Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 31 : *Flip Love*: Chapter 27 แปลงโฉม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    29 ก.ย. 55




Chapter 27 แปลงโฉม



 

กลับมาทางด้านในหอประชุม หลังจากที่คยูฮยอนอุ้มซองมินออกไปกลางคัน จนคนในกลุ่มที่เหลือพยายามพาให้ละครจบลงให้ได้ ดูเหมือนว่าอาจารย์ทั้งหลายจะเข้าใจปล่อยให้ผ่านไปพร้อมคะแนนที่อยู่ในเรตค่อนข้างดี เพราะเนื้อเรื่อง แต่ก็ตัดคะแนนค่าความวุ่นวายออกเล็กน้อย หลายกลุ่มทยอยแสดงกันจนหมด ก็ชาวยกันเก็บของและแยกย้ายกันไป เตรียมตัวกลับโซลกันวันในรุ่งขึ้น

“แล้วคืนนี้...จะทำยังไงต่อละเนี่ย...”

เสียงหวานเล็กของเรียวอุคดังขึ้นเมื่อเดินกลับมายังห้องพักพร้อมกกับฮยอกแจ ซีวอนและเยซอง

“อ่า...เรื่องห้องเหรออุคกี้” ฮยอกแจเหมือนจะคิดอะไรออก เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องริมข้างซ้ายจากห้องติดกันสามห้อง

ร่างเล็กของอุคกี้เดินตรงไปที่หน้าบานประตูไม้ ทำใจกล้าหมายจะเคาะ แต่ก็ชะงักแขนบางของตนเองลง แล้วเอียงคอเข้าใกล้บานประตูเหมือนได้ยินเสียงอะไรบ้างอย่างแต่ไม่ชัดเจน เพียงชั่วครู่ก็ผละออกเหมือนต้องของร้อน อาการที่คนอื่นๆมองก็รู้ถึงสาเหตุเมื่อ ใบหน้าเรียวแดงก่ำไม่กล้าสบตาใครเลย

“ฮะ..ฮยอก” เรียวอุคหลบสายตาคนอื่นๆแต่กลับหันไปหาฮยอกแจแล้วเรียกเสียงอ่อน แต่เหมือนชายหนุ่มร่างสูงจะรู้ตัวกัน เยซองกระแทกแขนใส่ซีวอนที่เข้าใจถึงความหมายได้ในทันที

“ฮยอกแจครับ ไปเถอะ ท่าทางว่าเราคงไม่ต้องห่วงซองมินแล้วล่ะ”

“อ้ะ..แต่ว่า...” ฮยอกแจแย้งขึ้นขณะที่แขนบางและไหล่บางโดนโอบกึ่งลากเข้าประตูห้องข้างๆไปแล้ว

!!เดี๋ยว ฮยอก อย่าเพิ่งไปซิ แล้วฉันล่ะ”

เสียงเล็กของเรียวอุคร้องบอกผลางแกะมือของเยซองออกจากต้นแขนตัวเองไปด้วย และดูเหมือนจะไม่ทันแล้วเมื่อประตูห้องของซีวอนและฮยอกแจปิดสนิทลง

“งื้อ...ทำไงล่ะ” เรียวอุคบ่นขึ้นเบาๆแล้วตวัดสายตาใส่แฟนหมาดๆ

“หืม? มองผมอย่างนั้นทำไมครับ ผมไม่ได้เป็นคนผิดซักหน่อย ไอ้วอนมันก็อยากอยู่กับฮยอกแจของมันซิครับ ผมแค่อยากช่วยเพื่อนแค่นั้นเอ้งงง~

แม้ว่าน้ำเสียงท้ายประโยคจะช่วยส่งเสริมให้ความน่าเชื่อถือในประโยคดูลดลง แต่เรียวอุคก็พอจะเข้าใจได้ และทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ก็ได้ยอมนอนห้องเดียวกันก็ได้....แต่...”

..

..

..

“โธ่~อุคกี้ไม่สงสารผมเหรอ ตรงนี้มันหนาวน้าาา” เสียงทุ้มปนแหบเอ้ยกระเหง้ากระงอดจากโซฟาหน้าทีวีกลางห้อง

“ก็เอาผ้าห่มผืนใหญ่ให้แล้วนี่นา อย่ามาอ้างหน่อยเลย” เรียวอุคตะโกนบอกจากบนเตียงขณะที่นั่งคลุมผ้าห่มสำรองผืนเล็กจนถึงคอ

“โธ่ ก็เราเป็นแฟนกันแล้วนะ นอนด้วยกันแค่นี้ไม่เห็นเป็นไรเลย” เยซองเกาะพนักพิงโซฟาแล้วหันหน้ามาหาเรียวอุค

“เพิ่งเป็นได้ไม่ถึงสามวันเนี่ยนะ ไม่เอาอ่ะ ไม่ว่านายจะว่ายังไงก็นอนตรงนั้นไปเลย ฉันง่วงแล้ว ปิดไฟนะ” ร่างบางที่พยายามตัดปัญหาไม่อยากจะเถียงต่อ กลัวว่าร่างสูงจะหาเรื่องอะไรมาอ้างอีกก็ล้มตัวลงนอน ยกผ้าห่มขึ้นคลุมปิดจนถึงหัว

..

..

เวลาผ่านไปไม่นาน ห้องที่เงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องทำความร้อนคอยพ่นอากาศอุ่นๆออกมา ก็เริ่มมีเสียงซวบซาบของผ้าที่เสียดสีกันดังขึ้น เรียวอุคที่หลับไปเริ่มรู้สึกตัวเหมือนมีแรงกดจากด้านหลังของเขา

ใบหน้าหวานผลุบขึ้นจากผ้าผืนหนาพยายามหันไปทางด้านหลังแต่เหมือนมีแรงรัดตัวเองไว้ แขนเรียวยื่นไปกดเปิดไฟตรงหัวเตียง

กริ้ก!

“เฮ้ย!” ร่างหนาของเยซองที่เพิ่งปีนขึ้นมานอนกอดเรียวอุคอย่างเนียนๆ แสร้งทำเป็นหลับตากรเบาๆ แถมอ้าปากเล็กๆเหมือนหลับสนิท

“ขึ้นมาตอนไหนเนี่ย...นี่เยซองๆ ตื่นเลยนะ ไปนอนที่เดิมเลย เยซอง...เยซอง...”

“........” มีเสียงกรนตอบรับมา ทั้งที่เรียวอุคใช้แรงเขย่าๆ จนหัวสั่นหัวคลอนแต่ตาคมก็ยังปิดสนิท เสียงกรนก็ไม่ขาดสาย

“ถ้านายยังไม่ตื่นฉันจะถีบนายลงจากเตียงจริงด้วย ดูซิจะยังไม่ตื่นอีกมั้ย”

“.....”

“...1...2....” เท้าบางยืดไปวางรอไว้แถวสะโพกหนาของเยซอง แล้วงอเข่ารอไว้เตรียมส่งแรงให้ร่างหนาที่แสร้งหลับไปตื่นตกลงไปทีเดียวอยู่ แต่นับได้ถึงสองก็...

“ตะ ตื่นแล้วจ้าา..แหะๆอุคกี้รุนแรงกับแฟนจังเลย ขอนอนด้วยแค่นี้เองนะ” ร่างที่หลับเหมือนศพ กระเด้งตัวตื่นขึ้นทันเวลา ร่างสูงนั่งคุกเค่าลงบนเตียงเหมือนคนทำผิดเตรียมรับโทษเต็มที่

“แล้วทีฉันขอให้นายนอนตรงนั้น นายยังไม่ตามใจฉันเลย”

“อ่า...แหะๆ นั่นซินะ...แต่ว่าตรงนั้นมันหนาวกว่าตรงนี้อีกนะ ยืดขาก็ไม่ได้ ฉันนอนไม่หลับเลย ก็เลยลองขึ้นมานอนบนเตียงดู นอนแป้ปเดียวก็จะหลับแล้วอ่ะ แต่อุคกี้ตื่นขึ้นมาซะก่อนเนี่ย” สียงทุ้มเล่าด้วยน้ำเสียงดูเศร้าสร้อยจนเรียวอุคเริ่มสงสารขึ้นมา

“...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง...นอนบนเตียงด้วยกัน...ก็ได้”

“เยส...อุคกี้ใจดีที่สุดเลย แฟนใครน้าาา” มือหนาแอบกำแล้วดีใจเบาๆก่อนหันมาหยิกแก้มนวลเบาๆ

“นอนเลยดึกแล้วพรุ่งนี้ ต้องเก็บของเตรียมกลับอีก” ใบหน้านวลหันหนีมือหนาที่สัมผัสโดนแก้มตัวเองด้วยการตะแคงลงนอนหันหลังให้แล้วหลับตาลง หูบางได้ยินเสียงซวบซาบจากคนข้างหลังพร้อมกับเตียงที่ไหวเพียงนิดก็ต้องตกใจ เมื่อมือหนารวบเอาร่างของตนเข้าไปชิดอกหนา

“อ้ะ!! ปล่อยนะ นี่ เยซอง” ร่างบางดิ้นคลุกคลักในวงแขนของเยซอง

“นอนกอดเฉยๆนะๆ”

“ไม่เอาปล่อยเลย ปล่อยๆ ปล่อยน้า” มือหนายังคงเป็นกรงเหล็กรวบไว้ให้หนีไปไหนไม่ได้

“จะให้นอนกอดเฉยๆดีๆหรือจะเปลี่ยนเป็นนอนกดก็ได้นะ ผมไม่ปฏิเสธเลย”

กึก

“......” หยุดสนิททั้งคำพูดและร่างกาย เรียวอุครู้ว่าไอ้แก้มบวมคนนี้ทำได้แน่นอน

เสียงที่เงียบไปของทั้งสองคน ตอนนี้มีเพียงเสียงหัวใจเท่านั้นที่มันดังออกมา จนสองร่างที่กอดกันต่างได้ยินของอีกฝั่ง

“.......”

“เรียวอุคครับ” น้ำเสียงและชื่อที่เรียกขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด บุคลิกที่จะเกิดขึ้นเมื่อ เรื่องที่จะเอ่ยนั้นเป็นเรื่องจริงจังเสมอ

“อะ..อือ” เสียงหวานที่ตอบในลำคออย่างกล้ากลัวๆ แม้ว่าสายตาจะจับไปด้านหน้าที่เป็นเพียงโต๊ะหัวเตียง แต่ความรู้สึกกลับจดจ่ออยู่ที่คนด้านหลัง

 

“ขอ...จูบได้มั้ย.....”

 

 

“........” ใจที่เต้นรัวเร็วยิ่งเต้นเร็วหนักกับคำขอที่ตรงแสนตรง เหมือเช่นวันแรกที่เจอกัน ใจดวงน้อยคิดสับสนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ถ้าหากปฏิสธเขาจะเสียใจมั้ย หรือถ้าหากว่าตอบรับไปจะดูว่าง่ายไปรึเปล่า

“...ไม่ได้เหรอ...”

เมื่อเห็นว่าร่างเล็กเงียบไป ใจดวงแกร่งก็เริ่มใจเสีย ทั้งที่ ทำใจกล้า กล้าเอ่ยขออกมาทั้งที่กลัวสารพัดว่าร่างเล็กจะด่าจะโกรธเอา

“........” เรียวอุคยังคงเงียบ เมื่อยังไม่ได้คำตอบที่ถามตัวเองในใจ

“ไม่ต้องคิดมากนะ ผมรู้ว่าอาจจะเร็วไป ถึงวันนี้อุคกี้ไม่ให้ผมค่อยขอใหม่ก็ได้ เหมือนที่ผมขออุคกี้เป็นแฟนไง.......นอนเถอะ ขอนอนกอดอย่างเดียวก็ได้นะ”

เยซองบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่เขร่งขรึมเท่าครั้งแรก เขาไม่อยากให้เรียวอุคกดดันตัวเองเพื่อความเอาแต่ใจของเขา

“..........”

เยซองยิ้มน้อยๆเมื่อเสียงหวานยังไม่ตอบอะไร อย่างน้อยก็ยอมให้นอนกอดเฉยๆก็ดีแล้วล่ะ เยซองผละออกเล็กน้อยเพื่อขยับตัวนอนให้สบายขึ้น ก็ต้องตกใจเมื่อ ร่างบางหันหน้ามาหาเขา แล้วแขนเรียวของเรียวอุคก็รั้งเขาไว้

 

จุ้บ

!!

ริมฝีปากนิ่มกดจูบเบาๆเพียงครู่แล้วผละออก ใบหน้าหวานที่แดงจัดซุกเข้าอกหนาอย่างหลีกหนีสายตาที่จะมองหาที่มาของจูบน้อยนี้

“ถือว่าให้รางวัลคนอดทนเก่งหรอก” เจ้าของแก้มแดงปลั่งเอ่ยบอกอู้อี้อยู่ที่อกของคนที่ตอนนี้แย้มยิ้มแปลกๆอย่างไม่มั่นใจในคำที่บอกมา

“ผม..อดทนเก่งงั้นเหรอ”

“ใช่...ตั้งแต่บอกรักฉันวันแรก...ขอซ้ำอีก...แล้วไหน...จะวันที่ไปช่วยฉันยกคอมบนห้อง...นายก็บอกว่านายอดใจไว้ไม่ได้จูบฉัน...เพราะฉะนั้น...นี่ถือว่าเป็นรางวัลที่นายพยายามเพื่อ...ความรัก...ของเรา”

เสียงบางที่เอ่ยจนจบยิ่งซุกหนาเข้าหนักเมื่อถึงท้ายประโยค พูดเองก็ยิ่งเขิน ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองดัง แต่เมื่อแนบชิดเข้ากับอกหนาก็ได้ยินเสียงใจดวงโตกว่าดังพอกันรับรู้ถึงความรู้สึกรักที่มีหัวใจเต้นไปพร้อมกัน

“ขอบคุณนะครับสำหรับรางวัล” ใบหน้าคมแย้มยิ้มเต็มแก้มบอกด้วยความเบิกบานใจเป็นที่สุด

เยซองกระชับอ้อมกอดแน่น ด้วยแขนหนาทั้งสองข้าง พาร่างเล็กในอ้อมกอดให้อบอุ่น เรียวอุคยิ้มด้วยรอยยิ้มบางๆเจือความเขินอายไม่น้อย แล้วค่อยๆแนบแก้มร้อนเข้ากับอดหนา ได้ยินเสียงหัวใจดังอยู่ไม่ไกล คอยช่วยกล่อมให้หลับสนิทลงในค่ำคืนที่หัวใจสองดวงผูกพันใกล้กันมากขึ้นอีกนิด

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

30%



 

แสงจ้าจากด้านนอกห้องเป็นเพียงเหตุผลเล็กๆที่ทำให้ร่างสูงของคยูฮยอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นได้ไม่เท่ากับร่างนิ่มในอ้อมแขนของเขาที่กระดุ้กกระดิ้กไปมา

“หึหึ” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอเมื่อก้มลงมองคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจอะไรซักอย่าง แถมเสียงหวานที่งึมงัมพอให้ได้ยิน

“งื้อ...เอารสสตรอร์เบอร์รี่~” แม้จะไม่ชัดเจนแต่แน่ใจว่าถูกต้อง ของกินเช่นเคย

เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอพร้อมรอยยิ้มที่พยายามเม้มไว้อย่างกลัวว่าความสุขมันจะล้นออกมามากเกินไป แขนหนารวบเอาไหล่บางให้ชิดอกแกร่งแล้วก้มลงกดจูบที่ขมับบาง หน้าผากมน แก้มนวลและริมฝีปากแดงที่ยังช้ำจากฝีมือเขาเอง

“อือ...อืมมมม” เสียงหวานครางออกมาทีละน้อยเมื่อกลีบปากบางของตนถูกรุกราน ตาหวาน เริ่มกระพริบถี่ๆลืมขึ้นหาตัวการที่แย่งลมหายใจตนเองไป สมองน้อยๆค่อยประมวลผล นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ในอ้อมกอดแกร่งของคนที่ยังคงไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากตนผละไปไหน

“อื้อๆ” มือน้อยกลมทุบลงเบาๆที่ไหล่หนา เมื่อหายใจไม่ทันแล้ว คยูฮยอนที่กำลังพอใจกับวิธีการปลุกแบบนี้ยอมปล่อยออกมาง่ายๆ เพราะอยากเห็นใบหน้าหวานของคนรัก

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มที่ถามคำถามที่คนน่ารักคิดในใจได้เพียงแค่ ยังมีหน้ามาถามอีกเล่นจูบเขาเสียอย่างนั้นไปแล้ว ปากบางยู่เข้าหากันไม่ยอมตอบ แต่แก้มแดงๆที่ระเรื่ออยู่ทั่วแก้มใสก็เดาได้ไม่ยากถึงสาเหตุ

“ว่าไง หรือยังไม่ตื่น งั้นปลุกอีกรอบนะ” คยูฮยอนที่ยกยิ้มมุมปากอยากแกล้งคนรักตัวน้อย คราวนี้ไม่เพียงแค่ก้มลงบดจูบ แต่มือหนาก็เริ่มบีบคลำเนื้อนิ่มอีกรอบร่างบางตกใจจะดิ้นหนีแต่ความเจ็บจากรสรักเมื่อคืนเริ่มเล่นงาน

“อ้ะ...เจ็บ” เมื่อคนรักร้องบอกคยูฮยอนก็หยุดมือและปากหนาที่เริ่มลามลงไปที่แผ่นอกบาง

“เจ็บเหรอ ไหวมั้ย ไหนดูซิ” มือหนาพยายามจะแหวกผ้าห่มออกไปไกลๆแต่มืออวบกลับดึงไว้แน่น

“มะไม่เอานะ ไม่ให้ดู คยูจะดูได้ยังไงกัน” เสียงหวานระล่ำระลักบอก พร้อมดึงผ้าห่มขึ้นปิดตัวให้มากขึ้น

“ผมจะได้ดูว่าเป็นแผลมากรึเปล่า”

“มะไม่ต้องนะ ไม่ต้องดูหรอก....ฉันอายอ่า” เอ่ยไม่ทันจะจบดวงหน้าแดงก่ำก็ก้มลงซุกกองผ้าห่มที่รวบมาห่อตัวเองเอาไว้ ปฏิกิริยาแสนน่ารักยิ่งทำให้รอยยิ้มของหนุ่มมาดขรึมวาดกว้างบนหน้าคม

“อ้ะ!” มือหนารวบเอากระต่ายตัวนิ่มในม้วนผ้าเข้าอ้อมแขนแล้วกอดจนแน่น ซองมินดิ้นได้แค่นิดหน่อยเมื่อร่างกายไม่อำนวย เสียงกระต่ายโวยวายเล็กๆปนขอร้องผ่านออกมาจากกองผ้าได้ยินอู้อี้

“หึหึ ทำไมน่ารักอย่างนี้นะ” เสียงทุ้มพึมพัมทั้งยังหัวเราะไม่หยุดเมื่อกระต่ายที่เขาจับได้ยังคงโวยวาย(น้อยๆ) ทั้งที่เขาปล่อยมือออกมาแล้ว (ผ้าห่มมันห่ออยู่จนแน่นต่างหากล่ะซองมิน ==”) มุดหนี หยอกล้อกันอยู่ได้สักพักสุดท้าย คยูฮยอนก็ขุดซองมินออกจากกองผ้าห่มรวบไปอาบน้ำ (?)จนได้

ร่างบางออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพหมดแรงในอ้อมแขนของคยูฮยอน มือหนาวางร่างบางที่มีผ้าขนหนูห่อร่างกายเพียงผืนเดียวลงริมขอบเตียง

“ผมใส่เสื้อให้นะ” คยูฮยอนบอกคนรักหลังจากที่มองดูแล้วร่างอวบน่าจะลำบากหากจะขยับร่างกายมากๆเพื่อแต่งตัว

“อ้ะ!!” มือกลมๆที่ชูขึ้นน้อยๆเพื่อให้คยูฮยอนสวมเสื้อให้รีบยกลงทันทีพร้อมเสียงร้องหลง

“อะไร เป็นอะไร เจ็บตรงไหน!!” ร่างหนาถามอย่างตกใจที่ซองมินร้องมาเหมือนเจ็บ ทั้งๆที่เค้าก็ใส่เสื้อให้เฉยๆ เสื้อยืดธรรมดาสีชมพู ที่สวมจากแขนที่ชูพร้อมให้ใส่ ผ่านหัวกลม มายังตัวอวบ

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก” ซองมินตอบอ้อมแอ้ม ก้มหน้างุดขณะที่ค่อยดึงเสื้อลงจากอกอย่างเบามือ

“เจ็บตรงไหน” เสียงเข้มถามย้ำขึ้นอีกครั้ง ซองมินนิ่งไปนิด ตาหวานข้อนขึ้นมองอย่างไม่แน่ใจ แต่แล้วก็ก้มหน้าลงอีกครั้งแล้วพูดออกมาเบาๆ

“เอ่อ...คือ...เอ่อ....ฉัน จะ เจ็บ ....เจ็บตรงนี้น่ะ” ร่างอวบลังเลปนอายที่จะเอ่ยแต่ก็ตอบออกมาพร้อมกับยกนิ้วชี้ไปที่ยอดอกตัวเองผ่านเสื้อสีชมพูก้มหน้าแดงแป้ดของตนเองลงจนชิดอก เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเจ็บตรงจุดนั้น

“...หึ ขอโทษนะ” คยูฮยอนยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เมื่อกี้ตอนอาบน้ำ(?)ให้ร่างอวบเขาก็เห็นแล้วล่ะว่ามันแดงมากกว่าปกติ แต่ไม่คิดว่าจะเจ็บขนาดนี้

คยูฮยอนช้อนมือลงไปที่แก้มนวลแดงสองข้างให้เงยหน้าขึ้นมา ตาหวานใสไหวระริกพลางกัดปากตนเองที่ช้ำไปหมดอย่างประหม่า

“มันยิ่งชิมยิ่งหวานผมก็เลยไม่อยากปล่อยน่ะ” ว่าจบก็ก้มลงบดจูบหอมหวานอีกครั้ง ซองมินที่บนร่างมีเพียงเสื้อยืดตัวน้อยกับผ้าอีกหนึ่งผืน ไม่ต่างกับร่างสูงซักเท่าไหร่ที่มีเพียงผ้าผืนเดียวที่ห่อท่อนล่างไว้

กายหนาดันร่างอวบที่นั่งอยู่ขอบเตียงให้เอนลง ทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยให้กลีบปากได้เป็นอิสระ เสียงครางหวานเริ่มเอื้อนให้ได้ยินน้อยๆ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามกายนิ่มอีกครั้ง ผ้าผืนน้อยกำลังจะถูกกระตุกให้หลุดออก.....

!!! ปังๆๆๆๆๆ

“ไอ้คยู โว้ยยยยยยยยยย เปิดประตู จะไม่กลับโซลหรืองายยยยยยยยยยย” เสียงแหบของเพื่อนแก้มบวมกระชากเอาอารมณ์แสนหวานของคยูฮยอน ตกลงเหวอย่างที่ไม่ต้องคิดจะสานต่อเลย ตาคมมองสถาพซองมินที่นอนหอบน้อยๆอยู่ใต้ร่างแล้วถอนหายใจ

นี่เขาต้องไปทำบุญ ให้คนรักกันเยอะๆใช่มั้ยเนี่ย ทำไมถึงมีคนขัดจังหวะเขาเยอะจริงๆเลย -*-

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

การเข้าค่ายของสองคณะ ลุ่ล่วงไปด้วยดี หลังจากที่ได้พักอยู่บ้านประมานครึ่งวัน เช้าวันต่อมาทุกๆคนก็ต้องกลับมาเข้าห้องเรียนเช่นเคย

วันนี้เด็กคณะอักษรไม่มีเรียนช่วงบ่าย พอเลิกปุ้ปซองมินก็หายไปกับคยูฮยอนอย่างรวดเร็ว เพราะข่าวดังจากเหตุการณ์ตอนเข้าค่ายกระจายทั่วมหาลัยจนใครๆก็สนใจ คยูฮยอนที่ไม่ชอบใจเลยหิ้วกระต่ายอวบกลับห้องด้วยการบอกว่า มีขนมสูตรใหม่ ไม่ต้องคิดอะไรต่อ ซองมินก็ทิ้งเพื่อนทันที ==”

“ฮยอกจะไปห้องสมุดก่อนเหรอ” เสียงเล็กของเรียวอุคเอ่ยถามขณะที่เก็บของใส่กระเป๋าพลางยกข้อมือขึ้นดูเข็มนาฬิกา

“อือ ฉันจะรอไปทำงานที่ร้าน ReadMe ต่อเลยน่ะ หยุดไปหลายวันแล้ว” เสียงหวานที่ดูไม่ร่าเริงขึ้นเลยแม้ว่าเพื่อนร่างอวบกับร่างเล็กจะสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่ยังคิดเช่นเดิมว่าฮยอกแจยังเสียใจเรื่องคุณตาอยู่

“อ่า...งั้นฉัน.....”

“นัดกับเยซองไว้ใช่มั้ย ไปเถอะ” ยิ้มน้อยๆจากฮยอกแจ เรียวอุคดูแล้วเหมือนล้อเขาเรื่องเยซองยังไงไม่รู้

“ล้อกันรึเปล่าเนี่ย นายน่ะแหละ ขากลับซีวอนก็มารับไม่ใช่เหรอ”

“.......... อือ ไปเถอะน่า พรุ่งนี้เจอกัน” ฮยอกแจดันไหล่เล็กของเพื่อนให้เดินไปทางประตูห้อง

มือบางหยิบมือถือของตนขึ้นมาดู ไม่มีเครื่องหมายใดๆที่หมายถึงมีสัญญาณเข้ามา ตั้งแต่เมื่อวานที่แยกกันกลับบ้าน ซีวอนก็ไม่ได้ติดต่อหรือโทรหาเขาเลย แล้วเขาก็ไม่กล้าเป็นฝ่ายโทรหา

...ไม่กล้าที่จะเป็นฝ่ายเรียกร้อง...เมื่อไม่ได้เป็นที่รัก...

..

..

บรรยากาศห้องสมุดยามบ่ายที่สงบเงียบ นักศึกษาหลายคนที่มาที่นี่เพื่อนอนฟุบกัยโต๊ะแช่แอร์เย็นๆหลับสบายไป บางคนก็กำลังปั่นงานที่ค้างมาอย่างรีบร้อน มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะเหมือนร่างเล็กของฮยอกแจ ที่เปิดอ่านหนังสืออ่านนอกเวลาอย่างเรื่อยเปื่อย

มือบางเปิดหน้าหนังสือค้างไว้อากาศ ตาหวานมองเหม่อออกไปไม่โฟกัสจุดไหนผ่านแว่นแก้วใสที่มีกลุ่มผมหอมยาวลงปรกทับอีกที

ความเงียบของห้องเก็บหนังสือขนาดใหญ่ถูกแย่งชิงไปเมื่อร่างบางที่ครองตำแหน่ง ผู้ครอบครอง หนังสือคนปัจจุบัน ดวงตาหวานที่ยังเหม่อลอยเป็นคำตอบได้ว่า ยังไม่รับรู้ถึงการมาของรุ่นพี่ร่างเพรียว  

ฮีอชอลที่เห็นอาการของรุ่นน้องร่างเล็กแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เฮ้อ...อย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

 

“ฮยอกแจ...” มือเรียวของฮีชอลวางลงบนมือขาวของฮยอกแจเบาๆพร้อมเรียก

“อ้ะ พี่ฮีชอล มาตอนไหนฮะ” ร่างเล็กสะดุ้งน้อย ตาหวานกระพริบถี่ๆอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นรุ่นพี่คนสวย

“มาตั้งแต่เรานั่งเหม่อนั่นแหละ” ฮีชอลนั่งลงตรงข้ามกับฮยอกแจที่ยังคงเอานิ้วคั่นหน้าหนังสือไว้

“อ่านเรื่องอะไรอยู่เหรอ หือ ไม่ใช่หนังสือห้องสมุดนี่นา” ฮยอกแจที่เห็นว่ารุ่นพี่ถามก็ยกหนังสือขึ้นตั้งให้เห็นทั้งปกหน้าและปกหลัง จนฮีชอลเห็นชัดว่าไม่มีตรามหาวิทยาลัยติดไว้

“ความสุขตลอดกาลในหนึ่งร้อยวินาที...อืม น่าอ่านเหมือนกันนะแต่ไม่ใช่หนังสือของมหาลัยนี่นา”

“มีคนให้มาน่ะฮะ.....” หนังสือเล่มที่พี่ชินดงเจ้าของร้านหนังสือให้เขาในวันที่บอกว่าคบกับซีวอนแล้ว ดวงตาหวานเจือความเศร้าเริ่มเหม่อลอยนึกไปถึงวันที่หาหนังสือเล่มนี้ในร้านกันจนได้รับจูบหวานจนแทบหมดแรง

“.....ฮยอกแจ...” เสียงหวานเรียกเบาๆอีกครั้ง เหมือนจะรับรู้ได้ถึงความเศร้าสร้อยที่เริ่มก่อตัว ฮีชอลตั้งใจจะถามให้แน่ใจไปเลยว่าใช่เรื่องที่เขาและอาจารย์ทึกกี้เคยสงสัยไว้รึเปล่า เสียงหวานไม่ทันจะเอ่ย เสียงคล้ายวัตถุสั่นก็ดังเรียกสติคนเหม่อให้กลับมา

ครืด ครืดดดด

>>ซีวอน<< ชื่อปลายสายที่ส่งเข้ามาทำให้ฮยอกแจชะงักไป จนฮีชอลสังเกตได้ มือบางกดรับอย่างไม่มั่นใจ แล้วเอ่ยเสียงตอบปลายสายไป

“....ฮัลโหล....”

// ฮยอกแจ...คุณอยู่ไหนน่ะ ผมอยู่ที่มหาลัยแล้วนะ //

“ฉันอยู่ห้องสมุดน่ะ..” ฮยอกแจเอ่ยตอบเสียงเบา พลางมองฮีชอลที่เริ่มเปิดหนังสือที่ตั้งๆอยู่แถวๆนั้นไปมาอย่างไม่สนใจเท่าไหร่ ทั้งที่ความจริงกำลังจับน้ำเสียงและใจความอย่างเต็มที่

// ไม่มีเรียนแล้วใช่มั้ยครับ เดี๋ยวผมไปห....อ่ะ...ทำอะไรครับมิริน //

เสียงทุ้มเอ่ยไม่ทันจะจบดี ก็เหมือนถูกขัด แล้วเสียงที่เอ่ยลอดเข้ามาก็ดูใกล้ขึ้น แต่ไม่ทำให้กระจ่างเท่าชื่อของบุคคลที่สาม

// ซีวอนจะไปไหนน่ะ ไปค่ายมาตั้งหลายวัน วันนี้ต้องไปกับมิรินนะ // เสียงของหญิงสาวเอ่ยบอกอย่างเด็ดขาด ฮยอกแจทนไม่ไหวด้วยความกลัว และไม่กล้าเผชิญหน้า ไม่อยากรู้ว่าซีวอนจะตอบว่าอะไรจึงกดตัดสายไป

เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาและโสตประสาทของคิมฮีชอลทั้งสิ้น มือบางที่สั่นน้อยๆตอนกดตัดสาย และนัยน์ตาใสที่ไหวระริกราวกับหวั่นไหวอย่างนั้น พอที่จะทำให้ ผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบันตัดสินใจอะไรได้

“ฮยอกแจ วันนี้ไม่มีเรียนแล้วใช่มั้ย ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” ตาหวานเจือเศร้ามองสบตาสวยของรุ่นพี่ทั้งที่มือยังกำโทรศัพท์เครื่องเล็กแน่น

“......ไปไหนฮะ?”

“ไปเตรียมตัวเพื่ออนาคต”

“ไปเตรียมตัวเพื่ออนาคต?... ยังไงเหรอฮะ”

“เอาเถอะน่า ไปกับพี่ก่อนก็แล้วกันนะ^^” คนสวยยิ้มหวานใส่ซะขนาดนี้ใครจะปฏิเสธลง ฮยอกแจพยักหน้ารับตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ

แต่แล้วเครื่องสื่อสารเล็กๆในมือของผู้ถูกเลือกก็สั่นอีกครั้ง ชื่อเจ้าของที่ส่งสัญญาณเข้ามายังคงเป็นคนเดิม นิ้วบางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็กดรับเมื่อเห็นว่าฮีชอลยังมองมาเหมือนเดิม

“...ฮะ...”

// ฮยอกครับ เมื่อกี้ขอโทษนะ มิรินเขามาดึงโทรศัพท์ผมไปน่ะ..//

“อะอือ ไม่เป็นไรหรอก”

// คือ...เย็นนี้...ฮยอกกลับบ้านกี่โมงน่ะ //

“...ประมาณสองทุ่มน่ะ ช่วยพี่ชินดงเก็บร้านก่อน...”

// อ่า ใช่วันนี้คุณทำงานพิเศษนี่นา  งั้นให้ผมไปหาที่ห้องสมุดนะ...//

“คือ..ฉัน.../ ฮยอกแจอยู่กับฉัน คิมฮีชอล แล้วก็จะไปที่อื่นต่อแล้ว ค่อยโทรมาใหม่นะ”

รุ่นพี่คนสวยดึงมือถือไปกรอกเสียงแทนราวแก้แค้นให้กับเหตุการณ์จากปลายสายเมื่อครู่นี้

“ไปเถอะ ฮยอกแจ...เราไปเตรียมตัวเพื่ออนาคต เราไปทำให้อนาคตที่อาจจะมืดมัว สดใสล่วงหน้าดีกว่านะ” คำที่เอ่ยบอกเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างของฮีชอลทำให้ฮยอกแจสงสัย มือเรียวกดปิดเครื่องมือสื่อสารจนดับแล้วคืนให้เจ้าของพลางลากออกจากห้องสมุดไปโดยมีฮยอกแจมองและทำตามตากระพริบ

..

..

“สวัสดีฮะพี่เฮเคียว” ฮีอชอลเอ่ยทักทายเจ้าของร้านทันทีที่เปิดประตูบานกระจกใสเข้าสู่ด้านในร้านใหญ่โดยไม่ลืมพารุ่นน้องร่างเล็กติดมือเข้ามาด้วย

“อ้าว ฮีชอล วันนี้มากับเพื่อนเหรอ พี่นึกว่าจะมานัดคิวให้คุณแม่ซะอีก” เฮเคียวเจ้าของร้านเสริมสวยครบวงจรที่บ้านตระกูลคิมเป็นลูกค้าประจำ จนสนิทกันไปโดยปริยาย

“วันนี้พา รุ่นต่อไป มาให้พี่ช่วยหน่อยน่ะฮะ” ฮีชอลดันฮยอกแจมายืนหน้าตนเองให้พี่สาวเจ้าของร้านดูชัดๆ เค้าหน้าเรียวที่พินิจดูก็รู้ทันที่ว่ามีใบหน้าที่งดงาม

“อืม...รุ่นต่อไป คราวนี้น่าสนใจดีจัง สงสัยวันนี้พี่คงต้องลงมือเองซักหน่อยจะเอาให้สวยกว่า รุ่นปัจจุบัน เลยล่ะ” เฮเคียวเอ่ยเย้าอย่างขำๆ จนคนกลางอย่างฮยอกแจที่ตามไม่ทันเท่าไหร่นัก และส่ายมือปฏิเสธอย่างไม่แน่ใจ

“ทะทำอะไรฮะ ทำไมฮะ” ฮยอกแจหันมาถามฮีชอลขณะที่โดนพนักงานลากเข้าด้านในร้านไป

“ก็เตรียมตัวเพื่ออนาคตการเป็น...ผู้ครอบครองหนังสือคนต่อไป ยังไงล่ะ”

ฮีชอลบอกด้วยรอยยิ้มประหน้าสวย เขาที่เห็นว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องความรักของรุ่นน้องคนนี้ เมื่อมีหญิงสาวอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้องที่ดูไม่น่าจะใช่เรื่องธรรมดาซะแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามหาผู้ครอบครองคนต่อไปก็คิดไตร่ตรองมากมาย ทั้งคิดว่า เขาเลือกผิดหรือก็ไม่ใช่ ในเมื่อ หนังสือเองเป็นผู้เลือกฮยอกแจ เขาจึงทำได้เพียงช่วยแก้ปัญหานี้จากฝ่ายที่เป็นคนนอกเท่านั้น

“อะ เอ่อ คือผม...” ฮยอกแจที่กำลังงงเต็มที่ อย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ได้แต่ยืนอ้ำๆอึ้งๆเมื่อถูกหลายมือรุมกันถอดเสื้อถอดแว่นออกจากตัว

“พี่เฮเคียวว่า ต้องตัดผมมั้ยฮะ ผมว่าอย่างนี้ก็ดูสวยอยู่แล้วนะ” ฮีชอลที่ไม่สนใจเสียงเบาๆของฮยอกแจเลยกำลังคุยไปพลางยกผมสีน้ำตาลขึ้นดูบางช่อ

“พี่ว่าทำสีให้สว่างอีกหน่อยคงกำลังดี ตัดหน้ามาให้โชว์ตาหวานๆอีกนิดก็ได้แล้วล่ะ” เจ้าของร้านสาวปัดปอยผมที่ยาวลงปรกหน้าใสออก กะคะเนหาความสั้นยาวของผมด้านหน้าอย่างตั้งใจ

“แล้วเสื้อผ้าล่ะ”

“เท่าที่ผมเคยเห็นก็ได้อยู่นะฮะ ถึงจะเป็นเสื้อที่ใส่แล้วดูสบายแต่ก็ดูเซ็กซี่อีกแบบ”

ฮยอกแจที่ไม่มีใครสนใจเสียงประท้วงเบาๆฮยอกแจเลยทำได้แค่ ยืนหายใจเฉยๆให้ทุกคนจัดการไป

 

ร่างขาวที่ทั้งนั่งทั้งนอนให้พนักงานทั้งหลายลงมือจัดการตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับจะต้องเข้างานวิวาห์เสียอย่างนั้น เสียงถอนหายใจเป็นระยะของฮยอกแจ เรียกให้ฮีชอลเห็นมามอง

“เป็นไงเรา เหนื่อยแล้วเหรอ”

“เปล่าฮะ...แต่พี่ฮีชอล  เราไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้มั้งฮะ” ร่างเล็กที่กำลังตัดผมใกล้เสร็จแล้วเอ่ยถามกลับ

“ทำไมล่ะ แค่นี้เราจะไม่สู้เหรอ...ฮยอกแจ...เรามีข้อดีของเราอยู่เหมือนกันนะ ทำไมต้องให้คนอื่นว่า หรือแย่งไปด้วยล่ะ” เสียงหวานที่ปกติดูใจดี แต่คราวนี้กลับดูจริงจังและแฝงความในไว้ นัยน์ตาหวานนั้นก็เช่นกันดูจริงจังและมุ่งมั่นอย่างนั้น

..พี่ฮีชอล...รู้อะไรอย่างงั้นเหรอ....

“พี่ฮะ...”

“เราออกจะสวยขนาดนี้....” มือบางจับพนักพิงเก้าอี้ของฮยอกแจแล้วหันไปทางหน้ากระจก

“แล้วใจของเราก็บริสุทธิ์...อย่าให้ใครว่าหรือแย่งตำแหน่ง ผู้ถูกเลือก ของเราไปทั้งที่มันเป็นของเรานะ ฮยอกแจ...”

ฮยอกแจมองภาพที่สะท้อนในกระจกตรงหน้า ผู้ชายร่างบางที่ไม่เหลือเค้า เด็กคณะอักษรเชยๆที่มีแว่นอันโตกับผมปรกหน้า มีเพียงผู้ชายผมสีน้ำตาลสว่างที่ยิ่งขับให้ผิวขาวขึ้น นัยน์ตาใสที่แม้จะเจือความเศร้าแต่กลับมีแรงดึงดูดประหลาด

ความมั่นใจที่มีน้อยนิดของฮยอกแจเพิ่มขึ้นมา เมื่อคำที่ของรุ่นพี่บอกมาทำให้คิดได้ว่า ถึงแม้ซีวอนจะทำไปเพื่อคนอื่น แต่ว่า เราก็สามารถทำให้ฐานะคนรักที่ได้มาเปลี่ยนแปลงให้เรื่องนี้ดีขึ้นก็ได้

แรงสู้ฮึดน้อยๆจากคนขี้กลัว และไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ทำให้ฮีชอลพอใจขึ้นมาได้บ้างเมื่อแววตาเศร้าๆนั้นดูน้อยลง และเหมือนจะมีแรงใจมากขึ้น

“ต่อไปนี้ เราต้องเชิดหน้าสู้เข้าไว้นะ อย่าก้มหน้าให้ใคร อย่ายอมแพ้ เราจะทำสิ่งที่เป็นอยู่และได้มาให้ดีที่สุดนะ...พี่มั่นใจว่าพี่เลือกคนไม่ผิด”

“ฮะ พี่ฮีชอล,,.ผมจะพยายามทำทุกอย่างดีขึ้น...”

..

..

หลังจากปฏิบัติการแปลงโฉมเรียบร้อยแล้ว เวลาก็พอดีกับที่ต้องมาทำงานที่ร้านของพี่ชินดงพอดี“ขอบคุณนะฮะ พี่ฮันกยองกับพี่ฮีชอลที่มาส่ง”

“ก็พี่เป็นคนพาเราไปก็ต้องมาส่งอยู่แล้ว กลับบ้านดีๆล่ะ วันศุกร์เลิกเรียนแล้วอย่าลืมที่นัดกับพี่ล่ะ”

“ได้ฮะ” ฮยอกแจเอ่ยรับคำแล้วยืนส่งรถของท่านประธานนักเรียนขับออกไปจึงเปิดประตูเข้ามาด้านในร้านที่ดูแล้วมีลูกค้าอยู่ด้านในสามสี่คน

“เชิญครับ สนใจเล่มไหนถามได้นะครับ” เสียงทุ้มของเจ้าของร้านร่างอวบเอ่ยทักทายประหนึ่งฮยอกแจเป็นลูกค้าเข้าร้าน

“พี่ชินดง สวัสดีฮะ”

“สวัสดี...อ่า.......ฮยอกแจเหรอเนี่ย !! ไปทำอะไรมาน่ะ” มืออวบของชินดงจับหัวจับตัวร่างเล็กหมุนไปมาอย่างแปลกใจทั้งยังเอ่ยชมไม่หยุดปาก

“สวยขึ้นเยอะเลยนะเรา น่าจะทำอย่างนี้ตั้งนานแล้ว” คนถูกชมได้แต่ยิ้มรับไปตามประสา

โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีดวงตาใสของเด็กนักเรียนหญิงคู่หนึ่งมามองมา บรรยากาศอบอุ่นระหว่างพี่น้องกัน ไม่ได้ทำให้คนที่มองมารับรู้ได้เท่าไหร่ เมื่อคำว่าอาจจะบดบังความจริงอื่น

ปัง... เสียงผลักประตูกระทบกันดังขึ้นที่หน้าร้าน เมื่อเด็กผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นวิ่งออกไปเหมือนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ชินดงและฮยอกแจแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นแล้วว่าเป็นเด็กผู้หญิงคนที่เขาสงสัยอยู่ว่าชอบมาทำลับๆล่อๆที่ร้าน สงสัยว่าคราวหน้าเขาคงต้องถามให้ชัดเจน

ฮยอกแจทำงานพิเศษด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น ไม่เศร้ามากอย่างวันที่ผ่านมา รอยยิ้มบางกับใบหน้าหวานเรียกลูกค้าได้เยอะขึ้นผิดหูผิดตา จนคนที่มารอเวลาร้านปิดเพื่อรับร่างบางกลับอย่างซีวอนรู้สึกแปลกใจ

“สวัสดีครับ พี่ชินดง วันนี้ที่ร้านมีงานอะไรรึเปล่าครับ” ทันทีที่เปิดประตูเข้าด้านในร้านก็ถามออกมา ทั้งที่ตาคมกลับกวาดหาร่างบางแต่ก็ไม่เห็น

“ไม่มีงานอะไรหรอก ไม่ได้ลดราคาอะไรด้วย แต่ว่ามีโปรโมชั่นพิเศษน่ะ ซื้อหนังสือแถมอาหารตา ฮ่าๆ” ชินดงบอกออกมาอย่างอารมณ์ดี ท่าทางว่า น้องเขยขงเขาคงยังไม่รู้ตัว

“อาหารตา? อะไรเหรอครับ...แล้วฮยอกแจล่ะ”

“ก็อยู่นั่นไงล่ะ” มือป้อมของชินดงชี้ไปทางกลุ่มคนที่ส่วนมากเป็นชายหนุ่มยืนรุมร่างเล็กอยู่ตรงชั้นหนังสือ คนหนึ่งถามเรื่องราคาหนังสือ คนหนึ่งถามเรื่องชื่อหนังสือ เสียงผู้ชายหลายคนแข่งกันเรียกความสนใจจากร่างเล็กกลางวงดังระงมทั่ว

“น้องครับ เรื่องนี้ราคาเท่าไหร่...ว่าแต่มาทำงานที่นี่ทุกวันรึเปล่าเนี่ย”

“วันนี้เลิกงานกี่โมง พี่ไปส่งมั้ย แล้วเราแวะทานดินเนอร์ร้านหรูๆด้วยกันซักมื้อนะครับ”

คำถามมากมายที่ดูเริ่มไม่ค่อยเกี่ยวกับงานที่ทำ ทำเอาฮยอกแจเริ่มงงหนัก เกิดมาไม่เคยเจอคนเข้ามารุมแบบนี้ ไม่นับตอนที่คนในมหาลัยรู้ว่าได้เป็น ผู้ถูกเลือกก็ตามเถอะ

“เอ่อ..คือ...”

“ขอโทษครับ...ผมขอตัวแฟนผมคืน...” เสียงทุ้มที่เอ่ยดังแหวกกลุ่มคนออกจากร่างเล็กดังขึ้น มือหนาของซีวอนเอื้อมไปจับข้อมือบางแล้วดึงออกจากกลางวงได้ไม่ยาก

“พี่ชินดง ผมขอพาฮยอกแจกลับก่อนเวลานะครับ”

“อ่ะ อ่า...ได้....” ชินดงตอบไปอย่างเกรงๆเมื่อแววตาของ น้องเขยเขามันดูน่ากลัวชะมัด

“เฮ้อ...หวงขนาดนี้ แล้วจะยอมปล่อยให้กลับมาทำงานอีกมั้ยเนี่ย...สงสยัต้องติดป้ายหาคนใหม่แต่เนิ่นๆ”

..

..

“ซีวอน...มีอะไรรึเปล่า...”

ร่างสูงที่พาฮยอกแจมาโดยไม่มองหน้า หรือสบตาสักนิด พอขึ้นรถก็ขับออกมาโดยไม่เอ่ยคำใดเลยจนฮยอกแจต้องเริ่มอึดอัด

“.....ทำไมปิดเครื่องล่ะ” เสียงทุ้มถามทั้งที่ตาคมยังคงจับจ้องเส้นทางด้านหน้า

“พี่ฮีชอลปิดน่ะ ฉันเลยไม่กล้าเปิด”

“...ไปไหนกับพี่ฮีชอลมา...”

“พี่ฮีชอลพาไปตัดผม แล้วก็ขัดตัว หลายอย่างน่ะ...” เสียงหวานเอยตอบเบาๆอย่างเกรงๆและแอบน้อยใจ

“ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย”

“...ใกล้จะถึงงานมอบหนังสือแล้ว พี่ฮีชอลเลยบอกว่าต้องเตรียมตัว ทุกปีผู้ถูกเลือกสวยๆกันทั้งนั้น พอปีนี้เป็นฉันคนก็เลยไม่ค่อยพอใจกัน...สงสัยรุ่นพี่เขาคงไม่อยากให้มีปัญหาตอนวันงานน่ะ...”

ฮยอกแจอธิบายยาวราวกับไปทำอะไรผิดมาทั้งที่ไม่ใช่เลยซักนิด แต่เมื่อคนถามมีอาการเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่เลยอยากให้เข้าใจชัดเจนไป

“........”

ไม่มีเสียงเข้มตอบลับมา ฮยอกแจจึงทำได้แค่ นั่งมองมือที่ประสานกันที่ตักของตนเองไปจนรถหยุด แต่แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นมาที่หวังว่าจะเป็นบ้านตัวเองกลับเป็นคอนโดสูงของซีวอนแทน

“ซีวอน ทำไมไม่ไปส่งฉันที่บ้านล่ะ”

“เราต้องคุยกันก่อน” ร่างสูงที่เดินลงจากรถ มาเปิดประตูข้างฮยอกแจแล้วจับมือบางจูงขึ้นห้องชุดชั้นสิบแปดโดยไม่ฟังคำใด

เข้ามาด้านในห้องพักที่ฮยอกแจคุ้นเคยแต่ห่างไปซักพัก...หรือตั้งแต่รู้ความจริง...เขาไม่กล้ามาเลยซักนิด แต่วันนี้เขาต้องมายืนในห้องที่เต็มไปด้วยความสุข ที่แม้ว่าอาจจะเป็นความสุขของเขาข้างเดียวก็ตาม

ร่างบางยืนนิ่งไม่กล้าทำอะไร ริมฝีปากบางถูกขบกัดอย่างประหม่า พลางมองออกไปนอกหน้าต่างกว้าง ได้ยินเสียงเหมือนซีวอนจะเอาของเข้าไปเก็บในห้อง หันมาอีกที ร่างหนาก็นั่งอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี

ฮยอกแจสูดหายใจเข้าช้าๆอย่างที่ตั้งใจแล้วว่า หากซีวอนไม่ได้รักเขาจริงๆก็จะพยายามสู้เผื่อว่าหัวใจดวงแกร่งดวงนั้นจะแบ่งพื้นที่ให้เขาเข้าไปอยู่ได้บ้างซักนิด....

“ซีวอน...” ร่างบางเดินไปหยุดยืนหน้าคนที่ยังขมวดคิ้วหนาบ่งบอกว่า ไม่พอใจอยู่ ไม่เลิก

หน้าคมเงยขึ้นมองหน้าเต็มๆเป็นครั้งแรก นัยน์ตาสองคู่สบกันอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เป็นดวงตาคู่คมที่หลบไป ซีวอนถอนหายใจออกมา จนความน้อยใจที่ก่อตัวมาครู่หนึ่งยิ่งเริ่มเพิ่มทวี

เขาแอบคิดว่า ถ้าสวยขึ้น ซีวอนคงชอบและอาจจะมีใจให้บ้าง แต่นี่ก็ไม่...แถมยังดูเหมือนเหนื่อยใจ และลำบากใจเพิ่มขึ้น...ถึงแม้ว่า...ฉันจะเป็นยังไง สวยขึ้นหรือดีแค่ไหน นายก็คงไม่มีทางรักฉันซินะ...

“......” มือบางกำกันแน่นระบายความรู้สึกเจ็บจุกที่ตีอยู่ข้างในจนแทบจะกลั่นออกมาเป็นน้ำตาอยู่รอมร่อ

 

หากความจริงแล้วร่างสูงที่หงุดหงิดงุ่นง่านอย่างชัดเจนตั้งแต่ในร้านหนังสือ กำลังไม่พอใจอย่างหนัก...

ในเมื่อเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าฮยอกแจนั้นสวย และงดงามเพียงไหน เขาอยากจะเก็บเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ ไม่ครสนใจร่างบางของเขาแท้ๆ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด

“ฮึ้ย...” เสียงสบถเบาๆจากซีวอนทำให้ฮยอกแจสะดุ้งเล็กน้อย ยิ่งเมื่อร่างสูงเงยขึ้นสบตาอีกครั้ง

“แว่นหายไปไหน...”

“...พี่ฮีชอลทิ้งแล้วน่ะ บอกว่าไม่ให้ใส่ ให้ใส่คอนแทคเลนซ์แทน...” แว่นอันโตถูกพี่ฮีชอลหักทิ้งต่อหน้าอย่างไม่ปรานี เพราะฮยอกแจดันหลุดปากบอกไปว่าจะกลับไปใส่อีก

“งั้นไปซื้ออันใหม่”

“ทำไมล่ะ..ทำไมฉันถึงต้องกลับไปใส่แว่นด้วยล่ะ” ฮยอกแจถามขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มห้ามหยาดน้ำตาไม่ได้

ทำไมล่ะ...ฉันต้องกลับไปทำตัวเชยๆให้ดูเหมือนคนหลอกง่าย...ใจง่ายอีกอย่างนั้นเหรอ...

“ฮยอกแจ....” ซีวอนที่ตกใจเมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานเริ่มปริ่มหยาดน้ำตา ร่างสูงที่เพิ่งเข้าใจและคิดได้ว่า ตนเองกำลังทำให้ฮยอกแจรู้สึกไม่ได้

มือหนายกขึ้นรวบเอวบางเข้ามาชิดโซฟาที่ตนนั่งอยู่ หน้าคมแนบไปกับหน้าท้องเรียบแล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“ผมขอโทษ...ฮยอกแจ ผมไม่ได้หมายความในทางไม่ดี” มือหนายกขึ้นลูบแผ่นหลังบางขึ้นลงอย่างปลอบๆ

“คุณสวย...สวยจนผมไม่อยากให้ใครเห็น...อยากให้มีแค่ผมคนเดียวที่รู้ว่า คุณมีค่าที่สุด...” ซีวอนผละออกจากแผ่นท้องบางเงยขึ้นสบตาหวานที่ปล่อยน้ำตาหยดแรกลงประแก้มนวล ปลายนิ้วหนาเช็ดออกให้อย่างแผ่วเบา

“ผมอยากให้คุณ..เป็นแค่ของผมคนเดียว...” มือหนาโน้มหน้าหวานชื้นลงแนบริมฝีปากร้อนแสดงความเป็นเจ้าของย้ำซ้ำอีกครั้ง

กายบางค่อยๆโอนแนบลงกับโซฟาตัวใหญ่ตามแรงกด ร่างหอมหวลที่ห่างไปนาน ทั้งยังแววตาฉ่ำน้ำ ปรอยผมสีอ่อนที่พริ้วสวย ยิ่งส่งผลให้คนที่หลงแสนหลงอดใจไม่ได้ ความต้องการร้อนรุ่นอยู่ภายในถูกระบายออกเป็นแรงส่งเข้าโรมรันกายบางขาวนวลที่นุ่มมือ ลูบไล้ลื่นจนไม่อยากจะผละจาก แรงบีบเข้นเพียงนิดก็สร้างรอยแดงขึ้นได้ไม่ยาก จนจำต้องกดจูบตีตราย้ำลงซ้ำๆที่ซอกคอหอมกรุ่น เสียงหวานที่ปล่อยเสียงครางหวานหูได้ยินซ้ำเมื่อถูกรุกรานจากมือหนา กลีบปากบางที่เอื้อนเอ่ยคำไม่เป็นศัพท์ได้ไม่นานก็ถูกริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองไม่ให้ได้คิดสิ่งอื่นใด

ปลายเล็บเล็กจิกลงที่กลางแผ่นหลังแกร่งเมื่อความเสียวซ่านเข้าเล่นงาน เสียงทุ้มครางเครือในลำคอรับกับเสียงหวานที่ส่งเสียงหวานสลับหอบหายใจเมื่อแรงส่งหนักหน่วงยังคงซัดสาดเข้ามาไม่ได้ขาดสายจับจนถึงปลายทางของทั้งคู่

ร่างสองร่างบนโซฟานอนอิงแนบชิดกัน มือหนาโอบกอดร่างบางอย่างสุดรัก ทั้งรักทั้งหวงหลับพริ้มด้วยรอยยิ้ม แต่รสรักหวานซ่านที่เพิ่งจบไปกลับทำให้หัวใจของฮยอกแจทำงานหนัก เมื่อความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่า ไม่ว่ายังไงมันก็คือความรักที่เชื่อมโยงระหว่างกันได้เกิดขึ้นแล้ว

....ฉันพอจะมีหวังใช่มั้ยซีวอน...ฉันจะทำให้นายรักฉันได้.....ใช่มั้ย....

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._




 

สารภาพผิด....อ่า คือ ไป พัทยามาอาทิตย์นึงกับที่รร. กลับบ้านมาก็นะ...

เป็นพวกไม่ค่อยได้สัมผัสคำว่า ว่าง... ==" เลยจัดเต็ม ทั้งดูหนัง อ่านการ์ตูน อ่านฟิคชาวบ้าน แหะๆ

ต่อไปนี้ จะเริ่มเข้าสภาพเดิมแล้วนะคะ เมื่อห้องกิ้บ(ที่เคยบอกว่าต้องอยู่สี่คน)

ตอนนี้กิ้บได้กลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นสมาธิจะมากขึ้น เรื่อง วีกอตก็แต่งจบแล้ว

เหลือเก็บคำผิดกับจัดหน้าอีกนิดหน่อยเองค่ะ ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้นะ ^^



ตอนหน้า ใครคิดถึง คิเฮ โยกมือขึ้นนนนนนนนน

เขาสองคนจะกลับมาเต็มตัว จัดหนัก(?)เลยล่ะค่ะ -,,-






ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ คะแนนโหวตและทุกคนที่ยังรออ่านฟิคกิ้บน้า ~ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1920 HyukJewel (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 22:06
    บอกฮยอกแจไปดิ่ว่ารัก อิบ้าเอ๊ยยยยย
    #1,920
    0
  2. #1663 Bow Tunyarut (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 18:20
    บอกความจริงกับฮยอกไปเลยสิ
    #1,663
    0
  3. #1575 MayChuly (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 02:41
    สารภาพความจริงซะที อย่าให้ฮยอกต้องช้ำใจไปกว่านี้เลย
    #1,575
    0
  4. #1497 nc23 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:44
    โห....ต้องมีตัวเสริมๆมาช่วยให้เคลียเหรอจ๊ะ
    #1,497
    0
  5. #1387 Kimployploy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 03:17
    ทำไมวอนยังไม่ยอมบอกฮยอกซักทีน่ะ
    #1,387
    0
  6. #1292 Redberrylips (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 23:42
    วอน คือ ไม่รู้ดิ เราว่าวอนรักฮยอกนะ เเต่วอนไม่ชัดเจนอ่ะ รักฮยอกเเต่ก็จะทำร้ายเค้าหลอกใช้เค้าตามคำขอร้องของมิรินอ่ะหรอ เหอะ ไม่อยากให้ฮยอกรักวอนเลย เพราะฮยอกจะเสียใจ T^T
    #1,292
    0
  7. #1257 honeypan (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 11:48
    เอามินรินไปเก็บซิ-.-

    วอนแม่งหวงก้างว่ะเฮ้ย
    #1,257
    0
  8. #1232 danger poppular (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 20:11
    ฮยอกต้องสวยสู้! วอนอย่ามาห้ามน่ะ!
    #1,232
    0
  9. #1230 Love My Oopa Kim kibum (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 14:52
    5555 พี่ชินเลยรวยเลยวันนี้



    วอนดันหึงสะงั้น



    ฮยอกจะอดสวยไหมเนี่ยย
    #1,230
    0
  10. #1228 Mind-myy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 16:56
    ทั้งหวงทั้งหึงล่ะสิ  ใครก้อได้เอามิรินไปเก็บที
    #1,228
    0
  11. #1185 wonhyuk24hr. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 13:09
    อยากบอกวอนมากว่าฮยอกเข้าใจเเกผิดอยู่นะ (โว้ยยยยยยยย)!!!!~ ช่วยอธิบายให้ฮยอกเข้าใจสักทีสิ(วะ)!!~
    รอคิเฮ ~~~~*ชูป้ายเชียร์*
    #1,185
    0
  12. #1184 iamtsubame (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 02:56
    ซีวอน รีบเอามิรินไปบำบัดโรคขี้อิจฉาด่วนเลย เอาไปไกลๆเลย ชิ!

    พี่เย่น่าสงสารจังเลยค่ะ 555555 น้องอุ๊กดุมาก ยิ่งเขินก็ยิ่งดุ 5555 ทำบุญเยอะๆนะเธอ เผื่อกุศลจะส่ง 5555
    #1,184
    0
  13. #1183 love_kihae (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 17:25
    วอนน่ะรักฮยอกแล้วแหละ แต่ติดที่มิริน!!
    #1,183
    0
  14. #1182 JH_Sarang (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 19:20
    อยากไปซุ่มอยู่ใต้เตียง ไม่ก็ไปสิงในห้องน้ำคยูมิน เย่เรียว -,,-
    เฮ้อออ เมื่อไหร่วอนมันจะมีความคิดเป็นของตัวเองเนี่ย ทำตามใจตัวเองได้เเล้วนะ ปล่อยยัยมิรินบ้าบอไปเห้อะ
    #1,182
    0
  15. #1181 meenunsae (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 09:09
    ฮีซอลจับฮยอกแปลงโฉมซะจนวอนทั้งหลงทั้งหวงเลย
    #1,181
    0
  16. #1180 junniizie (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 17:04
    อร๊าย ฮยอกทำให้วอนหลงเลยนะ
    #1,180
    0
  17. #1179 ae snoopy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 16:43


    ดีใจที่ฮีจับฮยอกแปลงโฉม

    วอนมันจะได้สำึนึกว่าีมีของดีอยู่กับตัว
    #1,179
    0
  18. #1178 inkzz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 02:36
    หายไปนานอยู่แต่รอได้~ อยากอ่านคู่วอนฮยอกเยอะๆ ^^
    #1,178
    0
  19. #1177 noknok_km@137 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 02:16
    ...หายไปนานเลยน๊าาาาาา..โอยยย อยากมีคนใส่เสื้อให้บ้างจัง อิจฉามิน มีคยูใส่เสื้อให้ด้วย(ถอดให้ด้วย)อ่านแล้วเลือดกำเดาไหลไม่หยุด..ตาร้อนแล้ว55
    #1,177
    0
  20. #1176 naver (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 02:01
    สงสารฮยอก เบื่อวอน..
    #1,176
    0
  21. #1175 chanis407 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2555 / 23:45
    รักเค้าก็บอกไปเลย สงสารฮยอกแล้วนะ
    #1,175
    0
  22. #1174 kungking (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2555 / 21:47
    อิวอนรักฮยอกนานแล้วนะจร้าไม่ต้องคิดมาก

    หรอก
    #1,174
    0
  23. #1173 aoyaanya (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2555 / 20:44
    ฮยอกทำให้วอนรักตั้งนานแล้ว 
    แต่ฮยอกยังเข้าใจผิดอยู่เลยนะ วอน เรื่องมิรินเนี่ย 
     
    #1,173
    0
  24. #1166 Juki (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 20:39
    พึ่งอ่านยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะค่ะ สู้ๆจัดNC หนักๆเลยนะค่ะ
    #1,166
    0
  25. #1162 kamiyun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กันยายน 2555 / 17:21
    เขินนะเฮียเย่>///<

    ดีใจมากกกกกกกกก

    ที่ไรเตอร์กลับมาคร้า

    แสดงว่าหายเจ็บมือแล้ว

    รออ่านคยูมินอยู่นะคร้า
    #1,162
    0