วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 ความเครียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 55

หลังจากที่ได้ฟังความจริงจากปากของอรุสาแล้ว สองหนุ่มใหญ่คู่รักก็ลงความเห็นตรงกันว่าเธอกำลังอยู่ในภาวะเครียดจนเกินไปอย่างที่เจ้านายของหญิงสาวกล่าวเอาไว้จริงๆ ส่วนคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพวกจริงจังกับการทำงานจนเกินเหตุยังเชื่อว่าตนไม่ได้มีอาการอย่างที่ถูกกล่าวหาเลยสักนิดจึงอดโต้แย้งออกมามิได้

 

            “เป็นไปไม่ได้ สาว่าอาเกื้อกับคุณนพต้องเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ สาบอกแล้วไงคะว่าสาไม่ได้เครียด แต่เจ้าเด็กใหม่นั่นต่างหากที่ทำงานไม่ได้เรื่อง ทำให้ทั้งสาทั้งบริษัทต้องขายหน้าขนาดนี้ จะเก็บเอาไว้ได้ยังไงกันล่ะคะ”

 

            “อาเข้าใจไม่ผิดหรอก เพียงแต่สานั่นแหละที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังบ้างานจนไม่ลืมหูลืมตาแล้วก็พาลไปหงุดหงิดใส่ลูกน้องของตัวเองแบบนั้น”

 

            เกื้อกูลกล่าวพลางทำหน้าเหนื่อยใจ ด้วยรู้นิสัยของอรุสาดีว่าเธอเป็นคนประเภทเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ (Perfectionism) แค่ไหน หากลองได้ลงมือทำอะไรแล้วละก็ทุกอย่างจะต้องออกมาดีสมบูรณ์แบบไร้ข้อผิดพลาดใดๆ ซึ่งดีไซเนอร์หนุ่มใหญ่ยังจำได้ไม่มีลืมว่าปัญหานี้เคยเป็นชนวนที่ทำให้หลานสาวของเขาต้องมีเรื่องมีราวกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนระหว่างทำรายงานส่งอาจารย์มาแล้วหลายครั้งหลายหน

 

“นั่นสิ อาก็ว่าหนูสาคงจะเครียดกับงานมากไปจริงๆ บางทีถ้าได้ไปพักผ่อนยาวๆ สักหน่อยก็น่าจะดีเหมือนกันนะ ไปเที่ยวต่างประเทศหรือต่างจังหวัดสักพักคงจะช่วยทำให้จิตใจสดชื่นขึ้นบ้างนะจ๊ะ”

 

            อรรณพเองก็เห็นด้วยกับความคิดของชายคนรักจึงรีบกล่าวเสริมพร้อมทั้งแนะนำให้อรุสาหาเวลาพักผ่อนปล่อยวางภาระทุกอย่างลงบ้าง เพราะกลัวว่าหากยังขืนทำงานต่อไปในสภาพเช่นนี้ ไม่แคล้วหญิงสาวคงถูกจับส่งโรงพยาบาลโรงประสาทโดยฝีมือลูกน้องทั้งแผนกเป็นแน่

 

            คนที่อาจถูกลูกน้องจับส่งเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคเครียดเกินขนาดทำหน้ามุ่ยถอนหายใจยาวอย่างปลงตก ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้

 

“ทำไมถึงมีแต่คนคิดว่าสาเครียดนะ ทั้งๆ ที่สาก็ไม่ได้เครียดอะไรมากสักหน่อย แต่ก็เอาเถอะค่ะ ถ้าทั้งเจ้านาย ทั้งอาเกื้อแล้วก็คุณนพคิดว่าสาควรจะลาพักร้อนจริง สาก็จะทำตามความต้องการของทุกคนค่ะ ว่าแต่ไหนๆ สาก็ว่างแล้ว อาเกื้อกับอานพก็ไปด้วยกันกับสาเสียเลยสิคะ เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวอย่างนี้มาตั้งนานแล้วนี่นา เท่าที่สาจำได้มีครั้งเดียวเองที่เราสามคนไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ตอนนั้นสามีความสุขมากๆ เลยล่ะค่ะ นะคะอาเกื้อ คุณนพ เราไปด้วยกันนะคะ”

 

คำว่า ครอบครัว ที่หลุดออกมาจากปากของอรุสา ทำเอาสองหนุ่มใหญ่ถึงกับหันมามองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะเบือนหน้ากันไปคนละทางอย่างกระดากอาย แม้จะรู้ดีว่าหญิงสาวคนเดียวในที่นั้นไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรกับสถานภาพคนรักของพวกเขาออกจะยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานเสียด้วยซ้ำไป แต่สองหนุ่มใหญ่ก็ยังรู้สึกว่าเรื่องความสัมพันธ์นี้มันช่างแปลกแยกแตกต่างจากคนอื่นๆ ในสังคมมากมายนัก อีกทั้งคำว่าครอบครัวก็ยังและดูจะห่างไกลจากความคิดของทั้งสองเหลือเกิน

 

“อาว่าคงไม่ดีมั้ง หนูสาไปกับเพื่อนๆ จะดีกว่านะ”

 

อรรณพรีบกล่าวปฏิเสธทันทีอย่างเก้อเขิน ใบหน้าขาวเนียนหมดจดอย่างผู้หญิงนั้นมีสีแดงระเรื่อเจืออยู่เต็มไปหมด เช่นเดียวกับเกื้อกูล ที่แม้เขาจะยังจำได้ดีว่าการไปเที่ยวพร้อมกันสามคนที่อรุสาเล่าถึงนั้น เป็นทริปที่มอบความสุขทางใจให้แก่เขามากถึงเพียงไหน เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขายอมให้คนอื่นอย่างอรรณพร่วมเดินทางไปด้วยกัน จนนำมาซึ่งคำสารภาพรักอันแสนหวานและสถานะความสัมพันธ์ของชายหนุ่มสองคนที่เปลี่ยนไปอย่างถาวรหลังจากค่ำคืนนั้น แต่ความรู้สึกกระดากที่มีต่อผู้เป็นหลานสาวก็ทำให้เขารีบหาทางเลี่ยงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

            “นั่นสิ อาเห็นด้วยกับคุณนพนะ สาไปเที่ยวกับเพื่อนตามประสาเด็กๆ จะไม่ดีกว่าเหรอ พาคนแก่อย่างอาสองคนไปด้วยมันคงไม่สนุกนักหรอก”

 

            “โธ่ อาเกื้อ คุณนพ จนป่านนี้แล้วยังจะมัวมาเขินอะไรอีกหรือคะ สาน่ะโตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วนะ อีกอย่างสาว่าการไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะ สาว่ามันน่าเบื่อจะตาย ต้องคอยมานั่งเกรงใจคนนั้น เอาใจคนนี้ คอยระวังว่าจะไปทำหรือพูดอะไรไม่ถูกหูใครขึ้นมาหรอเปล่า แบบนั้นยิ่งจะทำให้สาเครียดหนักกว่าเก่าอีกนะคะ สู้ไปด้วยกันกับคนที่เราสบายใจไม่ดีกว่าเหรอคะ”

 

            อรุสาทำท่ากระเง้ากระงอด พลางส่งสายตาออดอ้อนเหมือนเด็กที่กำลังร้องขอของเล่นชิ้นโปรดจากผู้ปกครองอย่างไรอย่างนั้น ทำเอาสองหนุ่มใหญ่ได้แต่มองหน้ากันอย่างจนใจ ลงท้ายเมื่อทนฟังเสียงรบเร้าของหลานสาวไม่ไหวก็จำต้องยอมไปเที่ยวด้วยกันแบบแพ็กสามอย่างที่อรุสาขอร้องเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

            หลังกลับจากบ้านของเกื้อกูลในช่วงบ่าย อรุสาก็ตัดสินใจขับรถย้อนกลับไปที่ทำงานของเธออีกครั้งเพื่อยื่นจดหมายขอลาพักร้อนเป็นเวลาสองสัปดาห์ให้กับผู้เป็นเจ้านายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับเมื่อช่วงเช้าที่ถูกเรียกตัวมารับฟังบทลงโทษราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน ทำเอาดนัยถึงกับแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ยอมเซ็นอนุมัติให้ตามคำขอของเธอโดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยเพราะอรุสานั้นเรียกได้ว่าเป็นพนักงานดีเด่นที่ไม่เคยขาดงานมาก่อนเลยสักครั้ง และหากว่าการลาพักร้อนของเธอคราวนี้จะทำให้เรื่องราววุ่นวายในออฟฟิซของเขาสงบลงไปได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เขาก็พร้อมยินดีที่จะอนุญาตให้เธอลาได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ แม้ว่าหากเป็นคนอื่นแล้ว จะต้องทำตามกฎในการยื่นขอลาพักร้อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งสัปดาห์และลาติดต่อกันได้ไม่เกินห้าวันอย่างนั้นก็ตาม

 

            “ขอบคุณมากนะคะบอส แล้วก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ดิฉันทำให้บอสต้องมาปวดหัวด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ดิฉันสัญญาค่ะว่าหลังกลับจากพักร้อนแล้ว ดิฉันจะทำงานให้ดีเหมือนเมื่อก่อนไม่ให้บอสต้องผิดหวังแน่ๆ ค่ะ”

 

            อรุสากล่าวด้วยรอยยิ้ม พลางโค้งศีรษะให้ผู้เป็นเจ้านายด้วยความเคารพ แล้วจึงเดินออกจากห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุดในที่นั้นไปอย่างรีบเร่ง ท่ามกลางสายตาของเหล่าลูกน้องที่มองตามหัวหน้าของพวกเขาไปอย่างแปลกใจไม่น้อย

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #61 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:13
    ตามไปพักร้อน
    #61
    0
  2. #14 jeabkiss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 12:13
    สายอมลาพักร้อนแล้วซี
    #14
    0
  3. #13 tungkn4841 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 02:06
    อรุสากลับมาจากพักร้อนแล้วจะไม่สร้างปัญหาให้กับเจ้านายอีก เพราะสิ่งที่เราพูดกันอยู่คือนิสัยของเธอ
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #13
    0