Through the Lens ※ ด้วยรัก (yaoi)

ตอนที่ 4 : [ Day 1 ] 05-04 • Stein Am Rhein - Brienz ,,

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ม.ค. 56


 

Day 1

05-04-xx

,, Stein Am Rhein - Brienz ,,

 



 

วินเซนต์โบกแท็กซี่ต่อไปจนถึง Stein Am Rhein

และเขาตั้งปนิธานกับตัวเองว่าจะขึ้นแท็กซี่เป็นครั้งสุดท้าย

 

ไม่ใช่ว่าบริการไม่ดี แต่เขาไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าแท็กซี่ทุกๆ ครั้งที่เดินทาง คิดแล้วก็ได้แต่นึกโทษไมเกรนที่ดันขึ้นเอาๆ ตลอดเช้าจนเขากลัว แท็กซี่ก็ดีหรอก หากพอคำนวณเงินในกระเป๋าแล้วมันเล่นเอาอยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย

ระหว่างปวดหัวกับปวดใจเพราะเงิน เขาเลือกอย่างแรก

Stein Am Rhein ตั้งอยู่ไม่ห่างจากแม่น้ำไรน์เท่าไร ที่แวะมาเพราะแอนโธนี่ พ่อหนุ่มเมื่อกี้เอ่ยเล่าให้ฟังว่าเพิ่งแวะมาดู ฟังคำพูดและดูรูปในกล้องที่ถ่ายมาแล้วก็ได้แต่ตาวาวระยับ เปลี่ยนแผนจากตรงดิ่งไป Brienz มาปักหลักที่นี่เสียก่อน แล้วจะทำอะไรต่อก็ค่อยแล้วแต่ชะตากรรม

การเที่ยวแบบไร้จุดหมายแบบนี้มันก็ยืดหยุ่นดี แต่ก็ขัดกับนิสัยเขาไปมากโขเหมือนกัน

วินเซนต์ลงรถพอดีกับหอนาฬิกาสูงโดดเด่น -- เสน่ห์อยู่ตรงนั้น -- เขาพักอยู่ใน Zurich มากว่าวัน ไม่ใช่ว่ามันไม่สวย แต่ซูริคเป็นเมืองใหญ่ ในขณะที่ Stein Am Rhein เป็นเมืองเล็กนิดเดียว แทบไม่มีตึกระฟ้าโผล่มาให้รำคาญสายตา ตัวอาคารแต่ละหลังสูงสี่ชั้นเป็นอย่างมาก มียอดหลังคาแหลมโผล่พ้นขึ้นมาเพียงอย่างเดียว เปิดท้องฟ้าโล่งให้มองเห็นความสวยงามที่ตัดกันได้เป็นอย่างดี

ตัวนาฬิกาสีฟ้าสดสลับแดง  ตัวอักษรกับเข็มสีทอง สดใสที่สุดในเมือง ในขณะที่บ้านเรือนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยสีสันที่อบอุ่นกว่านั้น ภาพวาดแบบปูนเปียกปรากฏอยู่แทบทุกตารางนิ้ว ภาพวาดเก่าแก่บอกเล่าเรื่องราวเก่าแก่ ไม่ต่างอะไรกับการเอาผนังโบสถ์มาไว้ด้านนอก

บรรยากาศสงบเงียบ เข็มสั้นเพิ่งกระดิกเลยเลขสี่มาได้ไม่เท่าไร

 








 

 

วินเซนต์แทบจะละลายตายอยู่ในตัวเมือง



 

“อ้าว นาย...”

เสียงทุ้มนุ่มทักมาจากอีกทาง หนุ่มลูกครึ่งลดกล้องกึ่งคอมแพ็คลง ก่อนจะพบเข้ากับไอ้หนุ่มหน้าเป็นชาวเอเชียคนนั้นกำลังโบกมือให้ วินเซนต์กะพริบตาอย่างแปลกใจ

“อ้าว...”

เขาพูดได้แค่นั้น แอนโธนี่ยิ้มให้ เดินเข้ามายืนด้วย

“มันสวยจนต้องวกกลับมาอีกรอบน่ะ” แอนโธนี่เอ่ยตอบเหมือนอ่านใจได้ว่าจะถามอะไร “เป็นไง สวยสมใจหรือเปล่า นายดูชอบนะ”

วินเซนต์หันมอง พวกเขายืนอยู่ใกล้บ่อน้ำเล็กๆ ประดับด้วยพุ่มดอกไม้ ตรงกลางเป็นเสาสีแดงสดขอบทองกับรูปปั้นชายในชุดเกราะ สีกรอบไม้ตัดกับพื้นผนังบ้าน ไล่เรียงเหมาะเจาะลงมาด้วยภาพวาดสีพาสเทลตั้งอยู่เป็นพื้นหลัง






 

ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้า

“ไม่เห็นเคยรู้เลยว่ามีเมืองสวยขนาดนี้อยู่ใกล้ๆ ไรน์” เขาพึมพำเหมือนพูดกับตัวเองเสียมากกว่า แอนโธนี่เลิกคิ้ว มองนัยน์ตาสีน้ำตาลคาราเมลเหมือนลูกแก้วคู่นั้นแล้วก็เผลอยิ้ม

มันพราวระยับ สดใสเหมือนเด็กๆ ตัดกับเค้าหน้าดุ

“นายไม่ได้วางแผนเที่ยวมาไว้หรือ”

“เปล่า ให้พระเจ้านำทางไป” คำตอบเหมือนประชด แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แอนโธนี่ฟังแล้วก็หัวเราะรับอย่างไม่คิดอะไรมาก ไพล่ไปอีกเรื่อง

“นายกลับวันไหนหรือ”

“จองตั๋วไว้ 22 ช่วงดึกๆ ที่ซูริค ทำไมหรือ”

“ฉันกลับรอบ 23 เช้ามืด ซูริคเหมือนกัน” เขาเอ่ยง่ายๆ “นายไปกับฉันไหม”

Excuse me?

“ความจริงฉันวางแผนมาเที่ยวกับเพื่อนฉันอีกคน” แอนโธนี่ยักไหล่ “ต่างคนต่างมาเจอกันที่ซูริค แต่หมอนั่นบังเอิญป่วยหนักกะทันหัน กว่าฉันจะรู้ว่ายกเลิกก็มาถึงแล้ว ห้องที่จองไว้ก็ยังไม่ได้ยกเลิก”

วินเซนต์มองหน้าเขา เหมือนจะเดาอะไรได้

 

You are telling me that…?”

“If you don’t have any plan, why don’t you go with me?”

 

คนหนึ่งสำเนียงบริติช อีกคนสำเนียงอเมริกัน คนแรกขมวดคิ้วมุ่น ในขณะที่อีกคนยิ้มให้อย่างไม่มีเสแสร้ง

You are kidding me.”

“No, I’m serious.” แอนโธนี่เอ่ยตอบเรื่อยๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก “ฉันกำลังอยากได้คนช่วยแชร์ค่าห้องอยู่พอดี บางที่เขาคิดค่ายกเลิกห้อง รู้หรือเปล่า” ว่าแล้วก็โบกไม้โบกมือ “ดูแพลนฉันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้”

 

ตอนแรกวินเซนต์คิดว่าเป็นแค่อารมณ์ขันอย่างหนึ่ง แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

แวะยอดเขา Jungfrau เข้ากรุง Bern เลี้ยวต่อไป Geneva ขึ้น Mt.Blanc ผ่าน Luzern ไปถึง Innsbruck แวะเข้าเขตบาวาเรีย หยุดที่ปราสาท Neuswanstein แล้วไปจบที่ Munich ก่อนจะกลับสู่ Zurich เป็นที่สุดท้าย

แผนการเที่ยวแต่ละอย่างของแอนโธนี่เล่นเอาวินเซนต์แทบน้ำลายไหล

เขาอ่านชื่อแต่ละที่สลับกับภาพในไกด์บุ๊กระหว่างที่ติดรถอีกฝ่ายไป Brienz การแชร์ห้องพักกับแอนโธนี่นับว่าไม่เลว ได้ห้องที่ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่า ไม่ต้องคอยแบกไปทั้งหมดตลอดทางอย่างห้องพักรวม ที่เที่ยวแต่ละอย่างก็ดูจะไปกับเขาได้อีกนาน แถมเจ้าตัวก็เช่ารถมาขับพร้อม ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางอีกต่อไป

 

ถึงอย่างนั้น, วินเซนต์ก็ขอเวลาคิดอีกคืนหนึ่ง

 

ห้องพักที่จองไว้ขนาดไม่ใหญ่นักสำหรับคนสองคน เป็นห้องใต้หลังคาชั้นบนสุดพอดี เตียงสองหลังวางกันคนละมุมห้อง มองลอดหน้าต่างออกไปเห็นทะเลสาบพอดี พวกเขามีสัมภาระกันแค่คนละสองกระเป๋า เล็กหนึ่งใหญ่หนึ่ง ไม่มากไปกว่านั้น เลยไม่มีปัญหาเท่าไรกับการขนของขึ้นโดยไม่มีลิฟต์

“จะขึ้นเรือหรือเปล่า”

เป็นคำถามแรกจากวินเซนต์หลังจากขนกระเป๋าเดินทางไปไว้ในห้องพักเรียบร้อย แอนโธนี่วางเป้ลงบนเตียงแล้วกะพริบตา ก่อนจะขยับยิ้มขันๆ เป็นครั้งที่เท่าไรของวันแล้วไม่รู้

“งบไม่พอน่ะ”

วินเซนต์เลิกคิ้ว หากก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร

สำหรับชาวตะวันตก การมีเพื่อนระหว่างเดินทางแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร วินเซนต์เองก็ไม่คิดมากนักกับการผูกมิตรแบบนี้ แต่เขาก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าเพื่อนใหม่ชาวเอเชียคนนี้แปลก... ผู้ชายคนนั้นมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่คุ้น

เอาหลักๆ ก็รอยยิ้มนั่นล่ะ

ไม่ใช่ว่าชาวอังกฤษยิ้มไม่เป็น เพียงแค่เขาไม่ค่อยได้เห็นใครยิ้มพร่ำเพรื่อ เผื่อแผ่ให้ทุกคนทั้งปากทั้งตาแบบนี้ อะไรบางอย่างในตัวแอนโธนี่ดูจริงใจกว่าพวกคนที่เขารู้จัก ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายดูจะไม่ค่อยชอบสบตากับเขาตอนที่เอ่ยพูดแท้ๆ

ชายหนุ่มมองเพื่อนร่วมห้องที่นั่งคุ้ยกระเป๋าอยู่ไม่ห่างแล้วตัดสินใจลุกขึ้นยืน

“ไว้เจอกันตอนอาหารเย็นนะ”

ว่าแล้วก็คว้ากล้องขึ้นแล้วหลบออกจากห้องไป, เมโมรี่ที่เขาเตรียมมามีมากพอจะบันทึกทุกรายละเอียด








 

และ Brienz ก็ดูจะพร้อมให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ยลความงดงาม

 

อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ท้องนภาเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นอย่างเชื่องช้า วินเซนต์ปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าออกพลางกระชับเสื้อคลุมเข้าอีกนิด ลมใกล้ทะเลสาบมักแรงเสมอ แต่ก็ไม่แรงพอจะหยุดเหล่าคนที่คิดจะฝ่าลมหนาวออกมาชมทิวทัศน์ภายนอก

เขาเดินไปตามถนนโรยกรวด เก็บรูปไว้บ้างแต่ก็น้อยเหลือเกิน

ก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยอีกนั่นแหละ แต่วันนี้ Stein Am Rhein ทำให้เขา “อิ่ม” พอแล้วสำหรับเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง Brienz ไม่มีอะไรดึงดูดเขาได้มากเท่ากับทะเลสาบ

ผืนน้ำกว้างบัดนี้เหมือนกระจก สะท้อนภาพทิวเขาที่อยู่ด้านหลังออกไปราวผลงานของจิตรกร แสงไฟลิบๆ จากบ้านเรือนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสะท้อนไหว แต่งแต้มเนินเขาสีเขียวด้วยแสงไฟจางๆ ดูเข้ากันอย่างลงตัว -- วินเซนต์ทิ้งตัวลงบนม้านั่งหินที่วางสงบนิ่งอยู่ข้างทางเท้า เลยลงบันไดไปอีกไม่กี่ขั้นก็สัมผัสผิวน้ำที่กระเพื่อมน้อยๆ ตามแรงไหวของหงส์สองสามตัวที่อยู่แถวนั้นได้

ชายหนุ่มยกกล้องขึ้น
 






 

เสียงกดชัตเตอร์ดังแช็กมาจากอีกทาง

 

วินเซนต์หันกลับไปมอง หนุ่มชาวเอเชียหน้าเป็นคนนั้นกำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่บนเนินด้านหลัง ในมือเป็นกล้อง D-SLR สีดำตัวเดิมกับที่ถืออยู่ตลอดทั้งวัน

“ขืนอยู่นานกว่านี้ จะไม่มีที่นั่งในร้านอาหารเหลือนะ” แอนโธนี่หัวเราะขบขันพลางสาวเท้ามายืนอยู่ข้างๆ ม้านั่งหิน ตามองลอดผ่านช่องเลนส์ไปยังหงส์ตัวหนึ่งที่ไซ้ขนอยู่ “ชอบอยู่คนเดียวหรือ”

“ดูเหมือนอย่างนั้นหรือ” คำตอบง่าย หากฟังดูเหินห่างกว่าที่วินเซนต์กะเอาไว้เสียอีก แต่แทนที่อีกฝ่ายจะสัมผัสได้ถึงความเมินเฉยนั่น กลับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สามาให้อย่างทุกที

“ถ้านายไม่อยาก ก็ไม่ต้องไปกับฉันก็ได้นะ” แอนโธนี่เอ่ยง่ายๆ คุกเข่าลงถ่ายหงส์ตัวนั้นอีกรอบ “ไม่ได้บังคับนะ แต่พรุ่งนี้ฉันจะไป Interlaken แล้วจะขึ้นยอดเขา Jungfrau เห็นเขาว่าพรุ่งนี้อากาศกำลังดีด้วย”

น้ำคำเนิบๆ กับเสียงทุ้มนุ่มฟังรื่นหูนัก ย้ำทริปที่วางไว้และล่อตาล่อใจเขาเสียเหลือเกิน วินเซนต์เหลือบนัยน์ตาไปสบกับอีกฝ่ายเนิ่นนาน ก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบาแล้วยกมือขึ้นยอมแพ้กับถ้อยคำไม่กี่ประโยค หากเล่นเอาเขาแพ้ราบคาบ

“ฝากตัวด้วยนะ”

แอนโธนี่ขยับยิ้มกว้างหนักกว่าเก่า

 

หนึ่งเพราะคำตอบตกลง

สองเพราะรอยยิ้มที่แต้มขึ้นมาอย่างเผลอไผลบนดวงหน้าของวินเซนต์

 

ฮื่อ, คนเรายิ้มแล้วดูดีขึ้นจริงๆ นั่นแหละ.

 

 

xxxxxxxxxx





From Writer:

เอามาขึ้นบทใหม่เพราะรูปเยอะค่ะ (ฮา) แต่ละบทมันจะสั้นๆ อย่างนี้แหละ จะได้เห็นแต่ละสถานที่กันชัดๆ หน่อย  --  Stein Am Rhein เป็นเมืองเล็กๆ ข้างๆ แม่น้ำ Rhein ชื่ออาจจะฟังไม่คุ้นเท่าไร แต่ถ้าเห็นรูปนี้รับรองว่าทุกคนต้องคุ้นแน่ๆ ค่ะ


คุ้นกันไหมเล่า 5555 รูปนี้ถ่ายมาจากภาพที่หน้าพิพิธภัณฑ์ใน Stein Am Rhein ค่ะ (ไม่ได้เข้าไปหรอก เสียตังค์) เป็นภาพมุมสูงของเมืองที่น่าจะเคยเห็นกันมาแล้วแหละ ภาพโปรดักชั่นก่อนเข้าหนังไงคะ

เมืองนี้สวยจริงๆ นะ แฮ่กๆๆๆ //แทบจะฟินตายอยู่ในเมือง

ปล. อาหารที่สวิสอร่อยมากมากมากมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

119 ความคิดเห็น

  1. #105 Hanagika Alantasia (@ppmmint-pokepals) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 01:39
    แปล Excuse me ไม่ออกอ่ะ ฮือออ คือมันก็ไม่ใช่ว่าแปลไม่ออกหมดเลยนะ ก็แปลออกแหละในด้านความหมาย ประโยคอื่นของไรต์ก็แปลออก แต่เราแค่ไม่เคยเห็น Excuse me ในรูปประโยคที่ไม่ใช่การขอร้องอะไรสักอย่าง แบบขอทางไรงี้ มันต้องแปลว่าอะไรอ่าาา
    #105
    1
    • #105-1 The.wolF (@wolf-zaa) (จากตอนที่ 4)
      18 เมษายน 2559 / 02:23
      แปลตามบริบทนี้จะเป็น "ขอโทษนะ? / อะไรนะ?" ค่ะ ประมาณว่าฟังไม่ทัน หรือไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกรึเปล่า ความหมายเดียวกับ Pardon? น่ะค่ะ

      จริงๆ แล้ว คำว่า Excuse me ตอนขอร้องหรือขอทางก็คือการบอกขอโทษเหมือนกันนะ ความหมายไม่ต่างกันมาก (คือไม่ใช่ขอโทษขอโพยรู้สึกผิดเหมือน Apologize กับ Sorry) ให้อารมณ์ว่าขอโทษค่ะ ขอทางด้วยค่ะ อะไรงี้อะค่า ^^
      #105-1
  2. #87 fleigen/. (@freiheit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 23:15
    โอยยยอ่านละอิจฉาคนเขียนที่ได้ไปสวิส
    ไว้มีเงิน(เมื่อไหร่ก็ไม่รู้) จะโฉบไปบ้าง มันสวยจริงๆนะ
    ชอบแอนโธนี่นะ ดูเป็นมนุษย์ยิ้มเก่งดี 
    #87
    0
  3. #60 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 00:16
    ละลายในรอยยิ้มและเสียงของเค้าอ่ะดี้อัศนี!!!!
    #60
    0
  4. #29 Red-Poiison (@e-nooza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 09:36
    วินดูเข้ากับคนยากเนอะ
    #29
    0
  5. #17 Aerins (@aerins) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 19:43
    ชอบเรื่องนี้จัง อ่านไปเพลินๆ วินชอบเที่ยวเหมือนกันเลยค่ะ ทริพนี้จะไปบลัสเซลมั้ยน้า (สะกดถูกเปล่าเนี่ย555+ เมืองเล็กๆติดเยอรมัน) ชอบสวิตที่สุด มันเหงาดีนะ (จริงๆก็คงไม่ แต่สำหรับเรารู้สึกว่า บรรยากาศมันเหงา)
    #17
    0
  6. #15 ai love you (@aiyarin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2556 / 12:45
    คู่นี้เขาดูหวานแบบเรียบ ๆ ดีนะคะ เขาว่ามันเป็นอะไรที่ดูน่ารักมากเลยอะ (แต่แอบสารภาพนะว่าตอนที่อ่านตอนนี้นะ คิดตามแต่ภาพการท่องเที่ยวอย่างเดียว ไม่ได้นึกถึงตัวละครเลยอะ...โทษทีนะคะ แหะ ๆ)
    #15
    0
  7. #10 My_Winter (@tuator_joker) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 20:54
    วินเซนต์นี่แอบเล่นตัวอยู่นะเนี่ย ฮาา
    ชอบเรื่องนี้จังเลยอ่ะ อ่านแล้วมันฮะฮึ่ย?? ยังไงไม่รู้
    #10
    0
  8. #5 Kurayami Akari (@vidia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 21:20
    แต่ละรูปสวยมากค่ะ.
    ที่ๆไม่เคยไปทั้งนั้น 555
    เห็นแล้วน้ำลายไหล... อยากไปบ้างจัง...

    #5
    0
  9. #3 Mirror Maze curse (@tokibara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 19:03
    ตามมาอ่าน อ่ารเรื่องนี้แล้วฟินมากมาย
    มันหวานกว่าที่คิด
    ซึ่งเราก็ชอบ  ฮา
    อ่านแล้วอยากไปบ้างอะไรบ้าง
    #3
    0