โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 17 : หุบเขามฤตยู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.ค. 57

หลังสอบปลายภาคของเทอมแรกจบลงได้สามวัน ก็ถึงช่วงฝึกภาคสนามของหอคอยเทวะพอดี เดิมทีนั้นโอมตั้งใจว่า หลังสอบปิดภาคเรียนแรกแล้ว จะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดสักสัปดาห์สองสัปดาห์ แต่มาตอนนี้ เขาจำต้องเปลี่ยนแผน เพราะติดงานฝึกภาคสนาม อย่างไรก็ตาม โอมก็กะว่า ถ้าเสร็จจากภารกิจนี้แล้ว เขาคงจะหาเวลากลับไปเยี่ยมบ้านก่อนเปิดเทอมอย่างน้อยสักสามสี่วัน

แต่นั่น หมายความว่า เขาต้องรอดกลับมาก่อนนะ....

  เช้าวันศุกร์ บรรดาอัศวินผู้พิทักษ์รวมทั้งเหล่าอัศวินฝึกหัดต่างขนข้าวของมารวมกันที่ลอบบี้ชั้นล่างของหอคอยเทวะ ขณะที่บริเวณลานจอดรถด้านนอกมี รถโค้ชสีทองมีลายคาดสีน้ำเงินขาวติดฟิล์มทึบคันหนึ่งจอดรออยู่

“เฮ้ย จะไปกันไงหมดวะ”โอมเท้าเอวมองผ่านประตูกระจกไปยังรถที่อยู่ด้านนอก ที่ดูแล้วยังไงก็ไม่น่าเกินสี่สิบที่นั่ง แต่บรรดาสมาชิกที่จะไป ทั้งพวกอัศวินและอัศวินฝึกหัด ยังหน่วยพยาบาลกับหน่วยสนับสนุนอีก รวมแล้วน่าจะเกือบสองร้อย แถมยังข้าวของอีกเพียบ

“ขึ้นไป นายก็เห็นเองแหละ”วาโยว่า

โอมละสายตาจากรถ หันไปมองหน่วยพยาบาลที่เดินออกมาจากลิฟต์ วันนี้พวกสาวๆธิดาจิ้งจอกแต่งกายตามสบาย แต่ดูแล้ว หนุ่มๆทำใจลำบาก เพราะกางเกงขาสั้นที่เผยให้เห็นขาอ่อนขาวเรียวสวย เสื้อเอวลอย รัดรูป ผมปล่อยสยาย และแน่นอนว่า คนที่เด่นที่สุด ย่อมไม้พ้น จิ้งจอกสาวนาม เพ่ยเพ่ย

“เก็บอาการหน่อย ไอ้โอม”วาโยที่สังเกตเห็นตบไหล่เขาเบาๆ”เสียบุคลิกอัศวินฝึกหัดหมด”

“จับผิดกันจริงวุ้ย”โอมว่าเพื่อน ก่อนจะขยับเป้สะพายหลังให้เข้าที่ จากนั้นทั้งสองจึงเดินออกลอบบี้เพื่อไปขึ้นรถและทันทีที่ก้าวขึ้นไปบนรถ โอมก็ต้องตื่นตากับสภาพด้านใน

   ภายในรถกว้างขวางราวกับรถไฟทั้งตู้ ที่นั่งเบาะคู่หุ้มกำมะหยี่สีแดงสดตั้งขนาบสองทางเดินยาวเหยียดที่ปูด้วยพรมเนื้อนุ่ม อากาศภายในเย็นสบาย กลิ่นหอมอ่อนลอยอบอวล ทุกที่นั่ง มีจอแอลซีดีขนาดเล็ก พร้อมหูฟัง

“ทีนี้หายข้องใจยัง”วาโยพูดก่อนเดินนำโอมไปยังที่นั่ง ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบปถวีร์นั่งรออยู่แล้ว

“ขึ้นมาเมื่อไหร่วะ วีร์” โอมถาม

“ก่อนหน้านายแปบนึง” อีกฝ่ายตอบ

วาโยนั่งลงที่เก้าอี้ข้างคนธรรพ์หนุ่ม ก่อนบอกให้โอมนั่งลงที่เก้าอี้อีกฟากของทางเดิน ตามหมายเลขที่จัดไว้แล้ว

ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ติดหน้าต่าง ก่อนนึกสงสัยเล่นๆว่าใครจะได้หมายเลขที่นั่งข้างเขา ซึ่งหากว่าเป็น เพ่ยเพ่ย ก็คงจะดีไม่น้อย เพราะถึงแม้จะรู้ว่า หญิงสาวไม่ใช่มนุษย์ แต่ความงามของเธอก็เกินหน้ามนุษย์ไปหลายขุม

“ฝันสลายหน่อยนะ นายโอม” เสียงคุ้นหูดังขึ้น พร้อมร่างปราดเปรียวที่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ

โอมทำหน้าเซ็ง เมื่อพบว่า ผู้ที่มา ไม่ใช่ จิ้งจอกสาวแสนสวย แต่เป็น นาคีจอมกวนประสาทแทน ขณะที่มินตราซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ยกขาขึ้นไขว่ห้างและสวมหูฟัง หลับตาฟังเพลงอย่างสบายใจ

“อย่าลืมสิว่าฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝึกหัดอย่างนาย เพราะฉะนั้น ฉันก้อต้องตามประกบนายไม่ให้คลาดสายตา”

“พี่เลี้ยงหรือคนคุมความประพฤติมิทราบ”

“แล้วแต่จะคิด”

โอมทำท่าจะเถียง แต่ก็เปลี่ยนใจ ชายหนุ่มหันหน้ามองนอกรถแทน ก่อนปล่อยความคิดถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า

“ไม่ต้องเดาหรอก รับรองว่า มีอะไรที่นายคาดไม่ถึง อีกเพียบ”เสียงมินตราพูดลอยๆ

“เมื่อไหร่ เธอจะเลิกอ่านความคิดชาวบ้านเขาเสียที รู้จักคำว่าพื้นที่ส่วนบุคคลไหม”ชายหนุ่มว่า

“ก็เสียงในหัวนาย มันดังเข้าหูฉันเองนี่”นาคสาวพูด”บางที ถ้านายผ่านการฝึกได้แล้ว นายอาจรู้วิธีเก็บความคิด ไม่ให้ใครได้ยินก็เป็นได้”

“วันใดที่ฉันผ่านการฝึก สิ่งแรกที่จะทำ คือขอให้ ผอ เอาเธอออกจากชีวิตฉันแล้วไปให้ไกลๆเลย”

“งั้นก็ทำให้ได้ก่อนแล้วกัน จากนั้นมาดูกันว่า ใครจะไปจากใคร”กล่าวจบ นาคสาวก็หลับตาฟังเพลงต่อ ขณะที่โอมมองอย่างหมั่นไส้

ให้ตายเถอะ ทำไมชีวิตเขาต้องมาผูกติดอยู่กับยัยแสบนี่ด้วยก็ไม่รู้.....

**********************


อากาศเยือกเย็นจนชาไปทั้งผิวหน้า ยามที่ชายหนุ่มก้าวไปบนพื้นหินที่ลื่นด้วยหยาดน้ำจากไอหมอกขาวซึ่งทำให้ภาพรอบตัวของเขาดูเลือนราง เสียงหนึ่งดังแว่วมา เสียงนั้นชัดขึ้นเรื่อยๆยามที่เท้าทั้งสองของโอมก้าวไปข้างหน้า จนถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง ไอหมอกเริ่มบางลงจนมองเห็นขั้นบันไดที่นำไปสู่แท่นหินห้าเหลี่ยมสีเลือด ชายหนุ่มก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นจนถึงขั้นสุดท้ายที่นำไปด้านบนของแท่นหิน ซึ่งบนนั้นมีวัตถุหนึ่งวางอยู่

“นายแห่งข้า”กังวานเสียงเยือกเย็นเหมือนจะมาจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”ในที่สุด เราก็ได้พบกัน”

***********************************


“ตื่นได้แล้ว นายทึ่ม”เสียงมินตราดังข้างหูทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งตกใจ

โอมลืมตามองคนปลุกอย่างไม่สบอารมณ์“เบาๆก็ได้ หูแทบแตก”เขาว่า”แล้วจะเรียกทำไมมิทราบ”

“เรียกทำไมเหรอ”อีกฝ่ายย้อนถาม“ช่วยแหกตาดูด้วยนะ ว่าตอนนี้ คนอื่นๆเขาลงรถไปเกือบจะหมดแล้ว”

“เฮ้ย ถึงแล้วเหรอ”ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นมองรอบๆและเห็นเบาะที่นั่งส่วนใหญ่ว่างเปล่า เขาจำได้ว่าเพิ่งจะหลับตาไปแป๊บเดียวเท่านั้นเอง

“เออสิ”มินตราว่า“นายน่ะ พอรถเคลื่อนไม่ทันพ้นซอยก็กรนคร่อกหลับยาวจนถึงนี่ แถมยังขี้เซาตื่นยากชะมัด”

“ไอ้โยกับไอ้วีร์ล่ะ”

“ลงไปข้างล่างแล้ว”ธิดานาคีพูดก่อนออกคำสั่ง”นายรีบย้ายก้นลงไปได้แล้ว อย่าโอ้เอ้ เวลาเป็นเงินเป็นทอง รู้ไว้ด้วย”

“เออๆๆๆ รู้แล้ว”โอมว่าพลางหยิบเป้หนังมังกรขึ้นสะพายก่อนลุกเดินลงไปจากรถ  


       เมื่อลงจากรถ ชายหนุ่มก็พบว่าตัวเองอยู่บนลานกว้างในหุบเขาซึ่งล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีที่ปกคลุมด้วยหมอกสีม่วง อากาศเย็นสดชื่น บ้านไม้สองชั้นสีเทาหลังคาเขียวหลายสิบหลังกระจายอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้น ถัดจากบริเวณบ้านพักมีอาคารสามชั้นสองหลัง ตั้งอยู่พร้อมสระว่ายน้ำ ทางด้านขวามีโรงอาหารและโรงเรือนใหญ่สามหลังกับเรือนกระจกอีกหลังตั้งเป็นแนวติดกับสนามหญ้ากว้างเขียวขจี มีถนนโรยกรวดทอดยาวไปถึงไร่ส้มและไร่ชาที่ปลูกเป็นขั้นบันไดตรงเชิงเขาด้านตะวันออก ส่วนทางด้านตะวันตกมีทะเลสาปสีมรกตคั่นระหว่างค่ายพักกับแนวป่า

“รีสอร์ทใครวะเนี่ย โคตรเจ๋งเลย”โอมอุทาน

ปถวีร์ผายมือเป็นเชิงแนะนำ“ขอต้อนรับสู่หุบเขามฤตยู ค่ายฝึกภาคสนามของพวกเรา”

“หุบเขามฤตยู...”โอมทวนคำ...ตรงไหนวะ...เขาคิด ทั้งสวยทั้งอากาศดี ยังกะรีสอร์ทหรูๆ แล้วตรงไหนวะ ที่มันมฤตยู

“เดี๋ยวสักพัก นายก็รู้เอง”มินตราเอ่ยขึ้น”แต่ตอนนี้ เก็บของเข้าบ้านพักได้แล้ว เดี๋ยวจะได้มากินมื้อเที่ยง บ่ายมีปฐมนิเทศน์อีก”

“ทำยังกะค่ายลูกเสือ”ชายหนุ่มว่าก่อนขยับเป้หลังเดินตามเพื่อนๆไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่เกือบสุดขอบของลานนั้น

   ในบ้านค่อนข้างกว้างกว่าที่มองจากภายนอก มีสี่ห้องนอน สองห้องน้ำและหนึ่งห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์ครบ ทั้งทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศและชุดรับแขก

“นายกับมินตราพักห้องข้างบน ส่วนฉันกับไอ้วีร์พักข้างล่าง”วาโยแบ่งห้องเสร็จสรรพ

โอมพยักหน้ารับก่อนเดินขึ้นชั้นสองและเลี้ยวเข้าห้องทางขวาของบันไดส่วนมินตราเข้าห้องทางซ้าย

หลังเข้าห้องพัก โอมก็เห็นเตียงนอนพร้อมที่นอนหนาสีขาวตั้งติดผนังห้องด้านหนึ่ง เครื่องปรับอากาศขนาดเล็กติดบนเพดาน  โต๊ะพร้อมเก้าอี้ไม่มีพนัก ซึ่งทั้งหมดคือเฟอร์นิเจอร์ที่มีในห้อง ผนังห้องอีกด้านมีหน้าต่างบานใหญ่พร้อมมุงลวดและบานกระจก

   โอมเดินไปเปิดมุ้งลวดเพื่อจะเลื่อนกระจกเปิดรับอากาศบริสุทธิ์ ทว่าเมื่อเลื่อนกระจกออก เขาก็เห็นกรอบสีเงินอยู่ถัดจากขอบหน้าต่างไป กรอบนั้นแน่นหนาแข็งแรง ตลอดแนวมีวงกลมสีเงินเรียงกัน เมื่อเห็นดังนั้น ชายหนุ่มก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า กรอบชั้นที่สามนี้คืออะไรและมีไว้เพื่ออะไร

***********************************

 
อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆอย่างเรื่องกรอบหน้าต่างส่วนเกินก็หายไป เมื่อถึงเวลามื้อเที่ยง โอมเพิ่งรู้ว่าตัวเองหิวมากแค่ไหน ก็ตอนที่เดินเข้าใกล้โรงอาหารและได้กลิ่นหอมๆของเนื้อย่างและกุ้งเผาลอยมาเตะจมูกนี่แหละ

  โรงอาหารของที่นี่ มีผนังสามด้านเปิดโล่ง รับลมเย็นจากทุ่งหญ้า ผนังด้านที่เหลือเป็นบาร์เครื่องดื่ม หลังคาสูงมุงด้วยกระเบื้องสีเขียว ชุดโต๊ะเก้าอี้ตั้งเป็นหมู่รอบเตาย่างขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเพิงตั้งโต๊ะเก้าอี้ขนาบด้านซ้ายและขวาของโรงอาหารด้วย

เอล์ฟสองตนในชุดพ่อครัวกำลังปรุงอาหารอันประกอบด้วยลูกวัวตัวเขื่องและหมูทั้งตัวที่ถูกหมุนกลับไปมาบนเตาย่างขณะที่กุ้งแม่น้ำขนาดเท่าข้อมือจำนวนนับร้อยถูกเผาโดยใช้ไอร้อนที่ออกจากเตา มีโต๊ะยาวสองตัววางผักสลัดและของหวานเต็มโต๊ะตั้งอยู่ใกล้ๆ

   ทันทีที่ถือจานใส่เนื้อย่างและกุ้งเผามาวางบนโต๊ะ โอมก็บรรจุมันลงกระเพาะอย่างเอร็ดอร่อย ว่ากันตามตรง ค่ายฝึกภาคสนามนี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน บรรยากาศดีระดับรีสอร์ทหรู บ้านพักเยี่ยม อาหารอร่อย ดีกว่าไปฝึก รด.เยอะ

“แล้วการฝึกภาคสนามเนี่ย ต้องทำไงมั่งเหรอ”โอมถามหลังจากจัดการกับกุ้งแม่น้ำตัวที่สามแล้ว

“มันก็เหมือนๆกับที่หอคอยน่ะแหละ เพียงแต่สถานการณ์จะหนักกว่าสักหน่อย”ปถวีร์ตอบ“ก็ประมาณจำลองเหตุการณ์จริง แสดงจริง เจ็บจริง โนสตันท์อะไรแบบนี้”

“คงไม่มีตายจริง...หรอก ใช่ไหม”

“เอ่อ ในทางทฤษฎี มันก็ควรเป็นอย่างนั้นแหละ”

“หมายความว่าไงวะ”

“ฉันว่า เรื่องนั้น นายไม่ต้องรีบหาคำตอบหรอก เพราะสักพัก นายก็จะรู้เอง”มินตราเอ่ยขึ้น

เมื่อได้ยินดังนั้น โอมจึงไม่คิดจะถามอะไรอีก เพราะไม่อยากต่อปากปากคำกับหญิงสาวให้เสียบรรยากาศ จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นไปตักสลัดที่โต๊ะเพื่อเป็นการปิดท้ายมื้อเที่ยง

 “ห้องพักสบายไหมคะ โอม”เสียงใสๆคุ้นหูเอ่ยทัก ขณะที่ชายหนุ่มกำลังตักน้ำสลัดเทาซันไอส์แลนด์ราดบนจานสลัด

เมื่อหันไปมองก็เห็นเพ่ยเพ่ยแต่งกายในชุดเดิมของเมื่อเช้ายืนอยู่

“สบายมากเลยครับ”ชายหนุ่มตอบก่อนถามกลับ“แล้วคุณเพ่ยเพ่ย พักบ้านหลังไหนเหรอครับ”

“ฉันพักที่บ้านใหญ่น่ะค่ะ”อีกฝ่ายชี้ไปยังอาคารสามชั้นใกล้สระว่ายน้ำ

“นึกว่าอยู่ใกล้กันเสียอีก”

“โซนที่พักของผู้พิทักษ์กับอัศวินฝึกหัดจะแยกกับของเจ้าหน้าที่ค่ะ”จิ้งจอกสาวพูด“แต่ถ้าว่างๆออกมาเดินเล่น เราก็เจอกันได้นะคะ”

“เอ่อ ครับ”

“ฉันไปก่อนนะคะ แล้วเจอกัน”เพ่ยเพ่ยยิ้มให้โอมก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะ ขณะที่ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหัวใจจะลอยตามเธอไปด้วย

**************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #66 อัยย์ย่า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 16:02
    ค่ายมฤตยู อ่านนิยายเรื่องนี้ ทั้งขำ ทั้งตื่นเต้น
    #66
    0