โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 15 : คู่หูคู่กัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ธ.ค. 56

  เมื่อกลับเข้ามาในห้องพักที่ชั้นบนของหอคอยเทวะ โอมก็พบว่าเสื้อผ้า หนังสือและของจากห้องพักเดิมของเขาทุกชิ้นถูกจัดเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว  โดยของทุกชิ้นอยู่ในสภาพเหมือนเดิมไม่มีผิด ทว่าสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจ ไม่ใช่การที่ของพวกนั้นมาถึงห้องพักก่อนหน้าเขา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างเท่าเด็กแปดขวบ สวมชุดสีเขียวมีฮูดคลุมศรีษะ ที่ยืนรออยู่ในห้อง


  ถ้ามองเผินๆ เจ้านี่ก็ดูเหมือนเด็กธรรมดา ทว่าเมื่อฮูดที่คลุมหัวอยู่ถูกเอาลง ก็ได้เผยให้เห็นใบหูแหลมยาว เส้นผมหยักศกสีเขียวมรกต ใบหน้าเรียว จมูกแหลม และดวงตาที่โตกว่าตาของมนุษย์ใดๆเกือบสองเท่า ซึ่งทำให้เจ้าตัวนี่ห่างไกลกับคำว่าคนแทบจะสิ้นเชิง

“ผมนำของทั้งหมดจัดเก็บเข้าที่แล้ว มีบางชิ้นที่เสียหายบ้าง แต่ผมซ่อมให้แล้ว”

“นายคือ...”

“ขอโทษนะครับ ที่ลืมแนะนำตัว”เจ้าของใบหูแหลมยาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส มีกังวานคล้ายเสียงของเด็ก”ผมชื่อ เบลี เป็นฝ่ายสันทนาการ มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของห้องพักที่นี่ครับ”

โอมก้มหัวให้อีกฝ่ายแทนคำทักทายเนื่องจากยังตะลึงจนพูดอะไรไม่ถูก ขณะที่ปฐวีร์พูดกับมนุษย์ประหลาดนั้นว่า“เอาล่ะ ขอบใจมากนะ คุณเบลี คุณไปได้แล้ว”

อีกฝ่ายยิ้มรับ “หากคุณมีอะไรหรือต้องการอะไร กดกริ่งเรียกได้ตลอดเวลานะครับ”ร่างนั้นบอกก่อนจะสลายเป็นควันสีเขียวหายไป

“เอ่อ..เจ้าตัวเมื่อกี้ มันเป็นตัวอะไรกันน่ะ”โอมถามเพื่อนทั้งสองหลังจากตัวประหลาดไปแล้ว

“สุภาพหน่อยสิ นายโอม”เสียงหนึ่งดังมาจากประตูก่อนร่างของหญิงสาวจะก้าวเข้ามา“พวกเอลฟ์เป็นภูตชนิดหนึ่ง ไม่ใช่อสุรกายหรือสัตว์ประหลาด เวลาพูดถึงพวกเขากรุณาให้เกียรติกันบ้าง ไม่อย่างนั้น หากพวกเขาไม่พอใจขึ้นมา นายได้ย้ายไปนอนในคอกม้าแน่”

โอมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นัก“เธอมานี่ทำไม มินตรา”

“ผอ ให้ฉันมาตามพวกนายไปพบ”

“รู้ไหมว่าเรื่องอะไร”ปฐวีร์สงสัย

นาคีสาวยิ้มมีเลศนัย“เรื่องคู่หูน่ะสิ”

**************************************

 
  การพบ ผอ.เอชในครั้งนี้ มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าในครั้งแรก โดย ผอ.เรียกโอมและเพื่อนไปพบที่สวนญี่ปุ่นซึ่งอยู่บนดาดฟ้าของอาคาร ดูๆอาจจะแปลกนิดนึงที่เห็นเทพเจ้าอียิปต์นั่งบนเบาะจิบชาเขียว แกล้มกับขนมเซมเปะที่อยู่ในจานกระเบื้องเคลือบบนโต๊ะเตี้ยๆ ในศาลากลางสวนที่ปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ

“นั่งสิ” ฮามาคิสต์ผายมือ พลันก็มีเบาะผุดขึ้นจากพื้นสี่อัน

โอมและเพื่อนๆนั่งลง ชายหนุ่มไม่ค่อยถนัดนักกับการนั่งพับเพียบกึ่งคุกเข่าแบบนี้ แต่จะให้เหยียดขาหรือนั่งขัดสมาธิต่อหน้าเทพเจ้าก็คงจะดูไม่สุภาพเท่าไหร่

“ตอนนี้ เธอคงเริ่มคุ้นกับชีวิตใหม่แล้วสินะ คุณโอม”ฮามาคิสต์พูดยิ้มๆ”ฉันคิดว่า เธอควรจะมีคู่หูสักคนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักรบผู้พิทักษ์”

“คู่หู”โอมทวนคำ

“งานของเราค่อนข้างอันตราย หากต้องทำคนเดียวฉะนั้นจึงเป็นกฎว่า ทุกคนที่นี่ต้องมีคู่หูสำหรับออกปฏิบัติงานร่วมกัน”

“แล้วคู่หูของผมเป็นใครเหรอครับ”

ผอ.เอช ตอบสั้นๆแต่ทำเอาผมถึงกับหนาวเยือก”มินตรา”

“ผมขอเปลี่ยนได้ไหมครับ” โอมรีบถามกลับทันควัน ถ้าขืนให้เขาเป็นคู่หูกับยัยงูเขียวอำมหิตนี่ มีหวังตายแหงๆ

“มินตราเป็นหนึ่งในนักรบฝีมือดีที่สุดของเรา ฉันรับรองว่าหากเธอได้มินตราเป็นคู่หูและพี่เลี้ยงล่ะก็ ไม่นานเธอจะกลายเป็นนักรบชั้นเยี่ยมเลยทีเดียว”

“แต่ผมเกรงว่าจะเป็นภาระให้เธอครับ”

“ไม่ใช่ว่าเธอกลัวที่จะทำงานกับมินตราหรอกหรือ”

คำว่ากลัว จี้ใจโอมอย่างแรง ยิ่งเขาเหลือบไปเห็น นาคสาวทำหน้ายิ้มเยาะนิดๆแล้ว มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มเกิดความฮึดขึ้นมา

“ตกลงครับ ผมจะทำงานกับมินตรา”

“ดี”เทพเจ้ายิ้มพอใจก่อนพูดว่า”ในเมื่อเธอตอบตกลงแล้ว ฉันก็มีของสิ่งหนึ่งจะให้”กล่าวจบ เทพเจ้าก็ยื่นมือไปในอากาศจากนั้นก็ปรากฏประกายสีทองพร้อมกับของชิ้นหนึ่งวางอยู่บนฝ่ามือ ก่อนจะส่งของสิ่งนั้นให้โอม


ชายหนุ่มรับของจากมือเทพเจ้าพร้อมกับมองอย่างงงๆ สิ่งที่อยู่ในมือเขา เป็นจี้รูปดาวห้าแฉกสีทอง ตรงกลางมีพลอยมีน้ำเงินฝังอยู่

“นี่คือดาวคุ้มครอง มันจะช่วยพรางตัวเธอจากพวกอสุรกายส่วนใหญ่” ผอ.ฮามาคิสต์พูด

“ส่วนใหญ่เหรอครับ”โอมทวนคำ พร้อมกับเริ่มสงสัยบางอย่างตะหงิดๆ

“เอาเป็นว่า มันจะช่วยคุ้มครองนายจนกว่านายจะมีพลังของอัศวินผู้พิทักษ์ ซึ่งถึงตอนนั้น นายจะสามารถรับมือกับพวกอสุรกายได้..หมายถึงถ้านายจะอยู่รอดนานจนถึงตอนนั้นนะ”มินตราผู้อธิบายแทน ไม่วายแขวะตอนท้าย

“ขอบคุณนะ สำหรับคำอธิบาย แม้ว่าฉันจะไม่ได้ขอให้เธออธิบายก็เหอะ”

“นี่นายว่าฉันสอดงั้นเหรอ”ธิดานาคีมองโอมตาเขียวปัด

“อะ แฮ่ม”ผอ.เอช กระแอม ก่อนพูดเสียงเนิบช้า“ฉันว่าพวกเธอระงับข้อพิพาทก่อนดีกว่าไหม อย่างน้อยก็เห็นแก่ฉันและงานของเรา”


สายตาของเทพเจ้าทำให้สองหนุ่มสาวหยุดเถียงได้ฉับพลัน ทว่าทั้งโอมและมินตราก็ยังลอบส่งสายตาอาฆาตให้กัน จนกระทั่ง เทพฮามาคิสต์บอกให้ทั้งหมดออกไปได้...


  การฝึกเริ่มต้นในวันนั้นเอง และดำเนินไปอย่างดุเดือด ชนิดที่ว่าโอมไม่เคยเจออะไรที่โหดหินขนาดนี้มาก่อน ซึ่งส่วนหนึ่ง ชายหนุ่มสงสัยว่า คงเป็นเพราะฝีมือของ”ยัยงูเขียวตัวแสบ”ซึ่งเป็นฉายาที่เขาแอบตั้งให้ มินตรา ที่ทำให้เขาต้องฝึกหลักสูตรหฤโหดนี้และแน่นอนว่า คืนนั้น เขาหลับเสียก่อนหัวจะถึงหมอนอีก


 คืนที่สองในหอคอยเทวะ โอมฝันเหมือนที่เคยฝันในคืนแรก ฝันว่า ตนเองเดินอยู่ท่ามกลางสายหมอก อากาศเย็นจนถึงกระดูก และแท่นหินที่ปรากฏเลือนรางในสายหมอก เขาก้าวขึ้นบันไดของมันและได้ยินเสียงกระซิบ

“เจ้านาย..ข้ารอท่านอยู่”

.....จากนั้น ทุกสิ่งดับมืดลง.....


เช้าวันรุ่งขึ้น โอมแต่งตัวเสร็จตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมง แน่นอนคราวนี้เขาล็อคประตูห้องแน่นหนาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะไม่อยากให้มีนาคตนไหนเข้ามานั่งไขว่ห้างในห้องเขาอีก

ทันทีที่เปิดประตูห้อง โอมก็เห็นมินตรายืนพิงกำแพงรออยู่แล้ว คราวนี้ นาคสาวแต่งกายแบบนักศึกษาชาย ด้วยชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงสแล็คสีดำ พร้อมเป้หนังสีเดียวกัน

“ทำไมแต่งตัวแบบเนี้ย”ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายหัวจรดเท้า

หญิงสาวเลือดนาคียักคิ้วข้างซ้าย“วันนี้ ฉันจะไปกับนายไง”

“ใครเชิญมิทราบ”

“นายลืมไปแล้วเหรอ ว่าฉันเป็นพี่เลี้ยงนาย และฉันมีสิทธิติดตามนายไปที่ไหนก็ได้ ที่ฉันเห็นสมควร”มินตราหยุดพูดก่อนจ้องมาที่ลำคอของอีกฝ่าย“แล้วนี่จี้ไปไหน”

“จี้อะไร”

“รีบกลับเข้าไปเอามาเดี๋ยวนี้เลยนะ”นาคสาวสั่งเสียงเข้มหลังจากอ่านความคิดของอีกฝ่าย“แล้วนายก็ช่วยจำใส่พื้นที่น้อยๆของสมองด้วยว่า หากนายออกไปเพ่นพ่านโดยไม่มีดาวคุ้มครองล่ะก้อ นายได้กลายเป็นมื้อค่ำของพวกอสุรกายแน่”

“ทำไม ต้องเป็นมื้อค่ำ ไม่เป็นมื้อเช้ามื้อเที่ยง หรืออาหารว่าง”โอมย้อนถามกวนประสาท

มินตราจ้องหน้าเขา ยามนั้นแววตาของนางไม่ต่างอะไรกับแววตาอสรพิษขณะที่พูดว่า“ถ้านายไม่หยุดเล่นลิ้นล่ะก้อ ฉันสาบานต่อทวยเทพเลยว่าจะจับนายผูกหลังเคลพายไปมหา ลัย แน่”

***********************

 
ตลอดคาบเรียนเช้าวันนั้น โอมนั่งเรียนอย่างไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรนัก เพราะมัวแต่ระแวงว่าจะมีใครสักคนหรือหลายคนในห้องเล็กเชอร์แปลงร่างเป็นอสุรกาย กับอีกอย่างหนึ่งคือ นาคสาวที่นั่งอยู่ข้างๆที่ทำให้ใจเขาไม่สงบ..ไม่ใช่ว่า เขาจะเกิดจิตพิศวาสยัยงูเขียวประดับกล่องไม้ขีดไฟนี่หรอก แต่ปัญหา มันมาจากสายตาสาวๆที่จับจ้องมายังมินตราต่างหาก


  แม้มินตราจะเป็นผู้หญิงที่ห่างไกลจากนิยามของคำว่า น่ารัก แต่เมื่อเธอเปลี่ยนลุคมาแต่งเป็นชายแล้ว ก็ทำให้สาวห้าว แข็งกระด้าง กลายเป็นหนุ่มน้อยมาดเท่ห์ สะดุดใจสะดุดตาสาวๆไปซะอย่างนั้น

“ทำไม เธอไม่แต่งเป็นผู้หญิง”โอมถามหลังเลิกเรียนคาบเช้าและทั้งสองมานั่งกินของว่างที่ซุ้มอาหารข้างอาคารเรียน

มินตรายักไหล่“ก็ถ้าฉันแต่งเป็นผู้หญิงแล้วฉันจะตามไปคุ้มครองนายได้ทุกที่เหรอ”

“มีที่ไหนที่เธอจะติ่ง เอ๊ย ตามฉันไม่ได้”

“สุขาชายแน่ๆล่ะ ที่นึง”นาคสาวตอบก่อนจะหยุดและจ้องหน้าชายหนุ่มเขม็ง“ชั้นไม่ใช่ยัยงูเขียวโรคจิตอย่างที่นายคิดนะ และถ้ายังไม่เลิกคิดอะไรทุเรศๆแบบนั้นล่ะก้อ ฉันจะเผาของนายให้กลายเป็นไส้กรอกย่างเลย คอยดูสิ”เธอพูดเสียงเหี้ยม

แม้จะเสียววาบกับคำขู่ แต่โอมก็ยังทำเป็นเชิดหน้าอย่างถือดี

นักศึกษาชายสามคนเดินเข้าซุ้มและเห็นโอมกับมินตราเข้า จึงเดินมาหยุดยืนใกล้ๆ จากนั้นนักศึกษาคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นกวนๆว่า

“นึกว่าใครมานั่งเกะกะอยู่แถวนี้ ที่แท้ก็ไอ้อมมือนี่เอง”

แม้ไม่หันไปมอง โอมก็รู้ว่า เจ้าของเสียงนั้นคือ เตชิต ไฮโซจอมกร่างประจำคณะ ที่ชอบกวนประสาทเขาทุกครั้งที่เจอหน้า
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น