(EXO) BOO! Love me now~ หลอกผี ผีไม่หลอก(รัก) ❝ HunHan

ตอนที่ 8 : ✂- - - - - - ฟิคอวดผี เทปที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 เม.ย. 57

Minor!












- C h a p t e r 6 -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            Luhan’s Part

 

            จู่ๆก็คิดถึงผีนั่นขึ้นมา...

 

            “แบคฮยอน... กูถามจริงเถอะ นี่มึงสูบ เขมือบหรือสวามปามกันแน่ฮะ? ข้าวที่กินไปนั่นยังไม่พออีก”

            “ไอ้จงแด... นี่ถ้ามึงไม่ด่ากูบ้าง สมองส่วนคอร์ปัสลูเทียมมึงจะฟ่อรึไงฮะ!

 

            ตั้งแต่วันนั้นที่ห้องประชุมก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

           

            “ฮามากมั้ย? คอร์ปัสลูเทียมมันในมดลูก!! มึงคิดว่ากูเป็นสาวดุ้นรึไง?”

            “มินซอก... แฟนมึงเป็นสาวดุ้นมึงโอเคป้ะ?”

            “ไอ้เชื้อราใต้ฝาชักโครก... เงียบปากแล้วกินโยเกิร์ตต่อไปเลยไป๊!!

            “โอเคขอบคุณค่ะมินซอก แบครู้สึกประทับใจ...”

 

            จะว่าไปเรื่องที่หลอกในหอประชุมก็ยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ! เฮอะ! งามไส้เขาล่ะ มาแกล้งให้เรากับแบคฮยอนหลอนไปตั้งหลายวันแล้วก็หายจ๋อมไปซะงั้นอ่ะ เฮอะ! หายไปให้ได้ตลอดนะ อย่าให้เจอ!! พ่อจะด่าให้หายเป็นผีเลยคอยดู

 

            “...นี่จงแดมึงเห็นมั้ย โยเกิร์ตยี่ห้อแอคมีเมียที่กูกินอยู่เนี่ย มีแบคทีเรียแอคติเลกกุกุ๊กกิ๊ก แลคโตบาสิลัส สเตกโปคอคคัส ไปกระตุ้นลำไส้ส่วนดูโอดีนัมของกูดูดซึมแร่ธาตุจากข้าวเที่ยงและแกงจืดถั่วงอกของกูได้เต็มที่เว้ย! แล้วตอนเย็นกูก็ขี้คล่องปรู๊ด ตดคล่องปร๊าด ผิวพรรณเปล่งปลั่งอ่อยผู้ชายได้เต็มที่ อั๊ย!! >_<

            “ขนลุกว่ะ”

            “กูว่าผู้ชายที่มึงจะอ่อยเขาขี้หดตดหายตั้งแต่ไอ้จุลินทรีย์ชื่อพิลึกของมึงแล้วล่ะแบค...”

            “เฮอะ... ผัวเมียคู่นี้ขยันแขวะกูกันจริง”

 

            ...เราเองก็มัวแต่วิ่งทำนั่นทำนี่อยู่แทบทุกวันเลย ทั้งซ้อมเต้นให้เด็กปีหนึ่งในชมรม ช่วยแปลบทความประวัติศาสตร์ภาษาจีนให้อาจารย์คิม(ที่ได้รับการอภินันทนาการให้โยกย้ายมาจากบทลงโทษเก็บขยะรอบโรงเรียนของอาจารย์ชเวหัวเหม่งแทน) แล้วไหนยังจะต้องตั้งการ์ดรับกองทัพเมสเสจคาคาโอะที่ทำโทรศัพท์ร้องตุดิ้งๆทั้งวันยิ่งกว่าลูกร้องจะเอาปลาโลมาหลังจากที่ข่าวการรับบทละครเวทีของผมแดงขึ้นมาอีก

            ไม่ได้ขึ้นไปบ่นดาดฟ้าเลยเหมือนกันนะ

 

            “ผัวเมียเชี่ยอะไร!? พูดให้ดีนะไอ้หอยกาบสแกนดิเนเวีย

 

            ไม่แน่ผีนั่นอาจจะไปเกิดแล้วก็ได้นะ

 

            “นี่ไง... ยังไม่ทันขาดคำ มึงนี่เข้าใจสรรหาคำมาด่ากูมากเลยนะมินซอก!? ถ้ามึงกับจงแดไม่เป็นผัวเมียกันแล้วเรียกอะไรฮะ? ไอ้ที่พากันไปเดททุกอาทิตย์ แล้วก็จ้ะจ๋าอี๋อ๋อใส่กันเฉพาะแค่สองคนเนี่ย เรียกอะไร!?

            “แล้วมึงกะชานยอลเรียกว่าอะไรล่ะ?”

 

            เฮ้ย... ถ้าไปเกิดแล้วจริงๆ เราก็ไม่ได้เจอไอ้ปีโป้นั่นแล้วอ่ะดิ ดีใจหรือเสียใจดีว่าเนี่ย??

            ไม่ได้สิ ต้องดีใจ!! เราไม่ต้องโดนผีหลอก ไม่ต้องสติแตกกลางห้องเรียน แล้วก็ไม่ต้องสะดุ้งจนฉี่สะบัดตอนยืนเข้าห้องน้ำ... (เอ่อ... จริงๆนะ)

 

            “ไอ้ผัดฟัก! กูไม่คุยกับมึงสองคนแล้ว ชอบวกมาเรื่องนี้ตลอดเลยอ่ะ กูอยู่กับคยองซูผู้น่ารักของกูเหมือนเดิมดีกว่า เนอะคยองซูเนอะ”

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ อันนี้เราก็ไม่รู้สินะแบคฮยอน”

            “ไอ้ตุ๊ดปลายแถวเอ้ย!

 

            งั้นไอ้เรื่องที่เราสงสัยอยู่ ก็ไม่ได้คำตอบสิวะ ไอ้ผีเกรียนมันไปเกิดแล้ว เราจะถามใครอ่ะ แหม่~ เสียดายจัง เฮ้อ~ เสียดายจัง~~~

            แต่เซฮุนมันจำอะไรไม่ได้เลยนี่หว่า... ถามมันแล้วเราจะได้เรื่องมั้ยเนี่ย?

            แต่เอ๊ะ... จริงๆแล้วโอเซฮุนอาจจะยังไม่ได้เกิดก็ได้นะ

            เอิ่ม... สติสตังไปหมดแล้วครับผม นี่มโนมโนมะเย่(?)ไปถึงอุรุกวัยแล้วมั่งเนี่ย!?

 

            “นี่!! คิมจงแด... มึงเลิกด่ากูและก็ก้มหน้าก้มตาอ่านพระคัมภีร์ของต่อไปเลยไป! ชิ่ว~!”

            “ตาถั่วจริงๆมึงนี่... พระคัมภีร์อะไร นี่มันสารานุกรมขนหัวลุก ฉบับปรับปรุงใหม่ต่างหากโว้ย เว็บมาสเตอร์สมาคมเรื่องลี้ลับเขาส่งมาให้กูอ่าน...”

 

            เออใช่!! จงแดมันเป็นแอดมินเว็บบอร์ดเรื่องลี้ลับนี่หว่า มันก็ต้องรู้เรื่องปีโป้เยอะใช่แม้ะ? ไม่ก็ให้จงแดหาคนมาช่วยเราก็น่าจะเวิร์คนะ แต่แหม่...

            พูดแล้วก็อยากกินปีโป้ ป้าของมินซอกจะบินไปเมืองไทยเมื่อไหร่วะเนี่ย…

 

            “...หาน”

 

            เอ๊ะ... ปีโป้นั้นกับปีโป้นี้มันไม่เกี่ยวกันนี่หว่า อุว้า~ แย่จัง <3

 

            “ลู่หาน... ไอ้เชี่ย มันไม่ได้ยินกูว่ะ”

            “เชี่ย... ไอ้ผีดาดฟ้านั่นอำแล้วป่าววะ?”

            “จงแด! มึงพูดดีๆนะเว่ย กูกลัว!? มันหลอกจับไหล่กูคราวที่แล้ว กูยังรู้สึกวูบวาบๆอยู่เลยอ่ะมึง อ๊าก~~~!”

            “แบคฮยอน... อย่ามโนเป็นชะนีไม่มีต้นไม้เกาะได้มั้ยฮะ!!

            “เอ้า... แฟนมึงด่ากูอีกแล้วอ่ะ จงแด”

            “คนผีอำที่ไหนตีหน้าเหม่อเป็นปลาดุกโดนทุบแบบนี้ล่ะวะฮะ!! เรียกดีๆไม่ได้ยิน มันต้องเรียกอย่างงี้เว่ย! ไอ้หูตึง! ไอ้หน้าเหี่ยว! ไอ้หน้าแก่”

 

            อื้อฮืม... ชัดเลย ชัด!

 

            “ไอ้หน้าหมาบลูด็อก ไอ้ตีนการูปเทือกเขาสันกาลาคีรี...”

            “ไอ้เหี้*มินซอก! ด่ากูแบบนี้เอาปืนมายิงกูเลยเถอะ... ด่าอะไรไม่ด่า ด่าตีนกากูเป็นเทือกเขาสันกาลาคีรีเนี่ยนะ!” ด่ากันแบบนี้เจ็บยันหลานบวชชีครับขอบอก...

            หลังจากที่ผมพาสติล่องลอยออกไปแทบทางใต้ของอุรุกวัยได้ประมาณสิบนาที ก็ถูกคำสรรเสริญตีนกาของมินซอกลากผมกลับมาอักเข้ายอดโซลทาวเวอร์สองสามที ก่อนจะกลิ้งคลุกๆลงมาที่ตีนเขานัมซานเยี่ยงลูกขนุนตกต้น จากนั้นจึงกลิ้งกลับมาที่เดิม – อัฒจรรย์ข้างสนามบอลโรงเรียนมัธยมซูมาน...

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ก็แล้วถ้าไม่เรียกแบบนี้แล้วมึงจะหันมั้ย? ถามจริง...เหม่ออะไรของมึงวะ?”

            “ก็... เรื่องผีเซฮุนนั่นน่ะ” ผมกรอกตาไปมาและเหยียดปากจนเป็นเส้นตรง เมื่อสี่หนุ่มเอฟโฟ่วข้างๆผมพากันผงะเงิบ... “ก็... กูมีเรื่องสงสัยอ่ะ แต่ตั้งแต่โดนหลอกไปตอนนั้นก็ไม่เจอมันเลยว่ะ”

            “...นี่แกคิดถึงมันหรอวะลู่หาน”

            “จะบ้าเหรอวะแบคฮยอน! กูไม่ได้คิดถึง แต่กูสงสัย!!

            “มึงสงสัยมัน ก็แปลว่ามึงนึกถึงมัน นึกถึงมันก็แปลว่ามึงคิดถึงไง แม่ง... ทำเป็นนางเอกนิยายเรื่องจำเลยรักไอ้หน้าหนอนไปได้ อย่าปากแข็งสิวะ มันไม่อยู่ล่ะมึงจะรู้สึก!!

 

          รู้สึกถึงบาทาฟรีไซส์ของกูที่จะไปแปะอยู่บนหน้ามึงไงแบคฮยอน <3

 

            “แบคฮยอนดูปากลู่หานนะครับ สง-สัย ทบทวนอีกรอบนะครับ สง-สัย มันสะกดเหมือนคำว่าคิดถึงตรงไหนวะเนี่ย!” ผมชี้ปากประดุจตัวเองคือน้องกัญชา รายการเอเชียคอเคล็ด ที่พูดสอนภาษาอูกันดาด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจนผมอยากจะรับเลี้ยง(ด้วยลำแข้ง)

            เอ่อ... ขอโทษครับ พอดีผมไม่ชอบเด็ก L

            “แล้วนายไปสงสัยอะไรผีตนนั้นล่ะลู่หาน... เขาไม่ตามรังควาญนายก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?” คยองซูขมวดคิ้วจนมันแทบจะชนกัน

            ผมล่ะนับถือคยองซูเรื่องการพูดการจาสุดๆเลยล่ะ... ในบรรดาแก๊งค์ห้าคนของผม เวลาคุยกันก็พ่นคำหยาบสารพัดนึกออกมาอย่างกับพายุเฮอริเคน ก็ประสาซังนัมจาผู้ชายแมนแฟนไม่มี(?)ทั่วไปนั่นแหล่ะ (ไม่รวมพยอนแบคฮยอนตุ๊ดน้อยกลอยใจปาร์คชานยอลห้อง D นะ) แต่คยองซูก็ไม่เคยจะหยาบคายตามพวกผมเลยซักครั้ง อย่างมากก็แค่วะโว้ยบ้างพอเป็นพิธี เวลาเรียกก็นาย แก ฉันอะไรพวกนี้ พวกผมอีกสี่คนก็เกรงใจ... ไม่เคยเรียกคยองซูว่ามึงหรือด่าเจ็บๆแสบๆใส่เลยซักที อย่างมากก็แค่แซวน่ารักๆ

            ก็คนอะไร!! ทำอะไรก็โมเอะ ขนาดเต๊ะท่าแมนๆยังโมเอะได้เลย พูดจาก่อนสุภาพตามประสาที่บ้านสอนมาดี เรียนดีอยู่ห้องเออีกต่างหาก ไม่อยากจะอวดว่าแฟนบอยเยอะใช่ย่อยเลยล่ะ... เป็นไข่ในหินทั้งของแก๊งค์แล้วก็ของที่บ้านเลยล่ะครับ อย่าแม้แต่ด่าใส่เลย... เรียกมึงยังไม่กล้า ออร่าความโมเอะมันกระแทก ;A;) นี่ผมก็แอบเป็นแฟนบอยเขาเหมือนกันนะ

            “มันก็ถูกของนายนะคยองซู ฉันรู้สึกทะแม่งๆยังไงก็ไม่รู้... เออ ว่าแต่จงแด” ผมโยกตัวมาข้างหน้าแล้วหันหน้าไปหาจงแดที่นั่งเคาะหนังสือพระคัมภีร์ของมันอยู่บนตัก

            “ฮืม?”

            “มึงเป็นแอดมินเว็บบอร์ดเรื่องลี้ลับ?”

            “เออ...”

            “แสดงว่ามึงก็ต้องรู้จักพวกผู้เชี่ยวชาญเรื่องลี้ลับเยอะอยู่ใช่มั้ย?”

            “ถ้าในล่ะก็... ใช่”

 

            อาตแมวมีเรื่องให้โยมมหาทำแล้วล่ะ...

 

 

 

- - - -

 

 

 

            ประตูลิฟท์เงาวาวที่ปลายทางเดินอันวังเวงของชั้นสิบสองเปิดออกในยามที่ไม่มีใครคิดจะใช้ห้องประชุม เผยให้เห็นร่างเพรียวของลู่หานที่คับคล้ายคับคลาว่าจะต้องขอยาดมเมื่อพบกับบรรยากาศชวนให้ขนอ่อนลุกชูชันแบบนี้ที่มีเพียงไฟสีเขียวๆของป้ายหน้าบันไดหนีไฟ ขาเรียวก้าวชับๆตรงไปยังสุดทางเดินอันเป็นที่ตั้งของประตูออกสู่ดาดฟ้าโดยไม่ได้มองสองข้างทางเลยแม้แต่น้อย

            ทั้งๆที่ตัวเองกำลังจะไปเจอผี... แต่มันก็อดกลัวทางมืดๆแบบนี้ไม่ได้นี่นา อะฮือ~

 

            “เซฮุน...”

 

            มือเรียวค่อยๆดันประตูกระจกหนักอึ้งออกจากกรอบช้า ยื่นหน้าผ่านกรอบประตู ส่งเสียงเรียกชื่อของอีกคน – ตน... คนสูงเพรียวสอดส่ายสายตาไปทางซ้ายทีขวาที ก็ไม่พบใคร มีเพียงแสงสว่างของหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ติดอยู่บนกำแพงเหนือกรอบประตูส่องสว่างตัดกับสีน้ำเงินอมม่วงจากท้องฟ้ายามเย็น

 

            “เซฮุน... รู้นะว่าอยู่ในนี้อ่ะ” ลู่หานไม่กล้าเดินเข้าไปภายในดาดฟ้าทำแค่เพียงรั้งกรอบประตูเอาไว้ก็เท่านั้น

            หรือว่าจะไม่อยู่? ไปเกิดแล้วจริงๆน่ะหรอ?

            ว้า... แย่จัง~

 

          ลู่หานกวาดสายตาไปรอบๆดาดฟ้าอีกรอบเพื่อยืนยันว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก อะไรกันวะ... จะหายไปก็ไม่บอกไม่กล่าวกันซักนิด แต่ลู่หานหารู้ไม่เลยว่า... เมื่อเขา
            .

          .

          .

            หันหลังกลับไป

            .

          .

          .

            ก็มีร่างโปร่งสีขาวเทายืนรอเขาอยู่ในระยะห่างกันไม่ถึงคืบ!!

 

          “อ๊าก~~~~~~~~~~~~~~~~~~

            “ชู่วๆๆๆๆ ลู่หานนี่ผมเอง” แต่ดูเหมือนลู่หานจะไม่ได้ยิน เพราะปฏิกิริยาอัติโนมัติของร่างกายเขาสั่งให้มือผลักประตูหายวับเข้าไปในดาดฟ้าเสียแล้วล่ะ

            “อ๊าก~~~~~~~~~~~ เชี่ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เชี่ยแล้วๆ ปีโป้ อุว๊าก~~! อะฮือ~~~~~~~~” ร่างโปร่งร้องเสียงหลงอย่างไม่ได้สติ ทุดนั่งพร้อมด้วยมือไม้ปิดหน้า ขายาวหนาลอยสูงขึ้นมาถีบอากาศอย่างไม่คิดชีวิต!

            “ลู่หาน! ผมเอง โอเซฮุนไง” ผีหนุ่มหายจากหลังกรอบประตูมาโผล่ที่หน้าลู่หานด้วยท่านั่งยอง ใบหน้าขาวซีดกระพริบตาปริบๆอย่างใจจดใจจ่อให้ลู่หานรู้ตัวสักที

            “อ๊าก~~ อะ...เอ๋? เซฮุนหรอ?

            “อื้ม...”

            ลู่หานเงียบไปในอึดใจ เขาลดมือลงให้เป็นรูพอที่ดวงตาจะหรี่มองออกมาได้ เซฮุนเน้นส่งเสียงเน้นย้ำอีกทีว่าเขาคือเซฮุนจริงๆด้วยรอยยิ้มที่แย้มกว้างราวกับแปะยิ้มโฆษณาแป้งเด็กโคโดโมะ ลู่หานลดมือลงพร้อมกับพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ราวกับรอดตาย

            พอรู้ว่าเป็นผีเซฮุน ทำไมถึงได้โล่งใจขนาดนี้เนี่ย?? ไอ้นี่มันก็ผีนะ ปีโป้เหมือนกันนะ ;-;)

            ดาวว่าดาวน่าจะเมาอ่ะ

 

          “ฮึ่ย!! นายแม่ง...” ร่างโปร่งกระถืบเท้าลงกับพื้นคอนกรีตกันเกิดเสียงตุบตับอย่างกระฟัดกระเฟียดในขณะที่ยังนั่งชิดกำแพงอยู่ “มาดีๆนะไม่เคยเป็นเลยใช่มั้ยฮะ!!

            “...ผมเป็นผีนะ จะให้เดินพรมแดงออสการ์มาแบบลีโอนาร์โด โดดร่มแบบสตั๊นท์แมน นั่งวีลแชร์มาแบบนายกหญิงเมืองไทยหรือไง”

            “ฮ่วย!” คนฟังกรอกตาอย่างประชัดประชัน เออ... แต่ก็จริงของมันอ่ะนะ ไม่ขอเถียง

            “...นึกว่าจะไม่มาซะแล้วนะเนี่ย”

            “ฉันต้องเป็นคนพูดป่ะวะ?”

            “ฮะ!?”

            “นายแม่งโคตรแย่เลย! โผล่มาหลอกซะเสียหมาแล้วก็หายต๋อมไปเลยเนี่ยนะ จะมาขอโทษซักนิดก็ไม่มี ไอ้เราก็นึกว่าไปเกิดเป็นแมวน้ำที่ไหนไปแล้วซะอีก...”

            “...”

            “อ...อะไร! ยิ้มอะไรของนาย!” ลู่หานอึกอักเมื่อร่างโปร่งขาวซีดกองเข่าพลางอมยิ้มเสียดูน่าหมั่นไส้ เสื้อผ้าสีโทนขาวเทาโปร่งใสพอที่จะมองทะลุไปยังตึกโรงพยาบาลรัฐบาลประจำเขตที่อยู่ห่างออกไปลิ่วๆ ลู่หานไม่ได้ใส่ใจ มีเพียงดวงตาเรียวนี้เท่านั้น...

            “ก็เปล่า...”

            “เปล่าแล้วยิ้มทำแมวอะไร!”

            “ก็แค่ดีใจ...ที่คุณคิดถึงผม”

            “...ไอ้!” จู่ๆร่างเพรียวที่หมายจะสาดคำสบถใส่เกิดชะงักขึ้นเมื่อรู้สึกถึงไอร้อนที่แล่นลิ่วพาดสันดั้ง แก้มใส ไปจนถึงหูทั้งสองข้างภายใต้ดวงหน้าง้ำงอ ลู่หานไม่ได้โง่หรอกนะ ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองน่ะ...

 

            หน้าแดงแปร๊ด~

 

            “อ้ะ! ฮะๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ หน้าแดงเป็นตูดลิงบาบูนแล้วน่ะ” เขาเบี่ยงหน้าหลบร่างสูงที่ชี้นิ้วมาทางเขาเลิกหน้าเลิกตาราวกับเจอของแปลกระดับชาติ “หน้าแดงแล้ว กิ้วๆ~”

            “กิ้วๆพ่อง! เงียบปากเลยนะ!”

            “ฮ่าๆๆๆๆๆ แค่นี้ก็ด่าพ่อเลยอ่ะ คิดถึงผมขนาดนั้นเลย”

            “ไอ้เซฮุน! หุบปากไปเลยนะ!” มือยาวคว้าเอาเศษขยะบนพื้นข้างตัวปาเข้าใส่ผีหนุ่มทั้งๆที่รู้อยู่ทนโท่อยู่ว่ายังไงก็ต้องทะลุผ่านตัวเซฮุนไปไม่ต่างจากอากาศ

            ...ก็ผีนี่!

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เลิกหน้าแดงได้แล้ว กิ้วๆ~ โอ๊ะ! อย่าปาสิปัดโธ่ ลุงภารโรงอุตส่าห์กวาดไว้ดีๆ”

            “ฮึ๊ย~~~ นายนี่มัน...” คุณผีหายตัวมานั่งยองๆที่ข้างกายลู่หานแทนทำให้เหรียญน้อยในมือของลู่หานถูกทิ้งลงพื้นไป แต่แล้วลู่หานก็หยิบมันขึ้นมาอีกรอบ เหรียญอันเท่าข้อนิ้วก้อยถูกโยนลอยฉิวออกไปข้างนอกดาดฟ้าอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่...

            “เฮ้ย!! ลู่หานทำไมคุ

 

            “อ๊ะ~!!!

 

          ยังไม่ทันที่เซฮุนจะปรามคนหน้าหวานก็มีเสียงร้องสูงสะท้อนลั่นสวนขึ้นมา คน(พยายาม)ปรามกับคนปามองหน้ากันด้วยสีหน้าเลิกลั่ก ก่อนที่ลู่หานจะพุ่งตัวไปเกาะกำแพงปูนที่กรอบรอบชั้นดาดฟ้าเอาไว้ ตามมาติดๆกับผีเซฮุน ร่างเพรียวหายใจหืดหาดก่อนจะหยัดตัวแล้วมองลงไปด้านล่างอย่างปุบปับ

            “คนหรอ?” ลู่หานพึมพำเสียงหลงเมื่อทรุดตัวลงที่เดิม... เมื่อกี้ที่ยื่นหน้าออกไปเห็นเป็นอะไรตะคุ่มๆดำๆที่ชั้นล่างสุดแต่เขาก็เห็นแค่แวบๆเท่านั้น

            ถ้าเป็นคนจริง ขืนเสนอหน้าออกไปโชว์ตัวมีหวังเขาได้ตามขึ้นมาถวายกำปั้นถึงที่อ่ะสิ พับผ่า!!

            แล้วยิ่งตกลงมาจากตึกสิบสองชั้นด้วยแล้ว... บวกลบคูณหารแรงโน้มถ่วงแล้ว... แค่เหรียญเท่านิ้วก้อยก็น่าจะหัวปูดเป็นมะนาวไปหลายวันอยู่

            “อืม... คนจริงๆด้วย ใครก็ไม่รู้ไม่คุ้นหน้า” คุณผีโอเซฮุนยืนมองลงไปด้านล่างอย่างไม่ยี่หร่ะว่าใครจะเห็น ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันไปหาลู่หาน

            “ผมบอกแล้วว่าอย่าปาๆ ดีนะหัวเขาไม่แตกเลือดอาบเข้าอ่ะ”

            “ก็นาย...”

            “ฮะ... จะมาโบ้ยให้ผมไม่ได้นะ คุณเขินผมเองนะ”

            “ขอแช่งให้นายไม่ได้เกิดเลยคอยดู...” ลู่หานกอดอกแล้วเหยียดขาราบไปกับพื้น พลางพึมพำภาวนาให้ผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นไม่เป็นอะไรมาก

            “...”

            “เออนี่ ถามจริงเถอะ ไม่อยากไปเกิดหรอ?”

            “ฮืม?”

            “ทำไมจะต้องทวนคำพูดให้นายฟังด้วยวะเนี่ย!? ฉันถามว่าไม่อยากไปเกิดหรอ” ลู่หานตะคอก

            “...ครึ่งๆ”

            “เอ้า... ครึ่งๆหมายความว่าไง?

            “...ครึ่งนึงอยากไปเกิด แต่อีกครึ่งก็ไม่อยากอ่ะ คุณอย่าลืมสิ ผมน่ะจำอะไรไม่ได้ซักอย่างเลยนะ นอกจากเรื่องที่ผมชอบคุณ...” ร่างโปร่งใสเว้นวรรค หันไปจ้องอากัปกิริยาของลู่หาน “แล้วก็แซ่ตัวเอง”

            “...”

            “ผมได้มีโอกาสอยู่กับคุณแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะ ได้อยู่กับคนที่ตัวเองชอบแบบนี้ ขนาดคนธรรมดาๆยังมีความสุขจนอยากจะหยุดเวลาไว้ แล้วนับประสาอะไรกับผีอย่างผมล่ะ” โอเซฮุนจ้องเสี้ยวหน้าของอีกคนที่ก้มหน้าจนคางแทบจะชนอก ถึงแม้ว่าไรผมยาวๆจะบดบังไปเสียเกือบทั้งหมดแต่ก็พอจะเห็นใบหูที่แดงระเรื่อนั่นอยู่เหมือนกัน... เขาเองก็ได้แต่ลอบยิ้ม

            ในชีวิตการเป็นผีของโอเซฮุน(นามสมมุติ)นี้ ถึงเขาจะทำตัวก่อกวนลู่หานไปวันๆ (ไม่นับกับที่เขาไม่โผล่ไปกวนลู่หานได้เกือบอาทิตย์นั่น... อืม เขาก็พอจะเห็นนะว่าลู่หานยุ่ง ก็ไม่อยากกวนใช่มั้ยล่ะ) แต่นั่นก็แลกมากับสองสิ่งที่เขารู้สึกชอบนักชอบหนา

            หนึ่งคือหน้าช็อกตาตั้งที่มองยังไงก็เหมือนลิงบาบูนโดนดึงหางชัดๆ

            สองก็คือ... หน้าซึนเดเระตอนเขินแบบนี้นี่แหล่ะ

            ก็ทำไมหรอก ก็แค่ชอบ...

            “อีกอย่าง... ผมก็ไม่รู้วิธีจะทำให้ตัวเองไปเกิดได้ด้วย พี่ซูโฮบอกว่าอาจจะต้องรอไปเรื่อยๆจนกว่ายมทูตจะมาเจอ”

            “พี่ซูโฮ?” ลู่หานเงยหน้าขึ้นโดยลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองหน้าแดงเถือกเป็นมะเขือเทศอยู่ เซฮุนเลิกคิ้วขึ้นเมื่อสบตาเข้ากับดวงหน้าที่หวานเสียจนเกินผู้หญิง แสงจากหลอดไฟส่องให้เห็นสีแดงเลือนลางอยู่บนแก้มสองข้าง

            “อ...อะ อ่า พี่เจ้าที่ชั่วคราวของที่นี่น่ะ” เซฮุนหลบตาเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มเพี้ยน ไอ้ดอกกุหลาบหลากสีกับประกายวิ้งๆเป็นแบคกราวน์ของลู่หานนั่นมันอะไร!?

            “ฮะ... เจ้าที่ชั่วคราว!?” ลู่หานละตึ๊บจริงๆ... เจ้าที่ยังมีชั่วคราวด้วยนะ แหม่... นึกว่าพนักงานพาร์ทไทม์ร้านเซเว่นอีเลเฟ่น

            “ใช่... ตอนที่ผมแกล้งเพื่อนคุณวันนั้นก็ได้พี่ซูโฮสอนนี่แหล่ะ แต่ผมไม่นึกว่าคุณจะกลัวด้วย”

            “อะอ๋อ... ครูดีนี่ ดีซะจนอยากจะให้หลุดจากตำแหน่งเจ้าที่ชั่วคราวเดี๋ยวนี้เลย!”

            “ไปว่าอย่างงั้นได้ไงเล่า! พี่ซูโฮเขาโผล่มาห้ามผมเลยนะ ผมถึงได้ยอมหยุดน่ะ”

            “แล้วถามจริงๆเถอะ... พี่ซูโฮนั่นสอนอะไรนายอีกมั้ย? ฉันจะเตรียมตัวรับมือ”

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ประชดรึป่าวเนี่ย? ก็สอนเยอะอยู่นะ ตามหลอนคุณกับเพื่อนได้อีกเป็นเดือนเลยล่ะ”

            “แม่งเอ้ย... รู้งี้บอกให้ไอ้จงแดไปหาพระเครื่องเด็ดๆมาให้ห้อยด้วยก็ดีดิ” ลู่หานเบะปาก

            “อ้อ!!”

            “ฮะ?”

            “แล้วก็สอนวิธีที่จะออกไปข้างนอกโรงเรียนด้วยนะ”

            “ฮะ! แล้วทุกวันนี้นายออกไม่ได้?” ลู่หานยักคออย่างไม่เข้าใจ ร่างสูงยกไหล่แทนคำยืนยัน

            “ก็ออกไปไม่ได้อ่ะ มันเหมือนมีกำแพงสูงมากๆกั้นรอบโรงเรียนอยู่ ผมเองก็งงเหมือนกัน”

            “แล้วต้องทำยังไงอ่ะ?”

 

            “คุณก็ออกปากชวนผมไง”

 

            “...นายนี่แม่งสรรหาเรื่องมาให้ฉันงงตลอดเวลาเลยใช่มั้ยฮะ!”

            “ก็แค่คุณพูดประมาณว่าไปด้วยกันมั้ย มาด้วยกันสิอะไรแบบเนี้ย ผมก็จะตามคุณไปไหนก็ได้แล้ว”

            “อี๋~ ไม่เอาอ่ะ ถ้าพูดแบบนั้นนายก็ตามมาหลอนฉันถึงที่บ้านดิวะ”

            “โธ่ว... คุณ ผมเป็นผี ไม่ใช่สตอล์กเกอร์โรคจิตนะ ถึงจะออกไปได้แต่ก็เข้าไปบ้านคนอื่นไม่ได้อยู่ดีเพราะเจ้าที่ไม่ให้ พี่ซูโฮบอกว่าเจ้าของบ้านต้องอนุญาตก่อน”

            “โอ๊ะ... เรื่องจริงหรอเนี่ย”

            “แต่ถ้าคุณอนุญาตผมก็จะดีใจมากเลยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”

            “เฮอะ นั่นไง... ไอ้ผีโรคจิต!!

            “เพราะฉะนั้นในเมื่อผมรู้วิธีออกไปข้างนอกโรงเรียนได้แล้ว...

 

            เราก็ไปเดทกันเถอะ”

 

            “...พูดผิดพูดใหม่ได้นะ?” ลู่หานตวัดมองควับ นี่มาไม้ไหนอีกเนี่ย?? ไปเดทกับผีเนี่ยนะ?

            “ถ้าคุณไม่ไปผมจะถอดคอให้คุณดูกลางดูห้องเรียน...”

            “ฮึ๊ย~ …ไปก็ได้วะไอ้บ้า!” ลู่หานเอ็ดใส่เซฮุนที่นั่งหัวเราะร่าอย่างภูมิอกภูมิใจ... ถามว่าตัวเองถอดคอได้อย่างที่พูดมั้ย?

 

            ไม่อ่ะ... ขู่ไปงั้นแหล่ะ



























 

เม้าท์;

ตรงพี่หาญพาร์ทไม่งงกันใช่มะ?
คือลู่หานมโนอยู่ แล้วยูนิตเอฟโฟรก็ตีกันนะ เข้าใจป่าว??
ไม่เข้าใจ ก็เข้าใจเถอะ บึ๋ยศรีขอรว๊ออออง



ร้องแบบนี้เลยค่ะ ถถถถถถ











#บลมน #บลมน #บลมน

ทวิตแฮชแท็กนี้เยอะมากบอกเลย...
หมายถึงทวิตเราอ่ะค่ะ #facepalm
 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #197 OH.MyHunHan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 19:53
    กิ้วๆๆๆๆ หน้าแดงเลยอ่ะ 555555555555555 เออคิดว่าผีเซฮุนมันไปเกิดละเงียบเชียบเชียว -*- ทีนี้เอาไง? ไปเดทกัน ผีกับคนมันเดทกันยังไงวะเรายังมโนไม่ออกอ่ะ ให้เสี่ยวลู่พาไปอยู่บ้านด้วยเลยดิ เสี่ยวลู่อยู่ไหนเซฮุนอยู่นั่นเอฟวรี่แวร์ - -
    #197
    0
  2. #195 ABC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 20:14
    ได้ไปเดทกับผีด้วย พิเศษสุดๆเลยนะพี่ลู่
    #195
    0
  3. #191 ★GiFt FiNy★ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 20:27
    5555เสี่ยวลู่เดทกะผี
    #191
    0
  4. #187 Binggy-bubu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 10:31
    เป็นมุขที่ฮาพาเงิยมากครัช คิดได้ไง ไปเกิดเป็นเเมวน้ เเล้วผีเซฮุนนี่ตกลงมันเป็นใครเนี่ย น่ารักดีอ่ะฟิคนี้ มาอัพไวๆเด๊อ 
    #187
    0
  5. #186 ToonkO ♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 17:55
    พี่ซูโฮสอนอะไรหลายอย่างเลย
    ผีเซฮุนวิทยายุทธแก่กล้าแล้วสินะ 5555
    ผีสุดหล่อชวนไปเดทด้วย งื่ออ เขินแทนลู่หาน >//<
    #186
    0