โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 26 : คู่หูใหม่ของโอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 พ.ย. 57

 

   ศูนย์ข้อมูลของค่าย มีสภาพไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บเอกสารเก่าทั่วไป โดยมีตู้เหล็กใบใหญ่ยาวตั้งเรียงเป็นแถว ทั้งหมดสี่แถว เพ่ยเพ่ยพาโอมไปยืนหน้าตู้ใบหนึ่งและเลื่อนเปิดกระจก หยิบแฟ้มเอกสารแฟ้มหนึ่งออกมา หน้าแฟ้มนั้นเขียนว่า “การฝึกภาคสนาม โอลิมเปียนคอร์ส”

โอมมองด้วยความสนใจ ขณะจิ้งจอกสาวไล่ดูเอกสารในแฟ้มทีละหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่งมันมาให้เขา

“นี่ค่ะ ข้อมูลการสอบครั้งก่อน”เพ่ยเพ่ยบอก

 ชายหนุ่มรับแฟ้มมาก่อนจะอึ้งเมื่อเห็นเอกสารนั้น ในเอกสารมีเพียงภาพวาดแบบกรีกโบราณกับตัวอักษรที่เขาไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด
“เอ่อ..แล้วมันอ่านว่าไงเหรอครับ”โอมถามอีกฝ่าย

เพ่ยเพ่ยทำหน้าตกใจ”โอ๊ะ ขอโทษค่ะ ฉันลืมไป”ธิดาจิ้งจอกว่าก่อนใช้มือขวาแตะเอกสารหน้านั้นพร้อมท่องคาถาเบาๆ

พลันตัวอักษรก็เปลี่ยนเป็นภาษาไทย แต่ที่น่ามหัศจรรย์กว่าคือ ภาพในแต่ละช่องเคลื่อนไหวได้ ราวกับภาพวีดีโอ

โอมก้มลงดูเอกสารด้วยความตื่นตาและสนใจ ข้อมูลในเอกสารบอกถึงการสอบปฏิบัติของการฝึกภาคสนามครั้งนั้นอย่างละเอียด ทั้งภาพเคลื่อนไหว ตัวอักษร และที่พิเศษคือในระหว่างที่อ่านเอกสาร ยังมีเสียงประกอบเพิ่มมาด้วย ซึ่งโอมรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นดังอยู่ในหัวของเขา นับแต่เริ่มอ่านเอกสารนั้น

ทว่าหลังจากที่อ่าน ดูภาพเคลื่อนไหวและรับฟังเสียงประกอบมาจนเกือบจะจบนั้น โอมก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา  เสียงนั้นแผ่วเบา แต่เยือกเย็น มันพูดเพียงว่า.....ใกล้ถึงเวลาของเจ้าแล้ว...

“อ่านจบยังคะ” เสียงเพ่ยเพ่ยดังขึ้น ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม

โอมยิ้มให้อีกฝ่าย “จบแล้วครับ เดี๋ยวผมเอาไปเก็บให้”เขาบอก

“ไม่ต้องหรอกค่ะ”เพ่ยเพ่ยพูด ก่อนจะดีดนิ้วเบาๆ จากนั้นแฟ้มเอกสารก็หายจากมือของโอม ไปปรากฏอยู่ในตู้ตามเดิม

โอมมองอย่างทึ่งนิดๆ ปนหดหู่หน่อยๆ นี่หากเขามีสายเลือดพิเศษผสมอยู่ในตัวเหมือนคนอื่นที่นี่ เขาคงสามารถใช้เวทมนต์แบบนี้ได้บ้าง

********************************

การได้รู้เรื่องการสอบครั้งก่อน ดูเหมือนจะให้ผลลบมากกว่าบวก เพราะแม้โอมจะรู้ว่าการสอบปฏิบัติคราวที่แล้วเป็นอย่างไร แต่เขาก็พอจะรู้เช่นกันว่า การสอบที่จะมาถึงนี้ คงแตกต่างกว่าครั้งก่อน มาก ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ข้อมูลเรื่องการสอบที่ได้รู้ ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่ที่เป็นผลลบชัดๆก็คือ การที่เขาได้รู้ว่า ในการสอบครั้งก่อนมีผู้เสียชีวิตสี่ราย เป็นคนธรรพ์สอง มนุษย์ครึ่งเทพหนึ่ง กับพ่อมดอีกหนึ่ง  ซึ่งสำหรับโอมแล้ว มันเป็นข้อมูลที่บั่นทอนกำลังใจอย่างสุดๆ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีทางเลี่ยง โอมก็จำต้องเดินหน้าต่อไป..

ก่อนวันสอบหนึ่งวัน โอมและเหล่าสมาชิกหอคอยเทวะที่จะเข้าสอบ ได้ไปรวมกันที่ห้องประชุมของค่ายเพื่อจับฉลากจับคู่สำหรับการสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งในการจับฉลากมี ผอ.เอช กับผู้ฝึกสอนทั้งสี่ เป็นพยาน โดยวัลคีรี่สองนางถืออุปกรณ์จับสลากสองอัน ซึ่งเป็นเขาวัวรูปทรงอวบใหญ่ ยาวประมาณหนึ่งฟุต เขาแรกสีขาว อีกเขา สีดำ จากนั้น บรรดาผู้เข้ารับการสอบทั้งหมดก็ทยอยกันเดินไปหยิบสลากจากเขาวัวทั้งสอง โดยคนที่อยู่ซีกขวาของห้องเดินไปหยิบจากเขาวัวสีขาว ส่วนซีกซ้ายไปหยิบจากเขาวัวสีดำ

“แล้วถ้านั่งอยู่ตรงกลางของห้องล่ะ”โอมเกิดคำถาม”จะหยิบเขาไหน”

“เขาบนหัวนายไง ตาทึ่ม”มินตราว่าอย่างหมั่นไส้”ก็เห็นอยู่ ว่าเขาแบ่งที่นั่งเป็นล็อคซ้ายขวา ยังจะถามอีก”

โอมมองไปรอบห้องซึ่งมีลักษณะไม่ต่างจากห้องบรรยายในมหาวิทยาลัย โดยมีบันไดตรงกลางแบ่งที่นั่งออกเป็นล็อคซ้ายและขวา โดยมีเขาและมินตรานั่งอยู่ทางด้านขวา

“ก็ถ้าฉันไปนั่งตรงบันไดนั่น แล้วฉันจะหยิบเขาไหนล่ะ”

“นายอยากปะเป้ากางเกงใหม่ อีกรอบไหม”น้ำเสียงเยียบเย็นของนาคสาวทำเอาโอมหุบปากนิ่งสนิท เป้ากางเกงน่ะเขาไม่ห่วงเท่าไหร่ แต่ไอ้ที่อยู่ในเป้านี่สิ คราวก่อน ก็เกือบเป็นไส้กรอกเผาไปรอบนึงแล้ว

ชายหนุ่มเบนสายตามามองวัลคีรี่สองนางที่หน้าห้องอย่างสนใจ เขาดูอุปกรณ์แล้ว ก็แสนจะธรรมดา ไม่สมกับเป็นค่ายฝึกนักรบเทพเจ้าเอาเสียเล้ย

“มีเรื่องนึง ที่ฉันสงสัยนะ อันนี้สงสัยจริงๆไม่ได้กวน”โอมรีบบอกเมื่อเห็นสายตาคู่สนทนา

“ว่ามา”

“เขาทำยังไง ถึงจะไม่ให้คนที่เป็นคู่หูหรือพี่เลี้ยงได้คู่เดิมของตนเอง ถ้าเธอจะบอกนั่งแบ่งล็อคซ้ายขวา ฉันก็เห็นคู่หูตั้งหลายคู่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกันนี่นา”

“เอาสั้นๆนะ ทุกคนในห้องนี้ถูกล็อคไว้แล้วไม่ให้จับได้คู่ของตน มันเป็นเรื่องของเวทมนต์ เข้าใจ๋”นาคสาวพูดก่อนตัดบทว่า”ถึงคิวนายลงไปจับสลากแล้ว”

โอมรีบลุกไป ก่อนที่มินตราจะตามลงมา จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทุกคนในห้องก็หยิบสลากเรียบร้อย ชายหนุ่มมองดูสลากที่หยิบมา ซึ่งก็เป็นแค่กระดาษที่ม้วนจนแน่นไม่ต่างอะไรกับสลากธรรมดาที่เคยเห็น แต่เขาก็คิดว่าสลากนี่คงมีเวทมนต์กำกับไว้เรียบร้อยอย่างที่มินตราบอกแล้ว

“เอาล่ะ ทุกคน”เสียงมิสเตอร์เอชดังขึ้น”เปิดสลากได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น โอมก็เปิดสลากทันที และเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่า มันเป็นเพียงกระดาษเปล่าๆ ทว่าในชั่วนาทีนั้นเอง ก็ปรากฏภาพขึ้นอย่างช้าๆ โดยเป็นภาพของเอลฟ์หนุ่มที่ชื่อ ร็อค นั่นเอง

หลังจากเปิดสลากแล้ว บรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมดก็นั่งจับคู่กันตามสลากที่จับได้ ซึ่งก็เป็นอย่างที่มินตราได้บอกไว้ นั่นคือไม่มีใครที่จับได้คู่เดิมของตนเลยแม้แต่รายเดียว

“ไง สหาย”เอลฟ์หนุ่มยิ้มให้โอม”ยินดีนะ ที่ได้คู่กับนาย”

“เช่นกัน”ชายหนุ่มยิ้มตอบก่อนลดเสียงลง”ยังไง ก็ช่วยๆกันหน่อยนะ”

“ไม่ต้องห่วงน่าเพื่อน ฉันรับรองได้เลยว่า สอบคราวนี้ ไม่มีใครที่เหมาะจะคู่กับนายเท่าฉันอีกแล้ว”ร็อคว่าพร้อมขยิบตาให้

สีหน้าของอีกฝ่ายดูมั่นใจและเป็นมิตรจนโอมรู้สึกสบายใจขึ้น แม้จะยังไม่ได้สอบ แต่เขาก็เชื่อว่า คู่หูใหม่ของเขาคงทำให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นแน่นอน

*******************

หลังจับสลากเสร็จ ก็เป็นช่วงฟรีไทม์โดยไม่มีกิจกรรมการเรียนและการฝึกใดๆอีกจนถึงการสอบในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเวลาว่าง แต่บรรดาผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาที่เหลือทำความคุ้นเคยกับคู่หูของตน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบภาคปฏิบัติ

   สำหรับโอมนั้น แม้เขาจะเคยเห็นฝีมือของร็อคมาบ้างแล้ว จากการได้ร่วมสนามฝึกเดียวกัน แต่เมื่อเขาได้ซ้อมอาวุธกับอีกฝ่ายแบบตัวต่อตัวเพื่อสร้างความคุ้นเคยแล้ว เขาก็พบว่าร็อคเป็นนักรบฝีมือเยี่ยมอย่างหาตัวจับยาก ทั้งยังมีพลังเวทมนต์ที่เข้มแข็งพอๆกับฝีมือในเชิงอาวุธทีเดียว

“ฉันเข้าร่วมกับหอคอยเทวะเมื่อสิบปีก่อน แต่เพิ่งมาอยู่ที่สาขานี้เมื่อปีที่แล้วนี่เอง”ร็อคเล่าให้โอมฟัง”ก่อนหน้านั้น ฉันอยู่กับหอคอยเทวะ สาขาแมนฮัตตัน มีเทพเนียด เป็นผู้อำนวยการ”

“เทพเนียด เป็นใครเหรอ”

“เทพแห่งชายฝั่ง ของแอสการ์ดน่ะ”

“นายเคยอยู่อเมริกาแต่ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยอย่างนั้นเหรอ”โอมถามอย่างสนใจ”ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอเนี่ย”

“ถ้านายมีผลงานดีพอ ก็สามารถขอย้ายสาขาได้ หรือไม่อย่างนั้นถ้าอยู่ในการพิจารณาพิเศษก็สามารถโอนย้ายได้เหมือนกัน”

“งั้นเหรอ”โอมผงกหัวรับก่อนถามอีก”ว่าแต่ นายนึกยังไง ถึงย้ายมาเมืองไทยล่ะ”

“คงเพราะฉันชอบผัดไทยมั้ง”เอลฟ์หนุ่มยักคิ้ว

“เฮ้ย เอาจริงๆดิ”

 “ก็ไม่มีอะไรมาก ตอนนั้น ฉันเบื่ออเมริกาก็เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาทางตะวันออกบ้าง แล้วที่หอคอยเทวะสาขานี้ก็กำลังต้องการคนพอดี”ร็อคบอก”แต่จะว่าไป ก็โชคดีนะที่ฉันมาอยู่เมืองไทย ฉันถึงได้รู้จักนายไงล่ะ”

“การรู้จักกับฉันเนี่ยนะ โชคดี”โอมส่ายหน้า

“แน่นอน”อีกฝ่ายยืนยัน”นับแต่มีหอคอยเทวะขึ้นมา มีมนุษย์ธรรมดาอย่างนายแค่ไม่กี่คนที่ถูกเลือกให้เข้าร่วมด้วย แล้วการที่ฉันได้รู้จักกับนาย จะไม่เรียกว่าโชคได้อย่างไรเล่า”

ชายหนุ่มถอนหายใจ“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าคนธรรมดาอย่างฉัน จะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน”

“ข้อนั้น ฉันไม่รู้หรอกนะ”ร็อคตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ”แต่บางที การที่โชคชะตาลิขิตให้นายมาอยู่ที่นี่ อาจเพราะมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกำลังรอนายอยู่ก็เป็นได้”

คำพูดของเอลฟหนุ่มสะกิดใจโอม โดยเฉพาะประโยคที่อีกฝ่ายบอกว่า มีบางสิ่งที่สำคัญกำลังรออยู่...เพราะมันทำให้เขานึกไปถึงความฝันประหลาด นับแต่เข้าร่วมกับหอคอยเทวะ ความฝันกับเสียงลึกลับที่บอกว่า มีสิ่งหนึ่งกำลังรอเขาอยู่

ไม่แน่ว่า บางที นั่นอาจเป็นฝันทำนายเหตุการณ์ในอนาคต หรือไม่อย่างนั้น ก็อาจแค่ฝันเรื่อยเปื่อยที่ไร้สาระ...เท่านั้น

*****************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #83 0844408718 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 14:34
    รู้สึกว่าหายไปนานเลยนะครับเนี่ย
    รอตอนต่อไปอยู่ครับ สู้ๆ
    #83
    0
  2. #82 ฟรีด้อม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 07:11
    รอตอนต่อไป
    #82
    0