P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 7 : ♦ 5 ♦ สัตว์ร้ายที่ไหนก็ร้ายน้อยกว่าคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    30 พ.ค. 55


 

Chapter 05

สัตว์ร้ายที่ไหนก็ร้ายน้อยกว่าคน

 


“โจรสลัดเดี๋ยวนี้ชักจะแข็งข้อขึ้นทุกวัน”

เสียงทุ้มนุ่มกังวานดังก้องอยู่ในห้องทำงานใหญ่ ผู้พูดเป็นชายหนุ่มร่างสูงในชุดเครื่องแบบสีขาว ผมสีทองหยักศก ใบหน้าหล่อเหลาเหมาะเจาะอย่างที่ไม่ว่าสาวไหนก็อดเหลียวหลังกลับมามองไม่ได้ นัยน์ตาสีเขียวเทาคู่คมฉายแววแห่งอำนาจเด็ดขาด มือทั้งสองข้างภายใต้ถุงมือหนังประสานเข้าด้วยกันเหนือโต๊ะทำงานไม้เคลือบเงาตัวใหญ่

“แม้แต่พวกที่อยู่ภายใต้สนธิสัญญา ยิ่งนับวันก็ยิ่งเหิมเกริม” ชายหนุ่มว่าพลางส่ายศีรษะเบาๆ อย่างอ่อนใจ “ไม่มีสัจจะในหมู่โจรอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ -- เจ้าว่าข้าควรจะทำยังไงกับพวกนั้นดี”

เงียบ

ไม่มีคำตอบจากคนถูกถาม ชายหนุ่มผมทองชักคิ้วกระตุก มองบุรุษในชุดทหารยศต่ำกว่าเบื้องหน้าที่ทำหน้าเหมือนจะหลับแล้วยิ้มเครียด มือทุบโต๊ะดังปัง!

 

“ฟังข้าอยู่หรือเปล่า พันเอกฌาคส์ ลูคัส!!

 

คนถูกเรียกทำหน้าเหมือนเพิ่งตื่น ไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนใดๆ ทั้งสิ้น

“ฟังอยู่ครับท่านนายพล”

พลเรือเอกกาเบรียล การิสต้า ยกมือขึ้นกุมขมับกับลูกน้องคนสนิท หากฌาคส์กลับเพียงเบนนัยน์ตาสีน้ำตาลนิ่งๆ เหมือนปลาตายคู่นั้นมาสบด้วย

“ฌาคส์ ขอร้อง” คนเป็นนายพลส่งเสียงปรามดุๆ “ตื่นได้แล้ว”

“ไม่ได้ครับ เมื่อคืนดึกไปหน่อย”

กาเบรียลทำหน้าเหมือนอยากทุ่มโต๊ะทำงานใส่หัวมัน ก่อนจะตัดสินใจไม่เอาความอะไรมาก ฌาคส์เป็นผู้ช่วย -- ลูกน้อง -- คนสนิท -- และอะไรเทือกๆ นั้น ซึ่งเขาสนิทกับฌาคส์มากเกินไป สนิทเกินจนมันแทบจะลืมความแตกต่างระหว่างยศตำแหน่งอยู่แล้ว!

“ไม่ตื่นก็ไม่ตื่น” กาเบรียลโบกไม้โบกมืออย่างอ่อนใจ “สรุปแล้ว... เจ้าว่าข้าจะเอายังไงดี ท่านผู้บัญชาการก็เร่งจะเอารายงานอยู่นั่น”

“ก็ช่างหัวมันสิครับ”

“ข้าเรียกเจ้ามาช่วยงาน ไม่ได้มาช่วยถ่วงงาน!” กาเบรียลแยกเขี้ยววับ “พวกโจรสลัดที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองเริ่มจ่ายเงินไม่ตรงกับสนธิสัญญามากขึ้นทุกวัน -- ยิ่งเป็นแบบนี้มากเท่าไร พวกพ่อค้ายิ่งกลัวกันมากเท่านั้น ท่านผู้บัญชาการดูจะไม่พอใจเท่าไรกับเรื่องนี้ซะด้วย”

“ก็ตั้งแต่กรณีสังหารหมู่โจรสลัดนั่นแหละครับ” ฌาคส์เอ่ยเสียงนิ่งๆ ไพล่ไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนัก “สามลำในสามคืน -- แถมคนที่ตายเป็นโจรสลัดภายใต้สนธิสัญญาของเราด้วย -- การที่จู่ๆ ก็โดนฆ่าล้างทั้งเรือแบบไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลยแบบนี้ มันคงทำให้โจรสลัดที่เหลือรู้แล้วว่าความคุ้มครองของทางการไม่ช่วยอะไร”

“มันไม่เกี่ยว” คนยศสูงกว่าแย้งทันใด “ที่พวกนั้นยอมจ่ายเงินให้กองทัพ ยอมไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรือสินค้าของอาณาจักรเรา ไม่ได้ทำไปเพื่อให้เรารับผิดชอบความตาย”

“สนธิสัญญาบอกแค่ว่ากองทัพเรือจะไม่จับกุม” อีกฝ่ายพยักหน้ารับน้อยๆ “แต่โจรสลัดก็คนไม่ใช่หรือครับ ใครบ้างที่ไม่กลัวความตาย”

 

พลเรือเอกไม่ได้ตอบ

 

แล้วสุดท้าย ชายหนุ่มก็พ่นลมหายใจยาว ก่อนจะเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้สูงอย่างเหนื่อยอ่อน

“มันคงไม่จบแค่นี้” เขาทำนาย

“คงไม่มีทางจบ ถ้าฆาตกรยังคงลอยนวลไปเหมือนผี” ฌาคส์ว่า กาเบรียลเองก็เห็นด้วย... น้ำเสียงมั่นคง แน่วแน่ ตรงไปตรงมา กับสายตาที่มองทะลุผ่านปัญหาไปได้ คือเหตุผลหนึ่งที่เขาเลือกคนอย่างฌาคส์ ลูคัส ให้ก้าวมาถึงตำแหน่งนี้ “สนธิสัญญาอาจจะถูกละเมิดไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เรื่องคงไม่จบง่ายๆ”

“ข้าล่ะอยากรู้นัก ว่าใครสังหารหมู่พวกโจรสลัดนั่น” กาเบรียลส่ายศีรษะเบาๆ “ปั่นป่วนกันไปทั้งกองทัพทั้งโจรสลัด ยังกับทะเลคลั่งไม่มีผิด”

มุมปากของพันเอกหยักขึ้นนิด

“ทะเลคลั่ง” ฌาคส์ยักไหล่ นัยน์ตาพราวขึ้น “น่าลองให้ กรงสัตว์ จับไปขังสักทีเหมือนกันนะครับ เห็นว่า นักปราบพยศ คนนั้นฝีมือไม่เลวเหมือนกัน”

กาเบรียลหัวเราะ ส่ายศีรษะ

“กรงสัตว์มีไว้ขังสัตว์ นักปราบพยศก็ปราบได้แค่สัตว์ -- ปราบคลื่นทะเลที่กำลังคลั่งไม่ได้หรอก” รอยยิ้มหยัน “คนพวกนั้นไม่ใช่กองทัพเรือ”

คราวนี้ฌาคส์ลอบถอนหายใจ หากนัยน์ตาแฝงแววขบขันอย่างปิดไม่มิด

ผู้ชายตรงหน้าเขาเป็นคนของกองทัพอย่างสมบูรณ์ เกิดมากับกองทัพ หายใจเข้าออกเพื่อกองทัพ ความคิดวนเวียนอยู่ในกองทัพ และก็คงจะตายไปกับกองทัพนั่นเอง

 

กองทัพเรืองั้นหรือ

หากคนที่ครองท้องทะเลอย่างโจรสลัดยังทำไม่ได้ แล้วกองทัพเรือจะไปปราบมหาสมุทรที่บ้าคลั่งได้อย่างไร

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“เอ่อ... ทิกเกอร์?”

หง่าว

“เออะ ชื่อแมนไป? งั้น...งั้น...โซอี้?”

หง่าว

“ไม่ถูกใจอีก เอ่อ... พุชก้า? ไม่สิ นั่นมันแปลว่าฟู แกไม่เห็นจะฟู---”

พรึ่บ!!

“เฮ้ย อย่าเผากันสิโว้ย! ไอ้แมวเปรตนี่!

วลาดิเมียร์โวยวายลั่นเมื่อเปลวไฟร้อนๆ พุ่งเข้าใส่ -- โอเค จริงๆ ก็ไม่ได้ร้อนอะไรหรอก ไฟทำอะไรเขาไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องชอบความรู้สึกยามที่เปลวไฟลามเลียร่างกายนี่หว่า!


...

ดูเหมือนว่าการไม่ได้กินอะไรเลยมาหลายวันทำให้ท้องเขาร้องหนักพอดู ราล์ฟเลยถอนหายใจใหญ่แล้วลากเขามานั่งจุมปุ๊กอยู่ในห้องครัวหลังจากทำแผลเสร็จ กัปตันเรือหนุ่มโยนขนมปังสามสี่ก้อน เนื้อแห้งอีกนิดหน่อย กับน้ำอีกหนึ่งถ้วยเต็มๆ มาให้ ก่อนที่จะปลีกตัวไปควบคุมหางเสือต่อตามหน้าที่

วลาดิเมียร์ได้แต่อึ้งที่อีกฝ่ายกล้าทิ้งคนหิวไว้กับคลังเสบียง แต่พอจะไปหยิบมาเพิ่ม ภาพของนัยน์ตาสีน้ำเงินสว่างคู่นั้นก็แวบผ่านเข้ามาในหัวสมอง เล่นเอาความรู้สึกผิดเก่าๆ ไหลปราดหนักจนไม่กล้าเห็นแก่ตัว

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แต่ผู้ชายคนนั้นกักขังคนได้ด้วยสายตากับรอยยิ้ม

วลาดิเมียร์เลยเปลี่ยนใจ คุ้ยหาอะไรที่พอจะใช้การได้มาโยนใส่หม้อเล็กๆ ที่แขวนอยู่บนผนัง และด้วยความหิว เขาเลยยอมกลับความตั้งใจของตัวเองที่ว่าจะไม่ใช้เวทมนตร์ แล้วจุดไฟบนเตาเองเสียเพื่อความรวดเร็ว ก่อนจะคว้ามีดทำครัวแถวนั้นมาสับๆ เนื้อแห้งที่ได้มาแล้วโยนตามลงไปพร้อมกับน้ำ มือหยิบเครื่องเทศเครื่องปรุงอะไรได้ก็เอามาเทๆ แบบไม่คิดมาก

กลิ่นเครื่องเทศเริ่มหอม แล้วระหว่างที่เขากำลังเอาช้อนไม้เปื้อนๆ (ที่พยายามเช็ดไปก็ไม่ได้สะอาดขึ้นเท่าไร) นั่งคนรอให้เข้าที่ เสียงที่หลอนหูนรกแตกก็ดังขึ้นด้านหลัง

 

“เมี้ยว~”

 

ด้วยรักและบัดซบ! นังเหมียวผีหลอกนั่นกลับมาอีกแล้ว!!

ถ้าวลาดิเมียร์เป็นผู้หญิงคงหลุดกรี๊ดออกมาแล้ว หรือไม่งั้นก็จะกรี๊ดทั้งๆ ที่เป็นผู้ชายเต็มตัวมันนี่แหละ! ก็จะให้ทนยังไงได้ ในเมื่อหันกลับไปเห็นแมวน้อยสีน้ำตาลอมส้มตัวนั้นยืนอยู่ที่ธรณีประตู!

หากคราวนี้มันไม่ได้มาอย่างหลอกหลอนพร้อมสายตาเย็นเยียบเหมือนแมวผี -- มันกลับเดินเข้ามาใกล้แล้วส่งสายตาออดอ้อนใสแจ๋ว ไม่เหลือคราบเค้าปิศาจแสนดุร้ายก่อนหน้านั้นเลยแม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อ จะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือก็ร้องไม่ออก จะวิ่งหนีมันก็ขวางทาง เลยได้แต่มองมันตาปริบๆ เหงื่อแตกพลั่กๆ ก่อนที่ไอ้เหมียวตัวนั้นจะเดินเข้ามา...!!

 

ไซ้

 

...ครับพี่น้อง มันไซ้!

ไซ้เสร็จก็เอาหัวไถๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเหมือนจะขอโทษ หูข้างซ้ายที่ขาดวิ่นไปด้วยฝีมือกัปตันเรือกระดิกเบาๆ คล้ายจะบอกว่าหนูผิดไปแล้ว อย่าโกรธหนูนะ...

 

เขาเลยอดใจอ่อนไม่ได้ จนมานั่งตั้งชื่อให้มันเล่นอยู่นี่ไง!!

 

วลาดิเมียร์แอบปวดหัวกับตัวเองเหมือนกันที่กล้านั่งคุยนั่งเล่นกับมัน หลังจากเจอฤทธิ์เขี้ยวเล็บมรณะนั่นมากับตัว แต่อาจเพราะทนสายตาเว้าวอนนั่นไม่ไหว บวกกับความเหงาลึกๆ กับความรู้สึกบางอย่างที่ทิ้งตัวลง เขาเลยไม่ค่อยกลัวนัก...

ไม่กลัว... แมวตรงหน้าทำให้เขารู้สึกอย่างนั้น -- สัตว์ร้ายที่ไหนก็ร้ายน้อยกว่าคนเพราะมันซื่อ ตรงไปตรงมา เมื่อมันแพ้คือรู้ตัวว่าแพ้ และเขาก็รู้ว่าคงไม่เจอการเสแสร้ง ตอแหล ตลบแตลงว่าอ่อนแอเพื่อรอจังหวะจะแก้แค้นจากเจ้าตัวตรงหน้านี่ ความระแวงเลยค่อยๆ ถูกกร่อนลงจนมานั่งเล่นด้วยกันได้

“แกนี่เรื่องมากว่ะ” วลาดิเมียร์บ่นพลางพับผ้าเก่าๆ ผืนหนึ่งวางลงบนโต๊ะ “งั้น... งั้น... คัชก้า?”

พอนึกไม่ออก เขาก็เริ่มงัดภาษาบ้านเกิดมาตั้งให้ หากไอ้เหมียวตรงหน้าดูท่าจะไม่ชอบเท่าไร เลยส่งเสียงหง่าวๆ แล้วสะบัดปลายหางไปมาอย่างหยิ่งๆ

วลาดิเมียร์แยกเขี้ยว ก่อนจะหันไปหยิบหม้ออาหารที่ส่งกลิ่นหอมๆ มาวางไว้บนผืนผ้า มือก็บิก้อนขนมปังใส่ลงหม้อ แมวตัวนั้นทำตาใส เอียงคอมองอย่างมีความหวัง

“เออ เอาเข้าไป” เขาว่าพลางบิขนมปังชิ้นเล็กๆ ให้ มันรีบก้มลงงับๆ แล้วเงยขึ้นมาสบตาปิ๊งๆ อีกรอบ วลาดิเมียร์หัวเราะเบาๆ มือยังคนช้อนไม้ในหม้อไปมา “บ๊ะ นั่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่เอา งั้นจะเอาชื่อไหนล่ะวะครับมาดาม!

เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงล้อเลียน แต่แค่นั้นแหละ ลูกตาสีอำพันของเจ้าแมวตรงหน้าก็วิบวับขึ้นทันใด ก่อนที่มันจะเข้ามาเอาหัวไซ้ๆ ส่งเสียงครางครือในลำคอราวกับถูกใจ

 

“กลิ่นอะไรวะ... หอมเป็นบ้า”

 

กัปตันเรือหนุ่มโผล่หน้าเข้ามาก่อนที่วลาดิเมียร์จะได้ทันเอ่ยอะไรต่อ ราล์ฟเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นหม้อใบเล็กควันฉุย ส่งกลิ่นเครื่องเทศหอมอบอวลวางอยู่บนโต๊ะ เขากะพริบตาพลางเบนมองหน้าคนในห้อง

แมวสีส้มหันไปส่งเสียงร้องหง่าว แวบหายตัวมาเกาะอยู่บนไหล่ของชายหนุ่มแล้วเริ่มไซ้อย่างออดอ้อน

“เออะ... นี่ญาติดีกับเขาไปทั่วแล้วเรอะ!” วลาดิเมียร์กะพริบตาปริบๆ แยกเขี้ยวใส่ไอ้เหมียวตัวดี ราล์ฟขยับยิ้มอย่างเห็นขัน หันไปลูบๆ ขนมันเบาๆ พลางเดินมานั่งอยู่บนโต๊ะ

“ก็พอเจ้าวิ่งหนีไป---” เสียงทุ้มนุ่มเปรย พยายามกลั้นขำเมื่อเห็นวลาดิเมียร์ทำหน้าแปลกๆ มันคงเขินตัวเองอยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกันแหละที่ร้องไห้ให้เขาเห็นซะขนาดนั้น “ข้าก็เลยไปทำแผลให้มัน แล้ว...มันก็ติดข้าซะงั้น”

“โหย โปรยเสน่ห์ใส่แมว”

“ว่าไงนะ”

“เปล่าครับ” วลาดิเมียร์รีบกลับคำ ฉีกยิ้ม “ไม่ได้พูดอะไรเลยครับผม”

ราล์ฟไม่ได้เซ้าซี้ อาจเพราะกลิ่นอาหารมันเริ่มหอมจนเสียสมาธิ เล่นเอาชายหนุ่มอดเหลือบมองของในหม้อไม่ได้อย่างสงสัย

“อะไรนั่น” เขาออกปากถาม

“ไม่รู้เหมือนกัน หยิบอะไรได้ก็ยัดใส่ลงไป” วลาดิเมียร์ตอบซื่อๆ ยังไม่จบประเด็นกับไอ้ตัวหน้าขนสี่ขาที่อ้อนราล์ฟไม่เลิก “เฮ้ย ไม่ยอมปล่อยเลยเรอะ ไอ้แมวนี่ก็แรดบัดซบ--- กรี๊ด ขอโทษครับมาด๊ามมม!!

ว่าแล้วไอ้หนุ่มผิวซีดก็วิ่งหลบลูกไฟกันอุตลุด ทำเอาราล์ฟได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองคนกับแมวทะเลาะกัน ก่อนที่เจ้า มาดาม ที่เพิ่งได้ชื่อกันสดๆ ร้อนๆ เมื่อครู่จะแวบหายตัวไปเกาะไหล่วลาดิเมียร์แล้วเริ่มจุดไฟขึ้นตามเนื้อตัว...

 

เออ เรือเขาจะโดนเผาราบก็เพราะไอ้สองตัวนี้นี่แหละ เจริญลง!!

 

“เจ้าทำอาหารเป็น” ราล์ฟเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังแยกเขี้ยว ด่าแฟดๆ ใส่แมวน้อยสีส้มตัวนั้นไม่เลิก วลาดิเมียร์หันกลับไปมอง พยักหน้ารับเบาๆ แทนคำตอบ ซึ่งคนเป็นกัปตันเรือก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่เอื้อมไปหยิบช้อนคันนั้นมาตักของในหม้อขึ้นชิม

นัยน์ตาสีน้ำเงินสว่างฉายแววพราวขึ้นนิดหนึ่ง วลาดิเมียร์แอบเลิกคิ้ว แต่ก็รับช้อนกลับมาตักซุปกินกับขนมปังเงียบๆ โดยมีเจ้ามาดามนั่งสะบัดปลายหางมองอยู่ข้างๆ -- ราล์ฟไม่ได้มองเขา แต่มองไปอีกทางเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง จนเขากินเกือบหมดแล้วนั่นแหละถึงได้เอ่ยขึ้น

“ถ้ารวมข้า รวมเจ้า เรือลำนี้มีทั้งหมดยี่สิบแปดคน” ชายหนุ่มว่า “เข้าใจนะ?”

“ครับ?”

“เจ้าเป็นทาส คงไม่คิดจะนั่งๆ นอนๆ อยู่บนเรือเฉยๆ หรอกใช่ไหม” ราล์ฟโคลงศีรษะพลางลุกขึ้นจากโต๊ะ ตั้งท่าจะเดินจากไป “แค่ทำอาหารสามมื้อเลี้ยงคนทั้งเรือทุกวัน คงไม่เกินกำลังหรอกนะ”

 

วลาดิเมียร์แทบสำลัก

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ดูเหมือนเขาจะหนีไม่พ้นก้นครัว

จริงๆ แล้ววลาดิเมียร์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไรครัวนักหรอก เขาขึ้นมาอาศัยอยู่บนเรือตั้งแต่เก้าขวบ ทำงานเป็นเด็กรับใช้ในครัวบนเรือสินค้าจนโตเป็นวัยรุ่น แม้ระหว่างนั้นจะโดนเรือโจรสลัดโจมตีแล้วโดนจับไปค้าทาสไปบ้าง แต่แค่ไม่นานก็มีเรือพ่อค้าอีกลำซื้อตัวไปทำงานในครัวอีกเหมือนเดิม

มันเหมือนลูปนรก เขาโดนจับค้าทาสอีกแล้ว แต่คราวนี้ไปจบอยู่ในครัวบนเรือโจรสลัด แทนที่จะเป็นเรือสินค้า

 

“เฮ้ย อร่อยว่ะ”

“ข้ารู้สึกเหมือนไม่ได้กินอะไรแบบนี้มานานฉิบหายแล้ว ให้ตาย!

“พระเจ้า อร่อยโคตร!

 

และเขารู้สึกว่ากำลังหุบยิ้มไม่ได้

“เฮ้ย ไอ้เด็กผีกำลังจะลอยแล้วว่ะ” ฮันส์เป่าปากแซวมาจากอีกฟากของโต๊ะ

“ก็ให้ลอยไปสิครับ ถ้ามันจะอร่อยขนาดนี้” อเล็กเซย์แย้งขึ้นมาแทบจะในทันที เรียกเสียงเห็นด้วยจากคนฟังได้เกรียวกราวอย่างน่าตบ (จนฮันส์เผลอตบกบาลมันไปโดยไม่ได้เจตนา) อันที่จริงมันก็ไม่ได้อร่อยเลิศเลออะไรขนาดนั้นหรอก แต่ถ้าเทียบกับขนมปังชืดๆ กับเนื้อแห้งที่กินซ้ำไปซ้ำมาเป็นเดือนๆ แล้ว แค่นี้ก็แทบจะเทียบเท่าอาหารสวรรค์

“โว้ย หมั่นไส้” เสียงแหบๆ ของคนข้างๆ ดังขึ้นขัดจังหวะความเฮฮา คราวนี้ทุกคนหันกลับไปมอง คนพูดเป็นชายหนุ่มร่างผอม ไว้หนวดเคราจางๆ ผมสีฟางแห้งหยักศกน้อยๆ ยาวเกือบประบ่า ตาทอดตกเหมือนคนง่วงตลอดเวลาหากก็พราวระริก แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าแขนซ้ายที่หายไปจากร่างกาย...

ส่วนที่ควรจะเป็นมือขวา มีเพียงตะขอโลหะสีเงินวาววับ

แล้วคนทั้งเรือก็หลุดหัวเราะพรืด

“โอ๊ย ไอ้หนู! ไปเอาอะไรแห้งๆ มาให้ฟรองซัวร์มันกินหน่อยเหอะว่ะ!” โรแบร์ ลูกเรือวัยกลางคนโบกมือไล่ “อะไรก็ได้ที่ไม่เป็นน้ำ ไม่ก็ไปป้อนมันหน่อยไป๊ ไอ้ด้วนเอ๊ย!

“ชีวิตเอ็งนี่น่าเศร้าโคตรๆ เลยว่ะ ฟรังค์” คาร์ลอสส่งเสียงเรียบๆ แต่วอนรองเท้านักมาจากอีกทาง “ซุปนี่อร่อยฉิบหายเลยนะ ไม่ได้กินแล้วจะเสียชาติเกิด ก็รสชาติมันนุ่มลิ้นขนาดนี้---”

“คาร์ล แกอยากโดนเฉาะหัวใช่มะ” ฟรองซัวร์แยกเขี้ยวก่อนที่มันจะพล่ามยาวกว่านี้ ก่อนที่จะเอาตะขอจิ้มชิ้นขนมปังของอีกฝ่ายมายัดเข้าปากหน้าตาเฉยด้วยความหมั่นไส้ “มองอาราย~ อร่อยนักก็ซดเข้าไปเซ่ ของแห้งเป็นของข้าโว้ย! ฮ่าๆๆ”

“ภูมิใจนักนะเอ็ง ไปวลาด ไปป้อนมันหน่อย” ราล์ฟหัวเราะหึๆ พลางเดินไปลากตัวพ่อครัวจำเป็นมาร่วมโต๊ะด้วย “ป้อนด้วยปากก็ได้ ฟรังค์มันชอบ”

วลาดิเมียร์กะพริบตาปริบๆ มองหน้าฟรองซัวร์ที่สะดุ้งโหยงกับคำสุดท้ายนั่น ก่อนจะเบนกลับมาสบตากับคนเป็นกัปตันแล้วเอ่ยเสียงเกือบจะซื่อ

ย้ำ แค่เกือบจะ

 

“เอ่อ... ไม่ใช่สเป็กข้าอะ”

พรืด...


“บ๊ะ ข้าชักจะหลงรักไอ้เด็กนี่ขึ้นมาจริงๆ จังๆ แล้วนะเนี่ย!” คาร์ลอสตบเข่าฉาด ส่วนคนที่เหลือนั่นแทบจะทรุดลงไปขำกันจนโต๊ะจะสะเทือนอยู่แล้ว ปล่อยให้ คนไม่ถูกสเป็ก อย่างฟรองซัวร์ได้แต่แยกเขี้ยววับ

“เอ๊อ ขำ ขำนะพวกเอ็ง” ฟรองซัวร์บ่น ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นว่าวลาดิเมียร์ตั้งท่าจะเดินมาป้อนจริงๆ เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับโบกตะขอไปมาแล้วเอาเท้ายันมันออกไป “ไม่ต้องโว้ยไอ้เด็กเปรต! ปากข้าสงวนไว้ให้คนสวยทั่วราชอาณาจักรป้อนเท่านั้น แล้วไหนบอกว่าข้าไม่ใช่สเป็กเอ็งไง!

“ข้าทำตามคำสั่งเฉยๆ” มันสบตาปิ๊ง “ข้าเป็นเด็กดีนะ อย่าดุสิ”

“อย่าทำอะไรมันนะเว้ย นั่นเด็กข้า ไม่อนุญาตให้แตะต้อง” คาร์ลอสส่งเสียงมาแต่ไกล ก่อนจะเงียบปากลงเมื่อโดนฮันส์โบกกบาลเข้าให้ดังป้าบ แต่นั่นก็มากพอจะทำให้ฟรองซัวร์แยกเขี้ยวออกมาอีกรอบ

“มีแบ็คอัพอีกต่างหาก แกนี่มันน่าหมั่นไส้เป็นบ้า” ถ้าฟรองซัวร์ยังมีมืออยู่คงยกขึ้นมานวดขมับไปแล้ว “เออ ก็ได้วะ เอ็งกล้าข้าก็กล้า ป้อนให้ดีๆ นะเว้ย”

คำประกาศนั่นเรียกเสียงโห่ฮาได้จากลูกเรือทั้งหมด ราล์ฟหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ -- ดูเหมือนวลาดิเมียร์จะแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มลูกเรือของเขาได้อย่างแนบเนียนเหลือเกิน แม้ว่าจะไม่มีสัญลักษณ์ของกลุ่มติดตัวอยู่ก็ตามที

แต่ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนตาฝาด

เขาไม่เห็นความแตกต่างของเด็กคนนี้กับพวกคนที่เหลือ ไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย...

 

กัปตันหนุ่มถอนหายใจยาว

 

จะเสียดายก็แค่วลาดิเมียร์คงจะลงจากเรือเมื่อเทียบท่าครั้งต่อไป

มันก็แค่นั้น

 

 

xxxxxxxxxx





From Writer:

คนของกองทัพโผล่มาแล้ว เย่~ นอกจากพวกตัวหลักๆ แล้ว อีกตัวละครหนึ่งที่วูล์ฟชอบมากๆ คือฟรองซัวร์หรืออีตาฟรังค์นี่แหละค่ะ -- คงจะมีบทมาอีกเรื่อยๆ แหละนะ เด่นนำอเล็กเซย์ไปแล้ว แย่ 555

พอมหาลัยเปิดเทอมแล้วไม่รู้จะมาอัพได้ด้วยสปีดแค่ไหน เอาเป็นว่าจะรีบเขียนเท่าที่จะทำได้ไปก่อนละกันค่ะ (ฮา) ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #531 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 14:07
    สดใสกันจังเลย :D
    รู้สึกถึงคำว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ
    ฮ้า :)

    ไม่รู้ทำไมรู้สึกติดใจคนในกองทัพ ♡


    #531
    0
  2. วันที่ 4 มกราคม 2558 / 11:26
    สนุกมาก
    #465
    0
  3. #278 Dymiiry (@mbforever) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 01:54
    เค้าชอบเเมวอ่ะ><
    #278
    0
  4. #249 Mεσ' (- -)' (@30901) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2555 / 22:28
    มาดาม!! ก็คิดว่าผู้หญิงที่ไหน =[]=
    #249
    0
  5. #210 Exo-TempG (@oillovetempg) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 13:14
    :::ด้วยรักและบัดซบ!!!! ชอบคำนี้โคตร แมร่งเกรียนได้ใจ
    #210
    0
  6. #189 ซาลาเปาเยเย่ (@bai-toey555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2555 / 12:30
    มาดามที่เราเฝ้าสงสัยมานาน....ก็นึกว่าอะไร ที่แท้มันคือแมววว แอว แอว แอว~~ (เอคโค่)
    #189
    0
  7. #81 White_Smile (@smilyjoy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 / 23:10
    แง่ม...
    ด้วยความที่อ่านแต่เจ้าชายแล้วค่อยมาอ่านไพเรท ทำให้เราเพิ่งรู้ว่า "มาดาม" สุดที่รักของวลาดก็คือนังเหมียวผีหลอก
    ให้ตายเหอะ! สรุปคือเรื่องนี้มันไม่มีผู้หญิงจริงๆว่างั้น?
    #81
    0
  8. #79 cuteymummy (@cuety) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 17:54
    โอยยยยิ่งอ่านยิ่งหลงง<br />
    ทำไมน่าวักน่าชังขนาดนี้ซื่อจ่ะซื่อมากกกกก<br />
    <br />
    #79
    0
  9. #57 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2555 / 14:17
     ว้าก ฮ่าๆๆๆๆๆ
    ยังคงความฮาเหมือนเดิมเลยนะพี่ ><
    ฌาคส์กับกาเบรียลสุดยอดค่า (หาตัว ฌ นานมาก แต่หลังๆนี่คงได้เขียนบ่อยขึ้น)
    "ไม่ได้ครับ เมื่อคืนดึกไปหน่อย"
    ทำอะไรจนดึกจ้ะ?? ฮ่าๆๆๆๆๆ

    วลาดกลายเป็นเด็กของคาร์ลอสไปแล้วเรอะ??
    เดี๋ยวได้เจอกับฮันส์!!

    ปล. รักมาดาม ><

    #57
    0
  10. #55 @ P i e r r o t ?™❖ (@black-fantasy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 19:02
    เห็นด้วยกะคห.1 พูดอย่างที่เราอยากพูดไปหมดเปลือกแล้ว 555+
    แต่ว่าแอบมีหึงๆกันด้วยน้า~~
    #55
    0
  11. #54 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 18:25
    วลาดดน่าร๊ากกกกกกก  ตาร์ลอสก็ยังมีบทเหมือนเดิม   ในที่สุดก็ได้ข้อเฉลยแล้วว่ามาดามคือใคร
    #54
    0
  12. #53 Ishikawa Asuka-san (@ishikawa04) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 18:11
    น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก // อร๊ายยยยยยยยยยยยยยย >///<
    #53
    0
  13. #52 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 / 20:34
    ขอกรี๊ดดังๆให้กับมา...//ดาบฉัวะ//ให้กับท่านนายพลค่ะ!!!!!!!!
    กรี๊ดดดดดดดดดด เค้าจะเอาคนนี้! เอาคนนร๊๊ววววววววววววววววววววว!!!!!!
    ฌาคส์ก็เกรียนเข้าไป...สารภาพ เกรียนตั้งเเต่ชื่อค่ะ หนูไม่เคยพิมพ์ชื่อมันได้ลื่นเลยซักครั้งอ่ะ 55+//พี่วูล์ฟตบ
    ทางด้านเรือสลัดคาเฟ่(?)
    โอยยยย มาดามขาาาาาาา มาดามมมมมมม มาดามคือนางเอกค่าาาาาาาาา//ว้อทททททท
    วลาดนี่โมเอ๊โมเอ๊ว กัปตันก็หล๊อหล่อ สมัยนี้กิ่งทองใบหยกจริงๆ(หรือมันหมาเน่ากับโลงผุหนอ...*ผิด*)
    มาพรืดอีกครั้งตรงอิตาฟรังค์ กร๊ากกกกกกกกกกก วลาดได้ใจจริงๆเลย
    เเหม เเต่คนสวยเหรอ....คนสวยสินะ...คนสวยๆ...//เริ่มเพ้อ
    เเละสองตัวที่รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลงคืออิพ่ออิเเม่ เเม๊ เเม่รักนะวลาดิเมียร์....//อีโต้ฉับ

    สุดท้าย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ตกหลุมรักวลาดิเมียร์ปีนขึ้นไม่ไหวเเล้วล่ะเซ่กัปตานนนนนนนน
    ///ดาบเสียบ
    ////เกาะหางเสือลวนลามต้นหนต่อไป....


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 พฤษภาคม 2555 / 20:36
    #52
    0