วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 มุ่งสู่บ้านริมธาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ส.ค. 55

ปรินซ์ หรือ ปริณห์ นักร้องหนุ่มหล่อหน้าใส วัย 21 ปี ที่กำลังโด่งดังจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์รถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติไทยแห่งหนึ่ง ในงานภาพยนตร์โฆษณาที่บริษัทของอรุสาได้รับการว่าจ้างให้ผลิตผลงานโฆษณาชิ้นนี้เมื่อหลายเดือนก่อน

 

ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีโอกาสได้เจอหน้าปริณห์ อรุสาก็รู้สึกถูกชะตากับนักร้องหนุ่มขึ้นมาทันที แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าเธอถึงห้าปี แถมยังมีข่าวลืออื้อฉาวกับสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งในและนอกวงการบันเทิงไม่ได้ขาด ถึงกระนั้นกิตติศัพท์ความเป็นเพลย์บอยตัวเอ้ของปริณห์ก็ไม่ได้ทำให้อรุสาใจฝ่อแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับยิ่งเหมือนรู้สึกท้าทายมากขึ้นอีกด้วยซ้ำไป หากว่าทำให้เขาถอดเขี้ยวเล็บยอมสยบอยู่แทบเท้าได้ และพลอยทำให้ตัวเองกลายเป็นหญิงสาวที่น่าอิจฉาที่สุดในเวลานี้ คงน่ายินดีไม่น้อย

 

 แม้ตอนนี้หญิงสาวยังคงระบุชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าอยู่ในฐานะเพื่อนสนิท หรือเป็นคนรู้ใจ เพราะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ที่แน่ๆ อรุสาไม่กล้าที่จะใช้คำว่า แฟน เพราะเธอรู้สึกว่าคำนั้นมันมีความหมายที่ผูกมัดตัวเธอมากจนเกินไป หญิงสาวยังคงต้องการความเป็นอิสระ แต่กระนั้นก็ใช่ว่าเธอต้องการที่จะอยู่เป็นโสดประเภทรักสนุกแต่ไม่อยากผูกพัน และใช้ชีวิตเพียงลำพังไปวันๆ จนแก่เฒ่า สุดท้ายแล้วก็ได้แต่วาดหวังเอาไว้ว่าสักวันเธอจะมีชีวิตคู่ร่วมกับผู้ชายสักคนหนึ่งที่เธอรักและเลือกที่จะเดินเคียงคู่เขาไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่ใช่ในเวลานี้ที่หน้าที่การงานของเธอกำลังไปได้สวย ความรักที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของหญิงสาวจึงเป็นเพียงแค่อาหารรองท้อง เหมือนขนมหวานที่พอทำให้หัวใจได้รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้างในยามที่เธอรู้สึกเหงา เศร้า อ้างว้างและท้อแท้กับปัญหาจากเรื่องงาน แต่ไม่ใช่อาหารมื้อหลักที่หากว่าขาดไปเมื่อไรเธอคงจะตายเพราะทนทรมานจากความหิวโหยนั้นไม่ไหว

 

คืนนั้นอรุสาได้แต่นอนหลับฝันหวานด้วยเพราะความสุขกำลังเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจดวงน้อยของเธอ โดยที่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าการไปเที่ยวต่างถิ่นกับผู้เป็นอาทั้งสองอย่างที่ได้วาดฝันเอาไว้อย่างสวยงามนั้น จะนำความทรงจำบางอย่างเมื่อครั้งอดีตที่เคยถูกลบเลือนหายไปจากหัวใจของเธอกลับคืนมาสู่ที่เดิมของมันอีกครั้ง

           

            เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่ออรุสามาถึงยังคฤหาสน์ของเกื้อกูล ก็พบว่าสองหนุ่มใหญ่กำลังวิ่งหน้าตาตื่นออกมาขึ้นรถยนต์ยุโรปสีบรอนซ์เงินคันใหญ่ที่จอดติดเครื่องรออยู่หน้าประตูก่อนแล้ว หญิงสาวรีบเปิดประตูลงมาจากรถและเอ่ยถามผู้เป็นอาของเธอด้วยท่าทางแปลกใจไม่น้อย

 

            “เกิดอะไรขึ้นคะอาเกื้อ ไหนว่าวันนี้เราจะไปเที่ยวกันไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อาเกื้อกับคุณนพกำลังจะไปไหนกันคะ”

 

            “อ้าวมาพอดีเลยสา อาว่าจะฝากจดหมายเอาไว้ที่นิ่มอยู่เชียว แม่ของคุณนพไม่สบายกะทันหันเพิ่งถูกส่งไปโรงพยาบาลเมื่อเช้าน่ะ อาขอโทษนะที่วันนี้อากับคุณนพคงไปพร้อมสาไม่ได้ แต่อาบอกให้คนขับรถเตรียมรถเอาไว้ให้หลานแล้วล่ะ พรุ่งนี้ถ้าอาการคุณแม่ของคุณนพดีขึ้น เราสองคนจะตามไปนะสา นี่เป็นแผนที่บ้านพักแล้วก็ชื่อของคนที่เราจะไปพักด้วย เขาเป็นลูกชายของเพื่อนอาเอง ถ้ามีอะไรสงสัยไว้ค่อยคุยกันทางโทรศัพท์อีกทีนะสา อาขอตัวก่อนนะ”

 

            เกื้อกูลกล่าวกับหลานสาวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดพร้อมกับยัดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือของเธอด้วยท่าทางร้อนรน ก่อนจะเร่งรุดไปขึ้นรถที่มีคนขับอีกคนยืนเปิดประตูด้านหลังรออยู่นานแล้ว ทิ้งให้อรุสามองตามรถยุโรปคันงามแล่นออกไปจากหน้าคฤหาสน์ด้วยความสับสนงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ยิ่งนัก

 

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยนะ แล้วเราจะเอาไงดีเนี่ย”

 

            หญิงสาวมองภาพของรถยนต์ที่มีเกื้อกูลและอรรณพโดยสารอยู่ที่เบาะหลังแล่นออกไปจนลับสายตาสลับกับก้มลงมองแผ่นกระดาษขนาดเอสี่พับครึ่งในมือของเธออย่างชั่งใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

 

            อาติดต่อกับธมกร ลูกชายเจ้าของบ้านโฮมสเตย์ที่เราเคยไปพักเมื่อสิบปีก่อนเอาไว้แล้วนะ ไปถึงก็บอกเขาได้เลยว่าเราเป็นใคร เดี๋ยวเขาจะดูแลรับรองให้เป็นพิเศษ ส่วนอากับคุณนพจะตามไปสมทบทีหลัง พักผ่อนให้สบายใจนะหลานรัก

อาเกื้อ

 

            เกือบสี่ชั่วโมงต่อมา รถตู้คันใหญ่ที่มีอรุสาโดยสารมาเพียงลำพังก็จอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านพักแบบโฮมสเตย์แห่งหนึ่งในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คนขับรถชายวัยสามสิบปีเศษหันมาปลุกหลานสาวของผู้เป็นเจ้านายซึ่งนั่งหลับมาตลอดการเดินทางให้ตื่นขึ้น เมื่อตนได้ขับรถพาหญิงสาวมาถึงที่หมายตามคำสั่งของเจ้านายโดยสวัสดิภาพแล้ว

 

            “คุณสาครับ มาถึงแล้วตื่นเถอะครับ”

 

            เสียงเรียกจากทางด้านหน้ารถ ทำให้คนที่กำลังนอนหลับคอพับคออ่อนอยู่บนเก้าอี้ที่ปรับพนักพิงให้เอนราบไปด้านหลังเล็กน้อยตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย หญิงสาวลืมตาขึ้นมาก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงแดดยามสายที่ลอดผ่านเข้ามาทางกระจกด้านหน้ารถ พร้อมกับมองไปรอบๆ จึงได้เห็นว่ารถตู้คันใหญ่ซึ่งเป็นของเกื้อกูลนั้นมาจอดนิ่งอยู่ตรงหน้าทางเข้าบ้านพักโฮมสเตย์ที่มีป้ายชื่อซึ่งทำจากแผ่นไม้เขียนเอาไว้ว่า บ้านริมธาร

 

            บรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาสูงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง มีต้นไผ่สูงชะลูดอีกทั้งพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งถูกปลูกเอาไว้ตรงบริเวณเขตรั้วโดยรอบพื้นที่จนแลดูรกครึ้มราวกับว่าที่นี่เป็นเมืองลับแลก็มิปาน อรุสามองลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านสาขาของหมู่แมกไม้ที่บดบังสายตานั้นเข้าไป จึงได้เห็นตัวบ้านเรือนไม้ชั้นเดียวแบบยกใต้ถุนสูงซึ่งทำจากไม่ไผ่ทั้งหลัง สภาพที่มองจากภายนอกแลดูเก่าคร่ำครึคล้ายกับว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกใช้งานมานาน ทำให้หญิงสาวอดข้องใจไม่ได้ว่าคนขับรถได้พาเธอมาผิดที่หรือเปล่า

 

            “แน่ใจนะคะพี่เปี๊ยกว่าใช่ที่นี่น่ะ”

 

            อรุสาหันไปถามชายคนขับรถด้วยสายตาไม่แน่ใจ ดวงตากลมโตมองหน้าคนขับสลับกับหันไปมองบ้านพักที่มีสภาพคล้ายกระท่อมน้อยในป่าใหญ่อย่างไม่อยากจะเชื่อว่า สถานที่แห่งนี้คือบ้านพักโฮมสเตย์ที่ผู้เป็นอาของเธอได้บอกเอาไว้จริงๆ

 

            “ไม่ผิดแน่ครับคุณสา ผมขับมาตามทางในแผนที่นี้ไม่ได้ออกนอกเส้นทางเลย ถ้ายังไงคุณสานั่งรออยู่ในรถนี้ก่อน ผมจะลงไปดูลาดเลาให้ก่อนแล้วกันนะครับ”

 

            แม้ชายคนขับรถที่มีนามว่า เปี๊ยก จะยืนยันคำพูดของตนด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีร่องรอยของความไม่แน่ใจเจืออยู่เล็กน้อย ทำให้อรุสาคิดว่าบางทีนายเปี๊ยกอาจจะเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาแล้วว่า เขาได้พาหลานสาวของเจ้านายมาหลงทางอยู่กลางป่ากลางเขาเช่นนี้

 

            “ไม่เป็นไรค่ะ สาว่าเราไปด้วยกันดีกว่า เผื่อว่าถ้าเจอเจ้าของบ้านพักหรือชาวบ้านคนอื่นๆ จะได้ให้เขาพาไปที่พักที่อาเกื้อจองไว้เสียเลย”

 

            คำตอบของหญิงสาว ทำให้นายเปี๊ยกรู้สึกใจชื้นขึ้นมา พลางมองผู้โดยสารเพียงหนึ่งเดียวของเขาด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก

 

            ทั้งคู่ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปภายในอาณาเขตพื้นที่แห่งนั้น โดยมีอรุสาเดินนำส่วนคนขับรถชายนั้นเดินตามหลังต้อยๆ อย่างคอยระแวดระวังภัยให้กับหลานสาวของผู้เป็นเจ้านาย

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #63 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:21
    วังเวงหล่ะซิ
    #63
    0
  2. #19 tungkn4841 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 23:26
    สากำลังจะเจอเจ้าของบ้านที่เธอคาดคิดไม่ถึง..... รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #19
    0
  3. #17 jeabkiss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 17:27
    สาจะเจอกับคนที่นิสัยคล้ายกันแล้ว
    #17
    0