Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 29 : SF Mr(s).Simple รักนี้(ไม่)ง่าย (Edited)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ก.ย. 56




Short Fiction by Gift ’n Spring

Date: 19/06/12

 

Mr(s). Simple รักนี้ (ไม่) ง่าย







 

“โซลเลยน้อง โซลมั้ย โซล พี่โซลเลยพี่ขึ้นรถเลย”

เสียงพนักงานโบกรถตะโกนโหวกเหวกอยู่ที่สถานีโดยสารในเขตชานเมืองของจังหวัดแดจอน ท่ามกลางหมู่ผู้คนที่พลุกพล่านไปมา มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสะพายกระเป๋าใบโต มือหนาหิ้วของพะรุงพะรัง ยืนอยู่กับหญิงที่มีเค้าพิมพ์เดียวกัน

“เดินทางปลอดภัยนะลูก แม่อยากไปส่งแต่จะทิ้งไร่ทิ้งคนงานไปก็ไม่ได้ พ่อเขาก็ต้องดูฟาร์มอีก” ผู้เป็นมารดายกมือบางขึ้นแนบหน้าชายคนที่สองของบ้าน โจวคยูฮยอนที่สอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง และกำลังจะเดินทางไปผจญกรุงโซลที่ไม่เคยไปเพียงคนเดียว

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปได้ แม่อยู่ดูแลไร่เถอะ” ลูกชายที่แสนสุภาพเติบโตมาท่ามกลางแสงแดดและสีเขียว ไม่เคยต้องพบเจอโลกแห่งแสงสีและความวุ่นวายของเมืองหลวงเช่นโซลจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ได้

“เอาไว้แม่จะไปเยี่ยมละกันนะลูก โทรหาแม่บ่อยๆนะ” ผู้เป็นแม่กอดลูกชายอีกครั้งก่อนจะปล่อยให้ขึ้นรถโดยสารเพื่อเดินทางไปยังที่ที่เป็นอีกโลกนึง โลกที่ไม่อาจคาดเดาอะไรได้เลย

..

..

รถโดยสารคันยาวที่ค่อยเคลื่อนที่เข้าสู่ตัวเมืองที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตึกสูงที่คยูฮยอนต้องแหงนขึ้นมองจนสุดตามากมายหลายตึก หน้าจอสกรีนที่ใหญ่เท่าฝ่าผนังบ้านแขวนอยู่บนผนังตึก และอะไรมากมายที่ทำเอาหนุ่มเอ๋อบ้านไร่ละลานตาไปหมด

“โซลเลยพี่ โซลเลย ถึงแล้วป้า โซลแล้วครับสุดสายแล้ว” พนักงานรถคนเดิมตะโกนบอกเมื่อรถจอดสนิทลงที่สถานีรถใจกลางกรุงโซล

โจคยูฮยอนในสภาพเดิม สะพายกระเป๋าและของพะรุงพะรังสองข้างยืมอ้าปากมองเหม่ออย่างไม่รู้จะไปไหนต่อ แต่แล้วก็นึกได้ว่า มารดาตนให้เบอร์ติดต่อกับ ชเวซีวอนลูกพี่น้องที่อยู่ที่โซลไว้

มือหนากดปุ่มตัวเลขตามที่จดไว้บนโทรศัพท์สาธารณะ รอเสียงสัญญาณไม่นานก็มีเสียวทุ้มรับสาย คุยก็ครู่หนึ่งก็วางสายไป

ร่างสูงนั่งรอลูกพี่ลูกน้องของตน ผู้ที่เคยเล่นคุ้นเคยกันอยู่ในช่วงเด็กๆแต่เมื่อโตขึ้นป้าและลุงก็ไม่ค่อยทีเวลากลับไปเยี่ยมกันที่ไหร่สักเท่าไหร่

“คยู คยูมั้ยเนี่ยะ?” ร่างสูงที่นั่งเหม่อคิดถึงเรื่องอดีต และอนาคตที่เริ่มกลัวกับการใช้ชิวิตในเมืองก็หลุดออกจากภวังค์เมื่อมีเสียงเข้มเอ่ยเรียกชื่อตน

“เอ่อ...ซีวอน” คยูฮยอนมองหน้าแล้วก็จำได้ทันที ลูกพี่ตัวโตที่คิ้วเข้มอย่างนี้โตมาหน้าเหมือนเดิมเป้ะ

“ใช่ ฉันเอง ไม่เจอกันตั้งนานนายเหมือนเดิมเลยนะ” ซีวอนทักทายอย่างเป็นกันเอง

“นายก็เหมือนเดิมนะ”

“ไปเถอะ แม่รออยู่ที่บ้านแหนะบอกว่า อยากเจอนายจะตายแล้ว ไม่รู้อะไรของเจ้แก ลูกชายออกจะหล่ออย่างนี้อยู่แล้ว” คยูฮยอนหัวเราะน้อยๆแล้วเดินตามไปขึ้นรถ ระหว่างทางก็คุยเรื่องมหาวิทยาลัย ก็ได้รู้ว่า ซีวอนก็อยู่ที่เดียวกันเหมือนกัน

คยูฮยอนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากครอบครัวชเวที่ยังเป็นเหมือนเช่นเดิม เตรียมห้องส่วนตัวให้ พร้อมของใช้ส่วนตัวทุกอย่าง

“วันมะรืน ปฐมนิเทศน์นี่ ไม่รู้มีเด็กใหม่ๆน่ารักมั่งรึเปล่านะ” ซีวอนเอ่ยขึ้นคณะที่คยูฮยอนยังคงดูสารคดีเนชั่นอลจิโอกราฟฟี่อยู่

“.......”

“นี่นายไม่สนใจมั่งเลยเหรอ วันก่อนตอนไปรายงานตัวเข้าเรียนฉันเห็นเด็กคนนึงนะขาวโคตรเลยปากก็แดง น่ารักชะมัดเลย” ซีวอนเอ่ยพลางนึกถึงหน้าหวานของคนร่างบางที่เขาเห็นครั้งแรกก็สนใจเสียแล้ว ต่างกับอีกคนที่ไม่สนใจอะไรเลย

“นี่คยูฮยอน จะบอกให้นะว่าสภาพเซอร์ แถมเนิร์ด เชยๆอย่างนี้เดี๋ยวนี้สาวๆเขาไม่สนใจกันหรอกนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่อยากเด่นน่ะ” อืม...ที่มันพูดก็ถูก จากที่มันผมยาวจนถึงคิ้วจะปิดตาอยู่รอมร่อ กับแว่นกรอบหนาอันโต สาวๆที่ไหนเห็นก็เดินหนี แต่ถ้าตัดผมสั้นๆเอาแว่นออกขึ้นมาดีไม่ดี ตำแหน่งรุ่นน้องเข้าใหม่ที่ใครๆต่างก็สนใจของชเวซีวอน ต้องตกไปเป็นของ โจวคยูฮยนอแน่นอน

“งั้นก็ดีแล้ว สาวๆจะได้มารุมฉันคนเดียว” ไหล่หนายกขึ้นอย่างไม่แคร์กับสิ่งที่ญาติผู้น้องตัดสินใจ

 

===================================

 

นายเดินเข้าไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันเอารถไปจอดก่อน

คยูฮยอนที่กำลังหงุดหงิดใจเล็กน้อยกับคำที่ซีวอนบอก บอกให้เดินเข้ามาก่อนแล้วนี่มันตรงไหนของมหาลัยล่ะเนี่ย ห้องประชุมใหญ่ที่จัดงานปฐมนิเทศน์ก็ไม่รู้อยู่ตรงไหน

ขายาวก้าวไปเรื่อยพลางมองซ้ายและขวาพยายามหาคนที่จะถามได้ แต่กลับไม่มีเลยสงสัยว่าจะไปเข้าร่วมงานกันหมดซะแล้ว แต่แล้วทันใดตาคมก็เหลือบเห็นร่างบางที่เดินเลียบกำแพงทางเดินมาในท่าทางแปลกๆ

“เอ่อ...คุณครับ” ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นและเอ่ยเสียงเรียกร่างบางจากด้านหลัง

!!!

เมื่อไร้เสียงตอบรับ หมายจะเอ่ยเรียกซ้ำอีกครั้งแต่ร่างบางนั้นกลับทรุดลงกับพื้น ดีที่มือหนาเข้าไปรับทันก่อนจะถึงพื้นด้วยความตกใจ

“คุณๆ เป็นอะไรไปเนี่ย” คยูฮยอนเขย่าร่างในอ้อมกอดที่หมดสติไปแล้ว ใบหน้าที่หวานน้อยๆแต่ผมสวยดำยาวลงมาปิดกรอบหน้าไว้นั้นขาวซีดเสียจนน่ากลัว ตาคมมองหาความช่วยเหลือจากอะไรก็ได้ ทันใดก็เห็นป้ายที่ชี้บอกอยู่ไม่ไกลว่าคือ “ห้องพยาบาล”

มือหนารวบเอาร่างบางขี้นแล้วตรงไปยังห้องนั้นทันที ด้วยคิดว่าภายในคงมีอาจารย์ประจำห้องพยาบาลหรือแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยหรือใครก็ได้ แต่กลับ...ไม่มี

“แค่ปฐมนิเทศน์แค่นี้ มีอะไรน่าสนใจทำไมหายกันไปหมดทั้งมหาลัยเลยนะ” คยูฮยอนเดินตรงไปยังเตียงสีขาวสะอาดที่เรียงตัวยาวกัน แล้ววางร่างบางลงไปอย่างเบามือที่สุด

“ทำยังไงดีเนี่ย เป็นอะไรมากรึเปล่าก็ไม่รู้” มือหนายกขึ้นขยี้ผมตัวเองที่ยุ่งอยู่แล้วให้ยุ่งเข้าไปอีก

“หน้าซีดๆ ตัวเย็นๆ...คุณ...คุณปวดหัวมั้ย ปวดตรงไหนรึเปล่า” คยูฮยอนเขย่าร่างบางที่ยังนอนนิ่งอีกครั้งอย่างไม่รู้จะทำยังไง

แต่ครั้งนี้เหมือนว่าจะได้ผลเมื่อเปลือกตาบางค่อยๆปรือลืมขึ้นช้าๆอย่างยากลำบาก

.....

....

......อืม ปวดหัวชะมัดเลย เสียงใครกันนะ พูดไม่หยุดเลย อยากนอนต่อสักหน่อย....เมื่อกี้นอนสบายมากเลย ทั้งอุ่นทั้งสบายใจ....

 

 ตาหวานลืมขึ้นมา เจอใบหน้าหล่อเหลาแฝงอยู่ใต้ก้านแว่นใส แต่สิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดคือ แววตาคมนั่นเจือความห่วงใยอยู่เต็มเปี่ยม จนใจอดเต้นแรงไม่ได้ อย่างที่เขาไม่เคยได้จากใคร

 

“คุณ! เป็นอะไร ปวดตรงบ้าง ไปรพ.มั้ย” คยูฮยอนละล่ำละลักถามอย่างรวดเร็ว แต่กลับได้การส่ายหน้าเพียงนิดเป็นคำตอบแทน

“ไม่ไปเหรอ แล้วเป็นอะไรไปน่ะ อาจารย์ห้องพยาบาลไม่อยู่ ผมไม่รู้จะช่วยคุณยังไง”

“ผม...ปวดหัว..น่ะ” เสียงหวานที่แสนแหบแห้งดูทรมานกับการเอ่ยสี่พยางค์นี้ออกมาเหลือเกินทำเอาคยูฮยอนรีบถลาไปหายาที่อาจารย์เก็บไว้ตรงไหนก็ไม่รู้

“เดี๋ยวผมหาก่อนนะ ต้องดูให้แน่นอนก่อน คุณแพ้ยาอะไรรึเปล่า เดี๋ยวกินเข้าไปหนักขึ้นมา ผมกลัวนะเนี่ย” หนุ่มร่างสูงก้มๆเงยๆที่ตู้ยาสูง เจอยากระปุกไหน ซองไหนก็หยุดดู พร้อมคิ้วหนาที่ขมวดมุ่นอย่างสงสัย

“..........” ซองมินมองตามหลังกว้างของคยูฮยอนด้วย ดวงตาหวานที่ปรือปรอยอยู่ใต้กลุ่มผมดำที่ปิดลงมาเกือบถึงแก้มนวลใส จนใครๆก็ไม่อาจมองเห็นความสวยที่ซ่อนไว้อย่างจงใจนั้นได้

“อ้ะ เจอแล้ว คุณไม่แพ้พาราเซตามอนใช่มั้ย” ร่างสูงหันกลับมาพร้อมกระปุกยาในมือที่ยังพลิกดูไปมาไม่เลิก

“ไม่หรอก” เสียงหวานที่ยังแหบแห้งกับน้ำเสียงระโหยโรยแรงทำให้คุณหมอจำเป็นรีบยื่นยาเม็ดสีขาวสองเม็ดพร้อมแก้วน้ำใสทันที

มือหนาพยุงร่างบางขึ้นนั่งเพื่อที่จะได้กินยาได้สะดวก ความใกล้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กลิ่นหอมๆที่เหมือนกลิ่นดอกไม้อะไรสักอย่างลอยเข้าปะจมูกโด่งของคยูฮยอน จนเผลอสูดดมตาม

“ขอบคุณนะ” ซองมินเอ่ยขอบคุณเบาๆพร้อมยื่นแก้วน้ำคืนไปให้ และได้สำรวจใบหน้าคมใต้กรอบแว่นหนาอย่างชัดเสียที ดวงตาคมและสายตาหวานที่มองสบกันราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างบอกว่า ดวงแก้วกลมใสที่สะท้อนมานั้นมันน่าค้นหามากเหลือเกิน

“..............” ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใด ตาหวานเป็นฝ่ายหลบไปในที่สุด

“....มะ ไม่เป็นไรหรอก” มือหนายกขึ้นเกาท้ายทอยอย่างเขินๆท่าทีใครก็บอกเหมือนกันว่าเขาและซีวอนชอบทำเหมือนกันเวลาเขิน...

!!! เฮ้ย ปฐมนิเทศน์” เมื่อนึกถึงญาติตนได้ก็นึกออกเสียทีว่าจริงๆแล้วตนต้องอยู่ในงานปฐมนิเทศน์ต่างหาก

“นายอยู่ปีหนึ่งเหรอ”

“ใช่ครับ ทำไงดีเนี่ย อ้ากกก ผมไปก่อนนะครับ” เท้ายาวก้าวออกไปอย่างเร่งรีบพลางเอ่ยบอกซองมินที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง

“เดี๋ยว..ซิ...” เสียงหวานพยายามเอ่ยรั้งไว้แต่ไม่ได้ผลเมื่อได้ยินฝีเท้าก้าวเร็วๆออกไปไกลแล้ว

“ยังไม่ได้ขอบคุณเลย...”

 

========================================

 

ช่วงเวลาของการเรียนที่มหาวิทยาลัยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งกิจกรรมระหว่างนักศึกษา และการเรียนต่างๆ ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร สายตาคมของคยูฮยอนถึงคอยมองหาคนร่างบางที่เขาช่วยไว้เมื่อวันปฐมนิเทศน์ก็ไม่รู้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันอาจจะเป็นเพราะเป็นห่วง กลัวว่ายาที่เขาเอาให้กินจะผิดรึเปล่า หรือเพราะอยากรู้ว่าอาการดีขึ้นมั้ยอย่างนั้นล่ะมั้ง

“นี่ คุณชายชว ทำไมฉันรู้สึกว่าโดนมองตลอดเวลาเลยล่ะ”

ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายมองหาร่างบางของใครซักคนอยู่แต่กลับตนกลับเป็นฝ่ายอยู่ในสายตาของนักศึกษาทั้งหลายในมหาวิทยาลัย

“อ้าว ก็แล้วนายเดินกับใคร เรียนกับใครล่ะ ดาวคณะปีหนึ่งอย่างฉันเชียวนะ” เจ้าของขายาวที่ยังก้าวเดินระหว่างทางไปโรงอาหารเอ่ยบอกอย่างโอ้อวด

“เออว่ะ ไม่อยากเดินกับแกแล้ว”

“ฉันต่างหากที่ไม่อยากเดินกะแก แกเนี่ยมาจากแดจอนบ้านเกิดแกสภาพยังไง ตอนนี้ก็ยังสภาพอย่างนั้น” ตาคมหันไปเหลือบมองญาติตนอย่างไม่อยากจะมองเต็มตานัก สภาพมันบ้านนอกทำไร่ยังไง ก็เหมือนเดิม ใส่แว่นขอบหนาๆ ชอบอ้าปากเอ๋อๆเวลาเห็นอะไรไม่เคยเจอ ทรงผมที่ยาวกระเซิง ติดกระดุมเม็ดบนถึงคอ...

“แล้วเป็นไง ก็ฉันว่าแต่งอย่างนี้ก็ปกติดี”

“เออ มันปกติ แต่แกไม่คิดจะทำให้ใครๆสนใจแกมั่งรึไง หรือว่าไม่สนใจใคร ไม่อยากมีแฟนเป็นคนน่ารักๆ ให้ได้เห็นหน้าหวานๆให้ชื่นใจทุกวันมั่งรึไง”

“...........” คยูฮยอนเงียบไปเหมือนคิดอะไร

“เฮ้อ...พูดแล้วก็อยากเห็นหน้าไก่น้อยที่น่ารักของฉัน ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีเด็กคณะวิศวะมาจีบอีกรึเปล่า”

“...นี่ไอวอน ถ้าฉันแต่งตัวใหม่ตัดผมใหม่คนจะสนใจฉันขึ้นมาใช่มั้ยวะ” ร่างสูงที่เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ ไม่รู้ว่าทำไมสิ่งเล็กที่มันกวนใจเขามาตลอดนั้นถึงสั่งให้หาทางออก

“แน่นอนอยู่แล้ว เชื่อมือหนุ่มหล่อที่สุดในมหาวิทยาลัยคนนี้ได้เลย”

..

..

เย็นวันนั้น ซีวอนก็พาพ่อหนุ่มที่แต่งตัวเหมือนคนในกรุงโซลเมื่อช่วงสิบปีที่แล้วไปลอกคราบซะใหม่ ตัดผมสั้นรองทรงทันสมัย เอาแว่นหนาเตอะทิ้งไปเหลือเพียงคอนแทคเลนส์สีใส เสื้อยืดย้วยหลวมหรือเสื้อเชิ้ตลายชาวฟาร์มติดกระดุม ติดถึงคอ ถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อสีเรียบเท่ห์ปลดกระดุมออกสองสามเม็ด เพียงแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเสน่ห์ที่เก็บไว้

“เออ ตระกูลเรานี่หล่อดีจริงเลย หรือเพราะฝีมือฉันวะ” ซีวอนที่เห็นแล้วก็อดพูดเข้าข้าง(หลง)ตัวเองไม่ได้ แหมก็ทั้งสูง ทั้งหล่อมันทั้งสองคนซะขนาดนี้แล้ว

“แต่งอย่างนี้ไปเดินไปไหนมาไหนจะไม่เป็นไรเหรอเนี่ย” คยูฮยอนที่ยังคงจับเสื้อสีเทาเข้มของตนไม่เลิกด้วยความไม่คุ้นชิน

“อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่าปกติ เตรียมตัวเลยคืนนี้ฉันจะพาไปดูอะไรที่ยิ่งกว่าปกติ” ซีวอนกอดคอญาติผู้น้องแล้วบอกด้วยรอยยิ้มมีเสศนัย

“อะไรวะ พาไปที่น่ากลัวรึเปล่าเนี่ย”

“ไม่น่ากลัวหรอกโว้ย แต่ว่าไปแล้วอาจจะไม่อยากกลับเลยก็ได้” ซีวอนเดินออกไปทิ้งให้คยูฮยอนยืนงงอยู่คนเดียวว่าสถานที่นั้นคืออะไร

..

..

เสียงดนตรีจังหวะสบายๆดังลอดออกมาจากร้านที่ประดับไปหน้าร้านด้วยสีหลากหลาย ผับระดับหรูหราที่นั่งสบายๆเหมาะกับวัยรุ่นหรือนักศึกษาที่คัดมาเฉพาะหน้าตาดีและมีเงินเท่านั้นที่เข้าได้

คยูฮยอนยืนนิ่งอยู่หน้าร้านไม่กล้าเดินตามซีวอนเข้าไป จนคนที่เดินนำต้องหันกลับมา

“ทำไมเป็นอะไรว่ะ”

“ทำไมผู้หญิงเขาแต่งตัวโป้ๆกันทั้งนั้นเลยล่ะ” หนุ่มบ้านนาไม่เคยเจอ หญิงสาวมากมายที่นุ่งน้อยนุ่งสั้น โชว์เนินอกอยู่รวมกันเยอะขนาดนี้มาก่อน

“พวกนั้นเหรอ อย่าไปยุ่งเลยพวกอย่างนี้ไม่รู้จักความรักหรอกมีแต่หาคู่ควงเป็นคืนๆไป”

“.......” คยูฮยอนเอ่ยไม่ออกถึงความไม่หวงตัวของหญิงสาวพวกนั้นเลย ทำไมไม่คิดหวงตัวเก็บไว้ให้คนที่รักซะบ้างนะ

“เข้าไปดูเหอะ ข้างในก็เยอะนะเว้ย หนุ่มน้อยน่ารักๆก็แยะ แต่ไม่สู้ฮยอกแจของฉันซักคน” เดือนคณะที่มีคนน่ารักในหัวใจอยู่แล้ว วันนี้แค่พาญาติมาเทรนสนามก็ไม่วายคิดถึงคนตัวขาวจนได้

แสงมืดๆที่ได้ไฟสีเหลืองๆประดับอยู่ตามมุมของร้านและตามโต๊ะเล็กที่มีกระจายทั่วทุกมุมทำให้ด้านในดูหรูหรา และเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูกเมื่อมีเพลงแจ๊สจังหวะช้าๆเปิดคลออยู่ตลอด

ทันทีที่หนุ่มร่างสูง รูปหล่อสองคนเดินเข้ามาด้านใน สายตาของคนแทบจะทั้งร้านก็หันมาจ้องมองกันอย่างพร้อมเพรียง หนุ่มหล่อที่มีประสบการณ์มานานอย่างซีวอนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่หนุ่ม(เพิ่ง)หล่ออย่างคยูฮยอนนี่ซิ เริ่มรู้สึกเกร็งๆ ไม่กล้าหันไปมองทางใดนานๆเลย

 

“นี่ มินนี่ คนที่มากับน้องใหม่เดือนคณะบริหารคนนั้นใครน่ะ น่ากินชะมัดเลยเจ้ชอบ” ชายหนุ่มหน้าสวยราวหญิงสาวเอ่ยพูดกับรุ่นน้องหน้าหวานในมุมหนึ่งของร้าน

“......มินนี่...ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันฮะ” ดวงตาหวานราวกับกระต่ายยังคงจ้องมองไปที่ชายหนุ่มหน้าหล่อที่เพิ่งจะเป็นที่ต้องตาของใครหลายๆคนไม่ขลาด จนลีทึกรู้สึกแปลกใจ

“นี่เราอย่าบอกนะว่าสนใจเหมือนเจ้น่ะ ปกติเราไม่สนใจใครก่อนนี่นา มีแต่ให้เขามาจีบเองกันทั้งนั้น แล้วก็ไปกับเขาง่ายๆซะงั้น ไม่รู้คิดอะไร” ทึกกี้ถามออกไปอย่างประหลาดใจ มินนี่ที่ได้ชื่อว่าควงใครๆมาเยอะ แต่ก็เลือกที่มีดีทั้งนั้น แต่ก็ไม่เคยคบกับใครได้เกินอาทิตย์เลยซักคน จนชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จักไปในด้านที่ใครหลายคนไม่เข้าใจ

“.......เขาแค่หน้าเหมือนคนที่มินนี่เคยเจอน่ะเจ้” มือบางคว้าเอาแก้วที่บรรจุเครื่องดื่มสีใสขึ้นจรดริมฝีปากบาง หากแต่สายตายังคงอยู่ที่เดิม

“แหนะ เจ้ว่าต้องมีอะไรแน่เลย ปกติเราไม่เป็นอย่างนี้จริงๆนะ สนใจเขาใช่รึเปล่า ไม่ต้องกลัวเจ้นะ เจ้มีไอ้หมีอยู่แล้วเจ้ไม่หาเรื่องให้ใครโดนตะปบหรอก” ริมฝีปากสีสดของทึกกี้เอ่ยออกด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่น้อย

“...มินนี่ ไม่รู้ฮะ ไม่รู้ควรทำยังไง” คนไม่เคยจีบใครก่อนบอกพี่สาว(?)คนสนิทออกไปหมดใจ

“เจ้ว่าอย่างเราไม่ต้องทำอะไร ผู้ชายที่ไหนก็อยากได้มาครอบครองทั้งนั้นแหละ ใช้เสน่ห์นิดๆหน่อยๆก็ไปไหนไม่รอดแล้ว~

..

..

“อ่ะ ดื่มได้นี่ อยู่แดจอนก็ดื่มกับคุณอาบ่อยนี่” ซีวอนยื่นแก้วแอลกอฮอล์ให้คยูฮยอน ที่รับมาจิบอย่างสบายๆ

“พ่อชอบให้ดื่มตอนหนาวๆเวลากลับมาจากไร่ตอนค่ำน่ะ”

“นี่ คยูแกรู้ป่าวโต๊ะมุมฝั่งโน้นที่มีผู้หญิงนั่งอยู่สามคนนั้นน่ะ ลูกรัฐมนตรีสอง ลูกเจ้าสัวหนึ่งเลยนะ มองแกไม่เลิกเลย เมื่อก่อนมองฉันแท้ๆ” ซีวอนที่ส่งสัญญานชี้ทางตาไปยังมุมร้านมุมหนึ่งให้คยูฮยอนมองตามไปก็เห็นอย่างนั้นจริงๆ หญิงสาวทั้งสามที่เห็นว่าตาคมหันมามองก็สะบัดสายตาอย่างที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุดใส่ แต่มันดูเหมือนกำลังจิกตาใส่เสียอย่างนั้นมากกว่า

“น่ากลัวอ่ะ ไม่ไหว” ใช่น่ากลัว ไม่เหมือนสายตาที่ปรือปรอย แสนน่าค้นหาคู่นั้นมากกว่า...

สองหนุ่มนั่งคุยกันไปจิบแอลกอฮอล์ไปให้สาวน้อยหนุ่มน้อยเป็นอาหารตากันอยู่สักพัก แสงไฟในร้านจากที่นวลๆสลัวก็เปลี่ยนมืดลงแล้วจังหวะดนตรีก็เร็วขึ้นเป็นสัญญานให้นักเต้นเท้าไฟทั้งหลายเริ่มออกมาโชว์ลีลากัน

"โห เต้นแล้วหันหน้ามาทางนั้นกันทั้งเลยว่ะ ระวังตัวนะเว้ยไอ้คยู...”

“อ้ะ เฮ้ย...” ซีวอนเอ่ยเตือนไม่ทันจะจบประโยคมือบางของสาวสองคนก็มากระชากแขนหนาของคยูฮยอนและซีวอนให้ลุกขึ้น ทันทีที่สองหนุ่มหล่อที่เป็นเป้าหมายของสาวน้อยหนุ่มน้อยแทบทั้งร้านเข้ามายืนกลางฟลอร์แล้วทุกคนต่างก็เบียดเสียดร่างกายของตนเข้าหา

 

“เข้าไปเลยมินนี่ เข้าไปหาตอนเต้นเนี่ยแหละ ทำตาเซ็กซี่ สื่อความหมายนิดเดียวเดินตามออกนอกร้านแน่นอน” ทึกกี้กระแทกไหล่ตนใส่รุ่นน้องพลางขยิบตาให้ดู แต่มินนี่ก็ยังนิ่งสนิท ไม่ขยับกายลุกขึ้นแต่มือบางกลับคว้าเอาแก้วแอลกอฮอล์ตรงหน้ายกขึ้นกระดกลงคอจนหมดแก้วรวดเดียว

“เฮ้ย มินนี่ เบาๆเดี๋ยวเมาหรอก” ฮีชอลหมายจะคว้าแก้วห้ามแต่ก็ไม่ทัน

“อึกๆๆ” แก้วที่สองและสามตามมาจนพี่ร่างเพรียวที่นั่งอยู่ด้วยได้แต่นั่งอ้าปากค้าง

“กินอย่างนี้เมาแล้วจะได้เข้าไปหา คนนั้นมั้ยเนี่ย ดูซิ แต่ล่ะนางเบียดกระแซะกันเข้าไป” ทึกกี้ที่หมดปัญญาจะห้ามได้แต่มองหนุ่มหน้าคมกลางวงสาวๆ

“กึง...” เสียงแก้วที่ห้ากระแทกโต๊ะเบาๆพร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนไปของมินนี่

ร่างบางที่ตัดสินใจแล้วว่าจะงัดเอาสิ่งที่คู่ควงเขาทุกคนบอกพูดเหมือนกันว่า เขาเซ็กซี่ แต่เขาไม่เคยรู้สึกเลยว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเพียงแค่ร่างบางปรายตามอง ยกขาเรียวขึ้นไขว้กันช้าๆอย่างไม่คิดอะไรผู้ชายพวกนั้นก็คิดเตลิดไปไกลเกินกลับมาแล้ว

คิดได้เช่นนี้ก็จริงแต่ใจไม่กล้าเมื่อคนๆนั้นไม่เหมือนใครอื่น คนคนนี้มีความหมายในหัวใจ จนหาวิธีให้ต้องยั่วแต่ไม่กล้า เลยเอาความเมามาช่วย ดื่มเข้าไปจนกริ่มๆได้ที่ ตาหวานก็ดูเซ็กซี่ขึ้นทันที

แววตาหวานแสนเย้ายวน มองไปก็เจอหญิงสาวมากมายรุมล้อมร่างสูงก็หงุดหงิดทันที ร่างบางลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน แล้วเดินแทรกเข้าไประหว่างร่างอวบอัดของหญิงสาวทั้งหลายที่พยายามเบียดเข้าหาร่างสูงให้ชิดที่สุด แรงเหวี่ยงกระแทกสาวๆทั้งหลายออกให้จน เกิดเป็นสงคราวเล็กๆ สุดท้ายมินนี่เข้าไปอยู่ตรงกลางฟลอร์จนได้ หญิงสาวที่เริ่มเห็นเหตุการณ์ก็เริ่มถอยออกห่างร่างสูง มินนี่เดินตรงเข้าไปหาคยูฮยอน

ร่างบางในชุดเสื้อกล้ามด้านในสีขาว สวมทับด้วยเสื้อสีทรูสีดำสนิทแสนเซ็กซี่ ผมยาวดำสนิทที่เซ็ทให้เปิดขึ้นด้านบนแล้วตกลงปรกด้านหน้าตีกรอบหน้าเรียวช่วยให้ยิ่งเซ็กซี่รับกับอายไลน์เนอร์เส้นดำเรียว แต่ที่ดึงดูดร่างสูงที่สุดคงจะเป็นดวงตาคู่นั้น...ดวงตาที่น่าค้นหา...

หมับ

!!! อื้อ”

 

 

          ตัดจ้าตัดตั้งแต่ตรงนี้ ตามไปหากันเองน้า
 

“...มินนี่.....ทำไมคุณถึงทำอย่างนี้ล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างที่ไม่ต้องเฉพาะจาะจงลงไปก็เข้าใจ

“........ฉันแค่....อยากให้ใครซักคนดูแลฉัน ห่วงใยฉัน ให้ความรักกัน...ไม่อยากผ่านคืนที่เงียบเหงาคนเดียว”

“ผมพอไหวมั้ย” คำถามที่ไม่เฉพาะเจาะจงอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่รู้จะตอบออกไปยัไงจริงๆ

“อะ..อะไรพอไหว” ตาหวานเบิกกว้างอย่างตกใจและไม่แน่ใจว่าคำถามที่เอ่ยนั้นจริงจังรึเปล่า

“หึๆ...ง่วงจัง นอนนะ” คยูฮยอนกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน

“ดะเดี๋ยวซิ” ซองมินนอนนิ่งไม่กล้าขยับ อยากจะลุกหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะหันหน้ามา ตาคมก็ปิดสนิทแถมเสียงหายใจเข้าออกก็สม่ำเสมออย่างที่รู้ได้เลยว่าเข้าสู่นิทราแล้ว

“......เด็กบ้า” เสียงหวานบ่นงึมงำพลางคิดว่า ครั้งแรกของการมีอะไรกันคงเหนื่อยแถมล่อซะสองรอบติด

 

การมีคนนอนกอดมันอุ่นอย่างนี้นี่เอง อุ่นทั้งกายและใจ ซองมินค่อยๆหลับตาลงรับรู้ความรู้สึกอบอุ่นนั้น เสียงลมหายใจ แรงกอดรัดจากด้านหลังบ่งบอกให้รู้ว่ามีคนเคียงข้างช่างดีจริงๆ คืนที่แสนอบอุ่นกับรักที่ก่อตัวจากคนสองคนที่ดึงดูดเข้าหากัน รักนี้จะกลายเป็นนิรันดร์ได้รึเปล่านะ....

 

=========================================

 

“เฮ้ย กลับมาแล้วเหรอวะ หายไปทั้งคืนเลยน้า~” เสียงเข้มของซีวอนเอ่ยทักคยูฮยอนที่เดินกลับเข้าบ้านด้วยสภาพยุ่งเหยิง ทั้งหน้าตาและเสื้อผ้า

“แล้วทำไมทำหน้างี้วะ เมื่อคืนไม่ดีเหรอ” ซีวอนลุกขึ้นจากโซฟาในห้องรับแขกเข้ามาหาญาติผู้น้อง

“ใครบอกล่ะ ดีซิ ดีมากด้วย แต่ตื่นมาเขาก็หายไปซะแล้วนี่ซิปัญหา” คยูฮยอนเป็นฝ่ายนั่งลงอย่างหมดแรงบนโซฟาตัวเดิมแทน

วันนี้ตอนสายๆเขาตื่นขึ้นมาหมายจะกอดร่างบางที่แสนตราตรึงใจอีกรอบ แต่กลับคว้าไม่เจออะไรเลย รีบแต่งตัวแล้วออกตามหา แต่ก็ไม่มีอะไรให้เขาตามได้เลย

ซีวอนที่พอได้ยินคยูฮยอนบอกปัญหาที่เขายุ่งยากใจอยู่ก็แทบจะขำออกมา

“อ๋อ คนนั้นอ่ะเหรอ กลัวอะไร ชื่อมินนี่ใช่ม่ะ เขาไปที่ผับแทบทุกคืนแหละ”

!! จริงเหรอ” คนที่เหมือนหมดแรงดูฟื้นคืนชีพทันทีที่ได้ยิน

“จริงซิ ไม่เชื่อคืนนี้ไปดูดิ”

“ไปแน่นอน จะไปตั้งแต่ร้านเปิดเลย”

“ทำไมวะ ถูกใจขนาดนั้นเลย มินนี่เขามีชื่อด้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะเปลี่ยนคู่ควงบ่อย ใครมาจีบก็ไปกับเขาหมด แต่ก็ไม่ได้ง่ายตลอดเวลานะ คบทีละคนเท่านั้นแหละ”

“.....งั้นเหรอ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงรู้สึกว่าอยากดูแลเขา ไม่อยากให้เขาเศร้า...แต่ฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่า มันมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมฉันกับเขาไว้ด้วยกัน...อะไรซักอย่าง...”

“....งั้นแกต้องตามหาคำตอบของมันเองแล้วล่ะ โชคดีนะเว้ย แต่ตอนนี้แกจะทำให้เราสายว่ะ ไปเรียนได้แล้ว ดีนะเนี่ยทีวันนี้มีแต่คาบบ่าย”

..

..

คาบบ่ายของการเรียนวันนี้คยูฮยอนแทบไม่รู้เรื่องเลย ตั้งใจเรียนได้เพียงครู่เดียวสติก็หลุดไปหาใบหน้าหวานที่เขาคิดยังไงก็คุ้นเคย กลิ่นนั้น...และ...ดวงตาหวานคู่นั้น....

ใบหน้าคมก้มลงซบกับแขนหน้าบนโต๊ะเลกเชอร์ในห้องเรียนโถงใหญ่ขณะที่อาจารย์ก็ยังคงเอ่ยเสียงเล่าความรู้ออกมาโดยไม่รู้เลยว่า หนึ่งในนักเรียนกำลังจมลงไปในความคิดของตน

...ไปต่อที่ห้องนะ...มินนี่ เรียกมินนี่นะ...นายตลกจัง...นายเรียนคณะอะไร...

!!!” เสียงหวานที่เขาได้ยินเมื่อคืนค่อยๆนึกไล่ไปทีละนิดจนรู้สึกแปลกๆกับคำถามคำนึง

....นายเรียนคณะอะไร...

ถ้าเป็นคนปกติเขาต้องถามว่าเรียนมหาลัยอะไรมากกว่า แสดงว่าอย่างนี้ มินนี่ต้องรู้ว่าเขาอยู่มหาลัยไหน หรือไม่อาจจะอยู่ที่เดียวกันก็ได้นี่!

แต่ก็นั่นอีกแหละท่ามกลางนักศึกษาเป็นพันๆคนการหาคนๆเดียวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...

...ผมจะหาคุณได้ยังไง...มินนี่

..

..

คยูฮยอนเดินออกจากห้องเลกเชอร์ด้วยสภาพกึ่งหวาดระแวงกึ่งโรคจิต ==” เนื่องด้วยตาคมมองไปที่หนุ่มน้อยร่างบางทุกคนที่อยู่เข้ามาในสายตา หากมองหาแค่ไหน คยูฮยอนคงไม่รู้เลยว่าคนที่ตัวเองตามหานั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึก

หนุ่มร่างบางที่ปล่อยผมยาวลงมาปิดใบหน้าหวาน ชุดนึกศึกษาถูกระเบียบกับกองหนังสือหนาๆสามสี่เล่มช่างเป็นภาพที่ไม่ได้ดึงดูดใครให้มองเลย ซองมินที่ได้ยินเสียงสาวๆข้างๆกรี้ดเรียกชื่อคยูฮยอนเบาๆ หมายใจว่าคนๆนั้นจะได้ยิน หรือหันมามองบ้างแต่ก็ไม่มี

“เฮ้อ...ถ้ารอให้ใครมารักในสภาพแบบตอนกลางวันคงไม่มีสินะ” เสียงหวานถอดถอนใจอย่างผิดหวังเล็กน้อย แม้จะไม่ได้หวังมากแต่ยังไงมันก็เรียกว่า ความหวัง เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง ก็เสียใจไม่มากก็น้อยอยู่ดี

“ถ้าเข้าไปบอกรักสภาพอย่างนี้จะโดนปฏิเสธรึเปล่าเนี่ย หึ...” เสียงหัวเราะแสดงความสมเพชตัวเองดึงออกมาใช้ให้ลดความมั่นใจในตัวเองลงไปอีก

ตาหวานมองร่างสูงที่ยังคงมีท่าทางแปลกๆอยู่นานแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ดีๆ สายตาคมก็หันมาสบเข้าพอดี

!!!” และคงจะไม่เป็นอะไรหากร่างสูงคนนั้นไม่เดินตรงเข้ามาทางที่เขานั่งอยู่เช่นนี้ ซองมินก้มหน้าลงหาหนังสือเล่มหนาทันทีอย่างไม่รู้สาเหตุ

“เอ่อ คุณครับ”

! เอ่อ..มีอะไรเหรอ” ใบหน้าหวานค่อยๆเงยขึ้นทีละนิดแต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ผมด้านหน้าที่ไว้ยาวลงมาปิดดวงตาสุกใสข้างหนี่ง

คยูฮยอนยกคิ้วหนาขึ้นข้างนึง เมื่อเสียงหวานที่ได้ยินช่างคุ้นหูซะจริงๆ

“คุณใช่คนที่เป็นลมวันปฐมนิเทศน์รึเปล่า”

!! ” ซองมินเบิกตากว้างอยากตกใจไม่คิดว่าร่างสูงจะจำได้

“ใช่...นายเป็นคนที่ช่วยฉันวันนั้นใช่มั้ย ขอบคุณมากนะ” เสียงหวานก้มหน้าก้มตาบอก

“แล้วยาที่ผมให้กินน่ะ คุณไม่แพ้นะ ผมหาคุณตลอดเลย เป็นห่วงไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรไปอีกรึเปล่า”

“..........” ดวงตาหวานช้อนขึ้นมองอย่างดีใจไม่น้อยที่ได้รู้ว่าคยูฮยอนก็สนใจตอนที่เขาเป็นซองมินไม่ใช่มินนี่อยู่เหมือนกัน

“อ้ะ นี่เรียนคณะบริหารเหมือนผมเลยนี่” ตาคมเหลือบไปเห็นหนังสือที่กองอยู่ เกี่ยวกับหารบริหารทั้งสิ้น

“อืม ฉันเรียนปีสองแล้วน่ะ” มือบางกำกันแน่นใต้โต๊ะอย่างตื่นเต้น

“งั้น...เอ่อ...” เสียงทุ้มที่ลากยาวแล้วเบาๆเป็นสัญญานบอกถึงการถามชื่อเรียก

“ฉันชื่อ ซองมิน ลีซองมินน่ะ”

“งั้นวันหลังพี่ซองมินติวให้ผมมั่งนะ...แต่ว่า...พี่พอจะรู้จักคนในมหาลัยที่ชื่อ มินนี่มั้ย” เจ้าของตาคมที่เอ่ยไปมองหาคนที่เอ่ยถึงไป โดยไม่รู้ว่าตัวจริงกำลังนั่งเสียใจอยู่ตรงหน้า

“.....ฉะ ฉันไม่รู้หรอก...ขอตัวนะต้องไปแล้ว” ท่าทางแปลกของซองมินทำเอาคยูฮยอนสงสัย แต่ใจเขาตอนนี้กำลังสั่งให้ตามหาร่างบางคนนั้นเพียงอย่างเดียว

..

..

สถานบันเทิงยามดึกที่มีผู้คนพลุกพล่านไปมา ผู้คนเข้ามาใช้บริการกันอย่างหนาแน่น แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ว่าตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาจนจะเข้าเช้าวันใหม่แล้วแต่คยูฮยอนก็ยังไม่เห็นร่างบางที่หมายมาดเลยซักนิด

“เฮ้ย คยู ฉันง่วงนอนแล้วว่ะ กลับเถอะเขาไม่มาแล้วล่ะ” ซีวอนที่นั่งหาวแล้วหาวอีกมาหลายรอบเอ่ยบอกคนตาแข็งที่นั่งจ้องทุกคนที่เข้ามา

“แกกลับก่อนก็ได้ ฉันจะอยู่จนกว่าผับจะปิด”

“เฮ้อ ได้ไง รอเป็นเพื่อนก็ได้ว่ะ” ซีวอนยกมือถือขึ้นมาดูรูปพักหน้าจอให้หายง่วงนอน เปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีแทน ก็รูปพักหน้าจอของเขาเป็นรูปไก่น้อยกำลังยิ้มหวานให้จนอยากจะทิ้งญาติไปหาคนในรูปแทน

“เดี๋ยวมานะ” เสียงทุ้มของญาติผู้น้องเรียกซีวอนให้ออกจากภวังค์

“เฮ้ย ไปไหนวะ”

อยู่ดีๆคยูฮยอนก็ลุกจากโต๊ะเดินไปแวะคุยตามโต๊ะโน้นโต๊ะนี่ไม่ได้หยุด

“ไม่ทราบว่าเห็นคนที่ชื่อมินนี่มั้ยครับ” ประโยคนี้เหมือนกันทุกครั้งที่แวะถามทุกโต๊ะ ส่วนคำตอบนั้นได้มาไม่เหมือนกัน มีทั้ง ไม่รู้จัก ไม่เห็น และ...

“มินนี่อ่ะเหรอ ไปกับผู้ชายที่ไหนรึเปล่า ได้ง่ายจะตายไป วันไหนฉันว่าจะลองหิ้วกลับบ้านซัก..”

พลั่ก...

คยูฮยอนที่กำหมัดแน่นแล้วซัดเข้าที่ผู้ชายหน้าตาเห่ยและแต่งตัวเลวกว่าเขาตอนเข้ามาโซลใหม่ๆเสียอีกอย่างแรง ร่างสูงหมายจะเข้าไปซ้ำ แต่ซีวอนที่มองอยู่ไม่ไกลก็เข้ามาห้ามไว้ก่อน

“ห้ามแกพูดอย่างนั้นอีกเด็ดขาด มินนี่ไม่ได้ง่ายกับใคร”

“ไปเหอะ พอแล้วไอคยู” คยูฮยอนยังคงโกรธอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

...โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาหวานมองมาจากอีกมุมหนึ่งของร้านอย่างเงียบๆ

 

=====================================

 

เวลาสองวันผ่านไปโดยที่คยูฮยอนยังคงตามหาร่างบางอยู่ตลอดทั้งตามหาที่ผับทั้งคืนและที่มหาลัยเช่นเดียวกันจนจะกลายเป็นศพเดินได้อยู่แล้ว วันนี้เขาก็หาอยู่ที่มหาวิทยาลัยทั้งวันจนตะวันคล้อยใกล้ลับเขาเดินเข้าออกแทบทุกตึก จนสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ตึกเดิม ตึกแรกที่เขาหลงเข้ามาในวันแรกของการเรียน

“อ้ะ พี่ซองมิน เจอกันอีกแล้วนะครับ” ร่างบางที่เดินออกมาจากห้องพยาบาลด้วยท่าทางอ่อนเพลีย

“ยังไม่กลับเหรอครับ” ขายาวก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

“อ่ะ อืม...แล้วนายล่ะ” มือบางเลื่อนปิดประตูห้องที่ไม่มีใครอยู่แล้วลง พลางก้าวเดินออกมาหน้าตึกเรียน

“ผมจะกลับพอดี กลับพร้อมกันมั้ยครับ พี่ดูหน้าซีดๆนะ” คยูฮยอนที่เห็นใบหน้าซีดขาวใต้ผมดำสนิทที่ปิดไว้อย่างเป็นห่วง

“อืม...”

หากแต่เดินออกมาจากตึกได้ไม่ถึงนาที ท้องฟ้าที่ครึมอยู่ตั้งแต่ช่วงบ่ายก็กลั่นตัวเป็นหยาดหยดลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย

!!!

“พี่ครับ กลับเข้าไปในตึกก่อนดีกว่านะ” เสียงทุ้มตะโกนบอกร่างบางพลางยกแขนหนาของตนขึ้นบังหยดน้ำเม็ดใสให้โดนรุ่นพี่ร่างบางให้น้อยลง

 

“เปียกหมดเลย อ่ะนี่ครับพี่เช็ดตัวก่อน” ทั้งสองกลับเข้ามาในห้องพยาบาล คยูฮยอนก้มๆเงยๆหาจนเจอผ้าแห้งผืนนึงที่พอจะใช้เช็ดตัวได้ส่งซองมิน ตาหวานเห็นท่าทางเช่นนี้แล้วก็พาลนึกไปถึงวันแรกที่เจอกัน เขาก็ยังคงเป็นคนมีน้ำใจเช่นเคย

“แล้วนายล่ะ เปียกเหมือนกันนะ”

“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมเอา..เอ่อ..เอาผ้าม่านเช็ดเอาก็ได้” คยูฮยอนหันซ้ายหันขวามองหาผ้าสำหรับตัวเองแต่ก็ไม่มีเลยคว้าเอาผ้าม่านของหน้าต่างห้องพยาบาลเช็ดลวกๆให้ซองมินเห็น ร่างบางที่เห็นช่นนั้นก็หัวเราะเสียงใส

“คิคิ~ นายตลกจัง คยูฮยอน”

“.............”

“เสื้อเปียกไปหมดทั้งตัวเลย...” ซองมินก้มลงใช้ผ้าที่รับมาเช็ดไปตามใบหน้าหวาน และตามเนื้อตามตัว

“............” แต่ร่างสูงอีกคนกลับยืนนิ่งมองร่างบางด้วยสีหน้าที่ซองมินตีความไม่ถูกว่าเขากำลังคิดอะไร

“นาย...นายก็เปียกนะ ไม่เช็ดเหรอ”

“............” ยังคงไม่มีการตอบรับมีแต่การจ้องมองนิ่งเฉย จนซองมินต้องหลบสายตาคมนั่นหันหลัง ก้มหน้าให้ โดยไม่รู้เลยว่า รอยคิสมาร์คสีแดงจัดยังคงเด่นชัด เรียกให้เจ้าของหรือคนที่ทำไว้เห็นได้ไม่ยาก

“อ้ะ!!!

แรงถาโถมที่เข้ากอดจากด้านหลังทำเอาร่างบางเซไปข้างหน้าเล็กน้อย แต่ความตกใจนั้นมีมากกว่า ทำไมคยูฮยอนถึงกอดเขาได้ล่ะ หรือว่า....

“ผมชื่อคยูฮยอน....”

“..........”

“ผมไม่เคยแนะนำตัวกับพี่ ทำไมพี่ถึงรู้....” ดวงตาหวานเปิกกว้างอย่างคิดไม่ถึงเขาลืมตัวไปเสียสนิท

“...คือ...”

“เสียงหัวเราะแสนน่ารัก กับคำพูดที่ผมเคยได้ยิน อย่างกับคนๆเดียวเป็นคนพูดมันออกมา”

“...........”

“และที่สำคัญ...รอยจูบของผม ที่หลังคอพี่น่ะ..มันชัดเจนยิ่งกว่าอะไร” ดวงหน้าหวานแดงก่ำทันทีที่รู้ ตอนที่คยูฮยอนจูบแรงๆที่หลังคอก็คิดอยู่แล้วว่าคงมีรอย แต่ไม่คิดว่าจะเป็นรอยชัดขนาดนี้ทั้งทีหลายวันแล้วพอดู

“คยูฮยอน....” มือหนาจับให้ซองมินหันหน้าเข้ามาหา มือหนาเลื่อนไปปัดปอยผมที่ปิดดวงแก้วใสที่น่าหลงใหลนั่นออก

“มินนี่ของผม....” อ้อมกอดแสนอบอุ่นมอบให้แก่กันทำให้ซองมินรู้สึกเหมือนมีน้ำใสไหลคลอที่ดวงตา

“ทำไมพี่ไม่ยอมบอกผม ทำไมพี่ต้องหนีผมด้วย ผมหาพี่แทบตาย มันไม่ง่ายเลยนะ” คยูฮยอนเอ่ยบอกแบบบ่นๆข้างหูบาง

“ก็ฉันไม่แน่ใจนี่นาว่านายจะแค่ควงฉันชั่วคราวเหมือนคนอื่น หรือจะจริงจังที่จะตามหาฉันและตัวจริงของฉัน...” ซองมินซบใบหน้าลงไปที่ไหล่กว้าง

“ผม.....รักพี่....”

“......”

“มันอาจจะดูเร็วไป แต่ความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดกับใคร ผมไม่อยากให้พี่ทุกข์ใจ เสียใจ อยากให้พี่ไม่ต้องผ่านคืนที่ทั้งเหงาทั้งหนาวคนเดียวอีกต่อไป...ให้ผมดูแลพี่นะ”

“อึก...แต่ฉันมันง่ายนะใครๆก็เคยควงฉันมาแล้ว...ฮึก” เสียงหวานบอกอย่างที่ใกล้จะร้องไห้ออกมารอมร่อ

“ใครบอกกัน..สำหรับผม พี่ไม่ง่ายเลยซักนิด กว่าจะหาเจอ ต้องตามหามากมายขนาดไหน ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่หน้าห้องนี้ เจอกันอีกที พี่กลายเป็นคนที่แทบเอาลมหายใจผมไปแหนะ แล้วสุดท้ายก็ขโมยเอาหัวใจผมไปให้ผมตามหายากแทบตาย”

“ฮึก...ฉัน...ฉันก็รักนาย...ฮึกๆ” ดวงตาหวานฉ่ำชุ่มน้ำหยาดใส อย่างที่คนมองอดไม่ได้ที่จะจูบซับน้ำตาที่ไหลลงมา ปากหนาไล่จูบจากเปลือกตาบางลงมายังแก้มใสและริมฝีปากบางบดจูบแสนหวานระหว่างกัน ระหว่างคนที่ รัก กัน

“อื้อ!” เสียงหวานร้องหลงในลำคอ เมื่ออยู่ดีๆแผ่นหลังบางใต้เสื้อเปียกชื้นก็ปะทะกับผืนเตียงนุ่มในห้องพยาบาล

“ทำอะไรน่ะ!

“ผมก็จะทำรอยจูบไว้อีกเยอะๆไงล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่หนีผมไปอีกทำไง” เสียงทุ้มเอ่ยบอกทั้งที่ มือหนาปลดเสื้อตัวบางของอีกฝ่ายไม่ได้หยุด

“บ้า...ไม่หนีแล้ว” ซองมินหน้าแดงก่ำบอกอย่างเขินอาย

ตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานที่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สบกันก็ดึงดูดแล้วเนิ่นนานพลางบอก

“ก็ผมต้องรักษาไว้ให้นานและให้ดีที่สุด เพราะว่า...กว่าจะได้ รัก นี้มามันไม่ ง่าย นี่นา”

 

นานวันผ่านไปหนุ่มน้อยร่างบางที่ชื่อ มินนี่ ก็หายไปจากโลกกลางคืน เหลือเพียงซองมินคู่รักของคยูฮยน ที่ความรักของทั้งคู่ทำให้คนแทบทั้งมหาวิทยาลัยประหลาดใจ หนุ่มน้อย(เพิ่ง)รูปหล่อกับรุ่นพี่แสนเก็บตัวช่างเป็นข่าวที่ทำให้ใครๆนึกถึงที่มาไม่ออก ต่างพากันพูดไปว่าอีกไม่นานคงเลิกกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไม เมื่อเวลาที่ทั้งคู่อยู่เคียงข้างกันช่างดูพอดี พอเหมาะยิ่งกว่าคู่ไหน จนคำครหาค่อยๆหายไปเหลือเพียงคำชื่นชม

 

...ใช่แล้ว ความรักไม่ว่าจะเกิดในเวลาอันสั้นหรือยาวนานแต่ยังไงมันก็คือ สิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อะไรที่เราได้มายากมักจะมีค่าเสมอ และควรเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้ให้เนิ่นนานที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้...เพราะไม่รู้ว่าคุณจะหามันได้อีกเมื่อไหร่เช่นเดียวกับความรัก...จงมีความรักให้เหมือนคุณไม่อาจมีความรักใหม่ได้อีก...แล้วคุณจะได้เจอกับ รักนิรันดร์....

………._:~*END*~:_.............

 

(โดนแบน ไม่รู้เพราะอาถรรพ์เจ้าพ่อคยูรึเปล่าเนี่ย แม่แค่อัพช้านิดเเดียวเองนะ คยู ~~ [-3-] )


อ่า ขอแก้บนลูกชายมันก่อนนะคะ ==" กลัวอาถรรพ์เจ้าพ่อคยู


บนไว้ให้ตัดผม ตัดแล้ว หล่อออออออออออออออ อ้ากกกกกก ไม่เคะอีกแล้ว T^T ปลื้มจายยยยย

SF เรื่องแรกของกิ้บเป็นไงบ้างคะ  มีเพื่อนอ่านแล้วบอกว่า มันจบซะงั้น เหมือนจะมีต่อ ไม่มีแล้วน้าาาาา

สองเรื่องก็พิมไม่ทันแล้ว T^T ขอกำลังใจหน่อยจิ >.,< 


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน โหวต และ คอมเม้นต์ นะคะ ขอบคุณมากมากเลย >///<

ปล. ถึงคนกดแบน ทำอะไรก็เชิญนะ ตามสบายกดแบนอีกก็ได้ เราโอเค ^^



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1071 kungking (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 / 23:47
    กว่าจะหาเจออยู่ใกล้แค่เอื้อมเหมือน

    เส้นผมบังภูเขา

    #1,071
    0
  2. #1070 junniizie (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 / 22:05
    มินช่างร้อนแรง
    #1,070
    0
  3. #1069 wonhyuk24hr. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 / 20:14
    วอน>หลงตัวเองได้อีก

    มิน>เเรงได้อีก -.,-
    #1,069
    0
  4. #1068 love_kihae (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 / 11:32
    วอนหลงตัวเอง คิดเหมือนกันเลย 555555

    คยูมินอิสเรียล!!
    #1,068
    0
  5. #1063 yingy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 / 07:39
    วอนหลงตัวเอง ==
    #1,063
    0
  6. #1062 Rabbit_Blue (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 / 00:45

    วอนแกช่างหลงตัวเอง


    ดีใจกับมินนี่ที่ได้เจอกับคนที่รักจริง


    และก็ดีใจกับคยูที่หามินจนเจอ ^^

    #1,062
    0
  7. #1061 haha-min (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 / 00:05
    กิ๊บ...ทำไมให้มินของพี่ร้อนแรงได้ขนาดนี้อ่ะคร๊า....
    // แต่พี่ชอบนะ// เอาอีกๆๆๆ
    #1,061
    0
  8. #1060 kyusandee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2555 / 23:33
    มินนี่ขึ้เหงานะเรา
     
    เรื่องนี้คิยูของเราดูแมนมากกกกกกกกกก
    #1,060
    0
  9. #1059 คนข้างห้อง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2555 / 23:18
    อ่า คยูเด็ก บ้านนอก เข้ากรุง
     
    ดีนะ มี วอน เป็น ญาติผู้พีที่ ที่ แปลงร่างให้
     
    โอะ ไรอ่ะ มินนี่ แรงมากลูก อ่า มินนี่ คนขี้เหงานี่เอง
     
    คยูนี้เหมือน คนบ้าเลย เนอะ ตามหาเค้าไปทั่วเลย 
     
    อ่าเจอแล้ว เจอเพระารอยที่ตัวเองทำได้แม่นเลย อิอิ
     
    อ้าวจบแล้วเหรอ  คึคึคึ
     
    น่ารักดี 
    #1,059
    0