P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 8 : ♦ 6 ♦ ความใจร้อนไม่เคยส่งผลดีต่อใครยกเว้นศัตรู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 มิ.ย. 55


 

Chapter 06

ความใจร้อนไม่เคยส่งผลดีต่อใครยกเว้นศัตรู

 



วลาดิเมียร์รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้เห็นฝั่งมาแสนนานแล้ว

ท่าที่กำลังจะเข้าเทียบเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ เสียงนกน้ำร้องกันเซ็งแซ่ พอๆ กับเสียงของเหล่าผู้คนที่ค่อนข้างพลุกพล่าน แต่เด็กหนุ่มก็ไม่มีเวลามากพอจะไปเกาะกราบเรือยืนมอง -- เขาไม่ใช่ผู้โดยสาร -- เหล่าโจรสลัดต่างก็วุ่นวายกับการเตรียมตัวเทียบท่า ธงสีแดงเลือดหมูคาดดำที่เคยประดับอยู่บนยอดเสากระโดงถูกลดลง แทนที่ด้วยธงสีขาวหม่นๆ ให้แนบเนียนไปกับเหล่าเรือสินค้า

และทาสอย่างเขาก็มีหน้าที่อย่างที่ทาสทั่วไปควรจะทำนั่นแหละ คือใครสั่งอะไรก็ทำตามไปเสียโดยไม่ต้องเปิดปากพูด

 

“เจ้าจะลงที่นี่เลยไหม”

ราล์ฟเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อตัวเรือกระทบเข้ากับท่าไม้ วลาดิเมียร์เงยหน้าขึ้นมองคนถามพลางวางกล่องไม้หนักๆ ในมือลงที่ดาดฟ้าท้ายเรือ (ซึ่งฮันส์มากระซิบบอกทีหลังว่ามันเป็นสินบนไว้จ่ายเจ้าหน้าที่เผื่อโดนค้นเรือ) เขากวาดสายตามองเลยไปยังตัวเมืองแล้วก็ได้แต่กะพริบตา

“คงงั้น...มั้ง”

เสียงตอบไม่มั่นใจ ราล์ฟหัวเราะรับเบาๆ พลางรุนหลังเขาให้เดินออกจากทาง สมอถูกทิ้งลงทะเล เชือกเส้นหนายึดตัวเรือเอาไว้กับท่า แล้วทางเดินไม้ก็พาดลงไปสู่ฝั่ง ปากก็หันไปออกคำสั่งกับลูกเรือคนอื่นๆ

“เกร็ก ซื้อน้ำกับเสบียงด้วย เอาให้พอถึงโฮม -- เราคงไม่อยู่ที่นี่นานขนาดนั้น”

Aye aye, sir.

เกรกอรี่ออกปากรับคำแล้วหันไปส่งคำสั่งต่อไปยังลูกเรือคนอื่น ก่อนที่จะเลี่ยงตัวไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ประจำท่าเรือ ราล์ฟเอื้อมไปตบบ่าของเด็กหนุ่มผมเงินข้างกายที่ทำหน้าเหมือนไม่รู้จะไปทางไหนดีเบาๆ เอ่ยเรียกเคบินบอยประจำตัวแล้วพยักเพยิดไปยังตัวเมือง

 

“ข้ากับอเล็กเซย์จะลงไปข้างล่างอยู่แล้ว” ชายหนุ่มหัวเราะแล้วขยี้ผมวลาดิเมียร์แรงๆ “ไปด้วยกันก็ได้ ไอ้หนู”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

แต่ในเมืองไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้

วลาดิเมียร์อาจไม่รู้สึก แต่สำหรับราล์ฟ เขาสังเกตได้ถึงทหารเรือที่มากผิดปกติ ชายหนุ่มหรี่ตาลง พวกเขาเป็นโจรสลัดที่พอมีค่าหัวอยู่บ้าง แต่ในน่านน้ำแถวนี้ยังไม่ถือเป็นที่รู้จักมากนัก เพราะ โฮม หรือ อาณาจักร ที่พวกเขาทำ สนธิสัญญา เอาไว้ด้วยคอยช่วยปิดชื่อเอาไว้

และสัญชาตญาณมันบอก ว่ามันมีอะไรสักอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

 

“ข้าได้ยินว่ามีโจรสลัดขึ้นฝั่งมาด้วยล่ะ”

 

เสียงแว่วๆ ของชาวบ้านรอบข้างเล่นเอาราล์ฟถึงกับชะงักไป ชายหนุ่มหันกลับไปสบตากับอเล็กเซย์ที่มาด้วยกัน หากอีกฝ่ายก็ทำได้เพียงส่ายศีรษะเบาๆ สีหน้าเป็นกังวล

“คงไม่ได้หมายถึง...” เด็กหนุ่มเคบินบอยหยุดละไว้ในฐานที่เข้าใจ “...หรอกนะครับ?”

“ขอให้เป็นยังงั้น” ราล์ฟว่าพลางเหลือบมองอีกคนที่มาด้วย วลาดิเมียร์อยู่ในเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่คลุมหมดมิดทั้งหัว ส่วนหนึ่งเพราะรูปร่างลักษณะแบบนั้นเด่นเกินไป โดยเฉพาะข้อแขนที่ยังถูกตรวนขาดๆ ล่ามเอาไว้ และเจ้าตัวก็ดูจะไม่สังเกตสังกาอะไรเหมือนพวกเขา เพียงแค่กวาดนัยน์ตามองไปรอบกายอย่างคนไม่เคยมา

“ให้ข้าไปถามพวกชาวบ้านให้ไหมครับ”

“ก็ดี” กัปตันหนุ่มพยักหน้ารับ “เดี๋ยวข้ารอแถวนี้แหละ”

อเล็กเซย์ผงกหัวแทนคำตอบ ก่อนที่จะเบี่ยงตัวเดินออกไปทางชาวบ้านทั้งหลายที่ยืนเลือกซื้อของตามแผงตลาดแถวนั้น ขอบคุณพระเจ้าที่หน้าตาเขาดูเป็นคนดีเกินกว่าที่ใครจะคิดถึงอาชีพโจรสลัด

 

“ขอโทษครับ” เขาเอ่ยเรียกแม่ค้าผลไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ความที่เคยเดินทางไปหลายที่ทำให้เขาพูดได้หลายภาษาพอสมควร “ข้าได้ยินเรื่องโจรสลัด... เกิดอะไรขึ้นที่นี่หรือครับ”

อีกฝ่ายเลิกคิ้วพลางยิ้มให้นิดหนึ่งอย่างคนค้าขาย

“เป็นคนต่างเมืองหรือจ๊ะพ่อหนุ่ม” หล่อนเดาเอาจากสำเนียงและหน้าตา “เอาผลไม้อะไรสักอย่างไหม”

“สักลูกก็ได้ครับ” อเล็กเซย์หัวเราะเบาๆ “ข้ามากับเรือสินค้าน่ะ เลยค่อนข้างจะ...” ทำท่าขนลุก “ระแวงกับพวกโจรสลัดอยู่นิดหน่อย”

“อ้อ มิน่าล่ะท่าทางกังวลเชียว” แม่ค้าวัยกลางคนยิ้มอย่างเอ็นดู “เรื่องปกติของแถวนี้แหละพ่อหนุ่มเอ๊ย ท่าเรือนี้มันอยู่ในตำแหน่งเสี่ยงอยู่แล้ว แต่พอดีพวกทหารเรือดันออกมาเตือน ก็เลยแตกตื่นไปเท่านั้นเองแหละ”

อเล็กเซย์เลิกคิ้วพลางทวนคำ “เตือน?”

“จริงๆ แถวนี้ก็โจรสลัดเยอะอยู่แล้ว ไม่รู้จะเตือนอะไรกันนักหนา” นางส่ายศีรษะพลางเท้าแขนเข้ากับแผงขายของ น้ำเสียงเบื่อหน่าย “คงกลัวชาวบ้านโดนลูกหลงมั้ง? ป้าก็ไม่รู้ร้อกว่าคนใหญ่คนโตเขาคิดอะไรกันอยู่ แต่เห็นว่าพวกโจรสลัดที่ค่อนข้างอันตรายกลุ่มหนึ่งจะแวะมาแถวนี้น่ะ”

เด็กหนุ่มเอื้อมไปหยิบผลไม้ผลหนึ่งมาไว้ในมือพลางจ่ายเงิน ปากก็เอ่ยถามต่อ

“ค่าหัวสูงหรือครับ”

“มั้งจ๊ะ ขอบใจนะ” คนเป็นแม่ค้ายิ้มรับเหรียญทองแดงที่อีกฝ่ายยื่นให้ “เห็นว่าชื่อ มารูน หรือไงนี่แหละ ข้าก็จำได้แค่ฉายา กรงสัตว์ น่ะนะ ชื่อมันฟังติดหูดี”

“งั้นข้าจะระวังนะครับ” อเล็กเซย์ผงกหัวให้นิดหนึ่งเป็นเชิงขอบคุณพร้อมๆ กับรอยยิ้มที่ยังค้างอยู่บนใบหน้า ก่อนจะเลี่ยงตัวเดินกลับออกมาจากฝูงชน กลับไปสมทบกับอีกสองคนที่ยืนรออยู่

 

ใบหน้าอ่อนๆ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่ กลายเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาในฉับพลัน

“กัปตันครับ... ข้ามีข่าวร้าย”

ราล์ฟหรี่ตาลง รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีกับคำพูดนั้นเป็นอย่างยิ่ง

“อย่าบอกนะว่า...”

 

“โจรสลัดที่พวกชาวบ้านพูดถึงกัน” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลาย “...คือพวกเราเองครับ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“เนื่องด้วยสภาพความปลอดภัยของเมือง... ว่าไป ว่าไป...” เสียงทุ้มห้าวอ่านไปตามแผ่นกระดาษสีออกเหลืองที่ติดอยู่ข้างผนังอิฐ “...ทางการใคร่ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่าน หากพบบุคคลต้องสงสัยที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ กรุณาระวังตัวและแจ้งไปยังกองทัพเรือโดยด่วนที่สุด -- หนึ่ง. ใส่สร้อยหนังสีดำ ที่มีจี้แหวนสีแดงเลือดหมู, สอง. มีลักษณะอย่างโจรสลัด ท่าทางน่าสงสัย -- เออะ ข้อนี้จะบอกทำไมวะเนี่ย”

ราล์ฟเกาท้ายทอยเบาๆ พลางกวาดไล่สายตาไปตามแผ่นประกาศของทางการ ในขณะที่อเล็กเซย์กำลังยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ระหว่างที่อ่านตามไปด้วย

“และขอให้ระวังบุคคลต่อไปนี้เป็นพิเศษ หากสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทางการจะจัดเงินรางวัลและเงินสมทบให้อย่างงาม” เด็กหนุ่มหรี่ตาลงพลางอ่านไล่ลงมา “นักปราบพยศ รูปพรรณสัณฐานเป็นชาวธาลัสซา สูงหกฟุตสองนิ้วโดยประมาณ ตาสีน้ำเงินจัด -- เลือดสีดำ คาดว่าเป็นชาวธาลัสซา สูงเกือบหกฟุต ผิวสีแทนเข้ม มีรอยสักรูปนาฬิกาทรายไร้ฐาน -- มือปิศาจ ไม่ระบุสัญชาติ สูงห้าฟุตเก้านิ้วโดยประมาณ ผมแดง ผิวสองสี...”

“ข้า เกร็ก แล้วก็คาร์ลอส” ราล์ฟยกมือขึ้นกุมขมับบ้าง “เอาแล้วไง ทำไมข้อมูลมันเป๊ะจังวะ”

“เป๊ะหรือ” อเล็กเซย์เงยหน้าขึ้นมอง “ข้านึกว่าท่านสูงหกฟุตสามนิ้วซะอีกครับ กัปตัน”

“ประเด็นเหรอวะนั่น”

“เอาไงดีครับ” เด็กหนุ่มว่า สีหน้าฉายแววลำบากใจ “พวกทหารในเมืองเริ่มมีท่าทีแปลกๆ แล้วด้วย ข้าสังหรณ์ว่า...”

“หยุดสังหรณ์เดี๋ยวนี้เลย ข้าเกลียดสังหรณ์ของเจ้า” ราล์ฟแยกเขี้ยววับพลางหันไปหาวลาดิเมียร์ “สงสัยจะได้แยกกันก็ตอนนี้แหละว่ะไอ้หนู ยินดีด้วย”

วลาดิเมียร์กะพริบตา หากยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ อีกฝ่ายก็หันกลับไปออกคำสั่ง

“อเล็กเซย์ กลับไปที่เรือซะ ให้ฮันส์ย้ายที่จอดไปที่ไหนก็ได้ที่ลับตาคน เดี๋ยวข้าตามไป” กัปตันหนุ่มหยุดเว้นไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “อ้อ อีกอย่าง”

“ครับ?”

“ถอดสร้อยมาด้วย” ราล์ฟกระดิกนิ้ว “ไว้เจอกันบนเรือแล้วข้าจะคืนให้”

เป็นคำสั่งที่เล่นเอาอเล็กเซย์ถึงกับเผลอกำสร้อยที่สวมอยู่แน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววไหวไปนิดหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ -- ตอนนั้นเองที่วลาดิเมียร์เพิ่งสังเกตเห็นเครื่องประดับชิ้นนั้นบนลำคอของคนทั้งสอง

 

สร้อยหนังสีดำ กับจี้แหวนสีแดงเลือดหมู...

 

อเล็กเซย์กัดริมฝีปากล่าง ไม่ยอมปล่อยมือจากแหวนสีแดงวงนั้น

“ข้าไม่โดนจับหรอกครับ”

“ก็เผื่อไว้ -- มีความน่าจะเป็นอีกเยอะแยะที่เจ้าจะโดนจับก่อนไปถึงเรือ” ราล์ฟสวนกลับน้ำเสียงเด็ดขาด “เดี๋ยวนี้ อเล็กเซย์ ชะตาของคนทั้งเรือกับสร้อยแค่เส้นเดียว เจ้าเลือกอะไร”

เด็กหนุ่มสะอึก

 

และอเล็กเซย์ดูยึดติดกับ สัญลักษณ์ นั่นจนวลาดิเมียร์ประหลาดใจ

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

แล้วทันทีที่แยกกัน ราล์ฟก็เบนทิศไปยังร้านค้ามืดๆ ทึมๆ ร้านหนึ่งในตรอกไม่ไกลนัก

“อันนี้ของเจ้า”

กัปตันหนุ่มว่าพลางโยนลวดดัดเล็กๆ อันหนึ่งให้ วลาดิเมียร์กะพริบตาปริบๆ มองลวดเส้นนั้นสลับกับของที่เหลือในมืออีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกใจ

“ข้าเพิ่งเคยเห็นโจรสลัดซื้อของ”

“ของบางอย่างก็ไม่รู้จะไปขโมยที่ไหน” ราล์ฟหัวเราะหึๆ พลางยัดถุงผ้าเล็กๆ เปื้อนๆ ที่เพิ่งซื้อมาลงกระเป๋าข้างเอว “เอาเป็นว่าข้าหมดธุระที่นี่แล้ว ขอให้โชคดีก็แล้วกันนะไอ้หนู”

 

วลาดิเมียร์ก้มลงมองลวดดัดในมือ

แล้วก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะเดินจากไป ก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยปาก เสียงส้นรองเท้าเหล็กดังกระทบพื้นก็แว่วเข้าหู

 

ราล์ฟชะงักกึก นัยน์ตาสีน้ำเงินสว่างเบนกลับไปยังต้นเสียงแทบจะในทันทีด้วยสัญชาตญาณ

ก่อนที่หัวใจจะแทบหล่นวูบ

ภาพเบื้องหน้าคือบุรุษนับสิบคนในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดตา เหนือเครื่องหมายที่อกซ้ายเป็นสัญลักษณ์สีแดงปักลายประจำอาณาจักร ราล์ฟถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะจับสังเกตได้ถึงจำนวนคนไม่น้อยที่ล้อมปิดอยู่ด้านหลัง

วลาดิเมียร์สะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือด -- เขาก็เหมือนกับทาสทั่วไปที่กลัวผู้คนใน เครื่องแบบทหาร หากคนที่ต่อต้านกฎหมายอย่างราล์ฟกลับเพียงเดาะลิ้นหน้าตาย มือก็ยกขึ้นเกาท้ายทอยเบาๆ อย่างแสนเหนื่อยหน่าย

 

เหลือบมองไปอีกทาง... เด็กรับใช้คนหนึ่งวิ่งกลับเข้าไปซุกหัวอยู่ในร้านที่เขาเพิ่งเดินออกมา -- แค่นั้นก็รู้แล้ว ไอ้เจ้าของร้านบัดซบนั่นใช้เด็กให้ไปเรียกทหารเรือมาจับเขา

ไม่น่าอุดหนุนมันเลย

 

“นักปราบพยศ” ทหารเรือคนหนึ่งที่มียศสีแดงคาดแขนเสื้อซ้ายก้าวออกมาข้างหน้าราวกับจะประกาศศึก “ใจกล้าไม่เบานี่ ออกมาเดินเล่นทั้งๆ ที่ใบประกาศจับแปะหราอยู่รอบเมืองเช่นนี้”

ราล์ฟยักไหล่ (และวลาดิเมียร์ลงความเห็นว่าน่าเตะที่สุดในสามโลก)

“โทษทีนะพี่ชาย” ชายหนุ่มเปรยช้าๆ ด้วยภาษาท้องถิ่นของที่นี่ “ถ้าคนที่เจ้ากำลังทักอยู่นี่ไม่ใช่นักปราบพยศ กองทัพเรือจะทำยังไง--- จ่ายค่าทำขวัญหรือ”

ทหารเรือทั้งหมดแทบจะชะงักไปพร้อมกัน แล้วคนที่ดูท่าจะมียศสูงสุดก็กระแอมออกมาเบาๆ ตวัดตอบเสียงห้วนอย่างเสียไม่ได้

“เรื่องนั้นมันก็ต้องเป็นไปตามระเบียบของ---”

“งั้นเจ้าก็ทักคนผิดแล้วล่ะ น้องสาว”

 

แถมไม่ว่าเปล่า มันยังมีหน้ามากระดิกนิ้วรอรับเงินอีกต่างหาก!

 

ทหารคนฟังแทบเลือดขึ้นหน้า -- มันหยาม! หยามกันทั้งกองทัพเรือแบบซึ่งๆ หน้าอย่างไม่กลัวหัวขาด!

“จับมัน!!

เสียงตวาดกร้าวดังลั่น ดังขึ้นพร้อมๆ กับปลายดาบแหลมที่ชี้ตรงไปยังเป้าหมายทันที! วลาดิเมียร์สะดุ้งโหยง หันไปมองไอ้ตัวต้นเหตุด้วยสายตาตระหนก หากราล์ฟกลับไม่เสียเวลาตกใจเลยแม้แต่น้อย -- นัยน์ตาคู่นั้นเพียงกวาดมองเหล่าทหารเรือที่เตรียมพร้อมโจมตี หยุดหยั่งเชิงสถานการณ์ ก่อนที่จะ...!!

 

 

“ขืนขยับเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ไอ้เด็กนี่หัวขาดแน่”

“เฮ้ย!!

 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาวะ!

 

 

วลาดิเมียร์แทบช็อก ตัวเย็นเฉียบแข็งทื่อไปหมด -- โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนตัวสูงกว่าดึงเขาเข้าไปใกล้ ล็อกแขนสองข้างอย่างแน่นหนา พร้อมๆ กับยกดาบสั้นขึ้นพาดกับลำคอเขา!

ผ้าคลุมตัวใหญ่หลุดร่นลงไปบนพื้น เผยให้เห็นสภาพมอมแมมคลุกฝุ่นและโซ่ตรวนที่ข้อมือได้เป็นอย่างดี แถมบวกกับสายตาตระหนกของตัวประกันแล้วก็มากพอจะทำให้ทหารเรือทั้งหมดชะงักกันไปได้

“แก---!!” ดาบที่ชี้มาไหวไป “เลิกเล่นสกปรกได้แล้ว ไอ้คนชั้นต่ำ! ปล่อยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้!!

ราล์ฟหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางยักคิ้วใส่อย่างน่าถีบนัก -- มุกเก่าๆ ใช้ได้ผลเสมอ มีทหารน้อยคนเหลือเกินที่ไม่หลงกลง่ายๆ แบบนี้

“มีโจรสลัดที่ไม่สกปรกด้วยหรือ”

“เจ้าบังอาจ---!!

“ประโยคต่อไปคือ สามหาว!’ ใช่หรือเปล่า?”

ราล์ฟถามกลับอย่างกวนประสาทนัก เรียกคิ้วของคนฟังแต่ละคนให้กระตุกได้เป็นอย่างดี -- ซึ่งเท่านี้ก็มากพอจะทำให้ราล์ฟสรุปได้ว่าไอ้พวกนี้คงไม่มีวันได้ยศสูงไปกว่าพลทหารธรรมดา ก็หน้าที่การงานมันจะไปก้าวหน้าได้อย่างไร ตราบใดที่ยังใจร้อนและโดนยั่วยุได้ง่ายถึงเพียงนี้

แต่นั่นเป็นโชคดีของโจรสลัดอย่างเขา

นัยน์ตาสีสมุทรกวาดมองเหล่าทหารรอบตัว ดาบที่ชี้ตรงมาสั่นไหวๆ ไปด้วยแรงอารมณ์และความไม่มั่นใจ -- แล้วทันทีที่ใครสักคนขยับก้าวขา ราล์ฟก็กดคมดาบเข้ากับลำคอของตัวประกันเข้าอีกนิดจนทุกฝ่ายชะงัก

“อ๊ะๆ บอกแล้วนะว่าอย่าขยับ” กัปตันหนุ่มเอ่ยลอยหน้าลอยตา “หรืออยากให้ทางกองทัพมีมลทินว่าทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเปื้อนเลือด ในการจับกุมโจรสลัดแค่คนเดียว?”

ทหารเรือแต่ละคนกัดฟันกรอดอย่างแสนแค้นใจ ในขณะที่วลาดิเมียร์นั้นได้แต่ตัวแข็งทื่อ หน้าซีดเผือด... ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้สึกได้ถึงคมดาบเย็นเยียบที่ทาบอยู่บนลำคอ...

 

และสารภาพอย่างตรงไปตรงมา เขาจะร้องไห้อยู่แล้ว!

 

ราล์ฟยังล็อกตัวเขาไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ พาเดินถอยหลังช้าๆ กลับเข้าไปในตรอกแคบๆ นั่น เหล่าทหารเรือต่างหันไปสบตากันเองอย่างทำอะไรไม่ถูก แต่พอจะขยับ ดาบเล่มนั้นก็ยิ่งแนบกดเข้าจนคราวนี้เลือดซึมชื้น...

กองทัพเรือชะงักกึก ส่วนวลาดิเมียร์แทบจะหัวใจหยุดเต้นเสียให้ได้

ตัวประกันถูกดึงเข้าไปในตรอกช้าๆ...

 

แล้วตอนนั้นที่ราล์ฟละดาบออก ก่อนที่จะหันหลังวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว!

 

“ตามมันไป!!

 

เสียงตะโกนสั่งตามมาแทบจะในทันที ราล์ฟวิ่งทะลุตรอกนั้นไป (และเขาก็ถูกลากไปด้วย...บัดซบ!) ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหวีดร้องของเหล่าชาวบ้านที่โดนโจรสลัดหนุ่มผลักให้พ้นทาง ถ้อยคำตะโกนอื้ออึงอย่างวุ่นวายดังไม่รู้จบจนวลาดิเมียร์หัวหมุนไปหมด ยังไม่นับกับการวิ่งพรวดพราดจนแทบสับขาไม่ทันนั่นอีกอย่าง

 

เขาเป็นทาส เป็นเด็กรับใช้ในครัว

แล้วมันจะไปวิ่งทันได้ยังไงล่ะเฮ้ย!!

 

วลาดิเมียร์แทบหอบหายใจไม่ทันเมื่อราล์ฟลากเขาไปหยุดที่ซอกแคบๆ ระหว่างบ้านไม้หลังหนึ่งกับกำแพงหินสูง เขตเมืองท่าคงจะสิ้นสุดลงตรงนี้ ใบไม้รกหนาที่เลื้อยอยู่ตามร่องหินแตกๆ ช่วยอำพรางทางเข้าเอาไว้ได้บ้าง

ราล์ฟปล่อยมือที่จับตัวอีกฝ่ายออก ก่อนที่จะเบนความสนใจไปยังต้นทางด้านนอกอย่างคร่าวๆ ปล่อยให้เด็กหนุ่มที่เพิ่งได้รับอิสระรีบปราดถอยหลังไปจนหลังทาบเข้ากับกำแพงหิน หัวเข่าสั่นพั่บๆ ไปหมดจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ซึ่งวลาดิเมียร์คิดว่าเป็นเพราะเหนื่อยจากการวิ่งมากกว่าจะเป็นเพราะกลัว

 

ปากอยากจะส่งเสียงประณาม แต่วลาดิเมียร์ยอมรับว่าเขาพูดไม่ออก... จะบอกว่าอีกฝ่ายหักหลังก็กล่าวได้ไม่เต็มปาก เพราะเขาเป็นแค่ทาสที่ถูกจับมา...

แต่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นมันทำให้เผลอคิด

มันทำให้วลาดิเมียร์เกือบลืมไปแล้ว ว่าคนตรงหน้าเขาก็เป็น โจรสลัด คนหนึ่ง...

 

ราล์ฟหันกลับมามอง... กวาดมองใบหน้าโทรมๆ ชุ่มเหงื่อที่หวิดจะร้องไห้อยู่รอมร่อของตัวประกันแล้วก็ถอนหายใจยาว เอื้อมมือกร้านไปขยี้เส้นผมสีเงินนั่นแรงๆ จนเด็กหนุ่มแทบสะดุ้ง

“ขอโทษทีว่ะวลาด สถานการณ์พาไป” คนลักพาตัวเอ่ยเสียงอ่อนเหมือนจะรู้ตัวว่าผิด “เจ็บมั้ย?”

วลาดิเมียร์เผลอยกมือขึ้นลูบรอยที่โดนดาบกรีด

“ก็...แสบๆ...”

ราล์ฟจับหน้าอีกฝ่ายเงยขึ้นพลางมองรอยเลือดซึมๆ ที่บาดแผลนั่นคร่าวๆ “ขออภัยว่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะให้โดนนะนั่น”

 

เสียงโหวกเหวกดังแว่วเข้าหู ทั้งสองคนชะงัก ก่อนที่ราล์ฟจะเป็นฝ่ายผละไปแล้วเหลือบมองไปทางถนนใหญ่

 

“ทียังงี้ล่ะตามไวนัก ไอ้พวกระยำเอ๊ย!” ชายหนุ่มสบถอุบ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนข้างกายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไป ไอ้หนู ไปถ่วงเวลาให้ข้าที”

วลาดิเมียร์กะพริบตาปริบๆ “...หา?”

“ไปบอกไอ้พวกทหารเรือว่าเจ้าโดนพวกข้าจับมา สร้างเรื่องอะไรก็ได้ ให้ข้อมูลอะไรมันไปก็ได้--- ยืดเวลาให้ข้าสักห้านาทีก็พอ” ราล์ฟว่าพลางขยี้ผมเขาแรงๆ อีกรอบ “ข้าได้หนี เจ้าได้เงินค่าทำขวัญจากพวกทหารนั่น -- แฟร์พอมั้ย”

คนฟังแทบอึ้งกับคนที่กำลังขายตัวเองอย่างหน้าด้านๆ

“ข... ข้า---”

“โชคดีไอ้หนู ลาขาดกันตรงนี้แหละ”

 

ไม่ว่าเปล่า โจรสลัดหนุ่มตบบ่าเขาเบาๆ แล้วโบกมือนิดแทนคำลา ปล่อยทิ้งให้เด็กหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งกับแผนการกะทันหันนั่นคล้ายจะจับต้นชนปลายไม่ถูก ยิ่งมองอีกฝ่ายยิ้มมาให้เหมือนเคยแล้วหัวสมองยิ่งไม่ทำงาน...

หากก่อนที่จะได้ออกตัววิ่ง ราล์ฟก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

 

“อ้อ แล้วก็...” คำเอ่ยทิ้งท้าย “ถ้าไม่อยากกลับไปเป็นทาส ก็บอกพวกมันไปว่าข้าเป็นคนใส่ตรวนอันนั้นละกันนะ”

 

เสียงโวยวายของเหล่าทหารเรือดังใกล้เข้ามา แล้วคนมีค่าหัวก็ยักคิ้วให้เป็นเชิงลา ก่อนที่ร่างสูงๆ นั่นจะวิ่งลับหายไปจากตรอกแคบๆ ที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็วตามประสาคนเป็นโจร

วลาดิเมียร์กลืนน้ำลายไม่ลงคอ

 

เขาอาจจะคิดไปเอง

แต่โซ่ตรวนที่พันธนาการข้อแขนมันหนักขึ้นทันทีที่ผู้ชายคนนั้นพูดจบ

 

 

xxxxxxxxxx





From Writer:

คลานมาอัพอย่างสปีดหอยทาก (ฮา) สารภาพว่ายังไม่ได้เขียนบทใหม่เลยค่ะ นี่เอาของในสต๊อกที่มีลงมาไว้ก่อน ถ้าหมดเมื่อไรก็สนุกสนานเมื่อนั้น 55555

ปีหนึ่งเข้าห้องเชียร์แล้วแทบไม่ได้นอนเลยค่ะ เพิ่งจะได้หลับเต็มๆ ก็วันนี้นี่แหละ (ฮา) ตีสามมาหลายคืนแล้ว นอกจากตัวนิยาย ถ้าวันไหนว่างๆ เราก็จะไปแปะแฟนอาร์ตเล่นๆ ใน >>แฟนเพจ<< นะคะ (ตราบเท่าที่ยังมีสต๊อก...เช่นเคย) ตามไปดูกันได้เน้อ~

ไม่มีอะไรจะเม้าธ์ ก็ขอให้สนุกกันเหมือนเดิมค่า คิดอะไรยังไงก็ว่ากันได้เสมอน้า  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #590 fangy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 21:58
    ย้ำอีกที ราล์ฟ 'อุ่น'



    แล้วถามจริงเถอะนะ ที่ขยี้หัวนั่น การขอโทษแบบนั้น คำพูดสุดท้ายก่อนวิ่งนั่น แถมบรรยากาศในบทก่อนที่เหมือนพักให้หายใจนิด ๆ ก่อนต้องมาเหนื่อยจนขาสั่นขนาดนี้นี่ใครมันจะไปลืมลง ใครจะตัดใจลง

    อ่านแล้วก็ว่าตอนนี้วลาดเด็กจริง ๆนั่นแหละ คิดอย่างไหน รู้สึกยังไงดูจะเผยออกมาหมดโดยเฉพาะตอนอยู่กับกัปตัน ก็แหม เตาความร้อนขนาดนี้จะไม่ให้ใครหันมองตามเป็นดอกทานตะวันได้ยังไงกัน



    เป็นเรา ถ้าเจอคนแบบนี้แล้วยิ่งไม่มีที่ให้กลับแบบวลาดด้วยแล้ว ถ้าได้ เราก็เลือกวิ่งตามแน่ ๆ เหมือนกันล่ะ



    ปล. จากบทก่อน ช้อบบบชอบฟรองซัวร์ม้ากมาก กวนมากเหลือหลาย 5555 ตลกดีตอนอยู๋กับวลาด มาดามน่ารักมาก ดีงามที่ทุกคนไม่อาฆาตนี่แหละ ชอบส่วนนี้ที่สุดแล้ว โดยเฉพาะการหันมองฟรังค์พร้อมกันแล้วทำให้ลักษณะภายนอกกลายเป็นตลกแบบอบอุ่นน่ะ บรรยากาศสบาย ๆ แบบนี้เป็นอะไรที่ทำให้ยิ้มได้มากสุดแล้ว

    ส่วนนายพลกับพันเอกนั่น น่าสนใจ จากการอ่านคราวก่อนจำได้ว่าเป็นใคร เดี๋ยวรอดูว่าคราวนี้จะรู้สึกยังไงบ้างล่ะนะ

    ปล2. หมั่นไส้การสบตาปิ๊งของเจ้าวลาดขั้นสุด ให้ตายชักเหอะ 55555 เด็กบ้าเอ๊ยยยยยย
    #590
    0
  2. #532 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 14:09
    สปิริตการเอาตัวรอดกัปตันนี่แอล่มแจ่มว้าว
    นี่สิมันสมองของทีม
    #จำใจกราบ

    แต่บรรยายดีโคตรอ่ะ ทำไมคำพูดคำจา ความคิดตัวละครถึงกัดกร่อนหัวใจฉันแบบนี้คะคุณ #ดิ้น
    #532
    0
  3. วันที่ 4 มกราคม 2558 / 11:31
    สนุกมาก
    #466
    0
  4. #279 Dymiiry (@mbforever) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 01:58
    ชวนจิ้นมากมาย....
    #279
    0
  5. #211 Exo-TempG (@oillovetempg) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 13:21
    :::ถึงจะบอกว่าไม่ใช่วาย แต่ก็จิ้นไปหลายคู่เหมือนกัน-.,-
    #211
    0
  6. #190 ซาลาเปาเยเย่ (@bai-toey555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2555 / 12:40
    รู้สึกชอบคำนี้จัง Aye aye,sir. -..- 
    // แอร๊ๆ นี่มันตำนานรักโจรสลัดวายร้ายทลายหัวใจนายตาบอดรึเปล่าเนี่ย *0* << เพ้อ= =
    หุหุหุุ -..-
    #190
    0
  7. #67 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 16:50
     อืม ยอมรับว่าเราจิ้นไปเยอะมาก 55555
    ไม่สนใจแต่งโชเนนไอ ไปเลยหรอค๊า 
    หรือแค่ให้จิ้นเฉยๆก็ได้ (แค่นี้ก็เคลิ้มแล้ว >_<)
     
    โอหนุ่มโจรสลัดนี่มันน่าสนใจอีกอย่างตรง 'ไม่มีผู้หญิงนั่นแหละ'
    ชอบเรื่องนี้จัง ขอตามด้วยคนค่า ~
    *แล้วหนุ่มวลาดจะกลับขึ้นเรือยังไงละเนี่ย
    #67
    0
  8. #65 @ P i e r r o t ?™❖ (@black-fantasy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 19:40
    วลาด~จะจากกันไม่ได้น้า~~~~~~~~~~
    #65
    0
  9. #64 ~pink~ (@feriona) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 12:50
    โอ้ววว แยกกันแล้ว ไม่น้าาาาาาาา
    จะรอดูค่ะว่าวลาดจะวกมาเจอราฟล์อีท่าไหนอีก หึหึ
    #64
    0
  10. #63 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 09:25
     วลาดดดด มาโวมากเลยนะนายเนี่ยยยยย
    อยากให้ราล์ฟจับนายล่ามโซ่ต่อไปอีกนานๆอ่ะดี้ กรี๊ดดดด
    #63
    0
  11. #62 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2555 / 22:44
    หนู(?)วลาดโดนทิ้งงง
    น่าฉงฉานจัง -A-
    อยากไปกับเขาล่ะเสะ อยากไปก็บอกไปเซ่~

    รอตอนต่อไปค่ะพี่สาววว
    #62
    0
  12. #61 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2555 / 22:17
    เเอ๊ยยยยยยยยยยยย
    ปานวาดโมเอ๊สลัดผักมว๊ากกกกกกกกกกกก
    เเหม่ นี่ก็อีกคน รักกัปตันเเล้วล่ะเซ่!!! ละเซ่!!!!//อีโต้ฟันคอฉับ
    กัปตันก็..
    ...
    ถ้าจะหอกหักไปด้วย หล่อไปด้วยขนาดนี้ เป็นเจ้าบ่าวหนูซะดีๆเถอะค่า!!!!!!!
    ///เผ่น

    ///เกาะท้ายเรือรอต่อไป ก๊ากกกกกกกกกกกกก
    #61
    0