โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 24 : สาวสยองในชุดเดรสขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 ส.ค. 57

 

 

สิบห้านาทีต่อมา เพ่ยเพ่ยก็ขอตัวไปทำงานต่อ ขณะที่โอมยังมีเวลาว่างอีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงมื้อเที่ยง ที่สำคัญ ตอนนี้ชายหนุ่มมีเรื่องข้องใจบางอย่างที่อยากค้นหาความจริง เขาจึงไปที่ห้องสมุดซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกับห้องพยาบาล เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหมายักษ์ตัวเท่าช้างที่เกือบฆ่าเขาในการฝึกภาคสนามรอบเช้า


  ห้องสมุดของค่าย มีสภาพไม่ต่างจากห้องสมุดในโรงเรียนทั่วไป ยกเว้นแต่ไม่มีบรรณารักษ์คอยเฝ้าเท่านั้น แต่โอมคิดว่า นั่นคงไม่ทำให้หนังสือที่นี่ถูกใครขโมยได้แน่ๆ


  ชายหนุ่มหยิบหนังสือภาพอสุรกายออกมาจากชั้นวางสามเล่มโดยกะจะไล่เปิดดูจนกว่าจะเจ้าตัวที่เหมือนกับตัวที่เขาเจอเมื่อเช้า ซึ่งมันออกจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เมื่อนึกถึงว่ามีหนังสือแต่ละเล่มหนาเกือบพันหน้า แถมยังไม่ได่มีแค่สามเล่ม แต่ยังมีอีกร่วมสิบที่วางบนชั้น แต่เขาก็ไม่มีวิธีไหนดีกว่านี้แล้ว


 ที่จริง กับสมาชิกชาวหอ คนอื่นๆ การหาข้อมูลจากหนังสือพวกนี้ แสนจะง่ายดาย โดยเพียงร่ายมนต์สั้น พร้อมนึกถึงสิ่งที่ต้องการหา หนังสือก็จะเปิดหน้าที่ต้องการในพริบตา แต่เพราะโอมเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ยังใช้เวทมนต์ไม่เป็น เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจาก ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน


   อย่างไรก็ตาม ครึ่งชั่วโมงผ่านไป โอมก็พบสิ่งที่เขาต้องการในหนังสือเล่มแรกหน้าที่หกร้อยหกสิบหก ซึ่งมีภาพของสุนัขขนยาวสีแดงเพลิง แบบเดียวกับตัวเมื่อเช้าเปี๊ยบ


  ข้อมูลยาวเหยียดใต้ภาพ ถูกอ่านแบบผ่านๆ แต่นั่นไม่สำคัญอะไร เพราะตอนนี้ เขาได้รู้แล้วว่า เจ้าหมายักษ์ตัวที่เกือบฆ่าเขาเมื่อตอนเช้า คือ การ์ม สุนัขแห่งอเวจี ผู้เป็นสมุนเอกของนางพญาเฮลลา ราชินีแห่งแดนนรกของชาวเหนือ...

*********************************


“นายแน่ใจเหรอว่า จำไม่ผิด”วาโยถาม หลังจากที่โอมนำเรื่องมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง

“เขี้ยวมันเกือบจะงับฉันเป็นสองท่อน ยังไงก็ไม่มีวันลืม”เจ้าของเรื่องยืนยัน

“ไม่ใช่ภาพลวงตานะ”ปถวีร์ถามบ้าง

“ไม่ใช่แน่ๆ”


“แต่มันไม่น่าเป็นไปได้”บุตรแห่งลมเหนือออกความเห็น“เพราะที่ผ่านมา นางพญาเฮลลาไม่เคยส่งการ์มออกมาจากแดนอเวจีหรือถ้าเป็นตัวจำลองของมัน แล้วทำไมลูกแก้วติดตามตัว ถึงไม่มีภาพของเจ้านั่นเลยล่ะ”

 “ลูกแก้ว โปเกหรือเปล่า”โอมสันนิษฐาน

 “สมองนายน่ะสิ โปเก”มินตราพูดขึ้นอย่างหมั่นไส้“ถามจริงเหอะ เมื่อเช้ากินอะไรเข้าไป”

“เกี่ยวอะไรมิทราบ”

“ก็เผื่อนายจะมีอาการอาหารเป็นพิษและส่งผลต่อสมองไง ยิ่งมีน้อยๆอยู่ด้วย”

“ถ้าไม่แขวะกันสักวัน มันจะตายไหม”

“ไม่ตาย เพราะนาคีอย่างฉัน มันตายยาก”

“เมื่อไหร่ ครุฑจะมาลากเธอไปเสียทีนะ”

มินตราตาเขียวปัด“นี่นายแช่งชั้นเรอะ”

“แล้วดูเหมือนอวยพรไหมล่ะ”โอมทำหน้ายียวน


ปถวีร์กับวาโยรีบห้ามทั้งคู่ ก่อนที่การปะทะคารมจะกลายเป็นปะทะด้วยกำลัง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า เพื่อนของเขาสองคนอาจโดนเผาเกรียม ก่อนบ่ายวันนี้

“ฉันว่า พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ นี่ก็เที่ยงครึ่งแล้ว”ปถวีร์ชวนทั้งสองไปหาอะไรใส่ท้องเพื่อไม่ให้ปากว่างมาทะเลาะกัน


โอมเห็นด้วย เพราะรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก่อนจะเดินไปโรงอาหาร ก็ยังไม่วายหันไปยักคิ้วกวนๆใส่นาคสาว ซึ่งอีกฝ่ายก็จ้องกลับด้วยดวงตาฉายรังสีอำมหิต

******************************


อากาศรอบข้างเย็นยะเยือก แท่งน้ำแข็งแหลมคมแปลกตา ดูน่าสยดสยอง ปรากฏอยู่รอบบริเวณและทอดยาวเป็นพืดน้ำแข็งกว้างไกลสะท้อนแสงสีแดง ส้มอมน้ำเงิน ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีเทาว่างเปล่าราวแผ่นกระดาษ ทุกย่างก้าวที่โอมเดินผ่าน หัวใจของเขาเหมือนจะล้าลงและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก ที่นี่คือที่ไหน และเขามาทำอะไรที่นี่ คำถามวนเวียนในหัวสมองของชายหนุ่มจนกระทั่ง..จนกระทั่งเขาเห็นสิ่งนั้น


 บัลลังก์น้ำแข็งสูงตระหง่านปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า ท่ามกลางพืดแท่งน้ำแข็งแหลมคม บนนั้นมีสตรีผมยาวในชุดเดรสยาวสีขาวนั่งอยู่ ที่ข้างบัลลังก์ มีสุนัขขนสีแดงเพลิงตัวหนึ่งหมอบนิ่ง โอมหยุดชะงัก เมื่อเห็นสตรีผู้นั้นชัดเจน


  สตรีผู้นั้นอยู่ในวัยสาว ผิวขาวซีดราวหิมะ ผมยาวสีเงินปิดใบหน้าซีกซ้าย ส่วนใบหน้าอีกซีกนั้นแม้งดงาม ทว่ากลับแฝงด้วยความเยือกเย็นจนน่าหวาดหวั่นโดยเฉพาะดวงตาข้างที่ปรากฏให้เห็น ราวกับมองจนทะลุถึงหัวใจราวถูกมีดแทง


“นี่หรือ ผู้ที่พ่อข้ารอคอย”สตรีนางบนบัลลังก์กล่าว น้ำเสียงเยือกเย็นราบเรียบ

โอมแหงนมองอีกฝ่าย ยามนั้น เขารู้สึกว่าใบหน้าของนางมีบางอย่างผิดปกติ”คุณหมายถึงผมเหรอ”

“หากไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นผู้ใด”

“คุณรู้จักผมหรือ”

“ข้าและพวกข้ารู้จักเจ้าดี”ขณะที่หญิงผู้นั้นกล่าว สุนัขขนแดงเพลิงก็คำรามออกมาเบาๆ

โอมรู้สึกขนลุกเกรียว”คุณเป็นใครกันแน่” เขากลั้นใจถาม


แทนคำตอบ สตรีผู้นั้นหัวเราะด้วยกังวานบาดหู ก่อนยกมือเสยผมที่ปิดใบหน้าซีกซ้ายขึ้น

ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างกับภาพเบื้องหน้า ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ราวกับดังมาจากรอบทิศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะดับมืดลง....


“เฮ้ย ตื่น”เสียงคุ้นหูดังขึ้นก่อนที่ใบหน้าของวาโยจะปรากฏให้เห็น

โอมกระพริบตาถี่ๆก่อนลุกขึ้นนั่งบนโซฟาในห้องรับแขกของบ้านพัก อากาศเย็นด้วยเครื่องปรับอากาศ ขณะเสียงเพลงจากจอโทรทัศน์แอลซีดีดังเข้าหู โดยมีวาโยกับปถวีร์ เพื่อนของเขายืนอยู่ข้างโซฟา

“ไปกินข้าวเย็นกันเหอะวะ”บุตรแห่งลมเหนือพูด”เดี๋ยวจะได้กลับมาอาบน้ำพักผ่อน”

“นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนวะ”

“ก้อ พอกลับมาจากฝึกรอบบ่าย นายก็โผเผมานี่แล้วหลับคาจอตรงนี้จนถึงตอนนี้แหละ”

“กี่โมงแล้ว”

“อีกสิบนาที ทุ่ม”ปถวีร์ตอบ”นายหลับไปหนึ่งชั่วโมงครึ่งนึงพอดี”

“เหรอออ”โอมสลัดหน้าให้หายมึนงง ทว่าริ้วรอยความตื่นตระหนกที่ยังเหลือบนใบหน้าทำให้คนธรรพ์หนุ่มเอ่ยปากถาม

“หน้านายเหมือนถูกผีหลอกเลยนะ เมื่อกี้ฝันเห็นอะไรเหรอ”


“ฝันเหรอ....”ชายหนุ่มพยายามนึกทบทวน ทว่าเขากลับจำอะไรไม่ได้ นอกจากหัวใจที่เต้นแรงโดยไร้สาเหตุ

วาโยกับปถวีร์มองหน้ากันและหันกลับมามองเขาก่อนที่บุตรแห่งลมเหนือจะเอ่ยชวนทุกคนไปทานมื้อเย็น

“แล้วมินตราล่ะ”โอมมองไปรอบๆ”ไม่ไปด้วยกันเหรอ”

“เธอไปประชุมกับพวกพี่เลี้ยงอัศวินตั้งแต่บ่ายแล้ว คิดว่าตอนนี้คงรอที่ห้องอาหารแหละ”วาโยตอบก่อนทำเสียงล้อว่า”แหม พอไม่เห็นก็ถามถึงเชียวนะ คิดถึงล่ะซี่”

“ไอ้ปากเสีย”

*********************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #71 กนกรัตน์พันธ์พิชญ์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 19:30
    5..น้อยจังเลย...กำลังลุ้น
    #71
    0
  2. #70 พนิตา (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 16:25
    นางในฝัน ...ฝันร้ายชัดๆเลย
    #70
    0