Through the Lens ※ ด้วยรัก (yaoi)

ตอนที่ 3 : [ Day 1 ] 05-04 • Rhein Falls ,,

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 55


 

Day 1

05-04-xx

,, Rhein Falls ,,

 



 

วินเซนต์ยอมรับว่าเขาตามใจแม่มากเกินไป

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองสมุดโน้ตคู่กาย เขาติดนิสัยชอบบันทึก ถ้าไม่ด้วยภาพก็ด้วยการเขียน เบลินดาเองก็รู้และเจ้าหล่อนคงแอบเอา “ตารางท่องเที่ยว” มาพับใส่สมุดไว้ให้ตอนที่เขาไม่เห็น

ก็น่ารักดี จะเสียก็แต่หล่อนลืมไปว่ากำลังจัดทริปให้ลูกชาย ไม่ใช่ตัวหล่อนเอง

 

วินเซนต์เองก็ถามว่าทำไมไม่มาด้วยกัน แต่แม่เป็นคนติดที่ ทั้งๆ ที่สมัยสาวๆ (ถ้าแม่ได้ยินคำนี้เข้าคงจับเขาบิดหู) ก็ชอบตะลอนเที่ยวไปไหนต่อไหนแท้ๆ หากวินเซนต์ไม่เคยเห็นแม่พาไปเที่ยวไหนไกลเกินกว่าลอนดอนเลยตั้งแต่จำความได้ หากจะไปไกลกว่านั้นก็อาศัยญาติให้ช่วยพาเขาไปเสียทุกครั้ง

พอเริ่มโต หล่อนก็ปล่อยเขาไปเที่ยวเอง แล้วก็ตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นของฝาก รูปถ่าย และเรื่องราวที่ลูกชายคนเดียวพบเจอระหว่างการเดินทาง

 

ชายหนุ่มถอนหายใจ

 

กวาดตาอ่านสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่แล้วก็ได้แต่นึกกลุ้ม เขาชอบอากาศบริสุทธิ์ -- ใช่ -- แต่เขาจะไม่มีวันยอมเสียเงินไปกับการนั่งเรือข้ามทะเลสาบเพียงเพื่อพักผ่อนเด็ดขาด อะไรบางอย่างที่เบลินดาเห็นว่าคุ้ม เขาคิดว่าไม่ และอะไรอีกหลายอย่างที่เขารู้สึกว่าใช่ หล่อนเห็นไปอีกแบบ

แต่ก็นั่นแหละ วินเซนต์ไม่เคยพูด

ทริปนี้เป็นทริปที่เขามาแบบไปตายเอาดาบหน้า ชายหนุ่มยอมรับว่าเวลามันกระชั้นชิดเกินไปจนไม่ทันได้วางแผน รู้แต่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ซูริค, สวิตเซอร์แลนด์ และอีกสิบเจ็ดวัน เขาจะกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อกลับบ้าน

 

สิบเจ็ดวัน

 

สั้นมากแต่ก็นานมากในเวลาเดียวกัน เขาเปิดหนังสือท่องเที่ยวเล่มหนึ่งที่ติดมาด้วยแล้วกวาดมองหาสถานที่ใกล้ๆ ก่อนจะจรดปากกาลงกับสมุด จดที่พักคร่าวๆ ของคืนนี้แล้วเก็บกลับใส่กระเป๋า เบนไปหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตของโรงแรมอีกนิดหน่อยแล้วตัดสินใจเลือกแท็กซี่

อยากขึ้นรถไฟใจจะขาด แต่สังขารมันไม่อำนวย เขาอาจจะเพิ่งอายุยี่สิบ อาจจะดูแข็งแรง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยสักนิด หลังจากลงเครื่องบินที่ซูริคแล้วไมเกรนก็ขึ้นจนขยับตัวไม่ไหว คงไม่แปลกถ้าเขาไม่คิดอยากเสี่ยงขึ้นรถไฟไปคนเดียว... ขืนเบลอจนขึ้นผิดขบวนหรือลงผิดสถานีคงดูไม่จืดเท่าไร

วินเซนต์ถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินลงไปเช็กเอ้าท์แล้วโบกรถ

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

รถแท็กซี่จอดบนเขาเหนือน้ำตกไปหลายอยู่ ก่อนจะจากไปเหลือทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มให้ยืนโดดเดี่ยว วินเซนต์ถอนหายใจ เขาลากกระเป๋าเป้ใบใหญ่ขึ้นหลังพลางเดินไปตามทางถนนโรยกรวด

ทางไม่ชันแต่ยาวกว่าที่คิด สองข้างทางเป็นต้นไม้สูง ป่าโปร่ง และรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ลอยตัวในอากาศ

 

ถ้ามีเพื่อนร่วมทางอาจจะดีกว่านี้... เป็นความรู้สึกเล็กๆ ที่กระซิบขึ้นมาแล้วก็จางหายไป เขาเที่ยวคนเดียวมาตั้งแต่ปลายไฮสคูล และการอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

 

กว่าวินเซนต์จะลากตัวเองไปถึงด้านล่างก็กินเวลาไปโข ไม่รู้เพราะเขามัวแต่ถ่ายรูปเอ้อระเหยหรือเพราะร่างกายไม่เอื้อกันแน่ ผืนน้ำกว้างทอดตัวอยู่เบื้องล่าง ไอเย็นๆ หนาววูบขึ้นมา แผ่จับผสมไปกับหมอกจางๆ ที่เขามั่นใจว่ามาจากน้ำตกมากกว่าอย่างอื่น

เบนหน้าไปทางซ้าย...ภาพน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ไกลออกไป แต่มองจากตรงนี้ก็ยังรู้ว่าความแรงของสายน้ำไม่ใช่เล่นๆ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป -- มันกว้าง -- ไม่สูง -- มองไกลๆ เหมือนขั้นบันไดสีขาวที่มีเมืองกับหมู่แมกไม้กับเมืองเป็นฉากหลัง




 

Rhein Falls

 
 

กล้องกึ่งคอมแพ็คสีดำในมือถูกกระชับเข้า

ภาพของน้ำตกใกล้เข้ามาอีกเมื่อไปถึงศูนย์ประชาสัมพันธ์ วินเซนต์เบนสายตามองข้ามไปและไม่ได้ทำอะไรกับมันมากไปกว่าเก็บภาพเอาไว้ในกล้อง

 

หากไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ตระหนักได้ว่าศูนย์ประชาสัมพันธ์เป็นที่พึ่งสุดท้ายของเขา

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าศูนย์จะช่วยเขาได้เสมอไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ไม่ใช่ศูนย์ติดต่อของหาย วินเซนต์ได้แต่ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเสียเวลาหามาร่วมชั่วโมงเขาจะไม่มาหยุดอยู่ตรงนี้เลย จะบากหน้าเข้าไปถามพนักงานก็กลัวจะโดนหาว่าบ้า ของที่หายไปอาจเล็กกระจ้อยร่อย หากสำคัญต่อจิตใจเขายิ่งกว่าอะไร

ป่านนี้จะโดนเตะตกแม่น้ำไปหรือยังก็ไม่รู้

คิดแล้วก็ได้แต่แค้นใจ แค้นตัวเองที่ไม่ระวังเอาเสียเลย เพราะมัวแต่ถ่ายรูปกับยืนเอ้อระเหยรับลมอย่างไม่ใส่ใจอะไรรอบด้าน กว่าจะรู้ตัวก็ปาเข้าไปตอนที่เข้าห้องน้ำก่อนจะกลับ

 

สร้อยหนังที่ห้อยคออยู่เสมอ...หายไป

 

กระแสน้ำใต้น้ำตกอาจเชี่ยว แต่เลือดในกายเขากำลังไหลแรงยิ่งกว่า -- วินเซนต์ใจหายวูบจริงๆ และไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเดือดเป็นร้อนได้ขนาดนี้ที่สร้อย เส้นนั้น หายไป...

ฉับพลันนั้นเองที่เสียงของสาวประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวคนหนึ่งดังแว่วเข้าหู เล่นเอาวินเซนต์เบนหน้ากลับไปมองแทบไม่ทัน

“ขอโทษนะคะ แต่เราไม่ได้รับของหาย---”

“เอ่อ งั้นสร้อยเส้นนี้---”

รู้ตัวอีกที วินเซนต์ก็พุ่งพรวดไปยืนอยู่ข้างๆ ชายนักท่องเที่ยวคนนั้นเสียแล้ว ประชาสัมพันธ์สาวกะพริบตามองอย่างสงสัย ในขณะที่เจ้าหนุ่มคนนั้นหันมาสบด้วยแล้วขยับยิ้ม

สายตาเขาอาจจะชัดเจนเกินไปจนเดาได้

 

“สร้อยของคุณหรือครับ”

“สายหนังสีดำ จี้เหล็กสี่หลี่ยมสลัก ขนาดประมาณนี้...” วินเซนต์กลืนน้ำลายพลางกะขนาดให้ดู ในใจมีความหวังลึกๆ ขึ้นมาแล้ว “ใช่หรือเปล่าครับ”

อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปยิ้มให้หญิงสาวหลังเคาน์เตอร์แล้วโค้งตัวเป็นเชิงลา ตอนนั้นเองที่โลกของวินเซนต์พลิกกลับตาลปัตร จากร้ายกลายเป็นดีได้ในเวลาไม่ถึงนาที

นักท่องเที่ยวคนนั้นหันมายิ้มให้ ก่อนจะยื่นสร้อยกลับคืนให้แก่เจ้าของ

“ตะขอหลวมแน่ะครับ”

เสียงนุ่มๆ ฟังประหลาดนัก สำเนียงค่อนข้างชัด แม้ท้ายเสียงจะออกแปร่งๆ อย่างคนต่างชาติไปบ้างแต่ฟังไม่ขัดหูเท่าไร -- ที่แน่ๆ คือไม่ใช่คนยุโรป

บุรุษตรงหน้าเตี้ยกว่าเขาเกือบครึ่งศีรษะ รูปร่างเล็กแต่ดูแข็งแรง โครงหน้าเข้มคมแปลกตา หากดูเนียนมนกว่าชนชาติโลกตะวันตกอยู่สักหน่อย คิ้วเข้มทอดลงอยู่เหนือนัยน์ตาเรียวสีดำสนิทเหมือนถ่าน แววเป็นมิตรฉายชัดให้เห็นจนสัมผัสได้ เส้นผมตัดสั้นแบบง่ายๆ เข้ากันดีกับรูปหน้า ผิวสีน้ำตาลเจือเหลืองที่คล้ำแดดกับสันจมูกที่ไม่โด่งนักบ่งบอกถึงทวีปที่จากมาได้เป็นอย่างดี

เอเชีย

เขาไม่ได้มีเพื่อนเป็นชาวเอเชียเยอะนัก จะมีก็เป็นชาวจีนกับญี่ปุ่นเพียงแค่คนสองคนที่ดูจะขาวกว่านี้หน่อย และถ้าเพ่งดูให้ดีๆ ก็จะรู้ว่าไม่ใช่...อย่างน้อยๆ คนตรงหน้าเขาก็ไม่ได้มีตาชั้นเดียว

“...Thanks.

วินเซนต์ก้มหัวรับ ส่วนพ่อหนุ่มนักท่องเที่ยวก็ขยับยิ้มให้อีกรอบหนึ่งแล้วผงกศีรษะเบาๆ รับคำขอบคุณ เล่นเอาวินเซนต์นึกสงสัยว่าผู้ชายคนนี้ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไง

คนอะไร ยิ้มเป็นว่าเล่น

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ไอสีขาวม้วนตัวขึ้นจากแก้วกระดาษ กลิ่นกาแฟร้อนหอมฉุยลอยมาเตะจมูก ความร้อนที่แผ่จากแก้วส่งมายังมือช่วยให้หายหนาวได้ดีอยู่ แต่หัวใจของวินเซนต์ตอนนี้กลับหนาวเยือก

เขาไม่น่าทำอะไรที่ไม่เข้ากับนิสัยเลย

วินเซนต์ยกแก้วช็อกโกแลตของตัวเองขึ้นจิบ เขาไม่ชอบกาแฟ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะชอบ... กาแฟดำเสียด้วย

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

แปลก

วินเซนต์พึมพำในใจพลางเบนสายตาไปมองหนุ่มชาวเอเชีย -- ไม่รู้ทำไมแต่คำนี้มันผุดขึ้นมาในหัวสมองก่อนจะทันได้คิด -- อีกฝ่ายยิ้มตอบกลับมาก่อนจะก้มลงจิบกาแฟ... แก้วที่เขาเป็นคนเสนอจะเลี้ยงเป็นค่าตอบแทนที่เก็บสร้อยมาให้ตามมารยาท

เสียอย่างเดียว คือเขาไม่รู้จะคุยอะไรต่อดี

“เปล่า ไม่เป็นไร...” วินเซนต์รู้สึกว่าเสียงที่หลุดออกมาแหบพร่ากว่าปกติ “ขอบคุณมากนะครับ...”

แอนโธนี่” อีกฝ่ายเอ่ยตอบกลั้วหัวเราะ “แค่แอนโธนี่ก็พอ”

คิ้วของคนฟังกระตุกเข้านิดหนึ่งก่อนจะคลายกลับไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเขาจะเว้นคำหลังนานเกินไปจนอีกฝ่ายคิดว่าถามชื่อ... ค่อนข้างเร็วเกินไปสำหรับวินเซนต์จนแทบจะเป็นการตีสนิท แต่น้ำเสียงทุ้มนุ่มฟังเป็นมิตรกับถ้อยคำรื่นหูที่ฟังเป็นกันเองทำให้ความขุ่นในใจถูกกลืนหายไป

วินเซนต์คลายมือที่กำแก้วกาแฟแน่นอยู่ลงพลางเสตาหลบไปนิดหนึ่ง

 

ผู้ชายคนนั้นไม่อึดอัดบ้างเลยหรือไง

หรือเป็นเขาเองที่ไม่ชินกับคนแปลกหน้า?

 

“วินเซนต์” ชายหนุ่มตอบเบาๆ ตัดสินใจไม่เอ่ยนามสกุลออกไปอย่างที่อีกฝ่ายทำ ก่อนที่จะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปด้านหน้า แอนโธนี่ยิ้มรับ สัมผัสมือตอบอย่างรู้มารยาทดี ทำเอาวินเซนต์นึกประทับใจอยู่ลึกๆ เขาจำได้ดีว่าตอนที่พบกับเพื่อนชาวเอเชียครั้งแรก คนพวกนั้นทำหน้าฉงนกันเหลือเกินกับการสัมผัสมือแบบนี้

“มาเที่ยวหรือ” แอนโธนี่ถามยิ้มๆ หลังจากที่เงียบกันไปอยู่นาน ดูเหมือนพี่แกจะรู้ว่าเขาไม่ถนัดเป็นฝ่ายชวนคุย วินเซนต์พยักหน้าตอบรับเบาๆ พลางทอดสายตามองไปยังกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวลงมาตามสาย

Well, yes.”

Alone?

Sort of.” วินเซนต์ตอบสั้นๆ รู้สึกเหมือนโดนละลาบละล้วงเล็กๆ แต่อะไรบางอย่างในตัวอีกฝ่ายกลับทำให้เคืองไม่ลง “ถ้ามีเพื่อนร่วมทางมาด้วย ฉันคงโดนทิ้งไปแล้วข้อหาทำให้รอ”

“งั้นหรือ” แอนโธนี่ขยับยิ้มรับนิดหนึ่ง “เพื่อนนายคงไม่ได้ใจร้อนขนาดนั้นหรอกมั้ง”

วินเซนต์ก้มลงจิบช็อกโกแลตร้อน ไม่เอ่ยตอบ

 

กลิ่นหวานๆ ของโกโก้ผสมไปกับกลิ่นกาแฟหอมๆ ที่ลอยกรุ่น.

 
 

 

xxxxxxxxxx

 



From Writer:

Rhein Falls สวยจริงๆ นะ! มีละอองน้ำเย็นดีด้วยล่ะ! (เอ๊ะ ไม่ใช่ประเด็น)

เอาเป็นว่าขอฝากพ่อหนุ่มวินเซนต์ไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ 55555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

119 ความคิดเห็น

  1. #104 Hanagika Alantasia (@ppmmint-pokepals) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 01:27
    รับฝากค่ะ จะดูแลให้อย่างดีเลย 555
    #104
    0
  2. #86 fleigen/. (@freiheit) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 23:11
    พึ่งเข้ามาอ่าน 
    และรับรู้ได้ว่าอีตาวินเซนต์นางนิสัยเดียวกับเราเป๊ะเลย
    เราชอบถ่ายรูป ชอบเที่ยว อย่างเดียวที่ไม่เหมือนคือนางใช้กึ่งคอมแพคส่วนเราใช้ฟิล์มกับดีเอสแอลอาร์นี่แล
    #86
    0
  3. #59 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 00:07
    อ่านกี่ทีก็น่ารักจริงๆคู่นี้ >///////<
    #59
    0
  4. #35 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 12:57
    เป็นการพบกันที่แปล awkward นิดๆ ฮ่าๆ
    #35
    0
  5. #28 Red-Poiison (@e-nooza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 09:28
    ไม่หวือหวาแต่น่าติดตามมากๆเลย
    #28
    0
  6. #21 Tsunasan (@tsunasan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 21:14
    แอนโธนี่ยิ้มเก่งจัง น่ารักดี>O<
    #21
    0
  7. #14 ai love you (@aiyarin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 06:43
    วินเซนต์น่ารักดีคะ ถ้าจะฝากไว้ในอ้อมใจกันจริง ๆ แล้วละก็ ฝากตัวไว้ให้เขาเอากลับบ้านได้เลยไหมคะ (โดนแอนโธนี่โบก)
    เจอกันแล้ว ๆ ดูแบบว่า น่ารักใส ๆ ดีนะคะ ^^
    #14
    0
  8. #8 My_Winter (@tuator_joker) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 20:50
    พ่อหนุ่มวินเซนต์ก็ดีอ่ะ แต่......
    ขอเปลี่ยนเป็นหนุ่มอัสนีมาไว้ในอ้อมใจมิได้รึคะ!? >/////<
    แบบว่าชอบบรรยากาศรอบตัวคุณเค้าอ่ะค่ะ 
    ยิ้มเรี่ยราดแบบนี้แม่จะจับมาฟัดซะให้ ฮิ้วๆๆ
    #8
    0