เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 8 : บทที่ 3 (1) เธอหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ก.ค. 58


นิยายเรื่องเทพบุตรซาตาน ราคาปก 279 บาท มีจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปและเว็บไซต์สำนักพิมพ์ค่ะ

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=38

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (1) เธอหวาน

                        จ้าของขนตายาวงอนขมวดคิ้วมุ่น มือบางผลักอะไรบางอย่างที่วนเวียนอยู่แถวๆ ทรวงอกนุ่มนิ่มออกห่าง แต่ผลักเท่าไรมันก็ไม่ยอมไปไหนสักที หนำซ้ำยังมีเสียงคำรามดุจสิงโตยักษ์ดังกึกก้องไปหมด และแล้วความร้อนอุ่นที่แฝงมาในความหวามละมุน เปียกลื่นเย็นนิดหน่อย ก็ไถลลงมาที่ซอกคอระหง วัตถุร้อนอุ่นเวียนวนแทะโลมจนเธออ่อนใจ

 

                        แทะโลม คำๆ นี้ดังก้องอยู่ในโสตประสาทลึกสุด เป็นเหตุให้หญิงสาวจำฝืนเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างช้าๆ พริบตาแรกที่โสภิญาตื่นขึ้นมานั้น เห็นกลุ่มผมสีน้ำตาลสวยคลอเคลียรางเลือน แล้วก็ค่อยๆ เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาก็เริ่มได้คิดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร

 

                        “ปล่อยนะคนขี้รังแก! ผู้ชายโรคจิต! จอมฉวยโอกาส! ฉันไม่ใช่ขนมหวานนะ ที่คุณจะแทะจะกินเมื่อไรก็ได้”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็ร้องอู้อี้ สำลักน้ำลายตัวเองจนแสบโพรงจมูกไปหมด เมื่อคนที่กำลังกินตนอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นเลิกคิ้วสูงหยอกล้อ จากนั้นก็เคลื่อนใบหน้ามาแนบชิด จู่โจมจุมพิตริมฝีปากอิ่มเต็มอย่างว่องไว

 

                        หวาน.......สมกับชื่อน้ำตาลจริงๆ”

 

                        กรุงเอ่ยเสียงพร่า ยืดกายเต็มความสูง ทำให้คนที่ถูกลักหลับได้แต่ทำตาปริบๆ ใส่เขา โสภิญาเพิ่งได้สังเกตเห็นว่ายามนี้ธนาธรอยู่ในสภาพเรียบร้อยแล้ว ช่างต่างจากเธอนักที่ตัวเปล่าล่อนจ้อน เป็นนางเปลือยสาว ให้เขาดูเขามองอย่างสบายตา แถมมืออันร้ายกาจนั่นยังต้องแตะกันอย่างไม่เกรงใจด้วย

 

                        “ขอโทษที่ทำให้ตื่น”

 

                        คนเอ่ยขอโทษไม่ได้มีหน้าตาสำนึกเลย แถมดวงตาคู่หวานคมยังจ้องทรวงอกเธอนัยน์ตาพราวระริก โสภิญาหน้าตึง พยายามกระตุกมือที่ถูกเข็มขัดมัดออก รีบเบียดกายชิดหัวเตียง เมื่อร่างสูงโน้มหน้าลงมาหา แล้วก็กระตุกสายเข็มขัดที่พันธนาการข้อมือเธอแรงๆ เพื่อให้หญิงสาวโน้มกายไปซบบ่าแกร่งของเขา

 

                        “ถ้าทำตัวดีก็คงไม่ถูกจับมัดแบบนี้หรอก แต่เพราะเธอทำตัวไว้ใจไม่ได้ ฉันเลยต้องระวังหน่อย ทว่าขืนปล่อยให้เธอนั่งแบบนี้นานๆ เป็นได้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวกันพอดี ประเดี๋ยวฉันออกเวรมา น้ำตาลก็คงหมดแรงละลายติดไปกับเตียง จนหาซากหวานๆ ไม่เจอ พอดีพอร้ายอดพาไปสวรรค์ด้วยกันอีก เพราะน้ำตาลหวานของฉันดันมาปวดหลังเอวเคล็ดไปซะก่อน”

 

                        คำพูดสองแง่สองง่าม และแววตาโอ้โลมไม่มีหยุดนั้น ทำให้เจ้าของดวงหน้างามงอง้ำ นวลแก้มแดงก่ำ ก่อนจะจ้องคนปากสามหาวนัยน์ตาวิบวับ แผ่รังสีแห่งความอาฆาตเข้าไปไม่ยั้ง

 

                        “คนบ้า! หยาบคาย! ลามก! ดูท่าแล้วคุณจะคิดเรื่องอื่นไม่เป็นเลย นอกจากเรื่องอย่างว่าเท่านั้น จาบจ้วง ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ ฮึ! สมควรแล้วที่ถูกฉันสั่งสอนเข้าให้ มันน่าทำให้สูญพันธุ์นัก!

 

                        จบคำว่าต่อขานของตน โสภิญาก็หน้าเจื่อน เมื่ออีกฝ่ายตาลุกวาว

 

                        “สูญพันธุ์เหรอสั่งสอนเหรอน้ำตาล มันจะมากไปแล้วนะ อวดดีมาจากไหนกันนี่เธอ!” ธนาธรย้อนใส่โสเภณีจอมบังอาจตาแวววาวโกรธเกรี้ยว

 

                        “ฟังไว้นะ คนอย่างฉันไม่มีผู้หญิงหน้าไหนสั่งสอนได้ทั้งนั้น นอกจากแม่ของฉันคนเดียว ไอ้สิ่งที่เธอทำก่อนหน้านี้น่ะเขาเรียกว่าเล่นทีเผลอ เหลือเชื่อเลยแม่คุณ ทำหน้าสยิวอย่างกับสาวๆ หน้าปกเพลย์บอย ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น อาการโรคจิตก็กำเริบ!

 

                        คำว่าโรคจิตนั้นทำให้โสภิญาโกรธจนตัวสั่น มองเขาอย่างอาฆาต

 

                        “ฉันน่าจะสับลูกรักของคุณโยนลงทะเลไป ตั้งแต่ตอนที่คุณตัวงอเบ้หน้าให้อัปลักษณ์ต่อสายตาแล้ว ไม่น่าปล่อยให้มาแสดงความหยาบคายต่อหน้าผู้หญิงไร้ทางสู้แบบนี้เลย”

 

                        “ก็เธอมันเป็นโสเภณี อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมาไม่เคยเจอผู้ชายหยาบคายมาก่อน เชื่อตายล่ะแม่สาวเพลย์บอย พวกกะลาสีเรือน่ะเป็นยังไงฉันรู้ดี หยาบคาย มักมาก ตะกละตะกลาม วิตถารกันสุดๆ ตอนขึ้นจากเรือใหม่ๆ”

 

                        กรุงต่อคำไม่ลดละ มองหน้านวลตาวาวอย่างท้าทาย ขณะที่อีกฝ่ายนัยน์ตาไหวระริกน้ำตาคลอเบ้าเหมือนคนเก็บกด

 

                        “บ้าที่สุด! ฉันไม่ชอบคุณเลย ถ้าต้องติดอยู่บนนี้จนกว่าจะถึงฝรั่งเศสจริงๆ ละก็ ฉันต้องกระอักตายไปเพราะใบหน้าอันโหลยโท่ยของคุณแน่ๆ”

 

                        “เธอว่าอะไรนะ ใครโหลยโท่ย เธอว่าใครหน้าตาไม่ดี!

 

                        กรุงถามเสียงดังไม่รู้ตัว กัดฟันกรอดเมื่อแม่โสเภณีไม่ตอบแต่จ้องเขาด้วยสายตาประมาณว่าเขาเป็นบุรุษที่หน้าตาอัปลักษณ์ที่สุด จากนั้นก็กลิ้งตัวไปบนเตียง ม้วนตัวไปกับผ้าห่ม ลุกขึ้นมานั่งจุมปุ๊กอีกครั้งในสภาพไม่แตกต่างจากเด็กดักแด้ แถมยังส่งประกายตาท้าทายหน่อยๆ มาให้เขาด้วย

 

                        “คุณไงโหลยโท่ย! ที่ฉันต้องเตะลูกกะเป๋งของคุณในเวลาที่จวนตัวแบบนั้นก็เพราะคุณมันหน้าตาไม่เอาไหน คุณมันอัปลักษณ์เกินกว่าที่สายตาของฉันจะรับได้ ตอนนั้นฉันคิดว่าการที่ตัวเองต้องนอนกับผู้ชายที่น่าเกลียดเหมือนนกกระยางแก่ๆ อย่างคุณ มันเป็นเรื่องที่ตกต่ำสุดๆ ในชีวิต แล้วก็ไม่คุ้มค่ากับเงินที่จะได้มาด้วย ฉันเลยต้องจัดการคุณไปให้ห่าง มันเป็นเรื่องของสัญชาตญาณตอนเข้าตาจน”

 

                        “บัดซบเธอต้องโกหกฉันแน่ๆ ไม่มีใครเคยบอกว่าฉันน่าเกลียดสักคน”

 

                        กรุงเอ่ยพร้อมเดินกลับไปกลับมา ชกกำปั้นกับฝ่ามือดังลั่นเคบิน จากนั้นก็ชี้นิ้วไปยังแม่ตัวแสบที่นั่งผมหลุดลุ่ยอยู่กลางเตียง

 

                        “คอยดูสิแม่ตัวดีถ้าเธอทำแบบนั้นกับฉันอีกหนละก็ เราได้เห็นดีกันแน่”

 

                        เอ่ยหน้าแดงก่ำ ชักเกลียดโสเภณีตรงหน้าขึ้นมา ร่างสูงค่อยๆ ถอยห่างจากหล่อน กำหมัดแน่นสะกดใจไม่ให้มันยื่นออกไปขย้ำคอขาวๆ ที่กำลังชูขึ้นท้าทายเขาอยู่ หล่อนแสบมาก ตัวตนที่แท้จริงของหล่อนไม่ได้น่าเข้าใกล้ น่ากอด น่าจูบ น่าจับกิน เหมือนรูปกายภายนอกสักนิด มือหนาชี้ไปที่อีกฝ่ายอย่างคาดโทษ

 

                        “ถ้าเธอไม่ยอมทำตัวดีๆ ฉันจะให้เธออยู่แบบนักโทษที่หลงเข้ามาในเรือลำนี้ ฉันจะจับเธอแก้ผ้าโชว์แล้วมัดไว้ที่หัวเรือ ให้ตากแดดตากลมสามวันสามคืน แต่ถ้าเธอยังฉลาด อยากอยู่อย่างสบาย ก็จะต้องปฏิบัติตัวกับฉันดีๆ และที่สำคัญอย่ามาเรียกฉันว่านกกระยางแก่เป็นอันขาด ลาร์นาโดทุกคนไม่ใช่นกกระยาง แต่เป็นอินทรี”

 

                        คนบอกเอ่ยหยิ่งๆ คอตั้งบ่าตรง แผงอกหนั่นแน่นกระเพื่อมขึ้นลงเพราะความโกรธาเด่นชัด

 

                        “ก็ฉันพูดความจริงนี่คะ ถ้าคุณรับไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงเหมือนกัน”

 

                        โสภิญายังอุบอิบเถียง แต่พอสบตาดุๆ ของคนขี้โมโหก็อึกๆ อักๆ ด้วยความที่ไม่อยากลงให้กันง่ายๆ จึงดันทุรังต่อปากอีก

 

                        “คนหลงตัวเอง!

 

                        “หากเธอทำให้ฉันอารมณ์เสียอีกครั้งนะน้ำตาล สัญญาได้เลยว่าเธอจะโดนจับแก้ผ้า แล้วถูกฉันลากไปผูกไว้กับหัวเรืออย่างแน่นอน อยากจะลองไหม!

 

                        เสียงเน้นจริงจังนั้นทำให้โสภิญาปิดปากสนิท เขาจ้องเธอโดยทิ้งรอยแค้นไว้ที่หางตาอีกครั้ง ก่อนจะถอนใจหนักๆ แล้วเดินจากไป เสียงประตูที่ปิดลงทำให้โสภิญายิ้มกว้าง รีบถลาไปที่มันทันที แต่พอไปถึงก็ต้องร้องวี้ด ขาเล็กๆ เตะไปที่ประตูอย่างขัดใจ

 

                        “อีตาบ้า! ล็อกประตูขังกันแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ใช่ทาสของคุณนะ เปิดประตู เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้”

 

                        โสภิญาโวยวายลั่น เริ่มเห็นอินทรีทะเลตัวเท่ามด จะบ้าตาย ขืนต้องติดอยู่ที่นี่จริงๆ นายกัปตันเรือธนาธรจอมหล่อลากนั่นคงไม่ละเว้นเธอแน่ มันอาจจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่จะมาถึง คืนนี้ หรือว่าพรุ่งนี้ เขาต้องพรากพรหมจรรย์ไปจากเธอแหงๆ แล้วชีวิตโสภิญาจะเป็นอย่างไรต่อเล่าทีนี้ งานที่ได้รับมอบหมายก็ไม่สำเร็จ แถมยังต้องสูญเสียสิ่งที่รักยิ่งไปอีก

 

                        “โธ่เอ๊ย! แล้วเราจะทำยังไงดีเนี่ย กัปตันบ้านั่นยิ่งคิดว่าเราเป็นโสเภณีอยู่ด้วย”

 

                        เอ่ยไปอย่างหัวเสีย วาดมือไปกลางอากาศ สุดท้ายก็นั่งหมดแรงอยู่บนเตียง ขมวดคิ้วครุ่นคิด

 

                        “อีตาธนาธร พ่อนกกระยางเฒ่า คิดหรือว่าฉันจะนิ่งดูดาย รอให้นายมาจับกินง่ายๆ อินทรีทะเลหรือยะ เชอะ! ฉันชอบให้นายเป็นนกกระยางแก่ๆ มากกว่า”

 

                        เอ่ยแล้วริมฝีปากอิ่มเต็มก็เผลอยิ้มออกมา เมื่อคำว่านกกระยางเฒ่าของเธอทำให้คนหลงตัวเองถึงกับอึ้งไป เฮ้อ! ความจริงแล้วธนาธรห่างไกลจากคำๆ นั้นเยอะเลย เป็นอินทรีแห่งท้องทะเลอย่างที่เขาพูดมานั่นแหละเหมาะสมที่สุด แม้จะเห็นด้วยขนาดไหน แต่เธอก็ไม่เออออห่อหมกหรอก ผู้ชายห่าม บ้าอำนาจ เอาแต่ใจตัวเองแบบนั้น เหมาะแล้วกับสมญานามแบบนี้

 

                        เฮ้อ! เป็นอย่างไรกันนะ ทำไมเธอถึงต้องแพ้ลูกตาของเขาด้วย นัยน์ตาคมหวานเป็นเอกลักษณ์ แต่เวลาเกรี้ยวกราดนั้นเหมือนมีดวงไฟเล็กๆ พุ่งออกมาใส่เธอโดยเฉพาะ แต่ยังไงก็เถอะยามปกตินี่ยิ่งร้ายกว่า พอถูกเขามองมาทีไร โสภิญาก็หัวใจสั่นมันทุกที คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็หน้าเจื่อน

 

                        ไม่ เธอจะใจสั่น จะหวั่นไหวไม่ได้ ลืมไปแล้วหรือไงล่ะ ว่าเธอขึ้นมาบนเรือลำนี้เพื่ออะไร

 

                        “บ้าชะมัด ผู้ชายคนนี้ก็เป็นผู้ชายปกติเหมือนคนทั่วไป ทำไมเราจะต้องเคลิ้มไปกับรูปลักษณ์ที่อีกไม่นานมันก็เหี่ยวย่นด้วย คิดถึงซัฟฟีโรให้มากๆ สิน้ำตาลเอ๊ย เขาคือคู่หมั้นของเธอไม่ใช่หรือ?”

 

                        เตือนตัวเองแล้วจ้องไปที่ประตูอย่างหมายมาด เธอจะต้องเปิดประตูออกไปให้ได้ จากนั้นก็เร่งทำภารกิจของตนเองซะ เสร็จแล้วก็หาเรือเครื่องลำเล็ก หนีไปให้พ้นจากเรือลาร์นาโดให้เร็วที่สุด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น