โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 9 : บทเรียนแรกของโอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    25 ก.พ. 58

 นี่เป็นห้องฝึกศิลปะการต่อสู้ วาโยผายมือไปรอบๆห้องซึ่งกว้างเท่ากับสนามฟุตบอลใหญ่ๆ แม้จะไม่น่าเชื่อว่า ห้องกว้างขนาดนี้จะบรรจุอยู่ในตัวอาคารหลังนี้ได้ แต่โอมเลิกประหลาดใจกับเรื่องพวกนี้แล้ว ก็ในเมื่อเทพเจ้ายังมีจริง แล้วกับแค่เอาสนามฟุตบอลมาใส่ในตึกแบบนี้ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้


ลานกว้างดังกล่าวมีลักษณะเหมือนโรงยิม มีชายหญิงอยู่หลายสิบคน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ทุกคนใส่กางเกงยีนส์ สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้มคาดแถบสีส้มพาดยาวจากคอถึงชายเสื้อ แต่ละคนกำลังจับคู่ฝึกซ้อมอาวุธกัน ซึ่งมีหลายอย่างทั้งดาบนานาชนิด รวมถึงหอก กระบองและสามง่าม ส่วนทางด้านซ้ายของสนามฝึก มีเป้าสำหรับซ้อมยิงธนูตั้งเรียงเป็นแนวโดยหญิงชายอีกกลุ่มหนึ่งกำลังฝึกยิงด้วยธนูแบบต่างๆ ส่วนทางด้านขวามีอาวุธจำนวนมากแขวนเรียงรายเป็นแนว ขณะที่ด้านปลายสุดของสนามฝึกมีประตูหกบานติดกับผนังเรียงกัน


เฮ้ย เหม่ออะไรวะ วาโยตบไหล่เรียกความคิดเรื่อยเปื่อยของโอมให้กลับคืนมาเดี๋ยวนายลองไปเลือกอาวุธดูนะ ชอบอะไรก็ไอ้นั่นแหละ

แล้วถ้าไม่ชอบอะไรเลยล่ะโอมตีรวน

งั้นนายก็เอามือเปล่าไปสู้ไอ้พวกอสุรกายก็แล้วกัน เสียงของมินตราดังขึ้นจากด้านหลังสามหนุ่ม ก่อนที่ร่างเพรียวในชุดเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินเข้มคาดแถบสีส้มกับกางเกงยีนส์กัดสีพร้อมรองเท้าผ้าใบจะก้าวแทรกชายหนุ่มทั้งกลุ่มมายืนอยู่ข้างหน้าโอม ผมของเธอยังคงรวบไว้ที่ต้นคอพร้อมแว่นยังอยู่ครบ ที่เอวข้างขวาห้อยดาบสั้นสีเงินเปลือยฝัก ขณะที่สายตาของหญิงสาวที่มองผ่านแว่นนั้นจ้องตรงมาที่หน้าของโอมด้วยแววตากึ่งเยาะกึ่งท้าทาย

เธออีกแล้วเหรอโอมไม่ปิดบังความหมั่นไส้ในน้ำเสียงของเขาแม้แต่น้อย

นี่น้องใหม่ ทักทายรุ่นพี่กับว่าที่ครูฝึกของนายให้มันดีๆหน่อยสิ หญิงสาวว่า

หมายความว่าไงโอมขมวดคิ้ว พลางหันไปมองเพื่อนทั้งสอง

ผอ.ให้มินตราเป็นครูฝึกของนายปถวีร์บอก

จะให้ยัยนี่เนี่ยนะเป็นครูฝึกฉัน เขาร้องขึ้นไม่มีใครดีกว่ายัยนี่แล้วเหรอ

คนที่ดีกว่าฉันน่ะมี แต่กับคนอย่างนาย มีแต่ฉันนี่แหละที่เอาอยู่มินตราพูดที่สำคัญนี่เป็นคำสั่งของผอ.นายคงไม่อยากขัดใจเขา แล้วถูกสาปเป็นมัมมี่หรอกนะ

ฮึ่ย ให้ตายเหอะ โอมคำรามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเลือกเลย...

**********


หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป พร้อมกับการทดสอบการใช้อาวุธหลายชนิด โอมได้พบความจริงอย่างนึง นั่นคือ คนอย่างเขาคงไม่เหมาะกับอาวุธใดๆเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบชนิดต่างๆที่การทดสอบจบลงด้วยการโดนมินตราฟาดสันดาบเข้ายังจุดต่างๆตามร่างกายจนเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ หรือ หอก ที่สุดท้ายก็ถูกหญิงสาวใช้ด้ามของมันกระทุ้งเข้าที่ท้องจนจุก แล้วยังจะกระบองที่จบลงด้วยการโดนฟาดลงกลางหัว กับธนูที่ โอมยิงไปปักทั่วทุกทิศในโรงยิมยกเว้นเป้าของมัน

อ่อนหัดไม่เอาไหน อย่างนายเนี่ย ฉันว่า ถ้าไปคนเดียวแล้วเจอสุรกายเมื่อไหร่ มีหวังเละเป็นโจ๊กมินตราออกความเห็นอย่างไม่เกรงใจหลังการทดสอบสิ้นสุดลงผอ.เขาเลือกนายได้ไงเนี่ย

โอมจ้องหน้าหญิงสาวอย่างจะกินเลือดกินเนื้อพร้อมนึกลำดับคำด่าโดยมิได้ปริปากออกมา ก็จะต้องออกเสียงทำไม ในเมื่ออีกฝ่ายอ่านใจเขาได้


อย่างไรก็ตาม มินตราก็ไม่ได้แสดงสีหน้าว่าโกรธหรือไม่พอใจที่ถูกด่าแต่อย่างใด คล้ายกับไม่รู้สึกรู้สมอะไร ชายหนุ่มจึงเบือนหน้าหันไปอีกทางหนึ่งแทน

เฮ้ย โย นั่นห้องอะไรวะโอมออกปากถามเมื่อเห็นซุ้มประตูโค้งบานใหญ่ทำด้วยแผ่นโลหะสีทองมีรอยนูนเป็นรูปอินทรีถลาลม

อ๋อ ห้องทดสอบสมรรถภาพร่างกายน่ะ

ฉันว่า นายอย่าคิดไปทดสอบเลย อย่างนายเนี่ย ขืนเข้าไปในนั้น จะเละเสียยิ่งกว่าโจ๊กอีกมินตราดักคอ

คำพูดเชิงดูถูกของหญิงสาวทำให้โอมเกิดทิฐิงั้นฉันจะเข้าไป

มันหนักเอาการนาเพื่อน”ปถวีร์เตือน

อย่างมากก็ได้รอยช้ำเพิ่มอีกสองสามรอยละวะ

ให้เขาเข้าไปเถอะ คนแบบนี้ต้องโดนกับตัวจะได้รู้สึกมินตราพูด”ฉันหวังว่านายคงจะรอดชีวิตออกมาได้นะ”

แม้จะถูกแดกดันซึ่งหน้า แต่โอมก็ไม่ได้สนใจต่อปากต่อปาก เขาก้าวฉับๆผลักประตูเข้าไปทันที


ภายในห้องบรรยากาศเย็นยะเยือกแบบชวนให้เสียวสันหลัง ผนังทั้งสองราบเรียบ มีทางเดินทอดยาวไปข้างหน้า แสงจากไฟเพดานที่สลัวๆคล้ายบ้านผีสิง ทำให้ไม่เห็นว่าทางเดินนั้นไปถึงที่ใด

โอมสูดหายใจเข้าออกเพื่อปรับอารมณ์ให้กล้าหาญ ก่อนเดินตามทางนั้นจนกระทั่งมาถึงโถงกว้าง สภาพในห้องเหมือนกับถ้ำขนาดใหญ่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย แสงสีรุ้งส่องมาจากหลืบผนังทั้งสอง ตกกระทบหินงอกหินย้อยเป็นประกายวาววับ

“เริ่มการทดสอบ...”เสียงประกาศของหญิงสาวดังมาจากลำโพง

เสียงโครมครามจากข้างหลังทำให้โอมหันไปมองและต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นหินก้อนใหญ่กำลังกลิ้งตรงมาหา

ชายหนุ่มพุ่งเข้าข้างทางโดยหินก้อนนั้นกลิ้งเฉียดไปนิดเดียว

โอมระบายลมหายใจโล่งอก..นึกว่าไม่รอดเสียแล้ว...เขานึกในใจ ทันใดนั้นพื้นที่ยืนอยู่ก็สั่นสะเทือน หินย้อยแท่งหนึ่งปลายแหลมราวกับหอกตกลงมาตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นมองและเห็นหินย้อยอีกแท่งกำลังตกลงมา ชายหนุ่มออกวิ่งทันที โดยมีหินย้อยตกไล่หลังมาตลอดทาง จากนั้นพื้นห้องก็ยกตัวเป็นลูกคลื่น หินงอกก้อนมหึมาล้มครืนเข้าใส่ ชายหนุ่มกลิ้งตัวหลบและออกวิ่งอย่างล้มลุกคลุกคลานจนมาถึงพื้นราบอีกครั้ง และเพดานห้องก็เปลี่ยนไปเป็นท้องฟ้าสีทะมึน เสียงฟ้าร้องตามมาด้วยฟ้าผ่า สายลมพัดกระหน่ำจนแทบตัวปลิว เศษไม้เล็กๆมากมายถูกลมพัดเข้ามาปะทะหน้าและเนื้อตัวจนเจ็บแสบไปหมด

โอมร้องเสียงหลง เมื่อร่างของเขาถูกพายุหมุนลูกใหญ่ที่พุ่งเข้ามา หอบลอยขึ้น....

**************


เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง โอมสัมผัสได้ถึงความนุ่มเบาสบายที่รองรับร่างของเขาอยู่ กลิ่นลาเวนเดอร์อ่อนๆลอยเข้าจมูกอากาศเย็นสบายเหมืนอยู่บนยอดเขา เอ..หรือว่าเขาจะอยู่บนสวรรค์เสียแล้ว

ฟื้นแล้วหรือคะเสียงใสราวระฆังเงินดังขึ้น

เมื่อลืมตาเห็นเจ้าของเสียง โอมก็มั่นใจว่า เขาคงตายแล้วและกำลังอยู่บนสวรรค์แน่ๆ เพราะที่อย่ตรงหน้าเขานี้มันนางฟ้าชัดๆ ทั้งรูปหน้าที่สวยน่ารัก ผมยาวสีดำขลับ ตากลมคมหวานซึ้ง ผิวขาวระเรื่อ

เอ่อ นี่ที่ไหนครับ”

“ห้องพยาบาลค่ะ”เด็กสาวตอบ เธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวยาวถึงเข่า สวมหมวกคล้ายนางพยาบาล อายุน่าจะไม่เกินสิบหกปี


โอมมองไปรอบๆห้องสีขาว สะอาดสะอ้านกว้างขวางคล้ายห้องพักคนป่วยในโรงพยาบาล มีเตียงสิบเตียงตั้งเรียงเป็นแถว พลางลำดับความคิดครู่หนึ่ง เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายตัวเขาถูกลมพายุหมุนหอบเข้าไปปะทะกับโขดหินจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไงครับเนี่ยเขาถามต่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #36 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 17:48
    55 นายโอมคงเป็นประเภทดื้อรั้น ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตานะ .. มาคอยลุ้นกันต่อ
    #36
    0