P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 9 : ♦ 7 ♦ คนล้มจะลุกได้ก็ต้องใช้ขาของตัวเองลุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    29 มิ.ย. 55

 
 
 
Chapter 07
คนล้มจะลุกได้ก็ต้องใช้ขาของตัวเองลุก
 
 
 
 
 
เขาเป็นเด็กชาวบ้านธรรมดา...
ไม่สิ ต้องเป็นลูกพ่อค้า
 
เขาเป็นลูกพ่อค้าคนหนึ่งบนเรือสินค้า ที่โดนโจรสลัดจับตัวมาเป็นเชลย
เขาไม่อยากรับช่วงกิจการต่อ เขาไม่เคยตั้งใจเรียน และเขาไม่รู้เรื่องสินค้าใดๆ ของพ่อทั้งนั้น
ญาติพี่น้องเขาโดนฆ่าหมดแล้ว
 
และผู้ชายคนนั้นเป็นคนจับเขาใส่ตรวน
 
 
วลาดิเมียร์เผลอชะงักไปกับประโยคสุดท้ายในสมอง... เด็กหนุ่มทบทวนเรื่องเมื่อครู่ซ้ำๆ เพื่อย้ำกับตัวเองอีกรอบ รู้สึกว่าขาที่เหนื่อยล้าจากการวิ่งเมื่อครู่มันสั่นระริกไปหมด มือทั้งสองข้างก็กำลังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เช่นเดียวกับหัวใจที่เต้นถี่กระชั้นราวกับพร้อมจะหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ
“มันต้องอยู่แถวนี้แหละ ค้นให้ทั่ว!”
เสียงทหารเรือคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาหลังจากพบกำแพงเมืองสูงตระหง่านที่ขวางหน้า เด็กหนุ่มยิ่งตัวแข็งทื่อ... รู้สึกเหมือนความกลัวกำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายแทนน้ำเลือด และหัวใจกำลังสูบฉีดมันไปจรดปลายนิ้ว
วลาดิเมียร์พยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากไปหมด
เขาเป็นลูกพ่อค้าคนหนึ่งบนเรือสินค้า...
 
 
“ท่านครับ ฝั่งนี้ไม่มีทางไปได้ครับ!”
“ฝั่งตะวันตกล่ะ!”
 
มือหยาบกร้านกำลวดดัดที่ถืออยู่แน่นจนรู้สึกร้อน เหงื่อเปียกๆ ไหลซึมอยู่ระหว่างร่องฝ่ามือและแผ่นหลัง -- เสียงฝีเท้าย่ำใกล้เข้ามา และสะท้อนก้องอยู่ในหูจนวลาดิเมียร์แทบหายใจไม่ทัน
ใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามา...
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ... เขาเป็นลูกพ่อค้าคนหนึ่งบนเรือสินค้า และโดนโจรสลัดจับมา...
 
“ช--- ช่วยด้วย---”
 
วลาดิเมียร์ก้าวพรวดพราดออกจากตรอกแคบ น้ำเสียงแหบสั่นไปราวกับขาดน้ำมาหลายวัน กลุ่มทหารเรือที่กระจายกันอยู่ต่างหันขวับมามองเป็นตาเดียว
คนยศสูงที่สุดเบนมองตำแหน่งที่ตัวประกันเดินออกมา ปากก็ตะโกนคำสั่งลั่น
“ตะวันตก! มันหนีไปทางตะวันตก!”
“ม--- ไม่ใช่---”
วลาดิเมียร์หลุดปากออกไปก่อนที่จะทันได้คิดเสียอีก ปลายนิ้วสั่นระริกชี้ไปยังทิศตรงกันข้าม เรียกคิ้วของคนฟังแต่ละคนให้เลิกสูงขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าหนู” เสียงตอบรัวเร็ว ตรงประเด็น “มันไปทางไหน”
“หลังคา---”
ทหารทุกคนหันมองตามปลายนิ้ว ก่อนจะตามมาด้วยคำสั่งให้ไล่ตามไปทางทิศตะวันออก เหลือเพียงทหารเรือไม่กี่คนที่ยังคงยืนอยู่กับที่ และหนึ่งในนั้นขยับเข้ามาใกล้คล้ายจะมาตรวจดูอาการบาดเจ็บ
วลาดิเมียร์กลืนน้ำลาย พยายามท่องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ
 
เขาเป็นลูกพ่อค้าบนเรือสินค้า...
 
“เจ้าเป็นใคร” อีกฝ่ายถามเสียงหนักๆ ตามแบบฉบับทหาร “ทำไมถึงไปอยู่กับนักปราบพยศได้”
ริมฝีปากแห้งผาก กระซิบเอื้อนเอ่ยอย่างไม่มีเสียง
“ข้า...”
 
เขาเป็นลูกพ่อค้า...
 
“ข้าเป็น...”
 
 
‘...แล้วทำไมข้าต้องสนด้วยว่าเจ้าจะเป็นคนหรือปิศาจ...’
 
 
 
เสียงที่จะเอ่ยพูดค้างอยู่ในลำคอ
เขาเห็นทหารเรือตรงหน้ามองมาด้วยสายตาเป็นห่วงระคนสงสัย เขารู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่เริ่มชาและร้อนไปหมดด้วยเปลวไฟที่ไหลมาวนเอ่อ รู้สึกได้ถึงหัวใจที่บีบหน่วง... เจ็บ... และมันทำให้หัวสมองเขาว่างเปล่า
ตรรกะ เหตุผล ความคิดทุกอย่าง... วลาดิเมียร์เชื่อว่ามันถูกลบหายไปหมดแล้วด้วยนัยน์ตาสีน้ำเงินสมุทรคู่นั้น
ขอบตามันร้อน หัวใจมันเต้นรัว หลอดลมมันติดขัด
 
ลวดดัดในมือถูกกำแน่นเข้า
ไม่ได้... เขาทำไม่ได้...
 
พรึ่บ!
“เฮ้ย!!”
 
แล้วเปลวเพลิงสีส้มสดก็ลุกโพลงออกมาจากมือของ ‘ตัวประกัน’ ก่อนจะลามไปทั่วร่างของทหารหนุ่มคนนั้น!
มันก็ยังเป็นสีที่บาดตาและเป็นความร้อนที่บาดผิว วลาดิเมียร์ลืมไปแล้วว่าเคย สาบาน กับตัวเองว่าจะไม่ใช้เวทมนตร์อะไรพรรค์นี้ให้ใครเห็นอีก -- แต่ช่างมัน -- บนโลกนี้มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่สน เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องสน
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังเข้าหู แล้วเด็กหนุ่มก็ผละพรวดออกมาแล้วหันหลังวิ่ง! เขาแทรกตัวเข้าไปในตรอกแคบๆ หลังพุ่มไม้ใหญ่ ผลักทุกคนที่ขวางทาง และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าขึ้นทุกที
 
ระยำหมา! แล้วเขาจะวิ่งหนีไอ้ทหารพวกนี้ทันได้ยังไง!!
 
ความอึดทางกายภาพไม่ใช่ข้อได้เปรียบของเขา และวลาดิเมียร์รู้สึกว่าขากำลังจะขาดเป็นชิ้นๆ จากการตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างไร้ทิศทาง ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าถลอกปอกเปิกจนแสบร้อน แต่ความกลัวที่กำลังสูบฉีดไปในเส้นเลือดทำให้เขาหยุดวิ่งไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงส้นรองเท้าเหล็กดังกระทบกันอยู่ด้านหลังราวกับผีที่ตามหลอกหลอน
ตรวนที่ข้อมือถ่วงหนัก และเด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองไม่น่าจะขยับขาต่อไปได้อีกแล้ว... เขากำลังจะไปไหน -- ท่าเรือ? -- แต่ราล์ฟบอกว่าให้เปลี่ยนที่เทียบท่าแล้ว
 
อีกสักครั้ง... ขอเขาได้อยู่ท่ามกลางรอยยิ้มนั่นอีกสักครั้ง...
 
“จับมันไว้!!”
 
หัวใจเขาเต้นแรง โลกของเขาแทบหยุดหมุน
วลาดิเมียร์แทบจะสัมผัสได้ถึงระยะที่ใกล้เข้ามา -- ไม่ทันแล้ว... เขาหนีไม่ทันแล้ว...!
 
โครม!!
 
ขาพันกัน แล้วร่างของเด็กหนุ่มก็ไถลครูดไปกับพื้น! วินาทีนั้นที่วลาดิเมียร์แทบหยุดหายใจ ความเจ็บไหลปราดไปตามรอยถลอก และเขาไม่มีวันหนีพ้นไปได้ด้วยสภาพแบบนี้!
 
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบ
เปลือกตาที่ปิดแน่นอยู่ค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างแปลกใจจนเผลอลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ พื้นที่แนบอยู่กับหน้าเขาไม่ใช่พื้นอิฐของถนนในเมือง หากกลับกลายเป็นลานทรายกว้าง เม็ดทรายละเอียดปนเปมากับเศษกรวดและกิ่งไม้ -- ซึ่งแน่นอนว่าทำร้ายใบหน้าและร่างกายเขาได้พอๆ กับพื้นอิฐแข็งสาก
“อ้าว โผล่มาจากไหนวะไอ้เด็กผี”
เสียงห้าวๆ คุ้นๆ ของต้นหนเรือหนุ่มดังแว่วอยู่ไม่ห่าง วลาดิเมียร์ไม่แน่ใจว่าเขาใจหายหรือดีใจกันแน่ แต่ที่รู้คือมันมากพอจะทำให้หยัดศีรษะขึ้นเงยมอง นัยน์ตาแฝงความประหลาดใจชัดเจน
 
ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เมืองท่าที่กำลังวิ่งฝ่า ไม่มีชาวบ้านที่มองมาด้วยสายตาตระหนก หากเป็นหาดเล็กๆ ที่หลบมุมอยู่หลังหน้าผาสูง ลัดเลาะเข้าไปจนเป็นถ้ำขนาดย่อมๆ ให้เรือโจรสลัดคุ้นตาลำนั้นทอดสมอนิ่งอยู่ได้
วลาดิเมียร์ตวัดสายตากวาดไป ชายฉกรรจ์หลายคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีนักกำลังมองสบกลับมา...
 
รวมไปถึงกัปตันหนุ่มคนนั้น...
 
ราล์ฟหันมาสบด้วยแล้วก็ชะงัก นัยน์ตาสีน้ำเงินสว่างฉายแววแปลกใจ ชายหนุ่มมองหน้าคนอายุน้อยกว่าสลับกับพุ่มไม้รกๆ ด้านหลังที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะทะลุฝ่ามาได้แล้วก็เลิกคิ้วสูง
“วลาด” เสียงเอ่ยฟังดุนัก “แล้วพวกทหาร...?”
คนถูกถามกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ส่ายศีรษะดิก
“ไม่...ไม่รู้” เขาตอบเสียงอ่อย “เมื่อกี้ข้าวิ่งหนีมา แล้ว...แล้ว... จู่ๆ มันก็...”
คำตอบนั้นเรียกให้โจรสลัดแต่ละคนเกร็งตัวขึ้นฉับพลัน ราล์ฟหรี่ตาลง ก่อนจะหันกลับไปออกคำสั่งให้ชายหนุ่มผมสีฟางแห้งที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันนัก
“ฟรองซัวร์ ไปเช็กทางเข้าออกทุกทางว่ามีทหารตามมามั้ย”
“Aye aye, sir~”
หนุ่มแขนเดียวรับคำเสียงใสราวกับโดนใช้ให้ไปตามหาเรื่องสนุก เรียกเสียงสบถจากลูกเรือข้างๆ และเสียงก่นด่าอย่างไม่ใส่ใจนักได้เป็นอย่างดี ส่วนราล์ฟเพียงเบนความสนใจกลับไปยังไอ้หนุ่มวัยรุ่นที่ล้มอยู่บนพื้นนั่นแล้วเหลือบมองรอบข้างราวกับพิจารณา
เขาหันไปสบตากับเกรกอรี่ อีกฝ่ายผงกศีรษะรับนิดหนึ่งคล้ายจะเอ่ยเห็นด้วยโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก... เวทเคลื่อนย้ายพริบตาเป็นเวทพื้นฐานของนักเวททุกคน แต่คนที่กลัวเวทอย่างไอ้เด็กตรงหน้าอาจจะไม่เคยรู้ตัวว่าทำได้...
แล้วกัปตันหนุ่มก็ถอนหายใจยาว
 
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
 
เสียงถามเรื่อยๆ หากเด็ดขาดนักเรียกให้ทุกอย่างเงียบลง วลาดิเมียร์คอแห้งผาก ร่างกายสั่นระริกไปหมด และเขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลจากการวิ่งแบบไม่คิดชีวิตเมื่อครู่หรือเพราะสายตาของคนตรงหน้ากันแน่
“ข้า...”
เสียงมันแหบจนพูดไม่ออก ลวดดัดในมือถูกกำแน่นจนความเย็นกลายเป็นอุ่นร้อนไปหมด
ราล์ฟถอนหายใจอีกรอบ
“เจ้าเป็นอิสระแล้ว” เขาเปรย “กลับมาทำไม”
“เฮ้ย กัปตัน...” ฮันส์ที่ยืนอยู่ใกล้ คนนอก มากที่สุดท้วงออกมาเหมือนไม่เห็นด้วย หากราล์ฟเพียงยกมือห้ามเป็นเชิงให้หยุด ต้นหนเรือจึงได้แต่ส่งเสียงในลำคออย่างไม่พอใจนักแล้วหันไปมองเด็กหนุ่มผิวสีซีดข้างกาย
วลาดิเมียร์หลุบตาลงมองตรวนเหล็กที่ข้อมือทั้งสองข้าง
ภาพของทหารเรือที่เดินเข้ามาใกล้มันทำให้ตัวแข็งทื่อ... ถ้าอิสระมันอึดอัดถึงขนาดนั้น เขาก็ไม่อยากได้รับมันมา...
 
 
“ข้าสะเดาะกุญแจมือไม่เป็น”
 
 
เป็นประโยคเดียวที่เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาได้
คนฟังที่เหลือทุกคนยืนอึ้ง ก่อนจะก้มมองลวดดัดที่นอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างพร้อมเพรียง แล้วราล์ฟก็เป็นคนแรกที่หลุดหัวเราะพรืด
 
“เกร็ก ได้ซื้อเสบียงอะไรอย่างอื่นมาไว้นอกจากเนื้อแห้งรึเปล่า”
 
“ซื้อ” หัวหน้าลูกเรือหนุ่มตอบพลางขยับยิ้มกว้างกับคำถามของคนเป็นกัปตัน “ข้าบอกแล้วว่าอเล็กเซย์ไม่มีวันพูดผิด”
“ใครพนันข้างข้า เตรียมรับทรัพย์จากฟรองซัวร์ได้เลยครับ” อเล็กเซย์เอ่ยเสียงนิ่มๆ “ข้าบอกแล้วว่าวลาดจะกลับมา”
คนรอบข้างหัวเราะ ตบเข่าฉาดอย่างถูกใจและส่งเสียงเฮฮาเป่าปากอย่างครื้นเครง ก่อนที่จะตามมาด้วยมือกร้านของแต่ละคนที่ตรงเข้ามาขยี้ผมไอ้หนุ่มเคบินบอยอย่างมันเขี้ยวมันนัก
“ข้าเพิ่งรักดวงการพนันของแกก็วันนี้” คาร์ลอสว่าพลางนับนิ้วถึงจำนวนเงินที่พนันกันไว้ “อื้อหือ โคตรเยอะเลยเว้ย”
“ข้ารักสังหรณ์แกที่สุดในโลกเลยว่ะไอ้หนู ฮ่า!”
“เงินมาล่ะคราวนี้ ขอให้ฟรังค์มันบ้ามาพนันกับแกบ่อยๆ อาเมน!”
“วันไหนไปบ่อนกับข้านะน้องชาย ข้าอุดหนุนเอ็งเต็มที่!”
“ได้เงินกันเมื่อไรแล้วจ่ายข้าคนละครึ่งนะครับ” อเล็กเซย์ส่งเสียงแทรกขึ้นมา “ข้าเป็นคนเดา ข้าต้องรับทรัพย์มั่งสิ”
“เหย! ไอ้เด็กงก!!”
 
ราล์ฟหัวเราะ ดีดเหรียญทองเหรียญหนึ่งเข้าไปกลางวง
 
“อันนั้นทุนทรัพย์จากข้า รับไว้ไอ้น้อง” กัปตันหนุ่มขยับยิ้มขบขัน “สักวันเอ็งต้องรวยกว่าข้าแน่ๆ ว่ะ เกลียดมันเป็นบ้า”
เคบินบอยหนุ่มส่งเสียงหัวเราะรับกลับมา ก่อนจะหันกลับไปกระดิกนิ้วรอรับเงินจากเหล่าผู้พนันทั้งหลายด้วยท่าทีที่น่าถีบลงทะเลเป็นยิ่งนัก
และภาพนั้นทำให้วลาดิเมียร์ได้แต่กะพริบตา
 
“เอ้า เป็นอะไร อึ้งอะไรไอ้เด็กผี” ฮันส์ที่ไม่ได้เข้าไปร่วมวงพนันด้วยหัวเราะเบาๆ พลางเดินเข้ามาขยี้ผมสีเงินยุ่งๆ นั่นให้ยุ่งกว่าเดิม “ลุกไหวมั้ย”
หัวใจคนฟังชื้นขึ้น นัยน์ตาข้างที่ไม่บอดเป็นประกายพราว เอ่อร้อนขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว
“เอ้อ... คิด... คิดว่าไม่ไหว”
“เออ เอ็งไหวก็เก่งแล้วว่ะ” ต้นหนหนุ่มว่าพลางมองขาสั่นๆ ของอีกฝ่าย ฝ่าเท้านั่นถลอกปอกเปิกแถมยังอาบเลือดไปหมดจนแทบมองไม่เห็นรอยแผลไฟไหม้ที่เคยมี แผลบนขาขวาที่ถูกเจ้า มาดาม แมวปิศาจตัวนั้นข่วนเข้าก็ยังไม่หายสนิทนัก... แค่มันวิ่งมาได้ก็นับว่าสุดยอดแล้ว
แต่เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นเสียก่อนที่เขาจะได้เอื้อมมือไปพยุง
 
“ฮันส์ ไม่ต้องช่วย”
 
ต้นหนหนุ่มชะงัก หันกลับไปสบตากับคนออกคำสั่งแล้วเลิกคิ้วสูง
“กัปตัน?” เขาหยั่งเสียง ในขณะที่วลาดิเมียร์เผลอใจหายไปวูบหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ราล์ฟไม่สน เขาเพียงขยับยิ้มนิดแล้วพยักเพยิดไปที่ตัวเรือ เอ่ยต่อ
“อุปกรณ์สะเดาะตรวนของข้าอยู่บนเรือ” เขาว่าเสียงเรียบๆ “ถ้าเจ้าอยากให้ข้าปลดให้... ก็ลุกเดินขึ้นมาเองซะ ไอ้หนู”
“เฮ้ยกัปตัน แต่ไอ้เด็กนี่มัน---”
 
 
“ขาของเจ้ายังไม่ขาดไม่ใช่หรือ วลาด”
 
 
ฮันส์ชะงักไปอีกครั้งแล้วชักมือที่จะเอื้อมไปหากลับทันที วลาดิเมียร์กะพริบตา เสียงเฮฮาทั้งหลายเงียบลงอีกครั้งหนึ่งราวกับจะกดดัน หากเด็กหนุ่มไม่รู้สึกถึงความอึดอัดเลยแม้แต่น้อย...
ขาทั้งสองข้างเจ็บ... ชา...
แต่เขาจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองอีกเลยถ้ามันหยัดตัวเขาให้ลุกยืนตอนนี้ไม่ได้
 
ราล์ฟยิ้ม มองเด็กหนุ่มค่อยๆ ยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะใช้เวลานานพอสมควร... โซเซไปบ้าง ดูเหมือนพร้อมจะล้มได้ตลอดเวลา แต่ขาทั้งสองข้างนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดิน...
เดินมาจนถึงตรงหน้าเขา
กัปตันหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมสีเงินของอีกฝ่ายแรงๆ มืออีกข้างก็ดึงสร้อยเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นส่งให้
 
 
“ยินดีต้อนรับสู่มารูน ไอ้หนู”
 
 
วลาดิเมียร์ก้มมองสร้อยหนังที่ร้อยจี้แหวนสีแดงเข้มในมือ... ความเจ็บที่ขาและฝ่าเท้ามันพลันถูกกลบไปเสียหมด เหลือเพียงความรู้สึกตึงๆ ที่แก้มเหมือนจะหุบยิ้มไม่ได้
เด็กหนุ่มหลุดหัวเราะ
 
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอเล็กเซย์ถึงได้ยึดติดกับสร้อยเส้นนี้นัก
 
 
 
xxxxxxxxxx
 
 




From Writer:

ห่างหายไปนาน มาอัพแล้วค่าาา
 
ช่วงนี้ยุ่งมากๆ ขออภัยสำหรับความล่าช้าเนอะ ใกล้ได้เข้าเรื่องจริงๆ กันซะที (แปลว่านี่ยังไม่เข้า ฮา) ก็ขอให้สนุกกันเน้อ ทะเลยังมีอะไรอีกเยอะ! YEAH!!
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #602 ShamanWcat (@ShamanWcat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 16:06
    โอ้ย คือน้ำตาไหลอ่ะ มันดีมาก คืออุ่นวาบเลยค่ะ ;-;
    #602
    0
  2. #591 fangy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 22:55
    ไม่ไหวแฮะ ไม่รู้ทำไม อ่านคราวนี้รู้สึกเข้าใจความรู้สึกของวลาดชัดมาก ชัดเกินไป การขาดความอบอุ่นแล้วมาเจอคนที่ยอมรับแบบมองตัวตนของตัวเองเป็นเรื่องปกติขนาดนั้นมันอดไม่ได้หรอกที่จะไขว่คว้า นี่ขนาดเราไม่ได้ชีวิตบัดซบโดนคนรังเกียจจนจะฆ่าแบบวลาดนะ น้ำตายังไหลมาขนาดนี้ โอ๊ย ให้ตายสิ นี่มันแค่ต้นเรื่องเองนะเว้ยยยยยยยยยยยยย ตอนพีค ๆนี่ไม่น้ำตาไหลจนบวมเลยเร๊อะ!



    (กลับขึ้นไปอ่านก่อน นี่แวบลงมาพิมพ์ไว้ก่อนตอนวลาดเอาตัวไปถูพื้นแล้วมีคนเรียกเด็กผี ไหลอีก ไหลทำไมเนี่ย)



    โอเค จริง ๆคนทำเราน้ำตาไหลคือวลาดใช่มั้ย ตัวตนที่เป็น สิ่งที่ราล์ฟส่งมาให้เด็กบ้านี่ การขอให้ได้อยู่กลางรอยยิ้มนั่นอีกครั้งของนายทำเราสะอื้น และโอเค นายสะเดาะกุญแจมือไม่เป็นทำเราหัวเราะทั้งน้ำตา วลาด นายทำอะไรกับเราวะนี่



    เราไม่ค่อยมองตรงไปข้างหน้าโดยเฉพาะมองสบตาใครตรง ๆ เท่าไหร่นะวลาด แต่เราคิดว่าเราพอจินตนาการออกว่านายมองเห็นอะไร



    โตขึ้นแล้วสินะ ความเชื่อมหาศาลนี่มันเป็นกำลังใจชั้นดีเยี่ยมที่ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บได้ดีจริง ๆ



    ได้อะไรจากเรื่องนี้อีกแล้ว

    ว่าแต่ว่า วลาดนี้อ่านออกเสียงยังไงนะ?
    #591
    0
  3. #533 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 14:10
    เปรมปริ่มอิ่มเอม
    นี่ตอนแรกๆ ยังดีงามขนาดนี้!!
    โอ๊ย รักเรื่องนี้ัว่ะ!
    #533
    0
  4. วันที่ 4 มกราคม 2558 / 11:34
    สนุกมาก
    #467
    0
  5. #212 Exo-TempG (@oillovetempg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 13:37
    แอร๊ยยยย มี"มารูน"โลกช่างสดใส>///< (เอ่อ....ไม่ใช่และ(_ _;)ข้ามไปเถอะ!!)
    #212
    0
  6. #191 ซาลาเปาเยเย่ (@bai-toey555) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2555 / 12:51
    นี่สินะจุดเริ่มต้นของความรักหลางมหาสมุทร-..- < อินี่ยังบ้าไม่เลิก= =
    // อิอิชอบจังๆ ในที่สุดวลาดคุงก็เข้าร่วมกับโจรสลัดแล้ววววว~~~ 
    ชอบอเล็กเซจังแฮะ แบ่งตังให้เค้าด้วยสิ กร๊ากกกก // วิ่งหนี
    #191
    0
  7. #80 cuteymummy (@cuety) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 21:21
    แอร๊ยยย<br />
    เขินอ่ะ อารมแบบกรี๊ดกร๊าดด&gt;&lt;
    #80
    0
  8. #74 @ P i e r r o t ?™❖ (@black-fantasy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2555 / 07:36
    วลาดเข้าสู่มารูนแล้วสินะ!!!
    #74
    0
  9. #73 แอปเปิ้ลแดง (@apfelwein) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 / 00:32
    โอ๊ด ตื่นเต้นมากใจเต้นตึกๆๆๆเลย
    #73
    0
  10. #72 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 / 12:58
    อ๊ายยยยย วลาดเข้าสู่มารูนแล้ว >/////<
    รอว่าเจ้าชายจะมีบทบาทอะไรออกมาบ้าง อิอิ
    #72
    0
  11. #71 LeN_NeL (@mimil) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2555 / 11:47
    กรี๊ดดดดดดดด รักกัปตันอ่ะ

    รอตอนต่อไปค่าาา ไรต์มาอัพเร็วๆนะ
    #71
    0
  12. #70 ~pink~ (@feriona) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2555 / 10:15
    หัวใจพองโต ^o^!
    ประโยคสุดท้ายนี่ได้ใจมาก ตอนแรกลุ้นจะเป็นจะตาย พอได้สร้อยมาแล้วแทบจะลืมความรู้สึกลุ้นๆ ตามวลาดไปเลย
    เหมือนหัวใจพองโตแทน แทบจะยิ้มตามไปด้วย แทบจะกำสร้อยในตัวด้วยความซาบซึ้งแบบอินสุดๆ แล้วนะเนี่ย
    เก็บรักษาให้ดีนะวลาด กร๊าก!
    #70
    0
  13. #69 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2555 / 23:58
    โอยยยยยยยยยยย ตอนนี้อินมาก โดยเฉพาะตอนวลาด"เเวบ"นี่ หนูรู้สึกว่าเเวบได้เลยทีเดียว
    (ว่าเเต่หัวใจเต้นระรัว....เต้นระรัวเลยสินะ!!!!//พี่วูล์ฟชู้ตออกนอกโลก)
    อเล็กซฺ์...เด็กผี 555555
    (สงสารฟรังค์1วินาที)
    อ๊ายยยยยย คุณพ่อขา(?)  ทำไมคุณพ่อหล่อขนาดนี้ล่ะคะ กรีสสสสสสสสสส(เเต่อิเเม่นี่...นังตะปู๊ว!!!!)
    ส่วนพระเอกนายเอก เอ๊ย! บร๊ะเอกทั้งสองท่าน
    อิหนูวลาดยังคงความโมเอ๊ไว้ได้คงเส้นคงวา เเถมยังพาเเม่ยกหัวใจวายไปหลายตลบ รักเเกจริงๆวลาดิเมียร์!!!
    กัปตัน กัปตัน กัปต๊านนนนนนนนนนนนนนนน
    โอยยยยย หล่อระเบิดระเบ้อ หล่อเเบบลอยตัวโพดๆ กร๊๊ดดดดดดดด รักค่ะ!!! รักโคตรๆค่ะ!!! เป็นซะมีหนูเถอะค่ะ!!!!//ดาบฟาด
     
    เกาะหางเสือลวนลามต้นหนรอตอนต่อไป คนสวยของหนูวววววว//โดนตรบกระจาย
    #69
    0