โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 4 : ปริศนาในห้องสมุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 ก.พ. 58

 

      สี่โมงเย็นหลังเลิกเรียน โอมมานั่งหลบมุมในห้องสมุดของคณะ ชายหนุ่มยึดโต๊ะเล็กๆตัวหนึ่งหลังชั้นหนังสือใหญ่เป็นที่ปักหลัก จนถึงตอนนี้ นักศึกษาหนุ่มก็ยังไม่หายข้องใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อลองประมวลผลจากเรื่องทั้งหมด มันคล้ายๆกับว่าเขากำลังจะเป็นบ้า ถึงได้มองเห็นและได้ยินอะไรอย่างนั้น ยิ่งคิดไปคิดมา โอมก็ยิ่งปวดหัว จนในที่สุดเขาก็แก้ปัญหาโดยการฟุบหลับลงกับโต๊ะเสียเลย


     ชายหนุ่มจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนหรือฝันว่าอะไรบ้าง หลังจากตื่นขึ้นมา เขาพบว่าท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดแล้ว แต่ก่อนจะลุกขึ้น โอมก็ได้ยินเสียงสนทนาที่คุ้นหูดังแว่วมาจากอีกด้านของชั้นหนังสือ 

เกือบไปแล้วนะ ให้ตายสิเสียงแรกซึ่งคล้ายกับเสียงของวาโยพูดขึ้น

นั่นสิเสียงที่สองซึ่งเหมือนกับเสียงของปถวีร์กล่าวแต่ก็แปลกนะ ทำไม มันยังจำได้อีกวะ

หรือว่า มันจะเป็นอย่างที่พวกเราสงสัย

ไม่หรอกมั้ง ฉันว่า บางทีหมอนั่นอาจจะแค่มีสัมผัสพิเศษเล็กน้อยมากกว่า

แต่ถ้ามันไม่ใช่แค่นั้นล่ะ

นายคิดมากไปแล้ว


โอมแน่ใจว่า นั่นเป็นเสียงของเพื่อนสนิททั้งสองของเขา  ตอนแรกชายหนุ่มคิดจะออกไปสมทบกับพวกนั้นด้วย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เนื่องจากน้ำเสียงที่ทั้งคู่คุยกันนั้นฟังดูมีลับลมคมในและเขาก็แน่ใจว่า หากออกไปตอนนี้ ทั้งคู่คงไม่ยอมคุยเรื่องนั้นกันต่อแน่

 ฉันว่า เราน่าจะไปรายงานเรื่องนี้ให้ ผอ.ทราบนะเสียงของวาโยพูดต่อ

อย่าเพิ่งเลยวะ รอดูไปก่อนสักพักเหอะ

นายแน่ใจเหรอ ว่าอยากให้ทำแบบนั้น

แน่ใจสิเสียงของปถวีร์แสดงความมั่นใจระหว่างนี้ พวกเราก็คอยจับตามองมันเอาไว้แล้วกัน

เอางั้นก็ได้


     หลังจากแอบฟังจนแน่ใจว่า พวกนั้นคุยจบแล้ว โอมก็เดินหลบออกจากที่นั่นและอ้อมไปยังทางบันได เพื่อทำทีเป็นว่าเขาเพิ่งเข้ามาในห้องสมุดและไม่ได้อยู่แถวนั้น ตอนที่ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องที่เหมือนเป็นความลับ แต่ทว่า เมื่อโอมไปถึงที่นั่น เขากลับไม่พบใครอยู่ที่โต๊ะหลังชั้นวางหนังสือนั้นเลย


     ระหว่างที่ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นด้วยความงุนงงนั้นเอง วาโยกับปถวีร์ก็เดินขึ้นบันไดมาจากชั้นล่างของห้องสมุด

อ้าว โอมปถวีร์ร้องทัก ทันทีที่เห็นเขามานานแล้วเหรอ

โอมชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นทั้งสองคนพักหนึ่งแล้วเขาตอบก่อนจะถามกลับว่าแต่เมื่อกี้พวกนาย ไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่เหรอ

 ก็พวกเราเพิ่งมา จะมานั่งนี่ได้ไง

เพิ่งเลิกเรียนเหรอ

เลิกนานแล้ว แต่มัวรอซีรอกซ์งานอยู่น่ะวาโยบอก ขณะที่เอางานซีรอกซ์ปึกใหญ่วางลงบนโต๊ะคิวนานเป็นบ้าเลย กว่าจะได้ เล่นเอาเกือบค่ำ

จะบ่นอะไรวะ ทีเมื่อกี้ตอนรอ เห็นยืนจีบรุ่นน้องจนเพลินไม่ใช่เหรอปถวีร์ดักคอ

เขาเรียกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โว้ย


โอมไม่ได้ใส่ใจกับบทสนทนาของเพื่อนนัก เขาเปิดพลิกดูกองเอกสารที่ถูกวางบนโต๊ะอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเพื่อนทั้งสองอย่างพยายามจะจับผิด แต่ก็ดูเหมือนว่าท่าทางของทั้งคู่นั้นเพิ่งจะมาถึงที่นี่จริงๆอย่างที่บอกกับเขา

มีอะไรป่าววะ ไอ้โอมวาโยถามขึ้นท่าทางแปลกๆชอบกล

ไม่มีอีกฝ่ายตอบ

แน่ใจ

แน่ใจสิวะ

งั้นไปกินข้าวเย็นกันดีกว่าว่ะ หิวแล้ววาโยเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ ตามคำบงการของกระเพาะแทนสมอง ขณะที่ปถวีร์ก็แสดงอาการว่าเห็นด้วย

เออโอมพยักหน้าตกลง อย่างไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านั้น ก่อนจะเดินตามเพื่อนทั้งสองออกไป 


         เช้าวันต่อมา โอมเดินอยู่ริมถนนในมหาวิทยาลัยเพื่อไปยังคณะ  ซึ่งในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น ชายหนุ่มย้อนคิดไปถึงเรื่องที่ห้องสมุดเมื่อเย็นวาน เขาก็ยังเชื่อว่าตอนนั้น เขาได้ยินเสียงเพื่อนทั้งสองกำลังคุยกันจริงๆโดยที่ประสาทหูของเขาไม่ได้เพี้ยนไปอย่างแน่นอน ถึงแม้เขาจะตอบตัวเองไม่ได้ว่า ทำไม เมื่อเขาออกไป จึงไม่เจอใครนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นเลยก็ตาม


   ขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อวานอยู่นั้นเอง เสียงแตรรถคันหนึ่งก็ดังไล่หลังจนเขาต้องกระโดดหลบออกข้างทางด้วยความตกใจ

 นักศึกษาหนุ่มรูปหล่อที่นั่งมากับนักศึกษาสาวสวยชะโงกหน้าออกมาจากรถสปอร์ตลัมโบกินี่สีดำเฮ้ย เดินไม่ระวังเดี๋ยวก็โดนรถชนตายห่าหรอกมึง

โอมหันไปมองแว่บหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาและเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อพบว่า เจ้าของรถคันนั้นคือ เตชิต หนุ่มหล่อ พ่อรวย ประจำรุ่น

วันหลังหัดเดินให้ระวังหน่อยนะโว้ย ไอ้โอมอีกฝ่ายยังไม่เลิกถ้ารถกูชนมึงแล้วสีถลอกขึ้นมา น้ำหน้าอย่างมึง จะเอาปัญญาที่ไหนมาใช้กูวะกล่าวจบ ก็หัวเราะพร้อมกับขับรถออกไป  


โอมกำมือแน่นอย่างสะกดอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายออก เมื่อรู้สึกว่าสภาพอารมณ์ของตนกลับคืนสู่ความเป็นปกติแล้ว   

นอกจากเพื่อนสนิททั้งสองคนของโอมแล้ว เตชิตเป็นอีกคนหนึ่งที่จัดเป็นหนุ่มหล่อ เนื้อหอมของรุ่น ซึ่งนอกจากจะหน้าตาดีขนาดเคยเป็นนายแบบขึ้นปกนิตยสารดังๆหลายฉบับแล้ว พ่อของเตชิตยังเป็นนักธุรกิจใหญ่ระดับหมื่นล้านอีกด้วย


อย่างไรก็ตาม นิสัยของเตชิตผิดกับเพื่อนทั้งสองของโอมราวฟ้ากับเหว เพราะเนื่องด้วยความที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง จึงทำให้ฝ่ายนั้นมีนิสัยเย่อหยิ่งและชอบดูถูกคนอื่น 

สมัยตอนเรียนปีหนึ่ง โอมมักถูกเตชิตหาเรื่องอยู่บ่อยๆ ซึ่งเหตุผลก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า หมอนั่นไม่ค่อยถูกชะตากับเขาเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเริ่มขึ้นปีสอง เมื่อเริ่มเรียนแยกกัน การหาเรื่องก็ลดน้อยลงเหลือแค่นานๆครั้ง ซึ่งทุกครั้งโอมก็พยายามอดกลั้น ไม่โต้ตอบ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่อง เพราะเขารู้ดีว่า การมีเรื่องกับคนประเภทนั้น มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

***********************


เป็นอะไรวะ หน้าตาดูไม่สบายเลยปถวีร์ที่เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ ออกปากทัก เมื่อเห็นโอมเข้าไปนั่งที่โซฟายาวตรงชั้นล่างของห้องสมุด

เจอเรื่องงี่เง่านิดหน่อยน่ะโอมตอบ

  เรื่องอะไร บอกได้ป่าววะ

เมื่อเช้า เจอไอ้เต

แล้วมันทำอะไรนายล่ะ

ก็เหมือนเดิม

ปถวีร์พยักหน้าอย่างเข้าใจอย่าไปสนใจมันเลยวะ ไอ้พวกลูกหมาข้างถนนแบบนั้น มันก็ปากเปราะไปวันๆอย่างนี้แหละ

นี่นายไปว่ามันแบบนี้ ถ้ามันได้ยินเข้า มันเอาเรื่องนายแน่เลยโอมพูดยิ้มๆ

อีกฝ่ายยักไหล่อย่างไม่แคร์ถึงได้ยิน น้ำหน้าอย่างมัน ก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

 เออ พ่อคนเก่งโอมแกล้งว่าแล้วนี่ ไอ้โย ไปไหนวะ ไม่ได้มาพร้อมกันเหรอเขาถามต่อ เพราะจำได้ว่าเพื่อนทั้งสองพักอยู่ที่เดียวกัน

มันไปกินข้าวน่ะ  เดี๋ยวมาอีกฝ่ายตอบ


โอมพยักหน้าและเงียบไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรอีก ครู่ต่อมา ชายหนุ่มก็หันไปยังผนังกระจกใสและทอดสายตามองออกไปข้างนอก

     นักศึกษาหญิงสองคนเดินคุยกันผ่านมา หนึ่งในนั้น หันหน้ามองผ่านผนังกระจกเข้ามา และชั่วขณะหนึ่งก่อนที่นักศึกษาคนนั้นจะหันกลับไป โอมก็เห็นดวงตาของเธอเปล่งประกายสีแดงฉาน เขาถึงกับผงะเมื่อเห็นภาพนั้น จนปถวีร์ที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามสังเกตเห็น 

นายเป็นอะไรน่ะ ทำหน้ายังกะเห็นผี

เอ่อ เปล่า ไม่มีอะไรชายหนุ่มรีบปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งหาว่าเพี้ยน เขาเชื่อว่าภาพเมื่อครู่ คงเกิดจากการที่เขาตาฝาดไปเองมากกว่า 

                                               *****************


    สี่โมงเย็นวันศุกร์ หลังเลิกเรียน โอมเก็บสมุดเล็คเชอร์ลงกระเป๋าเป้ ก่อนจะหยิบขึ้นสะพายบ่าเดินออกจากห้อง วันนี้ เขานัดกับปถวีร์และวาโยว่าจะไปเล่นแบดมินตันกัน แต่เนื่องจากทั้งสองคนนั้นลงเรียนคนละวิชากับเขา จึงตกลงกันว่า โอมจะไปรอที่คอร์ทแบด โดยพวกนั้นจะตามไปทีหลัง


   ชายหนุ่มเดินเข้าไปในอาคารกีฬาของมหาวิทยาลัยเพื่อไปยังคอร์ทแบดที่ตั้งอยู่ด้านในสุด ซึ่งเมื่อตอนที่โอมไปถึงนั้น เขาก็เห็นนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นแบดมินตันอยู่ก่อนแล้ว


โอมเดินไปนั่งที่ม้านั่งยาวซึ่งอยู่ติดกับคอร์ทที่เขากับเพื่อนจองไว้ ก่อนจะหยิบการ์ตูนที่เพิ่งแวะซื้อมาเมื่อกี้ ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา ทว่าก่อนที่เขาจะเปิดอ่านหน้าแรกนั้นเอง เสียงใสๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

จะไม่ทักทายกันหน่อยหรือคะ

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #31 kimurakung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 17:19
    อย่าบอกนะว่าน้องเชอรี่ เข้ามาทัก....บรื่ออออร์
    #31
    0
  2. #2 patt454 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 13:12

    ว้าว มีแนวแฟนตาซีด้วยแฮะ ดีจัง แล้วรีบมาลงต่อเร็วๆนะ

    #2
    0