โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 16 : งานแรกกับสาวน้อยกระหายเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ส.ค. 57

“มานั่งกะใครวะ เพื่อนนายเหรอ ท่าทางยังกับทอม” หมอนั่นยังกวนไม่เลิก” ไม่มีหญิงมาแยแส เลยหันมาคบทอมเหรอวะ”

“เพื่อนเราเอง มาจาก มหา ลัยอื่น”โอมตอบเรียบๆเพราะไม่อยากมีเรื่อง

“นึกว่านอกจากไอ้สองคนนั่นแล้ว นายจะไม่มีเพื่อนคนอื่นเสียอีก”คนพูดยิ้มเยาะ“ก็ดี ที่คนอย่างนาย ยังมีคนอื่นคบกับเขาด้วย” พูดจบ เตชิตกับพรรคพวกก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงกวนโมโห ก่อนจะพากันเดินผละไป

มินตราปรายตามองคนปากเสีย ก่อนถามโอมว่า

“เพื่อนนายเหรอ”

“แล้วเธอคิดว่าเพื่อน เขาทักทายกันแบบนี้ไหมล่ะ”

“ นายคงไม่ชอบหน้าพวกนั้นมากล่ะสิ”มินตราว่า

โอมไม่ตอบแต่เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก ทว่านาคสาวกลับยิ้มน้อยๆและบอกกับเขาว่า”ดูอะไรนั่นนะ นายโอม”

พูดจบ มินตราก็ดีดนิ้วไปทางสามคนที่เพิ่งเดินผละไป

ทันใดนั้น กางเกงที่ทั้งสามสวมอยู่ก็หลุดมากองกับพื้น ตามมาด้วยเสียกรี๊ดของสาวๆที่อยู่แถวนั้นและเห็นการแสดงสดเข้าพอดี ทั้งเตชิตและพรรคพวกพยายามดึงกางเกงขึ้นแต่กลับเสียหลักล้มลงบนแอ่งน้ำขังและขลุกขลักอยู่พักใหญ่ จนทันทีที่ลุกขึ้นมาได้ ทั้งสามก็จับขอบกางเกงวิ่งหนีไปจากที่นั่น ด้วยความอับอาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้พบเห็นในท่าทางอันน่าทุเรศชวนขบขันนั้น

“ฝีมือเธอเหรอ”โอมมองอย่างทึ่งๆ ขณะมินตรายักคิ้วรับ

“แล้วใช้เวทมนต์ทำแบบนี้ ไม่ผิดกฎเหรอ”

“ไม่มีใครตาย ใครเจ็บนี่นา อีกอย่าง ฉันก็ไชอบให้ใครมาว่าฉันเป็นทอมด้วย” มินตราตอบพร้อมกับยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มแรกของเธอที่ทำให้โอมเกิดความรู้สึกดี

******************************

บนถนนเปลี่ยว ย่านชานเมือง มีเพียงแสงสลัวจากเสาไฟที่ติดบ้างดับบ้าง ให้ความรู้สึกวังเวงมากกว่าสว่างไสว หญิงสาววัยยี่สิบเศษ แต่งชุดกระโปรงสั้นรัดรูป เดินเหลียวซ้ายแลขวาอย่างหวาดระแวง กระเป๋าสะพายใบเล็กถูกกระชับแน่นอย่างเป็นที่พึ่งให้อุ่นใจ

 ชายวัยรุ่นท่าทางคล้ายพวกขี้ยาสองคนปรากฏตัวออกมาดักหน้าหญิงสาว ท่าทางของพวกมันแสดงถึงความหื่นอย่างเต็มที่ สาวกระโปรงสั้นกรีดร้องและหันหลังจะวิ่ง ทว่ารองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่ทำให้เธอเสียหลังสะดุดล้มลงกับพื้น

“จะไปไหน จ๊ะ พี่สาว มาสนุกกับพวกเราดีกว่า”หนึ่งในพวกขี้ยาพูดพร้อมฉุดแขนหญิงสาว

“ปล่อยนะ!”หญิงสาวพยายามขัดขืน แต่ถูกชกเข้าที่ท้องเต็มแรงจนสลบ จากนั้นสองทรชนก็ช่วยกันอุ้มร่างไร้สตินั้นไปที่พงหญ้า

โอมทำท่าจะพุ่งออกไป ตั้งแต่เห็นขี้ยาสองคนออกมาดักหน้าหญิงสาว ทว่ามินตราจับไหล่เขาเอาไว้

“ไม่เห็นเหรอว่า ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะถูกข่มขืน”เขาตะคอกใส่

“เห็นสิ และฉันก็เห็นอะไรมากกว่านั้นด้วย”น้ำเสียงมินตราเยือกเย็น

ชายหนุ่มสะบัดตัวออกและลุกจากที่ซ่อน”เธอ มันยัยงูเขียวอำมหิต เห็นคนจะตาย แล้วไม่ช่วย”

“คนเหรอ” อีกฝ่ายย้อนถาม ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงร้องด้วยความตกใจของผู้ชายดังขึ้น ก่อนที่ร่างโชกเลือดของหนุ่มวัยรุ่นขี้ยาทั้งสองจะกระเสือกกระสนออกมาบนถนน ด้วยอาการของคนสติแตก

“ได้เวลาแล้วสินะ” มินตราพูดเสียงเย็นและก่อนที่โอมจะทันตั้งตัว นาคสาวก็ส่งตัวเขาพุ่งออกไปอยู่กลางถนน

ร่างหนึ่งปรากฏออกมาจากพงหญ้า ดวงหน้านั้นขาวซีดราวกับกระดาษ ใบหูแหลม เส้นผมยาวสยาย ดวงตาแดงก่ำ รูปหน้าคล้ายค้างคาว แต่ที่น่าสยดสยองที่สุดคือปากที่เต็มไปด้วยฟันคมเรียงรายราวฟันฉลามและอาบด้วยเลือดสดๆ มือทั้งสองเต็มไปด้วยเล็บแหลมยาวโค้ง ซึ่งเมื่ออยู่ในชุดกระโปรงสั้นรัดรูป สำหรับโอมนี่คือฝันร้ายชัดๆ

“อะ ฮ้า”อสุรกายตัวนั้นแสยะยิ้ม”นี่ข้าได้เหยื่อเพิ่มอีกรายรึเนี่ย”

โอมพยายามนึกภาพอาวุธคู่มือ ทว่าความตื่นตระหนก ทำให้เขานึกอะไรไม่ออก ขณะนางอสุรกายตัวนั้นย่างเข้ามา ไม่ไกลจากตัวเขา วัยรุ่นขี้ยาทั้งสองที่ออกมาจากพงหญ้ากอดกันตัวกลมด้วยความหวาดกลัวอยู่โคนเสาไฟ

“ทำไม ข้าจึงรู้สึกว่าเจ้ามีอะไรพิเศษกว่าพวกมนุษย์ทั่วไปนะ”นางอสุรกายพูด”แต่เอาไว้ ข้าลิ้มรสเลือดเจ้าเมื่อไหร่ ก็คงจะรู้เอง”

กล่าวจบ นางปีศาจดูดเลือดก็พุ่งเข้าใส่

โอมพุ่งตัวหลบได้ทันก่อนกรงเล็บของอสุรกายจะถึงตัว และออกวิ่งเอาชีวิตรอด ทว่ากลับสะดุดบางสิ่งจนล้มกลิ้ง บางสิ่งที่ว่าคือหนุ่มขี้ยาคนหนึ่งที่ตอนนี้คลานออกจากโคนเสามาหาเขาเพื่อเป็นที่พึ่ง

“ปล่อยซีโว้ย”โอมพยายามถีบร่างที่เกาะขาเขาไว้ออกไป ขณะที่นางอสุรกายหัวเราะชอบใจที่เห็นอาหารของมันเกาะกันราวปาท่องโก๋

...ทันใดนั้น ภาพของดาบยาวปลายงอนโค้งก็ปรากฏขึ้นรางๆในความคิดของโอม..ชายหนุ่มรีบคิดตามและดาบเล่มนั้นก็ปรากฏขึ้นในมือ จังหวะเดียวกับที่กรงเล็บอสูรพุ่งมาที่ใบหน้าของเขาพอดี

ฉัวะ..โอมแทงดาบสวนกลับ ปักทะลุหน้าผากของนางปีศาจ มันหงายหลังดิ้นทุรนทุราย เลือดสีแดงเข้มทะลักออกมา  พร้อมๆกับที่ชายหนุ่มก็ถีบวัยรุ่นขี้ยากระเด็นออกไป เขารีบลุกขึ้นและพุ่งไปจับด้ามดาบเพื่อดึงออกมา ทว่านางปีศาจกลับใช้มือทั้งสองดึงไหล่เขาเข้าหาและอ้าปากกว้างจะงับคอ

แรงบางอย่าง ทำให้เขากระเด็นออกจากนางปีศาจและส่งเขาลอยเข้าพงหญ้าข้างทาง ยามนั้นเองที่โอมเห็นมินตรายืนอยู่กลางถนนและส่งพลังไฟสีเงินพุ่งเข้าหาร่างนางปีศาจ เผาร่างนั้นกลายเป็นภัสธุลีในพริบตา

โอมตาค้างกับภาพที่เห็น....

.....”เป็นอะไร เงียบเชียว”มินตราถามโอมขณะขับรถกลับมาหอคอยเทวะ หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดเรียบร้อยและทิ้งขี้ยาสติแตกสองคนนั้นให้ตำรวจจัดการโดยใช้มนตราสร้างเรื่องเป็นว่าพวกนั้นเมายาวิวาทกันเอง

“ไม่เป็นไร”ชายหนุ่มปฏิเสธ

“เมื่อกี้ นายเกือบตายแล้วนะ รู้ไหม กับแค่นึกภาพดาบ มันยากนักเหรอ”

“เธอไม่อยู่ในสภาพฉัน เธอไม่รู้หรอก”

“อย่าลืมสิ ว่าฉันก็เคยเป็นผู้พิทักษ์ฝึกหัดมาก่อน”

“แต่เธอเป็นนาค มีฤทธิ์ ไม่งั้นจะเผาแวมไพร์นั่นไหม้เป็นจุณเหรอ...”

“นอสเฟอราตู”มินตราบอกชื่อที่แท้จริงของนางปิศาจดูดเลือดที่พวกเขาเพิ่งเผชิญหน้ามา ซึ่งเป็นชื่อของผีดูดเลือดจากทรานซิลวาเนียที่ไม่มีใครรู้ว่าอพยพมาหากินในเมืองไทยตั้งแต่ครั้งไหน

“จะตัวอะไรก็ช่าง แต่ประเด็นมันอยู่ที่ฉันไม่มีฤทธิ์แบบเธอ ฉันมันแค่มนุษย์ธรรมดาที่บังเอิญดวงซวยมหาซวยมาเจออะไรแบบนี้เข้า ให้ตายเหอะ ทำไม ชีวิตมันถึงซังกะบ๊วยแบบนี้”โอมใส่เป็นชุด

“พูดพอยัง”มินตราเอ่ยเสียงเรียบ

“ทำไม เธอจะเผาฉันเหมือนที่เผาไอ้ตัวนอส ตูๆอะไรนั่นเหรอไง”

“ถ้าตัวนายในสภาพขี้เถ้ามีประโยชน์กว่าตอนนี้ล่ะก้อ ฉันคงทำอย่างที่นายว่าไปแล้ว”ธิดานาคากล่าว”นายอาจจะโทษโชคชะตา หรืออะไรก็ได้ว่าทำให้นายต้องมีชีวิตแบบนี้ ถ้ามันจะทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือว่า การตีโพยตีพาย มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นได้จริงๆหรอก และไม่มีใครแม้แต่ทวยเทพจะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง หนทางเดียวที่เราจะใช้ชีวิตต่อไปได้ คือเดินหน้าและต่อสู้กับสิ่งที่โชคชะตาลิขิตให้มา ไม่ว่าจะดีหรือร้าย จำไว้นะนายทึ่ม ถึงเราจะเลือกชะตาลิขิตไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะคิดกับสิ่งที่เราเผชิญอย่างได้อย่างไรและหากไม่ยอมแพ้ ในที่สุด เราก็จะผ่านมันไปได้ ”

โอมนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่อีกฝ่ายบอก แม้จะเป็นประโยคที่เขาเคยอ่านผ่านตามาจากหนังสือแนวfeel good หลายเล่มแล้ว แต่การได้มาฟังกับหูในสถานการณ์แบบนี้ มันกลับกระทบจิตใจเขาอย่างประหลาด

“ขอบใจนะ สำหรับคำพูดทั้งหมด”ชายหนุ่มพูดเบาๆ

มินตรายิ้มเล็กน้อย ขณะเลี้ยวรถเข้าซอย”ไม่เป็นไร”

โอมเอนหลังอย่างผ่อนคลาย ทว่าเมื่อสมองเริ่มสงบ เขาก็เริ่มรู้สึกเจ็บแปลบๆตรงชายโครง”เมื่อกี้ ตอนเธอใช้พลังส่งฉันลอยเข้าพงหญ้าเล่นเอาซี่โครงงี้แทบระบมเลย”

“ขอโทษนะที่รุนแรงไปนิด แต่ฉันไม่ได้ใช้พลังอะไรหรอกตอนช่วยนายจากเจ้าอสุรกายนั่น”

“แล้วเธอทำไง”โอมเริ่มข้องใจ

“ก็แค่พุ่งเข้าไปยกเท้าถีบเต็มแรงเท่านั้นเอง”

“นี่เธอถีบฉันงั้นเหรอ”โอมมองอีกฝ่ายตาเขียว ขณะหญิงสาวเพียงแต่ยักคิ้วรับ

******************

สามเดือนผ่านไป นับจากการเผชิญหน้ากับผีดูดเลือดนอสเฟอราตู โอมได้ผ่านงานอีกหลายชิ้น ซึ่งบางชิ้นก็แทบจะทำให้เขาหมดโอกาสชมโลกต่อ อย่างเช่นตอนที่เขาถูกเสือสมิงสองตัวไล่ตะครุบแถวอาร์ซีเอ กับตอนที่เกือบถูกโทรลจับต้มกินที่ใต้สะพานพุทธ อย่างไรก็ตาม แม้จะสะบักสะบอม แต่เขาก็ยังเอาตัวรอดมาได้ พร้อมๆกับที่ฝีมือเริ่มพัฒนามากขึ้นและรูปร่างที่เดิมดูโทรมๆอืดๆ มาเป็นแข็งแกร่ง ปราดเปรียวขึ้น  แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน นั่นคือความสัมพันธ์แบบคู่กัดของเขากับมินตราที่ยังคงเส้นคงวาแบบเดิม

ที่โรงยิม โอมจับคู่ฝึกดาบกับมินตราอันเป็นกิจวัตรประจำวันหลังกลับจากมหาวิทยาลัย โดยมีนักรบอีกหลายคนจับคู่ฝึกซ้อมอยู่รอบๆทั้งนี้ในฐานะอัศวินผู้พิทักษ์ ชายหนุ่มต้องฝึกซ้อมการใช้อาวุธทุกชนิดโดยจะต้องเลือกอาวุธใดอย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นอาวุธคู่มือซึ่งในกรณีของโอม คือดาบยาวลักษณะกึ่งดาบไทยผสมกับดาบซามูไร

หลังผลัดรุกผลัดรับได้พักใหญ่ มินตราก็ใช้ดาบสั้นในมือของเธอตวัดดาบของโอมกระเด็นหลุดมือ และจบการซ้อมด้วยการฟาดสันดาบเข้าที่ชายโครงและเตะตัดขาพับจนโอมลงไปนั่งพับเพียบที่พื้น เพ่ยเพ่ยกับพวกเทพธิดาจิ้งจอกอีกสองตนที่ทำหน้าที่พยาบาลข้างสนามฝึกถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้เมื่อเห็นภาพนั้น

“นี่นายจะไหว้ครูเหรอ ถึงไปนั่งพับเพียบแบบนั้น”มินตราพูด”ลุกขึ้นมา ได้แล้ว”

โอมลุกขึ้นและใส่ทันที”ทีหลัง เอาแค่ปัดดาบออกไปก็พอแล้ว ไม่ต้องเล่นแบบครบชุดก็ได้ มันอายนะโว้ย”

มินตราหันไปมองพวกสาวๆขอบสนาม”ถ้าไม่อยากอาย ก็ทำตัวให้มันเก่งกว่านี้สิ”

“ก้อฉันไม่ถนัดดาบ”

“ฉันก็ไม่เห็นว่านายจะถนัดอะไรซักอย่าง” นาคสาวว่า”ปัญหาของนาย คือยังพยายามไม่พอ รู้ไหม”

“ฉันทำเต็มที่แล้ว”

“อย่ามาเถียง”มินตราถลึงตาใส่”นายลืมแล้วเรอะว่า ฉันเป็นพี่เลี้ยงและมีอำนาจเต็มในการทำทุกอย่างเพื่อให้นายเป็นอัศวินผู้พิทักษ์ที่สมบูรณ์แบบ”

โอมทำหน้าเซ็งแต่ไม่อยากเถียงหรือคิดอะไรให้อีกฝ่ายรับรู้จึงเก็บดาบที่ตกอยู่ก่อนจะเดินไปยังที่นั่งพักริมสนาม

“ดื่มนี่หน่อยนะคะ จะได้ดีขึ้น”เพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาพร้อมส่งแก้วใส่น้ำทิพย์สังเคราะห์ให้ ซึ่งทันทีที่น้ำนั้นล่วงพ้นลำคอ อาการปวดระบม ขัดยอกจากการฝึกซ้อมก็หายในพริบตา

“ดีขึ้นหรือยังค่ะ”

 “ดีขึ้นแล้วครับ”โอมพยายามทำเสียงหล่อ”ขอบคุณมากนะครับ คุณเพ่ยเพ่ย นี่ถ้าไม่ได้น้ำทิพย์ของคุณ ผมคงระบมทั้งวันแน่”เขายิ้มพร้อมสบตากับจิ้งจอกสาว ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มรับอายๆขณะรับแก้วคืน

ขณะนั้นเอง วาโยกับปถวีร์ก็เข้ามาในโรงยิมและเดินมายังที่พักข้างสนามฝึก

“นึกว่าอยู่ไหน ที่แท้มาทำตาหวานจีบสาวอยู่นี่เอง”บุตรแห่งลมเหนือแซว

“ไอ้ปากเสีย”โอมด่าเพื่อนเบาๆโทษฐานขัดจังหวะ ส่วนเพ่ยเพ่ยนั้นผละออกไปรวมกลุ่มกับพวกธิดาจิ้งจอกด้วยท่าทางเขินนิดๆ

“แซวเล่นเองน่า ทำหัวเสียไปได้”วาโยว่า“เออ นายรู้เรื่องฝึกภาคสนามยัง”

“ภาคสนามอะไรวะ”

“ฝึกภาคสนามประจำปีไง”ปถวีร์ตอบ”ปกติ ผอ.จะจัดสามปีต่อครั้ง และนายก็โชคดีมากที่เข้ามาเป็นสมาชิกในปีที่ตรงกับการฝึกภาคสนามพอดีเลย”

โอมเขม่นตาขวาชอบกลเมื่อได้ยินประโยคที่เพื่อนว่า..เขานั้นโชคดี...”แล้วฝึกภาคสนามเนี่ยไปที่ไหน เขาชนไก่หรือป่าว”เขาถาม

“ฝึกภาคสนามของผู้พิทักษ์ทั้งที รับรองว่าที่ที่จะไปไม่ธรรมดาแน่”เสียงมินตราดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาสมทบ

“แล้วไอ้ที่ที่ว่าไม่ธรรมดาเนี่ย มันที่ไหนล่ะ”

นาคสาวยักคิ้วขวา“ถึงเวลา ก็รู้เอง”

*********************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #52 rinrana (@rinrana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 10:12
    ฝึกภาคสนาม เป็นไงคะเนี่ย
    #52
    0
  2. #48 พินิจอักษรา (@narine545) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 19:40
    ตอนนี้ นอกจากลุ้นเลือดสาดแล้ว ยังคมบาดใจด้วยค่ะ
    #48
    0
  3. #47 Hideyuki (@patt454) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 21:51
    บทนี้ คำคมโดนใจเลยค่ะ "ถึงเลือกชะตาลิขิตไม่ได้ แต่เลือกได้ ว่าจะคิดอย่างไรกับสิ่งที่เผชิญ" ไลค์เลยยย
    #47
    0
  4. #46 thitiya (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 13:25
    "ถึงเราจะเลือกชะตาลิขิตไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะิคิดอย่างไรกับสิ่งที่เผชิญอยู่ และหากเราไม่ยอมแพ้ เราจะผ่านมันไปได้ในที่สุด" คม..คม..คม
    #46
    0
  5. #45 ม่านเมฆา (@geniegirl) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 01:56
    อ่านจบนึกถึงคำนี้ เดี๋ยวรู้เลย
    ลุ้นค่ะ ^^
    #45
    0