วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 อดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ส.ค. 55

            รถสปอร์ตสีขาวแล่นทะยานมาตามถนนพหลโยธิน แม้ว่าช่วงเย็นหลังเวลาเลิกงานแบบนี้รถราที่สัญจรไปมาจะค่อนข้างสับสนวุ่นวายและพาลทำให้คนขับนึกหัวเสียอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทำให้อารมณ์รื่นเริงในใจของหญิงสาวลดน้อยถอยลงไปได้เลยสักนิด เธออมยิ้มแก้มปริเมื่อหวนนึกไปถึงภาพของผู้เป็นอาและชายหนุ่มคนรักของเขาที่ทำหน้าเขินอายตอนที่เธอพูดเรื่องครอบครัวออกมา ดูเหมือนว่าสองหนุ่มใหญ่นั้นจะยังไม่เคยชินกับสถานภาพเช่นนี้เท่าไรนัก แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันในฐานะคนรักมานานนับสิบปีแล้วก็ตาม

 

            ระหว่างที่รถติดไฟแดงอยู่นั้น อรุสาก็นึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตตั้งแต่สมัยที่เกื้อกูลและอรรณพยังเป็นเพียงแค่เพื่อนกัน ตอนนั้นอรรณพยืนกรานว่าจะขอติดตามเธอและผู้เป็นอาไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดด้วยกัน นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เกื้อกูลยอมให้มีคนอื่นนอกจากคนในครอบครัวร่วมเดินทางไปด้วย หลังกลับมาจากการไปเที่ยวในครั้งนั้นเธอจึงเริ่มรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไประหว่างผู้เป็นอากับชายหนุ่มหน้าหวานที่ชอบไว้ผมยาวสลวย ลูกค้าขาประจำของที่ร้าน แม้ว่าในตอนนั้นเธอเองเพิ่งอยู่แค่ชั้นมัธยมต้น แต่ก็สามารถเข้าใจความรักในรูปแบบนี้ได้อย่างง่ายดายและเห็นดีเห็นงามด้วยเมื่อเกื้อกูลตัดสินใจบอกความจริงกับเธอ

 

            หลังจากวันนั้นเป็นต้นมากิจการร้านตัดเสื้อของเกื้อกูลก็เริ่มดีวันดีคืน เพราะได้รับการสนับสนุนจาก อุไรวรรณ มารดาของอรรณพซึ่งทำธุรกิจหมู่บ้านจัดสรรและเป็นคนที่อยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูง เศรษฐินีหญิงม่ายวัยกลางคนไม่เคยกีดกันในความรักของลูกชายเลยสักครั้ง แม้จะรู้ดีว่าเขากำลังคบหาดูใจอยู่กับชายหนุ่มซึ่งกลายมาเป็นช่างตัดเสื้อประจำตัวของเธอไปแล้วก็ตาม

 

            ปิ๊น...ปิ๊น!!!

 

            เสียงแตรจากรถยนต์คันหลังเรียกให้อรุสาหลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อครั้งอดีต เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังถนนเบื้องหน้า ก็ได้เห็นว่าสัญญาณไฟจราจรได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว จึงรีบยกมือเป็นเชิงขอโทษแก่คนขับรถคันที่ตามมาผ่านทางกระจกมองหลัง และรีบออกตัวทะยานไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานรถสปอร์ตสีขาวก็แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยเล็กๆ ที่ตัดเข้ามาจากถนนพหลโยธินอันเป็นที่ตั้งของที่พักอาศัยของเธอ

 

            ห้องชุดขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 28 ตารางเมตร บนชั้นที่ 7 ของคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในซอยแห่งนี้ เป็นสมบัติอีกชิ้นหนึ่งนอกจากรถสปอร์ตคู่ใจของอรุสาที่ผู้เป็นอาได้ซื้อเอาไว้ให้เป็นชื่อของเธอ ตั้งแต่หญิงสาวเพิ่งเรียนจบปริญญาโทกลับมาจากต่างประเทศ ความเคยชินกับการใช้ชีวิตอยู่เพียงตัวคนเดียวจึงทำให้เธอเลือกที่จะพักอยู่ในคอนโดมิเนียมที่ค่อนข้างหรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและแวดล้อมด้วยบรรยากาศอันแสนสงบร่มรื่น มากกว่าการไปใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มารดาของอรรณพยกให้แก่เกื้อกูลแทนการตอบแทนที่ช่วยดูแลลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ

 

            แม้ว่าการได้อยู่ร่วมกับผู้เป็นอาซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอที่เหลืออยู่บนโลกนี้ จะทำให้อรุสามีความสุข แต่การที่ต้องมาคอยต้อนรับขับสู้กับบรรดาแขกเหรื่อในแวดวงแฟชั่นหรือแม้แต่วงการบันเทิงที่มักจะแวะเวียนมาทักทายและเยี่ยมเยียนผู้เป็นอากับชายคนรักของเขานั้น ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย

 

            เสียงสัญญาณเตือนบอกว่ามีข้อความที่ถูกส่งเข้ามาทางโทรศัพท์ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนอน ทำให้มือเรียวที่กำลังสาละวนอยู่กับการพับเสื้อผ้าเก็บลงในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มีอันต้องหยุดชะงักไป อรุสาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ดารานักแสดงรวมไปถึงคนในสังคมชั้นสูงที่ชอบสนทนากันผ่านระบบการส่งข้อความตัวอักษรมากกว่าจะพูดคุยกันต่อหน้าขึ้นมากดดู แต่พอได้เห็นข้อความนั้น สีหน้าของหญิงสาวก็พลันแช่มชื่นขึ้นมาทันตาเห็น

 

            กลับจากถ่ายแบบที่เชียงใหม่แล้วครับ คนสวยทำอะไรอยู่เอ่ย

 

จัดกระเป๋าอยู่ค่ะ พรุ่งนี้สาจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวน่ะ

 

ภาพใบหน้าเล็กๆ ของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของข้อความที่ปรากฏอยู่ด้านข้าง ทำให้อรุสาอดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ เธอรีบกดส่งข้อความตอบกลับไปในทันที ไม่ถึงอึดใจก็มีข้อความส่งกลับมาจากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

คิดถึงสาจังเลย ให้ปรินซ์ไปด้วยคนได้ไหมครับ

 

ไม่ให้ไปหรอก ทีปรินซ์ไปถ่ายแบบที่เชียงใหม่ ไม่เห็นชวนสาเลยสักคำ

 

หลังได้รับข้อความตอบกลับมา ทำเอาอรุสาถึงกับเขินอายจนแก้มแดง แต่ไม่วายแกล้งหยอกกลับไปอย่างไว้ตัวเล็กน้อย เหมือนปลายสายคล้ายจะรู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่จึงรีบส่งข้อความกลับมาอีกครั้ง

 

โธ่ อย่างอนสิครับ รู้นะว่าคิดถึงปรินซ์เหมือนกัน

 

แต่ยังไม่ทันที่อรุสาจะได้ตอบกลับ ข้อความใหม่ก็ถูกส่งมาติดๆ กัน พร้อมด้วยรูปภาพของชายหนุ่มที่เรียกตัวเองว่า ปรินซ์ ทิ้งไว้ให้หญิงสาวดูต่างหน้าก่อนที่ฝ่ายนั้นจะกดตัดบทสนทนาไป

 

โทษทีผู้จัดการมาแล้ว เอารูปนี้ไปดูเล่นก่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ

 

“อะไรของเขาเนี่ย นึกจะเลิกคุยก็หายไปเฉยๆ เลย นี่ถ้าไม่รู้ว่าเป็นดาราดังที่กำลังมีงานยุ่งอยู่ล่ะก็ ฉันจะแกล้งงอนเสียให้เข็ดเลย”

 

อรุสาแกล้งทำเป็นโวยวายบ่นพึมพำใส่เจ้าของรูปถ่าย แต่กลับยิ้มกว้างจนดวงตากลมโตแทบกลายเป็นสระอิ พลางมองหน้าของคนในรูปอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #62 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:16
    ใครกันหว่า?
    #62
    0
  2. #16 jeabkiss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 17:21
    หนูสาจะพักร้อนแล้วไปเจอกับใครมารออ่านค่ะ
    #16
    0
  3. #15 คนอ่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 09:31
    คาแร็คเตอร์นางเอกแปลกๆนะ

    ไหนบอกว่ามีอาเพียงคนเดียวที่คอยส่งเสีย สงสารอาที่บางทีต้องอดมื้อกินมื้อ

    แต่ทำไมนางเอกทำตัวเหมือนรวยล้นฟ้ามาก ใช้ของแบรนด์เนม มันดูขัดๆชอบกล

    ทั้งที่นางเอกน่าจะเป็นคนประหยัด รู้จักคุณค่าของเงินมากกว่านี้
    #15
    0