โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 25 : ยักษ์ตาเดียวกับคอร์สเรียนเวทมนต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

ไซคลอปส์ตนนั้นสูงสิบสี่ฟุต กระบองในมือทำจากสนทั้งต้นปักด้วยหนามเหล็กรอบด้านและสามารถฟาดคนให้แหลกได้ในครั้งเดียว โอมพุ่งตัวหลบกระบองมรณะที่เหวี่ยงลงมาได้หวุดหวิด ก่อนโต้ตอบด้วยการพุ่งหอกในมือเข้าใส่ดวงตาดวงเดียวกลางหน้าผากที่ปูดโปนของมัน


เจ้ายักษ์ตาเดียวทิ้งตะบองในมือลงเสียงดังโครม มันยกมือทั้งสองกุมเบ้าตาที่อาบเลือด แม้จะสงสารนิดๆ แต่โอมก็จำต้องเผด็จศึกให้จบ เขาเรียกดาบเคลย์มอร์ซึ่งเป็นดาบยาวแบบที่พวกอัศวินยุโรปใช้กัน ขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่เจ้ายักษ์พร้อมปักดาบเสียบหัวใจมัน


ไซคลอปส์ล้มครืนลงนอนแน่นิ่ง โดยมีโอมเหยียบบนร่างของมัน ทันใดนั้นต้นสนใหญ่ต้นหนึ่งลอยลิ่วมา กิ่งใหญ่ฟาดร่างเขากระเด็นไปกระแทกพื้นจนจุกแทบลุกไม่ขึ้น


ยักษ์ตาเดียวตนที่สองปรากฏกายขึ้นพร้อมตะบองหนามร่างของมันสูงถึงสิบเจ็ดฟุตดวงตาปูดโปนดุร้าย ปากแสยะอ้าเห็นฟันเก ตะบองในมือยักษ์ยกขึ้นสูงเตรียมฟาดลงมาที่ชายหนุ่ม โดยที่เขายังไม่ทันขยับตัวได้ ทว่าก่อนตะบองฟาดลงมา เจ้ายักษ์กลับชะงักค้างและคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด มันหันไปทางซ้ายโดยฉับพลัน ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่โอมจะตั้งตัวได้ เขาลุกขึ้นและวิ่งลอดขายักษ์ไปข้างหลัง พร้อมเรียกดาบเคลย์มอร์ขึ้นในมือ ก่อนเหวี่ยงดาบตัดเอ็นข้อเท้ายักษ์เต็มแรง  มันร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนทรุดลง ชายหนุ่มเหยียบขึ้นตัวมันอย่างรวดเร็วและแทงดาบเข้าที่ต้นคอเป็นการจบเกม


  ร่างมหึมาทรุดลงคว่ำกับพื้น เสียงดังสนั่น จากนั้นร่างของยักษ์ทั้งสองตนก็ค่อยๆสลายไป อันเป็นรูปแบบเดียวกันกับร่างจำลองของอสุรกายทุกตนที่จะสลายไปหลังถูกทำลาย ในการฝึกของค่ายแห่งนี้


“ขอบใจมาก”โอมกล่าวกับความเงียบในลานกลางป่านั้น”ออกมาเถอะ ฉันรู้ว่านายอยู่ที่นี่ ร็อค”

เอลฟ์หนุ่มผมทองร่างสูงโปร่งก้าวออกมาพร้อยรอยยิ้มละไม”สายตาของนายไวมากนะโอม”

“ไม่ไวไปกว่ามีดสั้นของนายหรอก”โอมก้มลงหยิบมีดยาวหนึ่งฟุต ลักษณะคล้ายเคียว ที่ตกบนพื้นตรงจุดที่ร่างของไซคลอปส์ตนที่สองเคยนอนอยู่ ส่งคืนให้กับร็อค

อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ”ท่าทางนายจะพัฒนาฝีมือได้เร็วขึ้นมากเลย”


“ทำไงได้ ฉันไม่อยากถูกแซะออกมาจากพื้น เพราะโดนตะบองไซคลอปส์ทุบแบนแต๋นี่นา”โอมบอกตามตรง แม้ที่นี่จะตายแล้วฟื้น แต่ประสบการณ์โดนทุบแบนเป็นโรตีติดกระทะ ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าพิสมัยเลย

“แต่ฉันก็ขอโทษนะที่ขว้างมีดเมื่อกี้ไป นายเลยอดได้แต้มพิเศษสำหรับเจ้าไซคลอปส์ตัวนั้นเลย”


“พูดอะไรแบบนั้น ถ้านายไม่มาช่วยฉันนะ ฉันมีหวังโดนทุบแบนติดพื้นตรงนี้แหละ”โอมบอกกับอีกฝ่ายพร้อมยิ้มให้“ยังไงก้อต้องขอบใจนายอีกครั้ง ขอบใจมากจริงๆ”

เอลฟ์หนุ่มผมทองยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ดวงตาทั้งสองเป็นประกาย....

***********************


สำหรับโอมแล้ว ในสัปดาห์ที่สามนี่เอง ที่ชายหนุ่มรู้สึกว่า การฝึกที่ค่ายมีประโยชน์จริงๆ และฝีมือของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถจัดการกับอสรุกายขนาดยักษ์ได้ด้วยตัวเอง แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดก็คือ โอมได้รู้จักคุ้นเคยกับบรรดาสมาชิกอื่นๆของหอคอยเทวะมากขึ้น จนมีหลายคนที่นับเป็นเพื่อนได้และหนึ่งในนั้น ที่สนิทที่สุดก็คือ ร็อค เอลฟ์หนุ่มอารมณ์ดี


   การมีเพื่อนมากขึ้น ทำให้เหงาน้อยลง และเมื่อเหงาน้อยลง ก็มีเวลาที่จะสะสมความรู้สึกดีๆจากสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น


...มาตอนนี้ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกดีกับการเป็นนักรบผู้พิทักษ์บ้างแล้ว เพราะแม้จะต้องเจอกับภารกิจเสี่ยงตายอยู่เรื่อยๆ แต่มันก็ชดเชยด้วยสวัสดิการที่เพียบพร้อม ทั้งอาหาร ที่พัก เงินทองข้าวของสารพัด และจะว่าไป มันก็เป็นชีวิตที่สุดแสนพิเศษกับประสบการณ์มหัศจรรย์ที่เขาเชื่อว่า แทบจะไม่มีมนุษย์คนใดในโลกได้เจอ  


 “อีกสามวัน จะเป็นการสอบภาคปฏิบัติ”มินตราบอกในคืนวันหนึ่งหลังกินมื้อค่ำแล้ว

“สอบภาคปฏิบัติ”โอมทวนคำก่อนละสายตาจากทีวีหันมามองคนพูด”มีด้วยเหรอ”

“ไม่งั้นจะฝึกไปทำไมมิทราบยะ”

“ไหนตอนแรก เธอบอกว่า บทสอบสุดท้ายไม่ใช่เหรอ”

“ก้อบททดสอบสุดท้าย ก็คือสอบปฏิบัติไงเล่า”นาคสาวยิ้มแบบกวนๆ”นายนี่เป็นพวกเข้าใจอะไรยากจริงๆนะ”

“ใช่ซี่ ฉันไม่ได้ฉลาดแสนรู้ เหมือนอย่างเธอนี่ ยัยพรีเซนเตอร์ไม้ขีดไฟ”

“อยากโดนอีกใช่ไหม”มินตราทำตาวาวโรจน์

โอมไม่ต่อปากต่อคำแต่ยักคิ้วยียวนหญิงสาวก่อนหันไปถามเพื่อนทั้งสองว่า

“แล้วสอบปฏิบัติเนี่ย ต้องทำอะไรมั่ง”

 “บอกไม่ถูกว่ะ”วาโยส่ายหน้าก่อนพูดต่อ”อยู่ที่ผู้อาวุโสของค่ายจะกำหนด แต่ที่แน่ๆคือ ในการสอบ นายจะมีคู่หูหนึ่งคน”

“เสียใจนะ ที่นั่นไม่ใช่ฉัน”มินตราเอ่ยแทรก

“คือคู่หูเนี่ย จะเป็นใครก็ได้ ยกเว้นพี่เลี้ยงหรือคู่หูเดิมในการทำงานน่ะ”ปถวีร์อธิบายเสริมก่อนสรุปว่า”ไว้รอ จนถึงคืนสุดท้ายก่อนฝึกภาคสนามทางค่ายจะแจ้งมาเองว่า นายจะคู่กับใคร”


มินตรายักคิ้วก่อนพูดอย่างอ่านใจโอมได้ว่า“ขอโทษนะ นายหื่น เอ๊ยนายโอม งานฝึกภาคสนามเนี่ย เฉพาะอัศวินกับอัศวินฝึกหัดย่ะ ส่วนหน่วยพยาบาลไม่เกี่ยว”

“เออ แค่ไม่ต้องมียัยงูเขียวอย่างเธอมาเลื้อยตามติด ฉันก็พอใจแล้ว”ชายหนุ่มตอกกลับ

**************************


วันต่อมา หลังอาหารเช้า โอมมาเดินเล่นริมทะเลสาบเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ เนื่องจากวันนี้และอีกสองวันจากนี้ ไม่มีการฝึกภาคสนาม ทำให้ชายหนุ่มมีเวลาว่างเกือบครึ่งวัน ก่อนเข้าเรียนเวทมนต์ช่วงบ่าย ซึ่งหลังจากขึ้นสัปดาห์ที่สามแล้ว กิจกรรมช่วงบ่ายได้เปลี่ยนจากห้องแห่งความสับสนมาเป็นคอร์สเรียนเวทมนต์และการใช้อาวุธมนตราต่างๆโดยมี เฮคาที เทพีแห่งมนตราของกรีกโบราณ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของวิทยากรของค่าย ทำหน้าที่ควบคุมการสอน


    สำหรับโอมแล้ว คอร์สเวทมนต์ดูคล้ายการเล็คเชอร์ที่มหาวิทยาลัย ยิ่งเมื่อเทพีเฮคาทีและผู้ฝึกสอนอื่นๆปรากฏตัวในชุดสูทแบบที่พวกอาจารย์ใส่กัน ยิ่งทำให้ได้บรรยากาศที่คุ้นเคย เว้นก็แต่อภินิหารย์เล็กๆน้อยๆ อย่างของลอยได้ หรือสัตว์ประหลาดกับภูตผีโผล่ออกจากมุมห้อง ไม่เช่นนั้นก็เมฆฝน ลมพายุ ที่ก่อตัวบนเพดาน อย่างไรก็ตาม คอร์สเวทมนต์เป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่ายากกว่าการฝึกที่ผ่านมา ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะโอมไม่มีพื้นฐานทางสายเลือดเหมือนผู้เข้าเรียนคนอื่นๆ


      ชายหนุ่มเดินมานั่งบนก้อนหินใกล้ทะเลสาบพลางนึกถึงการสอบที่จะมาถึง เขาคาดไม่ถูกว่า จะเจออะไรบ้างและใครจะเป็นคู่หูของเขา ว่ากันตามจริง ถ้าไม่ติดข้อบังคับแล้ว ชายหนุ่มก็อยากให้มินตรามาเป็นคู่หูในการสอบปฏิบัติ เพราะถึงเขากับเธอจะไม่กินเส้นกัน แต่ตลอดหลายเดือนที่ออกทำงานร่วมกัน นาคสาวก็เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ในเรื่องฝีมือและไหวพริบ จะใช้คำว่าทำงานเข้าขา ก็พอได้ แม้จะขัดคอกันตลอดเวลาก็ตาม

“คิดอะไรอยู่เหรอคะโอม”เสียงพูดหวานใสดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ก่อนเจ้าของเสียงจะนั่งลงข้างๆ

ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ผู้มาใหม่ ”คิดถึงการสอบครับ”เขาตอบตามตรง

“กลัวเหรอคะ”เพ่ยเพ่ยถามยิ้มๆ

“ไม่หรอกครับ”โอมบอก”แค่คิดว่า จะได้ใครมาเป็นคู่หูแล้วก็การสอบจะมีอะไรบ้างเท่านั้น เออ เพ่ยเพ่ยพอจะรู้เรื่องสอบปฏิบัติบ้างไหม”

“ไม่รู้เลยค่ะ ปกติ ผอ.เอช จะเป็นคนดูแลเรื่องรายละเอียดการสอบทั้งหมด โดยเก็บเป็นความลับจนถึงวันสอบ”

“แล้วคราวก่อนล่ะครับ เขาทดสอบอย่างไร”

จิ้งจอกสาวนิ่งนึกครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมาอย่างนึกออก และกล่าวว่า”ถ้าโอม อยากรู้เรื่องการสอบครั้งก่อน ลองไปดูที่ศูนย์ข้อมูลของค่ายไหมค่ะ ถ้าตอนนี้พอมีเวลา เดี๋ยวฉันพาคุณไปเอง ก็ได้”

“อืม ก็ดีเหมือนกันครับ”ชายหนุ่มพยักหน้ารับ อย่างน้อย ถ้าได้รู้ว่าคราวก่อนๆ เขาสอบกันยังไง ก็อาจทำให้หายตื่นเต้นและกังวลลงไปได้บ้าง

***************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #80 -ข้าน้อย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 15:14
    แฟนตาชีไปอีกแบบ
    #80
    0
  2. #79 Hideyuki (@patt454) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 13:46
    อัพเร็วๆนะคะ อยากรู้ว่า การสอบปฏิบัติ เป็นยังไง ...
    #79
    0
  3. #78 กนกรัตน์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 07:40
    น่าไปเรียนบ้าง...
    #78
    0