โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 28 : หมวกแดงกับไคเมร่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ธ.ค. 57

  ท่ามกลางไอหมอกสีม่วงที่ลอยอยู่รอบตัว โอมย่างเท้าพร้อมกำดาบในมือแน่นและพยายามระงับความตื่นเต้น เพื่อให้ตัวเองมีสมาธิมากพอ ขณะที่ร็อค คู่หูของเขาที่เดินอยู่ข้างๆ ดูมีท่าทีผ่อนคลายมากกว่า

“ดาบน่ะ ถ้ากำแน่นเกินไป มันจะใช้งานไม่ถนัดนะเพื่อน”เอลฟ์หนุ่มเตือนเขาโดยไม่หันมา

โอมคลายมือลงเล็กน้อย ขณะที่สายตามองไปรอบๆ ทว่าไอหมอกที่ลอยอยู่รอบๆทำให้เขามองได้ไกลเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น

“หมอกหนาแบบนี้ ถ้าไม่ใช่มนต์เบิกทาง มองไม่เห็นหรอก” ร็อคพูด

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็รีบท่องคาถามนต์เบิกทางและเมื่อท่องจบ หมอกสีม่วงที่ลอยอยู่รอบๆก็จางหายไป ทำเอาเขาถึงกับอึ้ง แต่ที่อึ้งไม่ใช่เพราะอำนาจของมนต์อย่างเดียว

“ลูกอมของนายนี่สุดยอดเลย”โอมพูดอย่างทึ่ง

ร็อคหันมายิ้มพร้อมยักคิ้วขวา ทว่าจู่ๆคิ้วทั้งสองของเอลฟ์หนุ่มก็ขมวดเข้าหากัน พร้อมความเคร่งเครียดฉายบนดวงหน้า บอกถึงว่า มีบางสิ่งผิดปกติไป

เอลฟ์หนุ่มยกธนูยิงขึ้นไปยังยอดไม้ จากนั้นเสียงกรีดร้องบาดหูก็ดังขึ้น ก่อนที่ร่างเล็กๆร่างหนึ่งจะร่วงตกลงมากองอยู่บนพื้นเบื้องหน้า


ร่างนั้นมีขนาดเท่าเด็กเจ็ดขวบ ใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขาสามส่วนสีเขียวเข้มกับรองเท้าบูทสีดำ แขนขาบิดเบี้ยว ใบหน้าเหี่ยวย่น  จมูกงุ้ม ตาแดงถลน ปากเผยอ มองเห็นฟันแหลมคมซี่โตๆ ผมดำหยาบแห้ง สวมหมวกแบบหมวกซานต้า สีแดงสด ในมือข้างหนึ่งมีมีดยาวโค้งแบบมีดคูคริของนักรบกูรข่า

“ตัวอะไรเนี่ย”ายหนุ่มถามอย่างนึกขนลุกในสภาพของตัวประหลาดที่อยู่ตรงหน้า

“พวกหมวกแดง” คู่หูของเขาตอบ

...ชื่อยังกะ นักร้องลูกทุ่ง ...โอมนึกในใจ ก่อนถามต่ออย่างข้องใจ”แล้วพวกหมวกแดงนี่ มันคือตัวอะไรล่ะ”

“พวกมันเป็นภูตสังหาร”ร็อคหยิบลูกธนูขึ้นมาขึง”เตรียมตัวเถอะสหาย พวกมันกำลังแห่มากันแล้ว”

โอมรีบนึกภาพดาบยาวก่อนที่อาวุธดังกล่าวจะมาอยู่ในมือ เสียงกรีดร้องบาดหูดังมาจากรอบทิศพร้อมการเคลื่อนไหวปรากฏอยู่รอบตัว

เอลฟ์หนุ่มยิงธนูไปยังเงาร่างที่วูบไหวรอบตัว ทุกดอกของลูกธนู จะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องและร่างของภูตหมวกแดงหนึ่งตนร่วงลงมากองบนพื้น

“ภูตหมวกแดง อยู่ในแดนยุโรป พวกมันจะคอยลอบสังหารคนเดินทางและเอาเลือดมนุษย์มาย้อมหมวกของมัน”ร็อคอธิบายพลางยิงธนูไปด้วย

 คำอธิบายนั้น ทำเอาโอมกลืนน้ำลายลงคออย่างนึกสยอง ขณะดาบในมือกระชับมั่น เป็นตายยังไง วันนี้ เขาไม่มีวันยอมให้ใครเอาเลือดเขาไปย้อมหมวกแน่ๆ

ไม่นาน พวกภูตหมวกแดงก็กระโจนลงมาบนพื้นและกรูเข้ามา มีดในมือเหี่ยวย่นของพวกมันกวัดแกว่ง ดวงตาแดงฉายแววกระหายเลือด

โอมเหวี่ยงดาบฟาดภูตตนแรกที่พุ่งเข้ามาหา จนมันขาดเป็นสองท่อน เลือดสีดำสาดกระจาย ส่วนร็อคที่เปลี่ยนอาวุธเป็นง้าวด้ามยาว ก็เหวี่ยงง้าวตัดหัวภูตอีกตนขาดกระเด็น จากนั้นทั้งสองก็หันหลังชนกันและรับมือกับพวกภูตหมวกแดงที่บุกเข้าโจมตีอย่างดุเดือด ประกายอาวุธสะท้อนแสงวาววับ เลือดสาดกระจายทุกครั้งที่คมอาวุธตัดผ่านร่างศัตรู

“โอม!”ร็อคร้องเรียก”ช่วยต้านไอ้เตี้ยพวกนี้ให้ที ฉันจะใช้เวทย์จัดการพวกมัน ไม่งั้น เราไม่รอดแน่”

เออออ” ชายหนุ่มร้องตอบ ก่อนเหวี่ยงดาบตัดหัวภูตอีกตนขาดกระเด็น

เอลฟ์หนุ่มกระแทกด้ามง้าวลงกับพื้น พร้อมร่ายมนต์ก่อให้เกิดคลื่นพลังสีแดงฉานเป็นวงกว้างแผ่ออกรอบทิศ ภูตทุกตนที่อยู่ในรัศมีพลัง ถูกเผาจนสลายเป็นจุณ ไปในพริบตา

ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง มีเพียงกองเถ้าถ่านมากมายอยู่รายรอบนักรบทั้งสอง ซึ่งเพียงไม่กี่อึดใจ เถ้าถ่านเหล่านั้นก็ค่อยๆสลายไปจนหมด

“เหนื่อยแทบตาย”โอมปาดเหงื่อที่หน้า ยังดีที่คราบเลือดที่จับตามเสื้อผ้าและเนื้อตัวสลายไปหมด เลยไม่ต้องทนดมกลิ่นคาวเลือดของพวกภูตนั่นอีก

“เป็นไงล่ะ ข้อสอบข้อแรก”ร็อคที่ไม่ได้มีอาการเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างไร ถามยิ้มๆ

“แค่ข้อแรก ก้อจะตายแล้ว นี่ถ้านายไม่ใช้เวทย์ มีหวังเลือดฉันโดนไอ้เตี้ยพวกนั้นเอาไปย้อมหมวกแหง”

อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆก่อนบอกว่า”ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่ เพราะฉันเชื่อว่านายน่ะ มีค่ามากกว่านั้นเยอะ”

“ถึงฟังดูทะแม่งๆ แต่ก็ขอบใจนะ ที่ให้ความมั่นใจแบบนี้”ชายหนุ่มว่า

ร็อคยิ้มกว้างกว่าเดิม ทว่าเพียงครู่เดียว รอยยิ้มนั้นก็กลับหายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเครียดอีก”โอมถามพร้อมนึกสังหรณ์ใจขึ้นมา

“ดูเหมือนจะมีแขกมาเยือนอีกราย”คู่หูของเขาตอบเสียงขรึม”คราวนี้ รายใหญ่เสียด้วย”

ยังไม่ทันที่ายหนุ่มจะได้ออกปากถามต่อ เสียงคำรามก็ดังกระหึ่มขึ้นทางด้านหลังคนทั้งสอง พร้อมเสียงไม้ล้มโครมครามและเมื่อหันกลับไปมอง เขาก็ถึงกับตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา

สิงโตตัวใหญ่เท่าช้างอาฟริกา มีขนคอสีแดงเลือด แยกเขี้ยวคำราม  พร้อมหัวแพะตัวผู้สีขาวที่งอกออกจากบนหลัง  ส่วนหางของสิงโตนั่น  คืองูจงอางตัวเบ้อเริ่ม หัวโตเท่าแกลลอนน้ำ ไม่ต้องห่วงเลยว่า ถ้าโดนงูนี้กัดเข้าจะไม่ตาย เพราะแค่เขี้ยวของมันก็ใหญ่พอๆกับดาบแล้ว

“ไคเมร่า!”ร็อคอุทาน

เจ้าอสุรกายส่งเสียงร้องดังลั่น ทั้งเสียงสิงโตคำราม เสียงงูขู่ฟ่อ และ เสียงแพะร้อง ซึ่งทำให้โอมอดคิดแว่บหนึ่งไม่ได้ว่า หัวแพะเนี่ยจะมีมาด้วยทำไม ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน

ราวกับเจ้าไคเมร่าจะรู้  หัวแพะบนหลังของมันหันมาทางชายหนุ่ม ปากอ้ากว้าง

“ระวัง!”ร็อคร้องขึ้น พร้อมพุ่งตัวเข้าผลักโอมกลิ้งหลบไปอีกทาง ก่อนที่เปลวเพลิงจากปากแพะยักษ์จะพุ่งมาตรงจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ ไฟร้อนแรงจนเผาพ้นดินตรงนั้นแห้งแตกในพริบตา


เอลฟ์หนุ่มเรียกธนูยาวให้ปรากฏขึ้นในมือ ก่อนขึงลูกศรและเหนี่ยวยิงทันที ลูกศรพุ่งออกไปและเสียบเข้าที่ดวงตาขวาของหัวแพะ หัวทั้งสามของไคเมร่าส่งเสียงร้องด้วยความโกรธ ก่อนที่มันจะพุ่งตรงเข้ามา

ร็อครีบท่องมนต์สั้นๆ ทำให้พื้นดินยกตัวขึ้นเป็นกำแพงกั้นเจ้าอสุรกายไว้  ไคเมร่าพ่นไฟใส่กำแพงดินนั้นจนลุกท่วม กลาย

“รีบขึ้นไปบนต้นไม้เร็วเข้า”เอลฟ์หนุ่มร้องบอกโอม ก่อนที่จะทะยานขึ้นไปยืนบนยอดไม้ ในพริบตา

“เฮ้ย รอด้วย!”โอมร้องเสียงหลง ก่อนพยายามตะเกียกตะกายปีนตามขึ้นไป 

“ใช้เวทย์มนต์สิ”อีกฝ่ายตะโกนบอก”มนต์เหินฟ้าไง”

“นึกไม่ออก!

“เร็วๆ เข้า กำแพงจะพังแล้ว”ร็อคตะโกนบอก เมื่อเห็นไคเมร่ากำลังพังกำแพงกั้นดิน นับว่าโชคดีที่เจ้าอสุรกาย พ่นไฟใส่กำแพงดินจนกลายเป็นดินเผา ทำให้แข็งแกร่งขึ้น และโชคดีที่มันโกรธจนอยากพังกำแพงแทนที่จะปีนข้ามหรือวิ่งอ้อม


เอลฟ์หนุ่มยิงลูกศรเข้าใส่ไคเมร่าอย่างไม่ยั้ง ขณะที่โอมซึ่งหมดหวังจะปีนขึ้นต้นไม้ ตะเกียกตะกายวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งทันทีที่เขาวิ่งไปถึง กำแพงดินเผาพังครืน พร้อมร่างของไคเมร่าที่มีธนูปักเต็มตัว ยืนจังก้า

แม้จะมีธนูปักแทบจะทั่วร่าง แต่กลับทำได้เพียงเพิ่มความโกรธให้มันยิ่งขึ้น มันแหงนมองยอดไม้ที่ร็อคยืนอยู่และพ่นไฟใส่ทว่าเอลฟ์หนุ่มโดดลงมาต้นไม้ได้ทัน ก่อนที่มันจะถูกไฟลุกท่วม


ในตอนนั้นเอง ที่โอมนึกถึงมนต์บทหนึ่งขึ้นมาได้ เขาจึงรีบร่ายเวทย์ทันที  จากนั้น ก็มีรากไม้มากมายงอกขึ้นจากพื้นดินเข้ายึดเกาะพันเจ้าอสุรกายไว้  ไคเมร่าพยายามดิ้นรน จนรากไม้ขาดไปหลายเส้น ทว่าโอมเพ่งสมาธิร่ายเวทย์ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนรากไม้พันเกี่ยวแทบจะมิดตัวอสุรกายและดึงร่างของมันจมหายลงไปบนพื้นดิน

ชายหนุ่มทรุดลงอย่างหมดแรง การร่ายเวทย์บทเดิมซ้ำกันนับสิบรอบ ทำให้เขาสูญเสียกำลังไปมาก จนยืนไม่อยู่  ที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะลูกอมวิเศษ เขาก็คงเรียกพลังเวทย์มาแบบนี้ไม่ได้หรอก

“เป็นไงบ้าง เพื่อน”ร็อคเข้ามาประคองเขาให้ลุกขึ้น

โอมเหนื่อยจนพูดไม่ออก และต้องรอเกือบห้านาทีกว่าจะเอ่ยปากคำแรกได้

“น้ำ..ขอน้ำ”

เอลฟ์หนุ่มหยิบกระบอกใส่น้ำทิพย์สังเคราะห์ให้สหายดื่ม จนเมื่อน้ำทิพย์ล่วงพ้นลำคอไปสองอึกใหญ่ๆ โอมก็รู้สึกเป็นปกติ

“สีหน้านายดีขึ้นแล้ว”ร็อคบอก”เมื่อกี้ถ้าไม่ได้นายร่ายเวทย์  คงสยบเจ้าไคเมร่านั่นไม่ได้แน่”

“ต้องขอบใจลูกอมของนาย ถ้าไม่มีมัน ฉันคงใช้เวทย์ระดับนี้ไม่ได้”

“ก็บอกแล้วไง ว่าฉันช่วยนายก็เหมือนช่วยตัวฉันเองด้วย”

โอมยิ้มรับ ก่อนจะมองไปยังพื้นดินตรงจุดที่ไคเมร่าจมหายไป อย่างนึกสยองในพลังของเวทย์มนต์

“เมื่อกี้ เวทย์อะไร นายรู้ไหม”เขาถาม

อีกฝ่ายเลิกคิ้ว”อ้าว นี่นายไม่รู้หรอกเหรอ”

“ไม่รู้หรอก รู้แต่มันผ่านเข้ามาในหัว เลยร่ายไปส่งเดชน่ะ”

ร็อคหัวเราะเบาๆก่อนตอบข้อข้องใจของสหายว่า”นั่นเรียกว่า มนต์รากพฤกษา ใช้เรียกรากไม้มาเป็นอาวุธ ในยามคับขัน”

โอมพยักหน้าหงึกๆ ที่จริง เขาเองก็พอคุ้นๆอยู่ แต่นึกชื่อไม่ออก พอได้ยินอีกฝ่ายบอก ถึงนึกออกในทันที

“เหมือนแบบที่เทพเหล้าองุ่นใช้เรียกเถาวัลย์มาจัดการศัตรู ใช่มะ”

“จริงๆต้องเรียกว่า ไดโอนีซุส เทพเจ้าแห่งไวน์และงานเฉลิมฉลองของโอลิมปัส”คู่หูของเขาอธิบาย” ถูกแล้ว มนต์นี่มีที่มาจากเทพเจ้าองค์นั้นแหละ นอกจากมนต์พฤกษสังหารแล้ว ยังมีมนต์อีกหลายบทที่เรียกใช้พลังธรรมชาติ อย่าง มนต์เกสรบุปผา มนต์เถาไม้เลื้อย ”

“กว่าจะจำได้หมด ฉันคงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต”น้ำเสียงนั้นแฝงความหดหู่

ร็อคยิ้มอย่างให้กำลังใจก่อนตบไหล่คู่หูเบาๆ”อย่าคิดมากน่า การที่นายได้มาอยู่ตรงจุดนี้ ถือเป็นเรื่องที่แสนวิเศษแล้วนะ ฉันเชื่อว่า ถ้ามีความมุ่งมั่นแล้ว ไม่ว่าจะยากแค่ไหน สุดท้าย ความสำเร็จต้องเป็นของเรา”

“ขอบใจนะ เพื่อน” โอมยิ้มตอบ ในหอคอยเทวะนี้ มีไม่กี่คน ที่เขาจะเรียกว่าเพื่อนได้อย่างเต็มปาก ซึ่งร็อคก็เป็นหนึ่งในนั้น

“รีบไปกันต่อเถอะ จุดรับแต้มแรก อยู่ห่างจากนี่ไปร้อยหลาเอง”ร็อคบอกพร้อมหยิบแผนที่ขึ้นมากาง ในนั้นเริ่มปรากฏภาพของจุดรับแต้มถัดไป ให้เห็น

โอมรับแผนที่มาดูครู่หนึ่ว ก่อนพับส่งคืนให้เพื่อนและเตรียมออกเดินต่อ ตอนนี้หมอกสีม่วงเริ่มจางลงแล้วและมองเห็นรอบข้างได้ไกลขึ้นกว่าเดิม

ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวออกจากบริเวณนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังแหวกอากาศ พร้อมสายลมวูบใหญ่ที่พัดกรรโชก จนต้นไม้บริเวณนั้นเอนลู่ตามแรงลม ใบไม้ปลิวว่อน ฝุ่นดินฟุ้งกระจาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #86 thitiya (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 13:58
    ตัวไคเมร่านี่ประหลาดแบบคาดไม่ถึงเลย
    #86
    0
  2. #85 tukta2001 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 08:18
    สุดยอดเลยคะ
    #85
    0