เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 9 : บทที่ 3 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ก.ค. 58

บทที่ (2)

                        วงตาคู่คมของกรุงหรี่ลงช้าๆ เกล็ดเล็กๆ กลางนัยน์ตาอันอ่อนเชื่อมเป็นเอกลักษณ์ลุกโชนไปด้วยไฟ สันกรามแกร่งขบเข้าหากันดังกรอด เมื่อมีมือดีบังอาจมางัดแงะเคบินของเขาจนพังยับเยิน ขณะเดียวกับที่มาเอสโต้คนเก่งสุดๆ ยังยืนทำตาปริบๆ หน้าผากย่นยู่ ขมวดคิ้วงงๆ มองดูผลงานชิ้นเอกของแม่โสเภณีตัวแสบ ที่อันตรธานหายไปอยู่แห่งหนไหนบนเรือลำนี้ก็มิอาจทราบได้

 

                        “มาเอสโต้ นายเสียรู้หล่อนได้ไง”

 

                        “นังนั่นมันบอกว่ามันเป็นประจำเดือน ร้องโอดโอยยิ่งกว่าควายป่าถูกเชือดซะอีก มันขอให้ผมไปเอาถุงน้ำร้อนมาให้ครับกัปตัน”

 

                        มาเอสโต้กล่าวหน้าตึงเปรี๊ยะ มองผลงานชิ้นโบแดงของแม่สาวนักงัดนัยน์ตาเคืองขุ่น เขาไม่ชอบแม่โสเภณีคนนี้เลย พับผ่าสิ!

 

                        “ฮึ! แล้วพอได้ถุงน้ำร้อนมา นังอีตัวนั่นมันก็หายไปแล้ว แต่ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะรีบซ่อม”

 

                        “แม่คนอวดดี! หล่อนช่างเป็นโสเภณีที่โรคจิต วุ่นวายที่สุด นี่คงย่องไปที่ห้องใครสักคน หาลำไพ่พิเศษระหว่างที่ฉันไม่อยู่ล่ะสิท่า งก! หน้าเงินบัดซบ!

 

                        กรุงเอ่ยเสียงเข่นเขี้ยว มองประตูที่ถูกงัดแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด

 

                        “หล่อนทั้งกวนประสาท ทั้งท้าทายฉันตลอดเวลาเลยรู้ไหมมาเอสโต้ ให้ตายสิ! ฉันจะหยุดความซ่าของหล่อนไว้แค่ตรงนี้ เจอตัวเมื่อไรละก็ จะจัดการให้หมดฤทธิ์เชียว”

 

                        กรุงคาดโทษลอดไรฟัน ชำเลืองสายตาไปก็เห็นมาเอสโต้ทำหน้าพิกล

 

                        “มีอะไรหรือเปล่ามาเอสโต้?”

 

                        “ผมว่ากัปตันปล่อยหล่อนไปเถอะครับ ผู้หญิงคนนี้ดูแปลกๆ โรคจิตพิกล

 

                        “ทุกคนก็มีความเป็นโรคจิตด้วยกันทั้งนั้นแหละน่า เอาเถอะ ถึงหล่อนจะน่าโมโห แต่คิดดูอีกทีก็ดีเหมือนกัน หลงมาแบบนี้ เลยมีเรื่องให้ฉันต้องคิดต้องทำเยอะ เป็นสีสันไปอีกแบบ พยศดีนักใช่ไหม มาดูกันสิว่าต้องใช้เวลาอีกกี่วัน หล่อนถึงจะหมอบนิ่งเหมือนแมวนอนหวด”

 

                        “แต่ไอ้แมวนอนหวดที่ซินญอราเพ็ญแขสอนผมน่ะ มันหมายถึงซื่อเซื่องไม่จริงนะครับ ถ้าเผลอเมื่อไรแมวมันก็จะวาดลวดลายทันที แล้วนังโสเภณีจอมสยองนั่น มันก็เป็นแมวนอนหวดอยู่แล้ว”

 

                        มาเอสโต้เอ่ยได้เท่านั้นก็ถูกเจ้านายหนุ่มถลึงตาใส่ จึงก้มหน้าปิดปากเงียบ สักพักร่างสูงก็เดินจากไป อดีตโจรสลัดเลยได้แต่ส่ายศีรษะไปมา

 

                        “ผมว่านังนั่นมันจะมาพร้อมกับความหายนะมากกว่าสิครับกัปตัน ทำตัวไม่น่าเชื่อถือตั้งแต่วันแรกที่เห็น บางทีมันอาจจะเป็นมากกว่าโสเภณีอย่างที่เราคิดก็ได้”

 

                        มาเอสโต้เอ่ยแล้วส่ายศีรษะ กัปตันของเขาผ่านผู้หญิงมามากก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นสาวสวยมีฐานะการงานมั่นคง หรือไม่ก็หญิงสูงศักดิ์ที่รักสนุกใจง่าย ด้วยรูปลักษณ์ที่ดึงดูด และฐานะที่รวยไม่รู้เรื่อง ธนาธรจึงไม่ค่อยได้พึ่งพาโสเภณีเท่าไรนัก นานๆ ทีผู้หญิงพวกนี้ถึงได้แตะต้องเขา

 

                        แต่มาเอสโต้คือกะลาสีเรือ เป็นโจรสลัดมาก่อน เขาเคยใช้บริการโสเภณีบ่อย สาวๆ พวกนั้นกร้านโลก ใจถึง ไม่อิดออดหัวแข็งแบบนี้หรอก พวกผู้หญิงหากิน เวลาเจอของดีจะรีบตะครุบ ออกอาการโหยเงิน มูมมาม ตะกละตะกลาม คนพวกนี้จะทำทุกทางให้แขกพอใจ ไม่ใช่ดีดไปให้ไกลแบบผู้หญิงคนนั้น

 

                        แม้สถานการณ์ชวนเชื่อว่าสตรีผู้นั้นเป็นหญิงบริการ แต่องค์ประกอบรวมของหล่อนมันไม่ใช่ หรืออีกนัยหนึ่ง กัปตันของเขาก็พอมองออก สงสัยบ้าง แต่ไม่สนใจที่จะคิดให้ลึกซึ้ง อาจเพราะบังเกิดอารมณ์มืดดำ ร้อนรุ่ม เลยไม่อยากจะเป็นสุภาพบุรุษให้มันยุ่งยากใจ เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนี้น่ะหรือ?

 

                        มาเอสโต้จับสายตาชั่วแวบแรกที่ธนาธรเห็นผู้หญิงคนนั้นได้ มันเป็นอาการของคนตกหลุมรักชัดๆ เป็นสายตาเดียวกับเขาที่เคยเปล่งแสงให้กับภรรยาที่รักยิ่งเมื่อแรกพบ แล้วถ้าเป็นจริงแบบที่เขาคิด มันก็น่าหนักใจไม่น้อย ที่กัปตันของเขาจะไปหลงรักนังงูพิษ ผู้หญิงที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนสักนิดเลย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        “ว้าย! ไม่นะ ฉันไม่ไป ปล่อยมือของฉันเดี๋ยวนี้เชียว”

 

                        “ไม่ไปอะไรล่ะจ๊ะคนสวย ที่ออกมาป้วนเปี้ยนนี่ ก็เพราะอยากจะล่าเงินเพิ่มใช่ไหม กัปตันของเราให้เงินเธอไม่พอใช้หรือไงจ๊ะ ถึงได้หนีออกมารับจ็อบพิเศษตอนกัปตันไม่อยู่แบบนี้”

 

                        “โอ๊ย! ไม่ใช่นะ วี้ดดดดดด

 

                        “จับขาหล่อนเอาไว้สิไอ้หน้าโง่ริคโซ เรามีเวลาไม่มากที่จะพายัยโสเภณีนี่ไปหาความสุขนะ จำไม่ได้หรือไง นังนี่มันเป็นโสเภณีชั้นสูงไปแล้ว กัปตันประกาศชัดเลยว่าห้ามแตะต้องมัน ฮึยกมันเข้าไปเถอะ ผู้หญิงหากินไม่ว่ายังไงมันก็เป็นผู้หญิงหากินอยู่วันยังค่ำ ตอนอยู่บนฝั่งน่ะ นังนี่มันคงชั่วโมงบินสูงมาก พอกัปตันไม่อยู่ มันถึงได้พล่านวิ่งหาผู้ชายไปทั่วแบบนี้ ไปเลยนังอีตัว ถ้าแกอยากนัก ฉันก็จะสนองให้แกเดี๋ยวนี้เลย รับรองได้ว่าจะพาไปสอยดาวถึงสวรรค์ชั้น 56 แน่นอน”

 

                        “ไม่ไปปล่อยฉันนะไอ้พวกปีศาจทะเล ไอ้ฟันดำ ไอ้ขยะ ไอ้สกปรก พูดอะไรของแกน่ะ ฉันไม่รู้เรื่อง ปล่อยเดี๋ยวนี้เชียว ฉันไม่ใช่โสเภณีนะ แล้วก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงหากินด้วย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ ฉันเดินดูเรืออยู่ดีๆ ไอ้เรือบ้าของกัปตันลาร์นาโดมันก็ออกทะเลเฉย”

 

                        โสภิญาเอ่ยไปดิ้นไปเพื่อเอาตัวรอด ได้ยินกะลาสีเรือที่จับแขนขาเธออยู่หัวเราะร่วน

 

                        “เงียบเสียทีเถอะนังปากมาก แกคิดว่าทุกคนบนเรือนี้ไร้สมองหมดหรือไงนะ พวกเราไม่เคยเห็นผู้หญิงร้านเหล้าคนไหนพูดความจริงมาก่อนทั้งนั้น เธอจะโกหกยังไงก็ช่าง ตอนนี้พวกเราต้องทำเวลา กัปตันลาร์นาโดเป็นคนเห็นแก่ตัวที่สุด แล้วก็งกไม่ยอมใช้ผู้หญิงร่วมกับใครทั้งสิ้น เท่านั้นยังไม่พอ มันยังไม่ยอมอนุญาตให้เอาผู้หญิงติดเรือมาด้วย มานี่เลยนังตัวดี! ขอดูหน่อยสิว่าข้างในจะสวยเหมือนหน้าหวานๆ ของแกไหม นังโสเภณีหน้าใส”

 

                        “ปล่อยฉันนะ ไอ้หมูสกปรก! ปล่อย”

 

                        โสภิญาเอ่ยได้เท่านั้นก็คอแทบหัก เมื่อมือหนาฟาดลงมาที่หน้าหวานอย่างหนัก

 

                        เฮ้ย! แกทำอะไรของแกน่ะรอปโป นังคนนี้มันปากแตกแล้วนะ ช้ำมากเดี๋ยวกัปตันก็สงสัยหรอก”

 

                        “ก็มันด่าพวกเราว่าหมูสกปรก แกไม่ได้ยินหรือไงไอ้ริคโซ”

 

                        “ถึงมันจะด่า แต่เราก็มีวิธีสั่งสอนมันหลายอย่างนี่นา ขัดขืนไม่ยอมแบบนี้สิดี ได้รสชาติจะตายไป ฉันชอบ”

 

                        “ไอ้สถุล! ไอ้หมูเน่า! ไอ้พวกซาดิสม์!

 

                        โสภิญาด่าเสร็จก็รวบรวมกำลัง ผงกหัวขึ้น เอี้ยวตัวสุดแรงไปงับไอ้คนที่จับแขนตนไว้ ได้ผลทันตา มันร้องโอ๊ย! รีบปล่อยร่างเธอทันที ช่วงจังหวะที่มันปล่อยมือนั้น หญิงสาวก็หล่นตุ้บลงจากที่สูง โดยมีอีกคนจับข้อเท้าเอาไว้ เพียงศีรษะกระแทกพื้นแข็งโป๊กเท่านั้น หน้าก็มืด สติก็ดับวูบลง

 

                        “เฮ้ย! มันตายหรือเปล่าวะ” รอปโปตัวตั้งตัวตีเอ่ยขึ้น มองผู้หญิงที่ตนจะลากไปหาความสำราญอย่างตกใจ ต่อมาก็จ้องริคโซตาเขียว

 

                        “ทำไมแกปล่อยมันลง ไม่รู้จักดูเลย”

 

                        “ก็นังนี่มันดันกัดฉันโดยไม่เตือนก่อนนี่นา”

 

                        ริคโซเข่นเขี้ยว หน้าตาบึ้งตึงเมื่อเห็นเลือดไหลซิบที่มือ

 

                        “มันตายหรือยัง นอนนิ่งเชียว”

 

                        รอปโปเอ่ยหน้าเครียดๆ ค่อยๆ เดินไปยังร่างบางที่นอนนิ่งไม่ได้สติ กำลังจะเอามือไปอังจมูก จู่ๆ เสียงผู้กุมอำนาจทุกอย่างบนเรือก็ดังขึ้น

 

                        “โสภิญา เธออยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”

 

                        เสียงโวยวายเป็นอังกฤษสลับอิตาเลียนทำให้สองคนสะดุ้ง ถอยห่างจากร่างบางหน้าตาร้อนรน สักพักก็สบตากันอย่างหารือ

 

                        “ถ้ากัปตันมาเห็นมันในสภาพนี้ เราซวยแน่รอปโป” ริคโซกล่าวอย่างร้อนใจ

 

                        “งั้นรีบเอามันไปซ่อนก่อน”

 

                        “แล้วแกคิดหรือว่าไอ้ลาร์นาโดมันจะไม่ค้น ฟังเสียงสิ ถ้าไม่เจอตัว มันพลิกเรือหาอีตัวของมันแน่”

 

                        “โสภิญา น้ำตาล นี่เธอไปหลบอยู่ที่ไหนของเธอน่ะ ใครเห็นผู้หญิงที่ติดมากับเรือของเราบ้าง พาหล่อนออกมาซะดีๆ หากไม่เอาตัวมาคืนกันละก็ ฉันจะแล่เนื้อพวกแกออกเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้ฉลามมันกินซะ อย่าให้รู้นะว่าใครแตะต้องหล่อน ฉันเอาพวกแกตายแน่ รีบเอาผู้หญิงของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!

 

                        สิ้นเสียงนั้นก็มีเสียงวิ่งกันชุลมุน รอปโปกับริคโซมองหน้ากันอย่างหารือ สักพักรอปโปก็เข้าไปหาร่างบางไร้สติ มองหน้าสวยๆ ครู่หนึ่งก็ยกหล่อนขึ้นมา

 

                        “ให้เจอมันในสภาพแบบนี้ ไอ้กัปตันจอมบ้าเลือดนั่นเป็นได้จับเราแล่เนื้อแน่” รอปโปย้ำเสียงหนัก ก้มลงมองโสเภณีหน้าสวยอย่างเสียดาย

 

                        “เราจะทำยังไงกับมันดีล่ะรอปโป ฉันยังไม่อยากตาย”

 

                        ริคโซหน้าซีดเผือดละล่ำละลักถาม รอปโปที่จ้องหน้าสวยแน่วนิ่งตอบกลับมาด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม ไม่ยอมละสายตาจากผู้หญิงที่นอนสลบไสลแม้แต่น้อยเลย

 

                        “ถ้าเกิดนังนี่มันทะเล่อทะล่า เดินพล่านไปทั่ว จนตกน้ำทะเลตายไปเอง ก็คงไม่เป็นไรมั้ง กัปตันหรือใครก็คงทำอะไรเราไม่ได้ เพราะมันดันทำตัวเอง”

 

                        สิ้นคำพูดนั้นร่างบางที่ไร้สติก็ถูกจับโยนลงทะเล เสียงน้ำที่แตกกระจายดังตูมใหญ่ ทำให้คนที่กำลังค้นหาตัวหญิงสาวอยู่นั้นถึงกับยืนตะลึง

 

                        “น้ำตาล!

 

                        กรุงเอ่ยได้เท่านั้นก็กระโจนลงทะเลไป เขาจำสีชุดที่หล่อนใส่ขึ้นเรือลำนี้ได้ดี มันต้องเป็นหล่อน เป็นหล่อนคนเดียวเท่านั้น ผู้หญิงเรือนร่างนุ่มนิ่มที่หวานไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว

 

                        “แกทำอะไรวะรอปโป”

 

                        “ไอ้โง่รีบหนีสิวะริคโซ เดี๋ยวพวกนั้นก็ขึ้นมาดู แล้วสงสัยเราสองคนกันหรอก”

 

                        รอปโปกล่าวเท่านั้นก็ไม่รอช้า รีบพาริคโซออกจากจุดเกิดเหตุทันที

 

                        “ถ้านังนั่นมันฟื้นขึ้นมาล่ะรอปโป”

 

                        ริคโซถามคู่หูหอบๆ เมื่อหนีมาหลบในห้องได้ เลยถูกอีกฝ่ายถลึงตาใส่

 

                        “แกอย่าปอดแหกไปหน่อยเลยน่าริคโซ ลูกเรือมีเป็นร้อย หน้าตาก็เหมือนๆ กันทั้งนั้น มันจำเราไม่ได้หรอก อีกอย่างนังโสเภณีนั่นมันอาจตายไปแล้วก็ได้ หัวกระแทกแรงออกขนาดนั้น แกไม่เห็นเหรอไงว่าหน้ามันซีดอย่างกับศพ เหมือนคนไม่ได้หายใจมานานตั้งเจ็ดแปดวันแน่ะ หรือบางทีไอ้กัปตันขี้หวงนั่นอาจหาตัวมันไม่เจอก็ได้ ตอนเราทิ้งมันลงทะเลน่ะ มันได้สติที่ไหนกัน จะช่วยตัวเองยังไม่ได้เลย ป่านนี้คงดิ่งลงใต้ทะเลไปแล้ว ดีไม่ดีฉลามอาจคาบไปกินเรียบร้อย ลาร์นาโดไม่มีทางหามันเจอหรอกน่า”

 

                        “แต่ถ้าเจอ แล้วมันฟื้นขึ้นมา จำเราสองคนได้ล่ะ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยทั้งนั้น ฉันไม่ได้เป็นคนที่โยนหล่อนลงไปในนั้นนะรอปโป ฉันไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก”

 

                        ริคโซเอ่ยเท่านั้นก็ถูกคู่หูตะคอกใส่สีหน้าตาดุดัน

 

                        “ถ้าแกกลัว ก็หลบหน้ามันไว้ อย่าไปเสนอหน้าให้มันเห็นอีก”

 

                        รอปโปเอ่ยเท่านั้น ริคโซก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

34 ความคิดเห็น