(EXO) BOO! Love me now~ หลอกผี ผีไม่หลอก(รัก) ❝ HunHan

ตอนที่ 9 : ✂- - - - - - - ฟิคอวดผี เทปที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

Minor!













- C h a p t e r 7 -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ไม่ค่อยจะตื่นเต้นเลยจริงๆ...

            ที่ออกมายืนรอหน้าประตูโรงเรียนก่อนเวลานัด เดินวนไปวนมาอยู่ตรงนั้นยิ่งกว่าหนูติดจั่น

            ที่ไปขอยืมรองเท้าผ้าใบสีขาวมาจากคุณเจ้าที่(ชั่วคราว)ซูโฮมาใส่ เพราะกลัวจะดูไม่ดีถ้าเขาไปแบบเท้าเปล่า... ถึงตัวเองจะลอยได้ก็เถอะ

 

            “โย่~ ไง... อืมไม่สิ หวัดดี... สวัสดีครับลู่หานคนสวย เอ๊ะ โย่น่ะดีแล้ว โย่... โย่ว~~~

 

            ที่ซ้อมทักทายนี่ก็ด้วย! …ไม่เลย

            โอเซฮุนไม่ค่อยจะตื่นเต้นเลย...

 

            “ฮืมมมม ทักไงดีวะ? โย่? ไฮ... ฮาย~ เย่เฮ้ท! ไม่ได้ๆ ไม่เวิร์คแน่เลย”

            หารู้ไม่เลยว่าขณะที่เซฮุนยังคงยืนตะเบ๊ะเต๊ะท่าล้านแปดอยู่หน้าประตูโรงเรียนหวังว่าจะเรียกคะแนนประทับใจกับร่างเพรียวคู่เดทของตัวเองนั้น...

            “ซ้อมแรปหรอ?”

            “เฮ้ย!!”

            ลู่หานก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังเขาเสียแล้ว...

          เซฮุนพิจารณาลู่หานที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าสบายๆไม่ค่อยเหมือนไปออกเดทเสียเท่าไหร่... เสื้อยืดผ้าต่อสีขาวตุ่นกับสีม่วงที่ครึ่งล่างไซส์พอดีตัวและถูกกุ๊นขอบคอเสื้อด้วยผ้าสีชมพูหวานตัดกับช่วงคอขาวๆ กางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินหม่น และกระเป๋าเป๋สีครีมที่ยิ่งเสริมให้ลู่หานดูละมุนมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง(?)กว่าปกติ

            ส่วนโอเซฮุน...

 

            ฟฟหกดเสวงวส้าเดกหพะราสวยี่เดหกะเสว

          ลู่หานใส่สีชมพู~~~~~ พ่อแก้วแม่แก้วจย๋า~~~~ น่าฟัดมาก!!!!

          โอเซฮุนจาอาวคนเน้~~~~~~~~ กรี๊ด~~~~~~~~~~

          น่ารักมากครับไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียเหลือเกิน ขอลากเข้าห้องเลยได้มั้ย!?

 

          “เฮ้ย!! อ้ผีบ้า... ทำตาวิบวับอะไรของนาย! โรคจิต!

            “อ้ะ... แล้วคุณมา...”

            “อ่า... นั่นน่ะหรอ? ก็ตั้งแต่โย่อ่ะ โย่!!” ลู่หานว่า เขายกมือยกไม้เลียนแบบท่าทางเดียวกับที่เขาทำเมื่อครู่เด๊ะๆ “โย่? ไฮ... ฮาย~ เย่เฮ้ท! ฮ่าๆๆๆๆๆ แบบนี้แหล่ะ”

            “พอเถอะครับ...”

            “ก็มันตลกนี่... นายตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะ” ลู่หานถามแบบไม่มีอ้อมค้อม... เล่นเอาซะพ่อวิญญาณเบิกตาโพล่งตามประสาคนถูกจี้จุด ร่างเพรียวหัวเราะก๊ากและสืบเท้าเข้ามาใกล้ๆขึ้นไปอีก จนสังเกตุถึงความปกติบนร่างโปร่งใสของอีกฝ่าย

            “โฮ...ต้องใส่รองเท้าด้วยหรอ!? เห็นปกติเท้าเปล่า ...ไม่ก็ไม่มีเท้า บรื๋อ~” พูดแล้วก็ขนลุก... ลู่หานลืมได้ซะที่ไหนล่ะว่าไอ้เจ้านี่มันเป็นผีน่ะ!!

            “ก...ก็ผมจะออกไปข้างนอกเลยนะครับ ใส่รองเท้าซักหน่อยก็ไม่เสียหายนี่ แต่นี่ของถังกลูต้าเขานะ ไม่ใช่ของผม” เซฮุนอ้างพลางยกเท้าโชว์ผ้าใบหุ้มข้อสีขาวสะอาดกิ๊งราวกับแกะกล่องมาหมาดๆ “ถังกลูต้า... พี่ซูโฮน่ะ” ยกมือเกาหัวแก้เก้อ

            “อาฮะ... งั้น... เราไปกันเลยมั้ย?”

            เซฮุนเพียงแค่พยักหน้าหงึกหงัก ลู่หานจึงเริ่มออกเดินไปยังทิศเดิมที่เขาเพิ่งเดินเข้ามา ต่างคนต่างไม่ได้พูดอะไรต่อกันและนั่นยิ่งทำให้ร่างโปร่งใสรู้สึกประหม่า มือไม้ย้ายไปย้ายมาระหว่างหัวทุยกับกระเป๋ากางเกง จนปาเข้าไปรอบที่ห้าแล้วมันก็ยังดูจะเกะกะไปเสียหมดจนอยากจะตัดมือทิ้ง!

 

            ถ้าจับมือลู่หานได้ ก็คงดีอ่ะ

            อ่า... นึกแล้วก็เขินจังเลยพ่อแก้วแม่แก้วจ๋า -///-

 

          ตุบ!!

 

          “อ่อก...”

            “ฮืม????”

            แต่ยังไม่ทันที่เซฮุนจะได้เข้าประชิดร่างลู่หาน เขาก็ประทะเข้ากับแรงอัดอย่างจังตรงหน้าจนเซถอยหลังไปเล็กน้อย ลู่หานที่ได้ยินเสียงร้องจุกอกของคู่เดทก็พบว่าคุณผีกำลังยืนลูบแผ่นอกตัวเองปอยๆอยู่ที่หลังประตูโรงเรียน

            “เออ... ฉันต้องเชิญนายออกมาด้วยนิใช่มั้ย?” ลู่หานยิ้มเจื่อน

            “โอย... ก็ใช่นะสิครับ คุณเห็นมั้ยเนี่ย?” เซฮุนบ่นพลางดันกำแพงใสที่มองไม่เห็นตรงหน้าตัวเอง

            “โอ๊ะ... มือนาย... ย้ำชัดด้วยฝ่ามือยาวที่แนบแบนแต๊ดแต๋กับกำแพงเป็นกล้วยทับ ตั้งแต่เล็ดลอดมาได้เป็นผู้เป็นคนโคตรหล่อแบบนี้ ลู่หานไม่เคยเห็นอะไรที่มันอะเมซิ่งลิงคิงค่องลิงคิงค่องลิงดิกิดิ๊งดิกิดิ๊งๆๆขนาดนี้มาก่อน...

            เอ่อ... มันร้องว่าริงดิงดองนี่หว่า ชิบหายแล้ว...

            “คุณก็ชวนผมสิ... จะได้ออกไปกันซักที”

            “ครับ คร๊าบ... ไปด้วยกันนะคร๊าบคุณผี~” มือของเซฮุนที่เคยดันกำแพงล่องหนนั่นเอาไวก็ทะลุพ้นแรงอัดออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์...

 

            แล้ว... เดทแรกของพวกเขาก็เริ่มต้น

 

 

 

- - - -

 

 

 

            Sehun’s Part

 

         

            เราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่ได้ตกลงกันว่าจะไปไหน แถมผมเองก็ดันไม่รู้จักที่เที่ยวแถวนี้เลยซักแห่ง ลู่หานก็เลยตัดสินใจพาผมนั่งรถประจำทางมาที่ตึกทรงประหลาดขนาดมหึมาที่ลู่หานบอกด้วยสีหน้าซังกะตายว่ามันคือห้างสรรพสินค้า (ผมไม่อยากจะอวดเลยจริงๆว่าผมไม่ต้องจ่ายค่ารถโดยสารด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ) แล้วก็พึมพำอยู่คนเดียวเป็นอาจุมม่าประมาณเจ็ดนาทีว่าแม้แต่ห้างสรรพสินค้าผมก็จำไม่ได้...

            แค่ผมรู้จักว่าห้างสรรพสินค้าคืออะไรก็โชคดีมากแล้วนะ!

 

            “ลู่หาน... ลู่หานคุณได้ยินผมมั้ย?”

            “ได้ยินสิ ทำไมอ่ะ...”

            ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเสียงจอกแจกจอแจก็ดังไม่ได้ลดลงราวกับมีลำโพงอันใหญ่เปิดเสียงจ่อหูผมให้ผมงุ่นง่านรำคาญตลอดเวลา แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นได้มากที่สุดก็คงจะเป็นคุณคู่เดทที่ใส่หูฟังเดินเอ้อระเหยข้างผมนี่แหล่ะ!!

            “ลู่หาน นี่เรามาทำอะไรกันครับ?”

            “ก็มาเดทไง นายพูดเองนี่!

 

            เขาก็รู้นี่...

 

            “มาเดทกัน แต่คุณคุยไม่กับผมเลย แถมยัดไอ้ผู้ฟังนั่นใส่หูอีกต่างหาก!!” ผมตะคอกออกไปจนเสียงของผมสะท้อนก้องราวกับอยู่ในห้องว่าง ถ้าไม่ได้ยินก็ให้รู้ไปเซ่! “มันน่าหงุดหงิด ผมน่ะ... ไม่ได้มาเดทกับคนใบ้ซะหน่อย” แต่แล้วผมก็หรี่เสียงตัวเองลง อะโธ่... เข้าใจมั้ยเนี่ย ครฟ. คกฟ. อะครับ?

 

            อ่ะ... เงียบเลย สงสัยจะไม่ช็อท

 

            ก็คนรักแฟน คนกลัวแฟนไงครับ โธ่เอ้ย~ มุกง่ายๆแค่ก็ไม่เก็ท

 

            ฮะ!! อ้าวนี่ยังไม่ใช่แฟนหรอครับ? โทษทีๆ สงสัยจะมีปัญหากับต่อมมโน

 

            “อะไรเล่า! น้อยใจรึไงกันน่ะนายน่ะ?” ลู่หานหันมาสบตากับผมครู่เดียว เขาเอี้ยวหลบพี่ชายหุ่นบึ๊กไปทางซ้ายก่อนจะกลับไปมองทางตามเดิม “นายนี่มันซื่อบื้อจริงๆเลย ที่ฉันใส่หูฟังก็เพื่อให้คุยกับนายได้นี่ไงล่ะ ขืนพูดพึมพำๆคนเดียวได้โดนหาว่าเป็นคนบ้ากันพอดีดิ”

            “...”

          ผมว่า... ผมคงจะซื่อบื้อจริงๆนั่นแหล่ะ

            “ยังจะมาขมวดคิ้วอีก!! นี่อย่าบอกนะว่าไม่รู้จักหูฟังสปีกเกอร์โฟนอีกอ่ะ?”

            “...”

            ผมนิ่งไปได้ไม่ถึงอึดใจก็มีผู้ชายสวมสูทดูมีภูมิฐานกำลังเดินดุ่มๆมาข้างหน้า สายพลาสติกสีขาวยาวออกมาจากกระเป๋ากางเกงเชื่อมเข้ากับใบหูทั้งสองข้างคล้ายลู่หานและตะคอกปาวๆโดยไม่สนใจผมก่อนที่เขาจะทะลุร่างผมไป ผมเหลียวหลังตามเสียงใหญ่ที่โวยวายดังสนั่นอย่างไม่สนใจใคร

            ผมว่าผมเริ่มเข้าใจแล้วแหล่ะ

 

            พอใส่หูฟัง รอบข้างก็จะเข้าใจว่าลู่หานคุยโทรศัพท์ แต่จริงๆแล้วคุยกับผม... โฮย น่ารักแล้วยังจะฉลาดอีก!

           

            ผู้คนมากมายที่แน่นอนว่าผมไม่รู้จักเดินผ่านตัวของผมและสวนลู่หานไปอย่างไม่ได้สนใจ บ้างกดโทรศัพท์ บ้างหอบถุงของแบรนด์เนมพะรุงพะรัง บ้างกำลังรัวลิ้นเม้าท์ชาวบ้านอย่างไม่ได้กลัวว่าน้ำลายมันจะกระเซ็นโดนหน้าใครเข้า

            ซึ่งคนพรรคนั้นเพิ่งจะเดินทะลุตัวผมไปเต็มๆ เห็นน้ำลายเป็นเม็ดๆยิ่งกว่าดอบบี้ดิจิตอลทรีดี อี๋~~~~

            ลู่หานเดินพาผมลัดเลาะผ่านร้านรวงที่ถูกแบ่งเป็นซอกซอยได้วุ่นวายไม่แพ้กับทรงตึก ขึ้นบันไดนั้น วนบันไดนี้ มุดออกซอยนั้น ชะแวบออกมาหลืบนี้ โดยหันมามองผมไม่ขาด... ผมล่ะอยากจะบอกเขาจริงๆว่าผมน่ะไม่หายไปไหนหรอก แต่ยังไม่ทันได้บอก... พอเจ้าตัวเห็นคนเดินทะลุตัวผมไปก็ทำหน้าเป็นปลาบู่โดนไฟช็อตแล้วหันกลับไปเดินดุ่มๆต่อทันที

 

            นี่เขายังไม่ชินอีกหรอเนี่ย? ตอนผมแลบลิ้นหลอกเขาก็เห็นมาแล้วนะ ...ถึงมันจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ

           

            แล้วในที่สุด เขาก็หยุดพาผมเดินรอบห้างชนิดที่ว่าถ้าผมเป็นมนุษย์มนาทั่วไปก็คงจะขาซ้นกระดูกเสื่อมไปสามวันแปดวัน มาหยุดที่หน้าร้าน... เอ่อ ร้านอะไรเนี่ย?

            อ๋อ!! ชานมไข่มุก (อ่านป้ายเอาอ่ะนะครับ)

            เฮ้อ... ถ้าร้านชานมไข่มุกมันจะอยู่ในซอกในหลืบอย่างกับร้านหม้อใหญ่รั่ว ตรอกไดแอกอนขนาดนี้ล่ะก็นะ!! ผมรู้สึกขอบคุณจริงๆที่ตัวเองเป็นวิญญาณอยู่อ่ะนะ

            “นี่... คุณไม่เมื่อยบ้างหรอ?”

            อะไรของนาย!?” ลู่หานพูดกับผมจนได้ เมื่อเราหย่อนก้นลงที่โต๊ะลึกสุดของร้าน หูฟังยังคงเสียบอยู่กับใบหูของเขา...

            “ก็ถ่อขึ้นมาตั้งกี่ชั้น แถมยังลึกลับซับซ้อนอย่างกับเขาวงกต...”

            “นายแม่งไม่รู้อะไรโอเซฮุน ร้านนี้ดังมากเลยนะ ถึงจะลึกลับซับซ้อนไปหน่อยก็เถอะ... วัยรุ่นแถวนี้ถ้าไม่รู้จักร้านนี้ล่ะก็เฉยสะบัดเลยล่ะจะบอกให้!” ลู่หานเหวี่ยงกระเป๋าสะพายสีครีมขึ้นบนโต๊ะทำให้ผมเห็นตุ๊กตากวางน้อยสองตัวที่นอนแบะอยู่ข้างบนอย่างน่าสงสาร ประจวบกับพนักงานร้านในเสื้อยืดสีส้มแป๋นหยุดลงหน้าโต๊ะพอดี

            “คุณลูกค้ารับอะไรดีคะ?”

            “ขอชานมช็อกโก้ไข่มุก กับเบเกิ้ลซินนาม่อนลูกเกดสองชิ้นครับ”

            “อ่ะ เอ่อ... แค่นี้นะคะ? คุณลูกค้าจะรับอะไรมั้ยคะ?”

            “...”

            ก็เข้าใจนะ ว่าเธอถามตามมารยาทการบริการที่ดีของพนักงาน แต่มันติดอยู่ที่...

 

            เธอหันมาทางผมนี่สิ งามไส้!

 

            “...” ผมกับลู่หานมองหน้ากันโดยอัติโนมัติ

            “เอ่อ... คุณลูกค้าคะ?”

            “ไม่ดีกว่าครับ แฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ แค่นี้แหล่ะนะครับ” ผมยิ้มเฝื่อนเป็นการไล่เธอกลายๆ เธอหันมองลู่หานตบท้ายก่อนจะโค้งให้เราสองคน (ควรจะเป็นหนึ่งคน หนึ่งตนมากกว่ามั้ย?) แล้วจึงเดินออกไป

            “เขาเห็นผมด้วยเหรอเนี่ย? ผมนึกว่าจะมีแค่คุณซะอีก”

            “คงมองเห็นผีได้ล่ะมั้ง... นี่เขาไม่รู้เลยรึไงว่านายเป็นผีเนี่ย?”

            “เอ่อ... อย่าให้เขารู้เลยครับ มีหวังได้จับไข้หัวโกร๋น กลับบ้านกันไม่ถูกแหง”

            “ฮ่าๆๆ ก็นั่นอ่ะดิ อ้ะ! เดี๋ยวนะ!!

            จู่ๆเขาก็เบรคเอี๊ยดพร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจึงกดรับสายจากปุ่มบนหูฟัง “ว่าไงท่านจงแด ประสาทสัมผัส โทรมานี่จะมาชวนไปฟังเทศน์เหรอ?..... ฮะอะไรนะ?? เรื่องนี้จงแดจะไม่ยุ่ง!? อ๋อ โอเคครับๆ..... ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ล้อเล่นโว้ย! มึงมีอะไร?” ลู่หานหัวเราะก๊ากจนเกิดรอยยุบที่แถวๆหางตาหรือที่เรียกว่าตีนกาขึ้นมาสองสามเส้น ทำตาขวางใส่ผมเมื่อผมอุบขำจนหน้าท้องสั่นไปหมด

 

            บทจะหน้าสวยก็สวยชิบ บทจะหน้าแก่ก็... ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

            “ฮะ? อยู่ห้าง มาร้านชานม ทำไมอ่ะ?..... ไม่ต้องมา! นั่งสมาธิอยู่บ้านไปนั่นแหล่ะ..... ฮะ?... ฮะ!? กูไม่ได้ยิน!... ฮะ?”

            ลู่หานส่งเสียงรับกับคู่สนทนาปลายสายด้วยน้ำเสียงที่จริงกว่าเดิมและเงยหน้ามองผมด้วยสายตาที่จริงจังไม่แพ้กัน... เสียงปลายสายดังออกมาจากหูฟังสองข้างอย่างต่อเนื่องแต่ผมไม่สามารถจับใจความได้ เขาเงียบไปและทำแค่เพียงพยักหน้าให้ปลายสายเท่านั้น

            “แล้วน้องเขาโอเคกับมึงป่ะจงแด??..... น้องเขาไว้ใจได้หรอ?..... อ๋อ เป็นสมาชิกบอร์ดมึงใช่มั้ย? ไว้ใจได้แน่หรอ?..... เอออออ! เจอกันได้เมื่อไหร่อ่ะ?..... เออ ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบก็ได้เว่ย แค่น้องเขาจะช่วย กูก็โอเคแล้ว..... มึงจะให้ไอดีคาคาโอะไปก็ได้นะ ถ้าน้องเขาจะเอาอ่ะ อย่าให้เบอร์นะเว่ย!!..... ฮะอะไรนะ? แม่เรียกไปเก็บขี้หมา ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ โอเคๆ อย่าเผลอกินเข้าไปล่ะ..... บาย แล้วเจอกัน”

            นิ้วยาวของเขาคลำไปที่ปุ่มบนหูฟังพร้อมกับพนักงานสาวคนเดิมที่เสิร์ฟชานมสีน้ำตาลเข้มกับขนมที่ดูคลับคล้ายว่าเป็นโดนัทแต่บวมอ้วนกว่าหน่อยนึงลงบนโต๊ะ เธออมยิ้มมองหน้าผมที่ยิ้มเฝื่อนเหมือนเดิมและปล่อยให้เธอจากไป... และเมื่อผมจะหันกลับไปพิจารณาเจ้าขนมอ้วนนั่น ก็พบว่า...

            “โอ้ย~~ อร่อย >_<)

 

            มันลอยเข้าอยู่ในปากของคนสั่งเสียแล้ว

 

            “นี่ลู่หาน... คุณเคยเดทมั้ย?”

            “ฮืม?? ถามอะไรของนายอีกแล้วเนี่ย?” ลู่หานถามผมทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆในปาก เบเกิ้ลที่ถูกบดชนผนังแก้มของเขาจนปูดเป็นลูกกลมทั้งสองข้างราวกับหนูแฮมสเตอร์ที่อมเมล็ดทานตะวันเอาไว้ในปาก

            “ถามว่าคุณเคยเดทมั้ย?”

            “ก็เคยนะ... เดทจับคู่กับแบคฮยอนสองสามครั้ง แต่ถ้ากับผู้ชายล่ะก็ครั้งแรก” เขากลืนเบเกิ้ลลงคอดังเอื๊อก! ก่อนจะซดชานมตามไปในทันที

            “...งั้นหรอ”

          “แล้วถ้ากับผีล่ะก็...ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเลยล่ะ ดีใจด้วยนะ เฮอะ!

            “ฮ่าๆๆๆ ผมดีใจจริงๆนะเนี่ย อยากจะจุดพลุฉลองมันตรงนี้เลยล่ะ J

            “เพี้ยนแล้วมั้ยเนี่ยนายเนี่ย?”

            “เอ้า!! พูดจริงๆนะ เป็นคนแรกแล้วก็คนสุดท้ายด้วย ไม่น่าดีใจตรงไหนล่ะครับ”

            “ไอ้บ้า!! อย่าสำคัญตัวผิดสิวะ!!”

 

 

 

- - - -

 

 

 

            Luhan’s Part

 

          ไอ้ผีบ้าถามนั่นถามนี่ตลอดเวลาที่เราไปเดท (ก็ไม่เชิงเดทอ่ะ... ตอนเที่ยงไปนั่งกินเบเกิ้ลที่ร้านชานม ต่อไปมาก็ไปเดินดูรองเท้า พอเสร็จแล้วก็ไปซื้อของเข้าบ้านให้โฮสท์คุณแม่ ของทำรายงานของผมกับไอ้คุณโฮสท์น้อง แล้วอาหารคุณโฮสท์แมว ไม่ได้ไปกุ๊กกิ๊กอะไรแบบการเดทจริงๆเลย ก็แหม่นะ... ไอ้นี่ใช่คนธรรมดาที่ไหน เผลอๆจะโดนด่าบ้าซะอีก) ถามตั้งแต่วันเกิด ของกินที่ชอบ ไปยันไซส์รองเท้าผ้าใบของผมที่ไม่รู้ว่ามันจะถามไปทำไม!?

 

            พ่อมันเป็น ask.fm รึเปล่า??

 

            “นี่ลู่หาน... คุณชอบกวางหรอ? เห็นมีตุ๊กตากวางห้อยอยู่กับกระเป๋าตั้งสองตัว”

            “อืม... ก็ชอบตามชื่อตัวเองอ่ะ ลู่หาน กวางแห่งรุ่งอรุณ”

            “แล้วก็น่ารักเหมือนลูกกวางด้วย...”

            “...” ผมกระชับถุงใส่ของสดกับอุปกรณ์เครื่องเขียนสองถุงในมือ แล้วหันมองผีโอเซฮุนที่เดินล้วงกระเป๋าสบายใจเฉิบ

 

          “ผมชอบ!”

           

          บรึ้มมมมมมมมมม~~

 

            อ๊ากกกกกก!!! ฟหดเสวส้าเดกหกดเสนิ้ดกกำไก ใครใช้ให้มันมาจุดระเบิดนิวเคลียร์ในหัวกูไม่ทราบครับ ไอ้บ้า!!!!!

            “ฮะๆๆๆๆ เขินอีกแล้ว นี่คุณได้นับบ้างมั้ยเนี่ยว่าวันนี้เขินผมกี่ครั้งแล้ว”

            “ก็แล้วเมื่อไหร่จะเลิกเต๊าะกูพร่ำเพรื่อซะทีล่ะ ไอ้บ้า!!”

            “ไม่ได้เต๊าะเลย... จากใจล้วนๆ”

             “เงียบปากไปเลย!!”

            “โอ้โฮ... เขินจริงจังนะนั่น”

            “ก็เออเซ่! เลิกพล่ามไปเลยนะ ถ้าไม่อยากโดนต้นหอมยักษ์ฟาดหน้าอะ!

 

            หลังจากที่เราไปออกเดทกันโอเซฮุนอาสาไปส่งผมที่หน้าบ้าน ผมเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรหรอก... ดีซะอีกจะได้มีเพื่อนเดินเข้าบ้าน หมาแถวนั้นเห่ากันน่ากลัวชะมัดยาก! แต่ผิดคาด... แทนที่หมามันจะเห่าโฮ่งๆใส่ผมเหมือนทุกทีที่มันทำ

            แม่งหอนรับกันระงมยิ่งกว่าพุด เดชอุดมร้องเพลง My Heart will go on

 

            โรแมนติคเชี่ยๆ!! อีกเดี๋ยวคงมีฉากจูบล่ะมั้งแสรดดดด ฮิ้ว~

           

            “ลู่หานครับ...”

            “จะถามอะไรอีกล่ะ!?” นี่ก็ถามกูได้ทั้งวัน... สงสัยพ่อมันจะเป็น ask.fm จริงๆล่ะมั้งเนี่ย

 

            “ถ้าผมไม่อยู่แล้วลู่หานจะคิดถึงผมมั้ย?”

 

          “อารมณ์ของนายอีกแล้ววะเนี่ย??” เปลี่ยนอารมณ์ไม่ได้ถามสุขพ่งสุขภาพดาวซักคำเลย... เมื่อกี้นี่เต๊าะเอาๆ นี่จะมาดราม่าอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย??

            “ไม่รู้สิ... ผมแค่รู้สึกว่าผมจะอยู่กับลู่หานอีกไม่นาน...”

            “...” ผมกระชับถุงสัมภาระในมือ ไม่ได้ตอบอะไรไป

            “พี่ซูโฮก็พูด... วิญญาณที่จู่ๆก็โผล่มาแบบผมอยู่ได้ไม่นานหรอก ซักวันยมทูตก็ต้องมาเจอ”

            “ฉันก็ไม่รู้สิ วันนั้นมันยังไม่มาถึงเลยนะ”

            ผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆนะ... แม่ชอบสอนผมอยู่บ่อยๆว่าไม่ควรจะตีตนไปก่อนใคร่ หรือคิดอะไรไปเองล่วงหน้า แม่ของผมยังบอกอีกว่าสิ่งที่มันยังไม่มาถึง ไม่แน่พอมันมาถึงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

            ก็ถูกของแม่...

            “แต่ถ้ามันมาถึงจริงๆ แล้วผมต้องไปเกิดใหม่ล่ะก็ ผมจะกลับมาจีบคุณต่อให้ได้เลยคอยดูสิ”

            “มโนตลอด! แล้วคิดว่าไปเกิดแล้วนายจะจำฉันได้หรอ? เผลอๆตอนนายเกิดฉันอาจจะตายกลายเป็นผีแทนนายไปแล้วก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”

            “โธ่... ผมจำคุณได้อยู่แล้วล่ะน่า ผมคือโอเซฮุนของคุณเลยนะ ลู่หาน~” โอเซฮุนหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ผมทำเอาหมาแถวนั้นหอนรับในความเสี่ยวของไอ้ผีบ้านี่อีกชุดโต... แอบได้ยินเสียงคนปาขวดลงมาด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ สมน้ำหน้าไอ้หมา! อย่าเห่าดีนัก โดนซะมั่งแก!!

            “นายคือโอเซฮุนแล้วมันทำไมวะ?”

 

            “ก็เพราะว่าโอเซฮุนจำลู่หานด้วยหัวใจไง...”

 

          “...”

           

            “ถึงโอเซฮุนจะไปเกิดเป็นอะไร เป็นใคร ก็ต้องจำลู่หานแล้วกลับมาจีบลู่หานต่อแน่ๆ เพราะเขาไม่ได้ใช้สมองจำ...”

 

            ให้ตายสิ... จะขยันทำหน้ากูแดงไปไหนวะ!?

 

            ผมไม่(กล้า)บ่นอะไรต่อ ปล่อยให้ความเงียบเข้าแทรกระหว่างบทสนทนาของเราสองคน (เอ่อ... ก็ไม่เงียบหรอกถ้านับเสียงหมาหอนด้วยอ่ะ) ผมเดินนำร่างโปร่งใสจนมองเห็นกำแพงบ้านที่ฝั่งขวาซึ่งมันชินตาผมไปซะแล้ว จนกระทั่งมาหยุดลงที่หน้าบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ บ้านโฮสท์ของผมเอง

            “แล้วนายกลับโรงเรียนถูกหรอ?”

            “คุณห่วงผมหรอ? ดีใจจัง J

            “โอ้ย! มอบโล่มโนขั้นแพลตตินั่มให้มึงเลยจ้า~”

            “ฮ่าๆๆๆๆ อย่าชมผมสิคุณ... ผมแค่หายตัวแวบเดียวก็ถึงโรงเรียนแล้วล่ะ” เอิ่ม... โทษนะพี่ กูไม่ได้ชมมึงเลย กูด่ามึงขี้มโนเนี่ยไอ้บ้า!! อย่าให้หงุดหงิดจนขึ้นมึงขึ้นกูบ่อยสิวะ แหม่ ฟิคนี้ออกจะน่ารักแบ๊วๆ “แต่ถ้ากลับไม่ถูก ผมก็กลับมาอยู่หน้าบ้านคุณนี่แหล่ะ คุณจะได้ไปส่งผมไง J

            “ฮึ! ไม่มีทางซะหรอก” ดูเหมือนว่าคุณผีจะไม่ยอมกลับโรงเรียนไปโดยง่าย ผมจึงวางถุงสัมภาระที่แบกมาตลอดทางลงกับพื้นเพราะข้อแขนที่เริ่มปวดแปลบๆขึ้นมา ก็ผมแบกมาตั้งแต่ที่ห้างจนถึงที่บ้านนี่นา ระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ แถมไอ้คู่เดทติ๊งต๊องก็ช่วยแบกไม่ได้อีก

            “นี่ลู่หาน... ก่อนจะกลับผมมีคำถามอีกสองสามข้อจะถามครับ”

            “ถามอีกและ!

            “คุณคิดว่าผมจูบเป็นมั้ย?”

            “....ถ ถะถามอะไรเนี่ย? จะไปรู้มั้ย!? ฉันไม่ใช่นายนะไอ้เบื๊อก”

            “แต่เราเคยจูบกันแล้วนี่!?

            “ฮะ!? เมื่อไหร่?

            “ก็ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกไง” หมอนั่นยิ้มกว้างพลางยกมือขึ้นเกาหัว

            “นั่นเรียกทีเผลอเว่ย!” แถมยังไม่รู้สึกอะไรนอกจากอากาศ อากาศ แล้วก็อากาศอีกด้วยเฮอะ จูบกับไรฝุ่นในอากาศละมั้งน่ะ

            “เออ... แล้วคุณซื้อแผ่นปกใสมาด้วยใช่มั้ย?”

            “เอ๊ะ? นั่นของทำรายงาน ทำไมอ่ะ?”

            “เอาขึ้นมาหน่อยสิครับ”

            “จะทำอะไรของนายเนี่ย? จู่ๆก็เปลี่ยนเรื่องด้วย นายเพี้ยนจริงๆใช่มั้ย”

            “ก็... จะได้ไม่เขินไง เอาขึ้นมาเร็วๆสิครับ”

            ผมขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะก้มลงคุ้ยเอาแผ่นปกพลาสติกใสที่ซื้อมาจากห้างขึ้นมาหนึ่งแผ่น แอบเห็นไอ้ผีบ้านั่นยิ้มกริ่มๆด้วยล่ะ... เอ่อ จะมามุกไหนอีก? นี่ตามไม่ทันแล้วนะเนี่ย

            “แล้วก็ชูขึ้นมาปิดหน้าแบบนี้ครับ” เซฮุนยิ้มก่อนจะชูกำปั้นที่ด้านข้างใบหน้าเรียวยาวของเขา ผมยกแผ่นพลาสติกปิดหน้าตัวเองตามที่เขาบอก ด้วยความใสแจ๋วของมันยังทำให้ผมมองเห็นคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

            “อย่างนั้นแหล่ะครับ J

 

            !!!!!!!!!

 

            เข้าใจแล้ว...

           

            ร่างโปร่งใสตรงหน้าโน้มตัวลงช้าๆจนริมฝีปากบางเฉียบชิดกับแผ่นใสจนดูเหมือนเขานาบริมฝีปากลงแผ่นใส... ดวงตาเรียวจ้องลึกมายังผมแล้วค่อยๆหลับตาพริ้ม จนใจผมระส่ำราวกับมันถูกใส่อยู่ในเชคเกอร์ผสมค็อกเทลล์ที่กำลังเขย่าจนทุกความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด...

           

            ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

          เสียงจังหวะการเต้นหนักหน่วงของก้อนเนื้อดังกลบโสตประสาทยามที่คนตรงหน้าผละออกจากแผ่นพลาสติกและเป่าลมเบาๆจนเจ้าแผ่นตัวกั้นในมือเอนมาสัมผัสที่ริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบา

 

            ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

          ผมรู้สึกว่ามือของตัวเองกำแผ่นพลาสติกแน่นค้างอยู่ที่เดิม ถึงแม้ว่าเซฮุนจะถอยหลังออกมาแล้ว เขาเม้มปากเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนให้ผม...

            ถ้าเป็นไอติมก็คงละลาย ถ้าเป็นกระดาษก็ลงลอยคว้างขึ้นสู่อากาศ

            แต่ผมคือลู่หาน...

 

            ผมจึงทำได้แค่ใจเต้น... แรงจนแทบจะหลุดออกมาเต้นอยู่นอกอก

 

            เราจูบกันแล้วหรอ??

 

          “ที่เป่าลมเมื่อกี้น่ะพี่ซูโฮสอนมาล้วนๆ แต่ถ้าที่จูบล่ะก็...” เซฮุนเอ่ยยานคาง ก่อนจะเอ่ยคำที่เป็นเหมือนฮีทเตอร์เร่งอุณหภูมิในร่างกายโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าได้อย่างดิบดี...

 

            “...ใช้หัวใจล้วนๆ J

 

            “...”

            “ถึงจะผ่านแผ่นใสนั่น... แต่เราก็จูบกันจริงๆนะ เชื่อผมสิ”

 

            แต่ว่านะเซฮุนอา...

            มันเป็นจูบที่เย็นเฉียบมากเลยล่ะ

















 

เม้าท์;

อิเฮอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คิดถังกันมั้ยย
เพราะฉันคิดถึงเธอนะ <3
















#บลมน
@bupapepe

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #218 veszhezaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 23:38
    คิดถึงฮุนฮาน ฮุนมันใช้หัวใจจำจิงๆ เนอะ งื้อออออ จิ่คราย
    #218
    0
  2. #204 `หั ว . โ ข ม ย _ ป ล า ท o j (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 18:21
    น่ารักเว่อร์ ฮุนเสี่ยวมากลูก แม่ยอมม
    #204
    0
  3. #203 OH.MyHunHan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 16:15
    หู้ยยยยยยยย น่ารักมากมายเราจะไม่ทน ลงไปแดดิ้นกับพื้นก่อนได้มั้ย อร๊างงงงงงงงง ว่าแต่...พนักงานคนนั้นเห็นเซฮุนด้วยเหรอ?
    #203
    0
  4. #196 mijimiji (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 01:27
    คุณปีโป้น่าร้ากกกกกกกกก มาต่อเร็วๆนะคะ สู้ไม่ไหว > #196
    0
  5. #192 ★GiFt FiNy★ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 20:29
    ไม่ค่อยจะตื่นเต้นเลยนะอิเน่
    #192
    0