ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 สารท้ารบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ส.ค. 53

บทที่ 8 สารท้ารบ

                ระยะทางจากร้านอาหารถึงคอนโดมิเนียมสูงระฟ้าย่านใจกลางธุรกิจนั้นไม่ได้ไกลกันเท่าไรนัก แต่เพราะวันนี้เป็นวันสิ้นเดือนที่ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเหล่าพนักงานกินเงินเดือนมักจะออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อหาข้าวของเครื่องใช้เก็บไว้ใช้จนกว่าจะถึงวันเงินเดือนออกคราวหน้า บ้างก็ออกมาเฮฮาสังสรรค์ดื่มกินกับกลุ่มเพื่อนฝูง จึงทำให้สภาพการจราจรแออัดคับคั่งไปด้วยจำนวนรถมากมายที่พากันมากระจุกตัวอยู่ในซอยเล็กๆ แห่งนี้ซึ่งเป็นทางลัดออกไปยังถนนเส้นหลักด้านนอก ทำให้รถเต่าคันน้อยเคลื่อนตัวไปได้ช้าสลับกับหยุดนิ่งในบางจังหวะจนแทบจะเรียกว่าคลานก็ว่าได้

                วิครับ ผมมีเรื่องจะบอกวิน่ะครับ

                “…”

                “อ้าว หลับไปแล้วเหรอเนี่ย”

หลังจากที่พยายามรวบรวมความกล้าอยู่นาน ภวัฐก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันภายในรถ แต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงใดๆ ตอบกลับมาเขาจึงละสายตาจากถนนที่มีแสงสีแดงสว่างวาบจากไฟท้ายของรถยนต์คันหน้าแล้วหันมามองยังคนที่นั่งอยู่เคียงข้าง ก็พบว่าหญิงสาวนั้นผล็อยหลับคอพับคออ่อนซบอยู่กับเบาะไปเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มร้องอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาเมื่อได้เห็นว่าใบหน้าตอนหลับของคนที่เขารักนั้นช่างดูดีเสียยิ่งกว่าดารานักร้องคนไหนๆ เสียอีก

ใครจะว่าเขาเป็นพวกคลั่งไคล้ใหลหลงในรูปโฉมของแฟนตัวเองอย่างไรก็ช่าง แต่ภวัฐก็ไม่เคยแยแสในสิ่งที่คนอื่นๆ เหล่านั้นพูดกันเลยสักนิด ก็ดูเอาเถิดเพียงแค่เขาได้แอบมองเธอยามเผลอแบบนี้ ยังทำให้หัวใจเขาเต้นแรงและสูบฉีดโลหิตไปหล่อเลี้ยงจนใบหน้าเขาร้อนผ่าวไปหมดแล้ว จึงไม่แปลกอะไรเลยสักนิดหากเขาจะมั่นใจในความรู้สึกที่เรียกว่ารักซึ่งเขามีต่อเธอนั้น ว่ามันมากมายและลึกซึ้งถึงเพียงไหน ชนิดที่เรียกว่ารักจนหัวปักหัวปำ หรือรักจนแทบไม่ลืมหูลืมตา ทำนองนั้นล่ะ ที่บ่งบอกความรู้สึกภายในใจของเขาได้เป็นอย่างดี และความรักนั้นก็สุกงอมจนได้ที่ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะขอเธอแต่งงานอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อคืนนี้พลาดไปหนหนึ่งแล้ว

ทว่า เมื่อได้เห็นว่าคนที่ตนตั้งใจจะเอ่ยปากขอแต่งงานนั้นหลับไปแล้ว ชายหนุ่มก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างเสียดายที่ต้องเสียโอกาสดีๆ ไปแล้วถึงสองครั้งสองครา แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนจนถึงขนาดว่าต้องปลุกให้เธอตื่นเพื่อมาฟังคำขอแต่งงานของเขา ตรงกันข้ามเขากลับมองโลกในแง่ดีและคิดไปเองอีกครั้งว่าบางทีคนบนฟ้าคงยังไม่เห็นว่าเขาจริงใจกับเธอแค่ไหน ถึงได้ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะขอแต่งงานกับหญิงสาวไปอย่างนั้น นี่อาจเป็นเสมือนบททดสอบความอดทนอดกลั้นของเขาก็เป็นได้

หลังจากฝ่ามรสุมรถติดมาได้รถยนต์คู่ใจของภวัฐก็แล่นมาจอดที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่พักอาศัยของทั้งคู่ หลังจากที่ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้ว พลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกและเตรียมตัวจะเปิดประตูรถลงไป พลันหางตาของเขาก็เหลือบมาเห็นว่าใบหน้าด้านข้างของรวินันท์ยังคงซบอยู่กับสายคาดเข็มขัดนิรภัย เปลือกตาที่มีแพขนตายาวงอนงามยังคงปิดสนิท เช่นเดียวกับจังหวะการหายใจสม่ำเสมอที่ทำให้เขารับรู้ได้ว่าเธอยังไม่ได้ตื่นจากนิทรา ชายหนุ่มจึงชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูออกหดกลับมาที่เดิมแล้วหันกลับมามองคนที่กำลังหลับใหลไม่ได้สติด้วยแววตาแห่งความรักใคร่ที่เปี่ยมล้น

มือใหญ่เอื้อมไปเขี่ยปอยผมนุ่มสลวยที่ร่วงลงมาปรกบนหน้าผากของหญิงสาวแล้วจับขึ้นไปทัดที่ข้างใบหูอย่างอ่อนโยน เขาควรจะปลุกเธอตื่นเสียตอนนี้เลยดีไหมนะ หรือว่าจะอาศัยช่วงเวลานี้แอบมองหน้าเธอยามหลับอยู่อย่างนี้และรอจนกระทั่งเธอตื่นขึ้นมาเองจะดีกว่า ภวัฐทุ่มเถียงกับตัวเองในใจซ้ำไปซ้ำมา แต่แล้วใบหน้างามที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในห้วงนิทราคล้ายดั่งมีมนตราบางอย่างที่โน้มนำให้ชายหนุ่มเคลื่อนคล้อยใบหน้าของตนเข้าไปใกล้หญิงสาวคนรักของเขาโดยไม่ทันรู้ตัว

ความรู้สึกหวามไหวก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเขาเองก็แทบไม่อาจต้านทานได้ ริมฝีปากอิ่มเอิบของคนตรงหน้าที่เผยออ้าออกเล็กน้อยกับเสียงครางงึมงำที่เล็ดรอดมาจากลำคอยาวระหงนั้น ทำให้ลมหายใจอุ่นจนเกือบร้อนของชายหนุ่มเร่งจังหวะกระชั้นถี่ขึ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังสั่นระรัววูบไหวคล้ายถูกแกว่งไกวอย่างรุนแรงจนแทบจะหยุดเต้นได้ในทุกวินาที เมื่อริมฝีปากของเขาเคลื่อนเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบสนิทลงบนเรียวปากของหญิงสาว

อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ที่เขาจะได้ลองลิ้มชิมรสความหอมหวานจากริมฝีปากอิ่มอย่างที่ได้รอคอยมานานแล้ว พลันเสียงมโนสำนึกแห่งจิตใจฝ่ายดีก็ดังแทรกขึ้นมาในห้วงความคิดของภวัฐ ดึงเอาสติสัมปชัญญะของชายหนุ่มกลับมาสู่โลกของความเป็นจริงอีกครั้งทำให้เขาถึงกับชะงักไปและหยุดการกระทำทุกอย่างของตัวเองลงด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นเข้ามาแทนที่ความรู้สึกหวามไหวนั้นอย่างรวดเร็ว

เขาสะบัดหน้าแรงๆ สองสามครั้งเพื่อขับไล่ความฟุ้งซ่านอันเกิดจากแรงปรารถนาในห้วงลึกของจิตใจออกไป พร้อมกับสบถเบาๆ กล่าวโทษตัวเองที่เผลอไผลเคลิ้มไปกับอารมณ์ชั่ววูบนั้นจนเกือบจะทำให้เขาล่วงเกินหญิงสาวคนรักโดยที่เธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจเลยสักนิด พลางหันไปมองคนข้างกายด้วยแววตาแห่งความสำนึกผิด

“เฮ้อ เกือบไปแล้วสิ คิดอะไรของแกอยู่วะไอ้วัฐ ขอโทษนะครับวิที่ผมพลั้งเผลอไปจนเกือบจะล่วงเกินคุณเข้าแล้ว”

ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว หลายคนอาจไม่ถือสาในเรื่องการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนรักทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทดลองใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันแต่ไม่ใช่สำหรับภวัฐ เขาเป็นลูกชายคนเล็กในบรรดาพี่น้องผู้หญิงจำนวนทั้งหมดสี่คนและเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ค่อนข้างหัวโบราณ

บิดามารดาของเขาพร่ำอบรมสั่งสอนมาตลอดว่าลูกผู้ชายที่แท้จริงนั้นต้องรู้จักเคารพและให้เกียรติผู้หญิง ไม่ทำตัวเป็นพวกไร้ความรับผิดชอบที่คิดถึงแต่ความสุขกายสบายใจของตนเองมากกว่าจะสนใจว่าการกระทำของตนนั้นจะสร้างความเสียหายและอับอายให้กับคนอื่นๆ แค่ไหน และเขาเองก็ยึดมั่นในคำสอนนั้นมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะต้องทนเก็บกดความรู้สึกของตัวเองที่คอยแต่จะพลุ่งพล่านขึ้นมาทุกครั้งยามได้สัมผัสเรือนกายของแฟนสาวก็ตาม

“หืม วิเผลอหลับไปแค่แป๊บเดียวเองมาถึงคอนโดแล้วเหรอเนี่ย ทำไมไม่ปลุกวิล่ะคะ”

เสียงของหญิงสาวข้างกายดังขึ้นมา ทำให้ภวัฐที่กำลังนึกโทษโกรธตัวเองอยู่ในใจถึงกับสะดุ้งหันกลับมามองต้นเสียง เขาส่งยิ้มเจื่อนๆ ไปให้เธอ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอึกอัก

“เอ่อ คือว่า อ้อ พอดีผมเห็นวิกำลังหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุกนะครับ อีกอย่างแอร์ในรถก็ยังมีความเย็นหลงเหลืออยู่บ้าง เลยคิดว่าน่าจะปล่อยให้วิหลับต่ออีกสักหน่อยน่ะ แต่ไหนๆ ก็ตื่นแล้วงั้นขึ้นไปพักผ่อนต่อบนห้องเถอะนะครับ วันนี้วิเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วเหมือนกันนี่”

รวินันท์พยักหน้าให้แฟนหนุ่มแล้วเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะเดินเคียงคู่กับเขาเข้าไปภายในลิฟต์โดยสารด้วยกัน ระหว่างทางขึ้นไปยังห้องพักมีเพียงความเงียบงัน ภวัฐยังคงรู้สึกผิดกับการกระทำของตนเมื่อครู่นี้จึงได้แต่พยายามหลบเลี่ยงที่จะสบตากับหญิงสาวคนรัก ตรงกันข้ามกับรวินันท์ เธอเอาแต่ลอบมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ความรู้สึกต่างๆ กำลังผสมปนเปกันให้วุ่นวายไปหมด

ความจริงแล้วเมื่อครู่นี้เธอไม่ได้กำลังหลับสนิทอย่างที่ชายหนุ่มคนรักเข้าใจ แต่ที่ต้องแสร้งทำเป็นหลับนั้นก็เพราะว่าความคิดที่ผุดขึ้นมามากมายในสมองของเธอกำลังตีกันจนยุ่งทำให้ไม่อยากสนทนากับคนข้างกายขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอกำลังคิดแผนการว่าคืนนี้จะแอบออกไปตามที่หัวหน้าแก๊งอันธพาลรูปหล่อนัดเอาไว้ได้อย่างไรโดยที่ไม่ถูกภวัฐสงสัย

แต่ไม่นึกว่าแฟนหนุ่มผู้แสนสุภาพของเธอ อยู่ๆ ก็ทำท่าเหมือนอยากจะจูบเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้น จะเป็นอย่างไรนะถ้าหากเมื่อครู่เขาไม่หยุดชะงักไปเสียก่อน บางทีเธออาจจะตอบรับการกระทำของเขาอย่างเต็มใจก็ได้ หญิงสาวลอบยิ้มน้อยๆ อย่างขวยเขินกับความคิดของตน

หากมองรูปลักษณ์ภายนอกของเธอแต่เพียงผิวเผิน ก็อาจจะทำให้ใครหลายคนคิดไปได้ว่าเธอคงเป็นหญิงสาวที่ผ่านสังเวียนรักมามากมายจนแทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่ความจริงแล้วนั้นเธอเป็นเพียงหญิงสาววัย 27 ปีบริบูรณ์ที่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต อาจเป็นเพราะเธอถูกเลี้ยงมาโดยมารดาและยายที่ยังมีความคิดแบบอนุรักษ์นิยม สนับสนุนให้ผู้หญิงรู้จักรักนวลสงวนตัวก็เป็นได้

ประตูลิฟต์เปิดออกแล้ว แต่รวินันท์ยังคงยืนเหม่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ จนชายหนุ่มข้างกายที่เดินนำออกไปก่อนแล้วต้องหันกลับมาเรียกเธอ

“วิครับ เป็นอะไรไปน่ะ ไม่สบายหรือเปล่า”

“คะ? อ้อ เปล่าค่ะไม่ได้เป็นอะไร คือวิกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่น่ะ ว้าย!

หญิงสาวสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตนออกไป แล้วรีบก้าวเท้าออกจากลิฟต์โดยสารทันที แต่เพราะรีบร้อนเกินไปเธอจึงสะดุดเข้ากับรอยต่อพรมตรงหน้าประตูลิฟต์นั้น และคงจะล้มลงไปนั่งวัดพื้นแล้วถ้าหากชายหนุ่มคนรักคว้าร่างของเธอเอาไว้ไม่ทัน ร่างบอบบางที่เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายเกิดอาการประหม่าและเขินอายขึ้นมาจนรู้สึกได้ว่าใบหน้าของเธอกำลังร้อนผ่าวไปหมด

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทรงตัวยืนได้แล้วภวัฐจึงปล่อยเธอออกจากวงแขนของเขาอย่างรู้สึกเสียดายน้อยๆ ทว่า ความห่วงใยมีมากมายกว่าความปรารถนา เขารีบเอ่ยถามคนรักทันที

“ผมว่าวิตัวรุมๆ แล้วหน้าก็แดงเหมือนจะเป็นไข้เลย ไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอครับ ให้ผมพาไปหาหมอไหม”

“อย่าลำบากเลยค่ะวัฐ วิแค่รู้สึกหน้ามืดไปหน่อย คงเพราะเมื่อคืนนอนไม่พอน่ะค่ะ เดี๋ยวพักผ่อนสักคืนก็คงหาย ถ้ายังไงวิขอตัวก่อนนะคะ”

ทีแรกหญิงสาวตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีหากเธอแกล้งทำเป็นไม่สบาย เขาก็คงไม่โทร.มารบกวนเธอกระมัง นี่คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะลอบออกไปจากที่นี่โดยที่แฟนหนุ่มของเธอไม่สงสัย ถ้าหากเขารู้ว่าเธอไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้คงจะต้องห้ามไม่ให้เธอไปตามนัดอย่างแน่นอน ว่าแล้วรวินันท์ก็แกล้งทำเป็นเดินโซเซเข้าไปทางห้องพักของตัวเอง

                ถ้างั้นก็นอนพักผ่อนเยอะๆ นะครับ พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องไปทำงานนะ ฝันดีครับวิ

                “ขอบคุณมากนะคะวัฐ ฝันดีเช่นกันค่ะ”

                ภวัฐมองหญิงสาวคนรักด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย ก่อนจะเอ่ยคำลาอันหวานซึ้ง คนแกล้งป่วยเอ่ยลาเช่นเดียวกัน แล้วจึงรีบเปิดประตูผลุบหายเข้าไปในห้องของตนอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามประตูห้องของคนรักที่ปิดสนิทลงแล้วจึงหันกลับไปยังห้องของตัวเอง

 

                เวลาผ่านไปอย่าวรวดเร็ว อีกเพียงไม่ถึงชั่วโมงก็จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว รวินันท์ที่อาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายป็นชุดใหม่แล้วเดินมาแนบใบหูกับบานประตูเพื่อฟังเสียงจากภายนอก เมื่อพบว่าข้างนอกนั้นเงียบสนิทเธอจึงส่องดูทางช่องตาแมวอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเมื่อเปิดประตูห้องออกไปแล้วจะไม่เจอกับแฟนหนุ่มเข้าโดยบังเอิญ

                เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้ หญิงสาวในชุดเครื่องแต่งกายที่ค่อนข้างรัดกุมกว่าทุกที เธอเลือกเสื้อยืดคอปกสีขาวปักลายโลโก้ที่ตรงหน้าอกด้านซ้ายใส่กับกางเกงยีนส์ขายาวถึงตาตุ่มพร้อมทั้งสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นเตรียมพร้อมที่จะออกวิ่งได้อย่างถนัดถนี่หากมีเรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้นมา

                เธอค่อยๆ หมุนลูกบิดประตูออกอย่างเชื่องช้า พลางยื่นหน้าออกมามองเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าทางสะดวกจึงรีบปิดประตูห้องและค่อยๆ ย่องไปทางหน้าลิฟต์โดยไม่วายแอบมองไปยังประตูห้องพักฝั่งตรงข้ามกับห้องของเธอเป็นระยะ รวินันท์ไม่ต้องการให้แฟนหนุ่มของเธอรู้ว่าเธอกำลังจะไปที่ไหนเพราะกลัวว่าเขาจะเป็นห่วงและตามไปขัดขวางเธอนั่นเอง

                เมื่อหญิงสาวลงลิฟต์มาถึงชั้นหนึ่งแล้วเธอก็รีบวิ่งออกไปหน้าคอนโดมิเนียมทันที ประจวบเหมาะกับที่มีรถแท็กซี่คันหนึ่งที่มาส่งผู้โดยสารซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ตึกสูงระฟ้าแห่งนี้เช่นกัน เธอรีบเปิดประตูก้าวขึ้นรถไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าผู้โดยสารคนก่อนหน้าจ่ายค่าโดยสารเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับบอกจุดหมายปลายทางที่ต้องการจะไปแก่คนขับ รถแท็กซี่สีเหลืองเขียวแล่นทะยานออกไปบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนว่าภายในใจของหญิงสาวดูจะร้อนรนยิ่งกว่า ดวงตาคู่งามคอยแต่จะมองไปยังนาฬิกาแบบดิจิทัลที่ติดอยู่ตรงคอนโซลหน้ารถอยู่ร่ำไป

                ราวสามสิบนาทีกว่าที่รถแท็กซี่ที่รวินันท์นั่งมานั้นจะแล่นมาถึงยังถนนแปดเลนในย่านชานเมืองซึ่งเป็นจุดนัดพบที่ชายหนุ่มหัวหน้าแก๊งอันธพาลได้บอกเอาไว้ หญิงสาวจ่ายเงินค่าโดยสารก่อนจะก้าวลงจากรถแล้วเดินมาหยุดตรงบริเวณจุดตัดทางเชื่อมจากถนนคู่ขนานกับช่องทางด่วนที่มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งพร้อมด้วยบรรดารถยนต์ที่ถูกดัดแปลงสภาพเอาไว้ใช้ในการแข่งขันประลองความเร็วกันบนท้องถนนในยามค่ำคืนเช่นนี้จอดเรียงรายกันอยู่นับสิบคันปิดกั้นเส้นทางเข้าออกในช่วงนั้นเอาไว้ เสียงเพลงในจังหวะครึกครื้นถูกเปิดด้วยลำโพงเสียงดังกระหึ่ม ทำให้ค่ำคืนบนถนนแถบชานเมืองที่เคยเงียบสงัดแลดูคึกคักขึ้นมาทันที

เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณเพื่อสำรวจความปลอดภัยของตัวเอง พลันจู่ๆ ก็รู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าในบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยเหล่าชายฉกรรจ์เกือบยี่สิบคน แต่ละคนดูหน้าตาน่ากลัว บางคนก็มีรอยสักเต็มแขน บางคนก็มีร่องรอยของการเจาะตามอวัยวะต่างๆ บนร่างกาย ดูท่าทางไม่เห็นมีใครน่าไว้ใจได้สักคน

รวินันท์มองแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคงอย่างยากลำบาก พลางถามตัวเองในใจว่าเธอคิดถูกหรือเปล่าที่ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวคนเดียวแบบนี้ แล้วถ้าหากเธอแพ้ล่ะ จะมีโอกาสได้กลับไปแบบอวัยวะครบสามสิบสองหรือเปล่า หรือจะถูกทารุณกรรมย่ำยีแล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ตรงพงหญ้ารกร้างข้างทางรอจนกระทั่งมีพลเมืองดีมาให้ความช่วยเหลือ หรือไม่อีกทีก็อาจจะตามตำรวจและหน่วยกู้ภัยมารับศพของเธอไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตก็เป็นได้

หญิงสาวนึกไปพลางทำหน้าสยดสยองกับจินตนาการสุดล้ำลึกของตัวเอง เพียงแค่คิดก็ทำเอาขาสั่นถึงกับก้าวไม่ออกแล้ว แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะก็เธอเองไม่ใช่หรือที่เป็นคนก่อเรื่องขึ้นมาทั้งหมด มิหนำซ้ำยังกล้าไปตกปากรับคำนายหัวหน้าแก๊งนั่นทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้มาก่อนเลยว่าจะต้องเจออะไรบ้าง อย่างไรเสียเธอก็จัดเป็นพวกรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองสูง หากพูดไปแล้วทำไม่ได้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่เอาแต่โกหกปลิ้นปล้อนกระล่อนไปวันๆ ซึ่งไม่ใช่คนอย่างรวินันท์แน่นอน

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าเข้าข่มความกลัวของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะก้าวเดินไปทางกลุ่มคนพวกนั้นช้าๆ เมื่อได้เห็นว่าชายหนุ่มหัวหน้าแก๊งนั้นกำลังยืนล้วงกระเป๋าพิงหลังอยู่กับรถสปอร์ตสีแสบตาพลางพูดคุยกับลูกน้องของเขาด้วยท่าทางสบายใจต่างกับเธอราวฟ้ากับเหว

เมื่อหางตาของธามเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างบางกำลังเดินฝ่าวงล้อมของบรรดาเพื่อนๆ นักแข่งรถของเขาเข้ามา ชายหนุ่มก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ เพราะคาดไม่ถึงว่าเธอจะกล้ามาที่นี่เพียงคนเดียวลำพัง เขาคิดว่าตัวเองและพรรคพวกจะต้องรอเก้อเสียแล้ว

                ว้าว! คุณผู้หญิง นี่คุณกล้ามาจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย ผมล่ะนับถือในความรักที่คุณมีต่อแฟนหนุ่มเสียเหลือเกิน หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะคนที่ขับรถเต่าสีเขียวนั่นเมื่อวานเป็นคุณจริงๆ สินะ ว่าแต่ไหนล่ะรถที่คุณจะแข่งกับผม

                ไม่มี

                รวินันท์ส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมกับกล่าวตอบเขาเสียงเรียบ ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างฉงนแต่เมื่อมองไปรอบบริเวณนั้นเขาก็ไม่เห็นวี่แววของรถเต่าสีเขียวสะท้อนแสงคันนั้นเลย ดูท่าทางว่าเธอคงไม่ได้พูดโกหกเป็นแน่ ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าที่ดูซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือดของหญิงสาว เขากระตุกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น พาให้บรรดาคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นต่างก็ส่งเสียงหัวเราะบ้างก็โห่ร้องใส่หญิงสาวกันอย่างสนุกสนานดังลั่นไปทั่วทั้งถนน

                ว่าไงนะ คุณผู้หญิงนี่คุณจะมาแข่งรถแต่ไม่มีรถให้ขับแข่งเนี่ยนะ ตลกตายล่ะ

                “ทำไมล่ะ ก็ฉันไม่มีรถของตัวเองนี่ คุณเองก็ไม่ได้บอกสักคำว่าฉันต้องมีรถมาแข่งด้วยน่ะ”

                หญิงสาวหน้ามุ่ยทั้งที่รู้ว่าตัวเองหน้าแตกยับเยิน แต่ยังพยายามเถียงอีกฝ่ายกลับไปแบบข้างๆ คูๆ ก็ตอนที่เธอตกลงรับคำท้าทายของเขานั้น เธอไม่ได้คิดเอาไว้เสียด้วยว่าถ้าหากเธอไม่มีรถแล้วจะต้องทำอย่างไรถึงจะแข่งกับเขาได้ เสียงหัวเราะของคนกลุ่มนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ทำเอารวินันท์เริ่มหัวเสียขึ้นมาพลางนึกในใจ

ชักจะเหลืออดแล้วนะ เดี๋ยวก็โทรศัพท์เรียกตำรวจมารวบไปทั้งแก๊งเสียเลย

แต่พอมือเรียวคลำไปที่กระเป๋ากางเกงตัวเองก็พบว่ามันว่างเปล่า เธอรีบเปิดกระเป๋าสะพายใบเล็กออกดูก็ไม่เห็นว่ามีโทรศัพท์มือถือซุกอยู่ในนั้นเลย หญิงสาวใจหายวาบขึ้นมา ตายล่ะถ้ามีเรื่องมีราวอะไรเกิดขึ้นเธอจะติดต่อกับใครได้ล่ะเนี่ย 

                อ้าวนั่น หาอะไรอยู่เหรอครับคุณผู้หญิง อย่าบอกนะว่าเอารถซ่อนไว้ในกระเป๋านั่นน่ะ”

                วายุเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนในกลุ่มพลางชี้มือไปยังหญิงสาวที่กำลังค้นข้าวของตัวเองในกระเป๋าให้วุ่นไปหมด ทำเอาทุกคนหันมามองยังคนที่เขาบอกว่าเอารถซ่อนไว้ในกระเป๋าเป็นตาเดียวกัน ตามมาด้วยเสียงดังผลัวะ เมื่อฝ่ามืออวบอูบของคณิณฟาดลงบนไหล่ของเพื่อนคู่หู พร้อมกับเอ่ยขึ้น

                “แกจะบ้าเหรอไอ้วาย รถที่ไหนมันจะไปซ่อนในกระเป๋าได้วะ คุณผู้หญิงเขากำลังหารีโมทกดเรียกรถให้แล่นมาจอดที่นี่ต่างหากเล่า”

                สิ้นเสียงของคณิณ ก็มีเสียงฮาครืนมาจากบรรดาคนกลุ่มนั้น เจ้าตัวทำท่าภูมิอกภูมิใจเสียเต็มประดาราวกับว่าเสียงหัวเราะดังกึกก้องนั้นเป็นคำสรรเสริญเยินยอสำหรับตนก็ไม่ปาน แต่เล่นเอาธามถึงกับกุมขมับ รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันทีด้วยไม่คิดว่าลูกน้องคนสนิททั้งสองของตนจะเป็นพวกบ้องตื้นคิดอะไรปัญญาอ่อนได้ขนาดนี้ ก่อนจะแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮานั้น

“เอางี้ ผมจะให้คุณยืมรถลูกน้องผมไปก่อนแล้วกันนะครับ เค เอากุญแจรถของแกมาหน่อย

                รถผมเหรอครับเจ้านาย แต่ว่า...แน่ใจเหรอครับว่าจะเอารถผมให้คุณผู้หญิงคนนี้ยืมน่ะ

                ธามบอกพร้อมกับกวักมือเรียกคณิณให้เอารถของเขามาให้หญิงสาวแข่งก่อน ลูกน้องคนสนิทรีบวิ่งมายื่นกุญแจรถของตนส่งให้กับชายหนุ่ม แต่เมื่อเขาเอื้อมมือไปคว้าพวงกุญแจรถมาลูกน้องร่างอ้วนกลับยื้อเอาไว้พร้อมกับเอ่ยถามผู้เป็นนายให้แน่ใจอีกครั้ง

                ชายหนุ่มหรี่ตามองเจ้าของรถด้วยสายตาดุ คนที่พยายามยื้อกุญแจรถเอาไว้จึงค่อยๆ คลายมือออกแล้วยอมส่งกุญแจให้เจ้านายพลางหันไปมองคนที่เขาให้ยืมรถด้วยสายตาหวาดหวั่นอย่างไม่ไว้วางใจ

                ส่วนรวินันท์ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้เจ้าของรถร่างอ้วนด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเธอจะพยายามทะนุถนอมรถของเขาอย่างดีที่สุด ธามเอ่ยพร้อมกับชี้มือไปยังรถยนต์คันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ท่ามกลางรถอีกหลายคันรวมทั้งสปอร์ตสีแดงคู่ใจของเขา ก่อนจะบอกระยะทางจากจุดเริ่มต้นที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้แล้ววนกลับมาที่เดิมอีกครั้งถือเป็นอันสิ้นสุดการแข่งขัน

                รถสีดำคันนั้นนะครับ ที่คุณจะใช้แข่งกับผม ผมว่าเรารีบแข่งกันก่อนที่พวกตำรวจจะมาดีกว่านะครับคุณผู้หญิง

                อืม ฉันก็ว่างั้นแหละ

                รีบแข่งให้มันจบๆ เสียทีเถอะน่า หญิงสาวพยักหน้ารับรู้และไม่วายเอ่ยต่อในใจ พลางมองตามมือของชายหนุ่มไปจึงได้เห็นรถยนต์แฮตช์แบ็กห้าประตูสีดำสนิทคันใหญ่

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #1036 วนัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2554 / 17:47
    ใจเด็ดมากคะ
    #1,036
    0
  2. #664 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 18:34
    ผลจะออกมาแล้วสิ  ว่าจะแพ้หรือชนะ
    #664
    0
  3. #420 aoistar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 21:04
    55+ ลุกน้องพี่ธามจะตลกไปไหนค่ะ
    #420
    0
  4. #233 JJ.. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 22:41
    ลูกน้องพี่ธามเนี่ยฮาจริงๆจังๆๆ
    #233
    0
  5. #72 ถักฝัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 20:25
    ฮร่าๆๆๆๆ "หารีโมท"
    #72
    0
  6. #43 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 22:53
    หนูวิ ใจเด็ดไม่เบา ตาธามมันจะเก๊กไปไหนวะคะเนี่ย?
    #43
    0
  7. #41 yumekanau (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 00:54
    ไม่เป็นไรหนูวิจ๋า
    กำลังใจดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
    ฮือ
    สู้เค้าหนู
    อย่าไปกลัวตาธามจอมอันธพาลเล้ย
    หุหุ
    #41
    0
  8. #40 jeabkiss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2553 / 21:03
    วิจะชนะได้หรือเปล่าเนี่ย
    #40
    0
  9. #39 suket (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2553 / 20:13
    วิเอ๋ยรถก็ไม่มียังมีหน้ากล้ามาแข่งอีกนะ นับถือเธอจริงๆใจกล้าที่สุ้ดดดดดดดดดดด
    #39
    0