P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 38 : ♦ 35 ♦ อย่าปล่อยมือที่เอื้อมออกไปแล้วเป็นอันขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 พ.ค. 57

 
 
Chapter 35
อย่าปล่อยมือที่เอื้อมออกไปแล้วเป็นอันขาด

 

 

 

“กัปตัน!!

โครม!

 

อะไรบางอย่างครูดไปกับไหล่ สติสัมปชัญญะยังเลือนราง แต่สิ่งที่หัวสมองสั่งการออกมาได้คือมันเจ็บ... พื้นข้างล่างนี่แข็งเหมือนหิน เย็นเฉียบและไม่มีส่วนใดใกล้เคียงกับสิ่งที่เขานับถือเป็นพระเจ้า

ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วผวาตัวลุกพรวดขึ้นนั่ง ก้มมองร่างกายตัวเอง

ลำแขนกร้านแกร่ง เสื้อผ้าทะมัดทะแมงแห้งสนิท มือไม่ได้บาดเจ็บ เขาอายุยี่สิบห้า และเป็นกัปตันเรือมารูน ไม่ใช่แค่ไอ้เด็กใหม่ที่เพิ่งออกทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิต

หัวใจยังบีบหน่วง เต้นระรัวราวกับเพิ่งผ่านความตายมาก็ไม่ปาน เหงื่อซึมชื้นเต็มแผ่นหลังและฝ่ามือ ราล์ฟหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ รวบรวมสติกลับมา ไอ้ภาพเมื่อกี้ไม่ใช่ความจริง ความเจ็บเมื่อกี้ก็ไม่จริงด้วย ถึงตอนอายุสิบหกเขาจะเคยโดนถีบตกทะเล และกระดูกมือจะเคยหักเพราะโดนมิดฟาเหยียบจริงๆ ก็เถอะ

แล้วเขาผ่านมันมาได้ยังไง เมื่อกี้สัญชาตญาณมันบอกให้เอื้อมมือไปจับมิดฟาแท้ๆ ให้ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดให้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็พลาดแล้วจมดิ่งสู่ความกลัว

เขาควรจะถูกกลืน เขาควรจะแพ้ ควรจะ...

คิดมาได้ถึงตรงนี้ก็ชะงักกึก

 

 

ฝากข้อความสู่ทางอันกำหนด

ไร้ทางลดลัดลวงล่วงไปถึง

ไร้ซึ่งดินไร้ซึ่งฟ้าอันตราตรึง

มิคะนึง พึงระวัง จักถูกกลืน

 

ทะเลกว้างต่างตระกองประคองเกิด

แลดับเถิดชีวาตม์มิอาจฝืน

มวลพฤกษาให้สัตย์ใดไม่หวนคืน

ทั้งมวลอันไร้ที่ยืนจักหลอกลวง.

 

 

เขาหันไปมองเด็กหญิงที่ลอยอยู่อีกฝั่งขวับ -- เหนือหัวเธอขึ้นไป -- ช่องที่แสงทะลุเข้ามาได้นั่นคือท้องฟ้า ส่วนที่เห็นรองรับอยู่ด้านล่างคือพื้นดิน แล้วก่อนหน้านี้วลาดิเมียร์บอกว่ายังไงนะ ไอ้ชะง่อนหินนี่ลุกเป็นไฟด้วยอาคมใช่ไหม แผ่นหินนั่นสามารถเดินผ่านได้ และใต้เท้าของ ผู้กลืนกิน ไม่มีอะไรอยู่เลย...?

ไร้ซึ่งดิน ไร้ซึ่งฟ้า

และทั้งมวลอันไร้ที่ยืน... จักหลอกลวง!

เขาหนาวไปถึงไขสันหลัง ความกลัวเมื่อกี้เพิ่งจะออกฤทธิ์จริงๆ จังๆ เอาตอนเข้าใจนี่เอง เด็กนั่นบอกให้ไปตามทางที่ควรจะเป็น ถ้าเขาทำอย่างนั้นจริงๆ ก็แปลว่าเลือกที่จะจับมือมิดฟา เลือกที่จะสู้และมีชีวิตรอดต่อไปจนเป็นเจ้าทะเลมาได้ถึงบัดนี้ อย่างที่เคยทำเมื่อหลายปีก่อน

แต่เด็กคนนั้นคือผู้กลืนกินความกลัว

 

สิ่งที่เด็กนั่นต้องการให้เขาทำไม่ใช่การออกไปเผชิญหน้าหรือเอาชนะความกลัวของตัวเอง แต่เป็นการยอมรับ พ่ายแพ้ และวิ่งเข้าหาสิ่งที่ตัวเองกลัวที่สุดต่างหาก...!

 

ที่เขาผ่านมาได้น่ะโชคช่วยชัดๆ แล้วคนที่เหลือจะผ่านมาได้ยังไง

“เด็กนี่โกหก!” ชายหนุ่มตะโกนลั่น “เลือกทางที่เจ้าจะไม่มีวันทำเด็ดขาด ได้ยินมั้ย!

เหล่าลูกเรือที่ยืนอยู่อีกฝั่งหันมองหน้ากันเอง เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของกัปตันแล้วได้แต่กะพริบตา

“กัปตันพูดอะไรวะ” ฮันส์ขมวดคิ้วเข้า “มีใครได้ยินรึเปล่า”

“ไม่มีประโยชน์ เขตอาคมนี่กั้นเสียงได้สมบูรณ์แบบเลย” เกรกอรี่ว่าพลางหันไปส่งภาษามือที่แปลว่าไม่ได้ยิน เห็นราล์ฟยิ่งหน้าเครียด ท่าทางเหมือนจะสบถอะไรสักอย่างแล้วก็ชักเอะใจ “มันชักจะมีอะไรแปลกๆ แล้วนะ”

“ข้านี่เสียววาบๆ เลยนะตอนกัปตันก้าวถอยหลังมาเนี่ย” วลาดิเมียร์แยกเขี้ยววับ “ถ้าเข้าไปต้องโดนมันเล่นแน่ๆ กัปตันผ่านไปได้ยังไงวะ”

“แต่ท่าทางตอนนั้นเหมือนเจอภาพหลอนเลยนะครับ” เคบินบอยเปรยบ้าง “เหมือนโดนดูดไปอยู่อีกโลก”

ราล์ฟส่งสัญญาณมืออะไรสักอย่างกลับมา ชี้ไปทางผู้กลืนกินความกลัวกับเครื่องหมายปฏิเสธ มารูนที่เหลือไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่ แต่ท่าทางเจ้าตัวจะอยากพูดอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ

“จะเสี่ยงดวงไหม” หัวหน้าลูกเรือหันมาถามในฐานะผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดที่เหลืออยู่ตอนนี้ “ถ้ามันเป็นเวทที่ทำให้เกิดภาพหลอนจริงๆ ก็ต้องใช้คนใจแข็งๆ นำไปก่อนเลย”

“ขนาดกัปตันที่ว่าแข็งแล้วยังเกือบตกเลยนา”

“หยุดทำลายกำลังใจเหอะ คาร์ลอส” ต้นหนคนสนิทหันกลับไปแยกเขี้ยวใส่ “ไม่งั้นเอ็งก็นำไปเลยไป”

“ก็ได้”

อื้อหือ ไม่มีลังเล จะว่าใจแข็งก็ไม่ผิดหรอก แต่น่าเป็นห่วงเกิน!

“เออ! ข้าไปเอง!

ฮันส์ยกมือขึ้นยอมแพ้ ระหว่างที่คนรอบข้างเริ่มหันไปหลุดขำกันพรืดๆ ในลำคอ บางทีก็แอบสงสัยว่าที่ราล์ฟเลือกคาร์ลอสมาด้วยนี่เพื่อให้ตัดอารมณ์คนอื่นๆ หรือเปล่า ไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้คลายเครียดหรือเครียดขึ้น รู้แต่ทำให้ไอ้พวกเส้นตื้นอย่างฟรองซัวร์หรือวลาดิเมียร์หันไปขำกันได้ทุกดอก

“อย่าให้ตายนา ถ้าเจ้าตายต้องกลับมารับผิดชอบไอ้หมอนี่ด้วย” ฟรองซัวร์เอ่ยไล่หลังไป “ถ้าแกไม่อยู่ดูแล ข้าไล่มันลงเรือจริงๆ นะโว้ย ขี้เกียจรับผิดชอบ”

“เดี๋ยวๆ ข้าไม่ใช่เด็ก” เป็นเสียงประท้วงมาจากช่างซ่อมผมแดง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครใส่ใจ

ฮันส์ก้าวสู่สมรภูมิ ไม่มีใครสังเกตเห็นคนเป็นกัปตันที่หันกลับไปสบถขรม

 

“ข้าอยากรู้ว่าฮันส์มันจะเห็นอะไร” ฟรองซัวร์เปรยขึ้นมาลอยๆ มองต้นหนเรือยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผานั่นไปอีกคน ท่าทีเหมือนราล์ฟเมื่อครู่ไม่มีผิด คือยืนนิ่ง ชะงักค้างราวกับเป็นอัมพาต

วลาดิเมียร์กอดตัวเองแน่น ขนลุกขึ้นมากะทันหัน

“ไม่ว่าจะอะไร ข้าว่าคงไม่น่าดูนักหรอก”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

และมันไม่น่าดูจริงๆ อย่างที่ว่า

ภาพที่ฉายอยู่ในกระบอกตาเปื้อนไปด้วยสีแดง คุ้นเคย และเหมือนกับเมื่อสมัยยังที่เป็นแค่ทาสไร้ความหมายบนโลก ฮันส์จำไม่ได้หรอกว่ามือกับเท้าที่ถูกล่ามอยู่มันเจ็บแค่ไหน เพราะเขาชินกับมันจนลืมไปแล้วว่าเจ็บได้

ต้นหนหนุ่มไม่รู้จริงๆ ว่าเขากำลังจะพ่ายแพ้ แพ้ราบคาบ แม้ว่าขาจะก้าวต่อไปถึงหน้าผาอีกฝั่งหนึ่งได้ แต่สิ่งที่กรีดร้องอยู่ในหัวใจก็ยังเป็นความพ่ายแพ้อยู่ดีอย่างไม่อาจลบเลือน

เขามีทางเลือกอยู่สองทาง ระหว่างวิ่งเข้าหาความตาย กับวิ่งหนีความตาย

ขาข้างหนึ่งถอยกลับไปชั่ววูบ คนรอบข้างแทบหยุดหายใจ แต่ชั่ววินาทีถัดมา ฮันส์ก็วิ่งพรวดคล้ายกลั้นใจ ผวาออกไปให้พ้นจากขอบผาท่ามกลางความหวาดเสียวของเพื่อนร่วมกลุ่ม ราล์ฟเห็นอีกฝ่ายตั้งท่าจะล้มหมดแรงอยู่ในเขตอาคมนั่นก็รีบปราดเข้าไปหมายจะดึงออกมา

เด็กผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องเสียงแหลม แล้วแขนข้างที่เอื้อมเข้าไปในอาณาเขตถูกก็อาบไปด้วยเลือด!

“เด็กนรกเอ๊ย!” ราล์ฟสบถลั่น คว้าตัวฮันส์ได้ก็กระชากออกมาสุดแรงจนกระเด็นล้มไปทั้งคู่ “ฮันส์ เป็นอะไรรึเปล่า!

คนถูกถามไม่ตอบ เงยหน้าขึ้นมองเขา นั่นเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่เขาเห็นฮันส์ร้องไห้ น้ำตาไหลพรากแบบไม่มีปิดบัง ก่อนที่เจ้าตัวจะมองแขนที่เป็นแผลเหวอะเหมือนถูกมีดนับสิบเล่มตรงเข้ากระหน่ำสลับกับนัยน์ตาสีท้องสมุทร

“ไม่เป็นไร” ราล์ฟกระซิบ ตบบ่าคนข้างกายเบาๆ “ไม่เป็นไร เอ็งผ่านมันมาได้แล้ว”

“ผ่านได้กะผีสิ ข้าแพ้ชัดๆ” ฮันส์ตอบเสียงแหบแห้ง หอบหายใจหนัก “นั่นเวทมนตร์เหรอวะกัปตัน -- นั่น -- นั่นฆ่าคนได้เลยนะ...”

อีกฝ่ายเลิกคิ้ว มองแขนตัวเอง

“ไอ้เนี่ยเหรอ ข้าว่าก็แค่กันไม่ให้คนเข้าไปในเขตอาคมเกินหนึ่งมั้ง เจ้าไม่เห็นเป็นอะไร”

“ไม่ ไอ้นั่นมันแน่อยู่แล้ว” ต้นหนเรือโบกมือปัด “ข้าหมายถึง... ไอ้ภาพลวงตาบัดซบนั่น...”

คนฟังถอนหายใจเบา ว่าแล้วไหมเล่า ที่เขากับฮันส์ผ่านมาได้นี่ถือว่าพระเจ้าช่วยเท่าไรแล้ว ถ้าให้เดาก็คงผ่านมาได้แบบบังเอิญเหมือนกันเสียด้วย ซึ่งคงไม่ดีต่อสถานการณ์สักเท่าไร เพราะแม่สาวน้อยที่ลอยอยู่กลางอากาศนั่นเริ่มพึมพำอะไรออกมาคนเดียวอีกแล้ว

 

“เขาผ่านไปได้”

“ทำไมเขาผ่านไปได้ล่ะ”

“สองคนเลยหรือ”

“ผ่านไปได้สองคนเชียวนะ”

“นายแม่ นายแม่จะโกรธข้าไหม”

“ไม่นะ ไม่นะ...”

 

เสียงของเจ้าหล่อนฟังแหลมสูงขึ้นทุกทีจนหลอนประสาท ค่อยๆ กรีดเข้ากับอวัยวะรับเสียงจนราล์ฟจะไม่แปลกใจเลยหากมีใครหูหนวกเข้าตอนนี้ ให้ตายชักเถอะ ถ้าผ่านด่านไปได้ก็จะเรียบร้อยบ้าอะไร เด็กนั่นจงใจทำลายทุกอย่าง รวมทั้งคนที่ผ่านเงื่อนไขไปได้แล้วด้วยชัดๆ!

“ข้าไม่ถามก็แล้วกันว่าเจ้าเห็นอะไร” ราล์ฟรีบ “ปิดหูไว้”

น้ำตกยังไหลกระทบกันเป็นจังหวะครวญครางสับสน ฉับพลันนั้นเองที่หูของช่างซ่อมได้ยินเสียงผิดปกติ

“เสียงไม้”

“อะไรนะ” เกรกอรี่หันไปถาม หากคาร์ลอสเพียงมุ่นคิ้วเข้า เงี่ยหูฟัง

“ไม่ เสียงอะไรแตก”

เสียงดังครึก... ลากเสียดสีช้าๆ...

“อาคมถอนออกไปแล้ว!” วลาดิเมียร์ตะโกนแข่งขึ้นมาขัดจังหวะ “ไฟหายไปแล้ว!

ฟรองซัวร์ตวัดสายตาไปมองแท่นสะพานเบื้องหน้า คนฝั่งตรงข้ามท่าทางทรมานกับคลื่นเสียงบางอย่างที่พวกเขาไม่ได้ยิน ในขณะที่ทางเดินต่อเริ่มปริร้าว ตอนแรกก็เห็นแค่รอยแตกเล็กๆ ที่ขอบด้านหนึ่ง หากก็มากพอจะทำให้ชายหนุ่มเผลอแยกเขี้ยววับ

เสียงดังครืนลั่นขึ้นมาโดยไม่จำเป็นจะต้องอาศัยหูผีของช่างซ่อมเรือด้วยซ้ำ คราวนี้ชัดเจนแล้ว

“เกร็ก ยัยเด็กนั่นกำลังจะถล่มที่นี่!

“แม่มดแห่งทะเลเล่นไม่ซื่อกับเราแล้ว วิ่งเลย!” หัวหน้าลูกเรือตะโกนสั่งเสียงดังลั่นไม่แพ้กัน รุนหลังคาร์ลอสที่อยู่ข้างๆ ให้นำหน้าไปก่อนจนเกือบหัวทิ่ม แต่คนอื่นๆ ไม่จำเป็นจะต้องให้ช่วยเตือน วิ่งตรงไปทางแท่นหินกลางอากาศนั่นอย่างไม่คิดชีวิตก่อนที่ใครจะได้ทำลายมันทิ้ง

ไม่มีอาคมกักกันแล้ว มีแค่ตัวหินที่แตกร้าวขึ้นเรื่อยๆ เร็วยิ่งกว่าจังหวะก้าวเท้า!

เด็กหญิงผู้กลืนกินกรี๊ดลั่น แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ล่องลอยอยู่ก็แตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ราล์ฟใจหายวูบ ลูกเรือของเขาที่เหลือทุกคนร่วงหล่นลงเหวไปต่อหน้าต่อตา!!

“บ้าเอ๊ย---!!

วิ่งเข้าไปซี่ คว้ามือออกไปซี่

เกรกอรี่หายไปแล้ว อเล็กเซย์เองก็ด้วย ทันเห็นแค่ร่างลิบๆ ของฟรองซัวร์ที่มองกลับขึ้นมา ใบหน้าซีดเผือดของวลาดิเมียร์ กับเศษหินที่แตกกระจายตามลงไปสู่ความมืด...

มือปราดเอื้อมออกไปท่ามกลางอากาศเวิ้งว้างของผาสูงชัน แต่ไม่ทันแล้ว ลูกเรืออีกสี่คนของเขาอยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่โดนผลักนำมาก่อน หากนั่นก็ไกลเกินกว่าที่ช่วงแขนของเขาจะคว้ามาไว้ได้

ดวงตาสีสนิมของคาร์ลอสเบิกกว้างอยู่ต่อหน้า ดวงตาสุดท้ายที่เขากำลังจะได้เห็น...

 

“คว้าไว้!!

แต่เขาจะไม่ยอมให้มันตายไปง่ายๆ เด็ดขาด ไม่ใช่ต่อหน้าเขา!

 

ครึ่งวินาทีในการดึงดาบคู่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา อีกหนึ่งวินาทีที่โยนดาบเล่มหนึ่งลงไป เพิ่มระยะร่วงหล่นให้มากขึ้น แต่ความยาวของโซ่ที่ผูกอยู่ระหว่างดาบทั้งสองเล่มยาวพอจะเหวี่ยงลงไปถึงมือของคาร์ลอสที่อยู่ใกล้ที่สุด ช่างซ่อมประจำเรือคว้าฝักเข้าได้ก่อนเป็นอย่างแรก ก่อนที่จะรีบตวัดมืออีกข้างขึ้นไปถึงตัวด้ามเมื่อแรงโน้มถ่วงลากเอาฝักดาบให้ถูกรูดลง เปลือยคมดาบให้เห็นแล้วร่วงลงไปตามน้ำตกกว้าง

ฮันส์ตะเกียกตะกายมาที่ขอบผา ยื่นมือออกไปแล้วตะคอก

 

“ปีนขึ้นมาเร็วๆ ไอ้บ้าเอ๊ย!!

 

คาร์ลอสไม่ตอบ ราล์ฟมองไหล่ของอีกฝ่ายข้างที่จับดาบเอาไว้แล้วเดาว่ามันคงหลุดไปแล้วด้วยแรงกระแทก

จะใช้เวลานานเท่าไรในการช่วยดึงมันขึ้นมา เขาไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ๆ เขาจะไม่มีวันปล่อยมืออีกเด็ดขาด!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“เฮ้...”

“...”

“ไอ้หนู”

“...”

“ข้ารู้ว่าเอ็งได้ยินแล้ว กรุณาอย่าสำออยแล้วลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะครับไอ้เด็กผี!

“โอ๊ย!

ประโยคสุดท้ายตามมาด้วยตะขอเหล็กแข็งๆ ที่กระแทกเข้ากลางกบาล วลาดิเมียร์เสือกตัวลุกขึ้นพรวด เสียแต่มองไปรอบข้างกลับเห็นแต่ความมืดมิด มืดสนิทอย่างที่เขาไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว แว่วเสียงน้ำไหลดังครืนๆ สะท้อนก้องหูไปหมด บวกกับความหนาวเย็นที่ไหลขึ้นไปตามเส้นสันหลังกับความเปียกชื้นแบบนี้... ไม่ต้องมองเห็นก็เดาได้วะว่าอยู่ใกล้ไอ้น้ำตกนั่นแน่ๆ

“ฟรังค์?”

พ่อครัวหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อคนปลุกอย่างมึนๆ คนถูกเรียกส่งเสียงตอบรับอยู่ในลำคอระหว่างที่ผละออกไป วลาดิเมียร์ลูบพื้นที่นั่งอยู่ เป็นผิวหินลื่นๆ คล้ายกับทางที่เดินมาตลอด ว่าแต่เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นนะ แล้ว...

“โอ๊ย!” ร้องซ้ำอีกรอบ ทำไมข้อเท้าเขาไร้ความรู้สึกวะ

“เกิดอะไรขึ้น” เสียงเกรกอรี่ดังมาจากที่ไม่ไกลนัก น้ำเสียงค่อนข้างโล่งอก “สรุปนั่นคือวลาดใช่ไหม ข้าล่ะเสียวจะคว้าศพทาสที่ร่วงลงมาได้แทนเป็นบ้า”

“เฮ้ย ไม่ผิดหรอกน่า ฝีมือระดับนี้แล้ว” ฟรองซัวร์ตอบ “อเล็กเซย์อยู่ไหนวะ ยังไม่ตายใช่มั้ย ส่งเสียงหน่อย”

“เขาว่าอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยมีอากาศให้เงียบไว้ไม่ใช่รึไงครับ”

“ไม่หรอก ที่นี่มีลม กว้างกว่าที่ข้าคิดด้วย” หัวหน้าลูกเรือแย้งมาเหมือนจะให้กำลังใจ “วลาดฟื้นแล้วก็ดี จุดไฟหน่อย อยู่ในที่มืดบนเกาะนี้นานๆ ข้ารู้สึกไม่ดี”

เปลวไฟสีส้มปะทุขึ้นมาบนฝ่ามือของนักเวททันทีที่สิ้นคำ ไม่สว่างพอจะทำให้เห็นได้ทั่วแต่มากพอจะทำให้เผลอหลับตาลงกะทันหันกับแสงที่วาบเข้าตา รอจนกว่าจะเริ่มปรับแสงได้แล้วค่อยกวาดไปรอบๆ มันเป็นทางหินขรุขระไม่ผิดอะไรกับก่อนหน้านี้จริงๆ หากดูกว้างกว่ากันมาก พวกเขาหล่นลงมาในถ้ำลึกแล้วแน่ๆ ธารใต้ดินที่รองรับอยู่คงลึกพอสมควรและไหลไปทางเดียว แม้จะไม่รู้ก็เถอะว่าถูกพัดมาไกลแค่ไหนและกลับมารวมกลุ่มกันได้อย่างไร

ฉับพลันนั้นเองที่เจ้าของเชื้อเพลิงสะดุดใจอะไรบางอย่าง

“คาร์ลอสล่ะ”

“ไม่อยู่ ที่ข้าควานขึ้นมาจากธารใต้ดินได้มีแค่พวกเจ้า ถ้าไม่หายไปแล้วกัปตันก็ช่วยไว้ทัน มันนำหน้ามาก่อน” เกรกอรี่ตอบเสียงเครียด ไล่สายตาไปตามลูกเรือแต่ละคนที่ยังเหลืออยู่ เอ่ยถามในฐานะคนที่มีอำนาจสูงสุดตอนนี้ “มีใครบาดเจ็บบ้าง เมื่อกี้วลาดร้องอะไร”

“เอ้อ คิดว่าข้อเท้าพลิกนะ” ถอดรองเท้าบู๊ทออกดูพลางก็นิ่วหน้าไปพลาง เห็นรอยบวมช้ำจนแทบไร้ความรู้สึกนั่นแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเหยเกหนักกว่าเดิม “แต่ไม่น่าเป็นอะไรมั้ง”

“แต่ข้าว่าฉิบหายที่สุดอยู่ที่ท่านเนี่ยแหละครับเกร็ก วลาดเอาไฟมา!

เสียงตื่นตระหนกของอเล็กเซย์ทำเอาคนที่เหลือหันมองตามกันขวับ เด็กหนุ่มเคบินบอยตาไวกว่าคนอื่นอยู่แล้วในฐานะที่ทำงานเป็นเบ๊ควบกับหมอประจำเรือ วลาดิเมียร์เสือกไฟไปทางหัวหน้าลูกเรือผิวแทนแล้วก็กลืนน้ำลายไม่ลงคอ แทบจะตะคอกใส่หน้า

“แล้วทำไมท่านไม่ร้องเลยวะเนี่ย!

“นิดเดียว”

“ไหล่หลุดข้าไม่นับว่านิดเดียวครับ! วลาด ไปเอากระติกใส่น้ำมาเลย ขอเยอะๆ ขอหินขนาดเท่าฝ่ามือด้วยครับ แช่น้ำให้เย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วรีบเอากลับมา ข้าจะดูว่ากระดูกหักไหม”

“เอ่อ จะรีบคลานไปให้นะ” คนถูกสั่งน้ำตาแทบไหล อเล็กเซย์ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้แล้วรีบแยกเขี้ยววับ

“ไม่ต้องแล้ว ฟรังค์พยุงวลาดไปที่ข้างๆ ลำธารเลยครับ ย้ายไปทำแผลตรงนั้นเลย เกร็กเดินดีๆ จับแขนตัวเองไว้อย่าให้ขยับเกินองศานี้นะครับ” ตอนนี้ผู้บัญชาการสูงสุดกลายเป็นคนที่เด็กที่สุดไปแล้ว เกรกอรี่หัวเราะเสียงแหบๆ เคาะนิ้วเข้ากับรอยสักรูปนาฬิกาทรายไร้ฐานบนแผ่นอกตัวเอง

“ขอบคุณไอ้หนูนี่ก็แล้วกัน ไม่มีมันข้ากวาดหาพวกเจ้าไม่เจอหรอก”

“ตกลงมาขนาดนี้ ยังไม่ตายก็พระเจ้าช่วยแล้วว่ะข้าว่า” ฟรองซัวร์ว่าพลางกวาดมองไปรอบๆ เท่าที่แสงไฟของวลาดิเมียร์จะส่องถึง เขาคิดว่าเห็นซากศพนะ แต่แสงสลัวๆ แบบนี้ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจนัก ถ้ามันเป็นทางผ่านของพวกค้าทาสจริงๆ ทาสคนไหนเผลอหล่นลงมาก็มีแต่ตายกับตาย “ถ้ามีลม มันก็น่าจะมีทางออก”

“ก็ไม่แน่...”

“วลาด หยุดตัดกำลังใจแล้วประคบข้อเท้าไปซะ”

เจอเกรกอรี่ดุเข้าให้ทีเดียวถึงกับหดคอวูบ การปฐมพยาบาลดำเนินต่อไปเงียบๆ ระหว่างที่หัวสมองของแต่ละคนกำลังแล่นเร็วปรื๋อ จะว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงก็ใช่ที่ เพราะถึงกัปตันจะไม่อยู่ตรงนี้แล้ว แต่ทั้งมือซ้ายมือขวาคนสนิทก็อยู่กันพร้อมหน้า อำนาจสั่งการและการตัดสินใจก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันสักเท่าไร อย่างน้อยๆ ก็คงไม่ตายกันได้ง่ายๆ ยกเว้นเสียแต่จะหาทางออกไม่เจอเข้าจริงๆ

ฟรองซัวร์ยังพยายามเขม้นมองฝ่าความมืด เขาสังหรณ์อะไรบางอย่าง คล้ายกับว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นกำลังจับจ้องอยู่...

คนอื่นๆ ที่เหลือยังง่วนอยู่กับการทำแผล ชายหนุ่มแขนเดียวเลี่ยงห่างออกไปอีกนิด หลับตาลง จับสมาธิไปที่โสตประสาท คอยจับทุกสรรพเสียงที่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ เขาอาจจะไม่ใช่คนหูผีแบบคาร์ลอสที่ได้ยินแม้แต่เสียงเนื้อไม้ผุพัง แต่ก็จัดว่าดีมากแล้วเมื่อเทียบกับลูกเรือคนอื่นๆ

เสียงน้ำตกครืนโครมดังก้องเป็นจังหวะ แต่พวกเขาจำแนกเสียงน้ำได้ -- พวกเขา -- โจรสลัดที่แยกเสียงฝีเท้าคนออกท่ามกลางคลื่นพายุที่โหมกระหน่ำ

ฟรองซัวร์เดินกลับมา อเล็กเซย์ดันไหล่ของเกรกอรี่กลับเข้าที่แล้ว หากคนบาดเจ็บกลับจ้องตรงมาที่เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาหันไปหาวลาดิเมียร์ที่นั่งเอาหินประคบข้อเท้าอยู่นั่น

“ไอ้หนู เปลี่ยนตะขอให้ข้าหน่อย”

“หือ” พ่อครัวหนุ่มมองตะขอสีเงินที่ข้อแขนขวา เลิกคิ้ว “จะเปลี่ยนเป็นอะไร”

“ดาบพก”

คนที่เหลือชะงักกันไปทันใดราวถูกสาป ดาบพกที่ว่าเป็นดาบกลติดปลอกแขนเหล็ก สั่งทำพิเศษพร้อมกลไกชักเข้าออกตามแรงเหวี่ยง ที่ตรงนี้มีแต่เกรกอรี่คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ากว่าฟรองซัวร์จะฝึกจนเอาไปใช้ได้จริงในสนามรบก็ได้แผลไปโขอยู่ เจ้าตัวบ่นๆ เสมอว่ามันออกแบบมาสำหรับนักลอบสังหารปกติ ใช้แรงดึงจากโซ่ที่ต่อกับข้อนิ้ว พอมาเป็นแรงเหวี่ยงแขนอย่างเดียวเลยควบคุมยากแทบบ้า สู้ใช้ตะขอที่พลิกแพลง ทำอย่างอื่นในชีวิตประจำวันได้ด้วยยังดีเสียกว่า

หากมันก็เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวนอกเหนือจากรองเท้าบู้ทหุ้มส้นเหล็กที่ชายแขนเดียวมีติดตัว

ไม่มีใครพูดอะไร รอคอยสัญญาณจากเกรกอรี่ที่หรี่ตาลงช้าๆ กระซิบถามเสียงไม่ดังไปกว่าธารน้ำที่กำลังไหลอยู่ข้างๆ

“ศัตรู?”

“เผื่อไว้”

“ได้ยินเสียงอะไร”

“ข้าคิดว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ทางนั้น” พยักเพยิดไปทางความมืดไกลออกไป “สากลิ่นแปลกๆ วลาดอาจจะแยกออก”

คนถูกเสนอชื่ออยากจะประท้วงออกมาเหมือนเคย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งโดนดุมาหมาดๆ เลยไม่อยากเสี่ยงตัวเองให้โดนด่าอีกรอบ ส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอเบาๆ แล้วพึมพำถามกลับ

“ได้กลิ่นอะไรเข้ารึไง” ว่าพลางก็ทำจมูกฟุดฟิด “ข้าได้กลิ่นแต่กลิ่นน้ำ”

“ไม่รู้สิ แต่ข้าว่ามันแปลกๆ”

วลาดิเมียร์มุ่นคิ้วเข้า แต่ก็ยอมหลับตาลง ปิดหู ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้อากาศเข้าไปในปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลิ่นชื้นๆ ของน้ำแตะจมูก ผสมกับกลิ่นเขียวขืนๆ ของตะไคร่และกลิ่นหิน กลิ่นดิน ไม่มีอะไรผิดไปจากสภาพธารน้ำใต้ดินปกติ...

ลมพัดวูบ จมูกของคนทำอาหารที่ใช้นาสิกประสาทหาเครื่องเทศท่ามกลางความมืดของโกดังเก็บของในเรือไม่เคยผิดพลาด เมื่อกี้เป็นกลิ่นดิน ชัดและรุนแรงกว่าส่วนอื่นๆ เสียแต่ว่าสัมผัสแบบนั้นมัน...

 

“ไอเวท”

 

“ว่าไงนะ”

“มีไอเวทหลงเหลืออยู่แถวนี้” วลาดิเมียร์กลืนน้ำลายไม่ลงคอ หน้าซีดไป “ถ้ารุนแรงขนาดฟรังค์ยังรู้สึกนี่ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ แต่กว่าข้าจะจับสัมผัสได้ก็ตั้งนาน คงพรางไอเวทไว้”

“น่าจะเป็นยังงั้น” นักเวทอีกคนตรงนั้นเอ่ยขึ้นมาบ้าง จับไหล่ตัวเองไว้ “แต่ไม่เหมือนของแม่มดแห่งทะเล ผู้รั้งรอกับผู้กลืนกินไม่ได้มีไอเวทแบบนี้”

“คนนอก?”

“เป็นไปได้ แต่ที่รู้ๆ คือไม่ใช่ทาสที่หล่นลงมาแน่”

ราวกับผู้ถูกกล่าวถึงจะรู้ตัว พวกเขาทุกคนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ โดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะตามมาด้วยพื้นดินที่สั่นสะเทือนแผ่วๆ ราวกับเกิดแผ่นดินไหว กรวดหินที่เกลื่อนกลาดอยู่บริเวณนั้นสั่นกึกๆ ไปหมด

วลาดิเมียร์ติดล็อกอันสุดท้ายบนปลอกแขนของฟรองซัวร์อย่างรวดเร็ว พอดีจังหวะกับตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไป

 

“ท่าทางยังอยู่สบายดีนี่ เพลิงนรก” เสียงที่เอ่ยออกมาเป็นเสียงของผู้ชาย ฟังเด็กอย่างประหลาด “...ใช่ชื่อนี้ใช่ไหม”

 

ฟรองซัวร์เอาศอกยันคนข้างๆ เบาๆ กระซิบ

“แขกแกว่ะวลาด”

ในขณะที่คนถูกเรียกแทบช็อกตายไปแล้ว เขาจำเนื้อเสียงแบบนั้นได้ เสียงของเด็กหนุ่มที่ยังไม่โตเต็มที่ แหบห้าว สำเนียงแปร่ง และฟังเยือกเย็นจนหนาวไปทั้งไขสันหลังแบบนี้...

ร่างของใครคนหนึ่งโผล่ออกมาจากเงามืด แลเห็นเขาแหลมของปิศาจบนศีรษะกับนัยน์ตาสีแดงเลือดได้ชัดเจน

วลาดิเมียร์จำได้ทันที

 

นั่นมันปิศาจ... ปิศาจที่เคยเกือบฆ่าเขาทั้งเป็นมาแล้ว!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

กลับมาอัพแล้วววววววว //กรี๊ดดดด ฟีลลิ่งมาแล้วววววว ผ่านพ้นช่วงระหว่างกลางฉากที่อยากเขียนไปแล้วววววว //อนึ่ง อย่าเพิ่งคาดหวังว่าตอนถัดไปจะมาเร็วนะคะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากปั่นให้เร็วเหมือนกัน โอ๊ย ฟีลมาเต็ม 555555555555
ใครอ่านเจ้าชายมาก่อนคงรู้ว่าพ่อหนุ่มปิศาจที่ว่านี่ใคร
อรั๊ง มีใครคิดถึงพ่อคนนี้มั่งมั้ยคะ~ จริงๆ ตัวละครที่มีอยู่ก็เยอะมากอยู่แล้วนะเนี่ย คิดอยู่นานมากว่าจะให้ออกดีไหม แล้วสุดท้ายก็ได้ออกค่ะ

อีกอย่าง คิดๆ ไปแล้วรู้สึกเกลียดตัวเองมากเลยค่ะที่ไม่ได้สร้างนักเวทสายฮีลไว้ โอย บาดเจ็บกันที แค่เล็กๆ น้อยๆ ก็วูบแล้ว แต่งไปก็เสียวแทนไปค่ะ ไหล่หลุดนี่เขาว่าเจ็บมากเลยนะ! *ซับน้ำตา*

และวลาดก็ยังสำออยไม่เปลี่ยนเลยค่ะ (ฮา)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #562 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 14:53
    บาโฟชว่ายม้ายยยย!!!!!!!!!!!!!
    เฮ้ยยยยยยยยยย
    หนูมาเพื่อแย่งทุกจุดโฟกัสจริงๆ ค่ะลูก
    ราล์ฟคืออะไร  วลาดเป็นอะไร
    แม่ไม่เคยรู้จักเลยค่ะลูก
    เพราะแม่มีลูกบาโฟคนเดียว <3 #ส่งจูบ
    #562
    0
  2. #376 Blue_Demons (@greatmormon) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 15:34
    ความน่ากลัวกลับมาอีกครั้ง
    #376
    0
  3. #350 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 16:51
    ใครเหรอคะพ่อคนนั้น..../โดนขวิด
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด บุญเลิ--- เอ๊ย บาโฟ๊วววววววววววววววววว นายมีบทเเล้วสินะ! นายมีบทเเล้วววววว นายออกมาทำคะเเนนเเล้วววววววว ออกมาเเข่งกับกับกัปปิตันเเหล่วเเลวเเล่วเเล้ววววววววววววว!!!!//เเต่รู้ว่าอย่างหลังจะไม่ชั่ยนะ ฟาฟหกฟกสงฟหกสงฟ
    ตอนเเรกนึกว่าคัตวามาจ๊ะเอ๋(?) เเต่คิดไปคิดมาไม่ได้เรียกปานวาดว่าโววาเลยคงไม่ใช่ พอเขาโผล่นี่เเบบ กรี๊ดเลยข่ะ ลั่นข่ะ โอยยยยยยยย คิดเถริงงงงงงงงงงงงงงง
    กรี๊ดก่อนหน้า มุกตะปูวยังยิงนิ่งๆอีปิึคๆเหมือนเดิมข่ะ หาญถึงกับต้องออกหน้าเเทน โอย หาญ จะไฮเสป็คคาเรชิเกินไปล้าวววว เเล้วตอนตกหน้าผาหมู่นั่น ตะไมตะปูเเลดูโมเอ้พิลึก ฮั่ก เเพ้ปู้ชายตา่สีสนิม ฟฟฟฟฟฟฟฟ
    //ว่าเเล้วก็ถลาไปกอดหาญร้องไห้ โฮฮกกกกกกกกกกกกกกกก *เดี๋ยวนะห์*
    พวกที่ตกลงมานี่วลาดก็หงอยเป็นเด็กน้อยเลยตอนถูกคุณเกร็กดุ ฟฟฟฟ ส่วนอเล็กซ์ เลาสัมผัสได้ถึงความกวนติงนิ่งๆของนายนะเคตบินบอย รักมาก ฟฟฟฟฟฟฟฟ
    ฟรังค์ รู้ไหมนอกจากดาบกับตะขอ ผู้ชายยังมีดาบตรงท่อนล่า---- //พี่วูล์ฟถีบ

    สุดท้ายนี้
    ด้วยรักเเละคิดเถิงอย่างล้นๆ
    //ตายคาบทความ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 พฤษภาคม 2557 / 16:53
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 23 พฤษภาคม 2557 / 16:57
    #350
    0
  4. #348 The.wolF (@wolf-zaa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 18:59
    #349

    ตอนนี้คือพยายามกำหนดว่าอย่างช้าเดือนละตอนค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เร็วกว่านั้นเหมือนกัน เกรงใจทุกคนที่ยังรออ่านค่ะ TwT //ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ฮรือ
    #348
    0
  5. #347 om-let (@le-tom) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 18:56
    เอ้าๆ มาปล่อยให้ค้างอีกแล้ว จริงสิ วลาด ได้ข่าวว่าบ่นๆตอนเข้าเกาะว่าถ้าอีกฝ่ายลงทุนตามเข้ามาในเกาะนี่จะ...ทำไงนะ?

    สนุกมากครับ อีกตอนนี่ต้องรอเดือนนึงหรือครับ? *O*?
    #347
    0
  6. วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 17:22
    บาโฟออกแล้ว!!!!//โผล่แต่เขา?
    #346
    0
  7. #345 123mo321 (@jmomiji) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 10:59
    แฟนแม่มด?
    #345
    0