โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 23 : หมานรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ส.ค. 57

 มีคนเคยบอกว่า ถ้าเราเจออะไรซ้ำๆกัน นานเข้ามันจะชินไปเอง ซึ่งโอมก็คิดว่า กับกรณีอื่น มันคงจะใช้ได้ แต่ไม่ใช่กับกรณีนี้ และที่ค่ายนรกแตกนี่แน่ๆ เพราะหากใครชินกับการที่ต้องเจอเลือดกับสมองกระเด็นใส่ตลอดเช้า แล้วมาเข้าห้องโรคจิต(มันเป็นชื่อที่โอมแอบตั้งให้ห้องแห่งความสับสน)ตลอดบ่าย คนคนนั้น คงไม่ใช่คนแหงๆ

..... แต่จะว่าไป เมื่อคิดให้ดี ที่ค่ายนี้ นอกจากโอมแล้ว ก็ไม่มีใครที่เป็นมนุษย์อีกนี่นะ


“เอาน่า ถึงจะฝึกโหดไปหน่อย แต่ที่นี่ก็อาหารดี ดนตรีไพเราะนา”ปถวีร์บอกหลังจบการฝึกในวันที่เจ็ด

โอมขมวดคิ้ว“ทำไม รู้สึกประโยคนี้มันคุ้นๆจังวะ เหมือนเคยได้ยินมาจาก..”

“จากไหนก็ช่างเหอะ”ปถวีร์พูด” เอาเป็นว่า ตอนนี้ นายก็ดูแข็งแกร่งกว่าวันแรกไม่น้อยแล้วนี่ เห็นไหมว่าการฝึก ช่วยเปลี่ยนนายได้”

“เออ เปลี่ยนได้ เกือบเปลี่ยนฉันเป็นคนบ้าไปหลายรอบแล้ว”ชายหนุ่มว่าก่อนถามต่อ”แล้วนี่ ฉันต้องฝึกโหดๆอย่างงี้ไปถึงเมื่อไหร่”

“ก็จนกว่าจะถึงสามวันสุดท้ายของการเข้าค่ายนั่นแหละ”

“แล้วจากนั้นล่ะ”โอมสงสัย

“บททดสอบสุดท้ายน่ะสิ”

“ทดสอบยังไง”

“จะรีบอยากรู้ไปไหนกัน”เสียงมินตราดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามานั่งกับสองหนุ่มในศาลาที่ตั้งอยู่ชายทุ่ง”เอาไว้นายรอดปลอดภัยถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ ค่อยรู้ก็ยังไม่สาย”

“งั้นเหรอ”โอมย้อน”จริงๆฉันก็ไม่ได้อยากรู้อะไรหรอก เพราะถึงจะมีบททดสอบอะไร ยังไงฉันก็ผ่านฉลุยอยู่แล้ว”

ธิดานาคีเหยียดยิ้ม”พูดน่ะ มันง่ายกว่าลงมือทำจริงๆ นะนายโอม”

“คนอย่างฉัน ถ้าตั้งใจแล้ว ไม่มีทางทำไม่สำเร็จหรอก”

“เหรอออ”มินตราลากเสียง”แล้วฉันจะรอดู”

“ขอบใจนะ ที่จะรอดูความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฉัน”

“ฉันจะรอดูความสะบักสะบอมอันสุดยับเยินของนายต่างหาก”

“ท่าทางเธอคงผิดหวังแน่ๆ”

ปถวีร์ที่นั่งฟังอยู่ ส่ายหน้ากับการจิกกัดกันของทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่โอมรู้จักกับมินตรา ดูเหมือนจะไม่มีวันไหนเลยที่สองคนนี่จะไม่ปะทะคารมกัน จนบางครั้ง คนธรรพ์หนุ่มก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไม มิสเตอร์เอชจึงจับนาคสาวกับเพื่อนของเขาให้เป็นคู่หูกัน...

********************


โอมยังคงใช้ชีวิตปกติในโลกที่ไม่ค่อยปกติของค่ายฝึกภาคฤดูร้อนสุดโหด โดยหลังจากสิบวันแรก โปรแกรมการฝึกอาวุธก็เปลี่ยนจากในโรงยิมเป็นออกนอกสถานที่ เพียงแต่ไม่ใช่เขตป่าทึบแบบพวกรุ่นเก๋า แต่เป็นป่าละเมาะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งของค่ายมากนัก

 
 
ทว่าถึงจะเป็นแค่ป่าละเมาะใกล้ๆค่าย แต่ก็ถูกสร้างบรรยากาศและเพิ่มความโหดหินอย่างครบถ้วนด้วยอำนาจมนต์ โดยมีทั้งอสุรกาย สัตว์ประหลาดและนักรบผีดิบ(ด้วยการสนับสนุนจากเฮลลา นางพญาอเวจี)ที่รอซุ่มโจมตีตลอดทั่วทั้งพื้นที่ฝึก


    โอมก้าวอย่างะมัดระวังไปบนทางเดินที่ชุ่มด้วยหยาดน้ำค้าง สายหมอกที่ลอยวนอยู่ทั่วพื้นป่า ทำให้ชายหนุ่มมองเห็นทุกอย่างเป็นภาพสลัวเลือนราง รอบตัวเขาเย็นยะเยือกและเปียกชื้น เสียงกรีดร้องดังแว่วเป็นระยะ ในมือของชายหนุ่มว่างเปล่า ซึ่งเป็นกติกาของการฝึกภาคสนามที่ห้ามถืออาวุธ แต่จะให้เรียกมาใช้ เฉพาะเวลาถูกโจมตีเท่านั้น


    วันนี้เป็นวันที่สอง ของการออกภาคสนาม เมื่อวาน โอมหวุดหวิดถูกโทรลทุบแบนเป็นกล้วยทับ ดีที่เขาวิ่งล่อเจ้าโทรลนั่นออกไปที่โล่งจนมันโดนแดดและกลายเป็นหินไปก่อน แต่เขาก็ถูกตัดแต้มเนื่องจากไม่ได้ใช้อาวุธออกมาจัดการกับมัน เหตุเพราะตกใจจนลืมเรียกอาวุธ ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มหมายมั่นว่าวันนี้ ต้องล้างอายเมื่อวานให้ได้


    โอมตั้งสติเพื่อกำหนดจิตเป็นสมาธิ ก่อนจะมองไปรอบๆ ม่านหมอกที่เกิดจากอำนาจมนต์ได้จางหายไป ผลจากการฝึกในห้องโรคจิต...เอ่อ..ห้องแห่งความสับสน ทำให้เขาสามารถทำสมาธิได้เร็วขึ้น ซึ่งนอกจากมีประโยชน์ในการเรียกอาวุธและของวิเศษต่างๆแล้ว มันยังช่วยให้มองผ่านม่านมนต์ทั้งของเทพและอสูรได้ดีขึ้นด้วย


  เสียงคำรามดังมาจากข้างหลัง ไวเท่าความคิด  ชายหนุ่มหันกลับไปและเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง ซึ่งเป็นสุนัขป่าสีดำสนิทตัวโตเท่าวัว ดวงตาแดงก่ำราวเปลวไฟ  โอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนตั้งจิตนึกภาพดาบสองคมด้ามยาวและเพียงอึดใจ ดาบเล่มนั้นก็ปรากฏอยู่ในมือ ขณะเดียวกันกับที่เจ้าหมาป่ายักษ์กระโจนเข้าใส่ ชายหนุ่มเหวี่ยงดาบและตัดร่างของมันขาดเป็นสองท่อน และร่วงลงกระแทกพื้น ก่อนที่ซากนั้นจะสลายเป็นฝุ่นผงสีดำ ปลิวหายไป


โคตรง่ายเลย...โอมนึกกระหยิ่มใจ แบบนี้ วันนี้ เขาเก็บแต้มได้เพียบแน่....


เสียงคำรามดังขึ้นทางขวามือ ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยก่อนหันไปดู ทว่าคราวนี้ รอยยิ้มของเขาต้องชะงักค้างกับภาพที่เห็น...

บนที่โล่งกลางป่า ห่างออกไปสามสิบก้าว หมาป่าสีดำขนาดเท่ากับตัวที่เพิ่งสลายไป ก้าวออกจากดงไม้และไม่ได้มีเพียงตัวเดียว ทว่ามีหลายสิบ แต่ละตัวตาแดงก่ำ ปากแสยะแลเห็นเขี้ยวขาว ลักษณะของพวกมันบอกชัดว่าเตรียมมากินมื้อพิเศษซึ่งก็คือตัวเขาเนี่ยแหละ


โอมนึกภาพหน้าไม้กลชนิดบรรจุยิงทีละสิบเจ็ดดอก เพียงพริบตา หน้าไม้ก็แขวนที่ไหล่ขวา และก่อนที่หมาป่าพวกนั้นจะเข้ามา ชายหนุ่มก็ยกหน้าไม้และเหนี่ยวไกยิงใส่เจ้าตัวหน้าสุด ลูกดอกจมหายเข้าไปกลางหน้าผากของเจ้าหมาป่า มันร้องด้วยความเจ็บปวดและสลายร่างไปในพริบตา แต่นั่นก็เป็นสัญญาณให้พวกที่เหลือ กรูกันเข้ามา


   ชายหนุ่มกลิ้งตัวหลบ หมาป่าตัวที่สองซึ่งพุ่งเข้ามาและเหนี่ยวไกยิงมันสลายไป ก่อนจะเหนี่ยวไกหน้าไม้ซ้ำแล้วซ้ำอีก หมาป่าตัวแล้วตัวเล่าสลายกลายเป็นผุยผง โอมยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงแต้มคะแนนของวันนี้ที่กำลังเพิ่มขึ้นตามจำนวนหมาป่าที่ถูกเขาจัดการ


   เมื่อลูกดอกหมด โอมใช้ดาบเล่มยาวฟาดฟันกับพวกหมาป่าที่เหลือ การฝึกฝนตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ฝีมือของเขารุดหน้าขึ้น และทำให้การจัดการกับฝูงหมาป่าแห่งความมืดกลายเป็นงานง่ายๆ

ทันใดนั้นเอง พื้นดินกลางฝูงหมาป่าก็สั่นสะเทือนก่อนจะแยกออก เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาและเผาหมาป่ายักษ์หลายตัวมอดไหม้เป็นจุณ ส่วนพวกที่เหลือพากันเตลิดหนีเข้าป่าไป จากนั้นเปลวไฟก็ค่อยๆมอดลงพร้อมกับร่างของสุนัขสีแดงเพลิงตัวมหึมาปรากฏขึ้นจากรอยแยก ลักษณะของมันคล้ายสุนัขเลี้ยงแกะ ทว่ามีขนาดเท่าช้างอาฟริกัน ดวงตาแดงก่ำกระหายเลือด


  โอมกระโดดหลบในจังหวะเดียวกับที่หมาปีศาจพุ่งเข้ามา ทำให้มันเข้าปะทะกับต้นสนใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง จนโค่นลงมาทับหัวมัน ชายหนุ่มฉวยโอกาสที่เจ้าหมานั่นยังดิ้นให้หลุดจากต้นสน ออกวิ่งเร็วจี๋ตรงไปยังกองหินทางซ้ายมือ ขณะที่เจ้าสุรกายซึ่งดิ้นรนจนหลุดออกมาได้ ร้องคำรามอย่างเกรี้ยวกราดก่อนออกวิ่งตามมา


   ชายหนุ่มปีนขึ้นไปบนกองหินก่อนหน้าที่เจ้าหมาปีศาจจะมาถึงแค่นิดเดียว เขี้ยวของมันงับเฉี่ยวขาเขาไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด เจ้าอสุรกาย ใช้สองเท้าหน้าเหยียบกองหินจนหัวของมันโผล่ขึ้นมาถึงขอบบน โอมพุ่งเข้าไปหา พร้อมแทงดาบเข้าไปตรงกลางระหว่างดวงตาแดงก่ำคู่นั้น


 โลหิตสีดำทะลักออกจากรอยแผล เจ้าหมาปีศาจแหงนหน้าสะบัดเต็มแรงทำให้โอมที่ยังจับด้ามดาบอยู่ ถูกเหวี่ยงกระเด็นเสียหลักร่วงลงจากกองหิน ดาบในมือปักคาบนหัวของเจ้าอสุรกาย

โอมจุกจากการตกกระแทกพื้น ขณะหมาปีศาจย่างสามขุมเข้าหา ด้วยท่าทางที่พร้อมขบร่างเขาเป็นสองท่อน ชายหนุ่มพยายามนึกภาพอาวุธ ขณะที่เจ้าอสุรกายพุ่งเข้ามา พร้อมอ้าปากกว้างเตรียมขย้ำเต็มที่


ฉัวะ...หอกยาวแทงเข้าไปในปากเกือบครึ่งด้าม เลือดสีดำพุ่งราวน้ำพุ ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเจ้าสัตว์ปีศาจดังกึกก้อง โอมแข็งใจกระแทกด้ามหอกสวนขึ้นไปจนสุดแรง ร่างของเจ้าอสุรกายล้มครืนลง แรงกดของร่างนั้นทำให้คมหอกทะลุออกทางหัวของมัน ขาทั้งสี่เกร็งกระตุก ก่อนแน่นิ่งไป

 
ชายหนุ่มเหนื่อยจนแทบขยับตัวไม่ไหว ครึ่งล่างของตัวเขาถูกทับอยู่ใต้ร่างของเจ้าอสุรกายจนขยับไม่ได้ กลิ่นสาป กลิ่นคาวเลือด ทำให้ประสาทมึนชาไปหมด เรี่ยวแรงก็เหมือนจะเหือดแห้งหาย จากนั้น สติของเขาก็ดับวูบลง.....

เมื่อลืมตาอีกครั้ง โอมก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องพยาบาลของค่าย โดยมีเพ่ยเพ่ยนั่งอยู่ข้างเตียง สายตาที่มองมานั้นฉายแววยินดีเมื่อเห็นเขาฟื้นคืนสติ


“เดี๋ยวฉันช่วยประคองให้นะคะ”จิ้งจอกสาวบอกเมื่อเห็นเขาพยายามลุกจากที่นอน เธอรีบเข้ามาประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่งพิงกับหมอนก่อนจะหยิบแก้วใส่น้ำทิพย์มาให้ดื่ม

โอมดื่มแก้วแรกจนหมด แต่ดูเหมือนร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ จึงขอเพิ่ม จนกระทั่งน้ำทิพย์สังเคราะห์แก้วที่สี่ล่วงผ่านลำคอ เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

“กับแค่หมาป่าไม่กี่ตัว นายถึงกับหมดสภาพแบบนี้เลยเหรอ”มินตราที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลังเพ่ยเพ่ย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงข้องใจ

“หมาป่าไม่กี่ตัวเหรอ พุดผิดพูดใหม่ได้นะ”โอมย้อน”ฉันต้องสู้กับฝูงหมาป่ายักษ์ตัวเท่าวัว แถมยังเจอไอ้หมานรกตัวโตกว่าช้างอีก เธอรู้ไหมว่าฉันเกือบโดนงับขาดสองท่อนไปแล้ว”

“ถ้าจะโม้อวดสาวเนี่ย ให้มันน่าเชื่อถือกว่านี้หน่อยเถอะ”มินตรามองไปทางเพ่ยเพ่ยแว่บหนึ่งก่อนหันมาทางชายหนุ่ม”ฉันตรวจสอบจากลูกแก้วติดตามตัวแล้ว นอกจากฝูงหมาป่าแห่งความมืดที่นายเจอ ก็ไม่มีตัวอะไรอื่นอีก รวมทั้งไอ้หมาตัวเท่าช้างที่นายว่าด้วย”

“แต่ฉันเจอมันจริงๆนะ”

“สงสัยนายจะกินน้ำทิพย์มากเกินไปจนสมองเพี้ยนเกิดอาการประสาทหลอนแล้ว”ธิดานาคีพูดก่อนหันไปทางจิ้งจอกสาวและกล่าวว่า”ฉันฝากเธอช่วยดูหมอนี่ทีนะ เพ่ยเพ่ย แล้วอย่าให้ออกไปเพ่นผ่านอาละวาดใครเข้าล่ะ”

“นี่ยัยไส้เดือนตัวเขียว ฉันไม่ได้บ้านะ”

“คนบ้าที่ไหน เขายอมรับกันมั่งเล่า”นาคสาวว่าพลางยิ้มกวนๆก่อนจะเดินไปทางประตูห้อง


โอมนึกด่าในใจตามหลัง เพราะไม่อยากให้เพ่ยเพ่ยที่ยังอยู่ด้วย มองว่าเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษ อีกอย่างยังไง มินตราก็ได้ยินเสียงในใจของเขาอยู่แล้ว จะออกเสียงทำไมให้เหนื่อยเปล่า

มินตราหันขวับมา ก่อนยักคิ้วขวา พร้อมๆกับที่มีเปลวไฟเล็กๆลุกขึ้นตรงเป้ากางเกงของโอม ทำเอาเขารีบคว้าเหยือกน้ำทิพย์เทราดดับไฟแทบไม่ทัน ส่วนเพ่ยเพ่ยนั้นถึงกับอดขำไม่ได้ในท่าทางลนลานของชายหนุ่ม

นาคสาวหัวเราะก่อนเดินออกจากห้อง ทิ้งให้โอมนั่งเจ็บใจบนเตียง ที่เป้ากางเกงมีรอยไหม้เป็นรู ทำให้เขาต้องดึงผ้าห่มมาปิดไว้

“ฉันว่า ฉันไปเอากางเกงมาเปลี่ยนให้คุณดีกว่า”เพ่ยเพ่ยพูดยิ้มๆก่อนจะเดินไปที่ห้องเก็บเสื้อผ้าสำรองที่อยู่ด้านขวามือ

โอมนึกลำดับบรรพบุรุษมินตราด้วยความเจ็บใจอย่างบรรยายไม่ถูก....แค่เล่นวิตถารจะเผากล่องดวงใจของเขาก็แย่พอแล้ว แถมยังทำต่อหน้าสาวที่เขาหมายปองอีก ..หมดกันภาพลักษณ์ที่สั่งสมมา...

*************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #69 กนกรัตน์พันธ์พิชญ์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 18:17
    เรื่องชักยุ่งแล้ว..มีไอตัวที่คนอื่นไม่เห็นมาด้วย..แย่แน่ๆนายโอม
    #69
    0