet (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 11:36
    โอ้ยเขินนนนนนนน
    #2,816
    0
  11. #2792 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 14:30
    เกียร์อยู่ที่ใครใจอยู่ที่พีชชชชกรีสสสสสสส??????????????
    #2,792
    0
  12. #2620 KiHaE*129 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 15:36
    เหนื่อยแทนพี่โม
    ฮาาาาาาาาา
    พิชลูก
    #2,620
    0
  13. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 20:05
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย เกียร์อยู่ที่ใคร ใจอยู่ที่เกียร์ ><
    #2,441
    0
  14. #2346 [ 김세현 ] (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 17:48
    น้องมาร์คของเรานะ 5555 นี่จะไฝว้

    ฮื่อออ พี่โมนี่บทจะรุกก็รุกจนน้องตั้งตัวไม่ทันนะพี่
    #2,346
    0
  15. #2317 VampireVillain (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 01:22
    ฟินssssssss (sล้านตัว)
    #2,317
    0
  16. #2271 CKstyle (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 14:26
    ขอน้องเเป็นแฟนสิพี่โม
    #2,271
    0
  17. #2237 P.Secret (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 08:28
    คือขำอ่ะ แบบ เฮ้ยยย นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรอวะ นางพีชนี่ภูมิคุ้มกันหัวใจตัวเองต่ำมากค่ะ
    #2,237
    0
  18. #2204 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:15
    หมั่นไส้น้องพีชเจงเจงงงง555555555555555555555555 เขินโว้ย! แต่ก็กลัวเรื่องแบบดราม่าครอบครัวไรงี้จริงๆ
    #2,204
    0
  19. #2032 ony.pp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:06
    โอ้ยยยยยพี่โมพีชไม่ไหวจะน่ารักเขันนนนนนนนนนน>///
    #2,032
    0
  20. #1598 shshshx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 12:31
    เกียร์มือ1นะคะไม่ใช่มือ2 คริคริ กำลังใจดีก็งี้แหละชิช่ะ
    #1,598
    0
  21. #1454 KimHeeBum (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 11:47
    พี่โมเสี่ยววววว
    #1,454
    0
  22. #1374 kaew (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 15:14
    อ่านเรื่องนี้บอกเลย ใจเต้นมากกก พี่โมน่ารักเว่อร์
    #1,374
    0
  23. #1364 cHAchar (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 17:32
    กรี๊ดแป๊บโว้ยยยยยยยยย ได้เกียร์แล้ววววววววววววว
    แหม่ แหม่ สถานะชัดเจน ชัดเจนเลยจ้า ///-
    #1,364
    0
  24. #1141 โนว เนม : ] (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 00:46
    อ๊ายยยย เกียร์อยู่ที่ใคร หัวใจเจ้าของเกียร์อยู่ที่คนนั้น ฮิ้ววว พี่โมน่ารักมั่กข่า
    #1,141
    0
  25. #1139 poungsaed (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 23:49
    โอ้ยยย พี่โมก็บอกไปดิ เป็นแฟนกับพี่นะน้องพีช ><
    #1,139
    0