โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 27 : ลูกอมเวทมนต์กับโค้งสุดท้ายก่อนการสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ธ.ค. 57

้าวันใหม่ หลังทานอาหารแล้ว มิสเตอร์เอชให้ทุกคนไปรวมกันที่ห้องประชุม เพื่อแบ่งกลุ่มเข้าสอบ โดยแบ่งการสอบเป็นสี่รอบ รอบละสองชั่วโมง ซึ่งกติกาของการสอบนั้นมีง่ายๆ คือ ผู้เข้าสอบแต่ละคู่จะได้รับสาส์นมอบหมายภารกิจ โดยอักษรจะปรากฏทันทีที่เริ่มการสอบ ทั้งนี้ผู้เข้าสอบจะต้องใช้ทักษะทั้งด้านอาวุธและเวทมนต์เพื่อเอาตัวรอดจากสารพัดอันตรายที่รออยู่ในสนามสอบและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ

   สำหรับโอม เขาบอกไม่ได้ว่า ตัวเองโชคดีหรือร้ายที่ได้คิวสอบเป็นกลุ่มสุดท้าย ถ้าเป็นการสอบอื่นๆ เขาคงดีใจที่ได้มีเวลาเตรียมตัวเพิ่มอีกหลายชั่วโมง แต่สำหรับการสอบครั้งนี้ ใจหนึ่งเขาอยากให้มันจบลงเร็วๆมากกว่า


“อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาสอบ นายจะไปซ้อมใช้พลังเวทต์กับฉันไหม”ร็อคชวนขณะพวกเขานั่งอยู่ที่ศาลาใหญ่ริมทะเลสาบซึ่งถูกใช้เป็นจุดพักรอ สำหรับผู้ที่จะเข้าสอบ ส่วนพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดเป็นสนามสอบปฏิบัติ ก็คือป่าใหญ่ที่อยู่อีกฟากของทะเลสาบ

“เอาไว้ทีหลังก็ได้ ฉันอยากจะรอดูพวกที่สอบกลุ่มแรกก่อนน่ะ”โอมบอกขณะตามองไปยังแนวป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกสีม่วงแลดูลึกลับน่าหวั่นเกรง เขานั่งอยู่ตรงนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว นับแต่ผู้เข้าสอบคิวแรกลงเรือข้ามฟากไปยังพื้นที่สนามสอบ ซึ่งในนั้นมีปถวีร์และวาโยเพื่อนสนิทของเขารวมอยู่ด้วย

“แต่ฉันว่า นายอย่าอยู่ตรงนี้เลยนะ นายโอม”มินตราที่นั่งอยู่ไม่ไกลเพื่อรอสอบคิวที่สองพร้อมคู่หูของเธอซึ่งเป็นเด็กสาวนักเวทย์ไอยคุปต์วัยสิบห้าปี เอ่ยขึ้น”เพราะถ้าเกิดนายเห็นภาพอะไรที่มันไม่น่าดูเข้า จะทำให้นายปอดลอยเสียเปล่าๆ”

“ภาพอะไรมิทราบ”

“ก็แบบนั้นไง”นาคสาวชี้ไปยังเรือเล็กลำหนึ่งที่เข้ามาเทียบฝั่งพร้อมกับวัลคีรี่สองนาง พวกเจ้าหน้าที่พยาบาลรีบเข้าที่เรือนั้นและช่วยวัลคีรี่ทั้งสองนำร่างโชกเลือดของเด็กหนุ่มและเด็กสาวคู่หนึ่งมาวางลงเปล แม้ร่างทั้งสองจะยับเยินด้วยบาดแผลและรอยไหม้เกรียมแต่โอมก็จำได้ว่า ทั้งคู่เป็นพวกครึ่งเทพที่เข้าสอบในคิวแรก

  ชายหนุ่มรู้สึกใจสั่นหวิวอย่างบอกไม่ถูก แม้เขาจะเห็นภาพนองเลือดมาแล้ว ตั้งแต่ครั้งที่เข้าร่วมในสมรภูมิเปิดสนามกับกองทัพซอมบี้ แต่การได้มาเห็นสภาพแบบนี้ มันก็ทำให้เขาอดนึกสยดสยองไม่ได้ เมื่อคิดว่า สิ่งที่ทำให้ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองมีสภาพแบบนี้ กำลังรอเขาอยู่ในสนามสอบ

โอมมองไปทางมินตราและเห็นนาคสาวมองมาพอดี เธอยักไหล่และทำสีหน้าคล้ายจะพูดทำนองว่า ฉันเตือนนายแล้ว..

ชายหนุ่มละสายตาและหันมาถามคู่หูของเขาว่า “นายพอจะรู้ไหม ว่าสองคนนั่นไปโดนอะไรมา”

“ไม่แน่ใจ แต่สภาพบาดแผลกับรอยไหม้แบบนั้น สงสัยจะเป็นมังกร”ร็อคตอบ”ท่าทางผู้ชายจะอาการหนัก ถ้ารอดก็คงต้องรักษากันแรมเดือนเลยล่ะ”

“แล้วน้ำทิพย์ล่ะ มันฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้ทันทีนี่นา”

เอลฟ์หนุ่มส่ายหน้า“ไม่เสมอไปหรอก เพราะน้ำทิพย์สังเคราะห์จะรักษาอาการบาดเจ็บได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าอาการสาหัสหรือได้รับพิษขั้นรุนแรง น้ำทิพย์ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ถ้าไม่ส่งคนเจ็บไปรักษาให้ถูกวิธี ก็อาจตายหรือพิการได้ ”

เมื่อได้ยินดังนั้นโอมก็ไม่พูดอะไรอีก นอกจากยืนมองคนเจ็บทั้งสองถูกนำขึ้นรถไปยังเรือนพยาบาลและตอนนั้นเอง ที่เขาคิดได้ว่าเขาน่าจะไปซ้อมเพิ่มอีกหน่อย เพื่อความชัวร์ในเรื่องการรักษาสวัสดิภาพชีวิตและร่างกาย ในการสอบวันนี้

*****************************************


สามชั่วโมงผ่านไป โอมรู้สึกว่าเขาไม่ได้เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นสักนิด นอกจากอย่างเดียวคือ แน่ใจว่า โอกาสเดี้ยงของเขาอยู่ในเกณฑ์สูงแหงๆ เพียงแต่จะเดี้ยงระดับไหนเท่านั้น


อันที่จริงเรื่องการใช้อาวุธ ยกเว้นธนูแล้ว จะป็นหอก ดาบ เขาก็พอไหว แต่ที่ไม่ไหวเลย ก็คือเรื่องการใช้เวทย์นี่แหละ เหตุผลหลักๆก็คือ การที่เขาเป็นคนธรรมดา ทำให้ทักษะทางเวทย์มนต์มีน้อยกว่า ซึ่งเหตุผลนี้ เขาไม่ได้คิดเอง แต่มิสเอชหรือเทพีเฮคาที อาจารย์คอร์สเวทมนต์เป็นผู้บอก(ที่จริง โอมก็สงสัยเหมือนกันว่า ทำไม พวกที่นี่ชอบเรียกชื่อ เทพเจ้า เป็นอักษรย่อจัง แล้วนี่ถ้าเป็นเทพที่มีชื่อแบบไทยๆ จะเรียก ตัวย่อ เป็น ก ข ค ง ไหม)


ร็อคมีสีหน้ายุ่งยากหลังโอมเสร็จการซ้อมใช้เวทย์แล้ว”อย่าโกรธกันนะ ถ้าฉันจะบอกนายตามตรงว่า พลังเวทย์ระดับนี้ นายคงไม่ผ่านการสอบแน่”เอลฟ์หนุ่มบอก

 “ฉันรู้”โอมยอมรับ” แต่ทำไงได้ ก็ฉันมันคนธรรมดา ไม่ได้มีพลังพิเศษในตัว เหมือนคนอื่นนี่”เขาพูดอย่างน้อยใจนิดๆ

อีกฝ่ายเม้มปากคล้ายชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนล้วงเข้าไปในเป้สะพายข้าง และหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาส่งให้ชายหนุ่ม

“ลูกแก้วเหรอ”โอมรับของมาถือและพบว่า มันมีขนาดและสีสันเหมือนกับลูกแก้วที่สมัยก่อน เขาเคยเล่นดีดกับเพื่อน

“ลูกอมต่างหาก”เอลฟ์หนุ่มแก้”ลูกอมนี่ จะทำให้พลังเวทย์ในตัวนายเพิ่มขึ้น แต่มันจะมีฤทธิ์สั้นๆไม่เกินสองชั่วโมงเท่านั้น ถ้าคับขันเมื่อไหร่ นายก็กินมันเข้าไปแล้วกัน”

“มีแค่เม็ดเดียวเหรอ”

“ฉันเหลือแค่นี้แหละ ลูกอมนี่ หายากมาก ต้องใช้ของวิเศษหลายชนิดมาสกัด อย่าง ผลแอปเปิ้ลทองคำของเฮสเพอริเดส เขากิเลน ใบอ่อนจากมหาพฤกษาอิกดราซิล เปลือกไข่นกร็อค  แล้วยังมีของอื่นอีกเยอะแยะ อธิบายไม่หมด”

“นายได้มาได้ไง”

”ฉันได้มาจากปู่”ร็อคตอบ”ท่านให้มา ก่อนที่ฉันจะมาอยู่กับหอคอยเทวะ เอ่อ...คืองี้นะ จริงๆแล้ว พวก เอลฟ์แดนเหนืออย่างฉันน่ะ นอกจากจะเป็นอมตะแล้ว ก็ไม่ค่อยมีเวทมนต์อะไรหรอก ฉะนั้น จึงต้องมีของวิเศษเป็นตัวช่วยไง”เอลฟ์หนุ่มขยายความหลังเห็นคู่สนทนาทำท่าสงสัย

"พูดถึง เป็นอมตะ แล้วตกลง ตอนนี้นายอายุเท่าไหร่แล้วเหรอ"โอมสงสัย
อีกฝ่ายยิ้ม"ฉันยังเด็กอยู่น่ะ เดือนหน้านี้ก็จะครบร้อยปี พอดี"
"แล้วพวกเอลฟ์มีแก่ลงบ้างไหม"
"ไม่หรอก“ร็อคตอบ"พอเราเป็นหนุ่มเป็นสาว รูปร่างหน้าตาก็จะหยุดอยู่แค่นั้น ไม่แก่ไปกว่านั้นอีก"
"หนุ่มสาวตลอดกาล ไม่เลวเลยแฮะ ไม่แก่ไม่เจ็บ ไม่ตาย"
"ตายน่ะ ตายได้ ถ้าโดนทำร้าย ก็ตายเหมือนกัน"
"อ้าวเหรอ"
เอลฟ์หนุ่มหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตาเหวอของโอม ก่อนเข้าเรื่องเดิม"กลับมาเรื่องนี้ก่อน เดี๋ยวนายเอาลูกอมนี่ไป แล้วพอเข้าสนามสอบก็แอบกินเลย อย่าให้ใครเห็นล่ะ"
"ของมีค่าแบบนี้ ฉันไม่เอาหรอก เกรงใจ”โอมว่า

“เอาเถอะน่า ไม่งั้น นายจะมีพลังเวทย์พอสอบผ่านเหรอ”

ชายหนุ่มอึ้งไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนจะถามขึ้นเบาๆว่า “แล้วแบบนี้ไม่เท่ากับเราโกงเหรอ”

“อย่าเรียกว่าโกงสิ  ต้องพูดว่า เพิ่มโอกาสตัวเองให้ทัดเทียมกับคนอื่นต่างหาก”ร็อคพูดก่อนทิ้งท้ายว่า” อย่าลืมสิว่าคนอื่นเขาได้เปรียบนายยังไงบ้าง”

คำพูดของคู่หูกระทบใจโอมเต็มที่ ..ในเมื่อทุกคนที่เข้าสอบ ต่างก็มีพลังเวทย์ติดตัวมาจากสายเลือดกันทั้งนั้น ถ้าหากเขาจะใช้ของวิเศษเสริมพลังเวทย์บ้าง ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนี่นะ

โอมเก็บลูกอมใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมพูดกับเอลฟ์หนุ่มว่า” ขอบใจมากนะร็อค ฉันจะไม่ลืมสิ่งที่นายช่วยฉันอย่างแน่นอน”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกสหาย  เราเป็นคู่หูกันแล้วนี่”ร็อคยิ้มกว้าง นัยน์ตาทั้งสองเป็นประกาย ”ฉันช่วยนาย ก็เหมือนกับฉันได้ช่วยตัวฉันเองน่ะแหละ”

**********************************


ตอนบ่ายสองโมงครึ่ง ผู้เข้าสอบรอบสุดท้ายก็มาพร้อมกัน ณ จุดนัดพบ โดยนอกจากจะมีผู้เข้าสอบรอบสุดท้ายแล้ว ยังมีบรรดาผู้ที่สอบผ่านจากสองรอบก่อนหน้าอีกนับสิบมารอส่งพรรคพวกของตน

“โชคดีนะ ไอ้โอม”วาโยบอก”ขอให้สอบผ่านโดยสวัสดิภาพ”

“เออ ขอบใจว่ะ แล้วนี่ไอ้วีร์ไม่ได้มาด้วยเหรอ”

“มันนอนเดี้ยงอยู่เรือนพยาบาล โดนเข็มพิษแมงป่องนรกน่ะ”

“มันโดนต่อยเหรอ”

“ป่าว ตอนทำภารกิจเสร็จแล้ว มันดันเผลอเหยียบหางแมงป่องที่มันฟันขาดตกไว้น่ะ”

“เวร แล้วอาการหนักไหม”

“เท้าบวม เดินไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงไอ้วีร์มันหรอก ตอนนี้ คู่หูของมันกำลังดูแลอยู่”

“งั้นก็น่าอิจฉาน่ะสิวะ” โอมว่า พลางนึกถึงคู่หูเข้าสอบของปถวีร์ที่เป็นเอลฟ์สาวแสนสวย”เนี่ยสงสัยตอนสอบ มันมัวแต่มองหน้าคู่หูอยู่แหงๆ เลยซุ่มซ่ามเหยียบหางแมงป่องเอา”

“ไอ้วีร์มันฝากขอโทษที่ไม่ได้มาเชียร์ แล้วมันก็ฝากอวยพรมาด้วย”

“เออ บอกมันหายเร็วๆละกัน”

“สอบเสร็จ ก็ไปเยี่ยมมันด้วยกันสิวะ”

โอมมีสีหน้าไม่แน่ใจ”ตัวฉันเองยังไม่รู้ว่าจะอยู่รอดถึงเย็นนี้หรือเปล่าเลย”

“อะไรกัน ไม่ทันเริ่มก็ถอดใจแล้วเหรอ”เสียงมินตราดังขึ้น พร้อมเจ้าตัวเดินเข้ามารวมกลุ่ม”ถ้าใจไม่สู้แบบนี้ ฉันว่าไปขอถอนตัวดีกว่าไหม”

โอมมองหน้าคนพูด “ขอบคุณที่แนะนำนะ ถึงมันจะเป็นคำแนะนำห่วยๆก็เหอะ”เขาประชด

“ปากดี คนเค้าอุตส่าห์มาให้กำลังใจ”

“พวกนาคอย่างเธอเนี่ย เขาพูดให้กำลังใจกันแบบนี้เรอะ”

“ป่าว”นาคสาวยักคิ้ว” แต่ฉันว่า สภาพจิตใจนายตอนนี้ คำพูดดีๆ คงไม่มีประโยชน์หรอก”

โอมชะงัก เมื่อรู้สึกว่า คำพูดของอีกฝ่ายแทงใจดำ ยามนั้นเอง ที่เขาเพิ่งนึกได้ว่า มินตราอ่านใจเขาออก ..บางที เธออาจรู้ดีกว่าเขาก็ได้ ว่าคำพูดแบบไหน เหมาะกับเขาในตอนนี้

“ยังไงก็ขอบใจเธอนะ มินตรา ที่มาส่ง”เขาพูดด้วยใจที่เริ่มสงบลง กว่าตอนแรก”และขอขอบใจกับทุกเรื่องที่ผ่านมา เผื่อว่าฉันอาจไม่ได้กลับมาอีก”

“เฮ้ยไอ้บ้าโอม ไหงพูดเหมือนแช่งตัวเองแบบนั้นวะ”วาโยร้องด่าเมื่อได้ยินแบบนั้น

 “ปล่อยเขาไปเหอะ โย” มินตราว่า”อยากพูดอะไรก็พูดไป แต่จะบอกไว้อย่างนะ นายทึ่ม อย่างนายน่ะ ยังไงก็ต้องเจอฉันอีกนาน อย่าได้หวังเลยว่าจะไปกันได้ง่ายๆ”

“จะบอกว่า ห่วงฉันก็บอกตรงๆเหอะ” โอมอดกวนประสาทนาคสาวไม่ได้แม้ว่าจะยังเครียดอยู่

อีกฝ่ายเบ้หน้า“เทพเจ้าคุ้มครองเถอะ ฉันเนี่ยนะจะห่วงนาย ”

ชายหนุ่มหัวเราะกวนๆ”แหม ทำปากแข็งไปได้”

“รีบๆไปไกลๆเลย ไม่งั้นนายได้เปลี่ยนกางเกงใหม่แน่ “มินตราออกปากไล่

โอมหัวเราะพร้อมกับรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เขายิ้มก่อนจะพูดว่า“งั้นฉันไปละนะ ไปนะ ไอ้โย ถ้าโชคดีคงได้เจอกันอีก”กล่าวจบ ชายหนุ่มก็เดินแยกจากทั้งสองเพื่อไปรวมกลุ่มเตรียมเข้าสอบ

*****************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #84 thitiya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 18:37
    รออ่านตอนต่อไป กำลังสนุกเลย ^_^
    #84
    0