ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 34 : บทที่ 34 บรรยากาศเป็นใจ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    15 ธ.ค. 53

บทที่ 34 บรรยากาศเป็นใจ

เมื่อรวินันท์เดินลงมาถึงชั้นล็อบบีและกำลังจะผลักบานประตูกระจกใสออกมาภายนอก สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับรถเต่าสีเขียวคันงามของภวัฐที่จอดอยู่ในตำแหน่งเดียวกับรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของธามที่แล่นพรวดพราดออกไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้พอดีราวกับเป็นภาพทับซ้อนขึ้นมา สไตลิสต์สาวสะบัดหน้าแรงๆ พยายามเรียกสติสัมปชัญญะของตัวเองให้กลับมาจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มเจ้าของรถคันน้อยตรงหน้าแทนที่จะปล่อยให้ความคิดคำนึงของตนล่องลอยไปอยู่กับใครอีกคนเช่นนี้

มือเรียวยกขึ้นเคาะกระจกเบาๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของรถกำลังเอนหลังงีบหลับระหว่างรอการมาของเธออยู่ ส่งผลให้คนที่กำลังนอนหลับเพลินๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วและรีบกุลีกุจอเปิดประตูรถให้คนที่ยืนยิ้มหวานอยู่ด้านนอก

“ขอโทษนะคะวัฐที่ปล่อยให้รอนาน แล้วนี่วัฐไม่สบายหรือเปล่าคะ ทำไมดูหน้าตาเซียวแบบนี้ล่ะ จะไปหาหมอหรือซื้อยามาทานก่อนไหม”

รวินันท์รีบเอ่ยขอโทษขอโพยชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยถามคนรักของเธอด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าใบหน้าคมเข้มสีน้ำผึ้งของเขานั้นมีร่องรอยของความอ่อนล้าปรากฏให้เห็นอยู่

 “อ๋อ ไม่เป็นไรครับ ที่จริงเมื่อคืนผมนอนดึกไปหน่อย แล้วก็รีบตื่นมาเอารถไปให้ที่อู่เขาตีราคาค่าซ่อมสีด้านข้างตั้งแต่เช้า ก็เลยรู้สึกง่วงๆ นิดหน่อยน่ะครับ แล้วนี่วิหิวหรือยังครับ เราไปหาอะไรทานกันก่อนจะเข้าไปบ้านแม่ของคุณไหม เผื่อจะได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือไปฝากพวกท่านด้วย”

ภวัฐรีบส่ายหน้าพร้อมปฏิเสธทันที เขารู้สึกดีใจที่เห็นว่าหญิงสาวคนรักนั้นมีท่าทางเป็นห่วงและเอาใจใส่ต่อเขาจนอดยิ้มปลื้มออกมาไม่ได้ อาการง่วงงุนและความเหนื่อยล้าแทบจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง เรียกสีหน้าแช่มชื่นและแววตาเป็นประกายของชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง จากนั้นจึงถามหญิงสาวกลับไปบ้างเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาแบบดิจิทัลบนคอนโซลหน้ารถเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว คาดเดาว่าเธออาจจะเริ่มหิวเพราะหญิงสาวเล่าว่าเธอทำงานจนเกือบถึงรุ่งเช้าและตื่นขึ้นมาในช่วงสายก็รีบกลับมายังที่พักเลยโดยยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้า

“ไม่ต้องแวะหรอกค่ะ เรารีบไปกันดีกว่า เมื่อกี้วิเพิ่งโทร.ไปหาคุณแม่ ท่านบอกว่าเตรียมอาหารกลางวันเอาไว้ให้สำหรับเราสองคนแล้ว ส่วนเรื่องของฝากก็ไม่ต้องห่วงนะ วิก็มีขนมพวกนี้แล้วด้วย”

รวินันท์รีบร้องบอกคนรัก พร้อมทั้งคะยั้นคะยอเร่งให้เขาออกรถเพื่อเดินทางไปยังบ้านของมารดาเธอโดยเร็ว แต่เมื่อก้มหน้าลงมามองถุงเบเกอร์รี่ในมือที่มีของบรรจุอยู่ภายในเหลือเพียงไม่ถึงครึ่งก็ทำให้นึกโกรธเคืองโจรขโมยขนมที่แอบมาหยิบของๆ เธอไปโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อนสักคำ ทั้งที่เธอตั้งใจจะเก็บเอาไว้ให้ผู้เป็นยายเพราะรู้ดีว่าหญิงชรานั้นชอบขนมจากร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้มากแค่ไหน และไม่วายบ่นพึมพำออกมาเบาๆ จนคนข้างกายหันมามองด้วยสีหน้าฉงน แต่เธอก็แกล้งทำเป็นชวนเขาพูดคุยเรื่องอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พลางลอบถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าคนรักไม่ได้คิดจะซักไซ้อะไรมากไปกว่านั้น

ต่อ

แสงเรืองรองของพระอาทิตย์ที่ส่องแสงเจิดจ้ามาทั้งวัน ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงแต้มอยู่ตรงปลายขอบฟ้าสีเข้ม อีกไม่นานก็คงได้เวลาที่จะลาลับขอบฟ้า และผลัดเปลี่ยนให้ดวงจันทราขึ้นมาทอแสงสีนวลเจิดจรัสอยู่บนผืนนภาในยามรัตติกาลบ้าง

ประธานหนุ่มวางมือจากงานที่กองอยู่ตรงหน้า และลุกขึ้นมาจากโต๊ะทำงานพลางทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว ปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า ทั้งที่เพิ่งสะสางงานของตนไปได้เพียงไม่เท่าไร ตอนแรกเขาคิดว่าการมาทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ จะทำให้เขารู้สึกสนุกกับงานจนไม่มีเวลาให้ได้คิดฟุ้งซ่านไปถึงใครบางคนที่ป่านนี้คงมีความสุขอยู่กับคนรักและไม่มีเวลามานั่งคิดถึงเขา

แต่พอถึงเวลาที่ตั้งใจจะทำงานจริงๆ เขากลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับเขา และไม่มีสมาธิมากพอที่จะอ่านเอกสารและพิจารณาให้รอบคอบและถี่ถ้วนเสียก่อนจึงจะลงนามในเอกสารได้เฉกเช่นทุกครั้ง บางทีในสมองของเขาคงมีเรื่องราวมากมายอยู่ในนั้นเต็มไปหมด ซึ่งเห็นทีคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของสไตลิสต์สาวคนสวยจอมอวดดีคนเดิม ใบหน้างามยังคงเข้ามาคอยวนเวียนรบกวนอยู่ในใจตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำการทำงานใดๆ

ธามไม่อยากจะเชื่อว่าคาสโนวาหนุ่มที่เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าราวกับเปลี่ยนคอนแทคเลนส์รายวันอย่างเขา จะจดจำภาพในทุกอิริยาบถของสไตลิสต์สาวได้ติดตราตรึงใจถึงเพียงนี้ ทั้งที่ปกติแล้วเมื่อจบความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนไป ก็เหมือนว่าเขาได้ลบความทรงจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับพวกเธอเหล่านั้นออกจากสมองของเขาไปหมดสิ้น แล้วนี่เขาจะต้องทำเช่นไรถึงจะลืมเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วหันเหกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองได้ หรือว่าบางทีเขาอาจต้องหาภาพของผู้หญิงคนอื่นมาแทนเพื่อจะได้สลัดภาพของสไตลิสต์สาวออกไป คิดได้อย่างนั้น ธามก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายไปหาสองลูกน้องคนสนิททันที

“มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับเจ้านาย”

เสียงประจบประแจงของคณิณดังเข้ามาทันทีหลังจากเสียงเพลงรอสายสไตล์ฮิพฮอพดังขึ้นเพียงไม่นาน เขายิ้มออกมาอย่างร่าเริงเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาจากผู้เป็นนายของตน

“ไปหาที่คลายเครียดกัน”

“ได้เลยครับเจ้านาย พวกผมกำลังเบื่อๆ อยู่พอดี ที่เดิมใช่ไหมครับ พวกผมจะรีบตามไปสมทบทันทีเลยครับ”

วางสายจากลูกน้องได้ ธามก็คลี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่เอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะถอดคราบนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงออกและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พร้อมสำหรับการท่องราตรีอันยาวนานในค่ำคืนนี้ ด้วยความหวังว่าจะทำให้สามารถลืมภาพของหญิงสาวที่มีเจ้าของหัวใจแล้วคนนั้นได้เร็วๆ เสียที

 

เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะร่วนจากข้างในบ้านที่เล็ดลอดออกมาทางช่องหน้าต่างดังแว่วมาเป็นระยะ ท่ามกลางความเงียบสงบในบริเวณสวนหย่อมด้านหลังบ้าน ทำให้รวินันท์ที่แอบหลบมานั่งเพียงลำพังอยู่บนเก้าอี้ชิงช้าในสนามหญ้าด้านหลังบ้านอดยิ้มออกมาไม่ได้ หลังจากที่ปล่อยให้แฟนหนุ่มนั่งสนทนาอยู่กับสมาชิกครอบครัวของเธอทั้งสองคนและเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำความรู้จักกันสนิทสนมให้มากขึ้น เพราะอีกไม่นานต่อจากนี้ไป ภวัฐก็จะกลายมาเป็นสมาชิกอีกคนของบ้านหลังนี้หากเธอยอมตกลงแต่งงานกับเขา

สไตลิสต์สาวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชายหนุ่มคนรักดูจะเข้ากันได้ดีกับครอบครัวของเธอ บ่อยครั้งที่เธอเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของคนอื่นๆ ที่มักมีปัญหาเรื่องความไม่ลงรอยกันของแม่ยายกับลูกเขย และกลายเป็นเหมือนปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างคู่สมรสที่นำไปสู่ความล้มเหลวในชีวิตคู่ สามีภรรยาหลายต่อหลายคู่จำใจต้องหย่าขาดจากกันทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็ยังรักกันแต่ด้วยเพราะเหตุผลที่ครอบครัวเก่าและครอบครัวใหม่ของพวกเขาเข้ากันไม่ได้ แต่เท่าที่ได้เห็นท่าทีของมารดาที่แสดงออกมาต่อชายหนุ่มที่เธอแนะนำว่าเป็นแฟนนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ เลยสักนิด ไม่เพียงไม่มีทีท่ารังเกียจรังงอนอะไรแต่กลับให้ความเอ็นดูเสมือนว่าภวัฐเป็นลูกชายแท้ๆ อีกคนของนางก็ไม่ปาน

แม้ว่าจะรู้สึกยินดีปรีดาที่เห็นครอบครัวของเธอเข้ากันได้ดีกับคนรัก หากแต่ใจของสไตลิสต์สาวกลับไพล่นึกไปถึงใบหน้าของชายหนุ่มอีกคนพลางจินตนาการว่าหากคนที่เธอพามาแนะนำตัวกับที่บ้าน คือ ธาม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลอัครสินธุ์โสภณ เจ้าของบริษัทผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ ครอบครัวของเธอจะแสดงทีท่าต่อเขาอย่างไรกันหนอ แล้วเขาจะวางตัวกับครอบครัวของเธออย่างไร จะเข้าหาผู้ใหญ่ด้วยท่าทีเคารพนอบน้อมอย่างที่ภวัฐทำอยู่นี้ หรือว่าจะทำตัวเป็นคุณชายจอมหยิ่งแสนเอาแต่ใจเหมือนอย่างที่เขาชอบปฏิบัติต่อเธอ จะออกมาในรูปแบบไหนกันนะ

รวินันท์คิดไปพลางอมยิ้มไปพลางเมื่อนึกจินตนาการว่าคนที่กำลังสนทนาอยู่กับครอบครัวของเธอตอนนี้คือ ธาม แทนที่จะเป็นชายหนุ่มผู้ใสซื่อ ทั้งอ่อนโยนและแสนดีอย่างภวัฐ พลันความคิดของเธอก็มีอันต้องสะดุดหยุดลงกลางคันเมื่อได้ยินเสียงเรียกหาของชายหนุ่มคนรัก สไตลิสต์สาวจึงรีบสะบัดหน้าแรงๆ คล้ายจะไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไปให้หมด ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะมานั่งใจลอยนึกถึงคนที่น่ารังเกียจอย่างเขา ทั้งๆ ที่แฟนหนุ่มยังนั่งอยู่ในบ้านกับครอบครัวของเธอเช่นนี้

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับวิ ทำไมส่ายหน้าแรงขนาดนั้นล่ะครับ เดี๋ยวหัวก็กลิ้งหลุดลงมากันพอดีหรอก”

เมื่อได้เห็นหญิงสาวคนรักของตนแสดงอาการแปลกๆ ก็อดถามไม่ได้พลางแกล้งหยอกเย้าเธอไปด้วยท่าทางเบิกบานและอารมณ์ดีเป็นที่สุด เมื่อได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัวของคนรัก

“เปล่าค่ะ คือว่า เอ่อ ยุงน่ะ ยุงมันเยอะตอมหน้าวิเต็มไปหมดเลย นี่ก็เริ่มดึกแล้ว วิว่าเราเข้าไปพักผ่อนในบ้านกันดีกว่านะคะ”

สไตลิสต์สาวแสร้งทำเป็นยกมือขึ้นโบกพัดไปมาในอากาศราวกับว่ากำลังไล่แมลงร้ายที่ชอบสูบเลือดมนุษย์เป็นอาหาร แก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ แล้วรีบลุกขึ้นจากที่นั่งเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มคนรักพลางจับจูงมือชักชวนให้เขาเดินตามเธอเข้าไปภายในตัวบ้านที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวด้วยกัน ทีแรกหญิงสาวคิดว่าจะมาเยี่ยมมารดาและยายของเธอแล้วตรงกลับที่พักในตอนเย็นเลย แต่มารดาของเธอดูเหมือนจะถูกชะตากับอัธยาศัยใจคอของว่าที่ลูกเขย จึงทำให้นางเอ่ยปากขอร้องให้ทั้งคู่อยู่ค้างที่นี่สักคืน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงลูกสาว แต่รวินันท์รู้แก่ใจดีว่า ลึกๆ แล้วรติกรคงต้องการจะใช้โอกาสและเวลานี้เพื่อศึกษาคนที่จะมาเป็นผู้คุ้มครองดูแลเธอต่อไปในอนาคต หญิงสาวจึงไม่ได้ปฏิเสธความต้องการของมารดาแต่อย่างใด

ต่อ

“ว้าย!

ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน คางคกเจ้ากรรมตัวเขื่องก็กระโดดออกมาจากพุ่มไม้พอดีและข้ามตัดหน้ารวินันท์ไปในระยะกระชั้นชิด หญิงสาวถึงกับสะดุ้งชักเท้าหดกลับเข้ามาพลางร้องอุทานเสียงหลง อารามตกใจทำให้เธอผวาเข้าไปกอดคนที่เดินเคียงคู่กันมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นว่าเจ้าสัตว์รูปร่างหน้าตาน่าเกลียดนั้นกระโดดแผล็วเฉียดผ่านหลังเท้าของเธอไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ภวัฐเองก็ตกใจไม่แพ้กันแต่ก็ยังยกแขนขึ้นมาโอบรอบร่างบอบบางที่กระโจนพรวดพราดเข้ามาหาเขาไว้อย่างอัตโนมัติตามปฏิกิริยาสะท้อนกลับของร่างกาย

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับวิ”

“คะ...คางคกค่ะ วัฐเห็นไหม มันไปรึยังคะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะสอดส่ายสายตามองไปทั่วทั้งบริเวณพื้นสนามหญ้า กระทั่งได้เห็นเงาดำที่เคลื่อนไหวยุกยิกอยู่บนพื้นหญ้าข้างๆ ขอบกระถางต้นเฟื่องฟ้าซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ก็พยายามปลอบประโลมคนที่ยืนตัวสั่นงันงกในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่ต้องกลัวนะครับวิ มันหนีไปแล้วล่ะ”

“ไปแล้วเหรอคะ เฮ้อ ค่อยโล่งอกหน่อย เมื่อกี้ตกใจหมดเลย”

สไตลิสต์สาวเอ่ยถาม พลางเงยหน้าขึ้นมามองแฟนหนุ่มเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายนั้นก็กำลังโน้มหน้าลงมาหาคนในอ้อมกอดพอดี สายตาสองคู่จึงประสานกันโดยบังเอิญ ต่างฝ่ายต่างตกตะลึงงันมองตากันอย่างทำอะไรไม่ถูก

หัวใจของภวัฐเต้นระรัวสั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อเขามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวคนรักในระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของคนในอ้อมแขน ดวงตาคมที่กำลังจ้องมองมานั้นส่องประกายแวววาวสุกสกาวยิ่งกว่าดาวดวงไหนๆ ที่เขาเคยเห็นมาก่อน คล้ายมีแรงดึงดูดให้เขาโน้มใบหน้าลงเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นจนรู้สึกถึงสมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ตรงลำคอของตัวเอง เลือดในกายฉีดพล่านทำเอาชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความรุ่มร้อนที่แล่นซ่านซึมผ่านไปทั่วทุกอณูผิว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวพลันหยุดนิ่งและเงียบสงัดกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังขึ้นมาอย่างชัดเจน

เช่นเดียวกับรวินันท์ หญิงสาวได้แต่จ้องหน้าคนตัวสูงกว่าที่ยืนอยู่ใกล้เธอในระยะประชิดตาแทบไม่กะพริบ ความรู้สึกเขินอายและความประหม่าทำให้เธอหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยหมุดตัวโตไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหน หัวใจดวงน้อยเต้นตุบๆ อยู่ภายในอกเมื่อใบหน้าของชายหนุ่มคนรักกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ดวงตาคมหลับตาพริ้มเมื่ออีกฝ่ายประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง

จริงอยู่ที่สไตลิสต์สาวรู้สึกตื่นเต้น ทั้งประหม่าระคนขวยเขินไปกับสัมผัสนุ่มจากริมฝีปากของชายคนรัก แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าความรู้สึกนี้มันช่างแตกต่างจากเมื่อครั้งที่เคยได้รับการประทับจุมพิตแบบนี้จากผู้ชายอีกคนราวฟ้ากับดิน รสจูบของภวัฐนั้นหวานซึ้งละมุนละไมคล้ายเวลาที่ริมฝีปากได้สัมผัสกับฟองครีมนุ่มของกาแฟคาปูชิโนอุ่นๆ อยู่ก็จริง  แต่มันกลับไม่ได้สร้างความรู้สึกวาบหวิวระคนหวามไหวให้กับเธอเลยแม้แต่น้อย

ต่อ

ผิดกับรสจูบอันร้อนแรงของธาม ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงระรัวราวกับมีภูเขาไฟลูกโตที่กำลังปะทุอยู่ในอกก่อนจะระเบิดตูมเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับปลดปล่อยลาวาร้อนจัดออกมาแผดเผากายาของเธอให้รู้สึกร้อนเร่าสยิวซ่านราวกับเลือดในกายกำลังเดือดปุดๆ จนยากจะควบคุมสติอารมณ์หรือแม้กระทั่งความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้

ความแตกต่างนี้ทำให้รวินันท์ถึงกับเบือนหน้าหนีหลบไปอีกทางและผละออกห่างจากสัมผัสนุ่มนวลของชายคนรักโดยอัตโนมัติ ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย ส่งผลให้คนที่เป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาจุมพิตก่อนจำใจต้องถอนริมฝีปากออกและรู้สึกตัวขึ้นมาทันทีว่าเขากำลังทำอะไรอยู่หลังจากถูกสะกดไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ใบหน้างามอยู่เป็นเวลานานสองนาน

“เอ่อ วิ คือ ผม...ผมขอโทษนะครับที่ล่วงเกินคุณ”

ภวัฐขยับตัวออกห่างพลางโค้งศีรษะให้หญิงสาวตรงหน้าพร้อมคำขอโทษอย่างสำนึกผิดเมื่อรู้ตัวว่าได้ฝ่าฝืนละเมิดข้อตกลงที่ให้ไว้กับเธอตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกัน ชายหนุ่มนึกโกรธและกล่าวโทษตัวเองอยู่ในใจที่เผลอไผลปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณความต้องการภายในเบื้องลึกจิตใจของตนจนลืมความรู้สึกยับยั้งชั่งใจไปชั่วขณะ

“ไม่เป็นไรค่ะวัฐ อย่าคิดมากเลย นี่ก็ดึกแล้ววิขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ”

สไตลิสต์สาวยิ้มเจื่อนๆ ให้คนรักก่อนจะรีบผละเดินออกมาจากที่นั้นแล้วตรงดิ่งเข้าบ้านไปทันที โดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองคนที่ยังยืนนิ่งที่กลางสนามหญ้าในสวนหลังบ้านของเธออีกเลย

“แกทำอะไรลงไปวะเนี่ยไอ้วัฐ”

ส่วนภวัฐนั้นก็ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่อย่างสับสนระคนงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ติด ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ พึมพำคำสบถออกมาอย่างโกรธตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าและแววตาพึงพอใจจากมุมหนึ่งภายในบ้าน   

และคืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่สองหนุ่มสาวคู่รักเกิดอาการนอนไม่หลับ เอาแต่เบิกตาโพลงอย่างเหม่อลอยอยู่ในความมืดครุ่นคิดวนเวียนถึงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามหญ้าเมื่อครู่ไปคนละทิศละทาง เช่นเดียวกับใครบางคนที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #558 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 20:14
    ธามเอ้ย สมใจเเล้วสิเนี่ย 5555
    #558
    0
  2. #557 sapandao (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 08:51
    แหม หนุวิ นี้ น่าัก
    #557
    0
  3. #556 jeabkiss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2553 / 20:40
    รักเขาเข้าแล้วซิหนูวิ
    #556
    0
  4. #555 a-lanta (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2553 / 08:46
    ก็มันไม่สปาร์คนี่นะ อิ อิ
    #555
    0
  5. #554 tungkn4841 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2553 / 23:16


    สายไปเสียแล้วคุณวัฐก็จูบคุณวิไปแล้ว แต่จะรู้ไหมว่าสาวเจ้าไม่รู้สึกสยิวซ่านร้อนแรงผิดกับชายอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ทั้ง 3คน นอนไม่หลับด้วยความรู้สึกที่ต่างสาเหตุกันไป



    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #554
    0
  6. #553 kaaka (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2553 / 20:49
    สงสัยจังว่าใครแอบมออยู่ในบ้าน ไรเตอร์จ๋า
    ถ้าเป็นธามก็จะอยู่ในบ้านเหรอ แล้วเป็นธามคงทนไม่ได้ที่วิโดนแฟนจูบแน่ๆเลยอ่ะ
    #553
    0
  7. #552 yumekana (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2553 / 14:18
     
    แล้วทีนี้ รู้ใจตัวเองหรือยังจ๊ะ หนูวิจ๋า
    เฮ่อ
    #552
    0
  8. #551 jeabkiss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2553 / 13:11
    หนูวิยังอาจสับสนต้องใช้เวลอีกสักพักว่าตกลงรักใครกันแน่
    #551
    0
  9. #550 tungkn4841 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 23:26


    คุณวิ คิดได้ถึงขนาดรสจูบ แล้วอย่างนี้ต้องอย่างไรต่อค่ะ



    รอไรเตอร์มา up ต่อ มันค้างเจ้าค่ะ
    #550
    0
  10. #549 kaaka (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 21:41
     อ๊ากกกกก แล้วธามจะมาเห็นมั้ยเนี่ย อ๊ากกกกกกก
    #549
    0
  11. #546 yumekana (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2553 / 12:37
    อืมม์
    หนูวิน้าหนูวิ
    ยังไม่รู้ตัวอีกเนอะ
    #546
    0
  12. #545 jeabkiss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2553 / 11:08
    ธามมัวทำอะไรอยู่รีบทำให้หนูวิตัดสินใจให้ได้ซะที

    จะได้ไม่คาราคาซังอยู่อย่างนี้

    #545
    0
  13. #544 ailly (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 22:20
    ธาม...ไปเที่ยวอย่างนั้นก็ทำใจไม่ได้หรอก มาตามตื้อหญิงสาวดีกว่า...เอาใจช่วยน้า

    ตอนนี้รู้สึกว่ามันจะอ่านเนิบๆ ไปหน่อยนะค่ะ
    #544
    0
  14. #543 tungkn4841 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 21:21


    สงสารทั้ง 3 คนเลยสงสัยจะเป็นรัก 3 เส้าเสียแล้ว ....แต่คนที่จะตัดสินใจคือ รวินันท์ เอง ทั้งคู่นายธาม และ วิ อยากลืมกลับต้องจำ ยังรอลุ้น นายธามคืนนี้ออกท่องราตรี จะทำให้ลืมหน้าของสาววิได้หรือปล่าว หรือ กลับต้องโทรมาหาสาววิ เสียนิ .......รอลุ้น และ แอบเชียร์นายธาม กล้าๆๆๆ หน่อย ฮิ ฮิ



    ตื่นเต้น ค่ะ ไรเตอร์ up ต่อด่วนเลย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม/ ขอบคุณค่ะ







    #543
    0
  15. #542 kaaka (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 21:16
    เอาแล้ว วิห้ามใจไม่ได้แล้วคร้าาาาา
    #542
    0
  16. #541 jeabkiss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 17:49
    #541
    0
  17. #540 venus-yu (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 14:21

    อยากบอกว่าช่วยลงเรื่องให้จบทีนะ อย่าให้เหมือนเรื่องอื่นเลย มันค้างแถมหงุดหงิดทีต้องเสียตังส์555

    #540
    0
  18. #538 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2553 / 19:31
    วอเครียดอยู่มาก!!!!
    อิตามธาม เดี๋ยวนี้ทำไมมันงอลเป็นเด็กเลยนี่ 5555
    #538
    0
  19. #537 tungkn4841 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2553 / 01:45
    งานนี้เล่นเอา น้องวิ คิดไม่ตกเพราะความรู้สึกส่วนลึกในใจก็ยังมีกับนายธาม ชั่งใจให้ดีๆๆๆ เลือกเลยค่ะ ใครคือคนที่เรารัก



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #537
    0
  20. #536 yumekana (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 19:08
    Miss Bone Emoticons 111

    หนูวิ รีบคิด รีบใคร่ครวญนะจ๊ะ
    ยิ่งนาน คนที่น่าสงสารคือ
    นายวัฐ
    คนที่หนูคิดว่า หนูรักเค้านั่นแหละ
    #536
    0
  21. #535 jeabkiss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 18:27
    วิต้องมีใจให้ธามบ้างแล้วก็ได้แต่ยังไม่รู้ใจตัวเอง
    #535
    0