P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 37 : ♦ 34 ♦ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 เม.ย. 57

 
 
Chapter 34
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือทะเล

 

 

 

“เดี๋ยวก่อน!!

เสียงแหลมๆ ของเด็กหญิงที่กำลังกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ ถูกกลบไปทันใดด้วยเสียงแหบห้าวของคนเป็นกัปตัน ทุกสรรพเสียงเงียบลงทันทีราวกับสั่งได้ วลาดิเมียร์เกือบเผลอคิดด้วยซ้ำว่าน้ำตกเบื้องหน้าถึงกับหยุดแผดเสียงไปวูบหนึ่ง

แผ่นอกของเด็กคนนั้นเริ่มสะท้อนรัว ไอหวาดไหวยิ่งฉายชัด

“เขา... เขาจะฆ่า...”

“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ สาวน้อย”

ราล์ฟสวนกลับไปง่ายๆ ขัดทะลุขึ้นมากลางปล้องอย่างที่แม่สาวน้อยกลางอากาศเผลออ้าปากค้างไปชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้บุกรุกคนไหนกล้าสวนกลับไปแบบนี้ และเด็กคนนั้นกำลังเครื่องรวนได้ที่เลยทีเดียว

“หุ่นชักใย” เกรกอรี่เปรยขึ้นมาเบาๆ “ข้าว่าเหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกเวทชักใยไว้ให้ตอบสนองต่อผู้บุกรุก พอปฏิกิริยามันผิดไปจากที่ควรจะเป็นก็เลย...” เว้นวรรคไปกระแอมนิดหนึ่ง “แม่มดแห่งทะเลคงไม่คิดว่าจะมีผู้บุกรุกแบบท่าน”

“นั่นชมหรือด่าวะเกร็ก”

“ชมจากใจเลย”

 

“อ...ออกไป...”

“ออกไป”

“ออกไปจากที่นี่นะ”

“อย่าเข้ามานะ”

 

ปลายนิ้วเล็กๆ สั่นระริกของเด็กน้อยชี้พรวดไปยังชะง่อนหินที่หน้าผาอีกฟาก เหล่าโจรสลัดชะงักไปทันใด นี่เจ้าหล่อนกำลังอนุญาตให้พวกเขาผ่านไปได้งั้นหรือ?

ราล์ฟลองตะโกนถามซ้ำอีกครั้งหนึ่ง หากไม่มีคำตอบใดๆ อีกนอกจากเสียงแหลมๆ ที่ดังสะท้อนไปมาเป็นประโยคเดิมๆ ถ้าฟังไม่ผิดมันสั่นขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำราวกับกำลังหวาดระแวง เป็นเสียงของเด็กที่กำลังตื่นกลัวเสียมากกว่าจะเป็นปิศาจร้าย และร่างเล็กๆ นั่นก็ดูน่าสงสารไม่ใช่หยอก

“ข้าไม่ชอบเด็กนั่น”

แต่อย่าหวังว่าคนบางคนจะสงสารเลย

ฟรองซัวร์เดาะลิ้นเบาๆ หรี่ตามอง หุ่นชักใย ที่เกรกอรี่เรียกอย่างไม่ไว้ใจเลยแม้แต่น้อย มันชี้ทางให้ง่ายเกินไป

 

“ไปซะ”

“ไปยังทางที่ควรจะเป็น”

“ไปตามทางที่ตนจะเลือก”

“ไป”

“ไป...”

“และไม่ต้องกลับมา...!

 

“แต่ข้าว่าฟังไว้หน่อยก็ดี” ราล์ฟหยิบดาบที่ปักอยู่กับพื้นขึ้นมาเก็บเข้าฝัก หยิบลายแทงขึ้นมากวาดตามองอีกรอบใต้คบเพลิง

ถัดจากผู้รั้งรอกลลวง มีเพียงคำเดียวเขียนเอาไว้สั้นๆ ว่า “ผู้กลืนกินความกลัว”

“เซ้นส์การตั้งชื่อของแม่มดแห่งทะเลนี่ห่วยใช้ได้นะ” ฮันส์วิจารณ์ มองตัวอักษรบนลายแทงสลับกับเด็กสาวคนนั้นแล้วขมวดคิ้วเข้า “ไม่น่าฟังเลยสักนิด”

“ข้าไม่คิดว่านางจะตั้งเอาไว้เฉยๆ หรอกนะ” เกรกอรี่โคลงศีรษะ หุ่นชักใยนั่นยังคงชี้ค้างไปทางเดิม “แท่นหินที่ลอยอยู่นั่นมันเหยียบได้แน่หรือ”

“ไม่ลองก็ไม่รู้”

“ห้ามบอกว่าจะไปนะ” วลาดิเมียร์ทำหน้าแหยงมาแต่ไกลเลยทีเดียว มือยังกุมตาข้างขวาไว้ไม่ยอมปล่อย เสียงเริ่มลนลาน “ข้าบอกเลยนะว่าข้าไม่ไว้ใจไอ้ชะง่อนหินนั่น”

“ทำไมวะ” ฟรองซัวร์เลิกคิ้ว “ข้าว่าไอ้แผ่นหินอีกสองแผ่นนั่นน่าสงสัยกว่ากันเยอะ เวทของแม่มดนี่ชักจะน่าขนลุกขึ้นทุกที”

“ลอยได้แล้วไง ไอ้นั่นมันลุกเป็นไฟเลยนะเว้ย!” วลาดิเมียร์แยกเขี้ยวขู่ฟ่อ “อะไรก็ตามที่มีไฟข้าไม่ไว้ใจทั้งนั้นแหละ!” ขนาดตัวเองยังไม่ค่อยจะไว้ใจเลยคิดดู!

คนรอบข้างชะงักไปทันทีกับคำโวยวาย นักเวทอีกหนึ่งเดียวอย่างเกรกอรี่ถึงกับหันขวับไปมองชะง่อนผาที่ยื่นออกมานั่น ขมวดคิ้วเข้าอย่างไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงอะไรกันแน่ เพราะในสายตาของพวกเขา มันไม่มีอะไรมากไปกว่าชะเงื้อมหินธรรมดาๆ อาจดูเปราะไปบ้างแต่ถ้าระวังหน่อยก็น่าจะพอเดินได้ไม่มีปัญหา

“เจ้าเห็นอะไร” เขาหันไปถาม

“ไม่รู้ มันเลือนๆ พร่าๆ แต่มันเป็นไฟแน่ๆ” พ่อครัวหนุ่มขยี้ตาข้างขวาที่บอดสนิทแรงๆ แล้วหลับตาลงทั้งสองข้าง “เหย นี่ข้ายังมองเห็นอยู่เลย เด็กนั่นทำอะไรกับตาข้าเนี่ย”

“แกมองเห็น?” ฮันส์ทวนคำ “ตาขวาน่ะนะ?”

“ฮื่อ”

หัวหน้าลูกเรือผิวเข้มหรี่ตาลง คว้าไหล่คนอายุน้อยกว่าไว้แล้วเอื้อมมือไปปิดดวงตาข้างขวาของอีกฝ่ายไว้

“มองเห็นไหม”

“เฮ้ย ไม่เห็น” วลาดิเมียร์เผลอลืมตาพรึ่บ กะพริบปริบๆ สองสามที “ไม่เห็นว่ะ ทำได้ไง เมื่อกี้ข้าปิดตาแทบตายยังเห็นบ้าอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด”

“เวทของแม่มดแห่งทะเลแน่ ไอ้เด็กนั่นคงทำพิษกับเจ้าแน่ๆ แต่มันหักล้างกับเวทในตัวข้า” เกรกอรี่ปล่อยมือออก “มองเห็นอะไรบ้าง”

ทุกคนเงียบลง วลาดิเมียร์แยกเขี้ยววับกับสายตากดดันที่ส่งผ่านมา ซ้ำด้วยเสียงหลอกหลอนของยัยหนูที่ลอยอยู่บนอากาศนั่นอีกล่ะ เขาสะบัดหัวแรงๆ แล้วลองใช้ตาขวาเพียงข้างเดียวกวาดไปรอบๆ

“ไอ้แผ่นหินที่ลอยอยู่นั่นมีอะไรสักอย่างค้ำไว้... หินมั้ง? แต่ส่วนที่ยื่นออกมาจากหน้าผานั่นติดไฟแน่ๆ...” ชายหนุ่มเหล่ไปทางเด็กหญิงคนนั้นแวบหนึ่ง “ต้องให้บอกด้วยไหมว่าใต้เท้าไอ้เด็ก ผู้กลืนกิน นั่นไม่มีอะไรเลย”

ราล์ฟมองตาม ถามเสียงต่ำอย่างเริ่มเอะใจอะไรบางอย่าง

“เห็นอะไรอีก ไอ้หนู”

“ทะเลสาบ”

“ใต้ภูเขานี่น่ะนะ?”

“เออ ไม่อยากจะบอกว่าผิวน้ำติดไฟด้วย ให้ตายชักเถอะ” วลาดิเมียร์แยกเขี้ยวอีกรอบ “แล้วก็... ป่า... ซากวิหารอะไรสักอย่าง มีลานกว้างๆ กับโครงกระดูก...”

อเล็กเซย์ลูบแขนตัวเอง หน้าตาเหยเก “ถ้าบอกว่าข้าขนลุกนี่ผิดไหมครับ”

“แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนี่” คาร์ลอสเปรยลอยๆ ชะโงกหน้าลงไปมองหุบเหวเบื้องล่าง เสียงน้ำตกยังเลื่อนลั่นอยู่ในโสตประสาท สะท้อนก้องจนฟังไม่ออกว่ามันจะลึกสักเพียงใด “จะรอให้เด็กนั่นลอยมาฆ่าเรามันก็ไม่ใช่มั้ง”

“คาร์ลอสพูดถูก รอไปไม่ได้อะไร” ราล์ฟนวดหลังคอตนเองเบาๆ “แล้วถ้าที่วลาดพูดมาถูก ก็แปลว่าแผ่นหินนั่นเดินได้”

“ปัญหามันอยู่ที่หน้าผานั่น!

“แล้วรออยู่ตรงนี้เราจะทำอะไรได้”

เขาถามง่ายๆ แต่เล่นเอาพ่อครัวผมเงินหุบปากเงียบกริบลงทันใด มันทำหน้ายุ่ง เดาะลิ้นดังจึ๊กจั๊กอยู่สองสามทีแต่ก็เถียงอะไรไม่ออกอีกตามสเต็ป กัปตันร่างสูงหันไปสบตากับทุกคน เห็นแววคัดค้านจากฮันส์กับวลาดิเมียร์อยู่บ้าง แต่เสียงส่วนใหญ่ที่เหลือเหมือนจะเข้าข้างช่างซ่อมประจำเรือกันไปหมดแล้ว

“เอ้า ยังไงมันก็ต้องลองล่ะวะ” เขาหัวเราะเบาๆ ยักไหล่ หวนนึกถึงคำของผู้กลืนกิน “ให้เดินไปทางที่ควรจะเป็นงั้นสิ”

ฟรองซัวร์มุ่นคิ้ว “มันจะมีทางไหนให้เลือกกัน”

“เดี๋ยวก็รู้” ราล์ฟตบบ่ามือซ้ายคนสนิท หัวเราะอีกครั้ง “ไม่อย่างนั้นก็ท่องไว้ -- มารูน มารูน มารูน -- ถ้าคิดอะไรไม่ออก...ก็วิ่งเข้าหามารูนนั่นแหละ!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“นั่งแกร่วเป็นหมาหงอยเชียว นี่งอนข้าเหรอวะริก”

เสียงทุ้มห้าวของไทเลอร์ เบอร์ตัน ฟังกวนประสาทที่สุดเท่าที่เจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่งเคยได้ยินมา องครักษ์ข้างกายหันไปกลั้นหัวเราะพรืดๆ อยู่ในลำคอ ไอ้พ่อลูกคู่นี้น่าสนุกกว่าที่เขาคิดไว้เยอะทีเดียว

เอียนไม่รู้ว่าไทเลอร์กลับมาทำไม ช่างสัก สายสืบ และพ่อค้าทาสนั่นยังไม่มีทีท่าว่าจะให้ข้อมูลอะไรกับพวกเขาอีก แต่แทนที่จะปล่อยให้รอเงียบๆ ให้สมกับความดื้อ ผ่านไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง เจ้าตัวก็โผล่หน้ามาให้เห็นถึงในห้องพัก

ไม่รู้ว่าใจอ่อนหรือกลัวคุณเจ้าชายแกจะอาละวาดกันแน่ เพราะเท่าที่เห็นนี่ก็ใกล้ขีดจำกัดความอดทนแล้วเสียด้วย

“ข้าบอกแล้วนะ ไทเลอร์” ริกซัสตอบกลับเสียงห้วน “ถ้าเจ้าไม่ตอบ ไม่ต้องมาคุย”

“อย่ามาใช้วิธีงอนเป็นสาวน้อยกับข้า ขนลุก”

“อย่าพูด ข้าก็ขนลุก--- โอ๊ย!” เอียนลูบหัวตัวเองป้อยๆ “อะไรวะ ขี้หงุดหงิดเป็นผู้หญิงประจำเดือนมา”

“พวกเจ้าสองคนก็หยุดญาติดีกันกะทันหันได้แล้วโว้ย!” คนจุดเดือดต่ำยิ่งเข้าใกล้จุดเดือดไปกันใหญ่ ยกขาขึ้นถีบองครักษ์ประจำกายอย่างเหลืออดแต่พลาด เลยหันไประบายกับขาเตียงแทนอีกรอบ “ไม่ต้องมามองหน้าข้าเลย ไอ้เวร ไม่ช่วยก็หุบปากไป!

“ท่านนี่ดุกับลูกน้องเหมือนกันนะ” ไทเลอร์วิจารณ์ เอียนขยับยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง

“งั้นข้าควรทำตัวให้เป็นประโยชน์” ว่าแล้วก็รีบคว้าลายแทงเกาะของกองทัพเรือขึ้นมาไว้ก่อนจะโดนหางเลขไปอีกรอบ “ท่านเคยเห็นลายแทงนี่ไหม”

บรรยากาศในห้องเงียบขรึมลงทันที ริกซัสหยุดการโวยวายทุกอย่างแล้วปราดเข้ามายืนใกล้ๆ คล้ายจะกดดัน ไทเลอร์เลิกคิ้วสูง มองแผนผังภายในเกาะที่อีกฝ่ายถืออยู่อย่างแปลกใจ

“นี่ลอกแผนที่มาแม้แต่ส่วนนี้เลยหรือ” เขาถาม ท่าทางประทับใจไม่น้อย “รอบคอบดีนี่”

“แปลว่าเคยเห็น”

“ข้าเกลียดท่านจังเลยว่ะ เด็กบ้าอะไรเอาจริงเอาจังกับชีวิตเหลือเกิน” นี่ก็ด่าอย่างซึ่งๆ หน้าไม่มีปิดบัง คิ้วเข้มของเจ้าชายหนุ่มยิ่งกระตุกหงึกๆ “ลายแทงนี่มันทำไม แค่รู้ตำแหน่งเกาะก็พอแล้วมั้ง ยังกับว่าจะบุกเข้าไปข้างในงั้นแหละ”

“อ๋อ เปล่า นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับไอ้เรื่องเครียดๆ นั่นหรอก ถือซะว่าคุยเล่นก็แล้วกัน” เอียนโบกไม้โบกมือ เอาศอกยันนายเหนือหัวออกไปห่างๆ แล้วเป็นคนสนทนาเสียเอง “ข้าแค่โง่ อ่านแล้วไม่เข้าใจก็เลยอยากรู้”

คนถามชี้ไปที่บริเวณใจกลางเกาะ ระบุไปยังตัวอักษรที่เขียนอย่างหวัดๆ ไม่เป็นระเบียบ ไทเลอร์สบเข้ากับดวงตาสีเปลือกไม้นั่นแวบหนึ่งคล้ายจะพิจารณา เห็นแววเจ้าเล่ห์ล่องลอยอยู่ในนั้น แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่าพื้นฐานนิสัยของเจ้าตัว ไม่ได้ส่อประกายอะไรว่าจะพยายามล้วงความลับ

ไทเลอร์หัวเราะในลำคอทีหนึ่ง มิน่าไอ้เด็กนี่ถึงได้อยู่กับริกซัสรอด ความห้าวของมันใช่ย่อยที่ไหน

“ผู้รั้งรอกลลวงน่ะหรือ ก็แค่ผู้พิทักษ์ที่เจ้าของเกาะทิ้งไว้ พวกปิศาจน่ะ” เขายักไหล่ “เงื่อนไขไม่ได้ยาก แต่คนที่ผ่านไปได้ก็ถือว่าแน่จริงเหมือนกัน”

“อ้อ” เอียนพยักหน้ารับช้าๆ “แปลว่าไอ้สองชื่อนี้ก็ด้วย?”

สายสืบมองตาม นัยน์ตาสีน้ำเงินหรี่ลงนิดหนึ่ง ก่อนที่จะหยัดยิ้มออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

“ข้าไม่อยากนับผู้กลืนกินความกลัวเป็นปิศาจหรอก” เขาส่ายศีรษะเบาๆ “ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เด็กนั่นกลืนกินความกลัวจริงๆ ตามชื่อนั่นแหละ ถ้าเป็นไปได้ข้าก็ไม่อยากจะไปยุ่งด้วย ไม่สนุกเลยสักนิด”

ริกซัสขมวดคิ้วมุ่นเข้า “แปลว่าอะไร”

ไทเลอร์ยักไหล่อีกครั้ง

“เชื่อข้าเถอะ ริก ไม่มีใครอยากยุ่งกับความกลัวของตัวเองหรอก”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เขตอาคมนั่นผ่านเข้าไปได้

ราล์ฟยืนนิ่งอยู่บนแผ่นหินแผ่นแรกที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังหันมองหน้ากันแล้วพยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงให้ไปต่อ กัปตันหนุ่มหายใจเข้าลึกๆ ชะเง้อมองด้านล่างนิดหนึ่ง

ไม่มีอะไรรองรับ

“เราก็ควรจะตามไปไหม” ฮันส์เปรยพลางตั้งท่าจะทำตามคำพูด แต่มือซีดๆ ของใครอีกคนตะปบคว้าเอาไว้ได้ก่อนแบบไม่ปรานีปราศรัย “โอ๊ย อะไรอีกวะไอ้เด็กผี”

“ยมทูต...”

“ฮะ?”

“โว้ย--- มีคนถือเคียวอยู่ข้างหลังกัปตัน! จะเดินเข้าไปให้หัวขาดหรือไง! วลาดิเมียร์แยกเขี้ยววับ “ขืนเข้าไปตอนนี้ เขตอาคมนั่นฆ่าเราแน่!

“ไม่เป็นไรหรอก” เกรกอรี่ยกมือขึ้นห้ามพ่อครัวหนุ่มไว้ เสียงค่อนข้างระแวงแต่ฟังใจเย็นกว่ากันมาก “มันคงให้เราไปได้ทีละคน”

ต้นหนเรือหันไปสบถ “เรื่องมากฉิบหาย”

“นั่น” อเล็กเซย์ขัดขึ้นมา “กัปตันจะไปถึงแล้วครับ”

ทุกคนหันมองตามกันในทันที เหล่ามารูนเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อเห็นคนเป็นกัปตันยืนนิ่งอยู่ที่ปลายแผ่นหินแผ่นที่สอง

เพียงแค่กระโดดทีเดียวก็จะถึงชะเงื้อมผาที่วลาดิเมียร์เอ่ยขู่เอาไว้ ราล์ฟขมวดคิ้วเข้า มันเป็นฐานหินเรียบที่ยื่นออกมาจากหน้าผา ไม่มีท่าทีอันตรายและไม่มีวี่แววของ “ไฟ” ที่วลาดิเมียร์พูดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

 

หากวินาทีที่เท้าเหยียบเข้ากับชะง่อนผาที่ดูปลอดภัยที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างกลับหล่นวูบ!

 

ไม่มีอะไรรองรับอยู่ใต้เท้า ก่อนจะตามมาด้วยเสียงครืนดังลั่นกระแทกเข้ากับหู ราล์ฟหลุดร้องออกมาอย่างตกใจ แต่แทนที่อากาศจะไหลเข้าปอด น้ำแรงดันสูงกลับพุ่งเข้ามาแทนอย่างจังจนหัวตื้อไปหมด!

กัปตันหนุ่มพ่นน้ำออกพรวดแล้วหุบปากฉับตามสัญชาตญาณ ดวงตาแสบจัดราวกับถูกเข็มทิ่ม ก่อนที่แรงดันบางอย่างจะซัดโถม กรีดเข้ากับผิวเนื้อจนร่างกายหมุนคว้างอย่างไม่มีทิศทาง -- ราล์ฟเกือบสำลัก -- ความรู้สึกที่แม้แต่พระเจ้าก็ลอกเลียนแบบไม่ได้นี่มัน...

มหาสมุทร...!?

รุนแรงแต่เวิ้งว้าง โหดร้ายแต่ว่างเปล่า ดำมืด น่าหวาดหวั่น และหยั่งไม่ถึงที่สุดเท่าที่โลกใบนี้จะมีได้ ความกลัวจุกเข้าที่ขั้วหัวใจก่อนเป็นอันดับแรก เขากวาดมือออกไป คิดออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือต้องออกไปพ้นจากห้วงนรกบาดาลนี่ให้ได้ -- ไอ้ห้วงนรกที่เขารู้ดีว่าสามารถฆ่าคนตายได้โหดเหี้ยมยิ่งกว่าโจรสลัดคนไหนทั้งนั้น!

ซู่!

เขาพุ่งพรวดขึ้นเหนือน้ำ หัวหมุน ตาลาย คลื่นซัดกระทบจนต้องตะเกียกตะกายเอาตัวเองขึ้นมาอยู่เหนือเกลียวน้ำเหล่านั้นอย่างยากลำบาก

นัยน์ตาสีเดียวกับพื้นสมุทรกวาดไปทั่วอย่างงุนงง แล้วเสียงห้าวๆ ของใครบางคนก็ตะโกนขึ้นมาแข่งกับเสียงคลื่น

 

“ไง ไอ้หนู ตายรึยัง!

 

แปลก เขาโตเกินกว่าที่จะถูกเรียกว่าไอ้หนูแล้ว และเสียงคุ้นเคยนั่นมัน...

“ใครจะไปตาย!

เสียงใครอีกคนตอบกลับไปอย่างค่อนข้างทุลักทุเล -- ไม่สิ -- นั่นเสียงของเขาเองที่กำลังสำลักน้ำ ตอบไปแบบไม่ได้คิดเสียด้วยซ้ำ แล้วที่นี่ที่ไหน?

เรือเล็กลำหนึ่งลอยเข้ามาใกล้ รองเท้าบู้ทคู่หนากระแทกเข้ากับกราบเรือจนเกือบโคลงมาถึงหน้าเขา มองเลยขึ้นไปเป็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่วัยกลางสามสิบ มีเครื่องประดับลูกปัดและขนนกห้อยอยู่ตรงนั้นตรงนี้อย่างโจรสลัด ผิวคร้ามเข้มสากหยาบตามแบบฉบับของลูกทะเล แม้กระทั่งเส้นผมยาวที่ถักติดหนังหัวก็เป็นสีน้ำตาลไหม้จากแสงแดด ไม่ผิดกับผมของเขาเองเท่าไร

ไม่หรือ?

แปลก เหมือนความทรงจำมันรวน เหมือนสติสัมปชัญญะจะถูกน้ำทะเลเล่นงานไปเสียหมด ไม่น่า เด็กที่เพิ่งออกทะเลมาได้แค่ปีเดียวอย่างเขาจะไปกร้านแบบนั้นได้ยังไง?

ราล์ฟตะกายคว้ากราบเรือไว้ได้ มือเขาผอม -- ผอมจัด -- แบบเด็กวัยรุ่นเก้งก้างคนหนึ่ง แบบเด็กอายุสิบหกคนหนึ่งที่ยังไม่โต ผิวยังไม่คล้ำ กระดูกและกล้ามเนื้อยังไม่มีร่องรอยการทารุณจากท้องทะเล ไม่ใช่ท่อนแขนแกร่งด้วยมัดกล้ามอย่างชายฉกรรจ์วัยยี่สิบห้า...

ยี่สิบห้า?

อะไรบางอย่างมันสะกิดอยู่ในใจ แต่ขมับมันปวดจี๊ดขึ้นมาทันทีที่นึกถึง

 

จะบ้าหรือไง เรื่องแค่นี้ทำไมถึงจำสับสนไปได้

เขาอายุสิบหกไม่ใช่หรอกหรือ...?

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“กัปตันทำอะไรอยู่วะ ทำไมไม่เดินไปซะที!

ฮันส์สบถออกมาอย่างกระวนกระวาย มองนักปราบพยศที่ยืนค้างอยู่ที่ขอบผา นิ่งสนิทราวกับถูกสาป

“อาคมทำงานแล้ว” เกรกอรี่พึมพำ เหงื่อซึมชื้นเต็มแผ่นหลังไปหมดกับไอเวทที่ค่อยๆ คละคลุ้งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องให้ดวงตาพิเศษของวลาดิเมียร์มาเตือนก็รู้ ว่าถ้าพวกเขาคนใดคนหนึ่งเดินตามเข้าไปต้องได้ตายกันหมดแน่!

พ่อครัวชาวสลาฟกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ

แล้วอาคมนั่นน่ะ... อะไร...!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ตูม!

คลื่นซัดมาอีก ราล์ฟกลั้นหายใจแล้วผ่านการสำลักมาได้อย่างฉิวเฉียด อะไรบางอย่างลึกๆ วูบขึ้นมาอีกแล้วว่าคลื่นแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้

ความกลัวในใจหายไปวูบหนึ่ง แต่ก็เป็นได้เพียงวูบเดียวเท่านั้น

“ทะเลไม่ใช่เพื่อนเล่นนะโว้ย ไอ้เด็กเปรต! คิดว่ากะอีแค่เด็กคนเดียว ทะเลจะกลืนไม่ได้หรือยังไง!

เสียงนั่นทะลุหูไปถึงขั้วหัวใจ กลั่นความกลัวออกมาได้อย่างบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เลือดในกายเย็นเฉียบ แล้ววินาทีนั้นที่ราล์ฟเพิ่งรู้สึกตัวว่าทุกส่วนที่จมอยู่ในน้ำสั่นสะท้านไปหมด หนาวเยือกไปทั้งร่างกาย มวลน้ำด้านล่างนั่นก็รุนแรงจนแทบจะฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ

ถ้าไม่เคยจมอยู่กลางทะเล จะไม่มีวันรู้ถึงความน่ากลัวของความเวิ้งว้างว่างเปล่าอย่างไร้ที่สิ้นสุดนี่เลยจริงๆ

 

แล้วเมื่อกี้เขาว่ายกลับขึ้นมาได้ยังไงนะ? เขาจำไม่ได้ว่าเคยถูกถีบตกลงกลางคลื่นรุนแรงขนาดนี้มาก่อน เขาควรจะสำลักน้ำ เขาควรจะจม เขาไม่ควรจะรอดขึ้นมาได้ง่ายๆ แบบนี้...

เมื่อกี้เขาจับจังหวะหายใจยังไง เมื่อกี้เขาทนแรงคลื่นที่ปะทะเข้ามาได้ยังไง...

 

ชายฉกรรจ์บนเรือเล็กหรี่ตาลง เดาะลิ้นอย่างขัดใจ แล้วกระแทกรองเท้าเข้ากับมือสั่นระริกของ เด็กหนุ่ม ที่กำลังจะตายอยู่กลางทะเลอย่างแรง!

“อ๊าก---!

น้ำทะเลเค็มจัดซัดเข้ามาในปาก ราล์ฟยิ่งสำลัก แต่พยายามฝืนไว้ไม่ปล่อยมือ

“ใครอนุญาตให้ส่งเสียง! ชายคนนั้นตะคอกลั่น “ถ้าเจ็บแค่นี้ทนไม่ได้ก็ตายไปซะ!

“ปล่อยมือ--- อึ๊ก! รองเท้าข้างนั้นยิ่งบดขยี้ลงมาบนข้อนิ้วจนแทบแหลกละเอียด เด็กหนุ่มหอบหายใจหนัก “ไอ้ห่า! ปล่อยมือข้าสิโว้ย มิดฟา!!

“เรียกชื่อกัปตันห้วนๆ แบบนี้ มันจะไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเกินไปหน่อยแล้ว ไอ้หนูอาเร็นส์” อีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบคางรกครึ้มของตนราวกับจะพิจารณา ยังไม่ยอมถอนเท้าออกจากมือ “คิดว่าที่แกยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ได้เพราะใคร หือ นี่ข้าเห็นแก่ความกล้าของแกตอนขอเข้าร่วมกลุ่มด้วยหรอกนะ ไม่งั้นข้าฆ่าแกไปนานแล้ว”

“แล้วนี่ไม่เรียกว่า---” คลื่นซัดเข้าอีกตูมหนึ่ง “---จะฆ่ากันหรือไง!

“เขา – เรียก – ว่า – ดัด – สัน – ดาน” ค่อยๆ ขยี้เท้าเน้นทุกคำที่พูด ราล์ฟกรีดร้องลั่น “ข้าเห็นก็รู้แล้ว แกมันเด็กป่า ไอ้ความหยิ่งว่าข้าเก่ง ข้าเอาตัวรอดได้ ข้าต้องพึ่งตัวเองแบบนั้นน่ะ มีแต่พวกนายพรานเท่านั้นแหละที่ถือว่าตัวเองเป็นนักล่า จะข่มป่าเมื่อไรก็ได้” มิดฟาโคลงศีรษะ หัวเราะเหยียดหยัน “แต่นี่มันทะเลโว้ย! ลูกป่าน่ะ ลงทะเลเมื่อไรก็ตาย! มันไม่เคยหยุดนิ่ง มันไม่เคยเหมือนเดิม จำใส่กะลาหัวไว้ซะว่าไม่มีใครข่มทะเลได้และไม่เคยมีใครเอาชนะมหาสมุทรได้! ที่เอ็งยังเสือกหัวขึ้นมาบนผิวน้ำได้น่ะ ถือว่าบุญหัวมากแค่ไหนแล้วรู้มั้ย!

เขายกเท้ากระทืบมือที่เกาะกราบเรืออยู่สุดแรง เสียงกระดูกแหลกดังกร๊อบก่อนที่เด็กหนุ่มจะหล่นตูมลงทะเล ถูกดูดเข้าไปใต้เกลียวคลื่นมหึมาอย่างไร้ทิศทาง กลืนเอาสีเลือดที่มือให้หายไปด้วย

ราล์ฟพยายามว่ายกลับขึ้นไปเกาะที่กราบเรืออีกครั้ง แต่กระดูกหักๆ กับข้อนิ้วที่บิดเบี้ยวไปหมดใช้การไม่ได้แล้ว มืออีกข้างที่ไม่ถนัดเลยทำได้เพียงตะกายที่ข้างเรืออย่างสิ้นหวัง

มิดฟาทิ้งตัวลงนั่ง มองลงมานิ่งๆ

“กลัวใช่ไหม ไอ้หนู” โจรสลัดถามเสียงเคร่งเครียด “กลัวเอาไว้ กลัวให้มาก เพราะนี่คือโลกของทะเล นี่คือพระเจ้า นี่คือยมทูต เราเกิดที่นี่ และเราก็คงจะตายที่นี่” เขาเว้นวรรคไปนิดหนึ่ง หัวเราะ “กลัวใช่มั้ยล่ะ ยอมรับเถอะ”

คนฟังหอบหายใจหนัก พยายามไม่สนใจมวลน้ำอวลกลิ่นเกลือที่ทะลุไปถึงสมองเหมือนปิศาจร้าย

“ร...เรื่องแค่นี้---”

“คลื่นกำลังจะกลืนเอ็งลงไปแล้วนะ”

ความเวิ้งว้างที่ใต้เท้ากำลังกลั่นออกมาเป็นความรู้สึกง่ายๆ ที่ไม่อยากยอมรับออกมาเป็นคำพูด

“ข้าไม่ได้---”

“รู้สึกใช่มั้ย อะไรที่มันจับขาเอ็งไว้น่ะ”

สัมผัสของน้ำค่อยๆ คืบคลาน ราล์ฟยิ่งพยายามคว้าขอบเรือเอาไว้

“น้ำทะเลน่ะคมกว่าดาบอีก รู้หรือเปล่า มันเจ็บใช่ไหมล่ะ” มิดฟาจับมืออีกฝ่ายกระชากออกจากเรือจนหล่นลงไปอีกครั้ง เด็กหนุ่มดิ้นพราด “ข้างล่างนั่นมืดจนมองอะไรไม่เห็นเลยใช่ไหม”

ความมืดแล่นเข้าเกาะที่เส้นเลือดทุกเส้น ไล่ลามไปจนถึงหัวใจ ส่งต่อไปยังกล้ามเนื้อให้สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามตะกายซ้ำ เล็บครูดไปกับเสี้ยนไม้จนได้เลือด ผสมกลิ่นคาวเข้ากับน้ำเค็มๆ เรียกไอขมๆ ให้จุกขึ้นมาถึงคอหอย

“ทรมานใช่ไหม ไม่อยากตายใช่ไหม”

เคียวของยมทูตแห่งท้องทะเลจ่ออยู่ที่กระเดือก ลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ

 

“กลัวใช่ไหม”

 

สีเลือดเข้าตา ปนเปไปกับน้ำทะเลที่แยกแยะสีสันไม่ออก มีแค่สีเทาขุ่นข้นกับละอองคลื่นขาวที่แตกกระจายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นแค่มิดฟายื่นมือออกมาให้จับ เห็นมือที่แหลกเละของตนเองทั้งสองข้างพยายามไขว่คว้าออกไปอย่างหวาดกลัว

เห็นสร้อยเส้นหนึ่งถูกคลื่นซัดขึ้นมา สร้อยที่มีจี้แหวนสีแดง

มารูน...?

มือที่กำลังจะเอื้อมไปให้มิดฟาลากขึ้นไปเผลอชะงัก... อะไร? ชื่อนั่น สร้อยนั่น จี้นั่น สีแดงเลือดหมูแบบนั้น...

“เฮ้ย ไอ้หนู จับไว้สิวะ นี่อยากตายจริงๆ เรอะ!

ไม่ เขาไม่อยากตาย

แต่นั่นมันอะไร

 

“เดินสักทีสิโว้ย กัปตัน!

 

ใครเรียกเขา ใครที่...

“เฮ้ย! อย่าก้าวถอยหลัง อย่าถอย!

ไม่สิ แต่เขาเพิ่งออกทะเล เขาเพิ่งอายุสิบหก ยังอ่อนแอ ยังโง่เขลา และที่ยืนของเขายังอยู่บนเรือของมิดฟา...

“บอกให้จับไว้ไง อาเร็นส์!!

มิดฟาเรียกอยู่นั่น แล้วใครอีกที่เรียกเขา...

แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่ชะงัก แล้วคลื่นก็ซัดเอาเขากลับลงไปสู่ก้นมหาสมุทรเบื้องล่างอย่างไม่ให้ตั้งตัว! หัวใจแทบหยุดเต้น เลือดทุกหยดแทบจะจับตัวเป็นก้อนแล้วหยุดอยู่แค่นั้น หลอดลมติดขัด ดวงตายิ่งพร่ามัวเมื่อทั้งตัวหมุนคว้าง ถูกพัดสะเปะสะปะอย่างไม่มีจุดหมาย บอบช้ำราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเอาซ้ำๆ ไปทั้งร่าง

แต่เขายังไม่อยากตาย เขายังไม่อยากตาย เขายังไม่อยากตาย!

ใช่

เขาต้องกลับขึ้นไป ต้องกลับไป---!

 

“กัปตัน!!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

อยากเขียนถึงมิดฟามานานแล้ว แต่ได้โผล่มาแค่ในภาพหลอนล่ะนะ (ฮา) ตัดจบตอนค้างคาอีกแล้ว ฮรือ ขอโทษจริงๆ ค่ะ มันคงติดเป็นนิสัยไปแล้วล่ะมั้ง TvT อัพเดือนละครั้งจริงๆ นะคะเนี่ยตอนนี้ เอื้อห์
ตอนใหม่คงนานเหมือนเดิมล่ะนะคะ //ซับน้ำตา //คนอ่านกระโดดถีบ

แง เราเร่งสปีดตัวเองไม่ขึ้นเลยอะค่ะ ทำไงดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #561 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 14:51
    เห้ยยยยยยยยยยยย
    ตายละใจฉันล่ะร่วงไปตามแรงดึงดูดโลกสู่เบื้องล่างหน้าผาเรียบร้อยค่ะ
    มิดฟาทำฉันอยากจะบ้า  แต่คงไม่กล้าทำอะไรค่ะ กลัว LOL
    #561
    0
  2. #375 Blue_Demons (@greatmormon) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 15:24
    เหมือนอ่านฝันลึกลับไรงี้
    #375
    0
  3. #349 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 16:16
    ขุ่นพ่อขาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!

    //ลืมไปหมดว่าจะสครีมอะไรบ้างเมื่อมิดฟาโผล่มา โฮก โหดจริงอะไรจริงอย่าที่พี่ว่าจริงๆด้วย เเสดงว่าที่กัปตันถีบลูกเรือตกทะเลนี่คือเก็บกดมาใช่ไหมคะนั่น

    โอย ขุ่นพ่อหล่อชริงๆ /////////// *เเต่ดันนึกถึงคอร์กี้ขึ้นมาเลยสะอึกเล็กน้อย..*ผัวะ!!**

    สาวน้อยผู้กลืนกินความกลัวโมเอ้อ๊ะะะะ ตะไมเรื่องนี้มีเเต่ปีศาจโมเอ้ๆ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    สั่นดิ๊กๆอีก ฮืออออ ดูน่ากอดดดด *ม่องเท่ง*

    ด้านดิ๊กกี้ ไทเลอร์เรียกหมาหงอยนี่ก็รู้สึกว่าเจ้าชายดิ๊กกี้จริงๆ*หลบเเส้* ไหนจะสาวน้อยอีก องค์ชายเพคะ ทรงน่ารักมิเคยเปลี่ยนเเปลง เลิ้บบบบบบบบบบบ *ขย้ำ//เเส้ฟาด* เอียนก็ยังเเดมน์เเบบหล่อๆเหมือนเดิม ฮาก ฮาก ฮากกกกกก *ซบ*



    #349
    0
  4. #344 Vilmaris403 (@vidia) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 21:40
    กับต้านนน ท่านต้องกลับไปนะ!!! ข้าไม่ยอมให้วลาดเป็นหม้ายเด็ดขาด!!!//โดนตบ
    ผู้กลืนกินความกลัวเป็นสิ่งที่เล่นไม่สนุกจริงๆ...//ส่ายหัว
    มิดฟาโห้ดโหด...//วิ่งไปหลบหลังไรท์
    พอเถอะ... //กรุณาข้ามเม้นนี้ไป...

    #344
    0
  5. วันที่ 25 เมษายน 2557 / 09:00
    เอ่อ...........
    ทำไมแม่มดอะไรนั่นมันทิ้งของอันตรายแบบนี้ไว้เนี่ย
    #343
    0
  6. #342 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 18:05
    น้ำตาจะไหลพี่มาอัพแล้วอ่ะ ฮืออ TT_____TT มิดฟาแม่งใจร้ายง่ะแต่กัปตันสมควรโดน #โดนถีบตกทะเล บุ๋งๆ
    เจ้าชายค่ะ...เกิดเป็นหญิงแท้จริงนั้นแสนลำบากก~ #แส้ฟาด แอ่ก
    เชื่อว่ามารูนที่อยู่กับกัปตันตอนนี้คงใกล้หัวใจวายแล้วสิน่ะค่ะ555555
    #342
    0
  7. #341 om-let (@le-tom) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 17:28
    โว้ ลุ้นจนเหนื่อย

    แต่ชอบเจ้าชายจริงไรจริง

    สู้ๆครับ รอหน่อยก็ได้ เดือนละตอนก็ยังดี^^
    #341
    0