โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 8 : กำเนิดหอคอยเทวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

   สำหรับโอมแล้ว การนั่งรถที่ขับโดยปีศาจไร้หน้าอาจเป็นประสบการณ์ที่น่าหวาดหวั่น แต่การนั่งรถที่ขับโดยวิญญาณผีตายโหงสัมภเวสีนั้น ยิ่งเป็นประสบการณ์ที่มากกว่าคำว่า หวาดหวั่นนับร้อยเท่า สภาพของโชเฟอร์ที่โพกผ้าพันรอบศีรษะที่เละไม่เป็นรูปและชุ่มด้วยเลือด มันให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างจากฝันร้าย ชายหนุ่มไม่คิดจะถามหรือแม้แต่อยากรู้ว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้โชเฟอร์มีสภาพแบบนี้

โอมนั่งตัวแข็งแทบไม่หายใจตลอดทางที่รถวิ่งไป ขณะที่มินตรานั่งในท่าไขว่ห้างอย่างสบายอกสบายใจ อากาศในรถเย็นยะเยือกราวกับห้องดับจิต กลิ่นธูปและน้ำอบจางๆลอยอบอวล โชคดีที่ใช้เวลาเพียงห้านาที รถคันนั้นก็มาถึงที่หมาย ทันทีที่ปลดล็อค โอมก็รีบเปิดประตูเผ่นลงจากรถแทบในพริบตา ขณะที่มินตราก้าวตามลงมาอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นรถแท็กซี่คันนั้นก็สลายกลายเป็นควัน เช่นเดียวกับตอนที่มันปรากฏตัวขึ้น

ยัยทอมโรคจิต นี่เธอพาฉันนั่งรถบ้าอะไรมาวะเนี่ย โอมใส่แหลก หลังจากรถไปแล้ว

ก็นายบอกว่า ไม่อยากนั่งรถปีศาจไร้หน้า ฉันก็เลยหาแท็กซี่ใหม่ให้นายไงมินตรายักคิ้วพลางเอ่ยต่อด้วยสีหน้ายิ้มๆฉันว่า เขาขับนุ่มแล้วก็เร็วดีออก

ยัยตัวแสบ.... โอมโกรธจนไม่รู้จะพูดอะไรดี ถ้าไม่ติดว่า คนที่ยืนข้างหน้าเป็นผู้หญิงแล้ว เขาคงซัดไปซักหมัดแน่

เอาน่า ถือเสียว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ก็แล้วกัน มินตราตบบ่าเขา ก่อนจะพูดต่อ ฉันว่า ตอนนี้ เราขึ้นไปที่ห้องของนายได้แล้ว หรือนายจะรอให้มีตัวอะไรโผล่มาอีก

ประโยคสุดท้ายของหญิงสาวทำให้โอมนึกขึ้นได้ เขาคิดว่า วันนี้ เขาพอแล้ว สำหรับความตื่นเต้นและสยองขวัญที่เจอมา

งั้นก็ตามฉันมา โอมบอกเสียงห้วนๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้านำหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่รอ

เดินไม่รอกันแบบนี้ ระวังจะมีอะไรดักรออยู่ข้างหน้านะมินตราเอ่ยเสียงลอยลม ทำเอาโอมต้องลดความเร็วลงเพื่อรอให้อีกฝ่ายขึ้นมาเดินข้างๆ

.ให้ตายเหอะ ทำไมกูต้องมาเจอกับยัยทอมโรคจิตนี่ด้วยวะ..ชายหนุ่มนึกในใจ

************************

 ชายหนุ่มยอมรับว่า ตั้งแต่มาพักที่อพาร์ทเมนต์แห่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดประตูห้องพักด้วยความรู้สึกหวาดผวา เป็นอย่างยิ่ง ว่ากันตามจริง ถ้าเขาไม่กลัวถูกหาว่า ปอดแหกแล้ว โอมคงจะขอให้มินตราเปิดประตูห้องให้แทน เผื่อว่า ถ้ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ มานั่งรออยู่ เธอจะได้รับหน้าแทน อย่างน้อย ยัยทอมนั่น คงจัดการกับแขกพวกนั้นได้ดีกว่าเขาเป็นแน่

ห้องน่าอยู่ดีนี่ หญิงสาวว่า พลางเดินไปเปิดตู้เย็นอย่างถือวิสาสะและหยิบโค้กซีโร่ขึ้นมาเปิดกระป๋องดื่มนายอยู่ที่นี่มานานแล้วเหรอ

ก็ตั้งแต่เรียนปีหนึ่งแล้ว โอมตอบ ขณะที่มองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆ ลำพังหญิงสาวทำท่าเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเสียเองนั้น ยังไม่เท่าไหร่ แต่ดันมากินโค้กกระป๋องสุดท้ายของเขาด้วยนี่สิ

แค่โค้กกระป๋องเดียว หวงขนาดนี้เชียวเหรอ มินตราเอ่ยขึ้น อย่างรู้ความคิดของเขา

โอมสะดุ้ง เธอรู้ความคิดฉันด้วยเหรอ

อ้าว นี่ตกลง นายเพิ่งรู้เหรอ ว่า ฉันอ่านความคิดนายได้ มินตราเลิกคิ้ว ฉันนึกว่า นายรู้แล้วซะอีก

ฉันไม่ใช่พวกซูเปอร์เอ็กซ์เมนเหมือนเธอนี่ จะได้มีพลังจิตอ่านใจคนได้

ถ้านายได้เข้ารับการฝึก นายก็ทำได้เหมือนกัน

ตกลง อีตา ผอ.อะไรนั่น ส่งเธอมาเกลี้ยกล่อมฉันใช่ไหม

ศินีโยนกระป๋องโค้กที่หมดแล้วลงถังผงที่มุมห้องอย่างแม่นยำ ฉันว่า นายน่าจะพูดถึง มิสเตอร์ เอช ให้ดีๆหน่อยนะ ถึงเขาจะค่อนข้างใจดี แต่เขาก็สามารถทำให้ชีวิตนายเหมือนฝันร้ายได้ไม่ยาก ถ้าอยากจะทำเธอพูด

เมื่อได้ยินแบบนั้น โอมก็ยิ่งข้องใจ ตกลง มิสเตอร์เอชเนี่ย เขาเป็นใครกันแน่

เทพเจ้าองค์หนึ่ง

เทพเจ้า!”

เอช ย่อมาจาก ฮามาคิสต์ เทพฮามาร์คิสต์ เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำไนล์

โอมกลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผาก หมายความว่า พวกเทพเจ้าอียิปต์โบราณก็มีจริงๆงั้นเหรอ

 ไม่ใช่เพียงเทพเจ้าอียิปต์หรอก แต่ยังมีเทพเจ้าอื่นๆอีกหลายคณะที่มีอยู่จริงมินตราบอก โลกของเทพเจ้าคือโลกซึ่งอยู่เหนือความรับรู้ของมนุษย์ไปอีกชั้นหนึ่ง แต่ก็มีบางส่วนที่พื้นที่ของโลกทั้งสองซ้อนทับกันอยู่และเหล่าเทพเจ้าก็คือผู้ที่ทรงอำนาจในการควบคุมพลังธรรมชาติทั้งหลายในโลกของมนุษย์  

 แล้วพวกอสุรกายล่ะ ชายหนุ่มถามต่อ

ส่วนใหญ่ก็อยู่ในแดนสนธยา ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างโลกของมนุษย์กับเทพเจ้า แต่ก็มีอีกเยอะที่อยู่ปะปนกับพวกมนุษย์ เอาไว้ถ้านายเข้ามาอยู่กับพวกเราเมื่อไหร่ นายก็จะได้เห็นเอง

โอมยังมีข้อสงสัยเธอบอกว่า พวกอสุรกายอยู่ปะปนกับมนุษย์ แล้วทำไม ที่ผ่านมา ถึงไม่เคยมีใครเจอเลย

นี่นายคงไม่คิดว่าพวกนั้นจะรับเชิญไปออกรายการตีสิบหรือทูไนท์โชว์หรอกนะน้ำเสียงของหญิงสาวแฝงความขบขัน พวกอสุรกายจะใช้เวทมนต์อำพรางร่างจริง ทำให้พวกมันกลมกลืนไปกับพวกมนุษย์ ก็เหมือนพวกที่นายเจอที่มหาวิทยาลัยกับบนรถเมล์เมื่อกี้ไง

เวทมนต์อำพรางงั้นเหรอ... โอมทวนคำ ขณะที่มองหน้าคู่สนทนาอย่างคนที่มีคำถามอีก แล้วทำไม...

เอางี้นะ ถ้านายอยากรู้อะไรเอาไว้พรุ่งนี้ไปถาม ผอ.เอาเองก็แล้วกันมินตราตัดบทก่อนจะเปลี่ยนเรื่องแต่ตอนนี้ ฉันว่า เราหาอะไรกินกันก่อนดีไหม ฉันรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วล่ะ

เธอมีเวทมนต์ไม่ใช่เหรอ งั้นก็เสกอาหารมากินสิชายหนุ่มประชด

ถึงฉันจะพอมีเวทมนต์อยู่บ้างแต่ฉันก็ไม่ใช่เทพเจ้านะ จะได้เสกอะไร ต่ออะไรได้แบบนั้น หญิงสาวว่า พร้อมกับลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู ถ้านายไม่อยากกิน งั้นฉันลงไปหาอะไรกินเองก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าถ้าระหว่างที่ฉันไม่อยู่ เกิดมีตัวอะไรโผล่มา นายก็ต้อนรับมันเองก็แล้วกันกล่าวจบ เธอก็เปิดประตูและเดินออกจากห้อง

เฮ้ย รอเดี๋ยวสิโอมร้องเรียกพร้อมกับรีบตามอีกฝ่ายไป

**********************

    เฮ่อ อิ่มชะมัดเลย หญิงสาวดูดน้ำจนหมดแก้วหลังจากจัดการกับมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว

โอมนั่งมองดูอีกฝ่ายอย่างเซ็งสุดชีวิต ขณะที่ข้าวหมูแดงตรงหน้าเพิ่งหมดไปครึ่งจานเท่านั้น

อ้าว ยังกินไม่เสร็จอีกเหรอ ทำไมนายกินช้าจังล่ะหญิงสาวทัก

อิ่มแล้วเขาตอบอย่างไม่ซ่อนความเซ็งในน้ำเสียง

นี่นายเซ็งหน้าฉันจนกินข้าวไม่ลงเลยเหรอ

รู้ได้ไง

ลืมแล้วเหรอว่าฉันอ่านใจนายได้มินตรายิ้มพราย ฉันยังรู้ด้วยนะว่า นายตั้งฉายาฉันว่า ยัยทอมโรคจิต

โอมนิ่วหน้า มีใครเคยสอนเธอถึงเรื่องสิทธิส่วนบุคคลบ้างไหม

ก็มี แต่ฉันไม่จำหญิงสาวว่า ก่อนจะรวบรัดตัดบทตกลงมื้อนี้นายจ่ายทีนะ พอดีฉันไม่ได้พกเงินแบบที่พวกมนุษย์เขาใช้กันมาด้วย

เออโอมรับคำอย่างสุดเซ็งก่อนจะถามกลับแล้วนี่เธอจะกลับยังไง

กลับไปไหน

กลับบ้านเธอไง

กลับทำไม คืนนี้ ฉันก็นอนที่ห้องนายนี่แหละมินตราพูดหน้าตาเฉยแต่บอกไว้ก่อนนะว่า อย่าคิดอะไรแผลงๆเด็ดขาด ไม่งั้น นายต้องเสียใจตลอดชีวิตแน่ๆหญิงสาวทำเสียงน่ากลัว

เฮอะโอมแค่นเสียง คิดกับเธอเนี่ยนะ ฉันว่าฉันนั่งมองเพดานยังได้อารมณ์กว่าเห็นหน้าเธอเลย

*****************

ไง เพื่อน เมื่อคืนเป็นไงบ้าง แล้วมินตราล่ะวาโยเอ่ยถามทันทีที่เจอหน้าโอมในเช้าวันต่อมา

ยัยทอมโรคจิตน่ะเหรอ พอมาส่งฉันที่หน้าคณะเสร็จ ก็กลับไปแล้วล่ะ ชายหนุ่มตอบ

ปถวีร์ที่นั่งอยู่ด้วยถามขึ้นว่า  ตกลง นายยอมรับเงื่อนไขของ ผอ แล้วใช่ไหม

แล้วฉันมีทางเลือกไหมล่ะโอมย้อนถาม

วาโยตบบ่าเขาเบาๆอย่างให้กำลังใจเอาน่า แล้วนายจะรู้ว่า ชีวิตใหม่เนี่ย สนุกกว่าที่คิดอีก

สนุกตายล่ะ...โอมพึมพำก่อนจะถามต่อ ว่าแต่จากนี้ไป ฉันต้องทำอะไรบ้าง

เย็นนี้ ไปหาผอ.ด้วยกัน แล้วนายก็จะรู้เองวาโยสรุป

หลังเลิกเรียนในช่วงบ่าย โอมตามเพื่อนทั้งสองไปยัง ก๊อดทาวเวอร์ หรือ หอคอยเทวะ  อีกครั้ง เพื่อรับทราบสิ่งที่ต้องทำ หรือหากพูดให้ถูกก็คือเข้ารับการปฐมนิเทศก์จาก มิสเตอร์เอช เทพเจ้าหลงยุค ซึ่งนั่นเป็นสมญาที่โอมแอบตั้งให้ แน่นอนว่า เขาต้องบังคับใจอย่างมาก ไม่ให้นึกถึงสมญานี้เวลาอยู่ต่อหน้า มิสเตอร์เอช เพราะเขาแน่ใจว่า ฝ่ายนั้นต้องรู้แน่ๆว่าเขาแอบตั้งสมญาให้ ซึ่งนั่นอาจส่งผลให้เขาถูกสาปเป็นมัมมี่ก็ได้

  หลังไปถึงหอคอยเทวะ มิสเตอร์เอช ให้วาโยกับปถวีร์พาโอมไปยังห้องประชุมเล็ก ที่มีลักษณะคล้ายกับห้องฉายภาพยนตร์ขนาดเล็ก ความจุไม่เกินสี่สิบที่นั่ง ในนั้นมี คนนั่งอยู่ก่อนแล้วสิบคนทั้งหญิงชาย ซึ่งเมื่อดูจากหน้าแล้ว ทั้งหมดไม่มีใครอายุเกินสิบห้าสิบหกปีเลยแม้แต่คนเดียว

  ทันทีที่ทั้งสามนั่งลง ไฟในห้องก็สลัวลงอย่างช้าๆจนมืดสนิท จากนั้นเสียงดนตรีแบบในหนังมหากาพย์ก็ค่อยๆดังขึ้น ภาพปรากฏอยู่รอบทิศในรูปแบบสี่มิติ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของโลกแห่งเทวะที่เชื่อมต่อกับโลกของมนุษย์ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของเหล่าเทพเจ้าห้าคณะอันประกอบด้วย เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำไนล์ เทพเจ้าแห่งเขาโอลิมปัส เทพเจ้าแห่งอัสการ์ด เทพเจ้าแห่งเขาไกรลาสและเทพเจ้าแห่งนครต้องห้าม ซึ่งเมื่อหลายหมื่นปีก่อน เหล่าเทพเจ้าทั้งห้าคณะซึ่งต่างก็ครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้กระทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อแบ่งขอบเขตการปกครองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลย์ของเทวะจักรวาลอันเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมแห่งมวลมนุษยชาติในปัจจุบัน จากนั้นราวพันกว่าปีที่แล้ว เทพเจ้าทั้งห้าคณะก็ได้ลงมติให้สร้างหอคอยเทวะขึ้นและมอบหมายหน้าที่ในการรักษาความสมดุลย์นั้นให้แก่บรรดาสมาชิกของหอคอยเทวะ

 นั่นคือ ข้อมูลทั้งหมด ที่พื้นที่สมองน้อยๆของโอมจะสามารถจดจำได้ ส่วนที่เหลือน่ะหรือ พอหนังสี่มิติฉายจบ เขาก็ลืมเกือบหมดแล้ว

******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #35 kimurakung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 17:41
    น่าตื่นเต้นดีนะ..แต่แหม..ในไทยแท้ๆ ทำไมไม่ให้เทพเจ้าทางฝั่งไกรลาสมาดูแลอะ
    #35
    0
  2. #24 mist eye (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 09:37
    เหมือนอ่านเพอร์ซีย์ฉบับของไทยเลยอ่ะ ชอบมากกกกกก ขอร้องอย่าหยุดแต่งนะท่านไรท์เตอร์ !!
    #24
    0