OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 55 : [นอกรื่อง] SF…คำถาม...น้ำตา...เวลา...หัวใจ (ภู-ธีร์) ...P.2 น้ำตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    3 ส.ค. 56

  


                   SF…คำถาม...น้ำตา...เวลา...หัวใจ

ภู x ธีร์

#hormonestheseries

 

1. คำถาม

 

 

“กูทำผิดอะไรหรอ...มึงบอกกูมาดิ”

 

คำถามที่ผมเอ่ยถามไปในวันนั้น วันที่มันสารภาพความจริงทุกอย่างออกมาจากปากของมันเอง มันเป็นคำถามที่ผมไม่เคยได้รับคำตอบ มันเป็นคำถามที่ค้างคาใจผมมากเหลือเกิน แต่ทว่าผมก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปอีกหลังจากนั้น...

.

อันที่จริงต้องบอกว่าหลังจากวันนั้นผมก็แทบไม่ได้คุยกับมันอีกเลย

 

จริงๆ แล้วผมพอจะรู้สึกและสัมผัสได้มาสักพักแล้วว่าระหว่างที่เราอยู่ด้วยกัน เหมือนมันจะเหม่อลอยใจลอยไปที่อื่น ตัวเราอยู่ด้วยกันแต่ทว่าใจของมันไม่ได้อยู่ตรงนี้ ผมก็มีความรู้สึกนึกคิด ใช่ว่าจะมองไม่ออกเลยว่าระหว่างเรานั้นมันเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย

 

แต่เพราะว่ารัก...เพราะว่าเชื่อใจ เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในใจของมันอย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

ระหว่างผมกับภูนั้นมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นเพราะความใกล้ชิดสนิทสนม มันเป็นความรู้สึกที่แม้ว่าเราสองคนจะไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมา แต่ผมคิดเสมอว่ายามที่เรามองตากันนั้น เราเข้าใจกันได้ดีว่าเราคิดอะไร

 

หรือว่าเป็นแค่ผมคนเดียวที่คิดไปเองฝ่ายเดียว...

 

ผมเฝ้าถามกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าผมผิดอะไร ผมทำอะไรผิดมันถึงได้ทำแบบนี้กับผม ทั้งๆ ที่มันเข้ามาทำให้ผมหวั่นไหว เข้ามาทำให้ผู้ชายธรรมดาๆ อย่างผมกลับกลายมาชอบผู้ชายด้วยกัน แต่สุดท้ายมันก็เลือกคนอื่นที่ไม่ใช่ผม

 

“กูก็แค่รู้สึกว่า อยู่กับเค้าแล้วมีความสุข...”

 

สิ่งที่มันบอกกับผมในตอนนั้น ผมอยากจะเอ่ยถามกลับไปเหลือเกินว่า แล้วช่วงเวลาที่มึงอยู่กับกูมึงไม่มีความสุขเลยใช่มั้ย ตลอดเวลาที่ผ่านมาระหว่างเรามันคืออะไรกันแน่ แต่ผมก็พูดอะไรไม่ออก เหมือนถูกของหนักๆ ตีเข้ามาที่หัวอย่างจัง ผมเบลอ ผมมึน ผมชาไปทั้งร่างกาย เจ็บแปลบไปทั้งหัวใจ

 

“กูกับมึงน่ะ...จะเป็นเพื่อนกันอยู่ได้มั้ยวะ...”

 

นี่คือคำถามที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดที่สุด...มันถามออกมาเหมือนคนเห็นแก่ตัว มันเพียงแค่ไม่อยากเสียผมไปเพราะความลังเลใจของมัน ผมได้แต่สะกดน้ำตาและความเสียใจเอาไว้ ผมไม่สามารถตอบรับออกไปได้ มันไม่นึกถึงหัวใจของผมบ้างหรือว่าผมจะเจ็บปวดมากแค่ไหนกับคำถามที่มันถามออกมา

 

ถ้ากลับกันล่ะ...ถ้าผมเป็นฝ่ายถามมันออกไปว่า ระหว่างเราให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย มันจะมีคำตอบให้ผมหรือไม่ มันจะตอบผมยังไง ในเมื่อหัวใจของมันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

 

ผมจำได้ว่าวันนั้นผมพยายามเดินออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด ให้เสียงเรียกของมันหายไปให้เร็วที่สุด ยิ่งมันเรียกชื่อของผมมากเท่าไหร่ หัวใจของผมยิ่งเจ็บร้าวมากเท่านั้น ผมไม่สามารถเป็นเพื่อนกับมันได้จริงๆ เพราะใจของผมคิดกับมันมากเกินกว่าที่เพื่อนควรจะคิดต่อกัน

 

เราเดินก้าวผ่านความเป็นเพื่อนมาแล้ว หัวใจของเราต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเราคิดยังไงต่อกัน แต่ทว่าหากมันจะเดินย้อนกลับไปหยุดที่ความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อน ผมก็จะไม่รั้ง ไม่ร้องขอมันว่าอย่าเดินถอยกลับไป แต่ผมจะไม่เดินตามมันกลับไป

 

ผมไม่สามารถก้าวกลับไป ณ จุดนั้นได้อีกแล้ว หัวใจของผมเปิดรับมันเข้ามาอยู่จนเต็มล้นหัวใจ ผมรักมันโดยที่ไม่ได้เผื่อใจเอาไว้ว่าตัวเองจะต้องเจ็บปวดกับความผิดหวัง เพราะผมเชื่อมั่นในตัวมัน เชื่อมั่นในความรู้สึกที่เรามีต่อกัน

 

แต่ผมคงคิดผิดไป...หัวใจของคนมันคงไม่แน่นอน ไม่มีอะไรที่มันมั่นคงและยืนยาว ทุกอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ...

.

.

.

 

 

“ไอ้ธีร์...” เสียงเรียกของเพื่อนในวงโยเรียกให้ผมหลุดออกมาจากความคิดที่มันวกไปวนมาอยู่แค่นั้น ผมหันมามองหน้าคนเรียก สายตามองเลยไปยังที่นั่งที่ห่างกันไปสองสามที่ ผมมองเห็นภูมองผมอยู่ ผมพยายามดึงสายตาของตนเองกลับมาที่เดิม ผมไม่อยากจะมองหน้า สบตา หรือว่าพูดคุยอะไร

 

ใช่ว่าพอเลิกกันแล้วต้องเลิกเป็นเพื่อนกัน แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะอยู่ในฐานะเพื่อน ผมไม่สามารถคุยกับมันหรืออยู่ด้วยกันอย่างสนิทใจได้ ทางที่ดีที่สุดคือเราอย่าเพิ่งคุยหรือว่าอยู่ใกล้ๆ กันเลย

 

“เลิกซ้อมแล้วไปหาอะไรแดกกันมั้ยมึง” ผมพยักหน้ารับ เพราะหลังจากเลิกซ้อมแล้วผมก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว บางทีการไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆ บ้างอาจจะดีกว่าการพาตัวเองกลับไปอยู่คนเดียวแบบเหงาๆ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องอยู่คนเดียว เรื่องราวและคำถามต่างๆ มันจะไหลเข้ามาวกวนในสมองของผมอีกครั้ง

 

“เออๆ ไปก็ได้” ผมเก็บข้าวของของผมเพื่อเตรียมตัวไปหาอะไรกินก่อนจะกลับบ้าน ชีวิตของผมมันก็แค่นี้ มาเรียน ซ้อม กลับบ้าน แต่ละวินาทีที่เดินผ่านนั้นผมรู้สึกว่ามันช่างช้าและยาวนานมากเหลือเกิน

 

ไม่เหมือนเมื่อก่อนตอนที่ผมได้เป็นคนที่ถูกรัก ช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันมันช่างสั้นจนรู้สึกว่าอยากจะยืดเวลาต่อวันออกไปให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ผมกลับอยากจะให้เวลามันเดินผ่านไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ยิ่งเวลาที่ต้องมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ เห็นสายตาที่มองมาแบบนี้ มันทำให้ผมยิ่งเจ็บในใจจนยากจะรับมือกับความรู้สึกนี้ได้

 

“เฮ้ย...ไอ้ภูไปด้วยกันมั้ยมึง...” มันหันไปเรียกไอ้ภูที่นั่งมองมาทางพวกเรา มันมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ผมรู้ว่ามันอยากคุยกับผม แต่ผมไม่พร้อมที่จะคุยอะไรทั้งนั้น ในเมื่อคำตอบที่มันเลือกเอาไว้แล้วคือคนอื่นที่ไม่ใช่ผม แล้วมันจะคุยกันไปให้ได้อะไรขึ้นมา

 

“ไปๆ กูกำลังหิวอยู่พอดี...”

 

“เออ!! กูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ะว่ากูมีธุระ วันนี้คงไปกับพวกมึงไม่ได้  ไว้คราวหน้านะมึง...” ผมพูดแทรกขึ้นมาทันที ผมรู้ดีว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก ไม่ว่าใครอยากจะช่วยประสานให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง

 

ผมรู้ว่าทุกคนหวังดี แต่ทว่าไม่มีใครรู้ดีไปกว่าใจของผมเองว่าผมไม่สามารถอดทนที่จะแสร้งทำเป็นมีความสุข ในขณะที่หัวใจเจ็บร้าวและเออนองไปด้วยน้ำตาที่มันไหลอยู่ภายในใจตลอดเวลา

 

“อะไรวะมึง...พักนี้มึงเป็นอะไรวะธีร์ เห็นมึงเป็นแบบนี้พวกกูไม่สบายใจเลยนะเว้ย...” ผมยิ้มจางๆ ให้กับพวกมัน แต่ก็ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากของผม สายตาที่มองมายังผมตลอดเวลาคู่นั้นมันจะมีความหมายอะไรซ่อนเอาไว้ผมก็ไม่อยากจะรู้อีกแล้ว

 

ผมเหนื่อย ผมเจ็บ ผมล้า ผมรู้สึกเหมือนคนที่โดนหักหลัง หลายๆ เรื่องที่ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่ามันโกหกผม  ความไว้เนื้อเชื่อใจมันจางหายไปจนเกือบจะหมดแล้ว และมันคงไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ในเร็ววันนี้แน่ๆ

 

ผมเดินออกมาจากห้องซ้อมเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ผมชาชินกับสายตาของผู้คนที่มองมายังผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร ทุกคนเหมือนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับภู ถึงเรื่องของเราจะไม่ได้เป็นที่เปิดเผยมากมายจนทุกคนในโรงเรียนนี้รู้ แต่ทว่าหลายๆ คนก็รู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“อ้าว...ธีร์” ผมเดินก้มหน้าก้มตามาตามทางเดิน มาชะงักเมื่อพบเจอกับใครบางคนที่ดูมีท่าทีวางตัวไม่ค่อยถูกเมื่อมาเจอผมตามลำพังแบบนี้

 

“เต้ยยังไม่กลับบ้านหรอ” ผมเอ่ยถามออกไปอย่างปกติ คนตรงหน้าคือคนที่ไอ้ภูมันเลือก แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของเต้ย...

 

“เราก็กำลังจะกลับอยู่พอดี...”

 

“เฮ้ยไอ้ธีร์...มึงรอกูก่อน กูมีเรื่องอยากจะคุย...” เสียงตะโกนตามหลังของผมมาคือเสียงของไอ้ภู มันหยุดชะงักเมื่อมันพบว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพัง แต่กลับมีใครอีกคนอยู่ด้วย ระหว่างเราสามคนเหมือนมีเมฆหมอกจางๆ บดบังความรู้สึกเอาไว้

 

“งั้นเรากลับก่อนนะ...” ผมหันมาบอกเต้ยและเดินจากมาทันที การที่จะต้องเลี่ยงการพบเจอหรือว่าพูดคุยกับไอ้ภูเป็นอะไรที่มันยากเหลือเกิน ตราบใดที่เรายังต้องวนเวียนพบเจอกันอยู่แบบนี้ มันยิ่งทำให้การตัดสินใจที่จะเดินห่างออกมาช่างยากยิ่งนัก

 

ผมยังคงรักและไม่เคยหมดรัก ผมไม่ใช่คนที่เปลี่ยนไปแต่ใจมันต่างหากที่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเสียงของใครทั้งสิ้น มีเพียงเสียงฝีเท้าของผมที่ดังอยู่ ผมควรทำตัวให้ชินกับการที่จะไม่มีมัน เพราะมันตัดสินใจไปแล้วว่าคนที่มันอยากให้อย่าในใจของมันไม่ใช่ผม ผมไม่ดึงดัน ไม่ดื้อรั้น ไม่ทำอะไรที่เป็นการทำให้มันต้องลำบากใจ

 

 

 

 

ผมกลับเข้ามาในบ้านและยืนพิงประตูบ้านอย่างเหนื่อยล้าหัวใจ เมื่อก่อนผมมีความสุขกับการที่จะต้องไปเรียน ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสุขใจ เพราะหัวใจมันมีความรักของใครอีกคนหล่อเลี้ยง

 

แต่ตอนนี้ผมไม่มีสิ่งนั้นอีกต่อไปแล้ว ผมก็เหมือนต้นไม้ที่ไร้การรดน้ำบำรุงดูแล ยังคงมีชีวิตไปในแต่ละวัน แต่ก็ไม่รู้สึกถึงความสดชื่นหรือการมีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน ผมได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ทิ้งตัวลงนั่งพิงประตูบ้านด้วยความเหนื่อยล้า เวลาที่อยู่ด้วยกันมันทรมานในใจยังไงก็ไม่รู้

 

“อย่าทำให้กูรู้สึกว่าตัวเองมันไร้ค่ามากไปกว่านี้เลยภู แค่กูไม่ได้เป็นคนที่ถูกมึงรัก กูก็เจ็บมากพอแล้ว” ผมหลับตาและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ความเจ็บปวดและความอัดอั้นตันใจที่มีไหลรินมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ยังคงมีอยู่ในทุกๆ วัน ปล่อยมันออกมาบ้างไม่อย่างนั้นผมอาจจะเจ็บเจียนตายเลยก็ได้

 

เสียงไลน์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า มีข้อความเข้ามาหลายข้อความ ผมหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากภูที่ส่งมาหลายต่อหลายข้อความ ผมไม่ได้เปิดอ่าน ผมเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วนั่งอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ ไม่ได้ลุกไปไหน

 

ไลน์ยังคงเด้งเตือนว่ามีข้อความเข้า มือถือดังสลับกับเสียงไลน์ ผมไม่คิดว่าการคุยกันมันจะมีอะไรดีขึ้น ถ้ามันเลือกแล้วมันก็ควรจะปล่อยผมให้เดินไปตามทางของผม ไม่ควรจะรั้งผมเอาไว้แล้วร้องขอให้ผมยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

 

ผมบอกตามตรงว่าผมทำให้มันไม่ได้จริง...

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ผมนั่งพิงประตูอยู่ตรงนี้อย่างอ่อนแรง ผมยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างอ่อนล้า ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าความรักจะมอบความสุขที่แสนหวานให้เราได้มากมาย และในทางกลับกันนั้นมันสามารถฆ่าเราให้ตายทั้งเป็นได้เช่นกัน

 

เสียงฟ้าร้องคำรามดังอย่างน่ากลัว บ้านที่มืดมิดมีแสงจากสายฟ้าลอดเข้ามาเป็นระยะๆ ผมเปิดไฟในบ้านทีละดวง แล้วมองดูเวลาที่ล่วงเลยมาเกือบจะสองทุ่มแล้ว ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง หลายสายที่ไม่ได้รับ หลายข้อความที่ส่งเข้ามา

 

“มึงต้องการอะไรจากกูอีกวะภู ปล่อยให้กูอยู่ของกูแบบนี้ มึงไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับกูไม่ได้หรอวะ” ผมไม่เคยคิดหรอกว่าวันหนึ่งผมกับมันจะเสียความเป็นเพื่อนต่อกัน ตอนที่รักกันมันก็เหมือนว่าทุกอย่างดูสวยงามไปหมด ทุกเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันเป็นความทรงจำที่มีค่ากับผมมากเหลือเกิน ในยามที่ผมต้องเหงาแค่ได้ยินเสียงของมันผมก็ยิ้มได้ มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา

 

แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากจริงๆ ยิ่งย้อนคิดถึงมันยิ่งเกิดคำถามขึ้นมาในใจมากมาย คำว่า ทำไม ยังคงลอยวนในหัวของผมไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น

 

“กูเหนื่อยว่ะภู เหนื่อยที่จะต้องไปทำเหมือนว่ากูสามารถเป็นเพื่อนกับมึงได้...ในเมื่อมึงตัดสินใจได้แล้วว่าใครที่มึงรักและต้องการ อย่ามารั้งกูเอาไว้เลย กูไม่ได้สำคัญอะไรกับมึงหรอก” ผมกดปิดมือถือแล้ววางมันเอาไว้เช่นนั้น ทิ้งตัวนอนบนโซฟา หลับตานิ่งๆ ให้หัวใจมันเต้นของมันไปเรื่อยๆ ถึงมันจะอ่อนแรงแต่มันก็ต้องเดินหน้าต่อไป

 

ผมเชื่อว่าสักวันผมน่าจะเข้มแข็งมากขึ้น ผมอาจจะกลับมาเป็นผมคนเดิม แล้ววันนั้นผมอาจจะกลับไปเป็นเพื่อนกับมันได้อย่างสนิทใจ แต่มันคงต้องใช้เวลา...ซึ่งผมก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

 

“ธีร์....ไอ้ธีร์ ออกมาคุยกับกูหน่อยได้มั้ยวะ...” เสียงของได้ภูดังอยู่ที่หน้าบ้าน ผมลุกขึ้นไปเปิดผ้าม่านมองออกไปก็พบว่ามันยืนอยู่ที่นอกรั้วบ้าน สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก มันไม่มีร่มหรืออะไรกันฝนเลยสักนิด

 

ผมชั่งใจว่าควรจะทำอย่างไรดีระหว่างปล่อยให้มันยืนตะโกนอยู่อย่างนั้น กับเดินออกไปหามันแล้วไล่มันให้กลับไป ผมไม่อยากจะอ่อนแอให้กับความรักอีกแล้ว มันเจ็บ มันน่ากลัว ในเมื่อใจของมันไม่เหมือนเดิมแล้ว และถ้าครั้งหนึ่งมันเคยเลือกที่จะจบความสัมพันธ์ของเราไปแล้ว ผมก็จะไม่สานความสัมพันธ์นั้นต่อ

 

“ไอ้ธีร์ ไอ้เหี้ยธีร์...” ผมคว้าร่มตรงมุมห้องแล้วเดินออกไป ผมไม่อยากให้มันต้องมาป่วยเพราะผม ผมไม่อยากให้มันต้องมาเป็นอะไรเพราะผม เพราะว่าผมจะไม่มีสิทธิ์และไม่สามารถดูแลมันเหมือนอย่างทีผ่านมาได้อีกแล้ว

 

ผมเดินมาหยุดที่ประตูบ้าน มันยืนอยู่ตรงหน้าผม มีเพียงแค่ประตูบ้านเท่านั้นที่กั้นเราสองคนเอาไว้ เราห่างกันแค่เมตรเดียวเท่านั้น แต่ในความรู้สึกของผมนั้นเราสองคนไกลห่างกันมากจริงๆ ความรู้สึกของผมมันบ่งบอกอย่างชัดเจน

 

“มึงกลับไปเหอะ...”  ผมยื่นร่มให้กับมัน ตัวมันเปียกปอนไปทั้งตัว มันจ้องมองสบตากับผม ชั่ววูบหนึ่งผมเกือบจะเผลอใจไปกับความรัก ที่มันยังคงร่ำร้องอยากให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ทว่าแค่เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ความเป็นจริงที่บอกให้ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนที่ถูกเลือกก็กลับมาย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าผมควรจะรู้ตัวว่าตัวเองยืนอยู่ในตำแหน่งใด

 

“มึงอย่าทำแบบนี้กับกูได้มั้ยวะธีร์...” ผมกำร่มแน่นด้วยความเจ็บที่เสียดแทงเข้ามาที่ในหัวใจ คำถามนี้ใครกันแน่ที่ควรจะเป็นคนเอ่ยถามออกมา ผมหรือว่ามัน?

 

“กูบอกให้มึงกลับไปไงภู...กูไม่อยากเห็นหน้ามึง...เพราะถ้ายิ่งเห็นหน้ามึงกูยิ่งเจ็บ มึงเข้าใจบ้างหรือเปล่าวะว่ากูเจ็บ” ผมได้แต่กำด้ามร่มแน่น มองหน้ามันด้วยความเจ็บปวด มันจะพยายามเข้ามาตอกย้ำให้ผมเจ็บมากกว่านี้ทำไมกัน

 

“กูขอโทษนะธีร์...กูขอโทษที่ทำให้มึงเสียใจ...”

 

“มึงไม่ต้องขอโทษอะไรทั้งนั้น กลับไปเหอะภู กูไม่อยากจะเห็นหน้ามึงจริงๆ” ผมปาร่มไปใส่มัน เป็นการไล่มันให้กลับบ้านของมันไป มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องมาทำแบบนี้อีกแล้ว มันน่าจะพอได้แล้ว มันจะยังลังเลทำไมอีก

 

“แต่กูอยากเห็นหน้ามึง กูคิดถึงมึง กูอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม...ได้มั้ยวะธีร์” ไม่รู้ทำไมพอได้ยินคำถามของมันน้ำตาของผมก็ไหลทันที มันกำลังคิดอะไรอยู่ มันจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าหัวใจของผมเจ็บช้ำมากขนาดไหน มันต้องการอะไรจากผมกันแน่

 

“เหมือนเดิมของมึงคืออะไรวะภู กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม  ให้กูกลับไปเป็นเพื่อนกับมึงอย่างนั้นน่ะหรอวะ ทั้งๆ ที่มึงก็รู้อยู่แก่ใจว่ากูรักมึงมากกว่าเพื่อนอย่างนั้นหรอวะภู มึงมันเห็นแก่ตัว...” ผมตบประตูเหล็กอย่างแรงเพื่อเป็นการระบายความอัดอั้นในหัวใจ ผมจ้องมองหน้ามันด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของผม ทำไมมันถึงได้ใจร้ายขนาดนี้ ทำไมกันวะ

 

“ธีร์...กูยังคิดถึงมึง ยังรู้สึกดีๆ กับมึง...”

 

“แต่มึงก็ไม่ได้รักกูแล้วใช่มั้ยภู...” มันนิ่งงันไม่ยอมตอบคำถามของผม เท่ากับว่ามันไม่ได้รักผมแล้วจริงๆ แล้วมันจะมาคาดหวังอะไร คาดหวังให้ผมยังคงรักมันในขณะที่มันหันไปรักคนอื่นอย่างนั้นหรือ เพื่ออะไรวะ เพื่อที่มันจะยังมีผมอยู่ข้างกายอย่างนั้นหรือ

 

“มึงเคยนึกถึงใจกูบ้างมั้ยภูว่ากูเจ็บมากแค่ไหน มึงเข้ามาทำให้กูรัก เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกๆ อย่างในชีวิตกู แล้ววันนึงมึงก็เลือกคนอื่น ทิ้งให้กูทนกับความเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น กูผิดอะไรวะภู กูทำอะไรผิดมากหรอมึงถึงได้ทำร้ายหัวใจกูขนาดนี้” ผมทิ้งร่มลงกับพื้น ขาของผมอ่อนแรงจนผมทรุดลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้น ผมกำชายกางเกงตัวเองเอาไว้แน่น สายฝนไม่อาจจะปิดบังน้ำตาของผมได้เลยจริงๆ

 

“ธีร์...กูขอโทษ” มันเอื้อมมือเข้ามาตามช่องของประตูเพื่อจับมือของผมที่กำแน่นเอาไว้ ผมทำอะไรผิดวะ ผมไม่เคยรู้คำตอบเลย ทั้งๆ ที่ผมพยายามทำใจแล้ว พยายามทำตัวให้ชินกับการที่จะไม่มีมันแล้ว แล้วมันจะเดินกลับมาเพื่อร้องขอให้ผมกลับไปอยู่ข้างๆ มันเพื่ออะไร

 

“ภู...มึงกลับไปเถอะ กูขอร้องหล่ะมึงช่วยกลับไป กูทำตามที่มึงขอไม่ได้ กูเป็นเพื่อนกับมึงไม่ได้ มึงไม่ต้องมีกูมึงก็อยู่ได้ไม่ใช่หรอวะภู” ผมปัดมือมันออกจากมือของผม ผมไม่อยากจะเชื่อใจมันง่ายๆ แล้วต้องกลับมาเจ็บอีกครั้งหากวันข้างหน้ามันเกิดอาการโลเลลังเลขึ้นมาอีกหน

 

“แล้วมึงอยู่ได้หรอวะธีร์...ไม่มีกูมึงอยู่ได้หรอวะ...”

 

“อยู่ได้ไม่ได้กูก็ต้องอยู่ มึงจะถามทำไมวะภู ในเมื่อใจมึงรู้ดีว่ามึงรักใคร คนคนนั้นมันไม่ใช่กู...” ทำไมวะ ทำไมแม่งทรมานมากขนาดนี้ ทำไมกูเจ็บเจียนตายแบบนี้ ใครจะตอบคำถามที่มันค้างคาใจกูได้บ้าง

 

“ธีร์ อย่าทำแบบนี้กับกูดิวะ กูไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”

 

“กูคงมีค่ากับมึงแค่ตอนที่มึงไม่เหลือใครสินะ หัวใจกู ความรู้สึกกูมีค่าแค่นั้นเองหรอวะ ถ้ามึงอยากจะมีใครสักคนเอาไว้คลายเหงามึงก็ไปหาเอาข้างหน้าเหอะภู มีคนมากมายอยากจะอยู่กับมึง  หัวใจกูมีค่ามากกว่านั้น” ผมหยัดยืนขึ้นแล้วจ้องมองหน้ามันด้วยความปวดร้าวในหัวใจ น้ำตาไม่อาจจะช่วยบรรเทาความเจ็บ สายฝนไม่อาจจะช่วยชะล้างความเจ็บปวดออกไปจากใจ ทุกอย่างมันอาจจะต้องใช้เวลาในการเยียวยารักษาตัวมันเอง

 

“ถ้ามึงยังคงนึกถึงแค่ใจตัวเอง นึกถึงแค่ความรู้สึกของตัวเอง สักวันหนึ่งมึงก็จะไม่เหลือใครจริงๆ” ผมทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นแล้วเดินเข้ามาในบ้านทันที

 

ผมร้องไห้โฮอย่างไม่ต้องอายใคร ผมนั่งลงทุบพื้นระบายความทรมานใจ ความเจ็บในใจออกมาเสียบ้าง ในสายตาของมันผมมีค่าแค่นั้นเองหรือ ถ้าเต้ยตอบรับความรู้สึกมัน ถ้าวันนี้มันมีเต้ยอยู่เคียงข้าง มันจะนึกถึงผมมั้ย มันยังจะใส่ใจคนที่มันไม่เลือกคนนี้หรือเปล่า

 

ผมไม่ได้ดีใจเลยกับสิ่งที่มันบอกกับผม ที่มันบอกว่ายังคิดถึงและยังคงรู้สึกดีๆ กับผมอยู่ เพราะมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกสมเพชตัวเองมากเข้าไปอีก

 

ถ้าได้เป็นคนที่ถูกรักก็คงสุข แต่มันจะยิ่งทุกข์ถ้าเราไม่ใช่คนที่ถูกรัก

..........

 

 

เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ผมต้องหยุดเรียนไปหลายวัน เพราะตากฝนแล้วนอนหลับไปทั้งๆ ที่ตัวเปียกปอนแบบนั้น ทำให้ผมเป็นไข้หวัดใหญ่อยู่หลายวัน ผมไม่ได้เปิดมือถือ ไม่ได้ติดต่อใคร ไม่ได้ออกไปไหน นอนอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น

 

“เฮ้อ...” วันนี้เป็นวันแรกที่จะไปเรียนหลังจากที่นอนซมมาหลายวัน ความจริงแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนแอหรือว่าป่วยง่ายดายมากมายขนาดนั้น แต่ทว่าครั้งนี้มันอาจจะเป็นเพราะว่าผมกำลังอ่อนแอด้วยแหล่ะมั้ง อาการมันเลยได้หนักหนามากมายขนาดนี้

 

“อ่อนแอเกินไปแล้วมึงไอ้ธีร์” ผมมองหน้าตัวเองที่มองยังไงแม่งก็ดูป่วย แต่เพราะว่าขาดเรียนขาดซ้อมมาเสียหลายวัน นอนอยู่บ้านก็รู้สึกเหงาๆ ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งๆ ที่บอกกับตัวเองว่าเลือกที่จะตัดใจแล้วก็อย่าไปคิดถึงอะไรที่ไม่ควรคิด

 

แต่เรื่องของความรักมันก็ยากจะเข้าใจอีกนั่นแหล่ะ ผมก็ทำเพียงแค่นึกถึงแต่คงไม่กลับเข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับมันอีก แค่นี้มันก็สับสนในตัวเองมากพอแล้ว อย่าเข้าเพิ่มความสับสนให้กับมันมากไปกว่านี้เลย

 

ผมเดินเข้ามาในโรงเรียนด้วยความรู้สึกที่ล้าไปทั้งตัว ไข้หวัดมันรุมเร้าทำพิษจนผมอ่อนแรง ถึงแม้ว่าแม่จะบอกให้พักอีกสักหน่อย แต่ผมก็ไม่อยากจะขาดเรียนนานไปกว่านี้อีกแล้ว อีกอย่างช่วงนี้ต้องซ้อมหนักด้วย เท่าที่หายหัวไปหลายวันนี่ก็เดือดร้อนชาวบ้านเค้ามากพอแล้ว

 

ชีวิตแม่งเหนื่อยนะว่ามั้ย มีเรื่องอะไรให้ต้องคิดมากมาย เรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องความผิดหวัง ความเสียใจ บางครั้งผมก็คิดว่าไม่น่าเริ่มต้นรัก เพราะถ้าไม่เริ่มต้นรักก็จะไม่เจ็บ อาจจะเพราะว่าผมไม่เคยมีความรัก ไม่รู้ว่าต้องเผื่อใจเอาไว้เวลาที่เจ็บ พอรักใครก็เลยทุ่มไปหมดทั้งหัวใจ เวลาเจ็บมันเลยเจ็บเจียนตายเหมือนอย่างที่เห็น

 

ผมเดินมาเรื่อยๆ ตามทางเดิน ผมมองเห็นไอ้ภูที่มันอยู่ตรงหน้าผม มันกำลังเดินมาคนเดียวเช่นกัน ผมลดระดับสายตาลงมองที่พื้นตรงหน้าตนเอง ไม่ได้มองสบตากับมันหรือว่ามองสบตากับใครทั้งสิ้น ทุกครั้งที่ต้องเจอหน้ากันมันยังรู้สึกเจ็บ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่มันถึงจะชินสักที

 

เราต่างคนต่างเดินเข้ามาใกล้กัน สายลมที่พัดผ่านหอบเอากลิ่นน้ำหอมที่ผมค่อนข้างคุ้นจมูกลอยมาปะทะหน้า เราเดินสวนทางกันโดยที่หลังมือของเราสัมผัสกันแผ่ว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคนนั้นทำให้เราเหมือนคนแปลกหน้าต่อกัน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเราสามารถเดินกอดคอกันได้โดยที่ไม่ต้องแคร์สายตาใคร

 

แต่ตอนนี้มันไม่สามารถกลับไปเป็นอย่างเดิมได้อีกแล้ว...

 

หมับ!!

 

มันจับมือของผมเอาไว้ ผมไม่ได้หันกลับไปมองหน้ามันแม้แต่น้อย ไม่อยากจะมองสบตากับมัน ไม่อยากจะเจอสายตาอ้อนวอนแล้วจะต้องใจอ่อนให้กับมัน สิ่งที่ผมทำคือยืนเฉยๆ ยืนนิ่งๆ เท่านั้น

 

“สีหน้ามึงดูไม่ดีเลยธีร์ อย่าฝืนเข้าเรียนเลย...” ขอบคุณนะที่มึงยังทำเหมือนว่ายังคงห่วงใยกู แต่กูไม่เป็นไรจริงๆ อย่ามาทำแบบนี้เลยภู กูเจ็บยิ่งกว่าการที่เราเจอกันแล้วไม่ทักกันเสียอีก

 

“กูไม่เป็นอะไร...” ผมบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แล้วเดินไปข้างหน้าอย่างไม่คิดจะมองกลับไปข้างหลัง ทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งเสียเต็มประดา ทั้งๆ ที่หัวใจเหมือนถูกกรีดซ้ำลงไปที่เดิมครั้งแล้วครั้งเล่า

 

อยากอยู่เฉยๆ อยากอยู่นิ่งๆ อยากให้อาการเหล่านี้มันหายไปจากหัวใจเสียที

 

“กูเป็นห่วงมึงนะไอ้ธีร์...” มันตะโกนตามหลังผมมา ผมจับกระเป๋าแน่นแล้วเดินก้าวต่อไป ผมใจร้ายเกินไปหรือเปล่า ผมไม่อยากจะรับรู้หรือว่ารับฟังอะไรที่ออกมาจากปากของมันอีกแล้ว ยิ่งฟังยิ่งตอกย้ำ ยิ่งเจ็บปวด

 

“ถ้ามึงห่วงกูจริงๆ มึงคงไม่ทำแบบนี้กับกู มึงคงไม่ทำให้กูเสียใจตั้งแต่แรกแล้วภู” ผมได้แต่พูดกับตัวเองเบาๆ  บอกแล้วว่าชีวิตแม่งเหนื่อย แม่งล้า จนอยากจะเป็นบ้าเพราะความสับสนที่เกิดขึ้นไม่รู้จักจบจักสิ้น

 

ก็ได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมา...ถ้าไม่รักซะก็ไม่ต้องมาเจ็บแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่ทรมานมากจริงๆ ในเมื่อมันไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบเจอการเผชิญหน้าต่อกันได้เลย

 

………...........








 

2. น้ำตา

 

ผมเดินหลบมานั่งคนเดียวเงียบๆ ที่ด้านหลังของอาคาร ม้าหินเก่าๆ ใต้ต้นไม้ที่มักจะมีนักเรียนแอบมานั่งดูดบุหรี่ที่ตรงนี้ ตอนนี้ทุกคนคงกำลังเข้าแถว ผมหลบเลี่ยงทุกอย่าง ทั้งหน้าที่ของผม ทั้งความรู้สึกของผม ความจริงผมยังไม่ควรมาเรียนด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ดีว่าไม่สามารถหลบเลี่ยงความเป็นจริงตลอดไปได้

 

ชีวิตมันต้องเดินต่อไปข้างหน้า ถึงแม้ว่าหัวใจของผมจะถูกละทิ้งเอาไว้ที่ข้างหลัง ผมอาจจะเริ่มต้นก้าวเดินใหม่อีกครั้งได้ในสักวันหนึ่ง อาจจะก้าวช้ากว่าคนอื่นๆ แต่ผมก็ต้องก้าวเดินต่อไป ชีวิตคนมันก็แค่นี้ ไม่มีใครที่จะสุขสมหวังไปเสียทุกอย่าง เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราทุกคนรู้ดี

 

แต่จะมีสักกี่คนที่ทำตามนั้นได้จริงๆ

 

“ปวดหัวเว้ย...” ผมนั่งกอดเข่าทอดสายตาไปทางเบื้องหน้า ใจมันคิดวกวนไปมาอยู่แค่เรื่องเดิมๆ ผมอยากจะรีบๆ ลืมความรู้สึกนี้ออกไปจากหัวใจเสียที มันทำให้ผมไม่เป็นอันทำอะไร ผมยอมรับว่าผมยังคงรักมัน แต่ทว่าผมมองไม่เห็นถึงประโยชน์อะไรที่ผมจะกลับเข้าไปบนเส้นทางที่ดูวุ่นวายเส้นทางนั้น

 

ตอนนี้มันเองก็คงกำลังสับสนมากเหมือนกัน เพราะความลังเลของมันทำให้มันไม่เหลือใคร ผมรักมันแต่ผมไม่อยากให้ตัวผมเป็นเพียงแค่ของตาย ยามที่มันไม่เหลือใครก็ดึงผมเข้าไปหา เวลาที่มันเกิดความรู้สึกกับใครขึ้นมา ผมก็จะถูกผลักดันออกมาอีกครั้ง

 

ผมคิดว่าหัวใจของผมมันมีค่ามากกว่านั้น มากกว่าจะให้ใครมาเหยียบย่ำให้มันเจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ผมก็สงสารหัวใจตัวเองมากพออยู่แล้ว มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก มากจนผมตั้งรับมันไม่ทันเลยจริงๆ

 

ผมไม่รู้หรอกว่าที่มันรู้สึกกับเต้ยเป็นเพราะว่ามันสงสารเต้ยที่ต้องมาเจอกับเรื่องราวแย่ๆ ในชีวิตมากมาย หรือมันยังคงรักเต้ยอยู่กันแน่ มันเลยเกิดคำถามขึ้นมาในใจของผม ว่าช่วงนั้นที่เรารู้สึกเหมือนว่าเรารักกัน มันเป็นแค่ความสับสนของมันเท่านั้นหรือเปล่า

 

แต่สำหรับผมนั้น มันคือความรัก...ความรักที่ผมมีให้มันอย่างจริงใจ และก็คิดเสมอว่าสิ่งที่มันตอบกลับมาก็คือความรักอย่างจริงใจเช่นกัน สรุปคือผมคงคิดไปเองคนเดียว ปล่อยให้ใจคิดอะไรเกินความเป็นจริงไปคนเดียวเช่นนั้น สุดท้ายเลยต้องมานั่งเสียใจแบบช้ำๆ อย่างเดียวดาย

 

“กูผิดเองแหล่ะที่คิดอะไรเข้าข้างตัวเองมาตลอด นี่คงเป็นบทลงโทษสำหรับความผิดของกูสินะ การที่ต้องเจ็บเพราะความรู้สึกนึกคิดที่ทึกทักไปเอง” ผมว่าผมอาจจะได้คำตอบแล้วหล่ะว่าผมทำผิดอะไร มันอาจจะผิดที่ผมคิดอะไรเกินเลยกว่าความเป็นจริงไปฝ่ายเดียว พยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนที่ถูกรัก เอาเข้าจริงๆ ผมอาจจะเป็นคนที่ดันไปรักมันเอง

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันอาจจะเป็นเพราะความเผลอไผลในยามที่หัวใจของเราสับสน อ่อนไหว หรือไม่มั่นใจ มันจึงเกิดความสัมพันธ์ที่มันไม่มีอะไรยืนยันได้เลยว่ามันจะคงมั่น ยิ่งเราสนิทกันมากเท่าไหร่ ตอนนี้ผมยิ่งรู้สึกอยากห่างไกลกันมากเท่านั้น

 

“กูคงได้คำตอบที่กูอยากรู้แล้วสินะ มันน่าจะเป็นเพราะว่ากูเองที่คิดเองเออเองว่ามันคือความรัก มึงคงอยากจะบอกให้กูรู้ว่ากูคิดไปเองฝ่ายเดียวสินะ” ผมยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง เหนื่อยนะกับความรู้สึกในตอนนี้ มันทำให้ไม่อยากได้อยากดีอะไรเลยสักนิด เพียงแค่คิดว่าต้องเผชิญหน้ากันมันก็เหนื่อยล้ามากแล้ว

 

“มึงอยากให้กูกลับไปเป็นเพื่อนมึงใช่มั้ยภู กูขอเวลาสักพักแล้วกูอาจจะกลับไปเป็นเพื่อนกับมึงได้ แต่ระหว่างเรามันคงไม่เหมือนเมื่อก่อน...มันจะไม่มีอีกแล้ว” ใจผมเองก็โหยหาอยากจะอยู่ข้างๆ มัน แต่อีกใจก็อยากจะเดินออกไปให้ไกลห่างจะได้ไม่ต้องรับไม่ต้องรู้ ไม่ต้องพบเห็นหรือเจอกับอะไรที่มันทำร้ายความรู้สึก

 

สิ่งที่ผมควรทำคือการอยู่ในที่ของตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง และยังคงรู้สึกนึกคิดเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ผมไม่อาจจะหลอกใจตัวเองได้หรอกว่าผมสามารถตัดมันออกจากใจได้ แต่ผมไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนอย่างเดิมได้ เพราะเราต่างคนต่างรู้อยู่แก่ใจตัวเองว่าบางอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

 

 

 

 

มื้อกลางวันที่ผมรู้สึกว่าอาหารที่เคยถูกปากมันกลับไม่อร่อยเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา อาจจะเพราะว่าผมต้องนั่งกินคนเดียว หรืออาจจะเพราะว่าผมมองเห็นคนสองคนนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันไม่ห่างจากที่ผมนั่งเท่าไหร่

 

ผมนั่งมองจานข้าวของตัวเองอย่างเนือยๆ ไม่รู้สึกอยากกินหรือว่าอยากจะทำอะไร ได้แค่ตักมันเข้าปากไปเรื่อยๆ กินบ้าง เขี่ยเล่นบ้าง ตามเรื่องตามราว สายตาของหลายๆ คนมองมาที่ผม สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร ความสมเพช และอีกหลายๆ ความรู้สึก ผมแค่นยิ้มให้กับตัวเองแล้วถอนหายใจน้อยๆ

 

“ขนาดกูยังสมเพชตัวเองเลย แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่นวะ...” 

 

“น่าสงสารพี่ธีร์เนอะ...ดูพี่ภูไปนั่งกินข้าวกับผู้หญิงคนนั้นแล้วทิ้งพี่ธีร์เอาไว้คนเดียวแบบนี้เนี่ยนะ...”

 

“ก็เค้าเลิกกันแล้วไม่ใช่หรอวะ พี่ภูเค้าคงอยากจะกลับไปเติมเชื้อไฟให้กับถ่านไฟเก่า อย่างที่รู้กันสองคนนี้เคยคบกันมาก่อนตอนอยู่มอต้น”

 

และคำพูดอีกมากมายที่ผมได้ยิน ผมได้ยินอะไรแบบนี้มาตลอด จะว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็ใช่ที่ เพราะว่ามันเป็นอย่างที่เค้าพูดกัน สิ่งที่ทุกคนพูดไม่ใช่เรื่องที่ผิดไปจากนั้นเลย ผมพยายามไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่เก็บมันเอามาคิด

 

“รู้งี้ยังไม่มาก็ดีหรอกธีร์เอ๊ย...ปวดหัวขนาดนี้” ผมสะบัดหน้าไปมาเล็กน้อย ไล่อาการมึนงงออกไปบ้าง ตอนนี้รู้สึกว่าอาการปวดหัวมันตามมาหลอกหลอนแบบแปลกๆ ผมหยิบยาขึ้นมากินแล้วเตรียมตัวหลบไปหาที่เงียบๆ นั่งคนเดียว เบื่อที่จะฟังเสียงผู้คนที่พูดเรื่องของผมซ้ำไปซ้ำมา มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของผมว่าผมมันก็แค่      ตัวฆ่าเวลาของมัน

 

ผมลุกขึ้นเพื่อเตรียมไปหาที่เงียบๆ นอนพักสมองสักครู่ แต่ทว่าเด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่ๆ ห้าถึงหกคนเดินสวนมาทางผม พวกเธอคุยเสียงดังและไม่ได้มองเลยว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ ทางเดินก็ไม่ได้กว้างสักเท่าไหร่ ทำให้หนึ่งในนั้นกระแทกเข้ามาที่ผมอย่างจัง ผมเซไปกระแทกมุมโต๊ะและล้มลงไปที่พื้นเพราะว่าทรงตัวไม่อยู่

 

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันดูรวดเร็วมาก ช่วงที่ผมจะล้มลงไปนั้นผมเอื้อมมือไปหมายจะคว้าขอบโต๊ะเอาไว้เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้ม แต่ทว่าผมกลับไปคว้าเอาชามร้อนๆ เข้า ผลที่ตามมาคือมันหกลงมาราดเข้าที่ขาของผม มันทั้งร้อน และแสบไปหมด

 

“พี่ธีร์...หนูขอโทษค่ะพี่ หนูไม่ได้ตั้งใจ พี่เป็นอะไรมากมั้ยคะ” เสียงร้องด้วยความตกใจกับความโกลาหลที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผู้คนห้อมล้อมเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมข่มความเจ็บแสบและทรมานเอาไว้ ส่ายหน้าไปมาแล้วยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน

 

“หนูขอโทษค่ะพี่ หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ พี่ไปห้องพยาบาลนะคะ เดี๋ยวพวกหนูพาไป...”

 

“ไม่เป็นไรครับพี่ไม่เป็นอะไร...” ผมกำลังปฏิเสธน้องๆ ผู้หญิงที่กระแทกผม แต่ทว่าอยู่ดีๆ ไอ้ภูมันก็เดินเข้ามาพยุงผม มือของมันกอดเข้าที่เอวของผมและตวัดแขนของผมให้พาดคอมันเอาไว้ ผมมองหน้ามันพร้อมกับยื้อตัวเองเล็กน้อย ผมไม่ได้ร้องขอและไม่ได้ต้องการให้มันมายุ่งวุ่นวายอะไรกับผม

 

“ทีหน้าทีหลังน้องๆ ช่วยระวังหน่อยนะครับ ไม่ใช่เอาแต่คุยกันแล้วไม่มองทางแบบนี้ ถ้าไอ้ธีร์มันเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ” มันต่อว่าเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้ด้วยน้ำเสียงที่ดูตึงๆ ไม่น้อย มันรู้ด้วยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ในเมื่อสายตาของมันไม่ได้มองมาที่ผม แต่มองไปยังคนที่มันชอบแทบจะตลอดเวลาแบบนั้น

 

“หนูขอโทษค่ะ...” เสียงสั่นๆ นั่นทำให้ผมอดที่จะสงสารไม่ได้ ผมไม่ได้เป็นอะไรมากแค่รู้สึกว่ามันแสบๆ ก็เท่านั้นเอง

 

“ปล่อยกู...กูไม่ได้เป็นอะไรมาก” ผมพูดกับมันด้วยเสียงที่ค่อนข้างนิ่ง ต่อให้มันมีท่าทีเป็นห่วงเป็นใยผมมากขนาดไหนผมก็จะไม่อ่อนแอหรือว่าอ่อนไหวดีใจไปกับสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว ผมไม่ควรจะรับความช่วยเหลือหรือว่าเศษใจจากมัน...เพราะมันจะยิ่งตอกย้ำให้ผมรู้ว่าผมมันน่าสมเพชมากเพียงใด

 

“ไปห้องพยาบาลก่อนเหอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที มึงอย่าดื้อดิวะ...” ผมกำมือแน่น อยากจะเดินออกไปจากตรงนี้ อึดอัด...มันอึดอัดมากเสียจนผมแทบจะหายใจไม่ออก ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างอยากรู้มากมายนั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด เท่ากับสายตาคู่เดียวที่มองสบตากับผม สายตาที่ดูเหมือนว่าเป็นห่วงเป็นใยผมเสียมากมาย

 

มันดึงผมให้เดินแหวกกลุ่มคนมากมายที่ยืนมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตั้งแต่ที่มันพูดความจริงกับผมว่ามันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เราสองคนก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันอีกเลย ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ แต่ถึงห่างไกลกันมากแค่ไหน หัวใจของคนไม่ถูกรักอย่างผมก็เจ็บอยู่ดี

 

เพื่ออะไร...มึงต้องการอะไรจากกูวะภู เท่านี้กูยังเจ็บไม่พออีกใช่มั้ย

 

..........

 

ผมนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงในห้องพยาบาล ความจริงแล้วผมก็ไม่เป็นอะไรมากนักหรอก ก็แค่โดนน้ำอุ่นๆ ลวกเท่านั้น ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นมันก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ที่ผมไม่เข้าเรียนเพราะผมคิดว่าผมคงไม่มีสมาธิที่จะเรียนเท่าไหร่ รอไปซ้อมทีเดียวตอนเย็นเลยก็แล้วกัน

 

“กลับบ้านมั้ยวะธีร์...” มันยังคงยืนอยู่ข้างๆ เตียง ผมนอนนิ่งๆ ไม่ได้ทอดสายตาไปมองมัน สายตาของผมมองอยู่ที่เพดานห้อง ผมไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดใจแบบนี้เลย ผมอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมกลายเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบและเก็บตัวแบบนี้

 

“กูไม่ได้เป็นอะไร กูแค่อยากนอนพักเท่านั้น...มึงเข้าเรียนเถอะ” ผมพลิกตัวนอนหันหลังให้กับมัน อยากจะนอนพักเงียบๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่อยากจะมีสายตาของมันมาคอยจับจ้อง ไม่อยากรับความห่วงใยที่มันหยิบยื่นมาให้ ผมกลัวว่าสิ่งเหล่านี้มันจะเป็นแค่ของปลอมเท่านั้น

 

“ขอกูอยู่เป็นเพื่อนมึงได้มั้ยวะธีร์...กูเป็นห่วงมึงจริงๆ” ผมกำมือแน่น ผมไม่เข้าใจว่ามันจะยุ่งวุ่นวายอะไรกับผม คนที่มันควรจะไปยุ่งวุ่นวายด้วยไม่ใช่ผมคนนี้..คนที่มันอยากให้เป็นแค่เพื่อน ต่อให้มันห่วงผมในฐานะเพื่อนผมก็ยังคงไม่ต้องการ เพราะรู้ตัวรู้ใจของตัวเองดีว่าผมไม่สามารถเป็นเพื่อนกับมันได้อย่างที่มันต้องการ

 

“ถ้ามึงไม่ไป...กูจะไปเอง” ผมตวัดผ้าห่มออกแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง ผมนั่งหันหลังให้กับมัน เตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องพยาบาลไป ตอนนี้รอบๆ เตียงนอนมีผ้าม่านล้อมกั้นเอาไว้ ผมไม่รู้หรอกว่าในนี้มีใครอยู่บ้าง ผมรู้แค่ว่าผมไม่อยากอยู่กับมันตามลำพังสองคนแบบนี้เลยจริงๆ

 

กลัวหัวใจตัวเองจะอ่อนแอและอ่อนไหว กลัวใจจะเปิดรับความรู้สึกเก่าๆ เข้ามาใหม่ กลัวว่าถ้าจะต้องเจ็บอีกครั้ง อาจจะหนักหนาและทนไม่ได้...กลัวเหลือเกิน

 

“ธีร์!!! มึงอย่าทำแบบนี้ได้มั้ยวะ...” มันเดินอ้อมมายืนตรงหน้าผม มือของมันจับไหล่ทั้งสองข้างของผมแล้วกดให้ผมนอนลงที่เดิม ผมฝืนตัวเพื่อที่จะลุกขึ้นแต่ทว่ามันก็ออกแรงกดไหล่ของผมเอาไว้ เราสองคนจ้องมองสบตากันแน่นิ่ง

 

ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนแค่มองสบตาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดอะไร แต่ตอนนี้บอกตามตรงเลยว่าไม่อาจจะหาความหมายที่ซ่อนเร้นเอาไว้ในดวงตาคู่นี้ได้อีกแล้ว

 

“กูไม่ได้ขอร้องให้มึงมายุ่งวุ่นวายอะไรกับกูเลยนะภู...ปล่อยกู” ผมปัดมือของมันออกจากไหล่ แต่มันก็ไม่ยอมปล่อยให้ผมทำแบบนั้นได้ง่ายๆ มันจับมือของผมทั้งสองข้างเอาไว้ที่เหนือหัว อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่สบาย ผมเลยไม่ค่อยมีแรงที่จะบิดข้อมือหรือว่าสู้กับมันสักเท่าไหร่

 

“จริงที่มึงไม่ได้ขอ...แต่กูอยากจะทำของกูเอง...” มันพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูดุไม่น้อย เหมือนอย่างที่มันเคยดุผมตอนที่ผมเมาครั้งนั้น ผมมองหน้ามันด้วยความไม่เข้าใจ ตั้งแต่ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในใจมัน บอกตามตรงเลยว่ามันคือคนที่ผมไม่เข้าใจมากที่สุด ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าเราเข้าใจกันและกันมากที่สุด

 

“กูไม่ต้องการ...มึงเข้าใจหรือเปล่า กูไม่ได้ต้องการอะไรจากมึงทั้งนั้น ให้กูอยู่ของกูแบบเงียบๆ โดยที่ไม่มีมึงมายุ่งวุ่นวายได้หรือเปล่าวะ...” ผมตะคอกถามมัน พยายามไม่ให้เสียงดังมากนัก ต้องกัดฟันถามด้วยความโมโห

 

“ถ้ากูทำได้กูก็ไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายให้มึงเกลียดกูแบบนี้หรอกธีร์...มันจะไม่มีทางไหนที่เราจะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนอย่างที่เราเคยเป็นได้เลยหรอวะ” มันลดแรงกดไหล่ของผมลงไป ผมเลยปัดมือมันออกแล้วลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความโกรธในสิ่งที่มันพูดออกมา

 

“มึงมันเห็นแก่ตัว...มึงนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง นึกถึงแต่สิ่งที่มึงต้องการ มึงอยากให้กูอยู่ข้างๆ มึง คอยเป็นเพื่อนมึงเหมือนเดิม มึงเคยนึกถึงใจกูมั้ยภู จากคนที่เคยถูกรักอยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็นคนไม่ถูกรัก กูจะเจ็บขนาดไหน...มึงเคยรู้บ้างหรือเปล่า” ผมลุกขึ้นแล้วกระชากคอเสื้อของมันเอาไว้ กำแน่นแล้วจ้องมองมันด้วยความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ ทำไมมันเป็นคนแบบนี้วะ

 

“ตลอดเวลาที่กูคิดว่าเรารักกัน แต่มึงกลับโกหกกูหลายครั้งหลายครา อยู่ดีๆ มึงก็มาบอกกับกูว่ามึงชอบคนอื่นอยู่...นึกถึงใจกูบ้างมั้ยว่าตอนที่กูต้องรับฟังความจริงจากปากของคนที่กูรักและกูก็คิดมาตลอดว่าเค้าก็รักกูน่ะ...กูเจ็บมากแค่ไหน” ผมเขย่าตัวมันแรงๆ สองสามที ก่อนที่จะผลักมันไปทางด้านหลัง มันมองหน้าผมตลอดเวลา สายตาของมันทำให้ผมสับสนมากเหลือเกิน

 

ผมเจ็บปวดเพราะมัน แต่ผมก็ยังรักมัน ผมคิดว่าผมเกลียดมันแต่เอาเข้าจริงๆ ผมก็ยังคงรักมันอยู่เหมือนเดิม ผมไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อไหร่เรื่องนี้มันจะจบลงไปสักที

 

เมื่อไหร่ผมจะเลิกรักและเลิกเจ็บเพราะคนคนเดียวที่อยู่ตรงหน้านี่ได้สักที

 

“ถ้ากลับกันล่ะ ถ้าเป็นกูที่เป็นฝ่าย นอกใจ ถ้าเป็นกูที่เป็นฝ่าย หักหลังถ้าเป็นกูที่เป็นฝ่ายขอยุติความสัมพันธ์ มึงจะรู้สึกยังไงวะภู มึงยังอยากที่จะอยู่ข้างๆ กูอีกมั้ย” ผมได้แต่กำมือแน่น ภูคนที่ผมเคยรู้จักมันไม่ใช่คนที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ หรือว่าผมจะรู้จักมันน้อยเกินไป

 

“กูรู้ว่ากูทำผิดต่อมึง แต่กูสับสนว่ะธีร์ กูมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันกับมึงนะธีร์...”

 

“แต่มึงก็มีความสุขเวลาที่อยู่กับเต้ยเหมือนกัน...มึงเป็นคนบอกกูเอง และเพราะเหตุผลนี้มึงถึงได้ชอบเค้าไม่ใช่หรอวะภู” ผมหันมาแค่นยิ้มให้กับมัน มันจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าไอ้ความโลเลของมันน่ะทำร้ายหัวใจของใครมากมายแค่ไหน

 

“กู...”

 

“ตอนนั้น...ตอนที่มึงบอกกับกูว่ามึงชอบคนอื่นอยู่ ใจกูเจ็บปวดจนกูแทบทนไม่ไหว ตอนนี้กูพอจะทำใจที่จะยอมรับกับความเป็นจริงได้แล้ว แล้วมึงจะมาทำให้กูรู้สึกสับสนทำไม แค่มึงสับสนคนเดียวไม่พอรึไงวะภู...อย่าดึงกูกลับไปเลย” ผมหันหลังให้กับมัน ผมไม่อยากจะให้มันคนนี้มาลบภาพของไอ้ภูคนที่ผมรักออกไปจากหัวใจ ผมไม่อยากจะเสียความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อมันไปจนหมด

 

เพราะผมไม่มั่นใจเลยว่าถ้าถึงตอนนั้นจากที่เคยรักมากๆ จะกลายเป็นเกลียดได้หรือเปล่า

 

“กูปล่อยมือจากมึงไม่ได้จริงๆ ว่ะธีร์ กูรู้ว่ากูเห็นแก่ตัว แต่กูก็ไม่อยากเสียมึงไป...กูขอโทษที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ แต่กู...ปล่อยมือจากมึงไม่ได้จริงๆ” ผมปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอีกครั้ง ความอ่อนแอของผมเมื่อไหร่จะหมดลงไปสักที ผมไม่อยากจะเสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้อีกแล้ว ผมเหนื่อย ผมล้า ผมเจ็บจนไม่รู้ว่าจะเจ็บยังไงแล้ว

 

ภูคนนี้ผมไม่รู้จัก คนที่ผมรักและมีความสุขเวลาที่อยู่ด้วยไม่ใช่ภูคนนี้

 

“พอได้รึยังวะภู มึงพอได้หรือยัง...ถ้ามึงยังไม่หยุด...กูจะหายไปจากตรงนี้” ผมขยุ้มชายเสื้อของตัวเองแน่น ใจผมมันปวดร้าวและบีบรัดกับความรู้สึกทรมานนี้มากจริงๆ ผมไม่อยากจะเสียความรู้สึกกับมันมากไปกว่านี้ ที่มันพยายามรั้งผมเอาไว้ไม่ใช่เพราะมันรัก มันแค่กลัวว่าจะเสียผมไป มันคงแค่รู้สึกผิดกับผมเท่านั้น

 

“กูขอโทษนะธีร์...” มันเข้ามากอดผมจากทางด้านหลัง มันซบหน้าของมันอยู่ที่ไหล่ของผม เสื้อนักเรียนของผมเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาของมัน ผมสัมผัสได้ถึงความชื้นของน้ำตาที่ซึมผ่านเนื้อผ้า มันซึมลงลึกไปยังหัวใจของผม

 

“ถ้ามึงรู้สึกผิดกับสิ่งที่มึงทำกับกูมึงเลิกคิดไปเลยก็ได้ มึงไม่ต้องมาสนใจอะไรกับความรู้สึกของกูหัวใจกูกูดูแลเองได้” ผมแกะมือของมันออกแล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

 

สิ่งที่มีมีเพียงแค่น้ำตาเท่านั้น น้ำตาที่มาพร้อมกับความเสียใจ ความเจ็บปวดที่เต็มล้นในหัวใจ สิ่งเหล่านี้มันไม่มีทีท่าว่าจะลดลงได้เลยสักนิด ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ น้ำตาถึงจะเหือดแห้งหายไปจากหัวใจช้ำๆ ดวงนี้สักที

 

เรื่องนี้มันจะไม่วุ่นวายเลยถ้าไอ้ภูมันไม่สับสน ไม่โลเล ไม่เข้ามาทำให้ผมหวั่นไหวและรักมัน ถ้ามันรู้ตัวรู้ใจตัวเองก่อนหน้านี้ ผมก็คงไม่ต้องมารู้สึกกับมันเกินกว่าที่ควรรู้สึก ไม่ต้องมาเสียใจ ไม่ต้องมาเสียเพื่อนแบบนี้

 

ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผิด ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมเจ็บ ผมอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อรักษาแผลใจตัวเอง ผมไม่ได้โวยวายและร้องขอให้มันมารับผิดชอบอะไร อย่างที่ผมบอกมันไป หัวใจของผมผมดูแลรักษาเยียวยามันเองได้

 

สิ่งที่มันควรทำมากกว่าการมายุ่งวุ่นวายกับผม คือมันควรจะทำตัวให้มันหนักแน่นไม่ใช่ทำตัวโลเลแบบนี้ มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่จะยอมทนอยู่กับคนที่โลเลไม่แน่นอนแบบนั้น วึ่งคนคนนั้นก็ไม่มีทางใช่ผมอย่างแน่นอน

 

“ปล่อยกูไปเถอะภู เหมือนที่กูปล่อยมึงไป ในเมื่อใจมึงไม่ได้มีกูแล้ว ก็อย่ามาทำเหมือนว่ายังรักยังแคร์กูแบบนี้ เพราะมันทำให้กูเจ็บมากยิ่งกว่ารู้ว่ามึงไม่รักกูแล้วเสียอีก” การที่รู้ว่าไม่ถูกรักแล้วมันเจ็บ แต่มันก็ยังดีกว่ามาทำเหมือนว่ายังรักยังแคร์ ทั้งๆ ที่ไม่เหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว

 

ผมเคยได้ยินมาว่า เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าเราเป็นส่วนเกินให้เดินออกมา อย่าอยู่เพื่อรอเวลาให้เขาเดินจากไปความหมายของมันมาชัดเจนก็ตอนนี้ ตอนที่ผมกลายมาเป็นส่วนเกินของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเรา

 

กูยอมเดินจากมา แต่ขอเหอะมึงอย่าตามมาทำให้เรื่องมันวุ่นวายมากไปกว่านี้เลยภู กุเหนื่อยกับมึงแล้วจริงๆ

 

……….ยังไม่จบคร้าบ………

 

PS. ขอพื้นที่เล็กๆ ในยุ่งนักสักตอน ใครไม่ชอบก็เปิดข้ามไปเลยก็ได้ค่า

ใครที่เล่นทวิตรบกวนติดแท็ก #คำถามภูธีร์ #ยุ่งนัก  ให้ด้วยนะคะ รบกวนติดสองแท็กเลยนะคะ ครั้งก่อนแท็ก คำถามภูธีร์ มันไม่ขึ้นให้ ทั้งๆ ที่มีคนติดแท็กให้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

แต่งไปแต่งมางงตัวเอง 555 อารมณ์ไม่ต่อเนื่องมั้ง ดราม่าไม่สุด

มันจะเหลืออีก 2 พาร์ท นะคะ คือ เวลา และหัวใจ พาร์ทละสั้นๆ ไม่ยาวอะไร จะอัพที่หน้านี้ให้ค่า

เจอกันค่า

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #14551 วีว่า (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 23:46
    เมื่อใหร่จะได้อ่านตอนต่อไปอะ เค้ารออยู้น้า
    #14551
    0
  2. #14550 วีว่า (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 12:39
    ชอบอะ หน่วงดี
    #14550
    0
  3. #14471 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 15:02
    อ่านแล้วหน่วงสุดๆ สงสารธีร์ ภูแม่งเห็นแก่ตัวอ่ะ - -
    #14471
    0
  4. #14008 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 11:39
    จบแล้วก็ควรจบปะ
    #14008
    0
  5. #10134 Ploenploen (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 03:44
    โอ๊ยไม่ไหว เจ็บอ่ะ เจ็บแทนเลย มันจี๊ดที่ใจมากบอกเลย น้ำตาจะไหล

    ในเรื่องจริงๆดูแล้วยังบีบหัวใจ พอมาอ่านต่อนี่แบบ โอ๊ยยยยย ไม่ไหวแล้วนะะะะ จะร้องไห้ ฮือออ ;___;
    #10134
    0
  6. #9954 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 22:27
    เจ็บปวดที่สุด
    #9954
    0
  7. #9339 I'm Bad?!? - -' (@imsonemseo) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 16:59
    เจ็บจี๊ดดดดดดดดดดดดดเลย จะบอกกกกกกกกก TT
    #9339
    0
  8. #7862 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 10:48
    โอ๊ย หนูต่อก็น่ารักจริงๆอย่างพี่พายบอกนั่นแหล่ะ น่ารักน่าฟัดมากอ่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่พ่ายมันหื่น ฮ่าๆๆ
    #7862
    0
  9. #7522 Bunnies-Shorty (@knight-girl) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 08:02
    รอรอรอ
    #7522
    0
  10. #7406 zeeza (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 22:58
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



    อ่านแล้วเจ็บจี๊ดดดดดดดดดดดดด สงสารธีร์อ่ะ



    ภูก้ใจร้ายยยยยย รู้ว่าภูสับสน แต่ก็อย่าจับปลาสองมือดิว้าาาาาาา



    อย่าทำธีร์เสียใจดิ ฮือออออออออออออออออออออออออออออออ
    #7406
    0
  11. #7295 dsjwks (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2556 / 19:10
    เราอ่านแล้วชอบมากกกกกกกกกกกกกกก บีบหัวใจสุดๆ โครตเจ็บแทนธีร์ ภูโครตเห็นแก่ตัวคนเก่าก็ยังรักคนใหม่ก็สำคัญ(มาเป็นเพลง) โลเลแบบนี้มีแต่จะทำร้ายทุกฝ่าย ในเมื่อตัดสินใจเลือกเต้ยไปแล้วยังจะเอาอะไรจากธีร์อีก เฮ้ออออๆๆๆ เอาเป็นว่าธีร์เราไม่ชอบสิ่งที่ภูทำเลยอ่ะ อย่าใจอ่อนเลยน่ะ คนเราเจ็บแล้วต้องจำ อย่าปล่อยให้เขาทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ต่อให้ทำยังไงมันก็ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมหรอก อย่างที่เพลงบอก ใจเธอรู้ดี (จะโดนตรีนแฟนคลับ แหะๆ) โครตอยากอ่านต่ออ่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกก อยากอ่านนนนนนนนน
    #7295
    0
  12. #7080 rebel-clubz (@rebel-clubz) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 21:08
    ไรท์เมื่อไหร่จะมาอัฟฟ~ รออยู่นะนะงับบ สนุกมากเลย 
    #7080
    0
  13. #6933 O_meDuck (@angleduck) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 11:29
    อานแลวรองไหเลTT
    #6933
    0
  14. #6889 Pop Aphinya (@pop_puppylove) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 16:07
    ค้างค่ะค้าง อัพเร็วๆน้าาาาาาไรท์น้าาาาา
    #6889
    0
  15. #6834 ดาราพันใจ (@ladyvivi) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 10:23
    ค้าง และสงสารธีร์อะ สงสารมากมาย ภูดูเห็นแก่ตัวเกินไป ลังเล ไม่ชัดเจน
    ไม่เข้าใจตัวเอง เฮ่อ ภาวนาให้ภูมันเข้าใจตัวเองทีเถิด
    #6834
    0
  16. #6795 sprite18 (@zx-snoopy) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 21:26
    ค้างงงงงง  ตัวโตๆ เลยไรท์เตอร์  ชอบมากบรรยายความรู้สึกธีร์ได้แบบ เข้าใจมาก  

    ดราม่าสุดๆเลย อยากจะเข้าไปกระชากภูแล้วตบมาก  สงสารธีร์สุดๆ

    เศร้ามากเลยพี่ อ่านแล้วน้ำตาคลอเลย
    #6795
    0
  17. #6774 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 21:12
    ฮือ... สงสารธีร์มากๆเลยอ่า ภูใจโลเลเกิน เชอะๆ แล้วจะทำแบบนั้นกับธีร์ทำไมก็ไม่รู้
    #6774
    0
  18. #6767 Ampcafe (@ampma) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 20:01
    สนุกมากๆไาท์เตอร์
    #6767
    0
  19. #6763 magic moon (@magic-moon) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 19:10
    กราบขอความกรุณา อย่าจบดราม่าให้ข้าพเจ้าปวดใจ..........เเค่ทุกๆวันนี้ก็น้ำตาซึมจะเเย่เเว้ว!!!!!!!
    #6763
    0
  20. #6726 XYZ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 23:38
    คนที่รักร้างไกลนั้นเจ็บไม่นาน

    คนไม่รักใกล้กันช้ำใจยิ่งกว่า

    เศร้าสวดๆ
    #6726
    0
  21. #6720 future-cartoon (@future-cartoon) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:44
    มันเจ็บกว่าที่เธอหลอกฉัน ~ ใช่เลย TT
    #6720
    0
  22. #6718 Hug_U (@mygreatday) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:21
    ต้องการอะไรจากธีร์กันแน่น่ะภู
    แค่นี้ธีร์ก็เจ็บมากพอแล้วนะ TT
    #6718
    0
  23. #6717 น้ำ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:11
    สงสารธีร์ รักเขา เขารักแต่เขาก็รักคนอื่น เฮอะ! นิสัยแย่มากนายภู



    เห็นแก่ตัวที่สุด
    #6717
    0
  24. #6712 haex'd (@juniorzaza) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 20:06
    สงสารธีร์ที่สุดดดเลยยย  ภูใจร้ายยยยยย TT
    #6712
    0
  25. #6703 wingz:) (@ping-sun) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 16:47
    ดราม่าโคตร คนเรามีความเห็นแก่ตัวในตัวเองอยู่แล้ว
    ต่างกันตรงที่ว่าใครจะเป็นคนเลือกเอามาใช้เท่านั้นล่ะ
    ถ้าธีร์เลือกจะเห็นแก่ตัวบ้าง ...ก็คงดี
    #6703
    0